ประวตั ิโรงเรียนปากพนัง
โรงเรียนปากพนัง ต้ังเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ (รศ.๑๑๘ สมัย ร.๕) ที่วัดเสาธงทอง ตามคําแนะนําของ
พระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช (มวง ศิริรัตน) ผูอํานวยการศึกษามณฑลนครศรีธรรมราช เดิมใชชื่อวาโรงเรียน
ไพบูลยบํารุง มีหลวงพิบูลยสมบัติ นายอําเภอเบี้ยซัด นายผัน ผูพิพากษาศาลแขวงเบี้ยซัด และพระทองเจา
อธิการวัดเสาธงทอง เปนผูอุปถัมภ ในปแรก มีนักเรียน ๒๑ คน พระชวย พระจันทร เปนอาจารยสอน
นายผนั รับจะเปนผูแนะนาํ ใหอ าจารยทั้งสอง สอนตามแบบหลวงใหได ผูอุปถมั ภและราษฎรชวยกันจัดโรงเรียน
ข้ึนหนึ่งหลัง พ้ืนฝากระดานหลงั คามงุ จากผดู ํารงตําแหนงครูใหญ โรงเรียนไพบูลยบ ํารุง ตามลําดบั ดังน้ี
๑. นายหอ จนั ทราทพิ ย (ลาออกไปรับราชการกรมไปรษณยี )
๒. พระภิกษเุ ล่ียม สงิ หพนั ธ (ลาอปุ สมบทไปรับราชการแผนกคลงั )
๓. นายบัว ไชยนพุ งศ (ลาออกไปรบั ราชการทีอ่ าํ เภอหวั ไทร)
๔. นายเจรญิ วราภรณ (ลาออกไปรบั ราชการท่ีอาํ เภอหัวไทร)
๕. ราชบรุ ุษบุญชว ย กาญจนาภรณ (เปน ธรรมการอําเภอ)
๖. นายพรอม มณีสาร ป. (เปนธรรมการอําเภอ)
๗. นายเจรญิ วราภรณ (มารับตําแหนงครูใหญ ครัง้ ที่ ๒)
ตอมาทางการไดส รางอาคารเรยี นขึน้ ตรงที่เปน โรงเรียนเทศบาลปากพนัง ๑ เวลานี้ ๑ หลัง เปดเรียน
เม่อื ป พ.ศ. ๒๕๖๕
ใน พ.ศ. ๒๔๗๔ สมัย นายพรอ ม มณสี าร เปน ครใู หญ ไดเร่มิ เปด เรยี นถงึ ช้นั มัธยมปท ่เี ปน ปแรกและได
ขยายชัน้ เรยี นปละชน้ั จนถงึ ม.๔ พ.ศ. ๒๔๗๘ คณุ ครเู จริญ วราภรณ เปน ครูใหญผูประสงคจะเรียนถึงช้ัน ม.๕
ตอ งไปเรยี นท่ีสถานศกึ ษาจงั หวดั หรือจังหวดั อ่นื
พ.ศ. ๒๔๘๑ ครูถัด พรหมมานพ ยายจากโรงเรียนประจําจังหวัดพัทลุง มาเปนครูใหญในปน้ัน
โรงเรยี นเปด สอนชนั้ ม.๕
พ.ศ. ๒๔๘๒ สอนถึงช้ัน ม.๖ เปนครั้งแรก ถึงป พ.ศ. ๒๔๘๑ นักเรียนเพ่ิมขึ้นเปนจํานวนมาก ท่ีเรียน
เดิมมีไมเพียงพอตอจํานวนนักเรียนจึงยายไปเรียนท่ีวัดนันทาราม สรางอาคารชั่วคราวขึ้น ๑ หลัง หลังคา
มงุ จาก ฝากนั้ จากเพียงครงึ่ เดยี วพน้ื หองเปนดินทราย นอกจากเรียนท่ีอาคารหลังนี้แลวยังใชวิหาร โรงครัวและ
อุโบสถเปนที่เรยี น
พ.ศ. ๒๔๘๑ ทางราชการไดสรางอาคารเรียนถาวรข้ึน ณ ท่ีโรงเรียนปากพนังปจจุบัน ๑ หลัง
เปดเรยี นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ เปนโรงเรยี นมธั ยมโดยเฉพาะ มีนกั เรยี นตง้ั แตช้ัน มัธยมศึกษาปท่ี ๑ ถึงมัธยมศึกษา
ปท ่ี ๖ มี นายถดั พรหมมานพ เปน ครูใหญ
พ.ศ. ๒๔๘๗ สมัย นายบูรณะ ศรีดิษฐ เปนครูใหญ ไฟไหมโรงเรียนทั้งหลัง ในวันเกิดไฟไหม ครูใหญ
