คู่มือการบริโภคอาหาร
สำหรับผู้ป่ วยโรคไตที่มีภาวะน้ำเกิน
สารบัญ
เรื่อง หน้ า
- ความหมายของโรคไต 1
- ภาวะน้ำเกิน 2
- สาเหตุอาการบวมน้ำ 3
- การประเมินอาการบวม 4-5
- อาการของการบวมน้ำ วิธีสังเกต 6-9
- โภชนาการสำหรับผู้ป่ วยโรคไต 10-12
เรื้อรัง ที่มีอาการบวมน้ำ 13-28
- อาหารผู้ป่ วยบวมน้ำ 29-33
- อาหารลดอาการบวม 34-35
- การออกกำลังกาย 36
- การพยาบาล 37
- การสังเกตการผิดปกติ 38
- อ้างอิง
1
โรคไต
หน้ าที่ของไตคือการกำจัดของเสียและสาร
พิษต่างๆออกจากร่างกาย การหลั่งฮอร์โมน
การควบคุมน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย เมื่อไต
ทำงานได้น้ อยลง จึงไม่สามารถกำจัดของ
เสี ยหรือสารพิษออกจากร่างกายได้
2
ภาวะน้ำเกิน
ภาวะน้ำเกินเป็ นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณน้ำนอกเซลล์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เกิดน้ำคั่ง
ในส่วนต่างๆของร่างกาย เป็ นผลจากการได้รับน้ำหรือโซเดียมมากเกินปกติ จนทำให้ความ
สามารถในการควบคุมสมดุลน้ำของไตและฮอร์โมนบกพร่อง หรือเป็ นความต่างของน้ำหนั กผู้
ป่ วยไตเรื้อรัง ภาวะน้ำเกินทำให้เกิดอันตราย ได้แก่ อาการบวม หายใจเหนื่ อยหอบ ความ
ดันโลหิตสูง รวบกวนการนอนหลับ อ่อนเพลีย หัวใจทำงานหนั กจนอาจเกิด ภาวะหัวใจล้ม
เหลวและเสี ยชี วิต
3
อาการบวมน้ำ
อาการบวมน้ำเกิดจากการมีของเหลวรั่วไหลออกมา
จากเส้นเลือดขนาดเล็กในร่างกาย ทำให้เนื้ อเยื่อ
บริเวณรอบ บริเวณนั้ นบวมขึ้นและไม่ได้เป็ นภาวะ
ทางกรรมพันธุ์ แต่อาจเป็ นผลมาจากการเจ็บป่ วย
ต่าง ๆ โดยแต่ละสาเหตุก็อาจส่งผลให้อาการ
รุ นแรงแตกต่างกันไป
4
การประเมินอาการบวม ที่พบได้
• None: ไม่มีอาการบวม
• Generalized: บวมทั่วร่างกายหรือทั่วไป
• Location: ตําแหน่ งบริเวณที่บวมระบุชัดเจน
• Pitting: อาการบวม แบ่งออกเป็ น 2 ชนิ ด คือ
1) อาการบวมกดไม่บุ๋ม (Non-Pitting Edema)
2) อาการบวมกดบุ๋ม (Pitting Edema)
อาการบวมกดบุ๋ม (Pitting Edema) แบ่งออกเป็ น 4 ระดับ ดังนี้ 5
ระดับ 1+ กดบุ๋มที่ผิวหนั งลึก 2 มิลลิเมตร
ผลการสังเกต : มองไม่เห็นรอยบุ๋มชัดเจนหายไปอย่าง
รวดเร็ว
ระดับ 2+ กดบุ๋มลึก 4 มิลลิเมตร
ผลการสังเกต : รอยบุ๋มหายภายในเวลา 15 วินาที
ระดับ 3+ กดบุ๋มลึก 6 มิลลิเมตร
ผลการสังเกต : รอยบุ๋มอยู่นานเป็ นนาที
ระดับ 4+ กดบุ๋มลึก 8 มิลลิเมตร
ผลการสังเกต : รอยบุ๋มหายไปได้ยาก นานเกิน 2 นาที
อาการบวมน้ำ 6
วิธีสั งเกต
ตะคริว
น้ำหนั กเพิ่ม
อย่างรวดเร็ว
อาการบวมใน ปวดศรีษะ
ช่องท้อง
ท้องอืด
อาการบวมที่เห็นได้ชัดเจน
