The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by got.2312, 2021-04-20 09:55:35

ขนมไทย

ขนมไทย

นายภูธเนศ อนิ ทร์สำราญ
63121890125

สารบัญ หนา้ ท่ี
3
เรอ่ื ง 4
ประวัตขิ นมไทย 5
การแบ่งประเภทของขนมไทย 8
วตั ถดุ ิบในการปรงุ ขนมไทย 13
ขนมไทยแตล่ ะภาค
ขนมในพธิ ีกรรมและงานเทศกาล 16
17
ขนมไทยทไ่ี ด้รับอทิ ธพิ ลจากขนมของชาติอ่นื
บรรณานุกรม

ประวัติ

ในสมยั โบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านนั้ เปน็ ต้นว่างานทำบุญ งานแต่ง
เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนดิ จำเปน็ ตอ้ งใช้กำลังคนอาศยั
เวลาในการทำพอสมควร ส่วนใหญ่เป็น ขนบประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงาน
แต่งงาน ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตา
สวยงาม ประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงามขนมไทยดั้งเดิม มี
สว่ นผสมคอื แป้ง นำ้ ตาล กะทิ เท่านน้ั ส่วนขนมที่ใช้ไขเ่ ป็นส่วนประกอบ เช่น ทองหยิบ

ทองหยอด เม็ดขนุน นั้น มารี กีมาร์ เดอ ปีนา (ท้าวทองกีบม้า) หญิงสาวชาวโปรตุเกส
เป็นผู้นำสูตรมาจากโปรตเุ กสขนมไทยที่นิยมทำกันทุกๆ ภาคของประเทศไทย ในพิธีการ
ต่างๆ ก็คือขนมจากไข่ และเชื่อกันว่าชื่อและลักษณะของขนมนั้นๆ เช่น รับประทาน
ฝอยทอง เพื่อหวังให้อยู่ด้วยกันยืดยาว มีอายุยืน รับประทาน ขนมชั้นก็ให้ได้เลื่อนข้ัน
เงินเดือน รับประทาน ขนมถ้วยฟูก็ขอให้เจริญ รับประทานขนมทองเอก ก็ขอให้ได้เป็น
เอก เปน็ ต้นในสมยั รชั กาลที่ 1 มีการพิมพต์ ำราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงตำราขนมไทย

ด้วย จึงนับได้ว่าวัฒนธรรมขนมไทยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ตำรา
อาหารไทยเล่มแรกคอื แม่ครัวหวั ป่าก์ต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึน้ ในตลาดมีขนมนานาชนิด
มาขาย และนับวา่ เปน็ ยุคทข่ี นมไทยเป็นที่นิยม

การแบ่งประเภทของขนมไทย

แบ่งตามวธิ กี ารทำใหส้ ุกไดด้ งั นี้

• ขนมที่ทำใหส้ กุ ดว้ ยการกวน สว่ นมากใช้กระทะทอง กวนตัง้ แตเ่ ปน็ น้ำเหลวใส จ น
งวด แล้วเทใส่พิมพ์หรือถาดเมื่อเย็นจึงตัดเป็นชิ้น เช่น ตะโก้ ขนมลืมกลืน ขนม
เปียกปูน ขนมศิลาอ่อน และผลไม้กวนต่าง ๆ รวมถึงข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียว
แกว้ และกะละแม

• ขนมที่ทำให้สุกด้วยการน่ึง ใช้ลงั ถงึ บางชนิดเทสว่ นผสมใส่ถว้ ยตะไลแล้วนึ่ง บาง
ชนิดใส่ถาดหรือพิมพ์ บางชนิดห่อด้วยใบตองหรือใบมะพร้าว เช่น ช่อม่วง ขนม
ชน้ั ขา้ วตม้ ผดั สาลอ่ี อ่ น สังขยา ขนมกลว้ ย ขนมตาล ขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ขนม
นำ้ ดอกไม้ ข้าวเกรยี บปากหม้อ

• ขนมทีท่ ำให้สกุ ดว้ ยการเชอ่ื ม เปน็ การใสส่ ว่ นผสมลงในน้ำเชื่อมท่กี ำลังเดอื ดจนสุก
ไดแ้ ก่ ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง เม็ดขนนุ กล้วยเช่ือม จาวตาลเช่อื ม

• ขนมท่ีทำให้สุกด้วยการทอด เปน็ การใสส่ ่วนผสมลงในกระทะที่มีน้ำมันร้อนๆ จน
สุก เช่น กลว้ ยทอด ข้าวเมา่ ทอด ขนมกง ขนมค้างคาว ขนมฝักบัว ขนมนางเลด็

• ขนมที่ทำให้สุกด้วยการน่ึงหรืออบ ได้แก่ ขนมหม้อแกง ขนมหน้านวล ขนมกลบี
ลำดวน ขนมทองม้วน สาลี่แข็ง นอกจากนี้ อาจรวม ขนมครก ขนมเบื้อง ขนม
ดอกลำเจียกทใ่ี ช้ความร้อนบนเตาไว้ในกลมุ่ น้ดี ว้ ย

