The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง : โขน

หนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์

รายวิชานาฏศลิ ป์

ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔

โดย...คณุ ครูฐปนีย์ โคตรชมุ

หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ [e-book]

เล่มนี้มีจุดประสงค์ที่จัดทำข้ึนเพ่ือใช้เป็นส่ือในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำร
สอนของรำย วิชำนำฏศิลป์ ระดับช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 4 โรงเรียนดงมะไฟวิทยำ
ตำบลขม้ิน อำเภอเมือง จงหวัดสกลนคร ท่ีได้รับผลกระทบจำกสถำนกำรณ์กำรแพร่
ระบำดของเชอื้ ไวรสั โคโรนำ 2019 (COVID-19) และเพือ่ เป็นกำรพัฒนำ และส่งเสริม
ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ ข้ำถงึ สอื่ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และทันต่อสถำนกำรณ์กับกำรจัดกำรเรียน
กำรสอนแบบออนไลน์ ได้อย่ำงทั่วถึง และเกิดประสิทธิภำพกับตัวผู้เรียนให้ได้มำก
ท่สี ุด ซง่ึ ข้อมูล และเนื้อหำที่ข้ำพเจ้ำได้นำมำประยุกต์ทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์น้ี
ข้ำพเจ้ำได้นำมำจำกส่ือของ บริษัทเอมพันธ์ จำกัด ท่ีทำงโรงเรียนของเรำได้ใช้เป็น
หนังสือเรียน จงึ ขอขอบพระคุณทำง บรษิ ทั เอมพันธ์ จำกัด มำ ณ โอกำสน้ดี ้วย

หวงั เปน็ อยำ่ งย่งิ วำ่ กำรจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ [e-book] ฉบับน้ี
จะเกิดประโยชน์กับผู้เรียน และบุคคลที่สนใจท่ีจะใช้เป็นแนวทำงในกำรพัฒนำ
คุณภำพกำรศึกษำของตัวเอง และสถำนศึกษำ ให้มีประสิทธิภำพตำมมำตรฐำน
กำรศึกษำขัน้ พน้ื ฐำนตอ่ ไป



แผ่นที่ 1

โขน

โขน

โขน เป็ นนาฏกรรมของไทย มีมาตงั้ แต่สมยั โบราณ เดิมผ้แู สดงต้องสวมหวั โขนปิ ดหน้า
ทงั้ หมด จึงต้องมีผ้อู อกเสียงแทนผ้แู สดงที่เรียกว่าคนพากยแ์ ละเจรจา ต่อมาได้วิวฒั นาการให้
ผ้แู สดงที่เป็นตวั พระและนางไม่สวมหวั โขนแต่สวมเครื่องประดบั ศีรษะแทน แต่ยงั คงให้มีคน
พากยแ์ ละเจรจาเช่นเดิม

แผน่ ที่ 2

โขน

ทมี่ าของคาว่าโขน

คาว่า “โขน” นายธนิต อยโู่ พธ์ิ ได้สนั นิษฐานว่ามาจาก ๓ ภาษาด้วยกนั คือ
๑. โขนในภาษาเบงคาลี มีสาเนียงใกล้เคียงกบั ไทย คือคาว่า โขละ หรือโขล เป็ นช่ือของ
เครอ่ื งดนตรีเคร่ืองหนังของฮินดู รปู รา่ งเหมอื นมฤทงั คะ ท่ีแปลว่า ตะโพน
๒. โขนในภาษาทมิฬ มีสาเนียงใกล้เคียงกบั คาว่า โกล หรือโกลมั หมายถึง การประดบั ตก
แต่งตวั ตามลกั ษณะของเพศให้รวู้ ่าเป็นหญิงหรอื ชาย
๓. โขนในภาษาอิหร่าน มีคาอย่คู ่หู น่ึงคือ “ษูรตั ควาน” ษูรตั หมายถึง ตกุ๊ ตาหรือห่นุ ควาน
หรอื โขน หมายถึง ผอู้ ่านหรอื ผขู้ บั ร้องแทนตวั ตกุ๊ ตาหรือห่นุ

แผน่ ที่ 3

โขน

กาเนิดโขน

๑. กระบ่ีกระบอง หรือวิชากระบ่ีกระบอง มีแบบแผนแห่งการใช้อาวุธแต่ละชนิ ดเรียกว่า
เพลง กาหนดให้มีการเป่ าป่ี และตีกลองให้เข้าจงั หวะในการฝึ กซ้อมด้วย