ในแขน ขา เท้า ข้อเท้า
ข้อมือ และใบหน้ า
7
อาการเจ็บป่ วย เช่น
▪ ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ หรือโรคเกี่ยวกับไทรอยด์
▪ ต่อมน้ำเหลืองทำงานผิดปกติ
▪ เส้นเลือดขอด หลอดเลือดดำที่ขาได้รับความเสียหาย
หรือไม่แข็งแรง
▪ การติดเชื้อ
▪ ภาวะขาดโปรตีนอย่างรุ นแรง หรือขาดโปรตีนเป็ นเวลานาน
▪ อาการแพ้อย่างรุ นแรง
▪ โรคไต
▪ โรคตับ เช่น ตับแข็ง เป็ นต้น
▪ ภาวะหัวใจวาย
8
การใช้ยาบางชนิ ด
▪ ยาแก้ปวด
▪ ยาแก้อักเสบ หรือ NSAIDs
▪ ยาเอสโตรเจน
▪ ยาสเตียรอยด์
▪ ยารักษาความดันโลหิตสูง
▪ ยารักษาโรคเบาหวานบางชนิ ด
เช่น ยาไทอะโซลิดีนไดโอน เป็ นต้น
สาเหตุอื่นๆ 9
▪ การนั่ งหรือยืนในท่าเดิมเป็ นเวลานาน โดยเฉพาะ
เมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อน
▪ การรบั ประทานอาหารรสเค็มจัด
▪ การตั้งครรภ์
▪ อาการก่อนมีประจำเดือน หรือการเปลี่ยนเเปลงของ
ฮอร์โมน
▪ การฉายรังสีเพื่อรักษาโรคมะเร็ง
▪ โรคเท้าช้าง
▪ การผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง
10
โภชนาการสำหรับ
ผู้ป่ วยโรคไตเรื้อรังที่มี
ภาวะน้ำเกิน
11
อาหารและน้ำดื่มที่ควรได้รับในแต่ละวัน
ㆍ โปรตีนที่ควรได้รับในแต่ละวัน 1 กรัมต่อน้ำหนั กตัว
1 กิโลกรัม
ㆍ ปริมาณ โซเดียมที่ใช้คือ ประมาณ 2-3 กรัม/ วัน
ㆍ จำกัดน้ำดื่ม ไม่ให้เกิน 700 - 1,000 ซีซี ต่อวัน
ㆍ 1 วันร่างกายต้องการฟอสฟอรัสประมาณ 800-1000 mg
ㆍ โพแทสเชียม (Potassium) จำกัด 2,000-3,000 มก./วัน
12
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้เหมาะสม เพื่อควบคุม
โรคแทรกซ้อนที่มีผลกระทบต่อไต ได้แก่ การลดหวาน ลดมัน ลด
เค็ม
อาหารผู้ป่ วยที่มีภาวะบวมน้ำ 13
แบบไหนควรกิน
แบบไหนควรหลีกเลี่ยง
อาหารที่แนะนำ 14
อาหารผู้ป่ วยโรคไตทั้ง 3 มื้อควรประกอบไปด้วยสาร
อาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ ข้าว แป้ ง เนื้ อสัตว์ ผักผลไม้
น้ำมัน และต้องได้รับพลังงานเพียงพอ
15
โซเดียม จำกัด 2,000 มก./วัน
การควบคุมอาหารเค็ม เป็ นหัวใจสำคัญสำหรับผู้ที่เป็ น
โรคไตเรื้อรัง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือมีอาการบวม
ปริมาณโซเดียมที่ควรบริโภคคือ 2,000 มิลลิกรัม/วัน ดัง
นั้ น การใส่เกลือ 1 ช้อนชาในอาหาร ก็จะได้โซเดียม
2,000 มิลลิกรัมแล้ว หันไปปรุ งรสด้วยเครื่องปรุ งที่มี
ปริมาณโซเดียมต่ำแทน
เทคนิ คการควบคุมอาหารเค็ม ได้แก่ ทำอาหารลดเค็มลง
ครึ่งหนึ่ ง หลีกเลี่ยงการซื้ออาหารปรุ งสำเร็จรู ป ลดการ
เติมน้ำปลา/ซีอิ้ว/เกลือ ลงในอาหาร ไม่ควรใช้เกลือ/ซีอิ้ว/