• ขนมทที่ ำให้สุกด้วยการต้ม ขนมประเภทนี้จะใชห้ มอ้ หรอื กระทะต้มน้ำให้เดือด ใส่
ขนมลงไปจนสุกแล้วตักขึ้น นำมาคลุกหรือโรยมะพร้าว ได้แก่ ขนมถั่วแปบ ขนม
ต้ม ขนมเหนียว ขนมเรไร นอกจากนี้ยังรวมขนมประเภทน้ำ ที่นิยมนำมาต้มกับ
กะทิ หรือใส่แป้งผสมเป็นขนมเปียก และขนมที่กินกับน้ำเชื่อมและน้ำกะทิ เชน่
กลว้ ยบวชชี มันแกงบวด สาคเู ปียก ลอดชอ่ ง ซ่าหรม่ิ

วตั ถดุ ิบในการปรงุ ขนมไทย
ขนมไทยสว่ นใหญ่ทำมาจากข้าวและจะใช้สว่ นประกอบอื่นๆ เช่น สี ภาชนะ กล่ินหอมจา
กรรมชาติ ข้าวที่ใช้ในขนมไทยมีทั้งใช้ในรูปข้าวทั้งเม็ดและข้าวที่อยู่ในรูปแป้ง
นอกจากนั้นยังมีวัตถุดิบอื่นๆ เช่น มะพร้าว ไข่ น้ำตาล ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียด
ดังต่อไปน้ี

ขา้ วและแปง้
การนำข้าวมาทำขนมของคนไทยเริ่มตั้งแต่ข้าวไม่แก่จัด ข้าวอ่อนที่เป็นน้ำนม นำมาทำ
ขา้ วยาคู พอแกข่ ้ึนอกี แตเ่ ปลือกยังเปน็ สีเขียวนำมาทำข้าวเม่า ขา้ วเม่าท่ีได้นำไปทำขนม
ได้อีกหลายชนดิ เช่น ข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่าบด ข้าวเม่าหมี่ กระยาสารท ข้าวเจ้าที่เหลอื
จากการรับประทาน และที่นำไปทำเป็นแป้ง เช่น แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว
นอกจากนั้นยังใช้แป้งมันสำปะหลังด้วย ส่วนแป้งสาลีมีใช้น้อย มักใช้ในขนมที่ได้รับ
อิทธิพลจากตา่ งชาติ

มะพรา้ วและกะทิ
มะพร้าวนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของขนมไทยได้ตั้งแต่มะพร้าวอ่อนจนถึงมะพร้าวแก่
ดังนี้ [2]

• มะพร้าวอ่อน ใช้เนือ้ ผสมในขนม เชน่ เปียกสาคู วุ้นมะพร้าว สงั ขยามะพร้าวออ่ น
• มะพร้าวทึนทึก ใช้ขูดฝอยทำเป็นไส้กระฉีก ใช้คลุกกับข้าวต้มมัดเป็นข้าวต้มหัว

หงอก และใช้เป็นมะพร้าวขูดโรยหน้าขนมหลายชนิด เช่น ขนมเปียกปูน ขนม
ข้ีหนู ซึ่งถอื เป็นเอกลกั ษณอ์ ย่างหนง่ึ ของขนมไทย[3]
• มะพร้าวแก่ นำมาคน้ั เป็นกะทิก่อนใสใ่ นขนม นำไปทำขนมได้หลายแบบ เช่น ต้ม
ผสมกบั ส่วนผสม เช่นกลว้ ยบวชชี แกงบวดต่างๆ หรอื ตักหัวกะทิราดบนขนม เช่น
สาคเู ปยี ก ซ่าหริ่ม บัวลอย
น้ำตาล
แต่เดิมนั้นน้ำตาลที่นำมาใช้ทำขนมคือน้ำตาลจากตาลหรือมะพร้าว ในบางท้องที่ใช้
นำ้ ตาลอ้อย น้ำตาลทรายถูกนำมาใช้ภายหลัง

ไข่
เริ่มเป็นส่วนผสมของขนมไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งได้รับอิทธิพล
จากขนมของโปรตุเกส ไข่ที่ใช้ทำขนมนี้จะตีให้ขึ้นฟู ก่อนนำไปผสม ขนมบางชนิดเช่น
ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ต้องแยกไข่ขาวและไข่แดงออกจากกัน แล้วใช้แต่ไข่แดง
ไปทำขนม

ถว่ั และงา
ถวั่ และงาจดั เป็นสว่ นผสมทสี่ ำคัญในขนมไทย การใช้ถ่ัวเขียวนึ่งละเอียดมาทำขนมพบได้
ตง้ั แตส่ มยั อยธุ ยา เชน่ ขนมพมิ พถ์ ัว่ ทำด้วยถัว่ เหลอื งหรือถัว่ เขยี วกวนมาอัดใส่พิมพ์[4] ถั่ว
และงาทน่ี ิยมใช้ในขนมไทยมีดงั นี[้ 5]

