The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by apisararuamsuk, 2024-01-21 10:20:13

สหภาพยุโรป

สหภาพยุโรป

ส33203 สหภาพยุโ ยุ รป (EUROPEAN UNION: EU) จัดจัทำ โดย น.ส.ศันศัสนีย์ พูลโรจน์เลขที่ 34 น.ส.อภิสภิรา รวมสุข เลขที่ 35 ชั้นชั้ มัธยมศึกศึษาปีที่ 6/8


คำ นำ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ส33203 มีจุดประสงค์เพื่อการ ศึกษาเรื่อง สหภาพยุโรป โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการก่อตั้งสหภาพยุโรป ประวัติความเป็นมาของสหภาพยุโรป วัตถุประสงค์เริ่มต้นของการรวม กลุ่มสหภาพยุโรป โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก สถาบัน หลักของสหภาพยุโรป การขยายสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป สถานการณ์สำ คัญที่น่าติดตาม และความสัมพันธ์ไทย-สหภาพยุโรป ผู้จัดทำ ได้เลือก หัวข้อนี้ในการทำ รายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่ น่าสนใจ ผู้จัดทำ จะต้องขอขอบคุณ อาจารย์ที่ผู้ให้ความรู้ และแนวทาง การศึกษา เพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ผู้จัดทำ หวัง ว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน คณะผู้จัดทำ


สารบัญ เรื่อง สหภาพยุโรป 1. การก่อตั้งสหภาพยุโรป 2. ประวัติความเป็นมาของสหภาพยุโรป 3. วัตถุประสงค์เริ่มต้นของการรวมกลุ่มสหภาพยุโรป 4. โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก 5. สถาบันหลักของสหภาพยุโรป 6. การขยายสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป 7. สถานการณ์สำ คัญที่น่าติดตาม 8. ความสัมพันธ์ไทย-สหภาพยุโรป บรรณานุกรม หน้า 1 2 4 5 6 10 12 13 16


1 1. การก่อก่ตั้งตั้สหภาพยุโ ยุ รป สหภาพยุโรป (European Union: EU) เป็นสหภาพทางเศรษฐกิจ และการเมือง ประกอบด้วย รัฐสมาชิก 27 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน ทวีปยุโรป มีพื้นที่ 4,233,255 ตารางกิโลเมตร มีประชากรที่ประเมินกว่า 447 ล้านคน สหภาพยุโรปพัฒนาตลาดเดี่ยวภายในผ่านระบบกฎหมาย ทำ ให้เป็นมาตรฐานซึ่งใช้บังคับในรัฐสมาชิกทุกประเทศ นโยบายสหภาพ ยุโรปมุ่งประกันการเคลื่อนย้ายบุคคล สินค้า บริการและทุนอย่างเสรีใน ตลาดเดี่ยว ตรากฎหมายด้านยุติธรรมและกิจการในประเทศและธำ รง นโยบายร่วมกันด้านการค้า เกษตรกรรม การประมงและการพัฒนาภูมิภาค การควบคุม หนังสือเดินทาง ถูกเลิกภายใน พื้นที่เชงเกน มีการตั้ง สหภาพ การเงิน ในปี 2542 และมีผลบังคับเต็มที่ในปี 2545 ประกอบด้วยรัฐ สมาชิกสหภาพยุโรป 19 ประเทศซึ่งใช้สกุลเงิน ยูโร สหภาพยุโรปดำ เนินการผ่านระบบผสมระหว่าง สหภาพเหนือชาติ และความร่วมมือระหว่างรัฐบาล องค์กรตัดสินใจหลักเจ็ดองค์กร เรียก สถาบันของสหภาพยุโรป ได้แก่ ที่ประชุมยุโรป คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป รัฐสภายุโรป คณะกรรมาธิการยุโรป ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป ธนาคารกลางยุโรป และ ศาลผู้สอบบัญชียุโรป สหภาพยุโรปกำ เนิดขึ้นจาก ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่ง ยุโรป (ECSC) และประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2494 และ 2501 ตามลำ ดับโดยประเทศ อินเนอร์ซิกส์ ประชาคมและองค์การสืบ เนื่องมีขนาดเติบโตขึ้นโดยการเข้าร่วมของสมาชิกใหม่และมีอำ นาจมากขึ้น โดยการเพิ่มขอบเขตนโยบายในการจัดการ สนธิสัญญามาสทริชท์ สถาปนา สหภาพยุโรปในปี 2536 และนำ เสนอความเป็นพลเมืองยุโรป การแก้ไข หลักพื้นฐานรัฐธรรมนูญล่าสุดของสหภาพยุโรปล่าสุด สนธิสัญญาลิสบอน มีผลใช้บังคับในปี 2552