นอกจากจะฝึ กการใช้อาวธุ ไว้เพือ่ เป็นศิลปะในการป้องกนั ตวั แล้ว ยงั เป็นการแสดงประกวด
อวดฝี มือและนาไปแสดงเป็ นมหรสพเพ่ือความบนั เทิงอีกด้วย ศิลปะแห่งการราเพลงอาวุธ
ดงั กล่าวนี้นับว่าเป็นต้นแบบระบาท่ีเรียกว่า “วีรชยั ”

แผ่นที่ 4

โขน

กาเนิดโขน

๒. หนังใหญ่ ตวั หนังใช้แผ่นหนังววั ฉลุสลกั ลวดลายวิจิตรงดงามเป็ นรปู ตวั ละครในเรื่อง
รามเกียรต์ิ

การเล่นหนังใหญ่จะปลูกโรงขึงจอโดยใช้ไม้ไผ่ปักเป็ นเสา ๔ ต้น และใช้ผ้าขาวขึงเป็ นจอ
จดุ ไต้และก่อไฟขึน้ ไว้ เพ่ือให้เหน็ เงาตวั หนังมาติดอย่ทู ี่จอผา้ ขาว คนเชิดหนังเชิดโดยชูตวั หนัง
ให้พ้นศีรษะทาท่าทางตามการพากยซ์ ่ึงมีคนพดู แทน เรียกว่า “คนพากย”์

แผน่ ที่ 5

โขน

กาเนดิ โขน

๓. ชกั นาคดึกดาบรรพ์ การเล่นชกั นาคดึกดาบรรพใ์ นพระราชพิธีอินทราภิเษกนี้ แม้จะไม่มี
ตานานกล่าวไว้ชัดเจนแต่ก็พอจะสนั นิ ษฐานว่า พระมหากษัตริย์ไทยคงได้แบบแผนมาจากขอม
เพราะปรากฏหลกั ฐานชดั เจนในทางลกั ษณะ และแบบของโบราณวตั ถุ ดงั เหน็ ได้จากรปู ปรางค์
แบบขอมที่สรา้ งขึน้ ไว้ในวดั พระราม และวดั มหาธาตุ

โขน แผ่นที่ 6

ววิ ฒั นาการของโขน โขนกลางแปลง

๑. โ ข น ก ล า ง แ ป ล ง คื อ ก า ร เ ล่ น โ ข น
บนพื้นดิ น ณ กลางสนาม ไม่ต้องสร้างโรง
มีการตงั้ เตียงไว้คนละฝ่ าย คือ ฝ่ ายพลับพลา
และฝ่ ายลงกา การแสดงมีแต่การยกทัพและ
การรบเป็ นพื้น ดนตรีท่ีบรรเลงใช้เพลงหน้ า
พาทย์ ไม่มีบทร้อง มีแต่บทพากย์และเจรจา
เท่านั้น ใช้วงป่ี พาทย์บรรเลง ๒ วง มีโกร่ง
สาหรบั ตีเพือ่ ให้จงั หวะ

แผ่นที่ 7

โขน

ววิ ฒั นาการของโขน โขนนัง่ ราวหรอื โขนโรงนอก

๒. โขนนัง่ ราวหรือโขนโรงนอก เป็นการแสดงบนโรง
ไม่มีเตียงแต่มีราวพาดตามส่วนยาวของโรง ตรงหน้าฉาก
มีช่องทางให้ผ้แู สดงเดินได้รอบราว เมื่อตวั โขนแสดง
บ ท ข อ ง ต น แ ล้ ว ก็ไ ป นั่ง ป ร ะ จ า บ น ร า ว ส ม มุ ติ
เป็ นเตียงหรือที่นัง่ ประจาตาแหน่ ง ไม่มีการขับร้อง
มีแต่พากยก์ บั เจรจา ปี่ พาทยบ์ รรเลงแต่เพลงหน้าพาทย์
ใช้วงป่ี พาทย์ ๒ วง ตัง้ หัวโรงวงหนึ่ งและตัง้ ท้ายโรง
วงหนึ่ง เรียกว่า วงหวั วงท้าย

