149
จากรูปที่ 2 สวนประท่ีสาํ คญั จะประกอบดวยเครื่องอัดไอ (compressor) ซึ่งมีหนาท่ีอัดใหไอของนํ้ายาทํา
ความเยน็ มีความดันสูงข้ึนเปนไอรอ นยยวดย่งิ จากน้นั นํ้ายาทําความเย็นจะเขาสูเครื่องควบแนน (condenser) ซ่ึงใน
เคร่ืองควบแนนนํ้ายาทําความเย็นจะเปล่ียนสถานะจากไอกลายเปนของเหลวอิ่มตัวและจะมีการถายเทความรอน
ออกมาสูส่ิงแวดลอมขางๆ จากน้ันนํ้ายาทําความเย็นจะเขาสูลิ้นลดความดัน (throttling valve) ซ่ึงทําหนาที่ลด
ความดันของน้ํายาทําความเย็นใหต่ําลงและนํ้ายาทําความเย็นจะมีสถานะเปนของผสม และจากนั้นนํ้ายาทําความ
เย็นจะไหลเขาสูเครื่องระเหยตัว (evaporator) เพ่ือเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเปนไออิ่มตัวซ่ึงจะมีการดูด
ความรอนจาดส่ิงแวดลอมรอบขางไปพรอมกันดวย และจากน้ันก็กลับคืนสูเคร่ืองอัดไอเปนการครบรอบวัฏจักร
การทํางาน
จากสว นประกอบดงั กลา วถา สภาพท้งั หมดเปนสภาพอุดมคติจะสามารถนํามาเขียนแผนภาพ T-s ไดตาม
รูปท่ี 3 และมีกระยวนการตางๆ ดังตอ ไปน้ี
• กระบวนการ 1-2 เปน กระบวนการการอัดตวั ไอเซนโทรปก
• กระบวนการ 2-3 เปนกระบวนการถา ยเทความรอนสูส ่งิ แวดลอมท่ีความดนั คงที่
• กระบวนการ 3-4 เปนกระบวนการลดความดนั ซ่งึ คาเอนทรานปคงท่ี
• กระบวนการ 4-1 เปน กระบวนการรับความรอ นจากสงิ่ แวดลอ มทีค่ วามดนั คงที่
รูปที่ 3 แผนภาพ T-s ของวัฏจกั รการทาํ ความเย็นแบบอดั ไออดุ มคติ
สําหรับตา COP ของเครอื่ งทาํ ความเย็นทใี่ ชวฏั จักรนี้หาไดจาก
COPR = QL (5)
Win
(6)
แตจากกฎขอที่หนึ่งของอุปกรณท่ีมีการไหลผา นของของไหลอยา งคงตวั จะไดว า (7)
(8)
เครื่องอัดไอ •
เคร่อื งระเหยตัว
ดังนน้ั Win = m(h2 − h1)
•
QL = m(h1 − h4 )
COPR = h1 − h4
h2 − h1
150
เน่ืองจากสภาวะที่ตําแหนง 4 เปนของไหลผสมซ่ึงทําใหการกําหนดสภาวะไมสามารถหาไดจากการวัดคาของ
อุณหภูมิและความดันเทานั้นซ่ึงเปนการลําบากในทางปฏิบัติท่ีจะวัดคุณสมบัติคาอ่ืนๆ อยางไรก็ตามเน่ืองจาก
กระบวนการ 3-4 เปนกระบวนการลดความดันที่มีเอนทรานปคงท่ีหรือ h3 = h4 และเนื่องจากท่ีตําแหนง 3 เปน
ของเหลวอม่ิ ตัวการทราบอณุ หภมู แิ ละความดันเพยี งพอทจ่ี ะสามารถกาํ หนดสภาวะได ดังนั้นจึงจึงนิยมที่จะใชการ
หาคา h3 แลวใหเ ทา กบั คา h4
วฏั จักรการทําความเย็นแบบอดั ไอในความเปน จริง
จากวัฏจักรการทําความเยน็ ในอุดมคติท่กี ลาวมากอนหนา น้ี เมอ่ื นํามาใชในสภาพความเปน จริงจะไม
เปน ไปตามทกี่ ลาวหรอื แสดงไวใ นรูปท่ี 3 เน่อื งจากเหตผุ ลสําคญั ตอไปน้ี
1. นาํ้ ยาทําความเย็นท่อี อกจากเครื่องระเหยตัวตามอุดมคติแลวควรเปน ไออม่ิ ตัว แตสภาพความเปน จริง
การทาํ ใหน้ํายาทําความเย็นเปน ไออม่ิ ตวั พอดนี นั้ ควบคุมไดยาก ดังนนั้ ในทางปฏิบัติวิศวกรจะออกแบบ
ใหนา้ํ ยาทาํ ความเยน็ ทอี่ อกมาเปน superheated เล็กนอ ย พรอมท้งั ยงั เพม่ิ ความม่ันใจไดวา สารทาํ
ความเย็นนีจ้ ะไมมีของเหลวเจือปนในเคร่ืองอัดไอเลย
2. ในกระบวนการอดั ตัวตามอุดมคตแิ ลวการอัดตัวควรเปน การอัดแบบไอเซนโทรปก ซ่ึงเปนไปไมไ ด
ในทางปฏบิ ัติ ดังนน้ั การอดั ตัวดังกลาวอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเอนโทรปข้ึน
3. ในทอ ทางตางๆ จะเกดิ การสญู เสียความดันเนือ่ งจากการไหล ดงั นั้นในกระบวนการถา ยเทความรอ นทงั้
สองตําแหนงจะไมส ามารถรักษาใหความดนั คงทไ่ี ดจรงิ
4. สารทําความเย็นท่ีออกมาจากเคร่ืองควบแนน ตามอุดมคติแลวจะมีสภาพเปนของไหลอ่ิมตวั แตในทาง
ปฏบิ ัตจิ ะควบคุมไดย าก ดังน้ันจึงจะออกแบบใหสารท่อี อกมาเปนของเหลวอดั ตัวเล็กนอ ย
จากเหตุผลทีก่ ลาวมาแลวนที้ ําใหแผนภาพ T-s ของวฏั จกั รทําความเย็นแบบอัดไอจริงมลี กั ษณะตามรปู ท่ี 4
รปู ที่ 4 วัฏจักรการทาํ ความเยน็ แบบอดั ไอจริง
151
นอกเหนือจาก COP ซึ่งเปนคาทบ่ี ง ช้ีประสทิ ธิผลในการทํางานของวัฏจักรแลว เม่อื อปุ กรณต างๆ ไมได
เปนอุปกรณในทางอดุ มคตจิ ึงไดมกี ารวดั ประสิทธภิ าพของอปุ กรณต างๆ เพม่ิ ขน้ึ เพ่อื พจิ ารณาวาอปุ กรณช้ินน้นั
ทาํ งานไดใกลเคียงในสภาพอุดมคติมากนอยเพียงใด สําหรบั คา ท่ีสําคญั กเ็ ชน ในกรณีของเครือ่ งอัดไอสามารถ
นิยามประสิทธิภาพไดวา
η = Energy Transfer to Refrigerant (9)
Energy Transfer to Compressor
ซึ่งพลังงานท่ีถายโอนใหกัลบนํ้ายาทําความเย็นจะวัดจากการเปลี่ยนแปลงพลังงานของน้ํายาทําความเย็น สวน
พลังงานท่ีเคร่อื งอัดไอใชอาจจะใชวัดจากกาํ ลงั ไฟฟา ท่ใี หห รอื กาํ ลงั บิดทใ่ี หก บั เครอ่ื งอดั ไอก็ได
นอกจากนั้นยังสามารถที่จะพิจารณาประสิทธิภาพของอุปกรณการถายเทความรอนอื่นๆ เชน เคร่ือง
ควบแนน หรือเคร่อื งระเหยตัววา สามารถถา ยเทความรอนใหก บั ส่งิ แวดลอมรอบๆ ขางไดดมี ากนอยเพียงใด
เครอ่ื งมอื ทดลอง York รนุ DA 206 – Twin single stage
เคร่ืองอัดไอ
Bore 47.7 mm, Stork 28 mm (Swept volume 100 cm3)
Dynamometer
Condenser Swinging filed dynamometer
Cold Reservoir Variable speed range 8-16 rev/sec
Refrigerant
Bowman FC 100-1426-2 Counter flow heat exchanger
Overall length 358 mm
Effective heat exchanger area 0.47 m2
Power dissipated 11 kW
Insulated Stainless Steel Bath: Containing a water-glycol mixture
Dichlorodifluoromethane CCl2F2(R-2)
SG = 1.29, viscosity 0.25 cP (at 25 °C)
รูปท่ี 5 เคร่อื งมอื ทดลอง
152
เครื่องมอื วดั
Pressure Gage: 3-off
1 – Compressor discharge pressure (high pressure)
1 – Compressor suction pressure (low pressure)
1 – Expansion pressure (low pressure)
Water Flow Gage: Variable area flow meter: rang 20-100 grame/sec
R-12 Flow Gage: Variable area flow meter: rang 0-12 grame/sec
Temperature Thermocouples
T1 = refrigerant compressor inlet
T2 = refrigerant compressor outlet
T3 = refrigerant condenser outlet
T4 = refrigerant evaporator inlet
T5 = refrigerant evaporator outlet
T6 = water-glycol cold reservoir
T7 = cooling water condenser inlet
T8 = cooling water condenser outlet
หมายเหตุ เมื่อไมมกี ารกดปุมวัดอุณหภูมิที่จุดใดเลย คามาตรวัดการอานจะอานคาอุณหภูมิบรรยากาศรอบขาง (คา