สหภาพยุโรปเป็นการรวมตัวของกลุ่มประเทศประชาธิปไตยในยุโรป เพื่อให้เกิดสันติภาพและ ความเจริญรุ่งเรือง เดิมมีสมาชิกเพียง 6 ประเทศ ได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ และอิตาลี หลังจากนั้นสหภาพยุโรปได้รับรัฐสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยหลายครั้ง คือ - ค.ศ. 1973 เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร - ค.ศ. 1981 กรีซ - ค.ศ. 1986 สเปนและโปรตุเกส - ค.ศ. 1995 ออสเตรีย ฟินแลนด์ และสวีเดน - ค.ศ. 2004 ถือเป็นการขยายจำ นวนสมาชิกครั้งใหญ่ที่สุดถึง 10 ประเทศ คือ ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ค เอสโตเนีย ฮังการี ลัตเวีย ลิทัวเนีย มอลต้า โปแลนด์ สาธารณรัฐสโลวัก และสลีวีเนีย Unity in diversity เป็นคำ ขวัญของสหภาพยุโรป แสดงถึงการรวมตัวบนความหลากหลาย ทั้ง เชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือภาษาของโดยแต่ละรัฐยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ ตนเอง ด้วยเหตุนี้ สหภาพยุโรปจึงมีภาษาราชการถึง 19 ภาษา (โดยมิได้ให้ ภาษาใดภาษาหนึ่งสำ คัญกว่าดังเช่นประเทศที่ปกครองระบอบสหพันธรัฐ) สหภาพยุโรปมีจุดเริ่มต้นมาจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจ คือ การตั้ง ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป (European Coal and Steel Community) ค.ศ. 1951 และการตั้งประชาคมด้านปรมาณู 2 2. ประวัติวัคติวามเป็นมาของสหภาพยุโ ยุ รป


(EURATOM) และเศรษฐกิจ (European Economic Community) ค.ศ. 1957 เป้าหมายสำ คัญคือ การจัดตั้ง “ตลาดร่วม” ระหว่างประเทศสมาชิก มีการเคลื่อนย้ายของสินค้า บริการ เงินทุนและคนอย่างไม่มีอุปสรรคใดๆ รัฐสมาชิกสหภาพยุโรป มี 27 ประเทศ ดังนี้ 3


4 (1) เพื่อสร้างสหภาพทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ โดยการจัดตั้งตลาด ร่วมขึ้น หาทางยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนในประเทศ สมาชิกให้สูงขึ้น (2) หาทางลดหรือยกเลิกภาษีศุลกากรระหว่างสมาชิกให้หมดภายใน 12 - 15 ปี อันเป็นการเพิ่มพลังอำ นาจทางเศรษฐกิจให้ความมั่นคงและ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ได้แก่ การยกเลิกภาษีศุลกากรที่จัดเก็บระหว่างกันเปลี่ยน มาใช้นโยบายการค้าและการจัดเก็บภาษีศุลกากรระบบเดียวกัน (common external tariff) โดยจัดเก็บจากสินค้าเข้าจากประเทศนอกภาคีหรือ ประเทศที่สาม ซึ่งดำ เนินการโดยคณะกรรมาธิการประชาคม (The European Commission) ทำ หน้าที่แทนสมาชิกประชาคมฯ เงินภาษีเก็บ ได้จะส่งไปเก็บรวบรวมไว้เป็นเงินกองทุนรวมของประชาคมฯ (own resources) (3) การมีระบบภาษีศุลกากรร่วมกัน นับเป็นเครื่องมือหลักที่สำ คัญ ของการใช้นโยบายการค้าร่วม โดยการนำ เอามาตรการอื่นๆ มาใช้เพิ่มตาม โอกาสอันควร เช่น ปี 2522 ใช้นโยบายเสริมอีก 2 ชนิดคือ กฎหมายว่า ด้วยการป้องกันการทุ่มตลาด (Antidumping) และภาษีตอบโต้ (Counter Vailing Duty: DVD) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่นๆ อีก เช่น การ ควบคุมการตรวจสอบ (Surveillance) และการคุ้มกัน (Safe guard) 3. วัตวัถุป ถุ ระสงค์เริ่มต้นต้ของการรวมกลุ่มลุ่ สหภาพยุโ ยุ รป


