คำนำ
คู่มืออาจารย์ ฉบับปีการศึกษา 2564 เป็นคู่มือของอาจารยท์ ว่ี ิทยาลัยจัดขน้ึ เพ่ือเป็น
แนวทางการดำเนินงานของอาจารย์ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจของวิทยาลัย
เพอ่ื ใช้เปน็ แนวทางในการบริหารหลกั สูตร ให้เป็นไปตามเกณฑม์ าตรฐานการจัดการศกึ ษา ซึง่ เน้อื หา
จะประกอบด้วยประวัติวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรนิ ธร จังหวัดยะลา ปรชั ญา ปณิธาน วิสัยทศน์
โครงสร้างองค์กร วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา จรรยาบรรณวิชาชีพคณาจารย์
หลักสูตรการเรียนการสอน เป้าหมายการผลิตนักศึกษา ปีการศึกษา 2564 – 2568 เกณฑ์
มาตรฐานหลักสูตร ระบบการวัดและประเมินผลการศึกษาและได้ท าการรวบรวมแบบฟอร์มที่
เกย่ี วขอ้ งในการจัดการศึกษา การวัดและประเมนิ ผลการศกึ ษารวมถึงประกาศมาตรการแนวทางการ
จัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ไว้ในภาคผนวก
ซ่งึ เปน็ ข้อมลู ทอ่ี าจารย์สามารถนาไปใช้ประโยชนไ์ ด้ต่อไป
คณะกรรมกำรวชิ ำกำร
สารบัญ หนา้
(1)
คำนำ (2)
สำรบัญ 1
ประวัตวิ ทิ ยำลยั กำรสำธำรณสุขสริ นิ ธร จงั หวดั ยะลำ 3
ประวัติกำรเปิดหลักสูตรของวิทยำลยั กำรสำธำรณสขุ สิรนิ ธร จังหวัดยะลำ 8
ปรัชญำ ปณธิ ำน วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ ค่ำนยิ มรว่ มของวทิ ยำลยั 9
โครงสร้ำงองค์กรวทิ ยำลยั กำรสำธำรณสุขสริ ินธร จงั หวดั ยะลำ 10
จรรยำบรรณวิชำชพี คณำจำรย์ 16
หลักสตู รกำรเรยี นกำรสอน 109
เปำ้ หมำยกำรผลติ นักศึกษำ ปีกำรศึกษำ 2564 – 2568 110
เกณฑ์มำตรฐำนหลกั สูตรระดับปริญญำตรี 114
ปฏทิ ินกำรศึกษำ ปีกำรศึกษำ 2564 117
แผนแม่บทกำรจดั กำรเรียนกำรสอน ปีกำรศึกษำ 2564 123
ระบบกำรวัดและประเมินผลกำรศกึ ษำ 124
แนวปฏบิ ตั ิในกำรสอบออนไลน์ 126
ระบบกำรรบั รองผลกำรศึกษำและประมวลผล 129
ภำคผนวก 130
145
แบบฟอรม์ มคอ.3 153
แบบฟอรม์ มคอ.4 161
แบบฟอร์ม มคอ.5 166
แบบฟอรม์ มคอ.6 168
แบบตรวจสอบควำมถูกต้องสมบูรณ์ ในกำรจดั ทำ มคอ.3 170
แบบตรวจสอบควำมถูกต้องสมบูรณ์ ในกำรจัดทำ มคอ.5 171
ตำรำงกำรวเิ ครำะห์หลักสูตร 172
ผงั กำรออกข้อสอบตำมตำรำงวิเครำะหห์ ลกั สูตร 175
แผนกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน (โดยละเอยี ด) 177
แผนกำรจดั กำรเรียนกำรสอนแบบ Active learning 180
แบบวพิ ำกษ์ข้อสอบ 183
แบบสรปุ ผลกำรวิพำกษ์ข้อสอบ 185
แบบทวนสอบกจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน หลักสูตรปรญิ ญำตรี 186
แบบทวนสอบกจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน หลกั สตู รประกำศนียบตั รวชิ ำชพี ชนั้ สูง 194
แบบฟอร์มรำยงำนคะแนนจำแนกตำมผลกำรเรยี นรู้ 196
แบบนิเทศกำรเรียนกำรสอน 197
รำยงำนกำรตรวจสอบกำรวัดและประเมินผลรำยวชิ ำ และวพิ ำกษผ์ ลกำรเรยี น 199
แบบบนั ทกึ กำรสอน 200
แบบบนั ทกึ กำร Home room
บันทกึ กำรควบคุมกำรสอบ 201
ประกำศวทิ ยำลัยฯ เร่ืองมำตรกำรป้องกันกำรแพร่ระบำดของเช้อื ไวรัสโคโรนำ 2019
หรือโควิด 19 ในกำรดำเนินกำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน
๑
ประวตั ิวทิ ยาลัยการสาธารณสุขสริ ินธร จังหวัดยะลา
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา ตั้งอยู่ เลขท่ี 91 ถนนเทศบาล 1
ตาบลสะเตง อาเภอเมือง จังหวัดยะลา มีเน้ือที่ 16 ไร่ ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับส่วนราชการต่าง ๆ
สงั กดั กระทรวงสาธารณสุข ในจังหวัดยะลา
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เป็นสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษา
สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข เริ่มก่อตั้ง เม่ือ
พ.ศ. 2509 โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์ฝึกและอบรมอนามัยภาคใต้ จังหวัดยะลา” แต่ในระยะแรกของการ
ก่อต้ังนั้น ได้ใช้สถานที่จังหวัดราชบุรี เป็นสถานท่ีเรียนช่ัวคราว ต่อมา พ.ศ. 2510 จึงย้ายมาเรียนที่
จังหวัดยะลา และในปี พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดาเนินทรงประกอบ
พิธีเปิด เม่ือวนั ท่ี 11 มีนาคม พ.ศ. 2511 ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 เปลี่ยนช่ือเป็น “ศูนย์ฝึกอบรม
การสาธารณสุขภาคใต้ จังหวัดยะลา” และเปล่ียนชื่ออีกคร้ังในปี พ.ศ. 2521 เป็น “วิทยาลัยการ
สาธารณสุขภาคใต้ จังหวัดยะลา” สังกัดกองฝึกอบรม สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข
ต่อมา วันท่ี 7 มกราคม 2537 ได้รับพระราชทานชื่อเป็น “วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัด
ยะลา” และพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธยของสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “สธ” เป็นสัญลกั ษณ์ของวทิ ยาลยั
วทิ ยาลยั การสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา แห่งน้กี ่อต้ังมาเป็นระยะเวลาถึง 55 ปี มี
ความม่ันคง ก้าวหน้า มาเป็นลาดับ ปัจจุบัน ปีการศึกษา 2564 ได้ผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขใน
ระดบั ต่ากว่าปรญิ ญาตรี และระดบั ปริญญาตรี รวมจานวน 6 หลักสูตร ดังน้ี
ระดบั ตา่ กวา่ ปริญญาตรี มี 2 หลกั สูตร
1) หลกั สตู รประกาศนยี บตั รวิชาชีพชน้ั สงู หลักสตู รปรับปรงุ พ.ศ. 2561 สาขาวิชา
เทคนิคเภสัชกรรม
2) หลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชพี ช้นั สูง สาขาวชิ าปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์
หลกั สูตรปรบั ปรงุ พ.ศ. 2564
หลักสูตรปริญญาตรี มี 4 หลักสูตร
1) หลกั สูตรสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าสาธารณสุขชุมชน หลักสตู รปรับปรงุ
พ.ศ. 2564
2) หลกั สูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย หลกั สูตรปรบั ปรุง
พ.ศ. 2564
3) หลกั สูตรสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาทันตสาธารณสขุ หลกั สตู รปรับปรงุ พ.ศ.
2564
4) หลักสตู รวทิ ยาศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาอาชีวอนามยั และความปลอดภัย หลักสตู รใหม่
พ.ศ. 2564
๒
สาหรับนักศกึ ษาชัน้ ปีที่ 2-4 หลกั สตู รระดับปรญิ ญาตรี หลกั สูตรสาธารณสุขศาสตร
บณั ฑิต สาขาวิชาสาธารณสขุ ชมุ ชน และหลกั สูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑติ ใช้หลกั สูตรปรบั ปรุง
พ.ศ. 2560 ซงึ่ วทิ ยาลัยฯ ไดท้ าบนั ทกึ ขอ้ ตกลงความรว่ มมอื ทางวชิ าการกบั มหาวิทยาลยั ราชภัฏ
ยะลา และ หลกั สตู รสาธารณสุขศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าทันตสาธารณสขุ หลกั สตู รปรับปรุง พ.ศ.
2560 ทาความรว่ มมือกบั มหาวทิ ยาลยั บูรพา และไดร้ ับความรว่ มมอื จากสถาบันการศกึ ษาอื่น ๆ
สถานบรกิ ารสาธารณสขุ สว่ นราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ทง้ั ในเขตและนอกเขตจงั หวดั ยะลา ทาให้
วทิ ยาลยั สามารถดาเนนิ ภารกิจตามบทบาทของวทิ ยาลยั ได้ประสบผลสาเร็จด้วยดตี ลอดมา
๓
ประวัติการเปดิ หลักสูตรของวทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ ินธร จงั หวัดยะลา
พ.ศ. 2509 เร่ิมกอ่ ต้ัง “ศูนยฝ์ กึ และอบรมอนามยั ภาคใต้ จังหวดั ยะลา” ใช้ชื่อยอ่ วา่ “ศฝอ.”
พ.ศ. 2510 สังกัดกองการศึกษาและฝึกอบรม กรมอนามัย รับผู้จบ ม.ศ.3 เข้าเรียน “หลักสูตร
พ.ศ. 2511 การศึกษาสาหรับพนักงานอนามัย” รุ่นแรกและรุ่นที่สอง โดยเรียนท่ีหน่วยควบคุม
พ.ศ. 2515 คุดทะราด
จงั หวัดราชบุรี ระยะเวลาเรยี น 1 ปี สาเรจ็ แลว้ รับเงนิ เดอื น 690 บาท
พ.ศ. 2517 ยา้ ยมาเรยี นที่ จังหวดั ยะลา ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ รับผสู้ าเร็จการศึกษา ม.ศ.3 เข้า
พ.ศ. 2517 เรียน “หลักสูตรวิชาพนักงานอนามัยจัตวา” ระยะเวลาเรียน 1 1/2 ปี สาเร็จแล้ว
รับเงินเดอื น 1,015 บาท
พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า
พ.ศ. 2525 พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดาเนินทรงประกอบ
พธิ ีเปดิ เมื่อวนั จันทร์ ท่ี 11 มีนาคม 2511
มพี ระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการ ผนวกรวมเอากองการศึกษาและฝกึ อบรม
งานอบรมพนักงานอนามัยตรี ของกองพฒั นาอนามัย กรมอนามยั งานด้านการ
วางแผน ประสานงานและ การคดั เลอื กบคุ คลเขา้ ศึกษาในวิทยาลยั หรือโรงพยาบาล
โรงเรียนผชู้ ่วยพยาบาลของกรมการแพทย์ และโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลของ
โรงพยาบาลโรคทรวงอก ต้ังเป็น “ กองการศึกษา” กรมการแพทย์ และอนามยั
ศูนย์ฝึกและอบรมอนามยั ภาคใต้ จงั หวัดยะลา จงึ เป็นหน่วยงานในสังกัดกอง
การศกึ ษา
เปลี่ยนช่ือศูนย์ฝึกและอบรมอนามัยภาคใต้ จังหวัดยะลา เป็น “ศูนย์ฝึกอบรมการ
สาธารณสขุ ภาคใต้ จงั หวัดยะลา” ใช้ชือ่ ยอ่ วา่ “ศฝส.”