โขน แผน่ ที่ 8

ววิ ฒั นาการของโขน โขนหน้าจอ

๓. โขนหน้าจอ คือ โขนที่เล่นตรงหน้าจอที่ขึงไว้สาหรบั
เล่นหนังใหญ่ ใช้ผ้าขาวโปร่งชนิ ดหยาบเป็ นแผ่นกลาง
ส่วนนอกใช้ผ้าดิ บเนื้ อหนาเย็บติ ดผ้าขาวผืนบาง และ
ริมผ้าดิบใช้ผ้าสีแดงกับสีน้าเงินเย็บติดเป็ นวงรอบนอก
ตกแต่งประดบั ประดาให้สวยงาม ต่อมาภายหลงั ทาเป็ น
“จอแขวะ” คือเจาะผ้าดิบทงั้ สองข้างเป็ นช่องประตเู ข้าออก
แล้วทาเป็ นรูปซุ้มประตู ด้านหนึ่ งเขียนเป็ นรูปปราสาท
สมมุติ เป็ นกรุงลงกา อี กด้ านหนึ่ งเขี ยนเป็ นพลับพลา
ของพระราม การแสดงโขนหน้าจอมีบทร้องด้วยถ้อยคาไพเราะ
และมีการพากยเ์ จรจาเช่นเดิม

โขน แผน่ ที่ 9

ววิ ฒั นาการของโขน โขนโรงใน

๔. โขนโรงใน เป็ นการแสดงที่นาการ
แสดงโขนกบั ละครมาผสมกนั มีบทพากย์
เจรจาตามแบบโขน และนาเพลงร้อง
เพลงประกอบกิริยาตามแบบละครในมา
ผสมเข้าด้วยกนั เป็ นศิลปะแห่งการเล่นโขน
ภายในราชสานักที่งดงามย่ิ ง เดิ มใช้
วงปี่ พาทยบ์ รรเลง ๒ วง ตอนหลงั ใช้เพียง
วงเดียว

โขน แผ่นที่ 10

ววิ ฒั นาการของโขน โขนฉาก

๕. โขนฉาก เป็ นการแสดงโขนท่ีมีผคู้ ิดฉาก
ประกอบขึ้นให้เข้ากบั เหตุการณ์ และสถานท่ี
การแสดงจะแบ่งเป็ นฉากแบบเดียวกบั ละคร
ดึกดาบรรพ์ แต่วิธีแสดงเป็ นแบบโขนโรงใน
ใช้วงปี่ พาทยเ์ ช่นเดียวกบั โขนโรงใน

แผน่ ที่ 11

โขน

เร่ืองสาหรับเล่นโขน

เรื่องท่ีนามาเล่นโขนแต่เดิมไม่มีหลกั ฐานว่าเคยเล่นเรื่องใดมาบ้าง แต่เร่ืองที่ใช้เล่นโขนท่ี
รจู้ กั กนั มาจนถึงสมยั นี้ คือ เรื่องรามเกียรต์ิ ซ่ึงเป็นบทนาฏกรรมด้วยสานวนคาประพนั ธต์ ่างๆ
เป็นบางตอนหรือทงั้ เรื่อง

แผน่ ที่ 12

โขน

หัวโขน

โขนเป็ นนาฏกรรมที่ผ้แู สดงต้องสวมหวั โขน การแสดงโขนนัน้ จะแบ่งเป็ น ๒ ฝ่ าย คือ ฝ่ าย

พระรามเรียกว่า “ฝ่ ายพลบั พลา” กบั ฝ่ ายทศกณั ฐแ์ ละสมั พนั ธมิตรเรียกว่า “ฝ่ ายกรงุ ลงกา”

ฝ่ ายพลบั พลา จดั ลาดบั ชนั้ ดงั นี้

๑. พระใหญ่ เช่น พระราม ๒. พระน้อย เช่น พระลกั ษมณ์

๓. พญาวานร เช่น สคุ รีพ องคต หนุมาน ๔. สิบแปดมงกฎุ เช่น เกยรู มายรู เกสรทมาลา

๕. เตียวเพชร เช่น โชติมขุ ปิ งคลา มากญั จวิก ๖. จงั เกียง

๗. เขนลิง เช่น พวกพลลิง

แผน่ ที่ 13

โขน

หัวโขน

ฝ่ ายลงกา จดั ลาดบั ชนั้ ดงั นี้
๑. ยกั ษ์ใหญ่ เช่น ทศกณั ฐ์
๒. ยกั ษ์น้อย เช่น กมุ ภกรรณ อินทรชิต
๓. ยกั ษ์ต่างเมือง เช่น ไมยราพ แสงอาทิตย์ สทั ธาสรู
๔. ยกั ษ์เสนา เช่น มโหทร เปาวนาสรู
๕. เสนายกั ษ์ เช่น กาลสรู การณุ ราช
๖. เขนยกั ษ์ เช่น พวกพลยกั ษ์