อุณหภมู ทิ ่ี cold junction compensation unit)
Heater Voltage 220-240 volts
Resistance 39.3 ohms
ข้นั ตอนการทดลอง
การเตรียมการเปด เครอื่ ง
1. เปดนํา้ หลอเย็นเคร่อื งควบแนน ตง้ั อตั ราการไหลไวประมาณ 80 g/s
2. ปรบั เครอ่ื งคุม heater และเครือ่ งควบคุมความเรว็ dynamometer ไวต่าํ สุด(บิดทวนเข็มใหส ดุ )
3. เสียบปล๊ักไฟฟา
4. กดปุม Supply ทําการอุนเครื่อง(ควรใชเวลากอนการบันทึกผลการทดลองท้ังส้ินประมาณ 20 นาที
เพ่อื ใหเคร่อื งวดั ตางๆ เขาสูสภาพคงตัว)
5. เปรียบวัดเครื่องวัดแรงบิด โดยแขวนนํ้าหนักที่จัดให ซ่ึงจัดทําใหเกิดแรงบิด 4 N-m แลวเปรียบเทียบ
คา ท่ีอานไดจ ากมาตรวดั แรงบดิ
6. กดปุม Reset
7. เพมิ่ ความเร็วรอบของ dynamometer ใหไ ด 10 rev/sec
8. ปลอยใหเคร่ือวเดินตอไปประมาณ 10 นาทีกอนเรม่ิ การทดลอง
ขน้ั ตอนการทําการทดลอง
1. ตง้ั ความเรว็ รอบ dynamometer ไวท ่ี 15 rev/sec (หรอื ตามทผี่ ูค วบคุมกาํ หนด)
2. ปรับล้ินลดความดันใหความดนั หลังออกจากลนิ้ ลดความดนั มีคา ประมาณ 1 ถึง 1.2 bar
3. ปรบั อตั ราการไหลนา้ํ หลอ เยน็ เครื่องควบแนนใหได 80 g/sec
153
4. รอจนกระทั่งอุณหภูมิภายในอางน้ํา T6 ลดลงเหลือ -5 °C ถึง 2 °C (เนื่องจากข้ันตอนน้ีจะใชเวลานาน
มาก ดดยเฉพาะในกรณีที่อากาศรอน ดังน้ันทางหองปฏิบัติการจะทําการเดินเครื่องเพื่อใหอุณหภูมิใน
อา งนํา้ ลดตํา่ ลงใกลเคยี งกับคา ท่ตี องการไวกอ นแลว)
5. เม่ืออุณหภมู ใิ นอา งไดค า จามท่ตี อ งการ ใหทําการปรับลิ้นลดความดันอยูประมาณ 0 bar
6. ปรับความเร็วรอบ dynamometer ไวท่ี 15 rev/sec (หรือตามที่ผูควบคุมกําหนด) รอใหระบบคงท่ีแลวจึง
ทําการทดลองตอ ไป
7. ในการหาคาปริมาณความรอนท่ีเครื่องทําความเย็นถายเทออกมาไดจริง สามารถกรัทําได 2 วิธี โดย
วิธีการแรกเปนการคํานวณหาจากคาการเปลี่ยนแปลงเอนทาลปของน้ํายาทําความเย็นกอนเขาและออก
จากเครื่องระเหยตัว สวนวิธีการที่สองหาจากการสมดุลยความรอนคือ การใหความรอนกับขด
ลวดความรอนซึ่งแชอยูในอางนํ้าเดียวกับท่ีขดเครื่องระเหยตัวแชอยู ถาหากวาความรอนท่ีใหขดลวด
เทากับความรอนทีเ่ ครอื่ งทําความเยน็ สามารถดึงออกไปไดอุณหภูมิภายในอางน้ําก็จะคงท่ี อยางไรก็ตาม
สําหรับวิธีแรก หากวาเราไมใหกระแสไฟฟากับขดลวดความรอนส่ิงท่ีตามมาก็คือ น้ําในอางจะลดลง
เรื่อยๆ ตามไปดวย ดังน้ันระบบจะไมสามารถเขาสูสมดุลยไดในเวลาท่ีเหมาะสม ดังนั้นวิธีการท่ี
เหมาะสมกับการทดลองน้ีคือวิธีท่ีสอง
8. จากขอ 7 การที่จะใหระบบเขาสูสมดุลยไดเร็วท่ีสุดคือ การประมาณวาในขณะน้ันปริมาณความรอนท่ี
เคร่ืองทําความเย็นนําออกไปจากอางนํ้ามีคาประมาณเทาใด เพราะเมื่อทราบคาความรอนนั้นแลว เรา
สามารถทจ่ี ะปรับคาความรอ นที่ตองใหขดลวดความรอนเพื่อใหระบบเขาสูสมดุลยโดยเร็วท่ีสุด สําหรับ
ปริมาณความรอ นทถี่ ายเทใหนํ้ายาทาํ ความเยน็ จะเทากับ
• (10)
QL = m(h5 − h4 )
สําหรับคา h5 สามารถหาไดจากตารางเทอรโมไดนามิกสเม่ือทราบความดันและอุณหภูมิจากการวัด
สวนคา h4 จะสามารถหาไดจากการประมาณคา h4 = h3 (กระบวนการ throttling) สําหรับปริมาณความ
รอนท่ใี หกบั ขดลวดความรอนเมือ่ ผา นกระแสไฟฟา I เขา สูขดลวดความตานทาน R จะเทากบั
Qheater = I 2 R (11)
ดงั นั้น หากวา ระบบเขา สสู มดลุ ยจะไดวา
QL = Qheater (12)
หรอื I 2 R = • − h4 ) (13)
m(h5
สําหรับขดลวดความรอนท่ีใชในเครื่องมือชุดน้ีมีคาความตานทาน 39.3 Ω ซึ่งจากสมการนี้จะทําใหเรา
สามารถประมาณคาวาควรจะปรับคากระแสไฟฟา I ท่ีใหกับขดลวดประมาณเทาใดเพ่ือท่ีระบบจะเขาสู
สมดุลยไ ดเร็วที่สุด
9. ปรบั คา กระแสไฟฟาใหเปนไปตามทป่ี ระมาณการไดจากขอ 8
10. บันทึกคา ตางๆ ลงในตารางทกุ ๆ 5 นาที
11. ทําการบนั ทึกจนกระท่งั ระบบสมดลุ ย (ซึง่ สามารถตรวจสอบจากการที่คาอุณหภมู ิในอางมกี าร
เปลี่ยนแปลงนอยกวา 0.5 องศาภายในเวลา 5 นาท)ี เม่อื ระบบสมดลุ ยแลว ใชค า สุดทา ยในการคํานวณ
การถา ยโอนพลังงานตางๆ
154
การปด เครื่อง
เพ่ือปองกันไมใหน้ํายาทําความเย็นระเหยออกจากระบบ หรืออากาศภายนอกซึมเขาสูระบบหรือใหเกิดข้ึน
นอยทส่ี ุด ควรปดเครอ่ื งตามขั้นตอนตอไปน้ี
1. ลดความเรว็ รอบ dynamometer ไวที่ 10 rev/sec
2. เพิม่ ปริมาณนาํ้ ใหส ูงท่สี ดุ
3. ปด ล้นิ ลดความดนั
4. รอจนกระท่งั ภายในเคร่ืองวัดอัตราการไหลของนํา้ ยาทําความเยน็ ไมม นี ้าํ ยาไหลผานเลย
5. ปดเครอ่ื งอดั ไอ
6. ตดั กระแสไฟฟาเขาสขู ดลวดความรอน
7. ปด Main Switch
8. UNPLUG
การวเิ คราะหแ ละเสนอผลการทดลอง
1. คา COP ของวฏั จกั รทาํ ความเย็นคือการพิจารณาการเปลย่ี นแปลงพลงั งานของนํ้ายาทาํ ความเยน็
หรอื COPR = QL
Win
= h5 − h4
h2 − h1
2. หาคา COP ของเครอื่ งทาํ ความเย็น คอื พจิ ารณาจากพลังงานที่ใหและความรอนท่ีเครอ่ื งถายเทได
หรอื
ความรอนท่ถี ายเทได QL = I 2R
พลังงานท่ีใหร ะบบ Win = 2π Ndτ
เมือ่ Nd คอื ความเรว็ รอบของ dynamometer และ τ คือแรงบิดซ่งึ จะได
COP = I 2R
2π Ndτ
3. เปรยี บเทียบคา COP ทั้งสองกรณี
4. หาคาความรอนทีถ่ ายเททง้ิ ออกมาใหกบั นํ้าหลอเย็น QH
•
Qout = mw Cpw (T8 − T7 )
เมอ่ื • คืออัตราการไหลมวลของนํ้าและ Cpw คอื คา ความรอ นจาํ เพาะของนํ้า
mw
5. หาคาประสิทธภิ าพของเตรอ่ื งอัดไอ
η = Energy Transfer to Refrigerant
Energy Transfer to Compressor
•
mR (h2 − h1)
หรือ η = 2π Ndτ
6. เขยี นกราฟแสดงการเปล่ยี นแปลงของอุณหภูมิท้ัง 8 จุด เทยี บตอ เวลาเพ่ือสงั เกตการเขาสูสภาพ
สมดลุ ยข องระบบ
155
ขอ ควรระวังในการคาํ นวณ
1. คาความดันท่ีอานไดจากมาตรวัดเปนคาความดันเกจ แตการที่จะเปดหาคาคุณสมบัติตางๆ จากตาราง
เทอรโมไดนามิกสความดันท่ีใชตองเปนความดันสัมบูรณ ดังนั้นจะตองบวกคาความดันบรรยากาศเขา
กับคาท่ีไดจากมาตรวดั เสียกอ น
2. คา แรงบิดทีใ่ ชในการคาํ นวณตองเปน คาที่เทยี บวดั ในตอนเรมิ่ ตน การทดลองกอ นแลว
เอกสารอา งอิง
1. Cengel, Y.A., Boles, M.A., “Thermodynamics: An Engineering Approach,”2nd ed. McGraw-Hill,
1994
2. Wylen, G.V., Sontag, R and Borgnakke, C., “Fundamental of Clasical Thermodynamics,” 4th ed., John
Wiley, 1994
3. P5750 Vapor Compression Refrigeration and Heat Pump Apparatus : Instruction Manual, Cusson
Technology Ltd.