มีการปรับเปล่ยี นกรม กอง ต่างๆ ในกระทรวงสาธารณสุขครั้งใหญ่ “กอง
การศกึ ษา” แยกเปน็ 2 สว่ นคอื
1) กองฝึกอบรม โอนมาสงั กัดสานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ มีหนา้ ท่ีเกย่ี วกับ
การบริหารดา้ นการศกึ ษาและฝกึ อบรมเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข ทงั้ ก่อนประจาการ
และขณะประจาการศนู ยฝ์ ึกอบรมการสาธารณสขุ ภาคใต้ จงั หวดั ยะลา จงึ เป็น
หนว่ ยงานหนึ่งในสังกัดกองฝกึ อบรม สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
2) กองงานวิทยาลยั พยาบาล โอนมาสังกัดสานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
เช่นกัน โดยรับโอนงานสถาบันการผลิตพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล 17 แห่งมา
จดั ดาเนินการ
เปล่ียนช่ือศูนย์ฝึกอบรมการสาธารณสุขภาคใต้ จังหวัดยะลา เป็น “วิทยาลัยการ
สาธารณสุขภาคใต้ จังหวัดยะลา” ใช้ช่ือย่อว่า “วสส.ยะลา” ปรับปรุงหลักสูตร
ใหม่ รับผู้สาเร็จการศึกษา ม.ศ.3 เข้าเรียน “หลักสูตรวิชาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
(พนกั งานอนามยั )” ระยะเวลาเรียน 2 ปี สาเรจ็ แล้วรบั เงนิ เดือน 1,535 บาท
ปรับปรงุ หลกั สูตรวิชาเจ้าหนา้ ทส่ี าธารณสุข (พนกั งานอนามัย) โดยรบั ผู้สาเรจ็
การศกึ ษา ม.ศ. 5 และเปลี่ยนชอ่ื เป็น “หลักสูตรเจา้ พนักงานสาธารณสุข (พนกั งาน
อนามยั )” ระยะเวลาเรียน 2 ปี สาเรจ็ แลว้ รบั เงินเดอื น 2,205 บาท
๔
พ.ศ. 2527 เปิดสอน “หลักสูตรเจ้าพนักงานเภสัชกรรม” รับผู้สาเร็จการศึกษา ม.ศ.5 เรียน
พ.ศ. 2528 วิทยาศาสตร์ ไม่ต่ากว่า 30 หน่วยกิต ระยะเวลาเรียน 2 ปี สาเร็จแล้วรับเงินเดือน
พ.ศ. 2530 2,205 บาท และกาหนดให้ผู้เรียนหลักสูตรเจ้าพนักงานสาธารณสุข (พนักงาน
พ.ศ. 2531 อนามัย) ต้องจบ ม.ศ. 5 เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ไมต่ ่ากวา่ 30 หนว่ ยกิตเชน่ เดยี วกนั
พ.ศ. 2531 เปิด “หลกั สตู รสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑิต (ตอ่ เนอ่ื ง)” เรยี นทวี่ ทิ ยาลยั การ
พ.ศ. 2534 สาธารณสุข ภาคใต้ จังหวดั ยะลา 6 เดอื น จากนน้ั ไปเรยี นทคี่ ณะสาธารณสขุ ศาสตร์
พ.ศ. 2536 มหาวทิ ยาลัยมหิดล อีก 2 ปี
พ.ศ. 2536 เปิดอบรมระหว่างประจาการอกี 2 หลักสูตร คอื “หลักสูตรผู้บรหิ ารการสาธารณสุข
ระดับกลาง” รนุ่ ที่ 1 ระยะเวลา 10 สปั ดาห์ และ “หลกั สตู รเจ้าหนา้ ทบ่ี ริหารการ
พ.ศ. 2537 สาธารณสุขระดับตน้ ”ร่นุ ท่ี 1 ระยะเวลา 9 สปั ดาห์
พ.ศ. 2538 เปิดอบรมระหว่างประจาการ “หลกั สูตรหวั หน้าสถานอี นามยั ” รุ่นที่ 1 ระยะเวลา 3
สปั ดาห์
พ.ศ. 2538 หลกั สตู รสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑิต(ตอ่ เน่อื ง) เปลี่ยนแปลงระยะเวลาเรียนท่ี
วิทยาลัยการสาธารณสุขภาคใต้ จังหวัดยะลา เป็น 9 เดือน ต่อจากนั้นไปเรียนท่ี
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล เป็นเวลา 2 ปี
ปรบั ปรุงหลกั สูตรเจ้าพนักงานสาธารณสุข (พนกั งานอนามัย) และเปลยี่ นชอ่ื หลักสูตร
เปน็ หลกั สูตรประกาศนยี บัตรสาธารณสุขศาสตร์ ระยะเวลาเรียน 2 ปี 85 หนว่ ยกติ
ปรับปรุงหลักสูตรเจ้าพนักงานเภสัชกรรม เปล่ียนช่ือเป็น “หลักสูตรประกาศนียบัตร
เทคนิคเภสชั กรรม” ระยะเวลาเรียน 2 ปี 90 หน่วยกติ
มพี ระราชกฤษฎกี าแบง่ ส่วนราชการสานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
พ.ศ. 2536
“กองฝึกอบรม” ไดเ้ ปลยี่ นโครงสร้างหนว่ ยงานมารวมกับ “กองงานวทิ ยาลยั
พยาบาล” และหนว่ ยงานอน่ื ทเี่ กยี่ วกับการผลติ และพัฒนากาลังคน เป็นหน่วยงาน
ใหม่ชอ่ื ว่า “สถาบนั พฒั นากาลังคนดา้ นสาธารณสุข” สานักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสขุ วิทยาลัยการสาธารณสุขภาคใต้ จงั หวดั ยะลา จงึ เปน็ หนว่ ยงานในสงั กดั
ของหนว่ ยงานใหมน่ ี้
วนั ท่ี 7 มกราคม 2537 วิทยาลัยการสาธารณสขุ ภาคใต้ จงั หวัดยะลา ไดร้ บั
พระราชทานช่อื เปน็ “วทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ ินธร จงั หวดั ยะลา”
และพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญ อักษรพระนามาภิไธย “สธ” เป็น
สัญลกั ษณข์ องวิทยาลยั
กระทรวงสาธารณสุขไดม้ กี ารเปล่ียนแปลงนโยบายให้ผลิตนักศึกษาหลักสูตร
ประกาศนยี บัตรสาธารณสุขศาสตร์ น้อยลง โดยรบั ปีละ 1 ร่นุ ๆ ละ 200 คน และ
ไดม้ กี ารปรับปรงุ หลักสูตร เปน็ “หลกั สตู รประกาศนยี บัตรสาธารณสุขศาสตร์
(สาธารณสุขชุมชน)” และพร้อมกนั นีไ้ ด้ปรบั ปรุงหลักสตู รเจา้ พนักงานเภสัชกรรม
เปน็ “หลกั สูตรประกาศนียบตั รสาธารณสขุ ศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคเภสัชกรรม”
ด้วย จบแล้วรับเงินเดอื น 5,180 บาท
เปิดหลักสูตรทันตาภิบาลรุ่นแรก เรียกช่ือหลักสูตรว่า “หลักสูตรประกาศนียบัตร
สาธารณสขุ ศาสตร์(ทันตสาธารณสุข)” เรยี น 2 ปี จบแล้วรบั เงินเดือน 5,180 บาท
๕
พ.ศ. 2538 สถาบันพัฒนากาลังคนด้านสาธารณสุข ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้
พ.ศ. 2540 ช่ือว่า “สถาบันพระบรมราชชนก” เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2538 วิทยาลัยการ
พ.ศ. 2543 สาธารณสุขสริ นิ ธร จงั หวดั ยะลา จึงเปน็ หนว่ ยงานทส่ี งั กดั สถาบันพระบรมราชชนก
พฒั นาหลักสูตรปริญญาตรี สาขาวชิ าวิทยาศาสตร์ สายวทิ ยาศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์
พ.ศ. 2545 ประยุกต์ โปรแกรมวิชาสาธารณสขุ ชมุ ชน ในโครงการสมทบทางวชิ าการกับสถาบัน
ราชภัฏยะลา (มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏยะลา ปจั จุบนั ) ศึกษาตลอดหลกั สูตรไม่นอ้ ยกว่า
พ.ศ. 2547 148 หน่วยกติ เปิดรับนกั ศึกษารุ่นแรก จานวน 48 คน
พ.ศ. 2548 ปรบั ปรงุ หลกั สูตรประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตรท์ ้ัง 3 หลักสตู ร โดยลด
พ.ศ. 2548 หนว่ ยกิตรวมเหลือเพียง 80 หน่วยกติ และเปลย่ี นชอื่ หลักสูตรเปน็
พ.ศ. 2550
- หลกั สตู รประกาศนียบัตรสาธารณสขุ ศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน)
ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2543
- หลักสูตรประกาศนียบัตรสาธารณสขุ ศาสตร์ สาขาวชิ าเทคนิคเภสชั กรรม
ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2543
- หลักสตู รประกาศนียบตั รสาธารณสขุ ศาสตร์ (ทนั ตสาธารณสุข)
ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2543
ปรับปรุงหลักสูตรประกาศนียบตั รสาธารณสขุ ศาสตร์ทงั้ 3 หลักสตู ร เป็น
หลักสูตรแบบบูรณาการ โดยมีชื่อหลกั สตู รดงั น้ี
- หลกั สตู รประกาศนียบัตรสาธารณสขุ ศาสตร์ (สาธารณสุขชมุ ชน)
ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2545
- หลกั สูตรประกาศนยี บตั รสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวชิ าเทคนคิ เภสัชกรรม
ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2545
- หลักสูตรประกาศนยี บัตรสาธารณสขุ ศาสตร์ (ทนั ตสาธารณสุข)
ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2545
เปดิ รบั นักศกึ ษาหลกั สตู รประกาศนยี บัตรเวชกิจฉุกเฉนิ รุ่นแรก จานวน 30 คน
เปดิ รบั นักศึกษาหลกั สตู รปรญิ ญาตรวี ิทยาศาสตรบณั ฑติ (สาธารณสขุ ชุมชน)
ภาคพิเศษ ตามโครงการความร่วมมอื ทางวชิ าการกบั มหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา
ปรบั ปรงุ หลกั สูตรประกาศนียบตั รเวชกจิ ฉกุ เฉนิ โดยมีช่ือหลกั สตู ร คอื หลกั สตู ร
ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชนั้ สูงเวชกิจฉุกเฉนิ ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2549
ปรับปรงุ หลักสูตรประกาศนียบตั รสาธารณสขุ ศาสตร์ทง้ั 3 หลกั สูตร และเปล่ียนชอ่ื
หลกั สตู รเป็น
- หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้ันสงู สาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชมุ ชน)
ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2550
- หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้นั สงู สาธารณสขุ ศาสตร์ สาขาวชิ าเทคนิค
เภสชั กรรม ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2550
- หลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพชน้ั สูงสาธารณสุขศาสตร์ (ทันตสาธารณสุข)
ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2550
๖
พ.ศ. 2551 พัฒนาหลักสูตรปริญญาตรี ในโครงการสมทบทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ
พ.ศ. 2552 ยะลา
พ.ศ. 2552
พ.ศ. 2555 - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าสาธารณสขุ ชุมชน หลักสตู ร
ปรบั ปรุงพ.ศ. 2550 ศึกษาตลอดหลักสูตร ไม่นอ้ ยกวา่ 130 หนว่ ยกติ
พ.ศ. 2556
- หลกั สตู รการแพทยแ์ ผนไทยบัณฑติ หลกั สูตร พ.ศ. 2550 ศึกษาตลอด
พ.ศ. 2559 หลกั สูตรไมน่ อ้ ยกวา่ 129 หน่วยกติ
พ.ศ. 2560
เปิดรบั นกั ศกึ ษาหลักสูตรการแพทย์แผนไทยบณั ฑิตรนุ่ แรก จานวน 37 คน
พฒั นาหลักสตู รปริญญาโท : วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าสาธารณสุขศาสตร์
ตามโครงการความร่วมมือทางวชิ าการกบั มหาวทิ ยาลัยราชภัฎยะลา
เปดิ รับนักศกึ ษาหลกั สูตรปรญิ ญาโท: วิทยาศาสตรมหาบณั ฑติ (สาธารณสุขศาสตร)์
แผน ก(2) ภาคพิเศษ รุ่นแรก จานวน 9 คน
พฒั นาหลกั สูตรปริญญาตรี ในโครงการสมทบทางวิชาการกับมหาวทิ ยาลัยราชภฏั
ยะลา
- หลักสตู รวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าสาธารณสขุ ศาสตร์ หลกั สูตร
ปรบั ปรุง พ.ศ. 2555 ศึกษาตลอดหลกั สตู ร ไมน่ ้อยกวา่ 132 หน่วยกติ
- หลกั สตู รการแพทยแ์ ผนไทยบณั ฑติ หลักสตู รปรับปรงุ พ.ศ. 2555 ศกึ ษา
ตลอดหลักสูตร ไมน่ ้อยกว่า 132 หนว่ ยกติ
พัฒนาและปรับปรงุ หลกั สูตร 3 หลักสตู ร คือ
- พฒั นาหลกั สตู รปริญญาตรี สาธารณสุขศาสตรบัณฑติ สาขาวิชา
ทนั ตสาธารณสขุ ในโครงการความร่วมมอื ทางวชิ าการกบั มหาวทิ ยาลยั
บูรพา ศกึ ษาตลอดหลกั สูตรไมน่ ้อยกว่า 140 หน่วยกิต
- ปรับปรุงหลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้นั สงู สาธารณสขุ ศาสตร์
สาขาวชิ าเทคนิคเภสัชกรรม
- ปรับปรุงหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชีพชั้นสูง สาขาปฏบิ ัติการ
ฉกุ เฉนิ การแพทย์
พัฒนาและปรบั ปรงุ หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชนั้ สูง สาขาปฏบิ ัติการ
ฉุกเฉนิ การแพทย์
พัฒนาและปรับปรงุ หลักสูตร 3 หลักสูตร คอื
- พัฒนาหลักสตู รปรญิ ญาตรี สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ า
สาธารณสขุ ชมุ ชน ในโครงการความรว่ มมอื ทางวิชาการกับมหาวิทยาลัย
ราชภฎั ยะลา ศึกษาตลอดหลกั สตู รไมน่ อ้ ยกวา่ 136 หนว่ ยกติ
- พัฒนาหลักสตู รปริญญาตรี การแพทย์แผนไทยบัณฑิต ในโครงการความ
รว่ มมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลยั ราชภฎั ยะลา ศกึ ษาตลอดหลักสูตรไม่
น้อยกว่า 133 หน่วยกติ
- พฒั นาหลักสตู รปรญิ ญาตรี สาธารณสุขศาสตรบณั ฑติ สาขาวชิ า
สาธารณสขุ ชมุ ชน ทนั ตสาธารณสุข ในโครงการความร่วมมือทางวิชาการ
กับมหาวิทยาลยั บูรพา ศึกษาตลอดหลักสตู รไม่นอ้ ย กว่า 144 หน่วยกิต
๗
พ.ศ. 2561 พัฒนาและปรับปรุงหลักสตู ร 1 หลักสตู ร คือ
พ.ศ. 2562 - พฒั นาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้นั สงู สาขาวชิ าเทคนิคเภสัชกรรม
พ.ศ. 2564 ศึกษาตลอดหลกั สูตรไม่นอ้ ยกว่า 84 หน่วยกติ
สมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวมหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการ
โปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. 2562
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เมอื่ วันที่ 5 เมษายน 2562
พฒั นาและปรบั ปรุงหลักสตู ร จานวน 3 หลกั สูตร
- พัฒนาหลกั สตู รปรญิ ญาตรี สาธารณสุขศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชา
สาธารณสุขชุมชน ศกึ ษาตลอดหลักสูตรไมน่ ้อยกว่า 128 หนว่ ยกิต
- พฒั นาหลักสูตรปริญญาตรี การแพทย์แผนไทยบัณฑิต สาขาวชิ า