5 (4) เก็บภาษีลักษณะเดียวกันกับประเทศนอกกลุ่ม โดยร่วมมือกันตั้ง กำ แพงภาษีสินค้าที่นำ เข้าจากประเทศนอกประชาคมฯ รวมทั้งการสนับสนุน ให้มีการถ่ายเทเงินทุนและแรงงานภายในประชาคมฯ ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลต่อกัน เช่น (1) เบลเยี่ยม เป็นประเทศที่มีความสมดุลทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้าน การเกษตรและอุตสาหกรรม ในด้านการเกษตรมีการผลิตข้าวสาลี ข้าว บาร์เลย์ ข้าวไรย์ และฟอกป่าน ในด้านอุตสาหกรรมมีการทำ อุตสาหกรรม ทอป้าและผลิตแก้ว (2) เนเธอร์แลนด์ ทำ การพัฒนาอุตสาหกรรมโดยการนำ เข้าวัตถุดิบ บางอย่าง มีการทำ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมนมเนย อุตสาหกรรม เครื่องไฟฟ้า ในด้านการเกษตรมีการเลี้ยงสัตว์ (3) ลักเซมเบอร์ก มีการผลิตอุตสาหกรรมเหล็กกล้า (4) เยอรมันตะวันตก ในด้านการเกษตร มีการเพาะปลูกมันฝรั่ง บีท ข้าวไรย์ และเลี้ยงสัตว์ ด้านอุตสาหกรรม มีการผลิตแโปแตซ น้ำ มัน ถ่านหิน ถ่านโค้ก และอุตสาหกรรมรถยนต์ (5) ฝรั่งเศส การเกษตรมีการเพาะปลูกข้าวสาลี บีท และเลี้ยงสัตว์ ด้านอุตสาหกรรมมีการทำ อุตสาหกรรมเหล็กรถยนต์ และอุตสาหกรรม ทางการเกษตร (6) อิตาลี การเกษตรมีการเพาะปลูกข้าวสาลี ข้าวไรย์ อุตสาหกรรม มีการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ จักรยานยนต์ และทอผ้า (7) เดนมาร์ก เป็นประเทศเกษตรกรรมในด้านเลี้ยงสัตว์ 4. โครงสร้างทางเศรษฐกิจกิ ของประเทศสมาชิกชิ


6 (8) ไอแลนด์ ทำ การเกษตร (9) อังกฤษ ทำ เหมืองถ่านหิน จากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว จะเห็นได้ว่า แต่ละ ประเทศมีการผลิตแตกต่างกันและมีลักษณะเป็นการสนับสนุนกัน เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมันตะวันตก ฝรั่งศส และเดนมาร์ก มีการเลี้ยงสัตว์ และ ประเทศเยอรมันตะวันตก อิตาลี และไอร์แลนด์ เพาะปลูกพืชที่เป็นอาหาร สัตว์ หรือกรณีที่ลักเซมเบอร์ก ฝรั่งเศส เยอรมันตะวันตก และอังกฤษ ทำ การผลิตเหล็กกล้า และถ่านหิน ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบสำ หรับใช้ประเทศ เยอรมันตะวันตก ฝรั่งเศส และอิตาลี ทำ การผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ต่อไป 5. สถาบันหลักของสหภาพยุโ ยุ รป 1) คณะมนตรีแหงสหภาพยุโรป (The Council of the European Union) หรือที่ประชุม ระดับรัฐมนตรีของ EU ทำ หนาที่ทั้ง ในดานนิติบัญญัติและมีอำ นาจในการบริหาร ประกอบดวย รมต.จาก 28 ประเทศสมาชิก (แยกเป นภารกิจและตำ แหนง รมต.ดานตาง ๆ และแตละ ประเทศจะมีคะแนนเสียง ไมเทากันขึ้นอยูกับจำ นวนประชากรในประเทศ) เป นกลไกหลักที่จัดประชุมเป นประจำ ประธานคณะมนตรีแหง สหภาพยุ โรปจะเป นแบบหมุนเวียนระหวางประเทศสมาชิกวาระละ 6 เดือน โดยปจจุ บัน สโลวีเนียทำ หนาที่ เป นประธาน EU ระหวางหวง 1 ก.ค.-31 ธ.ค.2564 จากนั้นฝรั่งเศสจะรับหนาที่ดังกลาวตอในหวง 1 ม.ค.-30 มิ.ย.2565 และ เช็กจะรับหนาที่ตอในหวง 1 ก.ค.-31 ธ.ค.2565 หนาที่หลักของคณะมนตรี