• ถวั่ เขยี วเลาะเปลือก มชี อื่ เรยี กหลายช่อื เชน่ ถัว่ ทอง ถ่วั ซีก ถั่วเขียวที่ใช้ต้องล้าง
และแช่นำ้ ค้างคนื ก่อนเอาไปนึง่

• ถวั่ ดำ ใช้ใส่ในขนมไทยไม่ก่ชี นิด และใสท่ ้งั เม็ด เช่น ขา้ วต้มมัด ขา้ วหลาม ถ่ัวดำ
ตม้ นำ้ ตาล ขนมถั่วดำ

• ถัว่ ลิสง ใช้นอ้ ย ส่วนใหญใ่ ช้โรยหน้าขนมผักกาดกวน ใสใ่ นขนมจ่ามงกุฎ ใส่ในรูป
ท่คี ว่ั สุกแล้ว

• งาขาวและงาดำ ใส่เป็นส่วนผสมสำคัญในขนมบางชนิดเช่น ขนมเทียนสลัดงา
ขนมแดกงา

กล้วย
กล้วยมีส่วนเกี่ยวข้องกับขนมไทยหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมกล้วย กล้วยกวน กล้วย
เชือ่ ม กล้วยแขกทอด หรือใชก้ ล้วยเปน็ ไส้ เชน่ ข้าวต้มมัด ขา้ วเหนยี วป้ิงไส้กล้วย ข้าวเม่า
กล้วยที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยแต่ละชนิดเมื่อนำมาทำขนมบางครั้งจะให้สี
ต่างกนั เช่น กล้วยนำ้ วา้ เมือ่ นำไปเช่อื มใหส้ แี ดง กล้วยไขใ่ ห้สีเหลอื ง เป็นตน้

สี
สีท่ีได้จากธรรมชาติและใช้ในขนมไทย มดี งั นี้

• สเี ขยี ว ได้จากใบเตยโขลกละเอียด คนั้ เอาแต่นำ้
• สนี ำ้ เงนิ จากดอกอัญชัน เด็ดกลบี ดอกอญั ชนั แช่ในนำ้ เดอื ด ถ้าบบี น้ำมะนาวลงไป

เล็กนอ้ ยจะไดส้ มี ่วง
• สเี หลอื งจากขม้ินหรอื หญ้าฝรั่นหรือก้านดอกกรรณกิ าร์
• สแี ดงจากคร่งั
• สีดำจากกาบมะพร้าวเผาไฟ นำมาโขลกผสมนำ้ แล้วกรอง

กลนิ่ หอม
กลน่ิ หอมทีใ่ ช้ในขนมไทยได้แก่

• กล่นิ น้ำลอยดอกมะลิ ใชด้ อกมะลทิ เ่ี กบ็ ในตอนเช้า แช่ลงในนำ้ ต้มสุกทเี่ ยน็ แล้วให้
กา้ นจุม่ อย่ใู นน้ำ ปดิ ฝาทงิ้ ไว้ 1 คนื รุ่งขึน้ จึงกรอง นำนำไปใชท้ ำขนม

• กลิ่นดอกกระดังงา นิยมใช้อบขนมแห้ง โดยเด็ดกลีบกระดังงามาลนเทียนอบให้
หอม ใส่

ขวดโหลท่ใี ส่ขนมไว้ ปดิ ฝาใหส้ นิท
• กลิ่นเทยี นอบ จดุ ไฟทป่ี ลายเทยี นอบทัง้ สองข้างให้ลกุ สักครู่หน่ึงแล้วดับไฟ วางลง
ในถว้ ยตะไล ใสใ่ นขวดโหลทีใ่ สข่ นม ปิดผาใหส้ นทิ
• กลิ่นใบเตย หัน่ ใบเตยทีล่ ้างสะอาดเปน็ ท่อนยาว ใส่ลงไปในขนม

ขนมไทยแตล่ ะภาค
ขนมไทยภาคเหนือ
ส่วนใหญ่จะทำจากข้าวเหนียว และส่วนใหญ่จะใช้วิธีการต้ม เช่น ขนมเทียน ขนมวง

ข้าวต้มหัวหงอก มักทำกันในเทศกาลสำคัญ เช่นเข้าพรรษา สงกรานต์ขนมที่นิยมทำใน
งานบุญเกือบทุกเทศกาลคือขนมเทียนหรือขนมจ๊อก ขนมที่หาซื้อได้ทั่วไปคือ ขนมปาด
ซึ่งคล้ายขนมศิลาอ่อน ข้าวอีตูหรือข้าวเหนียวแดง ข้าวแตนหรือข้าวแต๋น ขนมเกลือ
ขนมทีม่ รี ับประทานเฉพาะฤดูหนาว ได้แก่ ข้าวหนุกงา ซงึ่ เป็นงาค่ัวตำกับข้าวเหนียว ถ้า
ใส่น้ำอ้อยด้วยเรียกงาตำอ้อย ข้าวแคบหรือข้าวเกรียบว่าว ลูกก่อ ถั่วแปะยี ถั่วแระ ลูก
ลานต้มในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขนมพื้นบ้านได้แก่ ขนมอาละหว่า ซึ่งคล้ายขนมหม้อแกง