การแพทย์แผนไทย ศึกษาตลอดหลกั สูตร ไม่น้อยกว่า 140 หนว่ ยกติ
- พัฒนาหลักสตู รปริญญาตรี สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ า
สาธารณสขุ ชุมชน ทันตสาธารณสขุ ศกึ ษาตลอดหลกั สูตร
ไม่น้อย กวา่ 141 หน่วยกติ
- ปรับปรงุ หลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชน้ั สูง สาขาวชิ าปฏิบัติการ
ฉุกเฉินการแพทย์ ศกึ ษาตลอดหลักสตู ร
ไมน่ ้อย กว่า 83 หน่วยกิต
เปิดหลกั สตู รใหม่ จานวน 1 หลักสูตร
- หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าอาชวี อนามยั และความปลอดภยั
ศึกษาตลอดหลักสตู ร ไม่น้อยกว่า 141 หนว่ ยกติ
๘
ปรชั ญา
การผลิตและพัฒนากาลังคนที่มีคุณภาพในการพัฒนางานสาธารณสุข จาเป็นต้องจัด
ประสบการณ์ทางการศึกษา โดยมีการประกันคุณภาพ เพื่อใหเ้ กิดกระบวนการเรียนรตู้ ลอดชีวิต สร้าง
ผลผลติ ที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนโดยยึดหลักเศรษฐกจิ พอเพียง
ปณิธาน
วิทยาลัยจะพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเน่ือง เพ่ือผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพให้มี
ความรู้ ความสามารถในการดาเนินงานสาธารณสุขแบบองค์รวม ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้วิจัย
และพัฒนา แก้ไขปัญหาชุมชนทีต่ นรับผิดชอบได้อยา่ งเหมาะสม กอปรด้วย คุณธรรม จรยิ ธรรม มนษุ ย
สัมพนั ธท์ ีด่ ี รวมทงั้ สง่ เสรมิ ศิลปวัฒนธรรม และเลอื่ มใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
วิสัยทัศน์
เปน็ สถาบันอดุ มศึกษาชนั้ นาด้านการจัดการสุขภาพชุมชน การวิจยั การบรกิ ารวิชาการ ท่ีได้รบั การ
ยอมรับในระดบั ประเทศ
พันธกิจ
1. ผลติ บคุ ลากรด้านสขุ ภาพ
2. ให้บรกิ ารวชิ าการแกช่ มุ ชนและพัฒนากาลงั คนดา้ นสขุ ภาพ
3. วจิ ัย จัดการองค์ความรู้และสร้างนวตั กรรมสุขภาพ
4. ทานุบารุงศิลปวฒั นธรรม
5. พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การ
คา่ นยิ มรว่ ม “MOPH”
M : Mastery เป็นนายตนเอง หมน่ั ฝึกฝนตนเอง ยดึ ม่ันในความถูกตอ้ ง มวี นิ ัย ปฏิบตั ิตาม
กฎระเบยี บบนพื้นฐานของการมสี านกึ รับผิดชอบ คุณธรรม และจรยิ ธรรม
O : Originality เร่งสร้างสิ่งใหม่ สร้างสรรค์นวัตกรรม สิ่งใหม่ ที่เหมาะสมและมี
ประสิทธิภาพ เพื่อใหเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ ระบบสขุ ภาพ
P : People centered ใส่ใจประชาชน ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทางาน
เพือ่ ประโยชน์อนั ดี แก่ประชาชน โดยใช้หลักเขา้ ใจ เขา้ ถึง พง่ึ ได้
H : Humility ถ่อมตนอ่อนน้อม คือมีสัมมาคารวะ มีน้าใจ ให้อภัย รับฟังความเห็น
เสียสละเพอ่ื ประโยชนส์ ่วนรวม
๙
โครงสรา้ งองค์กร วิทยาลัยการสาธารณสขุ สริ นิ ธร จังหวดั ยะลา
วทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สิรนิ ธร จงั หวัดยะลา
คณะกรรมการวิทยาลยั คณะกรรมการบรหิ ารวทิ ยาลยั
คณะกรรมการบรกิ ารทาง คณะกรรมการจริยธรรม
การแพทย์และสาธารณสุข การวจิ ัยในมนุษย์
คณะกรรมการสวสั ดิการ
และจัดหารายได้
กลุ่ม กลมุ่ กลมุ่ วิจยั และ กลุม่ ยุทธศาสตร์ กลมุ่ กิจการ
อานวยการ วิชาการ บรกิ ารวชิ าการ และประกนั คณุ ภาพ นกั ศึกษา
กลุม่ งาน กลมุ่ งานหลักสูตร กลุม่ งานวจิ ัย การศกึ ษา
บริหารทั่วไป สาธารณสขุ ชุมชน และวิเทศ
และบริหารวิขา กลมุ่ งานหลกั สูตร สมั พันธ์ กลุ่มงาน กลุ่มงานพัฒนา
การ การแพทย์แผนไทย กลุม่ งาน ยุทธศาสตร์และ นกั ศึกษาและ
กลุ่มงาน กลุ่มงานหลกั สูตร บริการวิชาการ แผนงาน
เทคโนโลยี ทันตสาธารณสขุ กลมุ่ งาน กลมุ่ งานประกัน ทานุบารงุ
สารสนเทศและ กลุ่มงานหลักสูตร พัฒนากาลงั คน คณุ ภาพการศกึ ษา ศลิ ปวัฒนธรรม
วทิ ยบริการ อาชวี อนามัยและ ศูนย์ศกึ ษา
กล่มุ งาน ความปลอดภัย การแพทย์ กลุ่มงาน
ทรพั ยากรบคุ คล กล่มุ งานหลกั สูตร ฉกุ เฉนิ สวัสดิการ
สานกั งาน ฉุกเฉินการแพทย์ นกั ศึกษา
ผอู้ านวยการ กลุ่มงานหลักสูตร
เทคนิคเภสัชกรรม
กลมุ่ งานจัด
การศึกษาทั่วไป
กลุ่มงานทะเบียน
และประเมนิ ผล
การศกึ ษา
๑๐
จรรยาบรรณวชิ าชพี คณาจารย์
วทิ ยาลัยเป็นสถาบันการศึกษา ท่ีใหก้ ารศึกษา บ่มเพาะ สรา้ งสรรค์ จรรโลง ถ่ายทอดและ
ประยุกต์วิชาการเพ่ือประโยชน์สุขของมวลมนุษย์ แต่ความรู้อันขาดคุณธรรมกากับ ย่อมไม่เป็นที่พึง
ประสงค์ อาจารย์มีภารหน้าท่ีในการให้การให้การศึกษา และพัฒนาบุคลากรของชาติ อาจารย์เป็น
วชิ าชพี ที่มเี กยี รติ และเป็นที่มุ่งหวังของสงั คมไทยในการสรา้ งทรัพยากรบุคคลท่ีมีคุณภาพและคุณธรรม
จาเป็นอย่างย่ิงท่ีจะต้องมีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพที่เหมาะสม เพ่ือเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ
ตนของอาจารยใ์ นการรกั ษาและธรรมรงค์ไว้ ซึ่งเกยี รติคณุ ช่อื เสยี ง และฐานะของอาจารยท์ ่ดี ี
ความหมาย
จรรยาบรรณ หมายถึง ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่าง
กาหนดข้ึน เพ่ือรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์
อักษรหรือไมก่ ไ็ ด.้ (ราชบัณฑติ ยสถาน, 2542)
จรรยาบรรณวิชาชีพ หมายถึง ประมวลความประพฤติ ข้อบังคับ มารยาทท่ีแต่ละสาขา
วิชาชีพกาหนดข้ึน เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของผู้ประกอบวิชาชีพน้ันๆ เพ่ือรักษา และ
ส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียงและฐานะ ของผู้ประกอบวิชาชีพให้เป็นท่ีน่าเช่ือถือ แกผู้รับบริการ อันจะ
นามาซึ่งเกียรตแิ ละศกั ดศ์ิ รีแหง่ วชิ าชีพ
อาจารย์ คอื ผยู้ กฐานะทางจิตวญิ ญาณของโลกให้สงู ข้ึน อาจารยจ์ ึงเป็นปชู นียบคุ คลทโ่ี ลก
ตอ้ งบชู า ด้วยเหตุนีอ้ าจารย์ จึงต้องเปน็ ผเู้ สียสละ ตอ้ งปักใจแน่วแนใ่ นการท่ีจะปฏิบัติหน้าท่ีโดยไม่หวัง
ผลตอบแทน
บทบาทหนา้ ท่ีคณาจารย์
1. คณาจารย์ต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กาลังใจ
ในการศกึ ษาเล่าเรยี นแก่ศิษยโ์ ดยเสมอหน้า
2. คณาจารย์ต้องอบรม ส่ังสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงาม
ใหเ้ กิดแก่ศิษยอ์ ยา่ งเต็มความสามารถดว้ ยความบริสุทธิใ์ จ
3. คณาจารย์ต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ท้ังทางกาย วาจา และ
จติ ใจ
4. คณาจารย์ต้องไม่กระทาตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ
อารมณแ์ ละสงั คมของศษิ ย์
5. คณาจารย์ต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าท่ี
ตามปกติ และไม่ใช้ใหศ้ ษิ ย์กระทาการใด ๆ อันเปน็ ประโยชนใ์ หแ้ กต่ นโดยมชิ อบ
6. คณาจารย์ย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชพี ด้านบุคลกิ ภาพและวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อ
การพัฒนาทางวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สงั คมและการเมอื งอยเู่ สมอ
7. คณาจารย์ย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครูและเป็นสมาชิกท่ีดีขององค์กรวิชาชีพและ
วทิ ยาลยั
8. คณาจารยพ์ งึ ช่วยเหลือเก้อื กลู บคุ คล ชมุ ชนในทางสรา้ งสรรค์
9. คณาจารย์พึงประพฤติ ปฏิบัติตน เป็นผู้นาในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญา และ
วฒั นธรรมไทย
๑๑
แนวทางในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพคณาจารย์
1. คณาจารย์ต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้
กาลงั ใจในการศกึ ษาเล่าเรยี นแก่ศษิ ย์โดยเสมอหน้า
แนวทางปฏิบตั ิ
1. สร้างความรู้สึกเป็นมิตร เป็นท่ีพ่ึงพาและไว้วางใจได้ของศิษย์แต่ละคนและทุกคน
ตัวอย่างเช่น
1.1 ให้ความเปน็ กนั เองกบั ศษิ ย์
1.2 รับฟงั ปัญหาของศษิ ยแ์ ละให้ความช่วยเหลอื ศิษย์
1.3 ร่วมทากิจกรรมกับศิษย์เปน็ คร้ังคราวตามความเหมาะสม
1.4 สนทนาไต่ถามทุกข์สุขของศษิ ย์
2. ตอบสนองข้องเสนอและการกระทาของศิษย์ในทางสร้างสรรค์ตามสภาพปัญหาความ
ตอ้ งการและศักยภาพของศษิ ย์แต่ละคนและทกุ คน ตัวอย่างเช่น
2.1 สนใจคาถามและคาตอบของศิษยท์ กุ คน
2.2 ให้โอกาสศิษย์แต่ละคนไดแ้ สดงออกความสามารถ ความถนดั และความสนใจ
2.3 ชว่ ยแก้ไขข้อบกพรอ่ งของศิษย์
3. เสนอและแนะแนวทางการพัฒนาของศิษย์แตล่ ะคนทุกคนตามความถนัด ความสนใจ
และศักยภาพของศิษย์ ตวั อยา่ งเช่น
3.1 มอบหมายงานตามความถนัด
3.2จัดกิจกรรมหลากหลายตามสภาพแตกต่างของศิษย์เพ่ือให้แต่ละคนประสบ
ความสาเร็จเปน็ ระยะ ๆ อยู่เสมอ
3.3 แนะแนวทางท่ีถูกให้แกศ่ ิษย์
3.4 ปรึกษาหารือกับครู ผู้ปกครอง เพ่ือนนักเรียน เพ่ือหาสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาของ
ศษิ ย์
4. แสดงผลงานท่ีภูมิใจของศิษย์แต่ละคน และทุกคนทั้งในและนอก สถานศึกษา
ตวั อย่างเช่น
4.1 ตรวจผลงานของศษิ ยส์ ม่าเสมอ
4.2 แสดงผลงานของศิษยใ์ นห้องเรยี น (หอ้ งปฏบิ ัติการ)
4.3 ประกาศหรอื เผยแพรผ่ ลงานของศษิ ยป์ ระสบความสาเร็จ
2. คณาจารย์ต้องอบรม ส่ังสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดี
งาม ให้เกิดแก่ศิษยอ์ ยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ยความบริสุทธใ์ิ จ
แนวทางปฏบิ ตั ิ
1. อบรม สั่งสอน ฝึกฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาศิษย์อย่างมุ่งม่ัน
และตงั้ ใจ ตัวอย่างเช่น
1.1 สอนเต็มเวลา ไมเ่ บยี ดบังคบั เวลาของศษิ ยห์ าผลประโยชนต์ ่อตนเอง
1.2 เอาใจใส่อบรม สงั่ สอนศิษยเ์ กดิ ทกั ษะในการปฏบิ ัตงิ าน
1.3 อุทิศเวลาเพ่อื พฒั นาศษิ ย์ตามความจาเปน็ และเหมาะสม
1.4 ไมล่ ะทง้ิ ชั้นเรยี นหรือขาดการสอน
๑๒
2. อบรมส่ังสอน ฝึกฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพ่อพัฒนาศิษย์อย่างเต็ม
ศักยภาพ ตวั อยา่ งเชน่
2.1 เลือกใช้วธิ กี ารทห่ี ลากหลายในการสอนให้เหมาะสมกับสภาพของศิษย์
2.2 ใหค้ วามร้โู ดยไมป่ ดิ บงั
2.3 สนเต็มความสามารถ
2.4 เปดิ โอกาสให้ศิษย์ไดฝ้ ึกปฏบิ ัติอย่างเต็มความสามารถ
2.5 สอนเต็มความสามารถและดว้ ยความเต็มใจ
2.6 กาหนดเปา้ หมายท่ที า้ ทาย พัฒนาขน้ึ
2.7 ลงมือจัด เลือกกิจกรรมทีน่ าสผู่ ลจรงิ
2.8 ประเมนิ ปรับปรงุ ให้ได้ผลจรงิ
3. อบรม สั่งสอน ฝึกฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพ่ือพัฒนาศิษย์ด้วยความ
บริสทุ ธใ์ิ จ ตวั อย่างเช่น
3.1 สง่ั สอนศิษยโ์ ดยไม่บิดเบอื นหรือปดิ บัง อาพราง
3.2 อบรมสงั่ สอนศิษย์โดยไมเ่ ลือกท่รี ักมักทชี่ ัง
3.3 มอบหมายงานและตรวจผลงานด้วยความยุติธรรม
3. คณาจารย์ต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ท้ังทางกาย วาจา และ
จิตใจ
แนวทางปฏบิ ัติ
1. ตระหนักว่าพฤติกรรมการแสดงออกของครูมีผลต่อการพัฒนาพฤติกรรมของศิษย์อยู่
เสมอ ตวั อย่างเช่น
1.1 ระมดั ระวงั ในการกระทา และการพดู ของตนเองอยู่เสมอ
1.2 ไม่โกรธงา่ ยหรือแสดงอารมณฉ์ ุนเฉียวต่อหน้าศษิ ย์มองโลกในแง่ดี
2. พูดจาสุภาพและสร้างสรรค์โดยคานึงถึงผลท่ีจะเกิดขึ้นกับศิษย์ และสังคม
ตวั อยา่ งเชน่
2.1 ไม่พดู คาหยาบหรอื ก้าวร้าว
2.2 ไมน่ นิ ทาหรือพดู จาส่อเสยี ด
2.3 พูดชมเชยใหก้ าลังใจศิษย์ดว้ ยความจรงิ ใจ
3. กระทาตนเป็นแบบอย่างที่ดี สอดคลอ้ งกับคาสอนของตน และวัฒนธรรมประเพณีอัน
ดีงาม ตวั อยา่ งเชน่
3.1 ปฏบิ ัติตนใหม้ ีสขุ ภาพ และบุคลิกภาพทีด่ อี ยูเ่ สมอ
3.2 แตง่ กายสะอาดสภุ าพเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ
3.3 ตรงตอ่ เวลา
๑๓
4. คณาจารย์ต้องไม่กระทาตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ
อารมณแ์ ละสังคมของศิษย์
แนวทางปฏบิ ตั ิ
1. ละเว้นการกระทาที่ทาให้ศิษย์ เกิดความกระทบกระเทือนต่อ จิตใจ สติปัญญา
อารมณ์ และสงั คมของศษิ ย์
ตัวอย่างเช่น
1.1 ไมน่ าปมดอ้ ยของศิษย์มาลอ้ เลน่
1.2 ไมป่ ระจานศษิ ย์
1.3 ไมพ่ ดู จาหรอื กระทาการใด ๆ ทีเ่ ปน็ การซา้ เติมปัญหาหรอื ขอ้ บกพร่องของศษิ ย์
1.4 ไมน่ าความเครยี ดมาระบายตอ่ ศิษย์ ไมว่ า่ จะดว้ ยคาพูดหรอื สีหน้า ท่าทาง
1.5 ไมเ่ ปรียบเทียบฐานะความเป็นอยูข่ องศิษย์
1.6 ไมล่ งโทษศษิ ยเ์ กนิ กว่าเหตุ
2. ละเว้นการกระทาทเ่ี ปน็ อันตรายตอ่ สุขภาพและร่างกายของศษิ ย์
ตัวอยา่ งเชน่
2.1 ไม่ทารา้ ยร่างกายศิษย์
2.2 ไม่ลงโทษศษิ ย์เกนิ กว่าระเบียบกาหนด
