The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสัมมนา เรื่อง ท่องเที่ยวปลอดภัยห่างไกลโควิด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dadalovegd, 2021-12-13 22:41:44

เอกสารประกอบการสัมมนา เรื่อง ท่องเที่ยวปลอดภัยห่างไกลโควิด

เอกสารประกอบการสัมมนา เรื่อง ท่องเที่ยวปลอดภัยห่างไกลโควิด

47

ประเทศฟน แลนด เปนหนึง่ ในประเทศกลุมสแกนดเิ นเวยี ที่มคี วามพรอมมากทส่ี ดุ ประเทศหนึ่ง ฟนแลนดม ี
อันดบั การชำระเงนิ ผา นระบบดจิ ิทัลในระดบั ตน ๆ ของโลก เชน การใชบ ัตรเครดติ หรอื เดบติ อนั ดับที่ 2 ของโลก
รองจากไอรแ ลนด

การใชจ าย E-Commerce คิดเปนรอยละของผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ (GDP) อนั ดบั ท่ี 5 มีสดั สว น
การทำธรุ กรรมการเงนิ ผานอนิ เตอรเน็ตเปนอันดับ 3 และสัดสวนการใชสมารท โฟนเปน อนั ดับท่ี 2 ของโลก จาก
การคาดการณใ นป 2022 อกี ทั้งประชากรทงั้ ประเทศทม่ี ีเพียง 5.5 ลานคน ทำใหการใชเงนิ สดท้ังในเมืองและ
ชนบทเรมิ่ ลดบทบาทลงเร่อื ย ๆ

ประเทศเกาหลใี ต เปน ประเทศทตี่ ลาดการชำระเงินมีการพฒั นาไดเ ปนอยางดี Globaldata ไดย กให
เกาหลใี ตครองแชมปส ังคมไรเงนิ สดของทวปี เอเชีย ถึงแมอตั ราการชำระเงนิ แบบไรเ งนิ สดของจนี จะเติบโตเร็วกวา
มาก แตเ ม่ือพจิ ารณาจากความพรอมของโครงสรา งพื้นฐานของประเทศ เกาหลใี ตก ลบั มคี วามพรอ มมากกวา ทีจ่ ะ
เปนสงั คมไรเ งินสดแทจ ริงไดอ ยา งรวดเร็วในอกี ไมกีป่ ข า งหนา เนือ่ งจากชาวเกาหลใี ตนิยมชำระเงินแบบ
อิเลก็ ทรอนิกส โดยสว นใหญน ิยมใชบัตรเครดิตมากท่ีสดุ และจากความกงั วลจากการระบาด COVID-19 ทำให
ผบู รโิ ภคหนั มาใชบ รกิ ารตา ง ๆ จากโทรศัพทม อื ถอื มากขน้ึ รวมไปถึงการชำระเงินผานโทรศัพทม อื ถือ ซง่ึ ใน ป
2016 มมี ลู คา 12 ลา นลานวอน (ประมาณ 3.2 แสนลา นบาท) ขณะทปี่  2020 กลบั มมี ลู คาเพมิ่ ข้ึนถึง 209.7 ลา น
ลา นวอน (ประมาณ 5.6 ลานลา นบาท) ทำใหค าดวา ในป 2024 มลู คาการชำระเงินผานโทรศพั ทมอื ถอื จะสูงถงึ
581.3 ลานลา นวอน (ประมาณ 156 ลา นลา นบาท ) รายงานจากธนาคารกลางแหง สาธารณรฐั เกาหลี ระบวุ า
ธรุ กรรมการชำระเงินไรสัมผสั มกี ารขยายตัวพุง ถงึ รอยละ 17 ในป 2020 จากผูใ ชท ี่ชำระเงนิ ผา นโทรศัพทมือถือท่ี
เพ่ิมขน้ึ เม่ือเทยี บกับการชำระเงนิ ดว ยบัตรเครดิตและเดบิต

ปจจบุ นั Kakao Pay เปน ผใู หบริการการชำระเงนิ ผา นโทรศพั ทมอื ถือทนี่ ยิ มท่สี ดุ ในเกาหลีใตมียอดผใู ช 34
ลา นคน (ขอ มลู ป 2020) นอกจากน้กี ลุม ผสู งู อายุกลายเปนฐานลูกคา ท่ีสำคัญมากข้ึนของ E-Commerce ในชวง
การระบาดของ COVID-19 จากเดมิ ทีก่ ลุมนอ้ี ยนู อกเทรนดมาโดยตลอด ปรากฏการณก าวกระโดดของสงั คมไรเงิน
สด ทำใหภาครัฐออกมาตรการตา ง ๆ เพ่อื สนบั สนนุ การเปลย่ี นแปลงนี้ ตงั้ แตป 2017 ธนาคารกลางรวมกับ
หา งสรรพสนิ คา และรานคา สะดวกซือ้ ดว ยการลดการใชเ หรียญ หากไดร บั เงินทอนเปนเหรยี ญ ลูกคา สามารถโอน
เขา บัตรโดยสาร หรอื เขา บญั ชเี งนิ ตนเอง หรือทางการกรุงโซลไดรว มมือกบั ธนาคารพาณิชยออกโครงการ Zero
Pay ชวยเหลอื รานคาทอ งถน่ิ ขนาดเล็ก โดยยกเวนคา ธรรมเนียมผา นการชำระเงนิ ดวยโทรศพั ทม อื ถอื และเมือ่ ไม
นานมานี้ T-money ผผู ลิตบตั รสมารทการด ของเกาหลีใตไ ดทดลองใชการสแกนใบหนา แทนการแตะบัตร

48

T-money เพื่อชำระคา โดยสารรถไฟฟา ใตด ิน จดุ ประสงคเ พอื่ การชำระเงนิ ที่งา ย สะดวกรวดเร็วในชวงเรง รบี อกี
ทั้งหลีกเล่ียงการสมั ผสั ซึ่งเปน สาเหตุของการติดเชอื้ COVID-19

Cashless travel happening in future?