แผน่ ที่ 14

โขน

ประเภทของหัวโขน

การแบง่ ประเภทของหวั โขนได้แบง่ ไว้กว้างๆ อย่างละ ๒ จาพวก คือ ฝ่ ายพลบั พลา และฝ่ ายลงกา

หวั โขน-ลิง หวั โขน-ยกั ษ์

แผน่ ที่ 15

โขน

ประเภทของหัวโขน

ฝ่ ายพลบั พลา แบง่ ตามชนิดได้ดงั นี้
๑. มงกฎุ ยอดบดั เช่น พาลี สคุ รีพ
๒. มงกฎุ ยอดชยั หรอื ยอดแหลม เช่น ชมพพู าน
๓. มงกฎุ ยอดสามกลีบ เช่น องคต
๔. พวกไมม่ ีมงกฎุ แต่เป็นพญาวานร เช่น หนุมาน
๕. พวกไมม่ ีมงกฎุ แต่เรียกมงกฎุ คือ วานร สิบแปดมงกฎุ
๖. พวกไมม่ ีมงกฎุ แต่ใส่ผา้ ตะบิดโพกศีรษะ (ผา้ โพกศีรษะเป็นเกลียว เช่น ตรีเพรช)
๗. หวั โขนลิงและตวั ตลกฝ่ ายลิง

แผ่นที่ 16

โขน

ประเภทของหัวโขน

ฝ่ ายลงกา แบง่ ตามชนิดได้ดงั นี้
๑. มงกฎุ ยอดกระหนก เช่น ไมยราพ
๒. มงกฎุ ยอดจีบ เช่น พญาขร สทั ธาสรู
๓. มงกฎุ ยอดหางไก่ เช่น วิรญุ จาบงั บรรลยั จกั ร
๔. มงกฎุ ยอดน้าเต้า เช่น พิเภก
๕. มงกฎุ ยอดน้าเต้ากลม เช่น เปาวนาสรู
๖. มงกฎุ ยอดน้าเต้าเฟื อง เช่น บรรลยั กลั ป์
๗. มงกฎุ ยอดกาบไผ่ เช่น ทศคีรีวนั ทศคีรีธร

แผน่ ที่ 17

โขน

ประเภทของหัวโขน

ฝ่ ายลงกา แบง่ ตามชนิดได้ดงั นี้
๘. มงกฎุ ยอดสามกลีบ เช่น มารีศ
๙. มงกฎุ ยอดหางไหล เช่น ตรีเมฆ
๑๐.มงกฎุ ยอดนาค เช่น มงั กรกณั ฐ์
๑๑.มงกฎุ ตามหวั หรือหน้า เช่น ทศกณั ฐ์ มี ๑๐ หน้า ตรีเศียร มี ๓ หน้า
๑๒.พวกไมม่ ีมงกฎุ เช่น กมุ ภกรรณ
๑๓.หวั โล้น เช่น เสนายกั ษ์ทวั ่ ไป
๑๔.หวั เขนยกั ษแ์ ละตวั ตลกฝ่ ายยกั ษ์

แผน่ ที่ 18

โขน

ประเภทของหัวโขน

นอกจากจะแบง่ ลกั ษณะของยอดแล้วยงั แบง่ ลกั ษณะตาและปากให้แตกต่างอีกด้วย เช่น

ฝ่ ายพลบั พลา จะแบง่ เป็น ๒ จาพวก คือ

๑. ปากอ้า เช่น หนุมาน นิลพทั ๒. ปากหบุ เช่น สตั พลี องคต

ปากอ้า เช่น หนุมาน ปากหบุ เช่น องคต

แผน่ ที่ 19

โขน

ประเภทของหัวโขน

ฝ่ ายลงกา จะแบง่ เป็น ๔ จาพวก คือ
๑. ปากแสยะ ตาโพลง เช่น ทศกณั ฐ์ กมุ ภกรรณ
๒. ปากขบ ตาจระเข้ เช่น ไมยราพ มงั กรกณั ฐ์