2.3 ไม่จัดหรือปล่อยปละละเลยให้สภาพแวดล้อมเป็นอันตรายต่อศิษย์ ไม่ใช้ศิษย์
ทางานเกนิ กาลงั ความสามารถ
3. ละเว้นการกระทาที่สกัดก้ันพัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคมของ
ศิษย์
ตัวอยา่ งเช่น
3.1 ไมต่ ัดสินคาตอบถกู ผิด โดยยดึ คาตอบของครู
3.2 ไมด่ ดุ า่ ซา้ เตมิ ศษิ ยท์ เ่ี รยี นชา้
3.3 ไม่ขดั ขวางโอกาสใหศ้ ษิ ยไ์ ด้แสดงออกทางสร้างสรรค์
3.4 ไม่ตง้ั ฉายาในทางลบให้แก่ศิษย์
5. คณาจารย์ต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติ
หน้าท่ตี ามปกติ และไม่ใช้ให้ศษิ ยก์ ระทาการใด ๆ อันเป็นประโยชนใ์ หแ้ ก่ตนโดยมชิ อบ
แนวทางปฏบิ ตั ิ
1. ไมร่ บั หรือแสวงหาอามสิ สนิ จา้ งหรือผลประโยชนอ์ นั มคิ วรจากศษิ ย์ ตวั อย่างเช่น
1.1 ไม่หารายไดจ้ ากการนาสนิ คา้ ขายใหศ้ ิษย์
1.2 ไม่ตัดสนิ ผลงานหรือผลการเรียน โดยมสี ิ่งแลกเปลย่ี น
1.3 ไมบ่ ังคบั หรือสร้างเง่อื นไขใหศ้ ษิ ยเ์ พื่อใหศ้ ิษย์เรียนพิเศษเพ่ือหารายได้
2. ไม่ใช้ศิษย์เป็นเครอื่ งมือหาประโยชน์ให้กบั ตนโดยมิชอบดว้ ยกฎหมาย ขนบธรรมเนียม
ประเพณหี รือความรู้สึกของสังคม
ตวั อยา่ งเช่น
2.1 ไมน่ าผลงานของศษิ ย์ไปแสวงหากาไรส่วนตน
๑๔
2.2 ไมใ่ ชแ้ รงงานศิษยเ์ พอื่ ประโยชน์สว่ นตน
2.3 ไมใ่ ชห้ รือจ้างวานศษิ ย์ไปทาสง่ิ ผิดกฎหมาย
6. คณาจารย์ย่อมพฒั นาตนเองท้งั ในด้านวิชาชพี ดา้ นบคุ ลิกภาพและวสิ ับทัศน์ ให้ทัน
ตอ่ การพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกจิ สงั คมและการเมอื งอยูเ่ สมอ
แนวทางปฏบิ ตั ิ
1. ใสใ่ จศกึ ษาค้นคว้า รเิ รม่ิ สร้างสรรค์ความรูใ้ หม่ทเ่ี กี่ยวกับวชิ าชพี อยเู่ สมอ ตัวอยา่ งเช่น
1.1 หาความรู้จากเอกสาร ตารา และส่อื ตา่ ง ๆ ๆอยเู่ สมอ
1.2 จัดทาและเผยแพรค่ วามรผู้ า่ นส่ือตา่ ง ๆ ตามโอกาส
1.3 เขา้ รว่ มประชุม อบรม สมั มนา หรือฟงั การบรรยาย หรอื อภปิ รายทางวชิ าการ
2. มีความรอบรู้ ทันสมัย ทันเหตุการณ์ สามารถนามาวิเคราะห์ กาหนดเป้าหมาย
แนวทางพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ทันต่อการเปล่ียนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การ
อาชพี และเทคโนโลยี
ตัวอยา่ งเช่น
2.1 นาเทคโนโลยที ่เี หมาะสมมาใช้ประกอบการเรยี นการสอน
2.2 ตดิ ตามข่าวสารเหตุการณ์ด้านการเมอื ง เศรษฐกจิ สงั คม การเมืองอยเู่ สมอ
2.3 วางแผนพฒั นาตนเองและพฒั นางาน
3. แสดงออกทางรา่ งกาย กรยิ า วาจา อย่างสง่างามเหมาะสมกบั กาลเทศะ ตวั อยา่ งเชน่
3.1 รักษาสขุ ภาพและปรบั ปรุงบคุ ลกิ ภาพอยู่เสมอ
3.2 มีความเชือ่ ม่ันในตนเอง
3.3 แต่งกายสะอาดเหมาะสมกบั กาลเทศะและทนั สมัย
3.4 มคี วามกระตือรอื ร้น ไวตอ่ ความร้สู ึกของสังคม
แนวทางกากับดูแลการปฏิบตั ิตามจรรยาบรรณวิชาชพี คณาจารย์
คณะกรรมการวิชาการมอบอานาจให้หัวหน้างาน/หัวหน้ากลุ่ม ติดตามกากับผู้ที่อยู่ใน
ความดูแล ให้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชพี คณาจารย์
1. มีการรวบรวมข้อมูล หมายถึง ข้อมูลเชิงประจักษ์ท่ีได้จากการสังเกต การรับฟัง
ความคิดเห็นของผู้ท่ีเกี่ยวข้อง การวิเคราะห์จากข้อเสนอแนะท้ายแบบประเมินประสิทธิภาพการสอน
ของอาจารย์ และอน่ื ๆ ตามความเหมาะสม
2. มีการตกั เตอื นผทู้ ีไ่ มป่ ฏบิ ัติตามจรรยาบรรณวชิ าชีพ
แนวทางป้องกนั การกระทาผดิ จรรยาบรรณวิชาชพี คณาจารย์
ผอู้ านวยการวทิ ยาลัย ได้กาหนดนโยบายไวด้ ังนี้
1. ไมใ่ ห้อาจารย์รับอามสิ สินจ้างจากผู้ปกครองหรือคนภายนอกไม่วา่ กรณใี ดๆ
2. ไม่ให้อาจารยแ์ สวงหาผลประโยชน์จากศษิ ย์
๑๕
ระบบในการดาเนนิ การกับผไู้ ม่ปฏิบตั ติ ามจรรยาบรรณวิชาชพี คณาจารย์
เม่ือผู้ท่เี ก่ียวขอ้ งไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพคณาจารย์ วทิ ยาลัยมีวิธีดาเนินการโดย
แตง่ ตัง้ ให้คณะกรรมการชุดสืบสวนหาข้อเทจ็ จรงิ เก่ยี วกบั ข้อร้องเรียนทเี่ กดิ ข้ึน
หากพบผู้น้นั ยังคงไม่ปฏิบัตติ ามจรรยาบรรณวชิ าชีพคณาจารย์ และมีพฤตกิ รรมส่อไปทาง
ผิดวนิ ยั ขา้ ราชการพลเรอื น ผนู้ ัน้ จะต้องไดร้ ับบทลงโทษ
บทลงโทษผู้ไม่ปฏิบตั ติ ามจรรยาบรรณวชิ าชพี คณาจารย์
1. ภาคทัณฑ์
2. ตัดเงินเดือน
3. ลดขั้นเงินเดือน
4. ปลดออก
5. ไล่ออก
๑๖
หลักสตู รการเรยี นการสอน
ระดับต่ากวา่ ปริญญาตรี มี 2 หลักสตู ร
1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง หลักสูตรปรับปรุง 2561 สาขาวิชา
เทคนิคเภสัชกรรม
ชอื่ หลักสตู ร
ช่อื ภาษาไทย หลกั สตู รประกาศนียบัตรวชิ าชพี ช้ันสงู สาขาวชิ าเทคนคิ เภสชั กรรม
ชอ่ื ภาษาอังกฤษ Diploma Programme in Pharmacy Technique
ชื่อวุฒกิ ารศกึ ษา : ประกาศนียบัตรวิชาชพี ชัน้ สงู (เทคนคิ เภสชั กรรม)
ชื่อภาษาไทย ชื่อเตม็ : ปวส. (เทคนคิ เภสัชกรรม)
ชื่อย่อ : Diploma in Pharmacy Technique
ชือ่ ภาษาอังกฤษ ชื่อเต็ม : Dip. Pharmacy Technique
ช่ือยอ่
หน่วยงานท่รี บั ผดิ ชอบ
วิทยาลยั การสาธารณสขุ สิรินธร จงั หวัดยะลา คณะสาธารณสขุ ศาสตร์และสหเวชศาสตร์
สถาบนั พระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
จดุ ประสงค์สาขาวชิ า
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2561 สาขาวิชาเทคนิค
เภสัชกรรม มีจดุ ประสงค์เพ่อื ใหผ้ ู้สาเร็จการศึกษา
1. มีความรู้และความเข้าใจในสาระสาคัญของศาสตร์พ้ืนฐานชีวิต วิทยาศาสตร์สุขภาพ
ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
2. มีความรแู้ ละความเข้าใจในสาระสาคัญของศาสตร์ทางเทคนิคเภสชั กรรม
3. ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ใน
การแก้ปัญหาและพัฒนางานดา้ นเทคนิคเภสชั กรรม
4. สามารถให้บริการเภสัชกรรม บรหิ ารเวชภัณฑ์ ผสมยา บริการเภสัชสนเทศ บริบาล
ทางเภสัชกรรม คุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข และดาเนินงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ ภายใต้การกากับ
ดูแลของเภสชั กร
5. คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา สร้างสรรค์ส่ิงใหม่ พัฒนาตนเองและพัฒนางานให้มี
ความก้าวหนา้ ทางวชิ าการและการประกอบอาชีพด้านเทคนิคเภสชั กรรม
6. ส่ือสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษในชวี ิตประจาวนั และงานด้านเทคนิคเภสัช
กรรม
7. ทางานรว่ มกบั ทมี สุขภาพ เป็นผูน้ าและผ้ตู ามในสถานการณต์ ่างๆ
8. มีความซ่ือสัตย์ รับผิดชอบ มีเจตคติท่ีดี มีจิตบริการ เคารพสิทธิของผู้รับบริการ รับ
ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่นื รวมทัง้ เคารพในคุณค่าและศกั ดศ์ิ รีของความเปน็ มนุษย์
๑๗
มาตรฐานการศึกษาวชิ าชีพ
คุณภาพของผู้สาเร็จการศึกษาระดับคุณวุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หลักสูตร
ปรับปรุง พ.ศ. 2561 สาขาวิชาเทคนิคเภสัชกรรม ประกอบดว้ ย
1. ดา้ นคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
1.1 มคี วามรับผิดชอบ
1.2 มคี วามซ่ือสัตย์
1.3 เคารพสิทธิของผู้รับบริการ รับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน รวมท้ังเคารพในคุณค่า
และศกั ดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
1.4 มจี ติ บรกิ าร
1.5 มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ และสร้างสรรค์สิง่ ใหม่
1.6 มีเจตคตทิ ด่ี ี พรอ้ มทจี่ ะพฒั นาและส่งเสรมิ งานในหนา้ ที่ดา้ นเทคนคิ เภสชั กรรม
2. ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทวั่ ไป
2.1 สือ่ สารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาองั กฤษในชีวิตประจาวันและในการพัฒนางาน
2.2 ทางานเป็นทีมในบทบาทผนู้ าและผูต้ ามในสถานการณ์ต่างๆ
2.3 พัฒนาตนเองใหม้ คี วามกา้ วหน้าทางวิชาการและการประกอบอาชีพ
2.4 ประยุกต์ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาและ
พัฒนางาน
2.5 ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื สง่ เสริมและพฒั นางาน
2.6 ประยุกต์ใช้ศาสตร์พื้นฐานชีวิตและวิทยาศาสตร์สุขภาพ ในการพัฒนาตนเองและ
พัฒนางาน
3. ด้านสมรรถนะวิชาชีพ
3.1 ประยกุ ต์ใช้ความรู้ทางเทคนคิ เภสัชกรรมในการปฏิบตั งิ าน
3.2 จัดยาตามคาสัง่ การใช้ยา บนั ทกึ และรวบรวมข้อมลู การใช้ยาได้
3.3 จดั การคลงั เวชภณั ฑไ์ ดภ้ ายใตก้ ารกากบั ดูแลของเภสชั กร
3.4 ผสมยาได้ภายใต้การกากบั ดูแลของเภสัชกร
3.5 รวบรวมขอ้ มูลความรู้ด้านยาและผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพเพื่อสนับสนนุ การทางานของเภสัชกรได้
3.6 รวบรวมข้อมูลปัญหาอันเกี่ยวเน่ืองกับยา และประสานรายการยาได้ภายใต้การ
กากับดูแลของเภสัชกร
3.7 ประสานงานเก่ยี วกับการเฝา้ ระวังผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพได้
3.8 จัดเตรียมข้อมูลและประสานงานเพ่ือแก้ไขปัญหาด้านยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์
สขุ ภาพในชมุ ชนไดภ้ ายใตก้ ารกากับดแู ลของเภสชั กร
๑๘
การกาหนดรหัสวิชา
รหัสวิชา และรหสั แสดงจานวนหน่วยกิต ภาคทฤษฎี ภาคทดลอง และภาคปฏิบัติของ
รายวิชา
รหัสวิชา ประกอบดว้ ยตวั เลข 7 หลัก (0000 000) ดังน้ี
ตวั เลขหลักที่ 1-2 หมายถึง สาขาหลกั สูตร ได้แก่
58 หมายถึง ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2561 สาขาวิชา
เทคนคิ เภสชั กรรม
ตัวเลขหลกั ที่ 3 หมายถงึ ระดับการศกึ ษา
1 หมายถงึ ระดบั หลักสูตรระดบั ต่ากว่า
ปริญญาตรี
ตวั เลขหลกั ที่ 4 หมายถงึ หมวดวชิ า/กลุม่ รายวชิ าปรบั พนื้ ฐานวิชาชีพ
0 หมายถงึ กลุ่มรายวิชาปรบั พนื้ ฐานวิชาชพี
1 หมายถงึ หมวดวชิ าทกั ษะชีวิต
2 หมายถึง หมวดวชิ าทกั ษะวิชาชีพ
3 หมายถึง หมวดวชิ าเลอื กเสรี
ตัวเลขหลักท่ี 5 หมายถึง ชั้นปีทีศ่ กึ ษา
0 หมายถงึ ไม่ระบชุ ัน้ ปี
1 หมายถึง ชั้นปีท่ี 1
2 หมายถงึ ชั้นปที ่ี 2
ตวั เลขหลักท่ี 6-7 หมายถงึ ลาดบั รายวชิ า
01 หมายถึง รายวชิ าที่ 1 ของหลกั สตู ร/รายวชิ า
ปรบั พ้นื ฐานวชิ าชพี
ฯลฯ
ตัวอย่าง 5810 101 วิชา คณิตศาสตร์สาหรับเทคนิคเภสัชกรรม หมายถึง
รายวิชาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2561 สาขาวิชาเทคนิค
เภสัชกรรม ในกล่มุ รายวิชาปรบั พนื้ ฐานวิชาชีพ ชน้ั ปีที่ 1 เปน็ รายวชิ าที่ 1 ของหลกั สตู ร
รหัสแสดงจานวนหนว่ ยกติ ภาคทฤษฎี ภาคทดลอง และภาคปฏบิ ัติของรายวชิ า
1. รหัสแสดงจานวนหน่วยกิตภาคทฤษฎี ภาคทดลองของรายวชิ า
ตวั เลขหนา้ วงเลบ็ หมายถงึ จานวนหน่วยกิตรวมของรายวชิ า
ตวั เลขแรกในวงเล็บ หมายถงึ จานวนชวั่ โมงภาคทฤษฏตี อ่ สปั ดาห์
ตัวเลขท่สี องในวงเล็บ หมายถงึ จานวนชัว่ โมงภาคทดลองในหอ้ งปฏิบตั ิการ
ต่อสัปดาห์
ตัวเลขทส่ี ามในวงเล็บ หมายถึง จานวนช่ัวโมงท่ีศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองต่อ
สปั ดาหใ์ นรายวิชานัน้
ตัวอย่าง 2(1-2-3) หมายถึง รายวิชา มี 2 หน่วยกิต ภาคทฤษฎี 1 หน่วยกิต
มีช่ัวโมงเรียน 1 ช่ัวโมงต่อสัปดาห์ ภาคทดลอง 1 หน่วยกิต มีชั่วโมงฝึกทดลอง 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
และศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง 3 ชว่ั โมงตอ่ สปั ดาห์
๑๙
2. รหัสแสดงจานวนหนว่ ยกติ ภาคปฏิบัติของรายวิชา
ตัวเลขหน้าวงเลบ็ หมายถึง จานวนหนว่ ยกิตรวมของรายวชิ า
ตวั เลขแรกในวงเล็บ หมายถงึ จานวนชั่วโมงภาคทฤษฏีตอ่ สัปดาห์
ตัวเลขที่สองในวงเลบ็ หมายถึง จานวนชั่วโมงฝึกภาคปฏิบัติในสถานบริการ
สุขภาพต่อสัปดาห์/ ฝึกภาคปฏิบัติโครงการ
พฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ตอ่ สปั ดาห์
ตัวเลขท่สี ามในวงเล็บ หมายถึง จานวนชั่วโมงที่ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองต่อ
สปั ดาห์ในรายวชิ าน้นั
ตัวอย่าง 2(0-8-0) หมายถึง รายวิชามี 2 หน่วยกิต ฝึกภาคปฏิบัติในสถาน
บริการสุขภาพ จานวน 144 ช่ัวโมง (1 หน่วยกิต ฝึกปฏิบัติ เท่ากับ 72 ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา)
ไมม่ ีช่ัวโมงภาคทฤษฎีและศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง
โครงสร้างหลักสตู ร
ผู้สาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.