จากอัตราการชำระเงนิ โดยไรเงนิ สดทมี่ แี นวโนมเพิ่มขึ้นในแตละป ทำใหปฏเิ สธไมไ ดวาการชำระเงินโดยไร
เงนิ สดไดเ ขามามบี ทบาทในชีวิตประจำวนั ดังนัน้ การทอ งเที่ยวจึงตอ งปรับตวั เขา สูส ังคมไรเงนิ สดเชน กนั หากใน
อนาคตการแลกเปลี่ยนเงนิ ตราตา งประเทศและการเบกิ ธนบตั รจากตู ATM ในตางแดนไมจำเปน อีกตอไป เพยี งคณุ
มีแคส มารทโฟน นอกจากนี้นกั ทอ งเทยี่ วยังไมตอ งกังวลถึงความปลอดภัยของกระเปา เงิน หรือรูสึกเสียดายเศษ
เหรียญเมอ่ื ตองเดนิ ทางกลับประเทศตนเอง

เม่อื ป 2018 Visa บริษัทดานการชำระเงนิ อิเลก็ ทรอนกิ สร ะดับโลก ไดเ คยจดั แคมเปญ ‘Cashless
Challenge’ คนหานักเดินทางผูโ ชคดรี ว มทอ งเที่ยว โดยไรเ งินสดดวยบัตร Visa ใบเดยี ว สามารถเลอื กทรปิ
ประเทศที่ตองการเขารวมไดร ะหวา งประเทศไทยกับแควนบาสก ประเทศสเปน โดยระหวางทอ งเทยี่ วจะตอ งแชร
ประสบการณการทองเทย่ี วโดยไรเงนิ สดผา น Social Media

ท้งั น้ี Visa เคยทำการศึกษาการวางแผนเดินทางของนักทอ งเทีย่ วท่วั โลก พบวารอยละ 72 ของ
นกั ทอ งเทีย่ วที่ตอบแบบสอบถาม มกั จะเตรยี มเงนิ สดหรือสกุลเงนิ ตางประเทศกอนเดินทาง อยา งไรก็ตามพวกเขา
ยอมรบั วาเปน เรื่องเสยี เวลาอยางมาก อกี ทง้ั ปญ หาสูญหายหรอื ถกู ขโมยเงนิ ระหวางการเดนิ ทางเปนปญหาอันดบั
แรก ๆ ของนักทอ งเที่ยว ดังน้ันการกาวไปสูการทอ งเท่ยี วโดยไรเงนิ สด จะชว ยลดความกังวลและประหยดั เวลา
กอ นการเดินทางได

Thailand toward Fintech World

ในประเทศไทย ผูบรโิ ภคทำธุรกรรมทางการเงินผา นโทรศัพทมือถอื มากข้นึ ในชว งหลายปมานี้ เชน สแกน
ซื้อสินคาหรือบริการ โอนเงิน แตก็ยังไมถ งึ ข้นั เปน สงั คมไรเงินสดอยางแทจ รงิ เพราะบางรา นคาหรอื บางสินคายังไม
รองรับการชำระเงินดิจทิ ลั อยางไรกต็ ามท่ผี านมาภาครัฐไดอ อกโครงการกระตนุ สงั คมไรเงนิ สด มากขึน้ เชน
โครงการ ‘คนละครง่ึ ’ โครงการ ‘เราชนะ’ ขณะทีด่ านการทอ งเทย่ี วไดแก โครงการ ‘ชิม ชอป ใช’ และโครงการ
‘เราเท่ียวดวยกนั ’ เพื่อกระตนุ เศรษฐกิจภายในประเทศใหประชาชนออกมาทองเทยี่ ว จับจา ย ใชสอย และ
กระจายรายไดใหแกผ ูประกอบการทองถิน่ ไมวา จะเปน รา นคา รานอาหารหรอื โรงแรม

49

เมอื่ ชว งเดือนกุมภาพันธท ่ีผานมา ผูวา การการทองเท่ยี วแหง ประเทศไทย (ททท.) นายยุทธศกั ดิ์ สุภสร ได
หารอื รวมกบั สมาคมสง เสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญีป่ นุ ) เพ่ือศึกษาความเปนไปไดในการดงึ กลมุ นกั ทอ งเทย่ี วญี่ปนุ ถือ
สินทรพั ยดิจทิ ลั (Cryptocurrency) เชน บติ คอย (Bitcoin) และสกุลเงนิ ดิจิทัลอื่น ๆ ใหเ ขามาเท่ยี วประเทศไทย
หลังสถานการณ COVID-19 ส้นิ สุดลง ซงึ่ นกั ทองเทย่ี วกลุมนม้ี ีศกั ยภาพในการใชจา ยสงู และแนวโนมการใชจ าย
ดว ยเงนิ ดจิ ิทัลของกลมุ คนรุนใหมใ นญ่ีปนุ มคี วามนยิ มอยา งมาก โดย ททท. จะหารอื ความเปน ไปไดรวมกบั
ผูประกอบการโรงแรม รา นอาหาร ธนาคารแหง ประเทศไทย (ธปท.) และคณะกรรมการกำกับหลักทรพั ยและตลาด
หลักทรพั ย (ก.ล.ต.) หากสามารถดำเนนิ การได ไทยจะเปนประเทศทองเที่ยวและใชจายดว ยเงินดิจทิ ัลประเทศแรก
ของโลก

แมใ นขณะนี้ ไทยอาจยงั ไมป ระสบความสำเรจ็ อยางเชนจีน ซง่ึ เหน็ ไดชัดวามีการเปล่ยี นแปลงสูส งั คมไร
เงนิ สดอยา งแพรห ลายทัว่ ประเทศ แตก า วแรกของไทยกับโครงการกระตุนเศรษฐกจิ ดว ยการชำระเงนิ ไรเงินสดท่ี
เกิดขึ้นในหลาย ๆ โครงการ และจำนวนผใู ชท เ่ี พ่มิ ขึน้ อยางตอเนือ่ ง นบั วาเปน จุดเร่มิ ตนทด่ี กี บั การเปนสงั คมไรเ งิน
สดอยางแทจ รงิ ท่จี ะเกิดขึน้ อกี ไมนานตอ จากนี้