156
โรงจกั รไอนาํ้ ขนาดเลก็
เรียบเรียงโดย ดร. กนตธ ร ชํานิประศาสน
กลา วนาํ
ในปจจุบันนี้กําลังงานที่ใชในการผลิตกระแสไฟฟาท่ีใชกันมากที่สุดก็คือกําลังงานที่ไดเคร่ืองจักรไอนํ้า
โดยสําหรับแหลงพลังงานที่ใชน้ันก็จะเปนเชื้อเพลิงถานหิน น้ํามัน กาซธรรมชาติ หรือแมแตพลังงานนิวเคลียรก็
ได ซ่ึงจากการท่ีเคร่ืองจักรแบบน้ีมีความออนตัวในการใชเชื้อเพลิง รวมท้ังมีตนทุนที่ต่ํากวาโรงจักรกังหันนํ้าอีก
ทั้งเกิดผลกระทบตอส่ิงแวดลอมนอยกวาดวย จึงทําใหเคร่ืองจักรกังหันไอนํ้าเปนที่นิยมใชกันอยางแพรหลายใน
ปจจบุ นั และคาดวา จะใชกนั อยา งแพรหลายตอไปในอนาคตดวย
สําหรับโรงจักรไอนํ้าท่ีจะทําการศึกษาตอไปน้ีเปนโรงจักรไอนํ้าท่ียอขนาดของโรงจักรไอนํ้าที่ใชผลิต
กระแสไฟฟา จรงิ มา และสบั เปล่ยี นจากการใชเคร่อื งจักรกังหันไอน้ําแทนดวยเคร่ืองยนตลูกสูบไอน้ํา เพราะเครื่อง
กังหันไอน้ําตองเปนเครื่องที่มีขนาดใหญจึงจะสามารถทํางานไดจริง แตสวนประกอบอื่นๆของโรงจักรน้ันก็จะ
สามารถเทียบเคียงกับโรงจักรจรงิ ๆได
เน่ืองจากวาไดมีการลดขนาดของเคร่ืองจักรลงมาอยางมากทําใหโรงจักรนี้มีประสิทธิภาพลดลงจากโรง
จักรจริงมากพอสมควร อยางไรก็ตามจุดประสงคหลักของเคร่ืองมือน้ีคือการศึกษาและเรียนรูถึงวิธีการวิเคราะห
ระบบการทํางานของโรงจักรไอน้ําและสวนประกอบอ่ืนๆของโรงจักรนั้น ไมใชการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ
เปนหลกั
วฏั จักรไอน้ําตน กําลังของคารโ น
เราทราบแลววาวัฏจักรคารโนเปนวัฏจักรท่ีมีประสิทธิภาพสูงสุดเม่ือทํางานอยูระหวางอุณหภูมิที่
กําหนดใหคูหน่ึง ดังน้ันจึงเปนธรรมดาที่ตองศึกษาวัฏจักรคารโนเสียกอนเพ่ือท่ีจะทราบวาวัฏจักรที่มี
ประสทิ ธิภาพสงู สดุ นัน้ จะเปน เชนไรเม่อื จะตองทํางานโดยใชของไหลทํางานทม่ี ีสถานะเปน ไอ
รูปที่ 1 วฏั จักรไอนํา้ ตนกาํ ลังคารโ น
พิจารณาวัฏจักรคารโนซ่ึงทํางานในเสนอ่ิมตัวของสารบริสุทธิเชน น้ํา ดังท่ีแสดงในรูปท่ี1 (a) นํ้าจะ
ไดรับความรอน ดวยกระบวนการการใหความรอนที่อุณหภูมิคงท่ีแบบยอนกลับได จากสภาวะท่ีเปนของเหลว
อ่ิมตัวจนกระทั่งเปนไออ่ิมตัว (จาก1-2) โดยอุปกรณท่ีใชน้ันมักจะเปนเครื่องผลิตไอ จากนั้นใหไอน้ําเขาสูเคร่ือง
157
1. การถายเทความรอนท่ีอุณหภูมิคงที่ของของไหลซ่ึงมีสถานะเปนของไหลผสมของเหลวและไอไมเปนเร่ือง
ยากเพราะในขณะทม่ี ีการเปล่ยี นแปลงสถานะการทาํ ความดันใหคงที่จะทําใหอุณหภูมิคงที่ไปดวย แตขอจํากัด
ของการถายเทความรอนแบบนี้ก็คือ อุณหภูมิสูงสุดของของไหลจะถูกจํากัดดวยอุณหภูมิจุดวิกฤติ (ซึ่งเทากับ
374°C สําหรับน้ํา) ซ่ึงจะทําใหประสิทธิภาพของเคร่ืองถูกจํากัดดวย และถาหากวาเพ่ิมอุณหภูมิสูงสุดใน
ระบบกจ็ ะเปน การใหค วามรอนแกของไหลในลกั ษณะไอน้ําอยา งเดียวซงึ่ ยากตอ การควบคุมใหอ ุณหภมู คิ งที่
2. การขยายตัวอยางไอเซนโทรปกในเคร่ืองกังหันไอนํ้าอาจจะทําไดโดยออกแบบกังหันไอนํ้าใหเหมาะสม แตที่
กระบวนการจากสภาวะ 2 มา 3 น้ันนํ้าจะเกิดการกลั่นตัวขึ้นซ่ึงจะเกิดหยดนํ้าขึ้นในเคร่ืองกังหัน ผลท่ีตามมาก็
คือหยดน้ําน้จี ะทาํ ใหเกิดสนมิ หรือการบบุ สลายของกลีบกังหนั ไดเ นอื่ งจากหยดน้ํานั้นมีโมเมนตัมสูงกวาไอนํ้า
มาก ดงั นนั้ ในการทาํ งานจรงิ ของโรงจักรตน กําลังคาคุณภาพไอของไอนํ้าควรจะมากกวา 90% สําหรับในกรณี
นี้อาจจะสามารถแกไขปญหาไดโดยใชของไหลทํางานอ่ืนที่มีเสนไอน้ําอ่ิมตัวในแผนภาพ T-s ที่มีความชัน
มากกวานี้
3. ในกระบวนการการอัดตัวแบบไอเซนโทรปก(กระบวนการจากสภาวะ 4 ไป 1) เปนการลําบากท่ีจะเพ่ิมความ
ดนั ใหกบั สารทอี่ ยใู นสภาพสองสถานะและยากท่จี ะควบคมุ การเกดิ การกลั่นตัวในขณะทคี่ วามดันสงู ข้ึน
จากปญ หาดังกลาวอาจแกไขไดในบางขอโดยใชวัฏจักรคารโนในลักษณะอื่น ตามรูปท่ี 1(b) แตอยางไร
ก็ตามจะเกิดปญหาขออื่นตามมาเชนการขยายตัวแบบไอเซนโทรปกน้ันของไหลจะมีความดันสูงมาก และใน
กระบวนการของ การถายเทความรอนแบบอุณหภูมิคงท่ีเปนการลําบากมากที่จะตองทําใหความดันเปล่ียนแปลง
ไปเร่ือยๆเพื่อรักษาใหอุณหภูมิคงที่ ดังนั้นจึงสรุปไดวาดวยเทคโนโลยีปจจุบันเราไมสามารถจะใชวัฏจักรคารโน
สําหรับโรงจักรไอนํ้าตน กําลังได
วัฏจกั รแรงคลิน
เนื่องจากความไมเหมาะสมของวัฏจักรคารโนที่จะใชเปนวัฏจักรตนกําลังสําหรับโรงจักรตนกําลังใน
ปจจุบัน เราจึงใชวัฏจักรอีกชนิดหน่ึงคือวัฏจักรแรงคลิน (Rankine Cycle) ซึ่งถือวาเปนวัฏจักรในอุดมคติสําหรับ
วฏั จกั รไอนาํ้ ตนกําลงั ดังแสดงในรปู ท่ี 2 โดยท่ปี ระกอบดวยกระบวนการดังตอไปน้ี
• กระบวนการจาก 1 - 2 เปน การอัดตัวอยา งไอเซนโทรปก
• กระบวนการจาก 2 - 3 เปน กระบวนการใหค วามรอนท่ีความดันคงที่ในเครอ่ื งกําเนดิ ไอ
• กระบวนการจาก 3 - 4 เปน กระบวนการการขยายตัวแบบไอเซนโทรปก ในเครื่องกงั หนั ไอนํา้
• กระบวนการจาก 4 - 1 เปน กระบวนการถา ยเทความรอนสูส งิ่ แวดลอ มท่คี วามดันคงทใี่ นเคร่อื งควบแนน
158
รปู ที่ 2 วฏั จักรแรงคลิน
นํ้าจะเขาสูเครื่องสูบนํ้าที่สภาวะท่ี 1 ในสภาพของเหลวอ่ิมตัวและจะถูกเพ่ิมความดันแบบไอเซนโทรปก
จนกระท่ังความดันสูงเทากับความดันในเคร่ืองกําเนิดไอ ในชวงน้ีอุณหภูมิของนํ้าจะสูงขึ้นเล็กนอยเน่ืองจากการ
ลดลงของปริมาตรจําเพาะ (แตจากในรูปท่ี 2 ท่ีเขียน จุด 1 และ 2 ใหหางกันในแผนภาพเพื่อใหมองเห็นไดชัดเจน
และถาหากวาของเหลวทใี่ ชเปน สารท่ีอัดตวั ไมไดอยางแทจ ริง อณุ หภมู ิจดุ นี้จะคงเดมิ )
จากน้ันนํ้าจะเขาสูเครื่องกําเนิดไอในสภาพของเหลวอัดตัวที่สภาวะท่ี 2 และออกจากเคร่ืองกําเนิดไอใน
สภาพไอรอนยวดยิ่งท่ีสภาวะที่ 3 สําหรับเครื่องกําเนิดไอเปนอุปกรณแลกเปลี่ยนความรอนแบบหน่ึงซ่ึงไดความ
รอ นจากกาซที่เผาไหมหรือแหลงความรอ นอนื่ ใดและทาํ ใหเ กดิ การเปลย่ี นแปลงแบบความดันคงท่ี
ไอรอนยวดย่ิงที่สภาวะที่ 3 จะเขาสูเคร่ืองกังหันไอน้ําและเกิดกระบวนการขยายตัวแบบไอเซนโทรปก
และใหงานออกมาในลักษณะของงานเพลา ซึ่งทําใหความดันและอุณหภูมิของไอนํ้าลดลง จนกระท่ังออกจาก
เครื่องจักรกังหันในสภาวะท่ี 4 จากน้ันไอนํ้าจะเขาสูเครื่องควบแนนที่ตําแหนงน้ี โดยทั่วไปไอนํ้าที่ออกจาก