น้ำปลา สูตรโซเดียมต่ำ เนื่ องจากมีส่วนประกอบเป็ น
เกลือโพแทสเซียม ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้
16
โซเดียม
แนะนำ : ในอาหารผู้ป่ วยโรคไตทุกระยะ ควร
จำกัดปริมาณโซเดียมที่ใช้คือ ประมาณ 2-3
กรัม/วัน โดยควรลดปริมาณซีอิ๊วปรุ งอาหารลง
ให้เหลือประมาณ 3 ช้อนชา/วัน
หลีกเลี่ยง : อาหารรสเค็มจัด รวมถึงอาหาร
แปรรู ปอาหารหมักดอง อาหารตากแห้งต่างๆ
และอาหารกึ่งสำเร็จรู ป ได้แก่ ไส้กรอก แฮม
เบคอน บะหมี่กึ่งสำเร็จรู ป ขนมคบเคี้ยวต่างๆ
ตรวจสอบปริมาณโซเดียมจากฉลากก่อนทุกครั้ง
17
18
โปรตีน
แนะนำ : ควรเลือกใช้วัตถุดิบที่มีโปรตีน
คุณภาพสูงในการประกอบอาหารผู้ป่ วย
โรคไต เช่น เนื้ อปลา (เนื่ องจากมีไขมันต่ำ
และมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง) ไข่ขาว หลีกเลี่ยง : การรับประทานโปรตีนมาก
เนื้ อหมู เนื้ อไก่ (ไม่ติดหนั ง) นมไข่มันต่ำ เกินไป ควรควบคุมปริมาณเนื้ อสัตว์ใน
อาหารผู้ป่ วยโรคไตให้เหมาะสม เนื่ องจาก
เป็ นต้น เนื้ อสัตว์มีปริมาณโปรตีนสูง จะทำให้ไต
ทำงานหนั กและเกิดปริมาณของเสียสะสม
ในร่างกายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้
ป่ วยเป็ นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
19
20
คาร์โบไฮเดรต
แนะนำ : วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ เพิ่มเติมจากข้าว
ได้ และในกรณีที่ผู้ป่ วยเป็ นโรคเบาหวานร่วมด้วยควร
เลือกใช้น้ำตาลเทียม
หลีกเลี่ยง : ข้าวจ้าว ก๋วยเตี๋ยว มักกะโรนี
21
ไขมัน
แนะนำ : น้ำมันชนิ ดที่เป็ นกรดไขมันไม่อิ่มตัว
ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่ว
เหลือง
หลีกเลี่ยง : อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น
อาหารทะเล อาหารฟาสฟู้ ด ไข่แดง เครื่องใน
สัตว์ และไขมันอิ่มตัวจากพืชและผัก เช่น กะทิ
น้ำมันปาล์ม มันหมู รวมถึงไขมันทรานส์ เช่น
เนยเทียม เนยขาว ที่อยู่ในเบเกอรี่ต่างๆ
22
โพแทสเซียม
ในผู้ป่ วยโรคไตระยะที่ 4-5 มักเกิดปั ญหาโพแทสเซียมในเลือดเกิน จึงควรจำกัด
การบริโภคโพแทสเศี ยม ส่วนผู้ป่ วยไตวายระยะสุดท้ายที่ทำการบำบัดทดแทนได้
แล้ว การจำกัดปริมาณโพแทสเซียมขึ้นกับชนิ ดของการบำบัด ทดแทนไต ให้
ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเป็ นรายๆไป
แนะนำ :ผักที่มีปริมาณโพแทสเซียมไม่
สูงนั ก ได้แก่ ฟั กเขียว บวบ แตงกวา
มะเขือยาว เป็ นต้น
หลีกเลี่ยง : อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
เช่น ผักสีเขียวเข้มหรือสีเหลืองเข้ม