ตัวอยา งบทความการทอ งเทย่ี วไรเ งนิ สด

วซี า เผยพบ คนไทย หนั เท่ียวแบบไรเ งนิ สดมากขน้ึ

วซี า ผูใหบรกิ ารดา นการชำระเงนิ ในรูปแบบดจิ ทิ ัลชนั้ นำระดบั โลก เปด เผยวา การชำระเงนิ แบบดิจทิ ลั
รูปแบบตา งๆ ท่ีมคี วามปลอดภยั สะดวกและรวดเรว็ สงผลใหผ บู ริโภคชาวไทยเปลี่ยนพฤติกรรมมาเลือกชำระเงิน
แบบดจิ ทิ ลั มากข้ึน ยกตวั อยา งจากชวงเทศกาลสงกรานต 2562 ที่ผานมา มียอดใชจ า ยของผถู ือบตั รวีซาเพ่ิมขนึ้ ถงึ
รอยละ 15 และยอดใชจายโดยรวมเตบิ โตข้ึนถึงรอยละ 6 เม่อื เทียบกบั ป 2561 ขอ มลู นีย้ งั ชี้ใหเ ห็นดวยวา ผูบริโภค
ชาวไทยเลอื กใชว ิธชี ำระเงนิ ในรปู แบบดิจทิ ัลสำหรับการซอ้ื สินคาในรา นคา และออนไลนมากย่ิงข้ึน ตอบสนอง
นโยบายของประเทศในการผลักดนั ประเทศไทยสสู ังคมไรเ งนิ สด

นายสุรพิ งษ ตนั ติยานนท ผูจดั การวซี า ประจำประเทศไทย กลาววา “ขอ มูลการใชจายนแ้ี สดงใหเ หน็ ถึง
ความคืบหนาของประเทศในการกา วสูส ังคมไรเงนิ สดอยา งมน่ั คง ผูบ ริโภคชาวไทยมีความมนั่ ใจทจี่ ะชำระเงนิ ผา น
ระบบดิจิทลั มากขึน้ เร่ือย ๆ ซง่ึ สอดรบั กบั ความตอ งการของภาครัฐในการรบั จา ยเงินผานระบบ การชำระเงินแบบ
อิเลก็ ทรอนกิ ส”

50

สวนเทรนดการทองเทย่ี วในชว งเทศกาลสงกรานตท ่ผี า นมา มที ้ังนักทองเทย่ี วทเี่ ลือกเดินทางในประเทศ
และเดนิ ทางไปตา งประเทศ ขอ มลู ของวีซา แสดงใหเหน็ วา ในชว งเทศกาลฉลองน้ี รอยละ 39 ของผูถ อื บัตรวซี า ชาว
ไทยใชจ า ยในประเทศไทย รอ ยละ 57 ใชบ ัตรวซี าในจังหวดั ท่ตี นอยอู าศัย และรอยละ 4 ใชจา ยผา นบัตรวซี า ใน
ตา งประเทศ

ดานการทองเท่ยี วไปยงั ตางประเทศ ขอ มลู ชใ้ี หเหน็ วา บัตรวีซาท่อี อกโดยธนาคารในประเทศไทยถกู
นำไปใชม ากท่ีสดุ ในประเทศญี่ปุน ตามมาดว ย เกาหลใี ต อเมริกา องั กฤษ และฮอ งกง ในขณะท่ไี ตหวนั และ
ออสเตรเลยี เร่ิมไดรบั ความนยิ มสงู ขึน้ สำหรบั ผูถือบัตรวซี า ชาวไทย มียอดใชจ า ยผานบัตรเติบโตข้นึ ถงึ รอยละ 20
เม่ือเทยี บกับชว งเวลาเดยี วกันในปท ผ่ี า นมา นอกจากน้ีสิ่งทนี่ กั ทอ งเทีย่ วชาวไทยเลอื กชอปผานบัตรมากที่สดุ คอื
ของใชทัว่ ไป เส้ือผา และเครอื่ งประดบั ท่พี ัก และคาใชจา ยในหา งสรรพสนิ คา และรา นอาหาร

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเองกเ็ ปนสถานที่ทองเท่ยี วยอดนิยมของนกั ทอ งเท่ียวชาวตางชาติ เพราะมียอด
ใชจ ายสงู ขน้ึ ถงึ รอ ยละ 4 เม่อื เทยี บจากปกอนหนา โดยยอดใชจา ยนเ้ี กิดจากนกั ทองเทยี่ วชาวอเมรกิ า อังกฤษ จนี
เยอรมัน ออสเตรเลีย ญป่ี นุ รสั เซีย ฝร่ังเศส สิงคโปร และอนิ เดยี ที่นาสนใจไปกวาน้นั คือปนี้ (2562) นบั เปนปแ รก
ท่ชี าวอินเดยี ติด 1 ใน 10 อนั ดับประเทศท่ีมยี อดใชจายผานบัตรวซี าสูงสุดในประเทศไทย ซึง่ นกั ทอ งเทยี่ วท่ีมา
เยอื นประเทศไทยสวนใหญเลอื กใชบตั รวีซาชำระเงนิ ตามจุดทอ งเทยี่ วสำคัญๆ ไดแก กรงุ เทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี
เชยี งใหม และสุราษฎรธ านี

ตัวอยา งงานวจิ ยั

การศกึ ษาปญ หาและแรงจงู ใจในการใชง านเงนิ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส (e-Money) ผา นโทรศพั ทม อื ถอื ในประเทศไทย

ผลการศกึ ษาวจิ ัยจากการสมั ภาษณผ เู ช่ยี วชาญ ไดแก ผปู ระกอบธรุ กจิ บตั รเงนิ สด อิเลก็ ทรอนิกส ผู
ประกอบธรุ กิจ e-Money บนโทรศพั ทม อื ถอื และชมรมผูประกอบการ e-Money และe-Paymentประเทศไทย
พบวาผูเ ชย่ี วชาญสว นใหญท คี่ วามคิดเหน็ วา สถานการณก ารแขง ขนั ใน อตุ สาหกรรมมีการแขง ขนั สงู และมแี นวโนม
สงู ข้นึ ในอนาคต เน่อื งจากผปู ระกอบการพยายามทจี่ ะ นาเสนอชองทางการใชบริการทเี่ พมิ มากขนึ ทาใหผ บู รโิ ภคมี
ตวั เลือกมากขน้ึ แตในดา นของการยอมรับ เทคโนโลยี e-Money บนโทรศพั ทม อื ถือของผูบริโภคยังคงเปนไปอยาง
ชา ๆ และจาเปน ตองใชเวลาใน การทาความเขา ใจแกผ บู รโิ ภคอกี มาก ทัง้ น้ี ดา นการเปลยี นแปลงจากการใชง าน
บัตรเงนิ สดเปน e- Money บนโทรศัพทม อื ถือ (Mobile Wallet) ผูเช่ียวชาญสวนใหญม คี วามคดิ เหน็ วา e-
Money บน โทรศพั ทมือถือไมส ามารถทดแทนบัตรเงินสดไดท ้ังหมด อยา งไรก็ตาม ชองทางในการชาระเงนิ ผา น