เครอ่ื งจักรกงั หันจะอยใู นสภาวะของเหลวผสมไอน้าํ โดยมคี า คุณภาพไอสูง ( โดยท่วั ไป x > 90% )
ไอน้ําจะเกิดการกลั่นตัวในเครื่องควบแนนในลักษณะท่ีความดันคงท่ี โดยจะคายความรอนใหแหลงท่ีมี
อณุ หภมู ติ ํ่ากวา เชน น้าํ ในแมน า้ํ หรืออากาศรอบขาง โดยนํ้าจะออกจากเครื่องควบแนนในลักษณะของเหลวอ่ิมตัว
แลวกเ็ ขา สูเครื่องสูบตอ ไป เปน การครบวฏั จักรการทํางาน
การวิเคราะหพลังงานของวัฏจักรแรงคลินอดุ มคติ
สว นประกอบหลกั ทั้ง 4 ช้นิ ของวฏั จักรแรงคลินคือเคร่ืองสูบนํ้า เคร่ืองกําเนิดไอ กังหันไอนํ้า และเคร่ือง
ควบแนน ลวนสามารถพิจารณาวาเปนอุปกรณที่มีของไหลผานในลักษณะการไหลแบบคงตัว ดังน้ัน
สวนประกอบทั้งสี่ช้ินเม่ือรวมกันเปนวัฏจักรแรงคลินแลวก็สามารถพิจารณาไดวาวัฏจักรแรงคลินเปนวัฏจักรที่มี
การไหลผานของของไหลอยางคงตัว ซ่ึงทําใหเราสามารถพิจารณาไดวาการเปล่ียนแปลงพลังงานจลนและ
พลังงานศักยของของไหลมีคานอยมากเม่ือเทียบตอการเปลี่ยนแปลงพลังงานจากสาเหตุอื่น ๆ ดังน้ันสมการ
พลงั งานของการไหลอยา งคงตัวสามารถเขียนในรปู ตอ หนวยมวลของนาํ้ เปน
q − w = he − hi (1)
159
สําหรับเคร่ืองกําเนิดไอและเคร่ืองควบแนนไมมีงานในรูปอื่นเขามาเกี่ยวของ สวนในเครื่องสูบและเคร่ืองกังหัน
ไอน้ําเมื่อพิจารณาวาเปนกระบวนการไอเซนโทรปกทําใหไมมีการถายเทความรอนเกิดขึ้น ดังนั้นพลังงานที่
สวนประกอบตาง ๆ สามารถพิจารณาไดด ังน้ี
เครือ่ งสบู (q = 0) w pump,in = h2 − h1 (2)
หรอื ในกรณีท่พี ิจารณาวาน้ําเปนของเหลวอัดตวั ไมไดจ ะไดวา
( )w pump,in = v P2 − P1 (3)
โดย h1 = hf @ P1, T1 และ v ≈ v1 ≈ v f @P1,T1 (4)
(5)
เคร่อื งกาํ เนิดไอ (w = 0) qin = h3 − h2 (6)
เครือ่ งกงั หนั (q = 0) wturbine,out = h3 − h4
เคร่ืองควบแนน (w = 0) qout = h4 − h1
สําหรับประสทิ ธภิ าพเชงิ ความรอน (Thermal efficiency) ของวฏั จักรน้หี าไดจ าก
ηth = wnet ,out (7)
qin (8)
โดย wnet ,out = wturbine,out − wpump,in (9)
แตเนอ่ื งจากการทาํ งานเปน วฏั จกั รจากกฎขอท่ีหนึ่งของเทอรโมไดนามกิ สจ ะไดว า
wnet ,out = qin − qout
ทําใหส มการท่ี (7) สามารถเขยี นไดใ นรูป
ηth = 1− qout (10)
qin
สําหรับในกรณีของโรงจักรตามความเปนจริงน้ันงานท่ีใหกับเคร่ืองสูบน้ําน้ันจะมีคานอยกวางานท่ีไดออกมาจาก
เคร่ืองจักรกังหันมากทําใหในหลายๆกรณีเราจะพิจารณาวางานสุทธิจะประมาณเทากับงานท่ีไดจากเคร่ืองจักร
กงั หัน
สําหรับวัฏจักรท่ีใชกันอยูตามความเปนจริงนั้นมีสวนประกอบหลายๆอยางท่ีแตกตางกันออกไปท้ัง
สวนประกอบตางๆท่ีแตกตางออกไปจากวัฏจักรแรงคลินอุดมคตินี้เปนอยางมาก โดยเหตุผลที่สําคัญก็คือเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพใหกับโรงจักร และนอกจากน้ีกระบวนการตางๆท่ีเกิดขึ้นในสภาพความเปนจริงก็ไมไดเปน
กระบวนการในอุดมคติคืออาจมีการสูญเสียความรอน การสูญเสียเน่ืองจากแรงเสียดทานหรืออ่ืนๆอีกหลาย
ประการ
อปุ กรณก ารทดลอง
สําหรับเครื่องมือทดลองท่ีจะใชในการทดลองมีวัตถุประสงคหลักคือเพื่อใหศึกษาการเปลี่ยนแปลง
พลังงานโดยการนําพลังงานความรอนมาเปล่ียนเปนพลังงานกล เน่ืองโรงจักรที่ใชในการทดลองน้ีเปนโรงจักร
ขนาดเล็กมาก ดังน้ันประสิทธิภาพของโรงจักรนี้จะต่ํากวาโรงจักรที่ใชในอุตสาหกรรมเปนอยางมากเพราะการ
สูญเสียพลังงานเนื่องจากการไหลในสวนตางๆจะสูงมากเมื่อเทียบกับสภาพความเปนจริง ดังนั้นในการทดลองน้ี
ขอใหนกั ศกึ ษาสนใจในวิธกี ารวัด การคํานวณหาคาตา งๆที่เกีย่ วของกับระบบของโรงจักร กฏการอนุรักษพลังงาน
และอืน่ ๆทีใ่ หพิจารณามากกวา ทจี่ ะสนใจประสิทธภิ าพหรอื ลักษณะการทาํ งานของโรงจักรขนาดเล็กนี้
160
ดังท่ีกลาวมาแลววาโรงจักรนี้มีขนาดเล็กมากทําใหตองมีการเปลี่ยนแปลงสวนประกอบบางสวนเพื่อให
เหมาะสมกับสภาพการทํางานสวนประกอบสําคัญทีเ่ ปล่ยี นแปลงไปจากวัฏจักรแรงคลนิ จรงิ กค็ อื
1. เครื่องกังหันไอนํ้าจะไดรับการทดแทนดวยเคร่ืองยนตลูกสูบไอน้ํา สาเหตุเนื่องจากการท่ีขนาดของโรงจักร
เล็กมากการสรางเครอื่ งกังหนั ไอน้ําจะเปนไปดวยความยากลําบากและการควบคุมกท็ ําไดลําบากเชน กนั
2. ระบบที่ใชเปนระบบเปดแทนที่จะเปนระบบปดแบบวัฏจักรแรงคลิน สาเหตุเพราะปริมาณน้ําที่ใชไมมากนัก
ดังน้ันเม่ือน้ําออกจากเคร่ืองควบแนนแลวแทนท่ีจะไหลกลับเขาสูเครื่องสูบนํ้าเพ่ือสูบน้ําเขาสูเครื่องกําเนิดไอ
จะเปนการปลอยน้ําท้ิงไปเลย ทําใหระดับนํ้าในเครื่องกําเนิดไอลดลงเรื่อยๆ แตเนื่องจากปริมาณนํ้าท่ีใชนอย
ดังนนั้ กวา ทป่ี รมิ าณนํ้าในเครอื่ งกาํ เนดิ ไอจะลดลงมากเกนิ ไป การทดลองกค็ งจะเสรจ็ ส้นิ เรียบรอ ยแลว
3. สําหรบั สวนประกอบอนื่ ท่เี พ่ิมข้ึนมากค็ ือเคร่ืองกาํ เนดิ ไฟฟา ท่ีตอ เขากบั เครื่องยนตแ ละมีหลอดไฟฟาตอเขากับ
เคร่ืองกําเนิดไฟฟา จุดประสงคก็เพื่อใหสามารถวัดคากําลังงานของเครื่องจักรท่ีไดออกมาอีกท้ังยังเปนภาระ
กรรมใหก บั เคร่อื งยนตอ ีกดว ย
สาํ หรบั วิธีการคาํ นวณทเ่ี ก่ยี วของกบั โรงจกั รน้ีจะกลา วตอไปในชวงการทดลอง
สวนประกอบของโรงจกั ร
โรงจักรขนาดเล็กไดสรางขึ้นเพื่อจําลองโรงจักรตนกําลังที่ใชผลิตกระแสไฟฟาซ่ึงประกอบดวยช้ินสวน
ตางๆมากมายทั้งอุปกรณ เครื่องมือวัด เคร่ืองมือควบคุมตางๆ สําหรับสวนประกอบท่ีสําคัญจะมีคุณลักษณะท่ี
สําคญั ดังตอ ไปน้ี
โรงจักร Cussons Ltd. - Miniature Steam Plant P7669
เครอ่ื งกําเนิดไอ Stuart Turner No. 501 Gas Fired
ผผู ลิต-รุน กา ซธรรมชาติ
เช้ือเพลิง 4 bar
ความดนั ใชงาน
ผลิตไอนํ้า 24.5 kg ตอ 1 ลูกบาศกเมตรของเชอื้ เพลงิ ที่ 100°C
กําลังการผลิต
เครื่องยนต
ชนดิ แบบลกู สูบ กระทาํ สองดาน
ผูผลติ -รนุ Stuart Turner No. 10V
ขนาดกระบอกสูบ 19.05 mm
ชวงชัก 19.05 mm
เสน ผานศนู ยกลางกานสูบ 4.00 mm
อัตราสว นกําลังอดั 2
Diagram factor 0.8
กาํ ลงั สงู สุด 3.3 Watt ที่ 1200 rpm
การส้นิ เปลอื งไอน้าํ 38 กรัมตอนาที
161
เครอ่ื งควบแนน แบบ ความดนั บรรยากาศ
อัตราการไหลตา่ํ สุดของนํา้ หลอ เย็น 0.5 ลิตรตอนาที
เครื่องกาํ เนดิ กระแสไฟฟา
กําลังการผลติ 2 Watt ท่ี 2000 rpm.