ขนมเปงม้ง ซึ่งคล้ายขนมอาละหว่าแต่มีการหมักแป้งให้ฟูก่อน ขนมส่วยทะมินทำจาก
ขา้ วเหนยี วนงึ่ นำ้ ตาลอ้อยและกะทิ ในช่วงที่มีนำ้ ตาลอ้อยมากจะนิยมทำขนมอกี 2 ชนิด
คือ งาโบ๋ ทำจากน้ำตาลอ้อยเคี่ยวให้เหนียวคล้ายตังเมแล้วคลุกงา กับ แปโหย่ ทำจาก
นำ้ ตาลออ้ ยและถวั่ แปยี มีลกั ษณะคล้ายถว่ั ตัด

ขนมไทยภาคกลาง
ส่วนใหญท่ ำมาจากขา้ วเจา้ เช่น ข้าวตงั นางเลด็ ข้าวเหนยี วมูน และมขี นมทห่ี ลุดลอดมา
จากร้วั วงั จนแพร่หลายสู่สามัญชนทว่ั ไป เช่น ขนมกลบี ลำดวน ลกู ชุบ หมอ้ ข้าวหม้อแกง

ฝอยทอง ทองหยิบ ขนมตาล ขนมกล้วย ขนมเผอื ก เปน็ ตน้

ขนมไทยภาคอีสาน
เปน็ ขนมทท่ี ำกันงา่ ยๆ ไม่พถิ พี ิถนั มากเหมอื นขนมภาคอน่ื ขนมพ้นื บา้ นอีสานไดแ้ ก่ ข้าวจ่ี
บายมะขามหรือมะขามบ่ายข้าว ข้าวโป่ง นอกจากนั้นมักเป็นขนมในงานบุญพิธี ที่

เรียกว่า ข้าวประดับดิน โดยชาวบ้านนำข้าวที่ห่อใบตอง มัดด้วยตอกแบบข้าวต้มมัด
กระยาสารท ข้าวทิพย์ ข้าวยาคูขนมพื้นบา้ นของจังหวัดเลยมักเป็นขนมง่ายๆ เช่น ข้าว
เหนยี วนง่ึ จมิ้ นำ้ ผ้ึง ข้าวบา่ ยเกลอื คอื ขา้ วเหนียวป้นั เป็นก้อนจ้ิมเกลือให้พอมรี สเค็ม ถ้ามี
มะขามจะเอามาใส่เป็นไส้เรียกมะขามบ่ายข้าว น้ำอ้อยกะทิ ทำด้วยน้ำอ้อยที่เคี่ยวจน
เหนียว ใส่ถั่วลิสงคั่วและมะพร้าวซอย ข้าวพองทำมาจากข้าวตากคั่วใส่มะพร้าวหั่นเป็น
ชิ้นๆ และถั่วลิสงคั่ว กวนกับน้ำอ้อยจนเหนียวเทใส่ถาด ในงานบุญต่างๆจะนิยมทำขนม

ปาด (คลา้ ยขนมเปยี กปนู ของภาคกลาง) ลอดชอ่ ง และขนมหมก (แปง้ ข้าวเหนยี ว
โม่ ปั้นเป็นก้อนกลมใส่ไสก้ ระฉีก ห่อเปน็ สามเหลี่ยมคล้ายขนมเทียน นำไปนงึ่ )

ขนมไทยภาคใต้
ชาวใต้มีความเชื่อในเทศกาลวันสารท เดือนสิบ จะทำบุญด้วยขนมที่มีเฉพาะในท้องถน่ิ
ภาคใต้เท่านน้ั เช่น ขนมลา ขนมพอง ข้าวต้มห่อดว้ ยใบกะพอ้ ขนมบา้ หรือขนมลูกสะบ้า

ขนมดีซำหรือเมซำ ขนมเจาะหหู รอื เจาะรู ขนมไขป่ ลา ขนมแดง เป็นตน้ ตวั อยา่ งของขนม
พื้นบา้ นภาคใต้ได้แก่ ขนมหนา้ ไข่ ทำจากแป้งข้าวเจ้านวดกับน้ำตาล นำไปนึ่ง หน้าขนม
ทำด้วย กะทิผสมไข่ น้ำตาล เกลือ ตะไคร้และหัวหอม ราดบนตัวขนม แล้วนำไปนึ่งอกี
ครงั้ ขนมฆมี ันไม้ เป็นขนมของชาวไทยมุสลิม ทำจากมนั สำปะหลงั นำไปต้มใหส้ กุ โรยดว้ ย
แป้งขา้ วหมาก เกบ็ ไว้ 1 คนื 1 วันจงึ นำมารบั ประทานขนมจู้จุน ทำจากแป้งข้าวเจ้านวด
กับน้ำเชื่อม แล้วเอาไปทอด มีลักษณะเหนยี วและอมน้ำมันขนมคอเปด็ ทำจากแป้งข้าว