51

บัตรเงนิ สดกย็ ังคงมีอยูในอนาคตอยางแนน อน โดยเฉพาะอยา งยิง่ สาหรับกลมุ ลกู คาบางกลมุ เชน กลมุ ผใู หญแ ละ
กลุมการใชงานเพือ การขนสงสาธารณะเพียงอยา งเดยี ว สวนปจ จยั ทส่ี งผลตอการใชงาน e-Money บน
โทรศพั ทมอื ถือของผบู รโิ ภคในมุมมอง ของผเู ชีย วชาญสวนใหญ คอื ปจจัยดานการสง เสรมิ การตลาด (Promotion)
ทีผ่ ูประกอบการจะตอ งนาเสนอสิทธปิ ระโยชน ท้ังการใหสว นลด การสะสมแตม และการใหเงินคนื จงึ เปน สงิ่ ท่ี
ดงึ ดูดให ผูบรโิ ภคสนใจทีจะเปลยี นจากบัตรเงินสดมาใชง าน Mobile Wallet มากทสี่ ดุ รองลงมาคอื ความ สะดวก
ในการใชงาน รวมถึงจานวนและความหลากหลายของรา นคาทรี่ องรับระบบการชาระเงินผา น โทรศพั ทมือถือ นอก
จากนี ผูเช่ยี วชาญในอุตสาหกรรม e-Money ไดใหขอเสนอแนะเพิม่ เตมิ เกียวกบั ปจ จยั ทีสงผลกระทบตอการใช
งาน e-Money บนโทรศัพทม อื ถอื จานวน 2 ปจ จัย คอื กระแสสังคม (ผลกระทบภายนอกจากเครอื ขายทางตรง)
กลาวคอื การมผี ูทม่ี อี ิทธิพลทางความคดิ ใชงานและแนะนา ตอ ปากตอปากทาใหผูบรโิ ภคสามารถยอมรับการใช e-
Money บนโทรศพั ทม ือถอื ไดมากขนึ และ ปจจัยท่ีสอง คอื ภาพลักษณท างสงั คม กลา วคอื ผูใชงานมีทศั นคติวา
การใชง าน e-Money บน โทรศัพทมอื ถือสามารถแสดงถึงภาพลักษณท ี่ดูดีและทันสมัยมากกวาการใชง านบตั รเงิน
สด ดงั นนั้ ผูวจิ ยั จงึ ไดเพมิ ปจจัยท้งั สองในการสารวจผา นแบบสอบถามเพอื ใหกรอบทฤษฎกี ารวิจัยครบถวนมาก
ขนึ้

ผลการวิจัยแสดงใหเหน็ วา ทศั นคติในการใชงาน e-Money บนโทรศพั ทม อื ถอื สง ผลกระทบตอ การใช
งานจรงิ และความตง้ั ใจท่ีจะใชงานในอนาคต ในขณะทปี่ จจัยดานความนาดงึ ดูด ของทางเลือกอืน การรับรู
ประโยชนในการใชง าน การรับรูค วามงายในการใชงาน การรบั รูสิทธิ ประโยชนข องทางเลอื กอนื การรบั รูตน ทุนใน
การเปลี่ยนแปลง ภาพลกั ษณท างสังคม ผลกระทบ ภายนอกเครือขายทางออ ม ผลกระทบภายนอกจากเครือขา ย
ทางตรง ความปลอดภยั และความ ไวว างใจ สงผลกระทบตอทศั นคติในการใชงาน e-Money บนโทรศัพทม ือถือ

52

โครงการทองเทย่ี วทไ่ี ดร บั การสนบั สนนุ จากภาครฐั

โครงการเราเทยี่ วดวยกัน

เปน โครงการทีร่ ัฐบาลจดั ขน้ึ เพ่อื กระตนุ ใหประชาชนเกิดการใชจา ยผานการทอ งเทีย่ วภายในประเทศ นอกจากน้ี
ยงั เปน การชวยเพมิ่ สภาพคลอ งใหก ับผปู ระกอบการธรุ กิจโรงแรม และธุรกจิ อืน่ ๆ ทเี่ กยี่ วของ ไมวา จะเปน
รา นอาหาร หรอื ธรุ กิจการบิน เพ่ือเปน การชวยสงเสริม และสนบั สนุนการสรางงาน รวมถึงชว ยฟน ฟเู ศรษฐกจิ
โดยรวมของประเทศดวย

ระยะเวลาโครงการ

โครงการเราเทย่ี วดว ยกนั เฟส 3 ระหวา งวันท่ี 24 กนั ยายน 2564 – 31 มกราคม 2565

เง่ือนไขการเขารวมโครงการภาคประชาชน

• เปน บุคคลสัญชาตไิ ทย มีบัตรประจำตัวประชาชน

• มีอายุตั้งแต 18 ปบริบูรณข น้ึ ไป ณ วนั ท่ีลงทะเบียน
ประเภทกิจการทสี่ ามารถเขารวมโครงการ

• โรงแรม/ที่พัก ทมี่ ใี บอนุญาตประกอบการธุรกิจโรงแรม และโรงแรมทพ่ี กั ท่ไี มมใี บอนุญาตแตม กี ารจด
ทะเบียนภาษมี ูลคา เพิ่ม (ภ.พ.20 )

• รานอาหาร

• สถานที่ทอ งเทย่ี ว ตามรายช่อื ของ ททท.