2561 สาขาวิชาเทคนิคเภสัชกรรม จะต้องศึกษารายวิชาจากหมวดวิชาต่างๆ รวมไม่น้อยกว่า 84
หนว่ ยกติ และเขา้ ร่วมกิจกรรมเสริมหลักสตู รไมน่ ้อยกวา่ 2 ชัว่ โมงตอ่ สัปดาห์
โครงสร้างหลักสูตรประกอบด้วยหมวดวชิ าและรายวชิ าดังต่อไปน้ี
1. หมวดวิชาทกั ษะชีวติ 21 หน่วยกติ
1.1 กลุ่มทักษะภาษาและการส่อื สาร 9 หนว่ ยกติ
1.2 กลมุ่ ทักษะการคิดและการแก้ปัญหา 6 หน่วยกติ
1.3 กลมุ่ ทักษะทางสังคมและการดารงชีวติ 6 หนว่ ยกติ
2. หมวดวิชาทกั ษะวชิ าชพี ไม่น้อยกวา่ 57 หน่วยกิต
2.1 กลมุ่ ทักษะวชิ าชีพพ้นื ฐาน 16 หนว่ ยกติ
2.2 กลุ่มทักษะวชิ าชีพเฉพาะ 21 หน่วยกติ
2.3 กลุ่มทักษะวชิ าชพี เลือก ไมน่ อ้ ยกว่า 12 หน่วยกติ
2.4 ฝกึ ประสบการณ์ทักษะวิชาชีพ 4 หนว่ ยกติ
2.5 โครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชพี 4 หนว่ ยกติ
3. หมวดวิชาเลือกเสรี ไมน่ อ้ ยกวา่ 6 หน่วยกติ
4. กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร ไมน่ ้อยกวา่ 2 ช่ัวโมงต่อ
สปั ดาห์
เป็นการส่งเสรมิ การพฒั นาทักษะชีวิต และหรอื ทักษะวชิ าชีพ
รวมไม่นอ้ ยกว่า 84 หนว่ ยกิต
สาหรับผู้สาเรจ็ การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม. 6) หรือเทยี บเท่า ทไี่ ม่มีพ้นื ฐาน
วชิ าชพี จะต้องเรียนรายวชิ าปรบั พน้ื ฐานวิชาชพี ตอ่ ไปนี้
กลุ่มรายวชิ าปรับพน้ื ฐานวิชาชพี 12 หนว่ ยกิต
5810 101คณติ ศาสตรส์ าหรบั เทคนคิ เภสัชกรรม 3(3-0-6)
(Mathematics for Pharmacy Technique)
๒๐
5810 102 โรคตดิ ต่อและโรคไม่ติดตอ่ 3(3-0-6)
(Communicable and Non-Communicable Diseases) 3(3-0-6)
3(3-0-6)
5810 103 ระบบสุขภาพ
(Health System)
5810 104 การปฐมพยาบาลเบือ้ งต้น
(Basic First Aid)
1. หมวดวชิ าทักษะชวี ิต 21 หนว่ ยกติ
(9 หน่วยกติ )
1.1 กลมุ่ ทกั ษะภาษาและการส่ือสาร 3(3-0-6)
5811 105ภาษาไทยเพอื่ การสื่อสาร 3(3-0-6)
(Thai for Communication) 3(3-0-6)
5811 106ภาษาองั กฤษ (6 หนว่ ยกติ )
3(2-2-5)
(English)
3(3-0-6)
5811 107ภาษาองั กฤษสาหรบั เทคนิคเภสัชกรรม
(6 หนว่ ยกิต)
(English for Pharmacy Technique) 3(2-2-5)
1.2 กล่มุ ทักษะการคดิ และการแกป้ ัญหา 3(3-0-6)
5811 108เทคโนโลยสี ารสนเทศ
(Information Technology)
5811 109วทิ ยาศาสตรแ์ ละคณติ ศาสตร์ในชีวติ ประจาวัน
(Sciences and Mathematics in Daily Life)
1.3 กลมุ่ ทกั ษะทางสังคมและการดารงชวี ิต
5811 110 การพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
(Systems Thinking Process Development)
5811 111มนุษย์ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม
(Human, Society and Environment)
2. หมวดวชิ าทักษะวิชาชีพ ไมน่ อ้ ยกวา่ 57 หนว่ ย
กติ
(16 หน่วยกติ )
2.1 กล่มุ ทกั ษะวิชาชีพพน้ื ฐาน 2(1-2-3)
5812 112คณุ ธรรมและจริยธรรมวิชาชีพ
2(1-2-3)
(Morals and Professional Ethics)
5812 113กายวิภาคศาสตรแ์ ละสรรี วทิ ยา 3(2-2-5)
(Anatomy and Physiology) 2(1-2-3)
5812 114สุขศกึ ษาและพฤติกรรมศาสตร์
(Health Education and Behavior Science)
5812 115 จลุ ชวี วทิ ยาและปรสติ วทิ ยา
(Microbiology and Parasitology)
๒๑
5812 116 เภสัชวิทยา 1 2(2-0-4)
(Pharmacology 1)
5812 217เภสชั วทิ ยา 2 2(2-0-4)
(Pharmacology 2)
5812 218ระบาดวิทยาและชวี สถติ ิ 3(2-2-5)
(Epidemiology and Biostatistics)
2.2 กลุม่ ทกั ษะวชิ าชีพเฉพาะ (21 หน่วยกติ )
5812 119การเตรยี มยาเบ้ืองต้น 1 2(1-2-3)
(Basic Pharmaceutical Compounding 1)
5812 220การเตรยี มยาเบื้องตน้ 2 2(1-2-3)
(Basic Pharmaceutical Compounding 2)
5812 221บริการเภสชั กรรม 1 3(2-2-5)
(Pharmacy Service 1)
5812 222บรกิ ารเภสชั กรรม 2 2(1-2-3)
(Pharmacy Service 2)
5812 223บรหิ ารเวชภณั ฑ์ 3(2-2-5)
(Pharmaceutical Inventory Management)
5812 224การคุ้มครองผบู้ รโิ ภคด้านสาธารณสุข 2(1-2-3)
(Consumer Protection in Public Health)
5812 225สารนเิ ทศทางเภสชั กรรม 2(1-2-3)
(Pharmaceutical Information and Technology)
5812 226 การพัฒนาด้านเทคนคิ เภสัชกรรมในชมุ ชน 3(2-2-5)
(Pharmacy Technique Development in Community)
5812 227เภสชั กรรมคลินิกเบ้ืองต้น 2(1-2-3)
(Introduction to Clinical Pharmacy)
2.3 กลุม่ ทักษะวิชาชีพเลอื ก (ใหเ้ ลือกเรียนไม่น้อย 12 หนว่ ยกิต)
5812 028โลจิสตกิ สร์ ะบบสขุ ภาพ 3(3-0-6)
(Health Care Logistics)
5812 029สมนุ ไพรและผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ 3(3-0-6)
(Herbals and Health Products)
5812 030สมั มนาทางเทคนิคเภสัชกรรม 3(3-0-6)
(Seminar in Pharmacy Technique)
5812 031เทคนิคการทาลายเชื้อและการทาใหป้ ราศจากเช้อื 3(3-0-6)
(Disinfection and Sterilization)
5812 032ความรูเ้ บ้อื งต้นเรือ่ งยาบาบัดโรค 3(3-0-6)
(Introduction to Drug Therapy)
5812 033การบริหารงานสาธารณสขุ 3(3-0-6)
(Public Health Administration)
๒๒
2.4 ฝกึ ประสบการณ์ทกั ษะวิชาชีพ (4 หนว่ ยกติ )
5812 234ฝึกประสบการณว์ ิชาชีพ 1 2(0-8-0)
(Professional Practicum 1) 2(0-8-0)
(ฝกึ ปฏบิ ัติ 144 ชวั่ โมง)
5812 235ฝึกประสบการณ์วิชาชพี 2 (4 หนว่ ยกติ )
(Professional Practicum 2) 4(0-12-0)
(ฝกึ ปฏิบตั ิ 144 ชัว่ โมง)
2.5 โครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชีพ
5812 236โครงการพัฒนาด้านเภสชั กรรม
(Pharmaceutical Development Project)
(ฝกึ ปฏบิ ตั ิ 216 ชว่ั โมง)
3. หมวดวชิ าเลือกเสรี (Elective Course) ใหเ้ ลือกเรยี นไม่นอ้ ยกวา่ 6 หน่วยกิต
5813 037อาเซียนศึกษา 2(2-0-4)
(ASEAN Study)
5813 038 ศาสนาและประเพณีไทย 2(2-0-4)
(Religion and Thai Customs)
5813 039ภูมปิ ัญญาไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 2(2-0-4)
(Thai Wisdom and Alternative Medicine)
5813 040ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2(2-0-4)
(Sufficient Economy Philosophy)
5813 041การศกึ ษาอสิ ระ 2(1-2-3)
(Independent Study)
5813 042การศกึ ษาดูงาน 2(1-2-3)
(Field Study)
5813 043การประเมนิ โครงการ 2(1-2-3)
(Project Evaluation)
5813 044การประกอบธรุ กิจสุขภาพ 2(2-0-4)
(Health Business)
5813 045การพฒั นาบุคลิกภาพ 2(2-0-4)
(Personality Development)
5813 046ศิลปะการพูดและการนาเสนอ 2(1-2-3)
(Art of Speech and Presentation)
5813 047โยคะเพื่อสขุ ภาพ 2(1-2-3)
(Yoga for Health)
5813 048ศลิ ปะการป้องกันตวั 2(1-2-3)
(Martial Arts)
๒๓
5813 049กจิ กรรมเขา้ จงั หวะ 2(1-2-3)
(Rhythmic Activities) 2(1-2-3)
5813 050ศลิ ปะในชีวิตประจาวนั
(Art in Daily Life)
แผนการเรียน
ช้ันปีท่ี 1
หน่วยกิต จานวนชว่ั โมง/สัปดาห์
ภาคการศกึ ษาที่ 1 ทฤษฏี ทดลอง ปฏบิ ตั ิ ศกึ ษา
ด้วยตนเอง
กลมุ่ รายวิชาปรับพ้นื ฐานวิชาชพี *
5810 101 คณติ ศาสตร์สาหรับเทคนิคเภสัชกรรม 3* 3* 0 - 6
5810 102 โรคติดตอ่ และโรคไมต่ ดิ ตอ่ 3* 3* 0 - 6
5810 103 ระบบสขุ ภาพ 3* 3* 0 - 6
5810 104 การปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น 3* 3* 0 - 6
หมวดวชิ าทักษะชวี ิต 330 - 6
กลมุ่ ทักษะภาษาและการสอ่ื สาร 330 - 6
5811 105 ภาษาไทยเพือ่ การสื่อสาร
5811 106 ภาษาอังกฤษ 212 - 3
212 - 3
หมวดวิชาทักษะวิชาชีพ
กลุ่มทกั ษะวิชาชีพพนื้ ฐาน 22 20 4 - 42
5812 112 คณุ ธรรมและจริยธรรมวชิ าชีพ
5812 113 กายวภิ าคศาสตรแ์ ละสรีรวิทยา
กิจกรรมเสริมหลักสูตร
ไม่น้อยกวา่ 2 ชวั่ โมงต่อสัปดาห์
รวม
หมายเหตุ * กลุ่มรายวชิ าปรับพืน้ ฐานวชิ าชพี ใหเ้ กรดมีค่าระดบั ขั้น S หรือ U และไมน่ าไปคดิ
เปน็ หนว่ ยกิตรวมของหลกั สูตร
๒๔
หนว่ ยกติ จานวนชั่วโมง/สัปดาห์
ภาคการศกึ ษาท่ี 2 ทฤษฏี ทดลอง ปฏบิ ัติ ศึกษา
ดว้ ยตนเอง
หมวดวิชาทักษะชวี ิต
กลมุ่ ทกั ษะภาษาและการสื่อสาร
5811 107 ภาษาองั กฤษสาหรบั เทคนิคเภสัช 330 - 6
กรรม
กล่มุ ทักษะการคิดและการแก้ปญั หา
5811 108 เทคโนโลยสี ารสนเทศ 322 - 5
กลมุ่ ทักษะทางสงั คมและการดารงชีวติ
5811 110 การพฒั นากระบวนการคดิ อย่างเปน็ ระบบ 3 2 2 - 5
หมวดวิชาทกั ษะวชิ าชพี
กลมุ่ ทกั ษะวชิ าชพี พน้ื ฐาน
5812 114 สุขศกึ ษาและพฤติกรรมศาสตร์ 322 - 5
5812 115 จลุ ชีววทิ ยาและปรสิตวทิ ยา 212 - 3
5812 116 เภสัชวิทยา 1 220 - 4
กลมุ่ ทกั ษะวิชาชีพเฉพาะ
5812 119 การเตรยี มยาเบื้องตน้ 1 212 - 3
หมวดวชิ าเลือกเสรี
5813 0XX วชิ าเลอื กเสรี 220 - 4
1* 2* - 3*
5813 0XX วิชาเลือกเสรี 220 - 4
1* 2* - 3*
กิจกรรมเสริมหลักสูตร
ไมน่ ้อยกว่า 2 ชัว่ โมงต่อสปั ดาห์
รวม 22 17 10 - 39
16* 12* 38*
15* 14* 37*
หมายเหตุ * เลือกเรียนวชิ าในหมวดวชิ าเลือกเสรีท่ีมีภาคทดลอง
๒๕
ภาคฤดูรอ้ น หน่วยกิต จานวนชว่ั โมง/สัปดาห์
หมวดวิชาทกั ษะชีวติ ทฤษฏี ทดลอง ปฏิบตั ิ ศกึ ษา
กลุม่ ทกั ษะการคดิ และการแก้ปัญหา ด้วยตนเอง
5811 109 วิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตรใ์ น
330 - 6
ชวี ิตประจาวนั
กลมุ่ ทกั ษะทางสังคมและการดารงชวี ติ 330 - 6
5811 111 มนุษย์ สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม
หมวดวิชาทกั ษะวิชาชีพ 330 - 6
กลุ่มทักษะวิชาชีพเลือก
5812 0XX วชิ าชพี เลือก 220 - 4
หมวดวิชาเลือกเสรี 1* 2* - 3*
5813 0XX วชิ าเลือกเสรี
11 11 0 - 22
กจิ กรรมเสริมหลักสตู ร
ไมน่ อ้ ยกว่า 2 ชั่วโมงต่อสปั ดาห์
รวม
10* 2* 21*
หมายเหตุ * เลือกเรียนวิชาในหมวดวิชาเลือกเสรที ่มี ีภาคทดลอง
๒๖
ช้นั ปีที่ 2
ภาคการศึกษาท่ี 1 หน่วยกติ จานวนชัว่ โมง/สัปดาห์
หมวดวิชาทกั ษะวิชาชพี ทฤษฏี ทดลอง ปฏบิ ัติ ศกึ ษา
กล่มุ ทกั ษะวิชาชีพพน้ื ฐาน ด้วยตนเอง
5812 217 เภสชั วทิ ยา 2
5812 218 ระบาดวทิ ยาและชวี สถิติ 220 - 4
กลมุ่ ทกั ษะวชิ าชพี เฉพาะ 322 - 5
5812 220 การเตรียมยาเบ้ืองต้น 2
5812 221 บริการเภสัชกรรม 1 212 - 3
5812 223 บริหารเวชภณั ฑ์ 322 - 5
5812 224 การคุม้ ครองผู้บริโภคด้าน 322 - 5
สาธารณสุข 212 - 3
5812 225 สารนเิ ทศทางเภสัชกรรม
กลุ่มทกั ษะวชิ าชพี เลือก 212 - 3
5812 0XX วชิ าชีพเลอื ก
กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร 330 - 6
ไม่นอ้ ยกวา่ 2 ชั่วโมงตอ่ สัปดาห์
20 14 12 - 34
รวม
๒๗
หน่วยกติ จานวนช่วั โมง/สัปดาห์
ภาคการศกึ ษาที่ 2 ทฤษฏี ทดลอง ปฏบิ ัติ ศึกษา
ด้วยตนเอง
หมวดวิชาทกั ษะวิชาชพี
กล่มุ ทกั ษะวชิ าชีพเฉพาะ
5812 222 บริการเภสัชกรรม 2 212 - 3
5812 226 การพัฒนาดา้ นเทคนคิ เภสชั กรรมใน 3 2 2 - 5
ชมุ ชน
5812 227 เภสัชกรรมคลนิ ิกเบื้องตน้ 212 - 3
กลุม่ ทักษะวชิ าชพี เลือก
5812 0XX วิชาชีพเลอื ก 330 - 6
5812 0XX วิชาชพี เลือก 330 - 6
โครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ
5812 236 โครงการพัฒนาด้านเภสชั กรรม 4 0 - 12 0
กิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร
ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
รวม 17 10 6 12 23
ภาคฤดูรอ้ น หน่วยกิต จานวนชั่วโมง/สัปดาห์
ทฤษฏี ทดลอง ปฏบิ ตั ิ ศกึ ษา
หมวดวชิ าทกั ษะวิชาชีพ ดว้ ยตนเอง
ฝกึ ประสบการณ์ทักษะวชิ าชพี
5812 234 ฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพ 1 20 - 8 0
5812 235 ฝกึ ประสบการณ์วชิ าชพี 2 20 - 8 0
กจิ กรรมเสริมหลักสูตร
ไมน่ ้อยกวา่ 2 ชัว่ โมงต่อสปั ดาห์ 4 0 - 16 0
รวม
๒๘
2. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์
หลกั สตู รปรับปรุง พ.ศ. 2564
ชอ่ื หลักสูตร
ช่อื ภาษาไทย หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพชนั้ สูง
สาขาวชิ าปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์
ชื่อภาษาองั กฤษ Diploma of Science Program in Emergency Medical
Operation
ช่อื ประกาศนียบัตร
ช่ือเตม็ ภาษาไทย ประกาศนียบตั รวิชาชีพชน้ั สูง สาขาวิชาปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ
การแพทย์
ชื่อย่อภาษาไทย ปวส. (สาขาวชิ าปฏบิ ัติการฉุกเฉินการแพทย)์
ชอ่ื เต็มภาษาองั กฤษ Diploma of Science Program in Emergency Medical
Operation
ชอื่ ยอ่ ภาษาองั กฤษ Dip. (Emergency Medical Operation)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
วทิ ยาลัยการสาธารณสุขสริ ินธร จังหวดั ยะลา คณะสาธารณสุขศาสตรแ์ ละสหเวชศาสตร์
สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
ปรชั ญาและวตั ถุประสงค์ของหลักสูตร
ปรชั ญา
ผลิตผู้สาเร็จการศึกษาเป็นผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินในฐานะผู้ช่วยแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินและ
นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ให้มีความรู้ทักษะและเจตคติในการปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินแก่ผู้
เจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยใช้ศาสตร์และศิลป์อย่างเป็นองค์รวมในการปฏิบัติการฉุกเฉิน ทั้งนอกและใน