คณะครู นักเรยี น ภารโรง ไปทอดกฐินทวี่ ดั แหลมตะลุมพกุ เจาหนาทีต่ ํารวจสันนษิ ฐานวาเปนการลอบวางเพลิง
แตจับตัวคนรายไมได ทางโรงเรียนปากพนัง จึงไปติดตอสถานที่เรียน ขอฝากนักเรียนที่วัดนันทาราม
วัดเสาธงทองและโรงเรียนสตรปี ากพนงั ทําใหก ารเรยี นการสอนขลกุ ขลักมาก เพราะครูบางคนตองสอนถึงสาม
แหง นัน้ (เดนิ สอน)
พ.ศ. ๒๔๙๐ นายฟอง ลักษณา คหบดีปากพนัง ไดบริจาคเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท สมทบกับเงิน
งบประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาท สรางอาคารเรียนถาวร เปนอาคารไม ๒ ชั้น ช่ือวา “อาคารลักษณา” มี
๑๐ หองเรยี น เปดใชเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑
พ.ศ. ๒๔๙๖ ไดร ับประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท สรา งตอเตมิ อีก ๒ หอ งเรยี น เปน ๑๒ หอ งเรยี น
พ.ศ. ๒๕๐๗ ไดร ับงบประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ บาท สรา งตอเตมิ อีก ๖ หองเรียน รวมเปน ๑๘ หองเรียน
การขยายตัวของนักเรียนในอําเภอปากพนังเพิ่มขึ้น ประชาชนเล็งเห็นถึงความสําคัญของการศึกษา ไดบริจาค
เงินสรางอาคารเรียน “ประชาอุทิศ ๑” ในวงเงิน ๔๑,๐๐๐ บาท รวมกับเงินบํารุงการศึกษาสมบทอีก
๘,๐๖๕ บาท
พ.ศ. ๒๕๑๕ ไดร บั งบประมาณสรางหอ งประชุม-โรงอาหาร ๒๐๐,๐๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๑๙ ประชาชนรว มกันบรจิ าคเงนิ สรางอาคารเรียนอกี ๑ หลัง เปนหลังท่ี ๒ คือ “อาคารเรียน
ประชาอทุ ิศ ๒” จาํ นวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๑๙ เริ่มเปดสอนถงึ ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
พ.ศ. ๒๕๒๐ ทางราชการไดใหงบประมาณแบบ ๒๑๘ ค. ๑๘ หองเรียน งบประมาณ ๓,๒๐๐,๐๐๐
บาท ๑ หลงั (อาคาร ๘) สมยั อ.ประดษิ ฐ วังสะวบิ ูลย
พ.ศ. ๒๕๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ ไดยบุ โรงเรยี นปากพนัง (ประถมศึกษาตอนปลาย) รวมกับโรงเรียน
ปากพนัง เมื่อวันท่ี ๑ เมษายน ๒๕๒๒ ทําใหโรงเรียนปากพนังเพ่ิมอาคารเรียน แบบ ๐๔๔ จํานวน ๓ หลัง
รวม ๒๔ หองเรียน แบง ๒ เขต โดยมีโรงเรียนเทศบาลปากพนัง ๑ คั่นอยูระหวางกลางหางกันประมาณ
๕๐ เมตร
พ.ศ. ๒๕๓๓ ไดร บั งบประมาณในการสรา งหอประชุม โรงยมิ งบประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๒๔ กรมสามัญศึกษา ไดจัดสรรเงินงบประมาณสรางอาคารเรียน ๓๑๘ ค. ใหอีก ๑ หลัง
ในวงเงนิ ๕,๑๐๐,๐๐๐ บาท สรางเสรจ็ ในป พ.ศ. ๒๕๒๖ (อาคาร ๖)
พ.ศ. ๒๕๒๙ กรมสามัญศึกษา ไดจัดสรรเงินงบประมาณ สรางอาคารเรียนแบบ ๔๑๘ ค.