• ราน OTOP ทมี่ ใี บอนุญาตประกอบการตามกระทรวงมหาดไทย

• สปา/นวดเพอ่ื สุขภาพ (มใี บรบั รองมาตรฐานสถานประกอบการ)

• รถเชา /เรอื เชา (มใี บอนญุ าตประกอบกจิ การ)
รายละเอียดโครงการ

สนับสนนุ สวนลดคา โรงแรมท่พี ัก

• รัฐบาลสนบั สนนุ คาโรงแรม 40% ของราคาท่ีพักตอ หอ งตอคนื ทั้งนไ้ี มเกนิ 3,000 บาท ตอ หอ งตอ คืน
• จำกดั สทิ ธิคนละไมเกนิ 15 หอ ง หรือ 15 คนื

53

• เม่อื จองท่ีพักแลว ไมสามารถยกเลกิ ไดแ ตส ามารถเลอ่ื นวนั เขาพกั ได การเลือ่ นเขาพกั ตองเปน ไปตาม
เง่อื นไขที่โครงการกำหนด

สนับสนนุ สว นลดคาอาหารและคา เขาสถานท่ที อ งเทีย่ ว

• รฐั บาลจะสนับสนุนคปู องอาหาร/ทอ งเทีย่ วมูลคา 600 บาทตอหอ งตอ คืน ใหก ับประชาชน เม่ือ check-in
โรงแรมสำเรจ็

• จะไดร ับคูปองอาหาร/ทองเทีย่ ว วนั ละ 1 คร้งั หลังเวลา 17:00 น. ของวัน check-in โดยคูปองจะ
หมดอายุเวลา 23:59 น. ของวนั check-out

• คูปองอาหาร/ทองเทย่ี วสามารถใชไดทร่ี านอาหารและสถานที่ทองเทย่ี วที่รวมโครงการ โดยประชาชน
ชำระ 60% และรัฐบาลสนับสนนุ อกี 40% ผา นการตดั เงินจากคูปอง

สนบั สนนุ คาเดินทางโดยเคร่อื งบนิ

• ประชาชนทีเ่ ขามากรอกขอมูลเพื่อรับเงนิ สนบั สนนุ คาตวั๋ เครื่องบนิ จะตอ งเปนผูทจี่ องโรงแรมผานโครงการ
เราเทยี่ วดว ยกันเทานั้น โดยมสี ทิ ธิในการไดรบั เงนิ สนบั สนนุ คา ตว๋ั เครือ่ งบิน 2 สิทธิผูโดยสาร ตอ 1 หอ ง
โรงแรมทีจ่ อง ท้ังนเี้ งนิ สนับสนนุ คา ตวั๋ เครอ่ื งบนิ เทา กบั 40% ของราคาคาตวั๋ เครือ่ งบิน แตไมเ กนิ 2,000
บาท ตอ ผโู ดยสาร

• สทิ ธิเพ่มิ เตมิ รบั เงนิ สนบั สนนุ คาตัว๋ เครือ่ งบินเทา กับ 40% ของราคาต๋วั เครือ่ งบนิ แตไ มเ กนิ 3,000 บาท
ตอผโู ดยสาร เม่อื เดินทางทองเท่ียวไปยัง ภเู ก็ต พงั งา กระบี่ สรุ าษฎรธานี สงขลา เชยี งใหม และเชยี งราย

• ประชาชนตองจา ยเงนิ คาต๋ัวเตม็ จำนวนไปกอ น ณ ตอนจองตั๋วเครื่องบิน และตอ งมกี ารเดินทางในเท่ยี วบิน
นัน้ จริง รวมถึง check-in และ check-out ทโ่ี รงแรมท่ีจองไวกับโครงการจรงิ

• ต๋ัวเคร่ืองบินเปนประเภทไปหรอื กลับ หรอื ทง้ั ไปและกลบั จากจังหวัดที่อยูภาคเดยี วกนั จังหวดั ทจ่ี อง
โรงแรม (กรณขี ้ึนลงคนละจังหวัดก็สามารถทำได กบั เปน จังหวดั ท่ีอยใู นภาคเดยี วกันกับจงั หวัดที่จอง
โรงแรม)

• วันทเ่ี ดินทางไปหรือกลบั ตองไมห า งจากวัน check-in หรอื check-out โรงแรมทจี่ องผา นโครงการไมเ กิน
5 วัน และการเดินทางกลบั จากการทองเทย่ี วจะตองอยูภายใน 31 มกราคม 65

54

โครงการทัวรเ ทยี่ วไทย

เพ่อื เปน การสง เสริมการทอ งเทยี่ วในประเทศ เพิ่มประสบการณข องนกั ทอ งเทย่ี ว ตลอดจนเพิ่มชอง
ทางการเขา ถึงผปู ระกอบการทอ งเทยี่ วไดมากข้นึ เวบ็ ไซต “ทัวรเ ทีย่ วไทย.ไทย” (www.ทวั รเ ท่ยี วไทย.ไทย) จงึ เปน
เว็บไซตท ่มี โี ดเมนเนมเปน ภาษาไทย โดยการทองเทย่ี วแหง ประเทศไทย (ททท.) ไดรวมกับคณะกรรมการธรุ กรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส (คธอ.), สำนักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส (สพธอ. หรือ ETDA) และมลู นิธศิ นู ย
สารสนเทศเครอื ขายไทย (THNIC) ไดรว มมอื กนั เพอื่ เปนการนำรองการใชโดเมนภาษาไทย ทจี่ ะชวยสรางความ
เชอ่ื มัน่ ใหก บั ผใู ชงานวาเปนเวบ็ ไซตทีน่ า เช่ือถือ ชวยลดความเสีย่ งของการหลอกลวงช่อื เวบ็ ไซต (Phishing) ทาง
ออนไลนไ ด และยังเปน การสงเสรมิ การทองเทย่ี วไปยงั ชุนชนตา งๆ ของประเทศไดแพรหลายมากข้ึน

ระยะเวลาโครงการ

โครงการทัวรเ ทยี่ วไทย ระหวางวนั ท่ี 8 ตลุ าคม 2564 – 31 มกราคม 2565

รายละเอียดโครงการ

รายละเอยี ดเบื้องตน โครงการ "ทวั รเทีย่ วไทย" รฐั บาลชวยสนบั สนนุ คาเดินทางในลักษณะรว มจา ย
ประมาณ 40% แตไมเกิน 5,000 บาท โดยจำกัดสิทธเ์ิ พียง 1 ลานรายเทานัน้