ได้แก่บร็อคโคลี่ มันฝรั่ง มะเขือเทศ
หน่ อไม้ฝรั่ง ฟั กทอง
23
โพแทสเซียม (Potassium) จำกัด 2,000-3,000 มก./วัน
24
ฟอสฟอรัส
แนะนำ : อาหารที่ฟอสฟอรัสต่ำ เช่น ไข่ขาว
หลีกเลี่ยง : ไข่แดง นมทุกรู ปแบบ รวมถึง
ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต เนยแข็ง เมล็ดพืช
(เช่น เมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน) อาหารที่ใช้
ยีสต์และใช้ผงฟู เพราะมีฟอสเฟตสูง เช่น ขนมปั ง
ปอนด์ ซาลาเปา หมั่นโถว โดนั ท เค้ก คุ๊กกี้
25
ฟอสฟอรัส (phosphorus) จำกัด 800-1,000 มก./วัน
26
กรดยูริก
แนะนำ : ควรรับประทานอาหารไขมันต่ำ เพราะอาหารที่มีไขมันสูง
ทำให้กรดยูริกนั้ นขับถ่ายออกมาทางปั สสาวะได้ไม่ดี
หลีกเลี่ยง : เครื่องในสัตว์ทุกชนิ ด ปี กสัตว์ น้ำสกัดจากเนื้ อสัตว์ ยอด
ผักอ่อน (เช่น ยอดตำลึง ยอดฟั กแม้ว ยอดฟั กทอง หน่ อไม้ฝรั่ง)
เครื่องเทศ 27
แนะนำ : แนะนำให้ใช้เครื่องเทศ และสมุนไพร เป็ น
ตัวแต่งกลิ่นอาหารเพื่อให้อาหารมีกลิ่นและรสชาติที่น่ า
รับประทานมากขึ้น เช่น หอมแดง ใบมะกรู ด
กระเทียม ใบมะกรู ด ใบโหระพา ข่า ใบแมงลัก
ตะไคร้ เป็ นต้น
หลีกเลี่ยง : การใช้เครื่องปรุ งรสที่มีโเดียมสู
28
น้ำ
แนะนำ : หากต้องการดื่มน้ำสมุนไพร ต้องเป็ นน้ำที่ไม่
หวานจัด เช่น น้ำใบเตย น้ำอัญชัน น้ำเก๊กฮวย น้ำ
กระเจี๊ยบ
หลีกเลี่ยง : หายเป็ นไตวายระยะสุดท้าย ที่มีปั สสาวะออก
ลดลง หรือมีอาการบวม ต่องจำกัดน้ำดื่ม ไม่ให้เกิน 700-
1000 ซีซี/วัน เพราะความสามารถในการขับปั สสาวะของผู้
ป่ วยโรคไต ในระยะสุดท้ายนั้ ยจะลดลงอาจกระตุ้นอาหาร
บวมน้ำหรือน้ำท่วมปอดได้
29
อาหารที่ช่วยลด
อาการบวมน้ำ
30
1. แตงกวา
ในแตงกวาจะมีสารเควอซิทิท (quercetin) เป็ นสาร
ต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวมที่เกิด
จากการสะสมน้ำในร่างกายเกิมความจำเป็ น นอกจาก
นี้ แตงกวา ยังมีวิตามินซี ซึ่งดีต่อผิวช่วยเพิ่มความชุ่ม
ชื้นได้ดี
2. อะโวคาโด
เพราะเป็ นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้ อย ปราศจากฟรุ กโตสและ
ซอร์บิทอล ซึ่งเป็ นสาเหตุทำให้เกิดการท้องอืดและก๊าซ
นอกจากนี้ อะโวคาโดยังมีเส้นใยที่ละลายน้ำได้ซึ่งช่วยใน
การย่อยแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร ช่วยให้การย่อย
อาหารของเราดีขึ้น ทำให้ไม่เกิดกรดในกระเพาะอาหาร
31
3. มะเขือเทศ
อุดมไปด้วย โพแทสเซียม ช่วยลดอาการท้องอืดได้
โดยการลดระดับโซเดียมในร่างกาย ในมะเขือเทศมี
น้ำค่อนข้างเยอะ เมื่อรับประทานแล้วจะช่วยให้
ร่างกายลดความต้องการของเหลวจากแหล่งอาหาร