๑๘ หองเรยี น ในวงเงนิ ๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท สมยั อ.หริ ัญ บุปผา เปนผูอาํ นวยการ (อาคาร ๑๐)
พ.ศ. ๒๕๓๐ ไดรับเงินบริจาคจากธนาคารแหงประเทศไทย โดย คุณกําจร สถิรกุล ผูอํานวยการ
ธนาคารแหงประเทศไทย ศิษยเกาตอเติมอาคารเรียน ๔๑๘ ค. ชั้นลางเปนหองโสตทัศนศึกษา
ดวยงบประมาณ ๑๕๙,๐๐๐ บาท สมัย อ.เรืองเกียรติ อัฐพร และในปน้ีทางโรงเรียนปากพนัง ไดขยาย
การศึกษาเพิ่มขึ้นที่แหลมตะลุมพุก โดยท่ีคณะครู อาจารย จากโรงเรียนปากพนังเดินทางมาสอนถึงแหลม
ตะลุมพกุ ทกุ วัน
พ.ศ. ๒๕๔๒ โรงเรียนปากพนงั ฉลองครอบ ๑๐๐ ป
พ.ศ. ๒๕๕๓ โรงเรยี นปากพนังไดร ับรางวัลโรงเรียนรางวลั พระราชทานประจาํ ปก ารศึกษา ๒๕๕๓
พ.ศ. ๒๕๖๐ โรงเรยี นปากพนังไดรบั รางวลั โรงเรียนรางวัลพระราชทานประจาํ ปก ารศึกษา ๒๕๖๐
ทําเนียบผูบรหิ ารสถานศกึ ษาโรงเรียนปากพนัง
๑. นายหอ จันทรทราทพิ ย (ลาออกไปรับราชการกรมไปรษณยี )
๒. พระภิกษุเล่ยี ม สิงหพันธ (อุปสมบทไปรับราชการแผนกคลัง)
๓. นายบัว ไชยนุพงศ (ลาออกไปรับราชการท่ีอําเภอหัวไทร)
๔. นายเจรญิ วาราภรณ (ลาออกไปรบั ราชการท่ีอําเภอหวั ไทร)
๕. ราชบุรษุ บุญชว ย กาญจนาภรณ (เปนธรรมการอาํ เภอ)
๖. นายพรอ ม มณสี าร ป. (เปน ธรรมการอาํ เภอ)
๗. นายเจรญิ วาราภรณ พ.ศ. ๒๔๗๔-๒๔๘๑ (รับตาํ เหนงครง้ั ที่ ๒)
๘. นายถดั พรมมานพ พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๔๘๔
๙. นายบูรณะ ศรีดษิ ฐ พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๘
๑๐. นายวอ ง สวาภรณ พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๘๙
๑๑. นายจรัล ธธรมพนั ธ พ.ศ. ๒๔๘๙-๒๔๙๒
๑๒. นายจรสั ประโมจนยี พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๔๙๘
๑๓. นายผอง รักจิตต พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๕๐๑
๑๔. นายเปล่ียน บุญชูวงศ พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๑๓
๑๕. นายวิสทิ ธิ์ ศริ นิ ทรืนนท พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๑๔ (รักษาการ)
๑๖. นายอนนั ต บุญสง พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๘
๑๗. นายศภุ มน เสาหฤวงศ พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๑๙
๑๘. นายประดษิ ฐ วงั สะวิบูรณ พ.ศ. ๒๕๑๙-๒๕๒๕
๑๙. นายหิรัญ บุปผา พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๒๘
๒๐. นายเรืองเกยี รติ อฐั พร พ.ศ. ๒๕๒๘-๒๕๕
๒๑. นายแข นนทแกว พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๓๖
๒๒. นายอสุ าห ศิวาโมกข พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๔๔
๒๓. นายกล่นิ นาคนวล พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๕๐
๒๔. นายภักดี เหมทานนท พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๕
๒๕. นายประดบั แกว นาม พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๘
๒๖. นายประเสรฐิ ชีใหม พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒
๒๗. นายสุภาพ เต็มรัตน พ.ศ. ๒๕๖๒-ปจจบุ นั
สแี ละเครือ่ งหมายประจาํ โรงเรยี นปากพนัง
สปี ระจําโรงเรยี น ฟา - แดง
สีฟา หมายถึง สีแหงทะเลถือตามสีในแผนท่ี ที่ใชสีฟาแทนสีแหงทะเลและมหาสมุทร อันเปนทําเล
ท่ตี ้งั ของ อําเภอปากพนัง ซง่ึ จดทะเลและมหาสมุทรทางทศิ ตะวนั ออก ซ่ึงเปนที่ท่ีมีความอุดมสมบูรณไปดวยกุง