วนั ที่ 23 มี.ค. 2564 นายดนชุ า พิชยนนั ท เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ เปด เผย
รายละเอยี ดโครงการทัวรเ ท่ียวไทย ภายหลังการประชุมคณะรฐั มนตรี โดยระบวุ า ลกั ษณะของโครงการทัวรเท่ยี ว
ไทย มวี งเงนิ 5,000 ลานบาท เปนการสนบั สนนุ คา เดนิ ทางในลกั ษณะรวมจา ยประมาณ 40% แตไ มเ กนิ 5,000
บาท

สำหรบั วธิ กี ารรว มโครงการคือ บรษิ ทั ผปู ระกอบการทอ งเทีย่ ว ตองตดิ ตอการทอ งเทยี่ วแหงประเทศไทย
แลว จัดทำโปรแกรมการทอ งเทยี่ วอยา งนอย 3 วนั 2 คืน เพ่ือเสนอเขา รวมโครงการ โดยในโปรแกรมจะระบตุ วั
โรงแรม รานอาหาร ไวอยางชดั เจน จากนนั้ การทอ งเทยี่ วแหง ประเทศไทย จะมีคณะทำงานทป่ี ระเมนิ เพื่อคดิ
คา ใชจา ยตอ ผูใ ชบ ริการดว ยโปรแกรมทเ่ี สนอมา วา มีความเหมาะสมมากนอยเพียงใด ฉะนนั้ ในขนั้ ตน จะอยูท ่ี
ประมาณ 12,500 บาทตอ โปรแกรม โดยรัฐบาลจะสนับสนุนประมาณ 40% ไมเกนิ 5,000 บาท

55

สำหรบั สทิ ธ์ทิ ่จี ะใชใ นโครงการนมี้ ีทั้งหมด 1 ลานสทิ ธิ์ โดยบรษิ ัททวั รแ ตล ะแหง จะรับลกู คาไดไ มเกนิ
1,000 ราย สวนชว งระยะเวลาในการดำเนินโครงการ คือเดือน พ.ค.-ส.ค. 2564 ท้ังนีผ้ ทู ่สี นใจรบั สทิ ธต์ิ องเขาไป
เลือกโปรแกรมผา นเว็บไซตการทองเทย่ี วแหงประเทศไทย จากนัน้ ติดตอบรษิ ัทนำเท่ียวแลว ชำระเงนิ ผานแอปพลเิ ค
ชัน "เปา ตงั " เทา นัน้ .

คุณสมบัติและเงอ่ื นไขของผเู ขารว มโครงการ

• มบี ตั รประจำตัวประชาชน และเปน บุคคลสญั ชาติไทย
• อายุต้งั แต 18 ปบรบิ ูรณข้นึ ไป
• ไมส ามารถใชแพ็คเกจทอ งเทีย่ วของโครงการทวั รเ ท่ียวไทยในชวงเวลาเดียวกับการเขา พักโรงแรม/ทพี ัก

ของโครงการเราเท่ียวดว ยกันเฟส 3 ได

56

พฤตกิ รรมนกั ทองเทยี่ วในยคุ Covid19

พฤตกิ รรมนกั ทอ งเทย่ี วคืออะไร
ณฐั ชนก เพชรพรหม (2554) ใหค วามหมายวาพฤตกิ รรมนักทอ งเท่ียวหมายถงึ การแสดงออกท่ี

นกั ทองเทยี่ วเดินทางมาทอ งเทีย่ วและใชบรกิ ารท่ีสถานทนี่ นั้ ๆ โดยจะรูตวั หรอื ไมก็ตามมีองคประกอบอยู 7
ประการคือ
1) เปา หมายคอื เดินทางเพ่ือศกึ ษาวฒั นธรรมหรอื พกั ผอน
2) ความพรอ มตองมีความพรอมของรางกายเชน จะดำน้ำลกึ ตองมีรางกายที่แข็งแรง
3) สถานการณเ วลาทเี่ หมาะสมในการเดินทางเชนจะไปเท่ียวเกาะควรไปตอนฝนฟาไมคกึ คะนอง
4) การแปลความหมายวิธีการคดิ ในรูปแบบตา ง ๆ
5) การตอบสนองคือการทำสง่ิ ใดส่งิ หนงึ่ เพอื่ ใหบ รรลเุ ชนจะเดินทางไปเที่ยวพกั ผอ นก็ควรเตรยี มแผนการเดนิ ทาง
ลว งหนาไวเปนตน
6) ผลลัพธท ีต่ ามมาคอื เกดิ ความพงึ พอใจหรือไม
7) ปฏิกริ ยิ าตอ ความผดิ หวงั คือความรสู ึกท่เี ดินทางทองเที่ยวแลว ไมพึงพอใจ
(ท่ีมา: วจิ ัยพฤติกรรมนกั ทอ งเที่ยวเเละเเรงจูงใจของนักทองเที่ยว)

สภุ าภรณ พลนกิ ร (2548) ไดอ ธบิ ายถึงความหมายของพฤติกรรมนกั ทองเทยี่ วหมายถงึ พฤติกรรมการ
ตัดสนิ ใจเลือกซือ้ สินคา และบริการทางการทอ งเที่ยวท่จี ะสามารถตอบสนองความจาํ เปน และความตองการของ
นกั ทอ งเทย่ี วใหไ ดร บั ความพึงพอใจอยางเต็มท่ี
(ที่มา: วิจยั พฤติกรรมนกั ทองเทยี่ วชาวตางชาตติ อ การทองเที่ยวเชงิ สรางสรรคก รณีศกึ ษาอำเภอเกาะสมยุ จงั หวดั สุ
ราษฎรธานี)