ประสิทธิภาพ 70%
หลอดไฟ 4 หลอด
จํานวน 6 volts
Rated Voltage 0.30 amps
Rated Current 20 ohms
Rated Resistance
เคร่อื งมือวัด แบบ Variable area flow meter
เครอ่ื งมือวดั อตั ราการไหล แบบ Variable area flow meter
เครอ่ื งมอื วดั อตั ราการไหลของกา ซเช้อื เพลงิ
เครอ่ื งมอื วัดอัตราการไหลของน้าํ หลอ เย็นเคร่ืองควบแนน
เครื่องมอื วัดความดนั แบบ Budone Tube Pressure gage
วัดความดันในเครื่องกาํ เนิดไอ
เครอื่ งมือวัดอณุ หภูมิ
Thermocouple ตดิ ตงั้ อยู 8 ตาํ แหนง คือ
1. วดั อุณหภูมขิ องอากาศรอบๆ ขาง
2. วัดอณุ หภมู นิ ้ําปอ นเครอื่ งกําเนิดไอ
3. วดั อณุ หภมู ไิ อน้าํ ในเคร่อื งกําเนิดไอ
4. วัดอณุ หภูมไิ อนาํ้ ทเ่ี ขาสูเครือ่ งยนต
5. วัดอุณหภูมไิ อนา้ํ ทอี่ อกจากเคร่อื งยนต
6. วัดอุณหภูมินา้ํ หลอเย็นท่เี ขาเคร่ืองควบแนน
7. วดั อุณหภมู นิ าํ้ หลอ เยน็ ทอี่ อกจากเครือ่ งควบแนน
8. วดั อณุ หภมู นิ ้ําในระบบทก่ี ล่ันตวั
เคร่อื งวดั ทางไฟฟา
เครื่องมอื วดั กระแส แบบเขม็
เครื่องมอื วดั ความตางศกั ย แบบเขม็
162
สาํ หรบั ลกั ษณะของโรงจกั รไฟฟาแสดงในรปู ที่ 3 และรปู ท่ี 4 แผนภาพแสดงการไหลและการวัดของโรงจกั ร
Error! Not a valid link.
รูปที่ 3 โรงจกั รไฟฟาขนาดเล็ก
รปู ท่ี 4 แผนภาพแสดงการไหลและตําแหนงการวัดของโรงจักรขนาดเล็ก
การเดินเครื่องโรงจักรไฟฟา
การทดลองนช้ี ้ินสวนตางๆของอปุ กรณก ารทดลองจะมอี ุณหภูมิและความดนั สงู
อกี ท้ังมีเชื้อเพลิงท่มี ีความไวไฟสูงเกีย่ วของอยดู วย
ดงั นั้นนกั ศึกษาตองใหความระมัดระวังและปฎิบตั ิตามคาํ ส่ังของอาจารยผ คู วบคุมอยา งเครงครดั
หากวาตรวจพบวา นักศกึ ษาไมเ ชื่อฟง ทางผูควบคุมอาจยกเลิกการทดลองเพ่อื ความปลอดภัยของทุกฝา ย
ข้ันตอนกอ นตดิ เครอ่ื งยนต
1. เตมิ น้าํ สะอาดลงในถังเกบ็ นํ้าเล้ียงเคร่อื งกาํ เนิดไอ
2. ตอทอ นา้ํ หลอเย็นเครื่องควบแนน ตรวจสอบรอยตอ ตา งๆ
163
3. ตอ ทอกาซเชื้อเพลิง ตรวจสอบรอยตอตา งๆ
4. ปรับตําแหนงวาลว ตางๆตอ ไปนี้ เพ่ือใหอ ากาศไหลออกจากระบบเม่อื มกี ารเติมนํ้าเขา เคร่อื งกําเนิดไอ
• เปดวาลวไอนํ้าออกจากเครื่องกาํ เนดิ ไอ
• เปด วาลว ทิ้งนา้ํ มันหลอ ลื่น (อยูบ นทอไอนํ้าติดกับเคร่อื งยนต)
• เปด วาลว ทงิ้ น้าํ ในกระบอกสูบ
• เปดวาลวไอน้ําเขาสูเครื่องยนต
5. หลังจากเปดวาลวท้ิงนํ้ามันเคร่ือง เปดฝาใสกรองน้ํามันเคร่ืองแลวใหนําใสกรองน้ํามันเครื่องออกจากน้ันเติม
นํ้ามันเคร่ืองลงไป จนกระทั่งน้ํามันเครื่องไปไลน้ําในกระบอกสูบออกจนหมด สังเกตุไดจากมีน้ํามันเครื่อง
อยางเดียวไหลออกทางทอทิ้งน้ํามันเคร่ือง จากน้ันปดวาลวทิ้งนํ้ามันเคร่ืองใสใสกรองกลับคืน แลวปรับวาลว
ควบคมุ นํ้ามันเครื่องใหเ หมาะสม
6. หลอล่ืนตาํ แหนง ตอไปนี้
• Bearing ของเครือ่ งยนตท ั้งสองจดุ
• Valve Gear
• หมุดกา นสบู และลอ กา นสบู
• Dynamometer Bearing
7. ตรวจสภาพสายพานระหวางเคร่ืองยนตและเครื่องกําเนิดไฟฟา ปรับสายพานใหตึงพอประมาณ ดูอยาให
สายพานบิด
8. เติมนํ้าเขาเครื่องกําเนิดไอโดยการใชเครื่องสูบน้ําจนกระทั่งนํ้ามีระดับประมาณหนึ่งในสามของความสูงใน
หลอดแกวบอกระดับน้ํา
9. ปดวาลวไอนาํ้ ที่ออกจากเครื่องกาํ เนดิ ไอและวาลว ไอนาํ้ เขาสูเครื่องจกั ร
ขน้ั ตอนการตดิ เคร่อื งยนต
1. เปดวาลว กาซเช้ือเพลิง จุดไฟ คอยๆปรบั เปลวไฟเพือ่ ใหห มอตม น้าํ คอ ยๆมอี ุณหภมู สิ งู ขึน้
2. เมอื่ นาํ้ เริ่มเดอื ดระดับน้าํ ในหลอดแกว บอกระดบั จะสูงขน้ึ กวาหน่งึ สวนสามตามทีเ่ ตมิ ไวแตแ รก
3. ปรับวาลว เช้ือเพลิงเพ่มิ ความรอ นขึ้นอีก แตอยา ใหมากเกนิ ไปโดยสงั เกตจากลกั ษณะเปลวไฟ
4. ปลอ ยใหความดันในเครื่องกําเนิดไอเพมิ่ ข้นึ เปนประมาณ 2 bar
5. ในขณะท่ีวาลว ไอนา้ํ เขา เครื่องยนตปด อยู คอ ยๆเปด วาลว ไอนา้ํ ออกจากเครื่องกําเนิดไอ โดยคอยๆบิดท่ีละนอย
จนกระทั่งเปดวาลวสุด จากนั้นบิดกลับประมาณครึ่งรอบเพื่อปองกันวาลวติด การคอยๆเปดวาลวนั้นเปนการ
ทาํ ใหทอ ไอนา้ํ รอนขนึ้ ทล่ี ะนอ ย
6. เปดวาลวไอน้าํ เขาสเู ครอ่ื งและเปดวาลวทอท้งิ น้ําที่กล่ันตัว เพ่ือใหไอนํ้าดันเอาน้ําที่กลั่นตัวออกจากเครื่องยนต
เมือ่ สงั เกตวา ท่ที อ ท้งิ น้ํามีแตไ อนาํ้ ไหลออกมา ปดวาลวทอทิ้งน้ํา เคร่ืองยนตควรจะเดินเครื่องแลวในขณะน้ีแต
หากเคร่อื งยนตย ังไมตดิ ใหใ ชม ือชวยหมนุ ลอตน กาํ ลงั เล็กนอ ย
7. เม่ือเครื่องยนตติดแลวควรปรับอัตราการไหลของไอนํ้าใหเหมาะสม ตลอดจนปรับวาลวนํ้ามันหลอล่ืนเพ่ือให
มีน้ํามันหลอลื่นเคร่ืองยนตอยูตลอดเวลาอีกดวย ความดันภายในเคร่ืองกําเนิดไอขณะทําการทดลองควร
ประมาณ 4 bar
164
ข้ันตอนการทดลอง
1. เมื่อเครื่องยนตติดเรียบรอยแลว กอนเริ่มทําการทดลองใหเติมนํ้าใหเต็มเครื่องกําเนิดไอโดยใชเคร่ืองสูบมือ
เพื่อใหระดับน้ํามีมากเพียงพอเพ่ือจะทําการทดลองใหเสร็จส้ินในการเติมน้ําเพียงคร้ังเดียว เพราะจะทําให