7 แหงสหภาพยุโรป คือ ทำ งานรวมกับรัฐสภายุโรปในการบัญญัติกฎหมาย ประสานแนวนโยบายดานเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก บรรลุความตกลง ระหวางประเทศที่สำ คัญ ๆ ระหวาง EU กับประเทศหรือองคกรระหวาง ประเทศ ใชอำ นาจ รวมกับรัฐสภายุโรปในการอนุมัติงบประมาณของ EU พัฒนานโยบายรวมดานการตางประเทศและความมั่นคง โดยตั้งแตป2557 เป นตนมาการลงมติของคณะมนตรีแหงสหภาพยุโรปใชระบบ “Double Majority” หรือการ นับคะแนนเสียงขางมากจาก 2 เกณฑไดแก1) เสียง ขางมากในแงของจำ นวนประเทศสมาชิก คือ มีประเทศสมาชิก อยางนอย 15 ประเทศสนับสนุน และ 2) ในแงของจำ นวนประชากรใน EU โดยใน ประเทศ (อยางนอย 15 ประเทศ) ที่สนับสนุนตองมีประชากรรวมกัน แลวไมนอยกวา 65% ของจำ นวนประชากรทั้งหมดใน EU ดวย สวน ประเด็นที่ออนไหว เชน กิจการตางประเทศ ความมั่นคง การเก็บภาษี ใชการลงคะแนนเสียงแบบเอกฉันท์ 2) คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เป็นผู้รับผิด ชอบงานประจำ ส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรป ทั้งยังร่างข้อเสนอกฎหมายใหม่ ๆ เพื่อให้สภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปให้ความเห็นชอบ นอกจากนี้ ยังคอยควบคุมให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงต่าง ๆ อย่างเหมาะ สม รวมทั้งการใช้งบประมาณของสหภาพยุโรป และคอยสอดส่องให้มีการ ปฏิบัติตามสนธิสัญญาและกฎหมายของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิ การยุโรปจะทำ งานอย่างเป็นอิสระจากรัฐบาลของประเทศสมาชิก โดยมี สำ นักงานอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม คณะกรรมาธิการยุโรปประกอบด้วยประธานและกรรมาธิการยุโรป รวม 25 คน โดยประธานคณะกรรมาธิการยุโรปได้รับการคัดเลือกจาก รัฐบาลของประเทศสมาชิก และได้รับการอนุมัติเห็นชอบโดยสภายุโรป ส่วน กรรมาธิการยุโรปคนอื่น ๆ ได้รับการเสนอชื่อจากรัฐบาลประเทศสมาชิก หลังจากที่ได้มีการหารือกับผู้ที่จะมาเป็นประธาน ซึ่งจะต้องได้รับความเห็น


8 ชอบจากสภายุโรปเช่นกันคณะกรรมาธิการยุโรป มีวาระการทำ งาน 5 ปีแต่ สามารถถูกถอดถอนได้โดยสภายุโรป ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2547 หน้าที่หลักของคณะกรรมาธิการยุโรป มีดังนี้ 1. มีสิทธิในการริเริ่มร่างกฎหมายและส่งผ่านร่างกฎหมายไปยังสภา ยุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป 2. ในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป โดยมีหน้าที่ในการนำ กฎหมาย การจัดสรรงบประมาณ และนโยบายที่ออกโดยสภายุโรปและคณะ มนตรีแห่งสหภาพยุโรปไปปฏิบัติ 3. ทำ หน้าที่ในการพิทักษ์รักษาสนธิสัญญาต่างๆ และทำ งานร่วมกับ ศาลยุติธรรมยุโรป ในการดูแลให้กฎหมายถูกนำ ไปใช้อย่างเหมาะสม 4. เป็นตัวแทนของสหภาพยุโรปในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ และทำ หน้าที่ในการเจรจาต่อรองข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยส่วนใหญ่จะ เป็นการเจรจาในเรื่องการค้าและการร่วมมือระหว่างกัน 3) สภายุโรป (European Parliament) เป็นเสียงแห่งประชาธิป ไตยของประชาชนยุโรป สมาชิกสภายุโรปจำ นวน 731 คน มาจากการเลือก ตั้งโดยตรงทุกๆ 5 ปีโดยสมาชิกสภายุโรปเหล่านี้มิได้แบ่งตามประเทศ แต่ สังกัดอยู่กับพรรคการเมืองในระดับยุโรปที่มีแนวคิดทางการเมืองสอดคล้อง กับพรรคการเมืองในระดับประเทศที่ตนสังกัดมากที่สุด นอกจากนี้ยังมี สมาชิกสภายุโรปบางส่วนที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด หน้าที่หลักของ สภายุโรป มีดังนี้