ปากแสยะ ตาโพลง เช่น ปากขบ ตาจระเข้ เช่น
ทศกณั ฐ์ กมุ ภกรรณ ไมยราพ มงั กรกณั ฐ์

แผน่ ที่ 20

โขน

ประเภทของหัวโขน

๓. ปากขบ ตาโพลง เช่น อินทรชิต รามสรู
๔. ปากแสยะ ตาจระเข้ เช่น พิเภก

ปากขบ ตาโพลง เช่น ปากแสยะ ตาจระเข้ เช่น
อินทรชิต รามสรู พิเภก

แผน่ ที่ 21

โขน

การแต่งกาย

การแต่งกายของโขนแต่งกายชุดยืนเครื่อง สีท่ีใช้เป็ นสีเดียวกบั หวั โขน แสดงถึงสีกาย
ของตวั ละครนัน้ ๆ แบง่ เป็น พระ นาง (รวมทงั้ เทพ) ยกั ษ์ ลิง

ตวั ละครในโขน ประกอบด้วยตวั พระ ตวั นาง ตวั ยกั ษ์ และตวั ลิง

แผน่ ที่ 22

โขน

การแต่งกาย

แผ่นที่ 23

โขน

การแต่งกาย

เครอื่ งแต่งกายพระ
แสดงชนิดของเคร่อื งแต่งกายตามหมายเลข
๑. กาไลเท้า
๒. สนับเพลา
๓. ผา้ นุ่ง ในวรรณคดีเรียกว่า ภษู าหรอื พระภษู า
๔. ห้อยข้าง หรอื เจียระบาด หรอื ชายแครง
๕. เสื้อ ในวรรณคดีเรียกว่า ฉลององค์
๖. รดั สะเอว หรือรดั องค์ หรอื รดั พสั ตร์
๗. ห้อยหน้า หรือชายไหว
๘. สวุ รรณกระถอบ
๙. เขม็ ขดั หรอื ปัน้ เหน่ง
๑๐.กรองคอ หรือนวมคอ ในวรรณคดีเรียกว่า กรองศอ

แผ่นที่ 24

โขน

การแต่งกาย

เคร่ืองแต่งกายพระ

แสดงชนิดของเครื่องแต่งกายตามหมายเลข ๑๘. จอนหู ในวรรณคดีเรียกว่า กรรเจียก

๑๑. ตาบหน้า หรอื ตาบทบั ในวรรณคดี เรียกว่า ทบั ทรวงหรอื กรรเจียกจร

เรียกว่า ทบั ทรวง ๑๙. ดอกไม้ทดั (ขวา)

๑๒. อินทรธนู ๒๐. อบุ ะ หรอื พวงดอกไม้ (ขวา)

๑๓. พาหรุ ดั ๒๑. ธามรงค์

๑๔. สงั วาล ๒๒. แหวนรอบ

๑๕. ตาบทิศ ๒๓. ปะวะหลา่

๑๖. ชฎา ๒๔. กาไลแผง ในวรรณคดีเรียกว่า ทองกร

๑๗. ดอกไม้เพชร (ซ้าย)

หมายเหตุ บางครงั้ ไม่จาเป็นต้องแต่งครบทกุ ชิ้นตามนี้กไ็ ด้

แผน่ ที่ 25

โขน

การแต่งกาย

โขน

การแต่งกาย

เครอื่ งแต่งกายนาง
แสดงชนิ ดของเครื่องแต่งกายตามหมายเลข
๑. กาไลเท้า
๒. เสื้อในนาง
๓. ผา้ นุ่งนาง ในวรรณคดีเรียกว่า ภษู า หรอื พระภษู า
๔. เขม็ ขดั
๕. สะอิ้ง
๖. ผา้ ห่มนาง
๗. นวมนาง ในวรรณคดีเรียกว่ากรองศอ หรือสรอ้ ยนวม
๘. จี้นาง หรอื ตาบทบั ในวรรณคดีเรียกว่า ทบั ทรวง
๙. พาหรุ ดั