อื่น
4. กีวี
ในกีวีจะมีสารเอนไซม์แอกทินิ ดิน (actinidin) ซึ่งเป็ นเอน
ไชม์ธรรมชาติที่ช่วยย่อยโปรตีนและป้ องกันไม่ให้ท้องอืด
ได้ รวมทั้งเป็ นแหล่งเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำช่วยเพิ่ม
ความสามารถในการย่อยอาหาร ป้ องกันไม่เกิดอาการท้อง
อืด
32
5. แตงโม
แตงโม เป็ นผลไม้ที่มีน้ำค่อนข้างเยอะถึงร้อยละ 90 น้ำที่ได้
จากการรับประทานแตงโมนอกจากจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น
แล้ว ยังช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกุาย ปรับสมดุล
ของน้ำและโซเดียมในร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม
6. หน่ อไม้ฝรั่ง เพิ่มข้อความในส่วนเนื้อหาเล็กน้ อย
แพทย์ผู้เชียวชาญกล่าวว่า สาเหตุของการบวมน้ำมักเป็ นผลมา
จาก เซลล์ในร่างกายกักเก็บน้ำส่ว่นเกินเอาไว้ โดยที่ไตไม่ได้รับ
สัญญาณที่จะปล่อยน้ำ หน่ อไม้ฝรั่ง ช่วยทำหน้ าที่เป็ นยาขับ
ปั สสาวะตามธรรมชาติเพื่อช่วยให้ร่างกายขับส่วนเกินของ
ร่างกายน้ำได้ดีขึ้น
33
7. ผักใบเขียว
ผักใบเขียว มีส่วนผสมของแมกนี เซียม ที่ช่วยในการ
ย่อยและดูดซึมสารอาหาร โดยเฉพาะพวก โซเดียม
แคลเซียม โพแทสเซียมและ ฟอสเฟต รวมทั้งช่วย
ปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย ซึ่งช่วยลดการเกิดท้อง
อืดได้
34
การออกกำลังกาย
ผู้ป่ วยโรคไตไม่สามารถออกกำลังกายหนั กๆได้เพราะ
จะทำให้กล้ามเนื้ อสลายตัวเพิ่มขึ้น ระดับของเสียที่มีชื่อ
ว่า ครีเอตินี น (Creatinin) ในเลือดยิ่งเพิ่มขึ้น ไตจะยิ่ง
ทำงานหนั ก
การออกกำลังกายปานกลาง เช่นเดิน
เต้นแอโรบิค ประมาณวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3
ครั้งหรือวันเว้นวัน โดยใน 1 วัน แบ่งทำครั้งละ 10 นาที
35
ไม่แนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ เพราะมีปริมาณโซเดียมสูง น้ำ
ผสมน้ำผึ้งก็ไม่แนะนำเช่นกัน เพราะมีกรดยูริกสูง ย้ิ่งเร่งให้ไตเสื่ อม
เร็วขึ้น ถ้าต้องการเพิ่มความสดชื่น ให้ดื่มน้ำเย็นหรือน้ำหวานแทน
การพยาบาล 36
การควบคุมน้ำหนั กตัว
ผู้ป่ วยโรคไตที่ไม่มีปั สสาวะแล้วควรควบคุมไม่ให้น้ำ
หนั ก เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 กก./วัน (โดยจะต้องชั่งน้ำหนั ก
ในตอนเช้าที่ยังไม่ได้รับประทานอาหารใด ๆ และหัก
ลบกับน้ำหนั กเมื่อวันก่อนในเวลาเดียวกัน) เพราะฉะนั้ น
ผู้ป่ วยควรจะดื่มน้ำได้ไม่เกิน 800 ซีซี/วัน
การควบคุมอาหาร
ผู้ป่ วยโรคตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ได้รับการรักษา