9 1. ตรวจสอบและบัญญัติกฎหมายของสหภาพยุโรป โดยส่วนใหญ่จะ ใช้อำ นาจร่วมกับคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป 2. อนุมัติงบประมาณของสหภาพยุโรป 3. ตรวจสอบการทำ งานของสถาบันต่าง ๆ ในสหภาพยุโรปตามหลัก ประชาธิปไตย รวมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อทำ การไต่สวน 4. ให้ความเห็นชอบข้อตกลงระหว่างประเทศที่สำ คัญ เช่น การรับ สมาชิกใหม่ และความตกลงด้านการค้าหรือการมีความสัมพันธ์ในเชิงการ รวมกลุ่มระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศที่สาม 4) ธรรมนูญยุโรป เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2547 ผู้นำ ประเทศสมาชิก สหภาพยุโรป 25 ประเทศ ได้ลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยธรรมนูญยุโรป (Treaty Establishing a Constitution for Europe) ณ กรุงโรม จาก วันลงนามฯ (ปี 2549) จนถึงเดือน ก.พ. 2549 มีประเทศสมาชิกสหภาพ ยุโรปให้สัตยาบัน รับรองธรรมนูญยุโรปแล้ว 13 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย ไซปรัส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลีลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา สโลวาเกีย สโลวีเนีย และสเปน ส่วนประเทศสมาชิกที่คัดค้านธรรมนูญ ยุโรป (ด้วยการลงประชามติ) มี 2 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส และ เนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ ยังมีประเทศสมาชิกที่มีกำ หนดจะจัดการลงประชามติ หรือ ให้รัฐสภารับรองธรรมนูญฯ ในปีนี้ อีก 3 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เอส โตเนีย และฟินแลนด์ และมี 7 ประเทศ ที่เลื่อนการลงประชามติออกไป ได้แก่ เช็ก เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สวีเดน และอังกฤษ ธรรมนูญยุโรปมีความสำ คัญเนื่องจากจะช่วยพัฒนาสหภาพยุโรปให้ มีความโปร่งใสและเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น เช่น เปลี่ยนกระบวนการตัดสิน ใจจากระบบ qualified majority เป็นระบบ double majority ซึ่งมติที่ ผ่านจะต้องมาจากคะแนนเสียงร้อยละ 55 ของประเทศสมาชิก และร้อยละ 65 ของจำ นวนประชากร เปลี่ยนระยะเวลาหมุนเวียนตำ แหน่งประธาน สหภาพยุโรปทุก 2 ปีครึ่ง แทนการหมุนเวียนทุก 6 เดือนอย่างเช่นใน


10 ปัจจุบัน อีกทั้งส่งเสริมให้สถาบันต่าง ๆ ทั้งคณะกรรมาธิการยุโรป สภา ยุโรป และคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป มีบทบาทและความสำ คัญเท่าเทียม กัน นอกจากนี้จะมีการแต่งตั้งตำ แหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพ ยุโรปเพิ่มขึ้นอีก 1 ตำ แหน่งทำ ให้สหภาพยุโรปมีนโยบายต่างประเทศที่เป็น อันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น 6. การขยายสมาชิกชิภาพของสหภาพยุโ ยุ รป 1. ประเทศว่าที่สมาชิกใหม่ บัลแกเรียและโรมาเนีย : สหภาพยุโรปเสร็จสิ้นการเจรจารับ บัลแกเรียและโรมาเนียเข้าเป็นสมาชิก เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2547 และคณะ มนตรียุโรปได้ลงนามในสนธิสัญญารับประเทศ ทั้งสองเข้าเป็นสมาชิก เมื่อ วันที่ 25 เม.ย. 2548 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2550 (ค.ศ. 2007) 2. ประเทศที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาเข้าเป็นสมาชิก ตุรกี : ตุรกีเป็นสมาชิกสมทบของ EEC ตั้งแต่ปี 2506 และสมัครเข้า เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เมื่อปี 2520 (ค.ศ. 1977) ทั้งนี้ สหภาพยุโรปเพิ่ง เปิดการเจรจากับตุรกี เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2548 โดยการเจรจาดังกล่าวเป็น แบบ open-ended process และหากเจรจาสำ เร็จ กระบวนการเข้าเป็น สมาชิกสหภาพยุโรปของตุรกีอาจใช้เวลาถึง 10 ปี โครเอเชีย : เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2548 สหภาพยุโรปเปิดการเจรจารับ โครเอเชียเข้าเป็นสมาชิกเนื่องจากพอใจที่โครเอเชียให้ความร่วมมือเป็น อย่างดีกับศาลอาญาระหว่างประเทศในอดีตยูโกสลาเวีย (International