แผน่ ที่ 26

โขน

การแต่งกาย

เครอื่ งแต่งกายนาง
แสดงชนิ ดของเครื่องแต่งกายตามหมายเลข
๑๐. แหวนรอบ
๑๑. ปะวะหลา่
๑๒. กาไลตะขาบ
๑๓. กาไลสวม ในวรรณคดีเรียกว่าทองกร
๑๔. ธามรงค์
๑๕. มงกฎุ
๑๖. จอนหู ในวรรณคดีเรียกว่ากรรเจียก หรอื กรรเจียกจร
๑๗. ดอกไมท้ ดั (ซ้าย)
๑๘. อบุ ะ หรือพวงดอกไม้ (ซ้าย)
หมายเหตุ บางครงั้ ไมจ่ าเป็นต้องแต่งครบทกุ ชิ้นตามนี้กไ็ ด้

แผน่ ที่ 27

โขน

การแต่งกาย

แผน่ ที่ 28

โขน

การแต่งกาย

เคร่อื งแต่งกายยกั ษ์ทศกณั ฐ์
แสดงชนิ ดของเครื่องแต่งกายตามหมายเลข
๑. กาไลเท้า
๒. สนับเพลา
๓. ผา้ นุ่ง ในวรรณคดีเรียกว่า ภษู า หรือพระภษู า
๔. ห้อยข้าง หรอื เจียระบาดหรือชายแครง
๕. ผา้ ปิ ดก้น หรือห้อยก้นอย่เู บอื้ งหลงั
๖. เสื้อ ในวรรณคดีเรียกว่า ฉลององค์ หรอื สมมตุ ิเป็นเกราะ
๗. รดั สะเอว หรือรดั องค์ หรือรดั พสั ตร์
๘. ห้อยหน้า หรอื ชายไหว
๙. เขม็ ขดั หรอื ปัน้ เหน่ง
)

แผน่ ที่ 29

โขน

การแต่งกาย

เคร่ืองแต่งกายยกั ษ์ทศกณั ฐ์

แสดงชนิดของเครื่องแต่งกายตามหมายเลข ๑๗. ปะวะหลา่

๑๐. รดั อก หรือรดั องค์ ในพระตาราทรงเคร่ืองต้น ๑๘. กาไลแผง ในวรรณคดีเรียกว่า

เรียกว่า รดั พระอรุ ะ(ยกั ษ์ตวั อื่นไมใ่ ส่ ทองกร

๑๑. อินทรธนู ๑๙. พวงประคาคอ

๑๒. กรองคอ หรือนวมคอ ในวรรณคดีเรียกว่า ๒๐. หวั โขน ในภาพนี้เป็นหวั ทศกณั ฐ์

กรองศอ ๒๑. ธามรงค์

๑๓. ทบั ทรวง ๒๒. คนั ศร

๑๔. สงั วาล

๑๕. ตาบทิศ

๑๖. แหวนรอบ

แผน่ ที่ 30

โขน

การแต่งกาย

แผ่นที่ 31

โขน

การแต่งกาย

เครอ่ื งแต่งกายลิงหนุมาน
แสดงชนิดของเครอื่ งแต่งกายตามหมายเลข
๑. กาไลเท้า
๒. สนับเพลา
๓. ผา้ นุ่ง ในวรรณคดีเรียกว่า ภษู า หรือพระภษู า
๔. ห้อยข้าง หรอื เจียระบาดหรือชายแครง
๕. หางลิง
๖. ผา้ ปิ ดก้น หรือห้อยก้น
๗. เสื้อ แต่ในที่นี้สมมตุ ิเป็นขนตามตวั ของลิง
๘. รดั สะเอว
๙. ห้อยหน้า หรือชายไหว
๑๐. เขม็ ขดั หรอื ปัน้ เหน่ง

แผน่ ที่ 32

โขน

การแต่งกาย

เครอ่ื งแต่งกายลิงหนุมาน
แสดงชนิ ดของเคร่ืองแต่งกายตามหมายเลข
๑๑. กรองคอ หรือนวมคอ
๑๒. ทบั ทรวง
๑๓. สงั วาล
๑๔. ตาบทิศ
๑๕. พาหรุ ดั ตามปกติเยบ็ ติดไว้กบั เสื้อ ซึ่งสมมตุ ิเป็นขนตามตวั ของลิง
๑๖. แหวนรอบ
๑๗. ปะวะหลา่
๑๘. กาไลแผง ในวรรณคดีเรียกว่า ทองกร
๑๙. หวั โขน ในภาพนี้เป็นหวั หนุมาน
๒๐. ตรี (ตรีเพชร หรอื ตรีศลู ) เป็นอาวธุ ของหนุมาน