ระบบทาํ งานในลักษณะคงตวั อยตู ลอดเวลา
2. ปรับอัตราการไหลของนํา้ หลอ เย็นเครอื่ งควบแนน ใหอ ยูท ี่ 450 cm3/min
3. ปรบั อัตราการไหลของเชือ้ เพลงิ ใหอ ยปู ระมาณ 1500 cm3/min
4. ความดนั ในขณะทําการทดลองควรจะอยใู นชวง 2 - 5 bar
5. เมื่อระบบอยูในสภาพคงตัว เปดหลอดไฟที่ละดวงเพื่อใหความตานทานเปลี่ยนไปจาก 20 ohms เม่ือเปด
หลอดไฟ 1 ดวงเปน 10, 6 2/3, 5 เมื่อเปด 2, 3, 4 ดวง ตามลําดับ จากน้ันบันทึกคาความเร็วรอบเคร่ืองยนต
แรงเคลื่อนไฟฟา และกระแสไฟฟาท่ีอา นไดจากการเปลย่ี นจาํ นวนหลอดไฟทเ่ี ปดแตล ะคร้งั
6. ทําการบันทึกคาทุกๆ 1 นาทีจนครบ 3 นาที (รวมท้ังหมด 4 คร้ังการบันทึก) ในการบันทึกคาคร้ังแรกใหนํา
เคร่ืองตวงน้ําไปวางไวดานลางของโรงจักรเพ่ือเก็บปริมาณไอนํ้าท่ีกลั่นตัว และเม่ือทดลองครบ 3 นาที ใหนํา
ปรมิ าณนาํ้ ไปชัง่ เพอ่ื หาอัตราการไหลมวลของนาํ้ เฉลย่ี ตอ ไป
7. ปดเครอื่ ง ตามข้นั ตอนการดับเครอื่ งยนต
การดบั เครื่องยนต
1. ปด หลอดไฟทกุ ดวงเพอ่ื ลดภาระกรรมของเครอื่ งยนต
2. ปด วาลว เชอื้ เพลงิ
3. ปลอยใหเคร่อื งยนตเ ดินตอไปเรอ่ื ยๆจนกระท่งั เครื่องยนตห ยุดไปเอง
4. ปลอยใหนํา้ หลอเย็นเครื่องควบแนนไหลตอไปเรอ่ื ยๆจนกระทง่ั เครือ่ งมือเย็นตวั ลงพอประมาณ
5. เมอ่ื เคร่ืองเย็นตวั ลงแลวให เปดวาลวทง้ิ นํ้าในเครอ่ื งกําเนิดไอ ในถังเก็บน้ําและในเครื่องยนต
การวเิ คราะหขอ มลู และประเมนิ ผล
ในการประเมินผลการหาคาคุณสมบัติตางๆของไอนํ้าในระบบใหพิจารณาวาบนเสนทอที่ดานทางเขา
เคร่ืองยนตมีความดันเทากับความดันในเคร่ืองกําเนิดไอและในเสนทอท่ีออกจากเคร่ืองยนตมีความดันเทากับ
ความดนั บรรยากาศ
1. หาคาประสิทธิภาพโดยรวมของโรงจักร โดยพลังงานท่ีใหคือพลังงานจากกาซเชื้อเพลิงท่ีใหกับโรง
จักร สวนพลงั งานทไ่ี ดคือกาํ ลงั ทไี่ ดจ ากเครือ่ งกําเนิดไฟฟา นั่นคือ
η Plant = IV (11)
m& f QHV
เม่ือ I คอื กระแสไฟฟา [ amps ]
V คอื แรงเคลื่อน [ volts ]
QHV คือคาความรอนของเชอื้ เพลิงท่ีใช [ J/kg ]
และ m& f คอื อัตราการไหลของเช้ือเพลิง [ kg/sec ]
โดยคากระแสไฟฟาและแรงเคล่ือนไฟฟาหาจากการเฉล่ียคาที่ไดจากการทดลอง สวนคาความรอนของเชื้อเพลิง
ขึ้นอยูกับชนดิ ของกาซท่ีใช (สอบถามในหอง ปฎบิ ตั ิการ)
165
2. หาคาประสิทธิภาพของเครื่องยนตไอนํ้า โดยพลังงานที่ใหกับเครื่องยนตคืออัตราการเปลี่ยนแปลง
เอนทาลปของไอนา้ํ สว นพลังงานทไ่ี ดค อื กาํ ลังที่สงใหก ับเครื่องกําเนิดไฟฟา
อตั ราการเปลีย่ นแปลงเอนทาลปข องนํา้ ( )ΔHw = m& w hi − he engine (12)
หรอื กําลังทใี่ หเ ครื่องยนตคือ ( )W&in = m& w h5 − h4 (13)
(14)
กาํ ลังที่ใหเครื่องกําเนดิ ไฟฟา W&out = ηgen IV
โดย m& w คอื อตั ราการไหลของไอนา้ํ
ηgen คอื ประสทิ ธภิ าพของเคร่ืองกําเนิดไฟฟา
และ subscript 4 และ 5 คือตําแหนง ท่อี า นอุณหภูมิของไอน้ําตามผังของโรงจกั ร
3. การพิจารณาการถายโอนพลังงานภายในเคร่ืองควบแนน โดยพลังงานของไอน้ําที่เขาสูเครื่อง
ควบแนน (คือพลังงานท่ีออกจากเครื่องจักร) จะถายโอนใหกับนํ้าหลอเย็นเครื่องควบแนน ถาหากวาเคร่ือง
ควบแนนมีประสิทธิภาพสมบูรณพลังงานทั้งสองจะเทากัน แตในทางปฎิบัติจะมีพลังงานสูญเสียแกอากาศรอบๆ
ขา งเน่อื งจากการพาความรอ นและการแผรังสี ซึ่งการพิจารณาในสวนน้ีจะเปน การหาพลงั งานในสวนนี้
พลังงานทไ่ี อน้ําสูญเสยี ( )E&in = m& w h5 − h8 (15)
(16)
พลังงานทีน่ าํ้ หลอเย็นรบั ( )E&out = m& c h7 − h6 (17)
พลงั งานทส่ี ญู เสยี E& loss = E&in − E& out
เมอ่ื m&c คืออัตราการไหลของนํา้ หลอเย็นเคร่ืองควบแนน
4. หาประสิทธิภาพของเครื่องกําเนิดไอ โดยพลังงานท่ีใหเครื่องกําเนิดไอคือพลังงานที่ไดจากการเผา
ไหมเ ช้อื เพลงิ สวนพลังงานท่ีไดจากเครื่องกําเนดิ ไอคือการเปล่ียนแปลงพลงั งานของไอนา้ํ ในเครอ่ื งกาํ เนดิ ไอ
พลังงานที่ไอนาํ้ รับ ( )E& w = m& w h3 − h2 (18)
พลงั งานท่ใี ห (19)
ประสิทธภิ าพของเครือ่ งกําเนดิ ไอ E&in = m& f QHV
ηboiler = E& w (20)
E& in
5. เขยี นแผนภาพของกระบวนการทเ่ี กดิ ขน้ึ ลงบน T-s diagram ของน้ํา
เอกสารอา งอิง
1. Miniature Steam Plant P7669, Instruction Manual, Cussons Ltd.
2. Cengel, Y.A., Boles, M.A., “Thermodynamics :An Engineering Approach,” 2nd ed. McGraw-Hill, 1994
3. Wylen, G.V., Sontag, R and Borgnakke, C., “Fundamental of Classical Thermodynamics,” 4th ed., John
Wiley, 1994
Engineer : DATA S
Miniature S
Loading Condition 1 Switch
12 ID #
Time Mins 0 3 2 Switch
012
Dynam V Volts
o
Output I Amps
Boiler P bars
mf cm3/
min
Condenser cm3/
c/w min
rpm
Engine Speed °C
°C
T1 – Ambient
T2 – Boiler °C
feed
T3 – Boiler °C
Out
T4 – Engine °C
In
T5 – Engine °C
exh.