11 Criminal Tribunal for the Former Yugoslavia – ICTY) ของ องค์การสหประชาชาติทั้งนี้ คาดว่ากระบวนการพิจารณาระบบบริหารและ นิติบัญญัติของโครเอเชียเพื่อนำ ไปสู่การบูรณาการเข้ากับระบบของสหภาพ ยุโรป จะใช้เวลาประมาณ 1 ปี มาซิโดเนีย : เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2548 ที่ประชุมคณะมนตรียุโรปมีมติ ให้สถานะประเทศผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (candidate country status) แก่มาซิโดเนีย ทั้งนี้คณะกรรมธิการยุโรปยังต้องประเมิน สถาการณ์อีกครั้งว่า มาซิโดเนียมีพัฒนาการและปฏิบัติสอดคล้องกับเงื่อนไข ต่างๆ ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ก่อนที่จะมีการพิจารณาเรื่องการเปิดการ เจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิกต่อไป 3. ประเทศที่กำ ลังจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกในอนาคต เซอร์เบียและมอนเตนีโกร : เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2548 คณะ กรรมาธิการยุโรปได้เสนอแนะให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเริ่มการเจรจา จัดทำ ความตกลง Stabilization and Association Agreement (SAA) กับเซอร์เบียและมอนเตนีโกร ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการเข้าเป็นสมาชิก สหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปยังต้องการความร่วมมือจาก รัฐบาลเซอร์เบียฯ ในการจับกุมและส่งมอบอาชญากรรมสงครามจาก สงครามกลางเมืองในอดีตยูโกสลาเวียแก่ ICTY ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำ คัญ ต่อการเจรจาขยายสมาชิกภาพของเซอร์เบีย บอสเนีย : เมื่อเดือน ม.ค. 2549 สหภาพภาพยุโรปกับบอสเนียได้ เริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อจัดทำ SAA ซึ่งนับเป็นความร่วมมือในขั้น แรกที่อาจนำ ไปสู่การเจรจาเข้าเป็นสมาชิกต่อไปหากบอสเนียสามารถปฏิบัติ ตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปได้ อัลเบเนีย : สหภาพยุโรปเริ่มการเจรจาจัดทำ ข้อตกลง SAA กับอัลเบ เนียตั้งแต่ปี 2546 และคาดว่าน่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในปี 2549