แผ่นที่ 33

โขน

วงดนตรีประกอบการแสดงโขน

วงดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงโขน ใช้วง “ป่ี พาทย”์ การแสดงโขนแต่ละประเภทมีความ
แตกต่างกนั ในด้านสถานท่ีและวิธีการแสดงปี่ พาทยบ์ รรเลงประกอบ จึงต้องปรบั เปลี่ยนให้
เข้ากบั การแสดงของแต่ละประเภทดงั นี้

๑. โขนกลางแปลง ใช้วงป่ี พาทย์ ๒ วง เมื่อตวั โขนแสดงเข้าไปใกล้วงใด วงนัน้ ก็บรรเลง
เพ่อื ให้ได้ยินได้ทวั่ ถึง และมีโกร่งสาหรบั ตีเพื่อให้ได้ยินจงั หวะได้ชดั เจน

๒. โขนนัง่ ราว มีการยกพื้นให้วงปี่ พาทย์สูงกว่าท่ีแสดง อยู่ทางขวาร้านหนึ่งและทางซ้าย
ร้านหน่ึ งเรียกว่าวงขวาและวงซ้าย การบรรเลงจะมีแบบแผน คือสลบั กันทาคนละเพลง
เป็นการประชนั กนั

แผ่นที่ 34

โขน

วงดนตรีประกอบการแสดงโขน

๓. โขนโรงใน แต่เดิมยังคงใช้ ๒ วงเป็ นวงขวาและวงซ้ายแต่ไม่ได้ยกร้านที่ตัง้ ให้สูง
เหมอื นโขนนัง่ ราว คงตงั้ อยกู่ บั พืน้ เสมอกบั ท่ีแสดง ผลดั กนั บรรเลงเช่นเดิม

๔. โขนหน้าจอ ใช้วงปี่ พาทยเ์ พียงวงเดียวตงั้ อยู่หน้าโรงหนั หน้าเข้าหาตวั แสดงเช่นเดียว
กบั หนังใหญ่ ภายหลงั กรมศิลปากรได้เปลี่ยนแปลงให้มาอยหู่ ลงั จอ หนั หน้าออกมาทางหน้าโรง
มีการบอกเพลงหน้าพาทยแ์ ผลงเช่นเดียวกบั การแสดงหนังใหญ่

๕. โขนฉาก มีการใช้วงป่ี พาทยแ์ ละวิธีการบรรเลงเช่นเดียวกบั โขนโรงใน

แผน่ ที่ 35

โขน

วงดนตรีประกอบการแสดงโขน

วงป่ี พาทยเ์ ครอ่ื งห้า วงปี่ พาทยเ์ คร่อื งคู่

แผ่นที่ 36

โขน

วงดนตรีประกอบการแสดงโขน

วงปี่ พาทยเ์ ครื่องใหญ่

แผน่ ที่ 37

โขน

การพากย์ เจรจา

คาพากย์ เป็นบทกวีประเภทกาพย์ คือ กาพยย์ านีและกาพยฉ์ บงั เมื่อพากยจ์ บบทหนึ่งแล้ว

ตะโพนต้องตีรบั ท้าให้กลองทดั ตีตาม ๒ ครงั้ แล้วช่วยกนั รบั คาว่า “เพ้ย” พร้อมๆ กนั ในทกุ บท

วิธีพากยแ์ บง่ เป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ ๖ ประเภท คือ

๑. พากยเ์ มืองหรือพากยพ์ ลบั พลา ๒. พากยร์ ถ

๓. พากยโ์ อ้ ๔. พากยช์ มดง

๕. พากยบ์ รรยาย ๖. พากยเ์ บด็ เตลด็

แผน่ ที่ 38

โขน

การพากย์ เจรจา

๑. พากยเ์ มืองหรือพากย์พลบั พลา ใช้ในเวลาที่ตวั เอก เช่น ทศกณั ฐ์ หรือพระรามประทบั