เจ้าผสมกับแป้งข้าวเหนียว นวดรวมกับไข่ไก่ รีดเป็นแผ่น ตัดเป็นชิ้นๆ เอาไปทอด สุก
แล้วเอาไปเคล้ากับน้ำตาลโตนดที่เคี่ยวจนเหนียวข้นขนมคนที ทำจากใบคนที ผสมกับ
แปง้ และน้ำตาล นึง่ ให้สกุ คลกุ กับมะพรา้ วขูด จิ้มกบั น้ำตาลทรายขนมกอแหละ ทำจาก
แป้งข้าวเจ้ากวนกับกะทิและเกลือ เทใส่ถาด โรยต้นหอม ตัดเป็นชิ้นๆ โรยหน้าด้วย
มะพร้าวขูดค่ัว กุ้งแหง้ ป่น และนำ้ ตาลทรายขนมก้านบัว ทำจากข้าวเหนียวนึ่งสุก นำไป
โขลกด้วยครกไม้จนเป็นแป้ง รีดให้แบน ตากแดดจนแห้ง ตัดเป็นรปู ส่เี หล่ยี มผนื ผ้า ทอด

ให้สุก ฉาบด้วยน้ำเชื่อมข้าวเหนียวเชงา เป็นข้าวเหนียวนึง่ สุก ตำผสมกับงาและน้ำตาล
ทรายขา้ วเหนียวเสือเกลือก คล้ายขา้ วโพดคลุกของภาคกลางแตเ่ ปลยี่ นข้าวโพดเป็นข้าว
เหนยี วนง่ึ สกุ และใส่กะทิด้วยขี้หมาพองเช มีลักษณะเปน็ ก้อนๆ ทำจากข้าวเหนียวค่ัวสุก
จนเป็นสีน้ำตาล ตำให้ละเอยี ดเคลา้ กับมะพร้าวขูด นำ้ ตาลโตนดทีเ่ คยี่ วจนข้น เคล้ให้เข้า
กันดี แล้วปัน้ เป็นกอ้ นขนมดาดา เป็นขนมของชาวไทยมสุ ลิม ใชใ้ นโอกาสเดียวกับฆานม
ประกอบด้วยข้าวเจ้า ข้าวเหนียวผสมน้ำบดให้ละเอียด นำไปละเลงในกระทะที่มีน้ำมนั

ร้อนๆ พับให้เปน็ แผน่ กนิ กบั น้ำตาลเหลวขนมกรบุ นิยมทำกันในจังหวัดสรุ าษฎร์ธานี ใช้
แปง้ ขา้ วเหนียวนวดกบั น้ำอนุ่ นำไปรีดใหแ้ ผบ่ างบนใบตอง นำไปน่งึ แลว้ ตากแดดใหแ้ ห้ง
แล้วทอดให้กรอบคลุกกับนำ้ ตาลท่เี คี่ยวเปน็ ยางมะตูมขนมกอ้ งถ่ึง ทำจากถั่วลิสงคัว่ คลุก
กบั นำ้ ตาลร้อนๆ แลว้ ใชไ้ มท้ บุ ให้ละเอียดจนเป็นแผ่น ตดั เป็นชิน้ ขนมดว้ ง ทำจากแป้งมัน
และแป้งข้าวจ้าว นวดด้วยน้ำดอกมะลิ ปั้นเป็นก้อนยาวขนาดประมาณสี่เซนติเมตร
นำไปน่ึง เมอื่ สกุ ใหน้ ำมาจดั จาน โดยโรยด้วยมะพร้าวขูดหรอื น้ำตาลทราย

ขนมในพธิ ีกรรมและงานเทศกาล
ขนมไทยมีส่วนร่วมในวิถีชีวิตไทยในทุกเทศกาลและโอกาสต่างๆ แสดงใหเ้ ห็นถึงความผูกพัน
และเปน็ ส่วนสำคัญของวฒั นธรรมไทยตง้ั แต่สมยั โบราณ ขนมท่ใี ชใ้ นงานเทศกาลและพิธีกรรม
ตา่ งๆของไทยตลอดท้งั ปสี รปุ ได้ดังน้ีขนมไทยในงานเทศกาล