T6 – Cond c/w °C
In
T7 – Cond c/w °C
Out
T8 –
Condensate
Wt. of gms
Condensate
in 3 mins
SHEET Group : Date / / ME ---SUT
Steam Plant 3 Switch 30 4 Switch
Section : 12 123
h
30
168
การทดสอบเครื่องยนตดเี ซล
เรียบเรียงโดย ดร. กนตธ ร ชาํ นิประศาสน
กลาวนํา
เครื่องยนตสันดาปภายในท่ีใชท่ัวไปในรถยนตน้ัน จะแบงไดออกเปนสองประเภทใหญๆคือ เคร่ืองยนตแบบจุด
ระเบดิ หรอื ท่ีนยิ มเรียกวา เคร่อื งยนตเ บนซิน และอีกแบบหนงึ่ คือเคร่ืองยนตแ บบอดั ระเบิดหรอื ทเ่ี รียกวาเคร่ืองยนตดีเซล สําหรับ
ในการทดสอบน้ีจะเปน การทดสอบเครือ่ งยนตด เี ซลเพอื่ ทจี่ ะหาคาประสิทธิภาพและสัมประสิทธ์ิตางๆท่ีเก่ียวของกับเคร่ืองยนต
สนั ดาปภายใน สําหรบั เอกสารฉบบั นผ้ี เู ขียนมคี วามคาดหวังวาผูท ่อี า นเอกสารฉบับนไี้ ดผ า นการศึกษาในวิชาเคร่ืองยนตสันดาป
ภายในมาแลว จึงไดต ัดรายละเอียดตางๆออกไป สําหรับรายละเอียดนนั้ สามารถหาไดจากเอกสารอางอิงที่ปรากฏอยูทายเอกสาร
น้ี
สมรรถนะของเครือ่ งยนต
เคร่ืองยนตสันดาปภายในโดยเฉพาะอยางยิ่งเครื่องยนตแบบลูกสูบน้ันมีตัวแปรตางๆเก่ียวของอยูดวยอยางมากมาย มี
ทั้งท่ีสามารถวัดคาของตัวแปรนั้นไดอยางงายๆจนกระท่ังถึงตัวแปรท่ีตองใชเคร่ืองมือพิเศษในการวัดคา ในหัวขอน้ีจะเปนการ
กลาวถึงตัวแปรตางๆท่ีเกี่ยวของกับสมรรถนะของเครื่องยนตดีเซลโดยจะจํากัดอยูเฉพาะท่ีจะสามารถหาคาไดโดยเครื่องมือ
ทดลองทมี่ ีอยู กอนอื่นขอแสดงรายละเอยี ดสัญญลักษณข องตวั แปรตางๆทีจ่ ะใชในเอกสารนี้ ซงึ่ ประกอบดวยตัวแปรดังตอไปน้ี
สญั ญลักษณ ตัวแปร นยิ าม หนว ย
อตั ราสว นของปริมาตรกระบอกสบู สูงสดุ
rC compression ratio ตอปรมิ าตรทนี่ อยทส่ี ดุ ---
ปรมิ าตรกระบอกสบู ท่นี อยท่สี ดุ
Vc Clearance Volume ปริมาตรทล่ี กู สูบคล่อื นท่ีในกระบอกสูบ cc
Vd Displaced or swept cc
volume ความเร็วรอบของเครอื่ งยนต RPM
N Engine speed เสน ผานศูนยก ลางของกระบอกสูบ cm
ระยะจากจดุ ศนู ยตายบนถงึ จดุ ศนู ยตายลาง cm
B Bore แรงบิดของเคร่ืองยนต ไดจากการวดั โดยใช N-m
ไดนาโมมเิ ตอร
L Stroke กาํ ลังของเครือ่ งยนตท ี่ไดจ ากการวดั โดยใช kW
ไดนาโมมิเตอร
T Brake Torque กาํ ลังของเครอ่ื งยนตตอปริมาตรกระบอก kPa
สบู ของเครื่องยนต
Pb Brake Power อัตราการส้ินเปลืองนา้ํ มันเชื้อเพลิงของ g/kW-hr
เคร่อื งยนตตอ กําลงั ของเครื่องยนต
bmep Brake mean effective กาํ ลังที่ไดตออตั ราการใหค วามรอน ---
pressure อัตราสว นระหวางนํ้ามันเช้ือเพลิงกับอากาศ kg-Air/ kg-fuel
sfc อตั ราสว นของปรมิ าตรการไหลของอากาศ
Specific fuel ที่เขาสูเคร่ืองตอปริมาตรกระบอกสูบ ---
ηth consumption
A/F
ηv Thermal Efficiency
Air fuel ratio
Voumatric efficiency
169
โดยนยิ ามและความสมั พนั ธข องตวั แปรตางๆมีดังนี้
compression ratio rc = Maximum Volume = Vd + Vc
Brake Power Minimum Volume Vc
Pb = 2πNT
60
Brake Mean Effective Pressure bmep = PnR
Vd N
โดย nR คือจํานวนรอบของเพลาขอเหว่ียงท่ีหมุนเพื่อใหไดกําลังตอสูบของเครื่องยนต ซ่ึงจะเทากับ 2 สําหรับเคร่ืองยนตส่ี
จงั หวะและเทากบั 1 สาํ หรับเคร่ืองยนตสองจังหวะ
Brake Specific Fuel Consumption bsfc = m& f
Pb
โดย m& f คอื อัตราการไหลหรอื อตั ราการส้นิ เปลอื งของน้ํามนั เช้อื เพลิง
Brake Thermal Efficiency ηth = Pb
m& f QHV
1
=
bsfc QHV
โดย QHV คอื คา heating value ของเชื้อเพลิงท่ีใช
Air fuel ratio A/ F = m& a
m& f
โดย m& a คอื อตั ราการไหลของอากาศที่เขาสูเครื่องยนต
Volumetric Efficiency (เฉพาะเครื่องยนตสี่จังหวะเทานั้น) เปนคาที่วัดประสิทธิภาพของระบบดูดอากาศของเครื่องยนตโดยมี
นยิ ามวาเทา กบั อตั ราปรมิ าตรการไหลของอากาศท่ีเขาสเู ครอื่ งยนตตอ อัตราการเปล่ยี นแปลงปริมาตรของกระบอกสบู หรือ
ηv = 2m& a
ρa,iVd N
โดย ρa,i คือความหนาแนนของอากาศท่ีทางเขา เครื่องยนต
การทดสอบเครอื่ งยนตด ีเซล
เครื่องยนตสันดาปภายในโดยท่ัวๆไปน้ันจะมีวิธีการทดสอบอยูหลายแบบแตแบบท่ีเปนท่ีนิยมที่สุดของการทดสอบ
จะมีอยูสองแบบคือการทดสอบท่ีกําลังสูงสุด (full load testing) ในกรณีนี้ถาเครื่องยนตที่ทําการทดสอบเปนเครื่องยนตเบนซิน
การทดสอบจะเปนเปดลิ้นเรงสูงสุดแลวเปล่ียนแปลงคา load ที่กระทําตอเคร่ืองยนตเพ่ือท่ีจะหาความสัมพันธของแรงบิด (หรือ
กําลังเคร่ืองยนต) กับรอบของเครื่องยนต สวนในกรณของเครื่องยนตดีเซลน้ันการทดสอบแบบน้ีจะเปนการเพิ่มล้ินเรงแลว
สังเกตุไอเสียที่ไดจากเคร่ืองยนตโดยถาไอเสียท่ีไดเริ่มเปนสีเทาแสดงวาปริมาณน้ํามันที่เขาสูกระบอกสูบน้ันเพียงพอและเร่ิมท่ี
จะเผาไหมไมหมดแลว ซ่ึงถือวาเปนปริมาณเชื้อเพลิงสูงสุดที่จายใหแลวสามารถนําไปใชประโยชนไดหมด จากน้ันก็จะมีการ
ปรับเปลี่ยน laod ท่ีใหกับเครื่องยนตเพ่ือหาความสัมพันธของรอบเคร่ืองยนตกับ load โดยในการปรับ load แตละครั้งจําเปน
จะตองมีการปรับลิ้นเรงใหมโดยการสังเกตุไอเสียทุกครั้ง ดังนั้นการทดสอบแบบนี้คอนขางจะยุงยากสําหรับเครื่องยนตดีเซล
170
สาํ หรับการทดสอบเคร่ืองยนตดีเซลที่นยิ มอกี วิธหี นง่ึ ก็คอื การทดสอบท่ีความเร็วรอบของเคร่ืองยนตคงท่ี การทดสอบ
นี้จะปรับล้ินเรงของเครื่องไปตาม load ท่ีเปลี่ยนไปเพ่ือรักษาระดับความเร็วรอบของเคร่ืองยนตใหคงท่ี (สําหรับการควบคุมให
ความเร็วรอบของเครื่องยนตค งท่ีนน้ั อาจเปนการยากในทางปฏิบัติ จึงนิยมท่ีจะใหเกิดความคลาดเคล่ือนของรอบเครื่องยนตจาก
เดิมไปได 5 ถึง 10 %) โดยการทดสอบนี้จะมุงท่ีจะหาความสัมพันธของ bmep กับ sfc และ thermal efficiency ของเครื่องยนตท่ี
ความเร็วรอบทก่ี ําหนดน้นั เปน หลกั นอกจากนั้นการทดสอบโดยวิธีความเร็วรอบคงที่นี้ยังสามารถนํามาเขียนกราฟเพื่อใชหาคา
การสญู เสยี ทางกลโดย Willans line Method ไดดว ย
Willans line Metod
การหา friction power loss ของเคร่ืองยนตทําไดหลายวิธี วิธีการหนึ่งท่ีนิยมทําก็คือ Willans line Method วิธีการของ
Willans line Method ก็คือการ plot กราฟของอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในแกนต้ังและ brake power ในแกนนอน(สําหรับ
เอกสารอางอิงบางเลมอาจใช bmep หรือ brake power ก็ได) โดยทั่วไปกราฟจะตัดแกนตั้งที่คามากกวาศูนย น่ันคือจากจุดท่ี
เคร่ืองยนตเ ริ่มใหก าํ ลังเครอ่ื งยนตจ ะตองมอี ตั ราการสนิ้ เปลอื งเชื้อเพลงิ เปนบวก ตามรูปที่ 1
รูปท่ี 1 กราฟแสดงความสมั พันธของ sfc กับ
จากรปู กราฟทไ่ี ดท ่ัวๆไปเชนในรูปที่ 1 จะพบวากราฟในชวงแรกๆจะเปนเสนตรง ถึงประมาณ 75% ของกําลังเครื่องยนตสูงสุด
ดังน้ันในชวงตนๆถาเราพิจารณาวากราฟเปนเสนตรง จะทําใหเราตอกราฟนี้ออกไปได และกราฟนี้จะตัดแกนตั้งทางดานคา
กําลงั เครื่องยนตเปนลบตามท่ีแสดงเปนเสนปะในรูปท่ี 1 การตอกราฟน้ีอาจสามารถพิจารณาไดวาเม่ือเคร่ืองยนตไมไดใหกําลัง
เลยจะตองส้ินเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิงปริมาณหนึ่ง น้ํามันเช้ือเพลิงที่สิ้นเปลืองไปนั้นใชเพ่ือเอาชนะแรงเสียดทานของเคร่ืองยนต
ดังนนั้ การตอ กราฟออกไป จุดตดั ของกราฟจะหมายถึงกาํ ลังทตี่ อ งสญู เสียไปเนือ่ งจากแรงเสยี ดทาน pumping work และอ่นื ๆ
ขอเสียของวิธีการน้ีก็คือเราไมสามารถท่ีจะแนใจไดวาการตอกราฟออกไปน้ันความจริงแลวควรจะเปนเสนตรง
หรือไมหรือวาคาความผิดพลาดเมื่อประมาณการดวยเสนตรงจะมีคามากนอยเพียงใด นอกจากนี้วิธีการนี้ยังเหมาะเฉพาะกับ
เครือ่ งยนตดเี ซลเพราะไมมีการไหลผานลนิ้ เรง ทําใหอ ากาศเขา สเู ครอ่ื งยนตจ ะคงทจ่ี ตลอดเวลา
สําหรับการคํานวณหาคาประสิทธิภาพเชิงกลของเคร่ืองยนตน้ัน หากวาจากกราฟได friction power loss เทากับ Pf
และไดกําลังสูงสุดของเคร่ืองยนตเปน Pmax เราสามารถประมาณไดวา indicated power, Pi จะเทากับ Pmax+ Pf ดังนั้นจะได
ประสิทธิภาพเชิงกลซ่ึงตามนยิ ามมคี าเทากับ Brake Power ตอ ดวย Indicated Power หรือ
ηm = Pb = Pmax
Pi Pmax + Pf
171
อปุ กรณทดสอบ
ในการทดสอบเครื่องยนตดีเซลนี้ เคร่ืองยนตไดติดต้ังอยูบนไดนาโมมิเตอรที่ใชน้ําเปน load สําหรับรายละเอียดของเครื่องยนต
ท่ีใชมดี งั นี้
เครื่องยนต
Type Ford XLD 418
Engine No D 1870/1 TL
Bore 82.5 mm
Stroke 82.0 mm
Number of Cylinder 4
Swept Volume 1753 cc
Compression Ratio 21.5 to 1
Maximum Power 37 kW at 3600 RPM
Maximum Speed 5000 RPM
เคร่ืองมือทดสอบ
ไดนาโมมิเตอรท่ีใชทดสอบนั้นเปนแบบใชน้ําเปน load ซ่ึงสามารถปรับขนาดของ load ไดดวยการปรับอัตราการไหลของนํ้าท่ี
เขาสูไดนาโมมิเตอร รายละเอยี ดของไดนาโมมิเตอรและเครื่องมือวดั อ่ืนๆมีดังตอ ไปน้ี
Dynamometer Go-Power Systems
Make 450 kW
Capacity D 316
Type 10000 RPM
Maximum Speed Water
Load
Load Cell Revere Transducers Inc.