หอย ปู ปลา ทะเลยังเปนท่ีประกอบอาชีพ เปนทางคมนาคมสําหรับอําเภอน้ีกับอําเภอและจังหวัดอื่น ๆ
รวมทั้งตา งประเทศ
สแี ดง หมายถึง ชาติ หรือสวนรวมแลว ยังหมายถงึ ความเปน อนั หน่งึ อนั
เครือ่ งหมายประจําโรงเรยี น
หัวนาค นาคเปนพาหนะของพระวรุณเจาแหงฝน และคติไทยถือวานาคเปนผูบันดาลใหฝนตก
ทองถ่ินอําเภอปากพนังพ้ืนท่ีไดรับฝนตามฤดูกาลอยางเพียงพอพื้นที่มีนามากผลิตผลขาวมีมาก จนตองสงไป
ขายเลี้ยงชีพไดทั่วภาคใตและยังสงไปขายตางประเทศไดอีกดวย อาชีพหลักของชาวปากพนังสมัยกอนคือ
ทํานา ถัดไปคือ การประมง การคาขาย เรียกไดวาเปนถิ่นท่ีอุดมสมบูรณ สัญลักษณ หัวนาค จึงหมายถึง
ความอุดมสมบูรณ
ปก เปนเคร่ืองหมายแหงความเร็ว ความวองไว เชนเดียวกับปกของสัตวท่ีบินไปไหนมาไหนดวย
ความรวดเรว็
วงลอธรรมจักร เปนเคร่ืองหมายจักรแหงธรรม หรืออํานาจแหงธรรม ถือธรรมเปนอํานาจหมุนไปใน
ทศิ ทางที่ถูกตอ งและรวดเร็ว สัญลักษณ วงลอ ธรรมจกั ร จึงหมายถึง ความเจริญกาวหนา
วสิ ยั ทศั น พันธกิจ เปา หมาย กลยุทธของโรงเรียนปากพนัง
วสิ ยั ทศั น
โรงเรียนปากพนัง เปนสถานศึกษาของชุมชน มีความเปนเลิศทางวิชาการ บริหารจัดการเรียนรู
ดว ยศาสตรพ ระราชา
พนั ธกิจ
๑. จัดกิจกรรมใหผูเ รียนมีจิตสํานึกในดาน คณุ ธรรม จริยธรรม และศีลธรรม
๒. สงเสรมิ สนับสนุนจัดกระบวนการเรยี นรู ใหผ เู รยี นสคู วามเปนเลิศทางวชิ าการ
๓. สงเสริมและพัฒนาการเรียนรูตามแนวพระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการภูมิปญญา
ทอ งถ่ินกับเทคโนโลยี
๔. สง เสริมและสนับสนุนดา นเทคโนโลยมี าใชในการจัดการเรียนรอู ยา งหลากหลาย
๕. สง เสริมพัฒนาระบบการจัดการ พัฒนานักเรียน ครู บคุ ลากร สูม าตรฐานสากล
๖. สงเสริมและพฒั นาระบบดแู ลชว ยเหลือนกั เรยี น
๗. คงไวซ ่ึงมาตรฐานโรงเรยี นรางวลั พระราขทานและพัฒนาสคู วามย่งั ยืน
๘. สงเสริมพฒั นาบรรยากาศ สิง่ แวดลอ มแหลง เรียนรูท่เี ออ้ื ตอ การเรยี นรขู องผเู รียน
เปาหมาย
๑. นกั เรยี นโรงเรยี นปากพนงั เปน ผทู ี่มจี ิตสํานึกในดา นคณุ ธรรม จริยธรรมและศีลธรรม
๒. นักเรียนเปนผูท่ีมีความรู ความสามารถ เปนผูนําทางดานวิชาการและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่
สูงข้ึน
๓. นกั เรียนสามารถนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดําริและภูมิปญญาทองถิ่นมา
ประยกุ ตใชอยา งเหมาะสม
๔. นักเรยี น ครูและบุคลากร สามารถใชเทคโนโลยีไดอ ยางหลากหลายทนั ตอความเปล่ียนแปลง
๕. โรงเรยี นปากพนังมีระบบการจัดการทด่ี ี และเปนทีย่ อมรบั ตอสาธารณชน
๖. นักเรยี น ครูและบุคลากร ไดรับการพฒั นาสสู ากล
๗. นักเรียนไดร บั การพฒั นาตามระบบชว ยเหลือนกั เรียน
๘. โรงเรยี นปากพนังไดเ ขา รับการประเมินเพื่อรับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน
๙. โรงเรยี นปากพนงั มีภมู ิทศั น ส่ิงแวดลอ ม แหลงเรียนรทู ่เี อ้อื ตอ การเรียนรูของนักเรยี น ๘
กลยทุ ธ
๑. พัฒนานักเรียนใหเปนผูม ีจติ สํานึกในดา น คุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม
๒. สรา งความเปน ผนู ําทางดานวิชาการ
๓. สง เสรมิ การจัดกจิ กรรมและกระบวนการเรยี นรู โดยบรู ณาการภมู ิปญญาทอ งถิ่นกับเทคโนโลยี
๔. สง เสริมและสนบั สนุนการนําเทคโนโลยมี าใช ในการจัดการเรยี นการสอนและการเรยี นรูต ลอดชวี ติ
๕. พัฒนาคุณภาพการศกึ ษาสมู าตรฐานการรบั รองจากองคกรภายนอก
๖. สง่ เสริมและสนบั สนนุ ให้ชมุ ชนมีสว่ นร่วมในการจดั การศกึ ษา