• งานตรุษสงกรานต์ ท่พี ระประแดง และราชบุรี ใชก้ ะละแมเป็นขนมประงานตรษุ

• สารทไทย เดอื น 10 ทกุ ภาคยกเว้นภาคใต้ ใช้กระยาสารทเปน็ ขนมหลัก นอกจากน้ัน
อาจมี ข้าวยาคู ข้าวมธุปายาส ข้าวทิพย์ ส่วนทางภาคใต้ จะมี ขนมสารทเดือนสิบ
โดยใช้ขนมลา ขนมพอง ขนมทอ่ นใต้ ขนมบ้า ขนมเจาะหหู รือขนมดซี ำ ขนมต้ม (ขา้ ว
เหนียวใส่กะทิห่อใบกะพอ้ ต้ม ต่างจากขนมต้มของภาคกลาง) ยาสาด (กระยาสารท)
ยาหนม (กะละแม) [12] โดยขนมแต่ละชนิดที่ใช้มีความหมายคือ ขนมพอง เป็นแพ
พาข้ามห้วงมหรรณพ ขนมกงหรือขนมไข่ปลา เป็นเครื่องประดับ ขนมดีซำเป็นเงิน
เบ้ียสำหรบั ใช้สอย ขนมบ้า ใช้เปน็ ลกู สะบา้ ขนมลาเป็นเสอ้ื ผา้ แพรพรรณ [14]

• เทศกาลออกพรรษา การตักบาตรเทโว เดือน 11 นิยมทำข้าวต้มผัดห่อด้วยใบตอง
หรือใบอ้อย ธรรมเนียมนี้มาจากความเชื่อทางศาสนาที่ว่า เมื่อประชาชนไปรอรับ
เสดจ็ พระพุทธเจ้าเม่ือทรงพุทธดำเนินจากเทวโลกกลบั สู่โลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสะ
ชาวเมืองที่ไปรอรับเสด็จได้นำข้าวต้มผัดไปเป็นเสบียงระหว่างรอ[12] บางท้องที่มี
การทำข้าวตม้ ลกู โยนใส่บาตรด้วยเช่น ชาวไทยเช้ือสายมอญทจี่ ังหวัดราชบรุ ี [13]

• ในช่วงออกพรรษา ท่ีจังหวดั นครศรีธรรมราชมีประเพณลี ากพระและตกั บาตรหน้าล้อ
ซ่งึ จะใชข้ นมสองชนดิ คือ หอ่ ตม้ (ข้าวเหนียวผัดกะทหิ อ่ เป็นรปู สามเหลยี่ มดว้ ยใบพ้อ)
และห่อมัด (เหมือนห่อต้มแต่ห่อด้วยใบจากหรือใบมะพร้าวอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยมใช้
เชือกมดั ) [15]

• ในชว่ งถอื ศลี อดในเดอื นรอมฎอน ชาวไทยมสุ ลมิ นิยมรับประทานขนมอาเกา๊ ะ[16]

• เดือนอ้าย มีพระราชพิธีเลี้ยงขนมเบื้อง เมื่อพระอาทิตย์โคจรเข้าราศีธนู นิมนต์
พระสงฆ์ 80รปู มาฉันขนมเบ้ืองในพระที่นั่งอมรนิ ทรวนิ ิจฉยั [17]

• เดือนอ้ายในจงั หวัดนครศรีธรรมราชมีประเพณีให้ทานไฟ โดยชาวบ้านจะก่อไฟและ
เชิญพระสงฆ์มาผงิ ไฟ ขนมที่ใช้ในงานน้ีมี ขนมเบื้อง ขนมครก ขนมกรอก ขนมจูจุน
กลว้ ยแขก

ข้าวเหนยี วกวน ขนมกรุบ ขา้ วเกรียบปากหม้อ ) [15]

• เดือนสาม ทางภาคอีสานมีประเพณีบญุ ข้าวจี่ ซง่ึ จะทำข้าวจ่ไี ปทำบุญทว่ี ดั [18]

• ชาวไทยมสุ ลิมมปี ระเพณกี วนขนมอาซูรอในวนั ที่ 10 ของเดอื นมูฮรอม[11]

ขนมไทยในพิธกี รรมและความเชือ่

• การสะเดาะเคราะห์และแก้บนของศิลปินวายงั -มะโย่งของชาวไทยมสุ ลิมทางภาคใต้
ใช้ขา้ วเหนยี วสามสี (ขาว เหลือง แดง) ข้าวพอง (ฆแี น) ข้าวตอก (มือเตะ) รา (กาหะ)
และขนมเจาะหู (ลงี อโตะ๊ แว)[19]

• ในพิธีเข้าสุหนัต ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน นำเรือใหม่ลงน้ำ ชาวไทยมุสลิมนิยมทำขนม
ฆานม

• ขนมที่ใช้ในงานแต่งงาน ในภาคกลางนอกกรุงเทพฯออกไปจะมีขนมกงเป็นหลัก
นอกจากนน้ั มที องเอก ขนมชะมด ขนมสามเกลอ ขนมโพรงแสม ขนมรังนก บางแห่ง
ใช่ขนมพระพายและขนมละมุดก็มี ในบางท้องถิน่ ใช้ กะละแม ข้าวเหนียวแดง ข้าว
เหนียวแกว้ ขนมชนั้ ขนมเปียก ขนมเปย๊ี ะ ถ้าเปน็ ตอนเช้า ยงั ไมถ่ งึ เวลาอาหาร จะมี
การเลี้ยงของว่างเรียก กินสามถ้วย ได้แก่ ข้าวเหนียวน้ำกะทิ ข้าวตอกนำกะทิ
ลอดช่องน้ำกะทิ บางแห่งใช้ มันน้ำกะทิ เม็ดแมงลกั น้ำกะท[ิ 20] บางท้องถิน่ ใช้ขนม
ตม้ ด้วย