สถานพยาบาล สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้อานาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจากัดใน
การปฏิบัติการแพทย์ ตลอดจนดาเนินงานหรือบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น
หรือพน้ื ทีไ่ ด้
วัตถุประสงค์
เพ่อื ผลิตผู้สาเร็จการศึกษาหลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพชั้นสูง สาขาวชิ าปฏิบตั ิการ
ฉุกเฉินการแพทย์ ท่ีมีคุณสมบัตดิ งั น้ี
1. มีความรู้ในสาระสาคัญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และศาสตร์ปฏิบัติการฉุกเฉิน
การแพทย์ รวมท้ังสามารถจดั การบรู ณาการและประยุกตใ์ ช้ความรอู้ ย่างเปน็ ระบบ
2. สามารถสืบค้น ประเมิน วิเคราะห์ข้อมูล การคิดอย่างเป็นระบบ นาไปแก้ปัญหาและ
พฒั นางานให้สอดคลอ้ งกบั สถานการณส์ ุขภาพอยา่ งสร้างสรรค์
3. สามารถทางานเป็นทีม มีภาวะผู้นา มีความรับผิดชอบต่อตนเอหน้าท่ีและงานที่ได้รับ
มอบหมาย
4. สามารถสื่อสารและประยุกต์ใชเ้ ทคนิคทางสถติ ิหรือคณิตศาสตรต์ ลอดจนใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอยา่ งเหมาะสม
๒๙
5. มีคุณธรรมจริยธรรม เคารพกฎหมาย สิทธิของผู้ป่วย รับผิดชอบ มีวินัย เอ้ืออาทร
เคารพในศกั ดศ์ิ รีและคุณคา่ ความเปน็ มนษุ ย์และเป็นแบบอยา่ งทีด่ ตี ่อผู้อืน่
6. มีทักษะปฏิบัติงานได้ตามขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ช่วยเวชกรรมตามคาสั่ง
การแพทย์หรือการอานวยการและเจตคติท่ีดีในการปฏิบัติการฉุกเฉิน โดยยึดหลักมาตรฐานความ
ปลอดภยั และทันทว่ งที รวมทัง้ มีส่วนร่วมในการบริหารจดั การระบบการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ในระดับพ้ืนทไี่ ด้
มาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชีพ
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ ไดแ้ ก่
1) มีคณุ ธรรม มวี ินยั ตรงตอ่ เวลา ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ และเสยี สละ (1.1)
2) จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยท่ีดี เคารพในคุณค่า
และศกั ด์ศิ รีของความเป็นมนษุ ย์ (1.2)
3) เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความรับผิดชอบตามบทบาท
หน้าท่ีของตนเองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความ
รับผดิ ชอบตอ่ สังคม (1.3)
4) มีจิตสาธารณะ มีจิตสานึกรักษ์ส่ิงแวดล้อม ภูมิใจและรักษาเอกลักษณ์
ของชาตไิ ทย (1.4)
5) เป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่นในด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพด้าน
การแพทยฉ์ กุ เฉนิ (1.5)
ดา้ นความรู้ ไดแ้ ก่
1) มีความรู้ความเข้าใจในสาระสาคัญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และศาสตร์
อื่นทีเ่ กยี่ วข้อง (2.1)
2) มีความรู้ทางทฤษฎีและเทคนิคเชิงลึกในศาสตร์ปฏิบัติการฉุกเฉิน
การแพทย์ สามารถบรู ณาการและประยุกต์กบั ศาสตรท์ ี่เก่ียวข้องอย่างเปน็ ระบบ (2.2)
3) มีความรู้ความเข้าใจสาระสาคัญในกระบวนการแสวงหาความรู้ การ
จัดการความรู้งานวิจัย และความรู้ที่เก่ียวข้องกับการแก้ปัญหาและการต่อยอดองค์ความรู้ในการ
ปฏิบตั ิการฉุกเฉนิ การแพทย์ (2.3)
4) มีความรู้ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในระดับที่
เช่ือมโยงกบั การทางาน (2.4)
ดา้ นทกั ษะ ได้แก่
1) มีทักษะในการปรับใช้กระบวนการปฏิบัติงานดา้ นการแพทย์ฉุกเฉิน และ
มีภาวะผู้นาตามอานาจ หน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจากัดของเจ้าพนักงานฉุกเฉิน
การแพทย์ และสามารถดาเนินมาตรการป้องกันการเจ็บป่วยฉุกเฉินท่ีเกิดข้ึนได้ ท้ังในระดับบุคคลและ
ชุมชน (3.1)
2) มีทักษะด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานการแพทย์ฉุกเฉิน
สอดคล้องกับสภาพปัญหาได้อย่างมีมาตรฐาน (3.2)
3) มีทักษะการคิด วิเคราะห์ การแก้ปัญหา และทกั ษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(3.3)
๓๐
4) มีทักษะในการวางแผน การบริหารจัดการ การประสานงาน การทางาน
เป็นทีม และการประเมินผล ในการปฏิบัติงานด้วยตนเอง และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการระบบ
การแพทยฉ์ กุ เฉินในระดับทอ้ งถ่นิ หรือพ้ืนท่ีได้ (3.4)
ด้านความสามารถในการประยุกตใ์ ชแ้ ละความรับผิดชอบ ได้แก่
1) สามารถปฏิบัติงาน ตามแบบแผน และปรับตัวภายใต้ความเปลี่ยนแปลง
สามารถแก้ปญั หาที่ไม่คุ้นเคยหรือซับซอ้ น และเปน็ นามธรรมเปน็ บางครง้ั (4.1)
2) ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดาเนินชีวิตและการ
ทางาน (4.2)
โครงสรา้ งหลักสตู ร
หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง ไมน่ อ้ ยกวา่ 21 หน่วยกิต
1) กลุ่มวิชาภาษาไทย 3 หน่วยกิต
2) กลุ่มวชิ าภาษาต่างประเทศ 6 หนว่ ยกติ
3) กลมุ่ วิชาวทิ ยาศาสตร์ 3 หนว่ ยกติ
4) กล่มุ วชิ าคณิตศาสตร์ 3 หน่วยกิต
5) กลมุ่ วชิ าสังคมศาสตร์ 3 หนว่ ยกติ
6) กลุม่ วิชามนษุ ยศาสตร์ 3 หนว่ ยกิต
หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ ไมน่ อ้ ยกวา่ 56 หน่วยกติ
1) กลุ่มสมรรถนะวชิ าชีพพ้ืนฐาน 15 หน่วยกิต
2) กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี เฉพาะ 21 หนว่ ยกิต
3) กลมุ่ สมรรถนะวิชาชพี เลือก ไม่นอ้ ยกว่า 12 หน่วยกิต
4) ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ 4 หน่วยกิต
5) โครงงานพัฒนาสมรรถนะวชิ าชพี 4 หน่วยกิต
หมวดวิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกวา่ 6 หน่วยกิต
กจิ กรรมเสริมหลักสตู ร ไม่น้อยกวา่ 2 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์
กลมุ่ รายวิชาปรบั พ้นื ฐานวิชาชพี 12 หน่วยกิต
*สาหรบั ผู้สาเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 6) หรอื เทียบเท่า ที่ไม่
มีพน้ื ฐานวชิ าชีพ จะต้องเรียนรายวิชาปรบั พื้นฐานวชิ าชีพ
รายชอื่ วชิ า
ก. กลมุ่ รายวิชาปรับพืน้ ฐานวชิ าชีพ 12 หน่วยกิต
03106101 ระบบสุขภาพ 3(3-0-6)
(Health System)
03106102 การปฐมพยาบาล 3(2-2-5)
(First Aid)
03106103 ศัพท์ทางการแพทยส์ าหรบั ปฏิบตั กิ ารฉุกเฉิน 3(3-0-6)
(Medical Terminology for Emergency Medical Operation)
๓๑
03106104 โรคติดต่อและโรคไม่ตดิ ตอ่ 3(3-0-6)
(Communicable and Non-communicable Diseases)
หมายเหตุ กลุ่มรายวิชาปรับพ้ืนฐานวิชาชีพให้เกรดมีค่าระดับขั้น S หรือ U และไม่นาไปคิด
เป็นหน่วยกิตรวมของหลักสูตร
ข. หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง (General Education Course) 21 หน่วยกิต
1) กลุม่ วิชาภาษาไทย
GE 101 ภาษาไทยเชงิ วิชาการ 3(2-2-5)
(Thai for Academic Purposes)
2) กลุ่มวิชาภาษาตา่ งประเทศ
GE 102 ภาษาอังกฤษเพือ่ การส่ือสาร 3(2-2-5)
(English for Communication)
GE 103 ภาษาอังกฤษเชิงวชิ าการ 3(2-2-5)
(English for Academic Purposes)
3) กลมุ่ วชิ าวิทยาศาสตร์
GE 305 วทิ ยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์ในชวี ิตประจาวัน 3(3-0-6)
(Science and Mathematics in Daily Life)
4) กลมุ่ วิชาคณิตศาสตร์
GE 301 ผปู้ ระกอบการในยุคดิจทิ ลั 3(2-2-5)
(Entrepreneur in Digital Era)
5) กลมุ่ วิชาสังคมศาสตร์
GE 210 วัยใส ใจสะอาด 3(3-0-6)
(Youngster with Good Heart)
6) กล่มุ วิชามนุษยศาสตร์
GE 201 เราคอื สบช. 3(2-2-5)
(We are PBRI)
ค. หมวดวชิ าสมรรถนะวิชาชีพ (Professional Course) ไมน่ ้อยกว่า 56 หนว่ ยกิต
1) กลมุ่ สมรรถนะวิชาชีพพื้นฐาน 15 หน่วยกิต
03106105 กายวภิ าคศาสตร์และสรีรวิทยา 3(2-2-5)
(Anatomy and Physiology)
03106106 พยาธสิ รรี วทิ ยาในภาวะฉุกเฉนิ 3(3-0-6)
(Pathophysiology in Emergency Medicine)
031061107 เภสชั วิทยา 3(3-0-6)
(Pharmacology)
03106108 การป้องกันปัญหาสขุ ภาพและการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ 3(2-2-5)
แบบองค์รวม
(Holistic Health Prevention and Promotion)
03106209 จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชีพ 3(3-0-6)
(Ethics and Professional Moral Codes)
๓๒
2) กล่มุ สมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ 21 หน่วยกติ
03106110 หัตถการสาหรับปฏิบตั ิการฉุกเฉิน 4(2-4-6)
(Procedure for Emergency Medical Operation)
03106211 การประเมินสภาพ 3(2-2-5)
(Patients Assessment)
03106212 การยกและการเคลอ่ื นยา้ ย 2(1-2-3)
(Lifting and Moving)
03106213 การชว่ ยฟ้ืนคืนชีพ 3(1-4-4)
(Cardiopulmonary Resuscitation)
03106214 การดแู ลรกั ษาผ้บู าดเจ็บฉกุ เฉิน 2(1-2-3)
(Emergency Medical Care of Trauma Patients)
03106215 การดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ยฉุกเฉนิ 4(2-4-6)
(Emergency Medical Care of Medical Patients)
03106216 ระบบปฏบิ ัติการแพทย์ฉกุ เฉนิ 3(2-2-5)
(Emergency Medical Operation System)
ค. กลุ่มสมรรถนะวชิ าชีพเลือก ไม่นอ้ ยกว่า 12 หนว่ ยกิต
ใหเ้ ลือกศึกษาจากรายวชิ าดงั ตอ่ ไปนี้
03106217 นิตเิ วชศาสตร์และกฎหมายทีเ่ กย่ี วข้อง 3(3-0-6)
(Forensic Medicine and Related Law)
03106218 อาชวี อนามัยและความปลอดภยั 3(3-0-6)
(Occupational Health and Safety)
03106219 การบรหิ ารงานสาธารณสขุ 3(2-2-5)
(Public Health Administration)
03106220 วทิ ยาการระบาด 3(2-2-5)
(Epidemiology)
03106221 จิตวิทยาเพอื่ คุณภาพชีวติ 3(3-0-6)
(Psychology for Quality of Life)
03106222 การพัฒนาชุมชนด้านการแพทยฉ์ ุกเฉนิ 3(2-2-5)
(Emergency Medical Service Development in Community)
03106223 สมั มนาทางการแพทยฉ์ ุกเฉนิ 3(2-2-5)
(Seminar in Emergency Medicine)
03106224 ฝกึ ทักษะเบื้องตน้ 3(0-6-3)
(Elementary Pre-Hospital Skill)
ง. ฝกึ ประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชีพ 4 หนว่ ยกติ
03106225 ฝกึ ประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชพี 1 2(0-12-0)
(Pre-Hospital Skill for Emergency Medical Service 1)
03106226 ฝึกประสบการณส์ มรรถนะวิชาชพี 2 2(0-12-0)
(Pre-Hospital Skill for Emergency Medical Service 2)
๓๓
จ. โครงงานพัฒนาสมรรถนะวชิ าชพี 4 หนว่ ยกติ
03106227 โครงงานพัฒนาสมรรถนะวชิ าชีพด้านการแพทยฉ์ ุกเฉิน 4(0-12-0)
(Project of Developing Professional Skill for Emergency
Medical Service)
ฉ. หมวดวิชาเลอื กเสรี (Elective Course) ไมน่ ้อยกวา่ 6 หนว่ ยกิต
ให้เลือกศึกษาตามความถนัดและความสนใจจากรายวิชาทก่ี าหนด หรือเลอื กจากรายวิชา
กลมุ่ สมรรถนะแกนกลาง รายวชิ ากลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี เลือก หรอื รายวิชาอนื่ ทว่ี ทิ ยาลยั เปิดสอน
03106228 หัตถเวชศาสตร์ 2(1-2-3)
(Traditional Massage)
03106229 ภูมปิ ัญญาไทยและการแพทย์ทางเลือก 2(1-2-3)
(Thai Wisdom and Alternative Medicine)
03106230 การประเมินโครงการ 2(1-2-3)
(Project Evaluation)
03106131 การถา่ ยภาพ 2(1-2-3)
(Photography)
03106132 การขับรถยนต์ 2(0-4-2)
(Driving)
03106133 การว่ายน้า 2(0-4-2)
(Swimming)
03106134 การพฒั นาบุคลิกภาพ 2(2-0-4)
(Personality Development)
03106135 พลวัตกลุม่ และการทางานเปน็ ทีม 2(1-2-3)
(Group Dynamics and Team working)
03106136 โยคะเพื่อสุขภาพ 2(1-2-3)
(Yoga for healthy)
03106137 ศลิ ปะการป้องกนั ตัว 2(0-4-2)
(Self Defense Basics)
03106138 การวิจยั เบือ้ งต้น 2(1-2-3)
(Fundamental Research)
03106139 อาเซียนศึกษา 2(2-0-4)
(ASIAN Studies)
03106140 โภชนาการ 2(2-0-4)
(Nutrition)
03106141 ภาษาอังกฤษก้าวหนา้ 2(1-2-3)
(Advance English)
03106142 เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข 2(2-0-4)
(Public Health Economics)
๓๔
แผนการเรยี น
ชั้นปที ่ี 1
หน่วย จานวนช่ัวโมง/สัปดาห์
กติ
ภาคตน้ ทฤษฎี ทดลอง ปฏิบตั ิ ศึกษาดว้ ย
ตนเอง
กลมุ่ รายวิชาปรับพน้ื ฐานวชิ าชพี
03106101 ระบบสุขภาพ 33- - 6
03106102 การปฐมพยาบาล 322- 5
03106103 ศพั ท์ทางการแพทย์สาหรับปฏิบตั ิการ 33- - 6
ฉกุ เฉิน
หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง
กลมุ่ วิชาภาษาไทย
GE 101 ภาษาไทยเชิงวิชาการ 322- 5
กลุ่มวิชาภาษาตา่ งประเทศ
GE 102 ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร 322- 5
กลุ่มวชิ ามนษุ ยศ์ าสตร์
GE 201 เราคอื สบช. 322- 5
หมวดวชิ าสมรรถนะวชิ าชีพ
กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี พ้ืนฐาน
03106105 กายวิภาคศาสตรแ์ ละสรีรวทิ ยา 322- 5
กจิ กรรมเสรมิ หลักสตู ร ไม่น้อยกวา่ 2 ชั่วโมงตอ่ สปั ดาห์
รวม 21 16 10 - 37
หมายเหตุ * เลือกเรียนวิชาในหมวดวชิ าเลือกเสรที ี่มีภาคทดลอง
๓๕
ชั้นปที ี่ 1
หน่วย จานวนชวั่ โมง/สัปดาห์
กติ
ภาคปลาย ทฤษฎี ทดลอง ปฏบิ ตั ิ ศกึ ษาดว้ ย
ตนเอง
กล่มุ รายวชิ าปรบั พ้นื ฐานวชิ าชีพ
03106104 โรคตดิ ตอ่ และโรคไมต่ ิดต่อ 33- - 6
หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง
กล่มุ วชิ าภาษาต่างประเทศ 3 22 - 5
GE 103 ภาษาองั กฤษเชิงวชิ าการ 33- - 6
กลุ่มวิชาสงั คมศาสตร์
GE 210 วัยใส ใจสะอาด
หมวดวชิ าสมรรถนะวิชาชีพ
กลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี พ้นื ฐาน
03106106 พยาธสิ รีรวทิ ยาในภาวะฉุกเฉนิ 33- - 6
กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี เฉพาะ
03106110 หตั ถการสาหรบั ปฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉิน 424- 6
03106211 การประเมินสภาพ 322- 5
หมวดวชิ าเลือกเสรี
03106140 วชิ าเลอื กเสรี 1 22- - 4
กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร ไม่น้อยกวา่ 2 ชัว่ โมงตอ่ สปั ดาห์
1* 2* - 3*
- 4* - 2*
รวม 21 17 8 - 38
หมายเหตุ * เลือกเรียนวชิ าในหมวดวชิ าเลือกเสรีที่มภี าคทดลอง 16* 10* 37*
15* 12* 36*
๓๖
ชั้นปีท่ี 1
หนว่ ย จานวนชั่วโมง/สัปดาห์
กติ
ภาคฤดูรอ้ น ทฤษฎี ทดลอง ปฏบิ ัติ ศกึ ษาดว้ ย
ตนเอง
หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง
กลมุ่ วิชาวิทยาศาสตร์
GE 305 วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตรใ์ น 3 3-- 6
ชีวติ ประจาวนั
หมวดวชิ าสมรรถนะวชิ าชีพ
กล่มุ สมรรถนะวิชาชีพพนื้ ฐาน
03106107 เภสัชวิทยา 3 3-- 6
03106108 การป้องกนั ปัญหาสุขภาพและการสง่ เสริม 3 2 2 - 5
สขุ ภาพแบบองคร์ วม
กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชีพเลือก
03106146 วิชาชีพเลือก 1 3 3-- 6
2** 2** - 5**
- 6** - 3**
กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร ไม่น้อยกวา่ 2 ช่ัวโมงต่อสปั ดาห์
รวม 12 11 2 - 23
10** 4** 22**
8** 8** 20**
หมายเหตุ ** เลอื กเรยี นวิชาในกลมุ่ สมรรถนะวิชาชีพเลือกที่มีภาคทดลอง
๓๗
ชน้ั ปีท่ี 2
หนว่ ย จานวนช่วั โมง/สัปดาห์
กติ
ภาคตน้ ทฤษฎี ทดลอง ปฏิบตั ิ ศึกษาด้วย
ตนเอง
หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง
กล่มุ วิชาคณติ ศาสตร์
GE 301 ผปู้ ระกอบการในยุคดจิ ทิ ัล 322- 5
หมวดวิชาสมรรถนะวชิ าชพี
กลุ่มสมรรถนะวชิ าชีพเฉพาะ
03106212 การยกและการเคลอ่ื นย้าย 212- 3
03106213 การช่วยฟน้ื คืนชพี 314- 4
03106214 การดูแลรักษาผบู้ าดเจ็บฉุกเฉนิ 212- 3
03106215 การดูแลรกั ษาผู้ปว่ ยฉุกเฉนิ 424- 6
กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือก
03106224 วิชาชพี เลือก 2 33-- 6
2** 2** - 5**
03106227 วชิ าชีพเลอื ก 3 33-- 6
2** 2** - 5**
หมวดวิชาเลือกเสรี
03106235 วิชาเลือกเสรี 2 22-- 4
1* 2* - 3*
- 4* - 2*
กิจกรรมเสริมหลกั สตู ร ไม่น้อยกว่า 2 ช่ัวโมงตอ่ สัปดาห์
22 15 14 - 37
12** 20** - 34***
รวม * * - 33***
11** 22**
**
หมายเหตุ * เลอื กเรยี นวชิ าหมวดวิชาเลอื กเสรที ีม่ ีภาคทดลอง
** เลือกเรยี นวชิ ากลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี เลือกทม่ี ีภาคทดลอง
*** หน่วยกิตรวมกลุ่มสมรรถนะวิชาชพี เลอื กและหมวดวิชาเลอื กเสรีทมี่ ี
ภาคทดลอง
๓๘
ชัน้ ปีท่ี 2
หนว่ ย จานวนชวั่ โมง/สัปดาห์
ภาคปลาย กติ ทฤษฎี ทดลอง ปฏบิ ัติ ศึกษาด้วย
ตนเอง
หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชพี
กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชีพพนื้ ฐาน
03106209 จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชพี 33- - 6
กลุ่มสมรรถนะวิชาชพี เฉพาะ
03106216 ระบบปฏบิ ตั ิการแพทย์ฉุกเฉนิ 322 - 5
กลุ่มสมรรถนะวิชาชพี เลือก
03106226 วชิ าชีพเลือก 4 33- - 6
2** 2** - 5**
หมวดวิชาเลือกเสรี
03106141 วิชาเลอื กเสรี 3 22- - 4
1* 2* - 3*
- 4* - 2*
ฝกึ ประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชีพ
03106225 ฝึกประสบการณส์ มรรถนะวิชาชีพ 1 2 - - 12 -
กจิ กรรมเสริมหลักสูตร ไม่น้อยกวา่ 2 ชว่ั โมงต่อสัปดาห์
13 10 2 12 21
8** 6*** 12** 19***
รวม * 8*** * 18***
7** 12**
**
หมายเหตุ * เลอื กเรยี นวิชาในหมวดวิชาเลอื กเสรที ม่ี ภี าคทดลอง
** เลอื กเรียนวชิ าในกลมุ่ สมรรถนะวชิ าชีพเลอื กที่มภี าคทดลอง
*** หนว่ ยกติ รวมในกลุม่ สมรรถนะวิชาชีพเลอื กและหมวดวิชาเลอื กเสรที ม่ี ีภาค
ทดลอง
ในกลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี เลอื กไมส่ ามารถเลอื กเรยี นวิชาทกั ษะเบื้องตน้
๓๙
ชนั้ ปีที่ 2
หน่วย จานวนชัว่ โมง/สัปดาห์
กติ
ภาคฤดูรอ้ น ทฤษฎี ทดลอง ปฏบิ ตั ิ ศึกษาด้วย
ตนเอง
หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ
ฝกึ ประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชพี 2 - - 12 0
03106226 ฝึกประสบการณส์ มรรถนะวิชาชพี 2
โครงงานพฒั นาสมรรถนะวชิ าชีพ 4 - - 12 0
03106227 โครงงานพฒั นาสมรรถนะวิชาชพี ดา้ น 6 - - 24 0
การแพทยฉ์ ุกเฉนิ
รวม
๔๐
หลกั สูตรปรญิ ญาตรี มี 4 หลักสูตร
1. หลักสตู รสาธารณสุขศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาสาธารณสขุ ชมุ ชน หลักสตู รปรบั ปรุง
พ.ศ. 2564
1. รหสั และช่อื หลกั สูตร
รหัส ………………………………………….
ภาษาไทย หลกั สตู รสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน
ภาษาอังกฤษ Bachelor of Public Health Program in Community Public Health
2. ชือ่ ปรญิ ญาและสาขาวิชา
ชอ่ื ปริญญาภาษาไทย: สาธารณสขุ ศาสตรบณั ฑิต (สาธารณสุขชุมชน)
ชือ่ ปรญิ ญาภาษาอังกฤษ: Bachelor of Public Health (Community Public
Health)
อักษรย่อภาษาไทย: ส.บ. (สาธารณสขุ ชมุ ชน)
อักษรย่อภาษาอังกฤษ: B.P.H. (Community Public Health)
3. จานวนหนว่ ยกติ ท่ีเรยี นตลอดหลักสูตร 128 หน่วยกิต
จานวนหนว่ ยกิตรวมตลอดหลกั สูตร
4. ปรัชญา ความสาคญั และวตั ถุประสงค์ของหลกั สูตร
-ปรัชญา-
หลักสูตรน้ีมุ่งสร้างและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขชุมชนให้มีความก้าวหน้า
ทางวิชาการและวิชาชีพ ให้คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ แก้ปัญหา พัฒนาการสาธารณอย่างเป็นระบบ
สามารถบูรณาการความรู้ ทักษะ สร้างสรรค์ผลงาน ในการบริการสุขภาพปฐมภูมิ และจัดการสขุ ภาพ
ชุมชนเชิงรุกแบบองค์รวมโดยเน้นการสร้างเครือข่ายและมีส่วนร่วม ตามมาตรฐานวิชาชีพ บริการ
สุขภาพดว้ ยหัวใจความเป็นมนุษย์ รวมทงั้ ขยายโอกาสให้มีการเรียนรตู้ ลอดชีวิต
-ความสาคญั -
หลักสูตรต้องการสร้างผู้สาเร็จการศึกษาด้านสาธารณสุขชุมชน ท่ีมีความรู้และความสามารถ
ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ปี 2535 ปรับแกเ้ พ่ิมเตมิ ปี 2560 และด้านการบริการสุขภาพ
ปฐมภูมิ ตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 การจัดการสุขภาพชุมชน
ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 ข้อบังคับสภาการสาธารณสุขชุมชน
วา่ ด้วยการรับรองหลักสูตร พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 เพ่ือตอบสนองความต้องการกาลังคนด้าน
สาธารณสุข ท้ังในภาครัฐและภาคเอกชน เพ่ือรองรับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศ
สามารถปฏิบัติงานร่วมกับสหวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบวิชาชีพ ในสถานบริการสุขภาพ
สังกัดกระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และอาชีพอิสระ ท่ีเก่ียวข้องกับการ
ดูแลสุขภาพ ปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่น ๆ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิเคราะห์ข้อมูล
ทางด้านสุขภาพและพัฒนาทางด้านสาธารณสุข ภาคเอกชนด้านสาธารณสุข อาชีพอิสระ
๔๑
จากยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) เปน็ ยทุ ธศาสตรช์ าติฉบับแรกของประเทศ
ไทยตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทยซึง่ ต้องนาไปสูก่ ารปฏิบัติเพือ่ ให้ประเทศไทยบรรลุวิสยั ทัศน์
“ประเทศไทยมีความม่ันคง มั่งคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง” เพ่ือความสุขของคนไทยทุกคน ซ่ึงการพัฒนาประเทศ และเป้าหมายการพัฒนา
ที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2561 – 2580) ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แผนงานโครงการบุคลากร
เปน็ เลิศ (People Excellence) ด้านการผลิตและพัฒนากาลังคนด้านสาธารณสุขน้ันมบี ุคลากรในกระทรวง
สาธารณสุขท่ีต้องผลิตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา
สาธารณสุขชุมชน ประกอบกับได้มีพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 ขึ้นเพ่ือ
ตอบสนองความต้องการกาลังคนด้านสาธารณสุข ท้ังในภาครฐั และภาคเอกชน เพื่อรองรับการพัฒนาระบบ
บริการสุขภาพของประเทศ ดา้ นการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเป็นเลิศ (Prevention and Promo-
tion Excellence) รวมทั้งด้านบริการเป็นเลิศ (Service Excellence) ซ่ึงบุคลากรเหล่าน้ีเป็นทรัพยากร
บุคคลท่ีสาคัญที่ให้บริการสุขภาพในชุมชนด่านหน้าซ่ึงจะขับเคล่ือนประเทศชาติเพ่ือนาไปสู่เป้าหมายให้
ประชาชนมีสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข และระบบสุขภาพย่ังยืน การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร
สาธารณสุขศาสตรบัณฑิตนั้นอยู่บนพ้ืนฐานของการให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ตามประกาศ
กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 และประกาศ
กระทรวงศึกษาธิการ เร่อื งมาตรฐานการอุดมศกึ ษา พ.ศ. 2561 สอดคล้องกบั ทกั ษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษ ที่
21 และทักษะทีจ่ าเป็นใน ค.ศ. 2025 แนวคิดการศึกษาไทย 4.0 และตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสตู รระดับ
ปริญญาตรี พ.ศ. 2558 รวมทั้งสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข
ชุมชน พ.ศ. 2556 ข้อบังคับสภาการสาธารณสุขชุมชนว่าด้วยการรับรองหลักสูตร พ.ศ. 2562
และ พ.ศ. 2563 พรอ้ มกบั การเตรียมพร้อมในปีการศึกษา 2564
5. ผลลัพธก์ ารเรียนรู้ Learning Outcomes (LO) ของหลกั สูตร
5.1 หมวดวิชาศึกษาทั่วไป
1) ด้านคณุ ธรรมจริยธรรม
1.1 ช่ือสัตย์ สุจรติ มีความกล้าหาญทางจริยธรรม และไม่เลือกปฏบิ ตั ิ
1.2 มวี นิ ยั เคารพสทิ ธิตนเองและผูอ้ ืน่
1.3 มคี วามพอประมาณในการดาเนนิ ชวี ติ
1.4 มีจิตอาสาเพอื่ ประโยชนข์ องสว่ นรวม
2) ดา้ นความรู้
2.1 มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับหลกั การและทฤษฎีที่เสรมิ สร้างความเปน็ มนุษย์
2.2 วิเคราะห์ บูรณาการ รวมท้ังประยุกต์ความรู้หลักการและทฤษฎีท่ีเหมาะสม
ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
3) ดา้ นทักษะทางปัญญา
3.1 แสวงหาความร้อู ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
3.2 ประยุกต์ใช้ทักษะการคิดเชิงบวก การคิดเพื่อแก้ไขปัญหา การคิดเชิงระบบ
การคดิ เชิงวิเคราะหอ์ ย่างสร้างสรรค์
๔๒
3.3 ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้และประสบการณใ์ นการจดั การสถานการณ์ที่เกดิ ขึน้ อย่างมเี หตผุ ล
3.4 ใฝร่ แู้ ละพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื ง
4) ด้านทกั ษะความสมั พนั ธร์ ะหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.1 เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อนื่ ปรบั ตวั ตามสถานการณท์ ีเ่ ปล่ียนแปลงได้
4.2 เป็นผนู้ าหรอื ผูต้ ามในการทางานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
4.3 สร้างการมสี ่วนร่วมและรับผดิ ขอบในการทางานร่วมกับผูอ้ นื่
5) ด้านทักษะการวเิ คราะห์เชิงตวั เลข การสือ่ สาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
5.1 วิเคราะห์และประยุกต์ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
ดิจิทลั ในชวี ิตประจาวันได้
5.2 สอื่ สารภาษาไทยและภาษาอังกฤษไดอ้ ย่างเหมาะสมตามสถานการณ์
5.2 หมวดวชิ าเฉพาะ
1) ด้านคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
1.1 ปฏิบัติตนอย่างมีคุณค่า มีคุณธรรมความกล้าหาญทางจริยธรรม มีจริยธรรมวิชาชีพ
มีความเสยี สละและจิตอาสา และซื่อสัตย์สุจรติ
1.2 รกั ษาวินยั ตรงต่อเวลาและความรับผิดชอบต่อตนเอง งาน และสังคม
1.3 การบริการดว้ ยหัวใจความเปน็ มนุษย์
1.4 เคารพกฎระเบียบและข้อบังคับตา่ ง ๆ ขององค์กรและสังคม
1.5 ปฏบิ ตั ติ ามจรรยาบรรณทางวิชาการและวชิ าชพี การสาธารณสุขชุมชน
2) ดา้ นความรู้
2.1 มีความร้แู ละเข้าใจศาสตร์ทเ่ี กยี่ วข้องกับพื้นฐานสาธารณสุขชุมชน
2.2 มีความรู้และเข้าใจศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มวิชาชีพ 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มส่งเสริมสุขภาพ
และอนามัยชุมชน กลุ่มป้องกัน ควบคุมโรค ระบาดวิทยา สถิติและการวิจัยทางด้านสาธารณสุข กลุ่มตรวจ
ประเมิน การบาบัดโรคเบ้ืองต้น การดูแลช่วยเหลือและฟ้ืนฟูสภาพการส่งต่อ กลุ่มอาชีวอนามัยและ
อนามัยส่ิงแวดล้อม และกลุม่ บริหารสาธารณสุขและกฎหมายสาธารณสุข
3) ด้านทกั ษะทางปัญญา
3.1 คิด ค้นหา วิเคราะห์ข้อเท็จจริง สังเคราะห์ประเมินสถานการณ์ด้านสุขภาพในระดับบุคคล
ครอบครวั กลุ่มและชุมชน ได้อย่างเปน็ องค์รวม
3.2 วางแผนพัฒนาสุขภาพเป็นองค์รวมแบบบูรณาการและต่อเน่ือง โดยเน้นการมีส่วนร่วม
ของชุมชนและการประสานงานกบั หน่วยงานท่ีเกย่ี วข้อง
3.3 สามารถสร้างสรรค์นวตั กรรมหรือการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา
4) ดา้ นทักษะความสมั พันธร์ ะหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.1 มมี นษุ ย์สมั พนั ธ์ทด่ี ีกบั ผูร้ ว่ มงานในองค์กรและกับบุคคลอ่ืน
4.2 สามารถทางานเป็นทีมและมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นในหน่วยงานและงานที่
ไดร้ บั มอบหมาย
4.3 มคี ุณลักษณะของภาวะผนู้ าและภาวะผ้ตู ามที่ดี
5) ดา้ นทกั ษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การส่ือสาร และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1 มีทักษะการวเิ คราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปรมิ าณและชิงคุณภาพ เพ่ือเข้าใจองค์ความรู้
หรือประเด็นปัญหาทางสุขภาพ
๔๓
5.2 สามารถนาเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการจัดการระบบสุขภาพชุมชน หรือในงาน
สาธารณสขุ ได้
5.3 มที ักษะในการส่ือสารและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชน มีความรอบรดู้ ้านสุขภาพ
5.4 มีทักษะการทางานวิจัย การพัฒนานวัตกรรม ทักษะการร่วมมือย่างสร้างสรรค์ และทักษะ
สาหรบั ศตวรรษท่ี 21
5.5 สามารถส่ือสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษท้ังการพูดการฟัง การอ่าน และการเขียน
ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
6) ดา้ นทักษะฝึกปฏิบตั ดิ ้านวชิ าชีพ
6.1 สามารถให้คาแนะนา ให้คาปรึกษาเก่ียวกับกล่มุ วชิ าชพี 5 กลุ่ม ได้แก่ กล่มุ ส่งเสริมสุขภาพ
และอนามัยชุมชน กลุ่มป้องกันควบคุมโรคฯ กลุ่มตรวจประเมิน กลุ่มอาชีวอนามัยและอนามัยส่ิงแวดล้อม
กลมุ่ บริหารสาธารณสุขและกฎหมายสาธารณสุข
6.2 สามารถตรวจประเมินบาบัดโรคเบ้ืองต้น ดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยและให้คาแนะนา
ในการเลือกวิธีการที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย ตามมาตรฐานวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน และภายใต้
การมอบหมายของกระทรวงสาธารณสุข
6.3 มีทักษะและปฏิบัติการด้าน สาธารณสุขชุมชน ตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพ 5 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มส่งเสริมสุขภาพและอนามัยชุมชน กลุ่มป้องกัน ควบคุมโรค ระบาดวิทยา สถิติและการวิจัยทางด้าน
สาธารณสุข กลุ่มตรวจประเมิน การบาบัดโรคเบ้ืองต้น การดูแลช่วยเหลือและฟ้ืนฟูสภาพการส่งต่อ
กล่มุ อาชีวอนามัยและอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม และกลมุ่ บริหารสาธารณสุขและกฎหมายสาธารณสขุ
6.4 สามารถประเมนิ สถานการณ์ การวินิจฉัย การวางแผนงานโครงการสุขภาพ การปฏิบัติตาม
แผนการตดิ ตามและการประเมินผล
6.5 มีทักษะในการใช้กระบวนการแก้ปัญหาสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในชุมชน ทักษะการเป็น
ผ้นู าในการปฏิบตั ิงาน การเป็นผู้จัดการสุขภาพชุมชนโดยใชเ้ ครือข่ายอย่างมสี ว่ นร่วม
6.6 สง่ เสริมสขุ ภาพป้องกันโรคฟืน้ ฟสู ภาพและส่งต่อได้
6.7 ให้บริการด้านวิชาการสาธารณสุขท่ีมุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชน
และหนว่ ยงานอน่ื ๆ
6. หลักสูตรและอาจารย์ผู้สอน
6.1 หลักสูตร หลักสตู รสาธารณสุขศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน เปน็ หลกั สูตร
ระดบั ปรญิ ญาตรี หลักสตู ร 4 ปี
6.1.1 จานวนหนว่ ยกิต รวมตลอดหลักสูตร 128 หน่วยกติ
6.1.2 โครงสร้างหลกั สูตร
1) หมวดวิชาศึกษาท่ัวไป 30 หนว่ ยกติ
2) หมวดวิชาเฉพาะ 92 หน่วยกิต
2.1 รายวิชากลมุ่ วชิ าพืน้ ฐานวชิ าชพี ไมน่ อ้ ยกวา่ 30 หน่วยกิต
กลุม่ วิชาวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ไมน่ อ้ ยกวา่ 12 หน่วยกติ
กลุ่มวิชาสาธารณสขุ ไมน่ ้อยกวา่ 18 หน่วยกติ
2.2 รายวิชากลมุ่ วชิ าชีพ (6 กลมุ่ รวมฝึกประสบการณ)์ 62 หนว่ ยกิต
(กลมุ่ การฝึกประสบการณว์ ชิ าชพี สาธารณสขุ ชมุ ชนไม่น้อยกว่า 10 หนว่ ยกิต)
๔๔
กลุ่มสง่ เสรมิ สุขภาพและอนามัยชุมชน 11 หน่วยกติ
กล่มุ ปอ้ งกัน ควบคุมโรค ระบาดวิทยา 10 หน่วยกติ
สถิตแิ ละการวิจยั ทางดา้ นสาธารณสขุ
กลุ่มตรวจประเมิน การบาบดั โรคเบ้อื งตน้ 8 หน่วยกิต
การดแู ลชว่ ยเหลอื ฟ้นื ฟสู ภาพและการสง่ ต่อ
กลุม่ อาชีวอนามัยและอนามัยสง่ิ แวดล้อม 10 หน่วยกิต
กลมุ่ บริหารสาธารณสขุ และกฎหมายสาธารณสขุ 11 หนว่ ยกิต
3) หมวดวิชาเลอื กเสรี ไมน่ ้อยกว่า 6 หนว่ ยกิต
นักศกึ ษาสามารถเลอื กศึกษาไดจ้ ากชุดวิชาต่อไปนี้ หรือ วชิ าในหลกั สตู ร
ปรญิ ญาตรหี รือเทยี บเท่าในหลักสตู รอน่ื ในสถาบนั พระบรมราชชนก
6.1.3 รายวชิ า
การคิดหนว่ ยกติ
จานวนหน่วยกิต (Credit) และรหัสแสดงจานวนหน่วยกิตประจารายวิชา กาหนดเป็น
ตวั เลข ดังนี้
(1) ตวั เลขหน้าวงเลบ็ หมายถึง จานวนหนว่ ยกิตของรายวชิ า
(2) ตัวเลขแรกในวงเล็บ หมายถึง จานวนช่ัวโมงของภาคทฤษฎีต่อสัปดาห์ กาหนด
ให้ 1 หนว่ ยกติ มจี านวนชวั่ โมงเรยี น เทา่ กับ 1 ช่ัวโมง
(3) ตัวเลขท่ีสองในวงเล็บ หมายถึง จานวนชั่วโมงของภาคทดลองในห้องปฏิบัติการ หรือ
ภาคปฏบิ ตั กิ ารในคลินิกหรอื ชมุ ชน มเี กณฑก์ ารกาหนด ดงั น้ี
(ก) จานวนช่ัวโมงของภาคทดลองในห้องปฏิบัติการ กาหนดให้ 1 หน่วยกิต มีจานวน
ชว่ั โมงเรียน ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
(ข) จานวนหน่วยกติ ของภาคปฏิบัติการในคลินิกหรือชุมชน กาหนดให้การฝึกปฏิบัติ
1 หนว่ ยกติ ใชเ้ วลาฝึกปฏบิ ตั ิ ไมน่ อ้ ยกวา่ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์
(4) ตัวเลขท่ีสามในวงเลบ็ หมายถึง จานวนช่ัวโมงของการศึกษาด้วยตนเองในรายวิชาน้ัน
ท้ังนี้ รายวิชาโครงงาน โครงการวิจัย/โครงงานวิจัย ปัญหาพิเศษ การศึกษาอิสระ
และวทิ ยานิพนธ์ กาหนดให้ 1 หน่วยกิต ประกอบด้วย จานวนช่ัวโมงปฏิบัติ 3 ชั่วโมง และไม่ต้องระบุ
จานวนช่ัวโมงการศึกษาด้วยตนเอง เน่ืองจากถือว่ารายวิชาเหล่าน้ีมีลักษณะเป็นการศึกษาด้วยตัวเอง
อย่แู ล้ว
รปู แบบการเขยี นจานวนหน่วยกิต ใชร้ ะบบตวั เลขจานวน 4 ตัว คือ n(x-y-z)
โดย n = จานวนหน่วยกติ
x = ชั่วโมงบรรยาย/สัปดาห์
y = ชัว่ โมงปฏบิ ตั ิ/สัปดาห์
z = ชัว่ โมงศกึ ษาดว้ ยตนเอง/สปั ดาห์
การแปลงหน่วยกติ เป็นชัว่ โมง
ก. ทฤษฏี 1 หน่วยกิต = 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
ข. ฝึกภาคทดลองในหอ้ งปฏิบัตกิ าร 1 หน่วยกติ = 2 ชัว่ โมง/สัปดาห์
๔๕
ค. ฝกึ ภาคปฏิบตั ิการในคลนิ ิกหรอื ชุมชนไม่พักค้างคนื 1 หน่วยกิต = 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์
ง. ฝึกงาน/ภาคสนาม/โครงงานพักค้างคืน 1 หนว่ ยกิต = 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
การเทยี บจานวนชัว่ โมงทฤษฎี ฝึกทดลองและฝกึ ปฏิบตั ิเปน็ ชั่วโมงศึกษาด้วยตนเอง คือ
ตัวเลขทส่ี ามในวงเล็บ (Z) หมายถึง จานวนชว่ั โมงศกึ ษาด้วยตนเองในรายวิชา/สปั ดาห์
เท่ากับ (ตัวเลขที่ 1 x ตวั เลขที่ 2) + (ตัวเลขที่ 2 x 0.5)
Z = (X*Y) + (Y*0.5)
ทง้ั น้ีจานวนชวั่ โมงรวมในวงเล็บจะเทา่ กับ 3 เท่าของจานวนหน่วยกิต ยกเวน้ การคิด
หนว่ ยกิตรายวชิ าที่มเี ฉพาะชว่ั โมงปฏบิ ัติ
ตวั อยา่ ง
3(3-0-6) หมายความว่า รายวิชานี้เป็นรายวิชาภาคทฤษฎี มีค่ารายวิชาเท่ากับ
3 หน่วยกิต ใช้เวลาศึกษาในห้องเรียนสัปดาห์ละ 3 ช่ัวโมงและนักศึกษาต้องศึกษาด้วยตนเองเพ่ิมเติม
อกี สปั ดาห์ละ 6 ชว่ั โมงนักศึกษาตอ้ งใช้เวลาสาหรับการศึกษารายวชิ าน้รี วมท้งั ส้ิน 9 ช่วั โมงต่อสัปดาห์
3(2-2-5) หมายความวา่ รายวิชานี้เป็นรายวิชาท้ังภาคทฤษฎีและภาคฝึกทดลองมีค่า
รายวิชาเท่ากับ 3 หน่วยกิต ใช้เวลาศึกษาภาคทฤษฎีในห้องเรียนสัปดาห์ละ 2 ช่ัวโมง และใช้เวลา
ฝึกหัดหรือปฏิบัติการสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง และนักศึกษาต้องศึกษาด้วยตนเองเพ่ิมเติมอีกสัปดาห์ละ
5 ชวั่ โมง นักศกึ ษาต้องใชเ้ วลาสาหรบั การศึกษารายวิชานร้ี วมทงั้ ส้ิน 9 ช่ัวโมงต่อสัปดาห์
6(0-18-9) หมายความว่า รายวิชาน้ีเป็นรายวิชาการฝึกงานหรือการฝึกภาคสนาม
มคี ่ารายวชิ าเทา่ กบั 6 หน่วยกิต ใช้เวลาฝึกหดั หรือปฏิบัตกิ ารสปั ดาหล์ ะ 18 ชวั่ โมง และนักศกึ ษาตอ้ ง
ศึกษาด้วยตนเองเพ่ิมเติมอีกสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง นักศึกษาต้องใช้เวลาสาหรับการศึกษารายวิชาน้ี
รวมทั้งส้นิ 25 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์
ในการกาหนดจานวนรายวิชาในแต่ละภาคการศึกษานั้น ต้องคานึงถึงเวลาท่ีนักศึกษาต้อง
ใชใ้ นการเรียนรรู้ วมทกุ รายวิชาในแต่ละสปั ดาห์
1) หมวดวิชาศกึ ษาทั่วไป 30 หน่วยกติ
1.1) กลุม่ สาระภาษาและการส่ือสาร 15 หนว่ ยกติ
GE 101 ภาษาไทยเชงิ วชิ าการ 3(2-2-5)
Thai for Academic Purposes
GE 102 ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร 3(2-2-5)
English for Communication
GE 103 ภาษาอังกฤษเชิงวชิ าการ 3(2-2-5)
English for Academic Purposes
GE 104 ภาษาองั กฤษเพ่ือการอา่ นและการเขยี นเชิงวิชาการ 3(2-2-5)
English for Academic Reading and Writing
GE 107 การพฒั นาทักษะทางภาษาองั กฤษเพ่ือการเรียนรู้ตลอดชวี ติ 3(2-2-5)
English Skill Development for Life-long Learning
๔๖
1.2) กลมุ่ สาระทกั ษะความเปน็ มนุษย์และทกั ษะทางสงั คม 6 หน่วยกิต
GE 201 เราคือ สบช. 3(2-2-5)
We are PBRI
GE 202 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3(3-0-6)
Sufficiency Economy Philosophy
1.3) กลมุ่ สาระทักษะปัญญาและการเรียนรยู้ ุคดิจทิ ลั 9 หน่วยกิต
GE 301 ผ้ปู ระกอบการในยุคดิจิทลั 3(2-2-5)
Entrepreneur in Digital Era 3(2-2-5)
GE 302 การรดู้ ิจทิ ัล
3(3-0-6)
Digital Literacy
GE 305 วทิ ยาศาสตรแ์ ละคณติ ศาสตร์ในชวี ิตประจาวัน
Sciences and Mathematics in Daily Life
2) หมวดวชิ าเฉพาะ 92 หน่วยกติ
2.1) รายวิชากลุ่มวิชาพน้ื ฐานวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 30 หนว่ ยกติ
- กลุ่มวชิ าวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ ไมน่ ้อยกวา่ 12 หน่วยกิต
- กลมุ่ วชิ าสาธารณสุข ไมน่ ้อยกว่า 18 หนว่ ยกิต
3(2-2-5)
0203300101กายวภิ าคศาสตร์และสรีรวทิ ยา
Anatomy and Physiology 3(2-2-5)
0203300202จุลชวี วิทยาและปรสิตวทิ ยา 3(2-2-5)
Microbiology and Parasitology
3(2-2-5)
0203300203ฟิสิกสส์ าธารณสขุ
Public Health Physics 3(2-2-5)
0202300204ชวี เคมี 3(2-2-5)
Biochemistry
2(2-0-4)
0203300205พยาธิวทิ ยา
Pathology 3(2-2-5)
0203300306ชวี สถิตแิ ละสถิติสาธารณสขุ 2(2-0-4)
Biostatistics
3(2-3-5)
0203300307ประชากรศาสตร์
Demography
0203300208โภชนศาสตรส์ าธารณสขุ
Public Health Nutrition
0203300209จติ วิทยาสาธารณสุข
Public Health Psychology
0203300210หลักการสาธารณสขุ
Principles of Public Health
๔๗
0203300211ชุมชนศกึ ษาด้านสาธารณสุข 2(1-2-3)
Community Study for Public Health
2.2) รายวชิ ากลุ่มวชิ าชพี 62 หน่วยกติ
2.2.1) กลมุ่ สง่ เสริมสขุ ภาพและอนามยั ชุมชน 11 หน่วยกิต
0203300212 การส่งเสริมสขุ ภาพแบบองค์รวม 3(2-3-5)
Holistic Health Promotion
0203300213 สขุ ภาพผู้สูงอายุ 2(1-3-3)
Health Gerontology
0203300214 สุขศึกษาและพฤตกิ รรมสขุ ภาพ 3(2-3-5)
Health Education and Behavior
0203300415 การแก้ไขปัญหาและพฒั นางานสาธารณสุข 3(2-3-5)
Problem Solving and Public Health Development
2.2.2) กลมุ่ ป้องกัน ควบคุมโรค ระบาดวทิ ยา 10 หนว่ ยกิต
สถิติและการวจิ ัยทางด้านสาธารณสุข 3(2-3-5)
3(2-3-5)
0203300216 การปอ้ งกันและควบคุมโรค 2(1-2-3)
Disease Prevention and Control 2(1-2-3)
0203300317 วทิ ยาการระบาด
Epidemiology
0203300318 การวิจยั ด้านสาธารณสขุ 1
Research in Public Health I
0203300319 การวิจยั ด้านสาธารณสุข 2
Research in Public Health II
2.2.3) กลมุ่ ตรวจประเมิน การบาบดั โรคเบอ้ื งตน้ 8 หนว่ ยกติ
การดแู ลช่วยเหลือฟ้นื ฟูสภาพและการส่งต่อ
0203300220 การบาบดั โรคเบอื้ งต้น 3(2-3-5)
Basic Medical Care
0203300221 การปฐมพยาบาล 3(2-2-5)
First Aid
0203300222 การใชย้ าเบ้ืองตน้ ในงานสาธารณสขุ 2(2-0-4)
Basic Drug Utilization in Public Health
2.2.4) กลมุ่ อาชวี อนามยั และอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม 10 หน่วยกติ
0203300323 อาชวี อนามัยและความปลอดภยั 3(2-3-5)
Occupational Health and Safety
0203300324 อนามยั ส่งิ แวดล้อม 1 3(2-3-5)
Environmental Health I