ศภุ ลกั ษณ อคั รางกรู (2555) กลา ววา พฤติกรรมนกั ทองเท่ยี วหมายถึงการประพฤตหิ รอื ปฏบิ ัติของ
นกั ทอ งเท่ยี วการแสดงออกในขณะเดินทางทอ งเทย่ี วอาจจะเปนคำพดู การกระทำสหี นา หรอื ทา ทางเชนการเยย่ี มชม
แหลงทอ งเท่ยี วถายรูปรับประทานอาหารซึ่งการแสดงออกนน้ั อาจมรี ากฐานมาจากอุปนิสยั หรอื ความตองการ
พื้นฐานของแตล ะคนท่อี าจคลา ยคลงึ หรอื แตกตางหรืออาจมาจากสิ่งแวดลอมหรอื ประสบการณท ไี่ ดรบั ขณะน้ัน
(ทีม่ า: วจิ ยั พฤตกิ รรมและแรงจงู ใจของนักทอ งเทย่ี วชาวไทยทีเ่ ดินทางมาทองเทยี่ วอุทยานแหงชาติเขาใหญ)

57

พฤตกิ รรมนกั ทอ งเทย่ี ว
(วรสารการทอ งเทีย่ วเเหงประเทศไทย2560)
1.1พฤตกิ รรมนักทองเทีย่ วการใชบ รกิ ารในแหลง ทองเทยี่ ว

พฤตกิ รรมการเดินทางรปู แบบการเดินทางทอ งเทย่ี วกับการใชบรกิ ารนำเทย่ี วของนักทองเท่ยี วมี 4
รูปแบบคอื

รูปแบบที่ 1 คอื เดนิ ทางเองเทยี่ วเองไมใ ชบริการนำเทีย่ วเปน การทองเทยี่ วดวยตัวนกั ทองเทย่ี วเองโดย
อาศยั เสน ทางทแ่ี หลงทองเทยี่ วที่กำหนดข้ึนเอง วลัยพรลว้ิ ตระกูลไพบูลย, (2557)

รูปแบบที่ 2 คอื เดินทางเองแลวจึงใชบ รกิ ารนำเที่ยวของผูประกอบการทองถิ่นเชนการตอรถโดยสาร
ทอ งถ่นิ การนงั่ เรอื ชมวถิ ีชีวิตแมน ำ้ ลำคลองการลงเรือแพการใชบริการมคั คุเทศกทองถิน่ ใหนาํ ทางเชารถทองถิ่น
พรอ มคนขบั รถ

รูปแบบที่ 3 คอื เดินทางพรอม บริษัท นำเทย่ี วไมใ ชบ ริการนำเท่ยี วของผปู ระกอบการทองถ่ินโดย บรษิ ทั
นําเทย่ี วจัดรายการนําเทย่ี วในลกั ษณะโปรแกรมการทอ งเท่ยี วระบุวนั เวลาสถานท่ีทองเทยี่ วคา ใชจา ยตา งๆมี
มัคคเุ ทศกน ำทางไปยงั แหลงทองเทยี่ วตามโปรแกรมการทอ งเที่ยว (ฉันทชั วรรณถนอม, 2552)

รปู แบบที่ 4 คอื เดินทางพรอ ม บริษทั นำเทยี่ วและใชบรกิ ารนำเทยี่ วของผปู ระกอบการทอ งถิ่นควบคูก นั
ไปเชน ใชบริการนำเทย่ี วจากมคั คุเทศกท องถิน่ การนำเท่ียวของผูประกอบการในทองถน่ิ เชนการลอ งเรอื ชม
ทศั นยี ภาพในทะเลสาบนำ้ จืด (สมบรู ณชาวชายโขง, 2554) น่งั เรือชมวิถชี วี ติ รมิ แมนำ้ ลําคลองเปน ตน
1.2 การเลือกแหลง ทองเทีย่ วจากการสำรวจพฤตกิ รรมการเดนิ ทางทอ งเท่ยี ว
(สำนักงานสถติ แิ หง ชาต,ิ 2558)

พบวาสว นใหญไ มน ยิ มหาขอ มูลขา วสารสำหรับการเดนิ ทางในทกุ แหลง ขอ มูล แตม ีนกั ทองเทยี่ วสวนหน่ึง
หาขอ มูลขา วสารสําหรับการเดนิ ทางจากเพ่ือนญาติครอบครวั นอกจากนี้การทองเท่ยี วแหงประเทศไทย (2554) ได
อธิบายถงึ พฤติกรรมการเลอื กแหลง ทอ งเที่ยวในลักษณะตา งๆดงั น้ี

(1) Solo Travel นักทอ งเท่ียวอายนุ อ ยมรี ายไดดมี ตี ารางเวลาไมแ นน อนนยิ มเดนิ ทางคนเดยี วเลือก
เดินทางเองเนนการใชเ ทคโนโลยแี ละแอพพลเิ คช่นั ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง

(2) Go Girls นักทองเทย่ี วผหู ญงิ นยิ มเดินทางเปนกลุมเพอื่ ผจญภัยสปาชอ ปปง
(3) Destination Unknown นักทองเทีย่ วมองหาแหลง ทองเท่ียวทีม่ ีคนไมมาก
(4) With My Buddies นกั ทอ งเท่ียวอายนุ อยเดนิ ทางเปนกลุมเพอื่ ปารต ้นี ยิ มในแหลง ทอ งเท่ียวทมี่ ี
ช่ือเสียงระดับโลก
(5) For the Love of Music นกั ทองเท่ยี วงานเทศกาลดนตรี

58

(6) Absolutely Fun นกั ทองเทย่ี วท่ีใชแ อพพลิเคชั่นเพื่อวางแผนเดนิ ทางเชน Google Maps, Make My
Trip, Flight Track และ Viber เปน ตน และ

(7) Spread the Bug หรอื Travel Bug นกั ทอ งเทยี่ วที่แชรรปู ขอ มูลการวางแผนการเดนิ ทางและ
งบประมาณผานสังคมออนไลนแ ละบล็อกทำใหผ ูอ ืน่ สามารถนำขอมูลไปวางแผนทอ งเทีย่ วตามได
1.3 การประเมนิ ความคุมคา

การประเมินความคมุ คาในการทองเท่ยี วสามารถประเมินไดจากหลายองคประกอบเชน ความคมุ คาของ
แหลงทองเท่ยี วทต่ี รงตามวตั ถปุ ระสงคก ารทอ งเที่ยวความคุมคา จากการไดรับการตอบสนองในความตอ งการดา น
อาหารท่พี กั สิง่ อำนวยความสะดวกเปนตน หรือประโยชนท ไี่ ดรับจากการเดนิ ทางทอ งเท่ียวเปนตน ทง้ั น้ีนักทองเทย่ี ว
สว นใหญม ีการวางแผนลว งหนา และการจัดสรรเงนิ สำหรับการเดนิ ทางทอ งเที่ยว (สำนกั งานสถติ ิแหงชาต,ิ 2558)