• พิธีแต่งงานของชาวไทยมุสลิม จะมีพิธีกินสมางัตซึ่งเป็นการป้อนข้าวและขนมให้
เจ้าบ่าวเจ้าสาว ขนมที่ใช้มี กะละแมหรือขนมดอดอย ขนมก้อหรือตูปงปูตู ขนมลา
และขา้ วพอง

• ขนมที่ใช้ในงานบวชและงานทอดกฐินของชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรี
ไดแ้ ก่ ขนมปลาหางดอก และลอดช่องน้ำกะท[ิ 13]

• ในงานศพ ชาวไทยเชอื้ สายมอญในจงั หวัดราชบุรีนยิ มเลีย้ งเม็ดแมงลักนำ้ กะทิ [13]

• การบูชาเทวดาในพิธีกรรมใดๆ เช่น ยกเสาเอก ต้ังศาลพระภูมใิ ช้ขนมตม้ แดง ขนมตม้
ขาว เป็นหลักในเครื่องสังเวยชุดธรรมดา [22] ชุดใหญ่เพิ่ม ข้าวตอก งาคั่ว ถั่วทอง
ฟักทองแกงบวด ในพิธีทำขวัญจุกใช้ขนมต้มขาวต้มแดงด้วยเช่นกัน [23] เครื่อง
กระยาบวชในการไหวค้ รเู พอ่ื ทำผงอิทธเิ จ ใชข้ นมตม้ แดงตม้ ขาวเช่นกัน[24]

• พิธีเลยี้ งผขี องชาวไทยเชอื้ สายมอญในจงั หวัดราชบุรใี ช้ ขนมบวั ลอย ขนมทอด [13]

• ขนมที่ใช้ในพิธีไหว้ครูมวยไทยและกระบี่กระบอง ได้แก่ แกงบวด (กล้วย เผือกหรือ
มนั )เผือกต้ม มันตม้ ขนมต้มแดงต้มขาว ขนมช้นั ถว้ ยฟู ฝอยทอง เม็ดขนุน

• ในการเล่นผหี ้งิ ของชาวชอง บนห้ิงมขี นมตม้ [25]

ขนมท่มี ชี ื่อเสียงเฉพาะถิ่น
• กรุงเทพมหานคร เขตธนบรุ ีมีขนมฝร่งั กฎุ ีจนี เขตปทุมวันมขี นมกลีบลำดวน
• จังหวดั จันทบรุ ีและจังหวัดตราด มีทเุ รียนกวน
• จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา มีขนมชนั้
• จังหวดั ชลบุรี ตลาดหนองมน มีขา้ วหลาม
• จงั หวดั ชมุ พร มีขนมข้าวควายลยุ
• จังหวดั ตรงั มี ขนมเค้กเมอื งตรงั
• จงั หวดั นครปฐม มขี นมผงิ และขา้ วหลาม
• จังหวัดนครสวรรค์ มขี นมโมจิ ขนมฟกั เขยี วกวน
• จังหวัดนครพนม มีขนมโซเซ
• จังหวัดปราจนี บรุ ี มขี นมเขยี ว
• จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นผลไม้เชื่อม ผลไม้กวน เช่น มะยมเชื่อม
พุทรากวนทีต่ ำบลท่าเรอื มีขนมบา้ บน่ิ
• จังหวดั พัทลงุ มีขนมกา้ นบัว
• จงั หวดั พษิ ณุโลก อำเภอบางกระทุ่ม มีกลว้ ยตาก
• จังหวัดเพชรบุรี เป็นแหล่งที่มีขนมหวานท่ีมีชื่อเสียงมานาน โดยเฉพาะขนมที่ทำมา
จากน้ำตาลโตนดเช่น จาวตาลเชื่อม โตนดทอด ตังเม ส่วนขนมชนิดอื่นที่มีชื่อเสียง
ตั้งแตส่ มัยรัชกาลที่ 4 เป็นตน้ มาคอื ขนมขห้ี นู ข้าวเกรียบงา ขนมหมอ้ แกง[26]
• จังหวัดสตลู มี ขนมบุหงาบดู ะ ขนมโรตีกาปาย และขา้ วเหนยี วกวนขาว
• จงั หวัดสมทุ รปราการ มีขนมจาก
• จงั หวดั สมุทรสงคราม มขี นมจา่ มงกุฎ
• จังหวดั สงิ ห์บรุ ี มมี ะม่วงกวนหรือส้มล้ิม
• จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอบางปลามา้ มีขนมสาล่ี
• จังหวัดอา่ งทอง อำเภอวิเศษชยั ชาญ มขี นมเกสรลำเจียก
• จงั หวัดอตุ รดิตถ์ มขี นมเทยี นเสวย ขา้ วหลามท่งุ ยั้ง
• จงั หวัดอทุ ัยธานี หนองแก มีขนมกง ขนมปงั สังขยา
• จงั หวดั อบุ ลราชธานี ขา้ วหลาม