12 7. สถานการณ์สำณ์ สำคัญคัที่น่ ที่ าติดติตาม 1) การแสดงบทบาทนำ ของ EU ในการรับมือกับสถานการณโรค COVID-19 ไดแกการวิจัยและ พัฒนาวัคซีนรักษาโรค COVID-19 การ ดำ เนินการฉีดวัคซีนใหครอบคลุมตามเปาหมาย รวมถึงการดำ เนินการ กองทุนของ EU เพื่อการฟนฟูเศรษฐกิจประเทศในภูมิภาคที่ไดรับกระทบ จากโรค COVID-19 2) การปรับยุทธศาสตรดานการทหารของ EU ใหสอดคลองกับ สภาพแวดลอมดานความ มั่นคงระหวางประเทศ โดยมีขอเสนอการจัดตั้ง กองกำ ลังทางทหารรวม (EU Army) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการ รักษา เสถียรภาพในภูมิภาค อีกทั้งเพื่อแสดงใหเห็นวา EU ตองการกำ หนด นโยบายดานการปองกันประเทศที่ เป นเอกเทศจาก NATO และสหรัฐฯ นอกจากนี้EU ยังเสนอการจัดตั้งกองกำ ลังโตตอบเร็ว (Rapid Reaction Force) เพื่อเตรียมความพรอมปองกันวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตดวย เชน สถานการณในอัฟกานิสถาน 3) EU เนนความสำ คัญตอภูมิภาคอินโด-แปซิฟกมากขึ้น โดยยุทธ ศาสตรของ EU เพื่อความ รวมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟก (The EU Strategy for Cooperation in the Indo-Pacific) เผยแพรเมื่อ 17 ก.ย.64 ระบุถึงเปาหมายตองการยกระดับความรวมมือกับภูมิภาคอยาง ครอบคลุมในหลากหลายดาน อาทิ ความมั่นคงและการปองกันประเทศ การพัฒนาอยางยั่งยืน ความรวมมือดานดิจิทัล พลังงานสะอาด และความ มั่นคงมนุษยเป นตน 4) ความเสี่ยงการกอเหตุโจมตีในยุโรป ทามกลางความแตกแยกใน สังคมพหุวัฒนธรรม โดย Europol ยังจัดใหกลุม Islamic State (IS) เป นภัยคุกคามสำ คัญของยุโรป ซึ่งผูฝกใฝแนวคิดของกลุม IS อาจ กอเหตุ โจมตีหลังการแพรระบาดของโรค COVID-19 เริ่มผอนคลาย นอกจากนี้


13 ยุโรปยังเสี่ยงเผชิญภัยคุกคาม จากกลุมแนวคิดชวาจัดที่เนนความเป น ชาตินิยม ตอตานคนตางชาติและผูอพยพ การตอตานการบูรณาการ ยุโรป (Eurosceptic) โดยนิยมใชวิธีกระตุนกระแสความเกลียดชังเป นเครื่องมือ ดวยการพยายามสรางภาพวา มุสลิมเป นศัตรูและภัยคุกคามตอยุโรป 8. ความสัมพันพัธ์ไธ์ทย-สหภาพยุโ ยุ รป ไทยใหความสำ คัญกับ EU ในฐานะเป นมหาอำ นาจทางเศรษฐกิจ และเป นตลาดขนาดใหญดวยจำ นวนประชากรมากกวา 500 ลานคน และ เป นภูมิภาคที่มีอำ นาจซื้อสูงที่สุดในโลก EU มีบทบาทในการ กำ หนดทิศทาง การคาระหวางประเทศ โดยเป นผูนำ ดานกฎระเบียบและนโยบายดานการ คาและที่มิใชการคาที่สำ คัญของโลก EU ยอมรับวา ไทยคือหุนสวนที่สำ คัญ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใตโดยเฉพาะในมิติการเมือง และความมั่นคง โดย ไทยมีบทบาทสำ คัญในภูมิภาคมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป นตัวกลางสำ คัญใน การเชื่อมโยง EU กับประเทศอาเซียนอื่น ๆ ทั้งในกรอบอาเซียน-สหภาพ ยุโรป (ASEAN-EU) และในกรอบ ARF (ASEAN Regional Forum) ยุทธศาสตรไทยตอ EU คือ การเนนวาไทยยึดมั่นในคุณคาประชาธิป ไตยเชนเดียวกับ EU เพื่อใหEU เชื่อมั่นและเห็นไทยเป นหุนสวนหลักใน ภูมิภาค เพื่อผลประโยชนของไทยในการขยายการคา การลงทุน การทอง เที่ยว การรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก EU เพื่อยกระดับมาตรฐานสินคา และบริการ ของไทย และสงเสริมขีดความสามารถในการแขงขันของไทย ซึ่งไทยควรพัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อการเป นหุนสวน ที่ทัดเทียมกับยุโรป ในระยะยาว EU เป นตลาดการเงินและแหลงเงินทุนสำ คัญของโลก อีกทั้ง EU มี บทบาทสำ คัญในเวที ระหวางประเทศทั้งดานการเมือง เศรษฐกิจ ความ มั่นคง และสังคม เป นคูคาอันดับ 5 ของไทย รองจากอาเซียน จีน ญี่ปุน และสหรัฐฯ