ด้วยการอก เลือดด้วยเครื่องไตเทียมแล้วจะรับประทาน
อาหารได้มากกว่าผู้ป่ วยที่ยังไม่ได้รับการฟอกเลือด แต่
ผู้ป่ วยที่ได้รับการฟอกเลือดแล้วนี้ ยังมีความจำเป็ นต้อง
ควบคุมอาหารและน้ำตามชนิ ดของโรคไต
37
การสั งเกตการผิดปกติ
ที่อาจเกิดขึ้นอยู่ที่บ้าน
เช่น
ภาวะน้ำท่วมปอด เกิดจากมีน้ำส่วนเกินคั่งที่ปอด จะมีอาการเหนื่ อยหอบ ไอ นอนราบไม่ได้
ถ้ามีอาการมาก ๆ จะไอจนถึงขั้นมีเสมหะฟองสีชมพู เหนื่ อยหอบมากจนถึงขั้นทำให้เกิดหัวใจ
ล้มเหลว และเสียชีวิตได้ ผู้ป่ วยควรรีบติดต่อและเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที
แขนขาชา และ/หรือ ไม่มีแรง อาจเกิดจากมีปริมาณของโปรแตสเซียมภายในกระแสเลือด
สู ง
หรือต่ำเกินไป หรืออาจเป็ นโรคระบบประสาทและสมอง เช่น เส้นโลหิตในสมองแตก ตีบ
หรือ อุดตัน
อาการชักเกร็งถึงหมดสติ อาจเป็ นโรคปั จจุบันของสมองหรือหัวใจ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล
ที่ ใกล้บ้านที่ สุ ดทันที
38
อ้างอิง
โกศล ศรีกงพาน,พัชลาวัล สาระพันธ์. (2561). ผลการจัดการรายกรณีผู้ป่ วยโรคไตเรื้อรังที่มีภาวะน้ำเกิน คลินิ กไตวาย
เรื้อรัง โรงพยาบาลกุมภวาปี . สืบค้น 18 พฤศจิกายน 2564, จาก file:///C:/Users/Administrator/Downloads/159190-
Article%20Text-436908-1-10-20181205.pdf
ณัฐธยาน์ วิสารพันธ์, พย.ม.1,วราทิพย์ แก่นการ, ปร.ด.2ศิ ริรัตน์ อนุตระกูลชัย, พบ., ปร.ด.3. (2563). ผลของโปรแกรม
การจัดการตนเองของบุคคลและครอบครัว ต่อภาวะน้ำเกินในผู้สูงอายุโรคไตวายเรื้อรัง ที่รับการฟอกเลือดด้วยเครื่อง
ไตเทียม. สืบค้น 18 พฤศจิกายน 2564, จาก file:///C:/Users/Administrator/Downloads/120604-Article%20Text-313164-
1-10-20180427%20(1).pdf ธนั ยรัตน์ รุ้งพราย,ทัศนา ชูวรรธนะปกรณ์พันธ์. (2561). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเอง
ของบุคคลและครอบครัว ต่อภาวะน้ำเกินในผู้สูงอายุโรคไตวายยเรื้อรัง ที่รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม. สืบค้น
18 พฤศจิกายน 2564, จาก file:///C:/Users/Administrator/Downloads/120604-Article%20Text-313164-1-10-
20180427%20(1).pdf
วรรวิษา สำราญเนตร,นิ ตยา กออิสรานุภาพ,เพชรลดา จันทรศรี. (2563). การจัดการตนเองเพื่อปองกันภาวะน้ำเกิน
ของผู้ป่ วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม. สืบค้น 18 พฤศจิกายน 2564,
จากfile:///C:/Users/Administrator/Downloads/251420-ไฟล์บทความ-895691-1-10-20210608%20(1).pdf
THANK YOU
Take care of your health