ในปราสาทหรอื ในพลบั พลา เช่น

เมอ่ื นัน้ ทศพกั ตรย์ กั ษี ออกมขุ มนตรี

แลตรสั ประภาษราชการ

สารนั ตท์ ตู ทลู มินาน สมเดจ็ พระเจ้าหลาน

ไปรณรงคร์ ามา

เสียรถเสียทศโยธา เสียเทพศาสตรา

พระองคก์ เ็ สียชีวนั

ฟังข่าวผา่ นเพียงเพลิงกลั ป์ เสียใจจาบลั ย์

แล้วน่ิ งคะนึ งในใจ

แผน่ ที่ 39

โขน

การพากย์ เจรจา

๒. พากยร์ ถ ใช้เวลาชมพาหนะที่ขี่ไป ตลอดจนการชมไพรพ่ ลด้วย เช่น

เสดจ็ ทรงรถสงคราม แสงแก้วแวววาม

สว่างกระจ่างพร่างพราย

พระท่ีบลั ลงั กเ์ ลิศเฉิ ดฉาย งอนระหงธงชาย

ปลิวคว้างมากลางเมฆา

๓. พากยโ์ อ้ ใช้ในเวลาโศกเศร้าราพนั ทานองตอนต้นเป็นพากย์ แต่ตอนท้ายร้องเพลงโอ้ป่ี เช่น

ผวาว่ิงประหวนั่ จิต ไม่ทนั คิดกโ็ ศกา

กอดแก้วขนิ ษฐา ฤดีดิ้นลงแดยนั

แผ่นที่ 40

โขน

การพากย์ เจรจา

๔. พากย์ชมดง ใช้สาหรบั ชมธรรมชาติ ทานองตอนต้นเป็ นทานองร้องเพลงชมดงใน

ตอนท้ายเป็นทานองพากย์ เช่น

เค้าโมงจบั โมงมองเมียง ค่เู คล้าโมงเคียง

เคียงค่อู ย่ปู ลายไม้โมง

ลางลิงลิงเหน่ียวถลาโยง ค่อยยดุ ฉุดชโลง

โลดไล่ในกลางลางลิง

ชิงชนั นกชิงกนั สิง รกั ใครใครชิง

ชิงกนั จบั ต้นชิงชนั

นกยงู จบั พะยงู ยืนยนั แผห่ างเหียนหนั

หนั เหยียบเลียบไต่ไมพ้ ะยงู

แผ่นที่ 41

โขน

การพากย์ เจรจา

๕. พากยบ์ รรยาย ใช้พากยเ์ พ่อื บรรยายส่ิงใดสิ่งหนึ่ง เช่น
เสดจ็ ทรงโสรจสรงสาคร ประทิ่นกล่ินขจร

น้าทิพยห์ อมตระหลบอบอาย
ฉลององคเ์ กราะสวุ รรณรตั นา รดั องคง์ ามตา

ตาบทิศทบั ทรวงสงั วาลยว์ ลั ย์
ทรงมหามงกฎุ พรายพรรณ นาดกรจรจรลั

ขึน้ เฝ้าสมเดจ็ พระมารดา

แผน่ ที่ 42

โขน

การพากย์ เจรจา

๖. พากยเ์ บด็ เตลด็ ใช้พากยใ์ นโอกาสทวั่ ๆ ไป ท่ีไมเ่ ข้าประเภทข้างต้น เช่น

อศั จรรยบ์ นั ดาลลองเพศ ประจกั ษ์แก่เนตร

เสียววาบหฤทยั ยกั ษา

แซ่เสียงสาเนียงโยธา โห่รอ้ งก้องวนา

ฟังว่าเป็นเสียงรา่ ไร

แร้งกาโฉบฉาบธงชยั กระลาบาตตกใน

หน้ารถสวุ รรณรตั นา

สงดั เงียบวิหคนกกา เยียบเยน็ วนา

สารพดั เป็นลางทวั่ ไป

แผ่นที่ 43

โขน

การพากย์ เจรจา

คาเจรจา เป็ นบทกวีประเภทร่ายยาว เป็ นการวดั คนพากย์เจรจาว่ามีไหวพริบปฏิภาณ
เพียงใดเพราะมิได้มีบทแต่งไว้แล้ว นอกจากนี้คนพากยเ์ จรจาจะต้องจาคาเจรจาท่ีโบราณจารย์
ได้ผกู ขึน้ เรียกว่า “กระท้”ู ให้แม่นยาด้วย

สารบญั หน่วยต่อไป


Click to View FlipBook Version