14 ความคืบหนาการเจรจาขอตกลงลงการคาเสรี (FTA) ไทยกับ EU : EU กับไทยเห็นพองการรื้อฟน การเจรจา ที่ถูกระงับไปเนื่องจากการ เปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยเมื่อป2557 ปจจุบันไทยอยูระหวาง การ ดำ เนินการแนวทางหารือเพื่อนำ ไปสูการบรรลุขอตกลง FTA กับ EU ซึ่ง จำ เป นตองไดรับการพิจารณาจาก รอบดานในประเด็นรายละเอียดตาง ๆ ควบคูไปกับการรับฟงมุมมองจากผูมีสวนไดสวนเสียทุกฝายที่เกี่ยวของ อนึ่ง กรอบยุทธศาสตรที่มุงเนนเอเชีย-แปซิฟกสงผลใหEU เนนความ สำ คัญในการผลักดันความรวมมือดาน เศรษฐกิจกับภูมิภาคมากขึ้น โดย ปจจุบัน EU บรรลุขอตกลงการคาเสรี (FTA) กับญี่ปุน เกาหลีใตสิงคโปร และ เวียดนามแลว และอยูระหวางการเจรจากับอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซี แลนดและอินเดีย ทั้งนี้ ดานบวกของการสานตอการเจรจา FTA คือ ไทยจะมีโอกาส ไดรับประโยชนจากการ ดึงดูดนักธุรกิจและนักลงทุนจากยุโรปไดมากขึ้น ขณะเดียวกันอาจมีผลกระทบติดตามมาอันเนื่องจาก EU พยายามเชื่อมโยง เงื่อนไขการจัดทำ FTA เขากับมาตรฐานคานิยมที่ EU ใหความสำ คัญ อาทิ สิ่งแวดลอม สิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน รวมถึงอาจอางเหตุเรื่อง สถานการณทางการเมืองไทย ซึ่งอาจสงผลใหไทยตอง ยอมรับและนำ ประเด็นดังกลาวมาปรับใชใหเหมาะสม ดานเศรษฐกิจป2563 การคาไทย–EU มีมูลคา 1,185,027.98 ลาน บาท โดยไทยสงออกไป EU มูลคา 642,074.72 ลานบาท และไทยนำ เขาจาก EU มูลคา 542,953.26 ลานบาท ไทยไดดุลการคา 99,121.46 ลานบาท สินคาสงออกของไทยไปตลาด EU ที่สำ คัญ เชน เครื่องคอมพิว เตอรและอุปกรณผลิตภัณฑยาง เครื่องปรับอากาศและสวนประกอบ รถยนตและสวนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ รถจักรยานยนตและ สวนประกอบ แผงวงจรไฟฟา ยางพารา เครื่องใชไฟฟาและสวนประกอบ


15 เครื่องจักรและสวนประกอบ สินคานำ เขาของไทยจาก EU ที่สำ คัญ เชน เครื่องจักรกลและสวน ประกอบ เคมีภัณฑผลิตภัณฑเวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องจักรไฟฟา และสวนประกอบ อุปกรณยานยนตเครื่องมือเกี่ยวกับ วิทยาศาสตรการ แพทยแผงวงจรไฟฟา เครื่องเพชรพลอย อัญมณีเงินแทงและทองคำ สัตวและผลิตภัณฑจากสัตวสินแรโลหะ ดานการลงทุน เมื่อป2563 EU มีโครงการลงทุนของในไทยที่ไดรับ อนุมัติจากสำ นักงาน คณะกรรมการสงเสริมการลงทุน (BOI) จำ นวน 134 โครงการ มูลคา 29,837 ลานบาท


16 บรรณานุกรม วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (ม.ป.ป.). สหภาพยุโรป. สืบค้นจาก https://th. wikipedia.org/wiki/สหภาพยุโรป อริสรา อะมะมูล. (ม.ป.ป.). การขยายสมาชิกภาพของสหภาพยุโรปใน อนาคต. สืบค้นจาก https://arisrar8203.wordpress.com/ สถาบันหลักของสหภาพยุโร-2/สภายุโรป-european-parliament /การขยายสมาชิกภาพของสหภ/ วัชรา ไชยสาร. (ม.ป.ป.). สหภาพยุโรป. สืบค้นจาก http://wiki.kpi.ac .th/index.php?title=สหภาพยุโรป สหภาพยุโรป. (ม.ป.ป.). สืบค้นจาก http://old-book.ru.ac.th/ebook/e/EC451/chapter6.pdf ขอมูลพื้นฐานของตางประเทศ 2565. (ม.ป.ป.). สหภาพยุโรป. สืบค้นจาก https://www.nia.go.th/media/almanac/2022/01/สหภาพย โรป_EU_2565.pdf


Click to View FlipBook Version