Make 363-D3-500-20P3
Type 0 - 500 lbs
Range 3.0 mV/V
Output
Air Flow Meter 42 in long x 27 in diameter
Drum Size 64.95 mm
Orifice Size 0.6
Coefficient of Discharge 100, 200 and 400 ml
Fuel Gage UCC 0-10 bar
Oil Pressure Gauge Zeal 20-150 °C
Oil Temperature Gage
172
ขนั้ ตอนการทดสอบ
การทดสอบเครือ่ งยนตดว ยวิธคี วามเรว็ รอบคงที่ 3
“ในระหวางการทดสอบเครื่องยนตจะมีช้ินสวนและระบบตางๆของเคร่ืองยนตมีอุณหภูมิสูงมาก ขอให
นกั ศกึ ษาทําการทดลองนี้ดว ยความระมดั ระวังอยางสงู ”
การติดเครอื่ งยนต
1. ตรวจวัดนํ้ามันเครื่องวามีปริมาณที่เหมาะสมหรือไม ถาน้ํามันเครื่องตํ่ากวาขีดท่ีกําหนดใหแจงเจาหนาท่ีท่ีควบคุม
หองปฎบิ ตั ิการใหท ราบ
2. เปด วาลว นํา้ ของนํ้าหลอ เยน็ และนํ้าทีใ่ ชเปน load ของเครอ่ื งยนต
3. เปดเคร่ืองสูบน้ําหลอเย็น ตรวจสอบดูวาทํางานปกติหรือไม จากน้ันปรับอัตราการไหลใหเหมาะสม(ประมาณ 18 - 20 ลิตร
ตอ นาท)ี
4. ปรับ load ใหต่ํา โดยเปด วาลว นํ้าเขาไดนาโมมิเตอรเพียงเลก็ นอ ย
5. เปด วาลวน้ํามนั จากถงั นา้ํ มนั เขา สเู ครอ่ื งยนต
6. เปด สวติ ชไ ฟไฟแดงบนแผงบังคับจะตดิ จากนัน้ กดปมุ start เครื่องยนต
7. ในการกดปุม start ไมควรจะกดแชนานกวา 10 วินาที ถาเครื่องยนตไมติดใหปลอยปุมกอนแลวคอยลองกดใหม และเมื่อ
เครือ่ งยนตต ดิ แลว ใหป ลอ ยปุม start ทันที
8. ในระหวา งนอ้ี าจมกี ารปรบั อตั ราการจา ยน้ํามันใหเ หมาะสม
การทดสอบ
การทดสอบน้คี วรจะใชค นรว มปฏบิ ตั กิ ารและจดบันทกึ คาประมาณ 4 คนเปนอยางตา่ํ คอื
− คนที่ 1 คอยตรวจสอบคา แรงดันน้ํามันเครือ่ ง อุณหภูมินํ้ามันเครือ่ ง และควบคุมการติดเครอ่ื งยนต
− คนท่ี 2 คอยอานคาอุณหภูมิจุดตางๆ, torque และความเร็วรอบ พรอมท้ังควบคุมการจายน้ํามันเชื้อเพลิงเพื่อใหไดความเร็ว
รอบตามตองการ
− คนท่ี 3 ตรวจจบั อัตราการสน้ิ เปลืองน้าํ มนั เช้ือเพลงิ อตั ราการไหลของอากาศ
− คนที่ 4 เปน ผคู วบคุมการไหลของนํา้ เขาไดนาโมมิเตอรและบันทึกความดนั ของนํ้าทเ่ี ขาสไู ดนาโมมิเตอร
ข้ันตอน
1. ในกรณีท่เี ครื่องเย็นอยูกอนเมอ่ื เคร่อื งตดิ แลวควรปลอยใหเครื่องเดินเบาประมาณ 5 นาที จึงเริ่มทําการทดสอบ
2. ที่ load เบาท่ีสุด ปรับการจายเช้ือเพลิงเพื่อใหรอบการทํางานเปนไปตามที่กําหนด (ความเร็วรอบจะไดรับการกําหนดจากผู
ควบคุมการปฏิบัติการ) โดยประมาณวาสามารถมีความผิดพลาดไดไมเกิน 5% เม่ือไดความเร็วรอบตามตองการแลวบันทึก
คา ตางๆทีต่ อ งการลงในตาราง(ดคู าทต่ี อ งการใน test sheet)
3. สาํ หรบั การวัดอตั ราการไหลของนํ้ามันเชื้อเพลิงใหใชน าฬิกาจับเวลาตรวจจับอัตราน้ํามันเชื้อเพลิงที่เครื่องยนตใช โดยใชถัง
ตวงท่ีติดมากับชดุ จา ยน้ํามันของเครอ่ื งยนตและตดิ ต้ังอยบู ริเวณผนังหอง
4. เปล่ียนแปลงใหอัตราการไหลของนํ้าเขาไดนาโมมิเตอรเพิ่มข้ึน จากน้ันปรับการจายน้ํามันเพ่ือใหรอบกลับมาคงท่ี
เหมือนเดิม ระวังในการเพ่ิม load นั้นถามากข้ึนอยางรวดเร็วอาจทําใหเครื่องยนตดับได และเมื่อไดความเร็วรอบท่ีตองแลว
จงึ การบันทกึ คา ลงในตาราง
3 รปู แสดงสว นตา งๆของเครอ่ื งมอื ทดสอบอยูในภาคผนวกทา ยเอกสารนี้
173
5. การทดสอบน้ีจะทําจาก load ต่ําสุดคอยๆเพ่ิมข้ึนจนกระทั่งถึง load สูงสุด โดยจะตองมี data points ไมนอยกวา 6 จุด และ
เม่ือถึง load สูงสุดแลวก็ทําการทดสอบซ้ําเดิมโดยเปนวิธีการลด load จากสูงสุดถึงต่ําสุด ดังน้ัน data points รวมท้ังหมดไม
ควรจะต่าํ กวา 10 จดุ
6. เม่ือทดสอบเสร็จสิ้นแลวใหปดเครื่องยนต ปดวาลวจายนํ้ามัน ปดนํ้าเขาไดนาโมมิเตอร และปลอยใหเคร่ืองสูบนํ้าหลอเย็น
ทาํ งานตอสกั ระยะหน่งึ จนกระท่งั เครอื่ งยนตเ ย็นลงพอสมควรแลวจงึ ปดเครอื่ งสบู น้ํา
7. ปด วาลวน้ําท้งั หมด ปด สวิตชไฟ ถา เคร่ืองยนตจะไมใชง านเปน เวลานาน ใหถอดขั้วแบตเตอร่ดี วย
การประเมนิ ผล
1. เขยี นกราฟแสดงความสัมพนั ธระหวา ง fuel consumption, sfc, thermal efficient กบั bmep
2. เขยี นกราฟแสดงความสมั พนั ธระหวาง bmep, sfc กบั A/F
3. เขียนกราฟแสดงความสัมพันธระหวาง fuel consumption กับ brake power และหาคา mechanical efficiency ดวยวิธี
Willans line method
เอกสารอา งองิ
Heywood, J.B., “Internal Combustion Engines Fundametals,” McGraw-Hill, 1988.
Obert, E.F., “Internal Combustion Engines,” 3rd ed., International Text Company, 1968.
Ferguson, C.R., “Internal Combustion Engines: Applied Thermosciences,” Wiley,1986.
Ganesan, V., “Internal Combustion Engines,” McGraw-Hill, 1994.
PLINT & PARTNERS Ltd. : MANUAL#TE20/A: Instructional Test & Experiments On Internal Combustion Engines.
TEST S
Diesel Engine: Co
Engineer : ID No. :
Engine: FORD XLD 418; 4 Bore : 82.5 Stroke : 82 Air T
Cyl. mm
bmep mm °C
TACH Brake Powe
O Load r (kN/m2) time FUEL Exh.
(sec/cc)
(RPM) (N-m) (kW) time sfc ep
(°C
(liter/hr) (l/kW.hr)
174
SHEET
onstant Speed Test
Group : Date :
Temp Air Pressure Fuel :
mmHg
.Tm Air Engine Colling Oil Oil Dyno.
p Water Temp P. P
C) (cm H2O) In out Rate (°C) (Bar) (Bar)
(°C) (°C) (l/min)
น้ําเยน็ เขา รปู แสดงสว นประกอบของเค
ถังนาํ้ มัน
มาตรวัดนํ้ามัน
หนาปท ม
เครื่องยนต
ระบบนา้ํ หลอเย็น
ระบายนํ้าลน
Air Flow Meter and Air
Box
175
ครื่องมือและอุปกรณท ดสอบ
น้ําเขา
มาตรวัดความดัน
น้ําออก
ไดนาโมมิเตอร
RPM Torqu Tem
e p
หนว ยแสดงขอ มูล