ขนมไทยที่ได้รบั อทิ ธิพลจากขนมของชาติอน่ื
ไทยได้รับเอาวัฒนธรรมด้านอาหารของชาติต่างๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพ
ทอ้ งถิน่ วัตถดุ ิบท่ีหาได้ เครอื่ งมอื เครอ่ื งใช้ ตลอดจนการบริโภคแบบไทย จนทำให้คนรุ่น

หลัง แยกไม่ออกว่าอะไรคือขนมที่เป็นไทยแท้ และอะไรดัดแปลงมาจากวัฒนธรรมของ
ชาติอื่น เช่น ขนมที่ใช้ไข่และขนมที่ต้องเข้าเตาอบ ซึ่งเข้ามาในรัชสมัยสมเด็จพระ
นารายณ์มหาราช จากคุณท้าวทองกีบม้าภรรยาเชื้อชาติญี่ปุ่น-โปรตุเกสของเจ้าพระยา
วิชเยนทร์ ผู้เป็นกงสุลประจำประเทศไทยในสมัยนั้น ไทยมิใช่เพียงรับทองหยิบ
ทองหยอด และฝอยทองมาเทา่ น้ัน หากยังให้ความสำคญั กับขนมเหล่านี้โดยใช้เปน็ ขนม
มงคลอีกดว้ ย ส่วนใหญต่ ำรบั ขนมท่ใี สไ่ ขม่ ักเปน็ "ของเทศ" เชน่ ทองหยบิ ฝอยทอง

ทองหยอดจากโปรตุเกส

บรรณานกุ รม

ตำราขนมหวาน. กทม. แสงแดด. 2539
ตำราขนมหวาน. กทม. แสงแดด.2539
ส. พลายน้อย. เกร็ดยอ่ ยร้อยเรอื่ ง. กทม. ดอกหญา้ . 2537
วรดุลย์ ตุลารักษ์. วัฒนธรรมอาหารการกิน:ขนมไข่เหี้ย. ครัว. 4 (37) :88 - 89
กรกฎาคม 2540
อบเชย อ่มิ สบาย, บก. ตำรับขนมไทย. กทม. แสงแดด. 2539

ฆนนกาล มาตยศิร.ิ กลว้ ยในขนมไทย. วฒั นธรรมไทย. 36 (4) : 16 -17, มกราคม 2542
เฟื่อฟ้า เปียจำปา. อาหารคนเมือง ใน เชียงใหม่ หน้า 236 - 237. สุดารา สุจฉายา ,
บก. กทม. สารคดี. 2540
ปารชิ าติ เรืองวเิ ศษ. บก., แม่ฮ่องสอน. กทม. สารคดีม. 2536
ยูร กมลเสรีรัตน์. ขนมอีสานเมื่อวันวาร. วัฒนธรรมไทย. 36 (4) : 42 - 43 มกราคม
2542

ปาริชาติ เรืองวิเศษ. อาหารพื้นเมืองเลย. ใน เลย หน้า 173. สุดารา สุจฉายาม บก.
กทม. สารคด.ี 2539
สารานกุ รมวฒั นธรรมภาคใต.้ กทม. สถาบันทักษิณคดีศึกษา. 2523
วนั ดี ณ สงขลา. อาหารไทยในวรรณคดี เล่ม 2. กทม. ผลติ ภณั ฑก์ ารพิมพ์. 2527
สุดารา สุจฉายา. หลากสำรับในถิ่นราชบุรี ใน ราชบุรี. หน้า 282 - 289. สุดารา สุจ
ฉายามบก. กม. สารคดี, 2541

ก่งิ กายจน์ ทิพยส์ ุขุม. วัฒนธรรมอาหารการกนิ : ขนมลา ขนมเซน่ . ครัว. 4 (38) :92-93,
สงิ หาคม 2540
ปารชิ าติ เรอื งวเิ ศษม บก. นครศรธี รรมราช. กทม. สารคด.ี 2537
กันยารัตน์ พรหมวิเศษ. อาเก๊าะ:ขนมพิมพ์ไข่ของชาวไทยมุสลิมชายแดนปักษ์ใต้.
วัฒนธรรมไทย. 32 (4) : 36-39, มกราคม 2542
สุรีย์ ดารา. วัฒนธรรมอาหารการกิน: ขนมเบือ้ ง บทพิสูจนฝ์ ีมอื สตรีไทยสมยั กอ่ น. ครัว.

3 (28) : 92 -93, ตลุ าคม 2539


Click to View FlipBook Version