นักวิชาการไดแบงลักษณะการประเมนิ ความคุมคาจากการเดินทางทอ งเท่ยี วไวด งั น้ี
1) ประเมนิ ตามประโยชนที่ไดร ับจากการเดินทางทอ งเทยี่ วมี 3 ประเดน็ ไดแก ไดร ับประสบการณค วามรู
ความเขาใจเกย่ี วกบั ประเทศไทยเกดิ ความเขาใจสนทิ สนมในหมญู าติและทำใหช ีวติ มคี วามสขุ (สำนักงานสถิติ
แหง ชาติ, 2558)
2) ประเมินตามองคประกอบการสรางประสบการณทอ งเทีย่ ว 10 ดาน ไดแก
(1) หองพักมีใหเ ลอื กหลากหลายมีการบรกิ ารที่ดแี ละราคาไมแพง
(2) กจิ กรรมการทอ งเท่ยี วท่หี ลากหลาย
(3) สภาพแวดลอ มและบรรยากาศของสถานทที่ องเที่ยวมีความนาประทับใจมธี รรมชาติและอากาศดี
(4) การเดินทางมสี นามบินทสี่ ะดวกและสามารถบินเดินทางตอไปยังแหลงทองเทยี่ วอ่ืนได
(5) ความคมุ คา เงิน
(6) บุคลากรแนะนำทอ งเที่ยวมัคคุเทศกม ีการบรกิ ารและใหข อ มูลท่ดี คี นทอ งถ่นิ มีอัธยาศยั ไมตรดี ี
(7) ศูนยข อ มลู การทองเทยี่ ว
(8) ดานอาหารและเคร่ืองดื่มมใี หเ ลือกมบี รกิ ารท่ดี ีอาหารมคี วามหลากหลายและมอี าหารทองถิน่ คา ใชจายไมแพง
เมอ่ื เทียบกบั แหลง ทอ งเท่ียวอื่น
(9) ความปลอดภยั ในชวี ติ และทรัพยส นิ นกั ทอ งเที่ยวมคี วามอบอุนรสู กึ ปลอดภัยและ
(10) แหลง ทองเที่ยวมีเอกลักษณไ ดเรียนรูเก่ียวกบั ความเปนวัฒนธรรมนอกจากนนี้ ักทองเท่ียวเม่อื เดนิ ทางกลับสว น
ใหญจ ะนำภาพถายสถานท่ี ๆ ไปเทีย่ วมาแสดงใน Facebook Twitter Instragram และอยากจะบอกตอ ใหเ พื่อน
หรอื คนรูจกั มาเทย่ี ว (ธันยาพรหมบุรมยแ ละนฤมลกมิ ภากรณ, 2558)

59

3) ประเมินโดยเปรียบเทียบกบั สภาพเศรษฐกิจและความเปน อยทู ่มี ีผลตอ การตดั สนิ ใจทองเทย่ี วเหตุผลท่ี
ไมเ ดนิ ทางทอ งเทย่ี ว 5 อนั ดับแรก ไดแ ก ไมม ีเวลาวา งไมม ที นุ ทรพั ยเ พียงพอสำหรับการเดินทางไมช อบเดนิ ทาง
สภาพเศรษฐกจิ ไมคอ ยดีและมปี ญ หาเรอ่ื งสขุ ภาพ (สำนักงานสถติ แิ หงชาต,ิ 2558)

4) ประเมนิ จากตนทนุ เดนิ ทางทองเท่ียวในทางเศรษฐศาสตรเมือ่ มกี ารเดนิ ทางยอ มมีคาใชจา ยทีเ่ รียกวา
ตนทุนเสมอเชน คา พาหนะคา อาหารเครือ่ งดื่มซื้อสนิ คา ทรี่ ะลกึ เปนตนดงั นั้นระยะทางในการเดินทางจงึ เปนปจ จยั ใน
การกำหนดเสนทางการทองเท่ียวเน่อื งจากการเดนิ ทางท่ีหา งไกลจากท่อี ยูอาศัยปกติมากเทาใดคาใชจา ยยอมจะ
เพิ่มตามมากไปดวยเชนคา ท่ีพกั คา พาหนะเปนตนอยางไรก็ตามตนทนุ ทีเ่ กดิ จากการเดินทางนี้จะมคี วามคุมคา
หรอื ไมจ ะขึน้ อยูก บั ส่ิงที่นกั ทอ งเท่ยี วไดรับกลบั มาในรูปของโอกาสใหม ๆ ประสบการณใ นการไดส ัมผสั ส่ิงท่ียงั ไม
เคยพบเหน็ (อมรนิ ทรต ันตเิ มธ, 2558)
ท่มี า:(วรสารการทอ งเท่ยี วเเหง ประเทศไทย2560)

สรปุ ไดวา พฤติกรรมนักทองเทย่ี ว (Tourist Behavior) หมายถงึ พฤติกรรมนักทองเท่ียวทมี่ ักเสาะหา
สถานทท่ี อ งเทย่ี วเพือ่ ตอบสนองความตองการของตนโดยใชเ งินเวลาและความพยายามซึง่ พฤตกิ รรมเหลา นีท้ ำให
ทราบวา ตองการบริการอะไรทำไมถงึ ซ้อื ซ้ือเมือ่ ไหรซ ื้อท่ีไหนซ้ือบอยแคไ หน
องคป ระกอบของพฤตกิ รรมนกั ทองเทยี่ ว

องคประกอบและบทบาทของพฤติกรรมนักทอ งเท่ยี ว
1. องคประกอบของพฤตกิ รรมนกั ทอ งเทยี่ วองคประกอบของพฤตกิ รรมนกั ทองเที่ยวมี 10 ประการดังนี้
1.1 ความรูห มายถงึ สงิ่ ท่ไี ดจ ากการเรยี นความสามารถในการปฏบิ ัติการกระทำกจิ กรรมตา งๆ
1.2 ความตอ งการหรือเปา หมายหมายถึงพฤติกรรมนักทองเท่ียวทกุ ