บุคคลสำคัญ
ของ
นาฏศิลป์ไทย
คำชี้แจง
หน้าปก
ออก
ผู้จัดทำ
สารบัญ
คำนำ
E-book เล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับบุคคลสำคัญนา
ศิลป์ไทย โดยรวบรวมข้อมูลมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้
ศึกษาและเรียนรู้เพิ่มเติม
โดยเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา วิทยาการคำนวณและ
นาฏศิลป์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งหวังเป็นอย่าง
ยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย และขอ
ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ E-book เล่มนี้ของเรา
ท่านผู้หญิงเเผ้วสนิทวงศ์เสนี
มีนามเดิมว่า แผ้ว สุทธิบูรณ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๔๔๖ เมื่ออายุ ๘ ขวบ ได้
ถวายตัวในสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา และ
ได้รับการฝึกหัดนาฏศิลป์ กับครูอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในราชสำนักเช่น เจ้าจอมมารดา
วาดและเจ้าจอมมารดาเขียน ในรัชกาลที่ ๔ เจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ ๕ หม่อม
แย้ม ในนามสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ หม่อมอึ่งในสมเด็จพระบัณฑูรฯ จนมี
ความรู้ความสามารถออกแสดงละครเป็นตัวเอกในโอกาสที่แสดงถวายทอดพระเนตร
หน้าพระที่นั่ง ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลายครั้ง ท่านแสดงเป็น
อิเหนาและนาดรสาในเรืองอิเหนา เป็นพระพิราพและทศกัณฐ์ในเรื่องรามเกียรติ์ทาง
ด้านการศึกษาวิชาสามัญท่านจบหลักสูตรจากโรงเรียนในวังสวนกุหลาบในรัชสมัยพระ
มหาธีรราชเจ้า
ผลงาน
ผลงานเกี่ยวกับการแสดงศิลปะนาฏกรรม เช่น ท่ารำของตัวพระ นาง ยักษ์ ลิง และ
ตัวประกอบ การแสดงโขน ละครชาตรี ละครนอก ละครใน ละครพันทาง และระบำฟ้อน
ต่างๆ เป็นผู้คัดเลือกการแสดง จัดทำบทและเป็นผู้ฝึกสอน ฝึกซ้อม อำนวยการแสดง
ถวายทอดพระเนตรหน้าพระที่นั่ง ในวโรกาสต้อนรับพระราชอาคันตุกะ อาคันตุกร และ
งานของรัฐบาล หน่วยงานองค์กรต่างๆ จัดต้อนรับเป็นเกียรติแก่แขกผู้มาเยือน
ประเทศไทย เป็นผู้คัดเลือกตัวละครให้เหมาะสมตามบทบาทในการแสดงต่างๆ เป็นผู้คัด
เลือกการแสดงวางตัวศิลปินผู้แสดงต่างประเทศเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี และเผยแพร่ศิลป
วัฒนธรรมไทยเป็นผู้ฝึกสอนและอำนวยการฝึกซ้อมในการแสดงโขน ละคร การละเล่นพื้น
เมิง ระบำรำฟ้อนต่างๆ ที่กรมศิลปากรจัดแสดงแก่ประชาชน ณ โรงละครแห่งชาติ สังคีต
ศาลา ในต่างจังหวัดและทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ตลอดทั้งร่วมในงานของหน่วยราชการ
องค์กร สถาบันการศึกษา และเอกชน เป็นวิทยากรบรรยายและตอบข้อซักถามในการ
อบรมวิชานาฏศิลป์และวรรณกรรม และเป็นที่ปรึกษาในการสร้างนาฏกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น
ด้วย
ครูรงภักดี (เจียร จารุจรณ)
เกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2442 ที่จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรของจางวางจอนและนาง
พริ้ง
ครูรงภักดีฝึกหัดโขน (ยักษ์) กับพระยานัฏกานุรักษ์และคุณหญิงนัฏกานุรักษ์ เมื่ออายุ
13 ปีที่กรมมหรสพ สมัยรัชกาลที่ 6 ต่อมาเข้ารับราชการเป็นศิลปินในกรมมหรสพ สมัย
รัชกาลที่ 7 นอกจากรับราชการเป็นตำรวจหลวงแล้ว ท่านยังมีหน้าที่เป็นครูสอนนาฏศิลป์
โขนอีกด้วย
ผลงาน
ครูรงภักดีเป็นผู้มีความสามารถในการรำเพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพ ซึ่งเป็นนาฏศิลป์
สูงสุดได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้
นายรงภักดีประกอบพิธีครอบองค์พระ เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2506 ณ บริเวณโรง
ละครพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีพิธี
ต่อท่ารำหน้าพาทย์องค์พระพิราพเป็นครั้งที่ 2 ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ศ. 2527 ณ ศาลา
ดุสิตาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แก่ศิลปินกรมศิลปากรที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็น
ผู้ที่มีฝีมือเยี่ยม ในขณะนั้นครูรงภักดีชราภาพมากแล้ว มีอายุได้ 86 ปี โดยให้ศิลปินต่อท่า
รำจากภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบันทึกท่ารำของครูรงภักดีไว้ เมื่อปี
พ.ศ. 2506
ด้วยเหตุนี้หน้าพาทย์องค์พระพิราพจึงไม่สูญไปจากนาฏศิลป์ไทย นับว่าครูรง
ภักดีได้เป็นผู้สืบทอดเพลงหน้าพาทย์สูงสุดของวิชานาฏศิลป์ไว้เป็นมรดกของแผ่นดิน
เพื่อเยาวชนไทยรุ่นหลังจะได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป
ครูอาคม สายาคม
ครูอาคม สายาคม เดิมชื่อ บุญสม เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2406 ณ บ้านสี่แยก
หลานหลวง จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของนายเจือ ศรียาภัยและนางผาด ศรียาภัย สกุลเดิม
อิศรางกูร ณ อยุธยา (นามสกุลสายาคมเป็นนามสกุลที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 6)
ครูอาคมได้รับการฝึกหัดโขนพร้อมกับเรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมปีที่ 3
จากนั้น เข้ารับตำแหน่ง “พระ” แผนกโขนหลวง กรมพิณพาทย์และโขนหลวง กระทรวงวัง
ต่อมา พ.ศ. 2478 โอนมาประจำโรงเรียนศิลปากร แผนกดุริยางค์ ดำรง
ตำแหน่งนักวิชาการละครและดนตรี 7 กองการสังคีต กรมศิลปากร เมื่อเกษียณอายุ กรม
ศิลปากรได้เชิญให้เป็นผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ สอนนักศึกษาปริญญาตรี
ครูอาคม สายาคม ได้สมรสกับนางสาวเรณู วิเชียรน้อย มีบุตร 3 คน
ครูอาคม สายาคม เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2525
ผลงาน
ผลงานด้านการแสดง ครูอาคมแสดงเป็นตัวเอก เช่น พระราม อิเหนา พระร่วง พระอภัย
มณี ขุนแผน พระไวย ไกรทอง ฮเนา (เรื่องเงาะป่า) พระลอ อุณรุท พระสังข์ เป็นต้น
ผลงานด้านประดิษฐ์ท่ารำ ได้แก่ เพลงหน้าพาทย์ตระนาฏราช เพลงหน้าพาทย์โปรย
ข้าวตอก เพลงเชิดจีน ลีลาประกอบท่าเชื่อม ตำราท่ารำ
ผลงานด้านวิชาการ เขียนคำอธิบายนาฏยศัพท์ บทความ เพลงพื้นเมือง เพลงหน้าพาทย์
ความสำคัญของหัวโขน ระบำ รำ เต้น การเลือกเด็กเข้าฝึกหัดละครสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นต้น
ผลงานด้านวิทยุกระจายเสียง ตั้งคณะสายเมธี แสดงนิยายและบรรเลงใน
แบบดนตรีสากลและดนตรีไทย ตั้งคณะสายาคมแสดงเพลงพื้นเมือง เป็นต้น
ผลงานด้านภาพยนตร์ แสดงเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่อง อมตาเทวี เรื่องไซ
อิ๋ว แสดงเป็นพระถังซำจั๋งและเป็นผู้กำกับการแสดง เป็นต้น
ผลงานด้านกำกับเวที กำกับการแสดงและการสอนโขนและละครเรื่องต่างๆ
พ.ศ. 2505 ได้รับมอบให้เป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครู
พ.ศ. 2506 ได้รับถ่ายทอดท่ารำองค์พระพิราพจากครูรงภักดี
พ.ศ. 2507 ทำพิธีครอบโขนละครในพิธีไหว้ครูประจำปี พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ร่วมครอบในพิธีไหว้ครูดัง
กล่าวด้วย
พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา ได้รับเชิญเป็นประธานไหว้ครูของสถาบันการศึกษา
ต่างๆ ทั้งของราชการและเอกชน รวมทั้งท่านได้พยายามถ่ายทอดวิชาความรู้และ
ประสบการณ์ต่างๆ ของท่านให้แก่เยาวชนรุ่นหลังได้รับสืบทอดต่อไป ซึ่งนับว่าครูอาคมได้
ปฏิบัติภารกิจด้านนาฏศิลป์ไทยอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ครูสมุลยมะคุปต์
นางลมุยมะคุปต์ หรืออีกชื่อหนึ่งที่บรรดาศิษย์ทั้งหลายจะขนานนามให้ท่านด้วยความเคารพ
รักอย่างยิ่งว่า “คุณแม่ลมุล” ท่านถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญของวงการนาฎศิลป์ไทย เป็นครู
นาฏศิลป์คนแรกในการวางหลักสูตรการเรียนการสอนนาฏศิลป์ไทย โดยร่างหลักสูตรให้แก่
วิทยาลัยนาฏศิลป ทำให้การเรียนนาฏศิลป์มีระบบ มีขั้นตอนในการฝึกหัด นับเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมอันล้ำค่า ท่านเกิดวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2448 พื้นเพเป็นชาวจังหวัดน่าน ในขณะที่
บิดาขึ้นไป ราชการสงครามปราบกบฏเงี้ยว (กบฏ จ.ศ.1264 ปีขาล พ.ศ. 2445) เป็นธิดาของ
ร้อยโทนายแพทย์จีน อัญชัญภาติกับนางคำมอย คุณแม่ลมุล สมรสกับ นายสงัด ยมะคุปต์ มี
บุตรธิดาทั้งหมด 13 คน และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2526 อายุรวม 77 ปี 7
เดือน 28 วัน
จุดเริ่มต้นทางด้านนาฎศิลป์ของท่านเริ่มต้นจาก บิดาพาไปถวายตัวเป็นนางละคร ณ วังสวน
กุหลาบ เริ่มฝึกหัดนาฏศิลป์ตั้งแต่อายุ 5 ขวบและย้ายไปศึกษาด้านละครใน ณ วังเพชรบูรณ์
ผลงาน
ท่านแสดงเป็นตัวเอกเกือบทุกเรื่องเพราะมีฝีมือเป็นเยี่ยม บทบาทที่ท่าน เคย
แสดง เช่น พระสังข์ เขยเล็ก เจ้าเงาะ ฮเนา ซมพลา พระวิษณุกรรม พระอภัยมณี
ศรีสุวรรณ สุดสาคร อุศเรน อิเหนา สียะตรา วิหยาสะกำ อุณรุท พระราม พระลอ
พระมงกุฎ อินทรชิต พระนารายณ์ พระคเณศ สมิงพระราม พระไวย พลายบัว
พระพันวษา เป็นต้น
ประเภท “รำ”รำแม่บทใหญ่ พ.ศ. 2478 ร่วมคิดการแสดงชุดนี้กับนางมัลลี คง
ประภัศร์ ใช้ประกอบการแสดงละครเรื่อง “สุริยคุปต์” หลังจากนั้นได้ขออนุญาต
พระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณการต) จัดเป็นหลักสูตรใช้สอนในโรงเรียน
นาฏศิลป์ตราบเท่าทุกวันนี้ (ท่ารำแม่บทใหญ่) เดิมเป็นท่านิ่งท่านได้ประดิษฐ์ท่า
เชื่อมหรือที่เรียกว่า “ลีลา” เป็นประบวนรำขึ้น
รำซัดชาตรี ร่วมคิดท่ารำกับนางมัลลี (หมัน) คงประภัศร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจ
จากท่าซัดไหว้ครูชาตรี
รำวงมาตรฐาน ร่วมคิดท่ารำกับจมื่นมานิตย์เรศ ประเภท “ระบำ”[แก้]
ระบำกินนรรำ จากบทละครดึกดำบรรพ์ เรื่อง จันทกินรี โดยร่วมคิดท่ารำกับนาง
เฉลย ศุขะวณิช
ร่วมคิดท่ารำกับหม่อมต่วน ภัทนาวิก (นางศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก) เพื่อใช้ประกอบ
การแสดงละครในเรื่องอิเหนา ตอนลมหอบ
ระบำกฤดาภินิหาร ร่วมคิดท่ารำกับหม่อมต่วน ภัทรนวิก เพื่อใช้ประกอบ การ
แสดงละครเรื่อง เกียรติศักดิ์ไทย
ครูเฉลยศุขะวณิช
นางเฉลย ศุขะวณิช เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๔๗เป็นผู้เชี่ยวชาญการ
สอน และออกแบบนาฏศิลป์ไทย แห่งวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร เป็นศิลปินอาวุโส ซึ่งมี
ความรู้ความสามารถสูงในกระบวนท่ารำทุกประเภทเป็นผู้อนุรักษ์แบบแผนเก่าและยังได้
สร้างสรรค์และประดิษฐ์งานด้านนาฏศิลป์ขึ้นใหม่มากมายหลายชุดซึ่งกรมศิลปากรและวงการ
นาฏศิลป์ทั่วประเทศได้ถือเป็นแบบฉบับของศิลปะการร่ายรำสืบทอดต่อมาจนถึงทุกวันนี้ทาง
ราชการได้มอบหมายให้เป็นผู้วางรากฐานจัดสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนวิชานาฏศิลป์ตั้งแต่
ระดับต้นจนถึงขั้นปริญญานิเทศการสอนในวิทยาลัยนาฏศิลป์ทุกสาขาทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค
ถ่ายทอดวิชาความรู้ทางด้านนาฏศิลป์แก่นักศึกษามาตลอดเวลากว่า ๔๐ ปี ให้คำปรึกษาด้าน
วิชาการแก่สถานศึกษาและสถาบันต่าง ๆ เป็นผู้มีความเมตตาเอื้ออารี อุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่
การศึกษาและงานศิลป์อย่างต่อเนื่องจนสามารถแสดงให้แพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวางทั้งใน
และนอกพระราชอาณาจักร ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานาฏศิลป์ สหวิทยาลัย
รัตนโกสินทร์ วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ผลงาน
รำหน้าพาทย์โปรยข้าวตอก ระบำเทพนพเคราะห์ ระบำอยุธยา ฟ้อนชมสวน ฟ้อนลาวสมเด็จ
ฟ้อนชมเดือน ระบำเทพอัปสร ฉุยฉายนาฏศิลป์ ระบำทวาราวดี ระบำศรีวิชัย ระบำลพบุรี
ระบำเชียงแสน ระบำฉิ่ง ระบำกรับ ฟ้อนแคน เซิ้งสัมพันธ์ ลำหับชมป่า รำราชสดุดีจักรีวงศ์
ระบำมิตรไมตรีญี่ปุ่น-ไทย ระบำสตวาร รำพราหมณีถวายพระพร ระบำศรีชยสิงห์ ระบำเทพ
ประชุมพร ระบินรี-กินรา ระบำงู ระบำดอกบัวขาว ระบำไตรรัตน์ ระบำธรรมจักร ระบำนก (ตับ
ภุมริน) ระบำเบิกโรงเรื่องนางสงกรานต์ ระบำมิตรไมตรี ระบำแม่โพสพ รำกิ่งไม้เงินทองถวาย
พระพร รำโคมบัวถวายพระพร รำฉัตรมงคลศิรวาท รำพัดรัตนโกสินทร์ รำแม่บทสลับคำ รำส
วัสดิรักษา เซิ้งสราญ ระบำเทพอัปสรพนมรุ้ง ฟ้อนมอญ ระบำขอม ระบำจีนเก็บบุปผา รำกริช
ดรสา (ดรสาแบหลา) รำเชิดฉิ่งศุภลักษณ์ รำศุภลักษณ์อุ้มสม รำฝรั่งคู่ รำฉุยฉายวันทอง รำฉุยฉาย
เบญกาย รำฉุยฉายศูรปนขา รำฉุยฉายยอพระกลิ่น รำฉุยฉายกิ่งไม้เงินทอง (สองนางเนื้อเหลือง)
รำเชิดฉิ่งเมขลา รำเมขลา-รามสูร รำรจนาเสี่ยงพวงมาลัย ท่านได้แสดงเป็นตัวนางขณะอยู่วังสวน
ครูรัจนาพวงประยงค์
รัจนา พวงประยงค์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2484 ณ บ้าน
ถนนข้าวสาร อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร (ปัจจุบัน คือ เขตพระนคร
กรุงเทพมหานคร) เป็นธิดาของนายหลี และนางสมพล พวงประยงค์ นาย
หลีผู้เป็นบิดาเคยเป็นคนละครสมัยเก่ามาก่อน ส่วนมารดาของนางรัจนา
พวงประยงค์ นั้น เคยหัดละครอยู่กับ นาง มัลลี คงประภัศร์ (ครูหมัน) แต่
เนื่องจากไม่สนใจอย่างจริงจัง และไม่ชอบเรื่องนาฏศิลป์ จึงไม่ได้เป็นนัก
แสดง
ผลงาน
นางรัจนา พวงประยงค์ เคยไปแสดงนาฏศิลป์ไทยที่ต่างประเทศหลายประเทศ
เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหภาพพม่า ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย
มาเลเซีย อินเดีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน
นางรัจนา พวงประยงค์ มีผลงานการแสดงโขนละครเป็นตัวเอก เช่น
เป็นนางเกษสุริยงแปลงในละครนอกเรื่อง สุวรรณหงส์ ตอนกุมภณฑ์ถวาย
ม้า
เป็นนางวิมาลา ในละครนอกเรื่อง ไกรทอง
เป็นนางมณฑา ในละครนอกเรื่อง สังข์ทอง ตอนนางมณฑาลงกระท่อม
เป็นนางยุบล (ค่อม) ในละครเรื่อง อิเหนา ตอนตัดดอกไม้ฉายกริช
เป็นนางคันธมาลี ในละครเรื่อง คาวี
เป็นนางรื่น นางโรย ในละครพันทางเรื่อง พระลอ
นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์
นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2469 ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นละครหลวง สำนัก
พระราชวังรุ่นสุดท้าย ปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นนาฏศิลปินที่มีความ
เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย ทั้งแบบพื้นเมืองและแบบราชสำนัก เคยแสดงเป็นตัวเอกในละครแบบต่างๆ
ให้กรมศิลปากรมาแล้วมากมายหลายเรื่องหลายตอน บทบาทที่ได้รับการยกย่องและนิยมชมชอบจาก
ผู้ชมมากที่สุด “ตัวพระ” เช่น อิเหนา สังข์ทอง พระไวย ไกรทอง สัตยวาน บางครั้งก็แสดงเป็น
“นางเอก” เช่น ละเวงวัลลา แม่ครูสุวรรณี เป็นผู้อนุรักษ์แบบแผนท่ารำนาฏศิลป์ไทย และละครรำไว้
ได้มากที่สุด เคยแสดงและนำคณะไปแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในหลายประเทศ ได้ถ่ายทอดวิชา
นาฏศิลป์ให้กับนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนต่าง ๆ หลายแห่ง เป็นผู้เพียบ
พร้อมด้วยจริยธรรมคุณธรรม และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ให้แก่สาขาวิชาชีพมาเป็นเวลากว่า 50 ปี จน
เป็นที่ยอมรับกันในวงการนาฏศิลปินว่า เป็นผู้มีความสามารถสูงยิ่งต่อเนื่องมาตลอด ท่านจึงได้รับการ
ยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ – ละครรำ) พุทธศักราช 2533
ผลงาน
ครูสุวรรณี ชลานุเคราะห์ มีผลงานทั้งทางด้านการเป็นนักแสดง ผู้ฝึกซ้อม
และผู้กำกับการแสดงมากมาย โดยผลงานด้านการแสดงนั้น ท่านเคยแสดงทั้ง
ละครนอก ละครใน ละครพันทาง ละครพูด ตลอดจนระบำต่างๆ ทั้งแบบราช
สำนัก และพื้นเมืองนับพันครั้ง โดยในการแสดงละครส่วนใหญ่ท่านจะได้รับบท
เป็นพระเอก เช่น อิเหนา พระไวย พระลอ สุวรรณหงษ์ พระสังข์ ฯลฯ และนานๆ
ครั้งก็จะได้รับบทเป็นตัวนาง เช่น นางละเวง เป็นต้น ส่วนในการแสดงระบำแบบ
ราชสำนัก ท่านมักจะได้รับมอบหมายให้แสดงเป็นผู้ชายคู่หน้า แต่หากเป็นการ
แสดงระบำพื้นเมือง ท่านก็มักจะแสดงเป็นผู้หญิงคู่หน้าเสมอ นอกจากการแสดง
ในประเทศแล้ว ครูสุวรรณียังเคยเดินทางไปแสดงนาฏศิลป์ในต่างประเทศหลาย
ครั้ง เช่น สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อินเดีย
สหรัฐอเมริกา และ สิงคโปร์ เป็นต้น
นายกรี วรศะริน
นายกวี วรศะริน เกิดที่กรุงเทพมหานคร เป็นศิลปินผู้ทรงวิทยาคุณในด้านนาฎศิลป์
โขนของกรมศิลปากร มีความสามารถในกระบวนการงานนาฎศิลป์ และการแสดงโขน
ทุกประเภท เป็นแม่แบบการแสดงโขน โดยเฉพาะตัวลิงในบทหนุมานที่สามารถแสดงได้
เยี่ยมและมีฝีมือเป็นเลิศ เป็นทั้งผู้แสดง ผู้ฝึกซ้อม ผู้ควบคุมการแสดง รวมทั้งเป็น
หัวหน้าคณะควบคุมข้าราชการศิลปิน และนักเรียน ไปเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทั้ง
ในประเทศและต่างประเทศ นอกจากชำนาญในด้านการแสดงแล้ว นายกรี วรศะริน ยัง
เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการประดิษฐ์ท่ารำต่างๆ เป็นผู้ถ่ายทอดฝึกสอนความรู้ทาง
นาฎศิลป์โขนภาคปฏิบัติฝ่ายลิงให้แก่นักเรียนวิทยาลัยนาฎศิลป ศิลปินและครูนาฎศิลป์
ทำให้บุคคลเหล่านี้มีชื่อเสียงมาแล้วหลายรุ่น นับว่านายกรี วรศะริน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิล้ำ
เลิศทางศิลปวิทยาการด้านนาฎศิลป์โขน
ผลงาน
เป็นศิลปินผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์โขน ของวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร มี
ความสามารถรอบรู้กระบวนการงานนาฏศิลป์ และการแสดงโขนทุกประเภท เป็นหลัก
และแม่แบบโดยเฉพาะโขนตัวลิง เป็นผู้อนุรักษ์แบบแผนการแสดงโขน ทั้งยังสร้างสรรค์
และประดิษฐ์ผลงานด้านการแสดงโขน - ละครหลายชุด ซึ่งวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรม
ศิลปากรและวงการนาฏศิลป์ทั่วประเทศ ได้ยึดถือเป็นแบบฉบับของการแสดงและการ
เรียนการสอนสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังนิเทศการสอนวิชานาฏศิลป์โขนทั้งใน
ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เป็นผู้ร่วมพิจารณาหลักสูตรสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย และ
ร่วมพัฒนาหลักสูตรรายวิชาตลอดจนสื่อการเรียนการสอนระดับปริญญา เป็นอาจารย์ที่
ปรึกษาและวิทยากรในวิชาศิลปะนิพนธ์ เป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม เสียสละและ
อุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่การศึกษาและงานนาฏศิลป์ ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ศิษย์และ
บุคคลทั่วไปอย่างสม่ำเสมอมากกว่า ๕๐ ปี จนเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการนาฏศิลป์
ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน
นายกรี วรศะริน สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการ
แสดง (นาฏศิลป์-โขน) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๑
นายเสรี หวังในธรรม
นายเสรี เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2480 ณ ท่าพระจันทร์พระนคร
บิดาชื่อ นายเหลือ หวังในธรรม ผู้มีเชื้อสายจีนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บิดาของ
ท่านรับราชการ เป็นเสมียนกรมบัญชีกลางและได้รับพระราชทาน นามสกุลว่า หวังใน
ธรรม รวมทั้งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็นรองอามาตย์โท ขุนสาธกธนสาร มารดา
ของท่านชื่อ นางสง่า นานากุลโดยเข้ารับการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนศรีจรุงแต่
แล้วในปีพ.ศ. 2483 เกิดเหตุไฟไหม้บ้านจึงจำเป็นต้องย้ายไปอยู่พรานนกฝั่งธนบุรี และ
ได้เข้าศึกษาโรงเรียนปิยะวิทยาและโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย ต่อมาได้ศึกษาต่อที่
วิทยาลัยนาฏศิลป์ระหว่างศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ ได้ศึกษาศิลปะการแสดงแขนง
ต่างๆทั้งดุริยางค์ไทยและสากลคีตศิลป์ไทย การแสดง ละคร และโขน จบการศึกษา
เมื่อ พ.ศ. 2497 พร้อมกับเข้ารับราชการ ในแผนกดุริยางค์ไทย กองการสังคีตกรม
ศิลปากร และได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยอีสต์เวสต์เซ็นเตอร์ สหรัฐอเมริกา
ผลงาน
นับเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างสูงยิ่ง ทั้งในฐานะ นักแสดง นักประพันธ์ นักดนตรี นัก
ร้อง นักพูด นักบรรยาย ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับการแสดง และนักบริหารที่ได้ใช้
ความรู้ความสามารถของตนสร้างความบันเทิง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้เป็น
ที่นิยมแพร่หลายในหมู่คนไทย และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ในด้านการแสดงนั้นท่านศิลปินผู้มีความสามารถหลากแขนงและหลายบทบาทพระ
นางยักษ์ ลิง กษัตริย์ ฤษี พราหมณ์ ขุนนาง ตัวดี ตัวโกง ตัวตลก ฯลฯ บทบาทดีเด่นที่
เป็นที่กล่าวขวัญของคนดูได้แก่ บท“พระมหาเถรกุโสดอ” ในละครเรื่องผู้ชนะสิบทิศ
“ชูชก” ในเรื่อง พระเวสสันดร “ท้าวเสนากุฏ” ในเรื่อง สังข์ศิลปชัย “นางมณฑา” ใน
เรื่อง สังข์ทอง ตอนมณฑาลงกระท่อมหาเนื้อหาปลา ฯลฯ ส่วนในด้านการประพันธ์ ท่าน
ก็ได้แต่งบทโขน ละคร ลิเก เพลงไทยสากล บทอวยพร บทโขน ได้แก่ เรื่องรามเกียรติ์
ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ และบทโขนที่แต่งจากเรื่องนารายณ์สิบปาง และบทโขนตามตำนาน
พื้นเมืองของจังหวัดลพบุรี เป็นต้น บทละคร ได้แก่ บทละครใน ละครนอก ละครพันทาง
ละครเสภา ละครพูด เรื่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดเรื่องหนึ่ง ได้แก่ บทละครพันทาง เรื่อง
ผู้ชนะสิบทิศ บทลิเก ได้แก่ เรื่องจันทโครพ และพระหันอากาศ เป็นต้น บทเพลงไทย
สากล ได้แก่ เพลงรอยเบื้องยุคลบาท สถิตในหทัยราษฎร์ กล่อมพระขวัญเพื่อผู้มีดนตรี
การ เราคือคนไทย สมเด็จพระมิ่งแม่ สมเด็จพระปิยชาติ อิฐเก่าก้อนเดียว
ครูสมพันธ์ โชตนา
ครูสมพันธ์ โชตนา เกิดเมื่อวันที่15 มิถุนายน 2464 ได้รับเข้าการฝึกอบรม
นาฏศิลป์ในคุ้มเจ้าหลวงนครเชียงใหม่ ด้วยหัดเป็นตัวพระกับครูละครคนสำคัญของ
เชียงใหม่หลายคน นอกจากนี้ยังได้ฝึกหัดละครร้องปรีดาลัยกับนักแสดงจากกรุงเทพฯ
ต่อมาพ.ศ 2486 เข้ารับหน้าที่เป็นครูสอนฟ้อนรำ ณ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
เชียงใหม่ หลังจากการสมรสแล้วจึงลาออกจากการเป็นครูสอนฟ้อนรำ ต่อมาปี
พ.ศ. 2514 ได้มีการจัดตั้งวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะอนุรักษ์
ศิลปะวัฒนธรรมในด้านสำนักล้านนาไว้ โดยครูได้นำท่าฟ้อนที่เป็นของดั้งเดิม และท่า
ฟ้อนที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่มาถ่ายทอดให้ครูผู้สอนนาฏศิลป์ นักเรียนนักศึกษา จนนำออก
แสดงเผยแพร่มาจนถึงปัจจุบัน
ผลงาน
ผลงานสำคัญ ระบำชาวเขาเผาต่าง ๆ ปรับปรุงท่ารำชุดพื้นเมือง ภาคเหนือให้แก่วิทยาลัย
นาฏศิลป์เชียงใหม่ ได้แก่ ชุดรำไทยเขิน ฟ้อนวี ฟ้อนกมผัด ฟ้อนนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่
เป็นผู้สืบสานพัฒนานาฏศิลป์พื้นเมืองชุดล้านนา เคยได้รับเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานด้าน
วัฒนธรรมท้องถิ่น และผู้อนุรักษ์มรดกไทยจังหวัดเชียงใหม่ การฝึกซ้อมการแสดงต้อนรับ
ราชอาคันคุกะและผู้นำประเทศต่างๆที่มาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ รับเชิญไปสอนการแสดง
พื้นเมืองภาคเหนือให้แก่ข้าราชการบริหารฝ่ายใน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ ทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ณ จังหวัดเชียงใหม่
รวมถึงรับเชิญไปสอนเจ้านายฝ่ายเหนือในโอกาสงานสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่อยู่เสมอ
มา
อ้างอิง
%1A5)8h_3t8%(t%%pEEsE0:00/%/%%tBhBB8.9w8%%%i8k8Bi7p02%e%%EdE0Eia00%.%o%BrBB8g88%/%w%A8iA0k8i3%/%%%EEEE0000%%%%BBBB8888%9%%%3BB9)B15%98%%%EE0EE0%00%%%BBB8B8%88%%%8A1B8%228%%E%0EEE%000%%B%8BBB%888%%9%4AAA%323_E%%0%EE%E00B0%%%8BB%B88B8%%
%72%)Bh8Ett%0p%As:B7/_8/t%%h.8Ew70i%k%ipEBe08d%%iaBA.8Ao%r%gAE/8w0%%8ik%EBi/098%%9%E%B909E9%%0%B%8E9CB0%%%88%EB10%B8%%5EB0B9%4%%B88E0%0%%9ECB0%8%%EB098%7%%BA9EA%0%%89BE%08%%E0BA
n3a)htsttilpps-:/t/hsiyit/eksa.gr-oporgaldei.sctohm-t/hsait-er/as-ittniip-aknaar-reseaeradtn4g2-2n/abttshi-lpthi2-kar-saedng-
4)https://sites.google.conamt/ssilipte-/tbhuiyk/hkkhhrlus-axkhaakhymna-tssailp-mya4-/khmbukhkhl-sakhay-khxng-
5)https://sites.google.com/taan/ctphiearnsgoknhdaamn.caec.th/artisfunwithkjum/impor
ผู้จัดทำ
น.ส ธัญญรัตน์ วงศาโรจน์ น.ส พลอยภัทรา แก้วเเหมย
เลขที่ 1 ม.6.4 เลขที่ 4 ม.6.4
น.ส จำจรรจา ไชยแก้ว น.ส วริศรา บุรีแก้ว
เลขที่ 13 ม.6.4 เลขที่ 15 ม.6.4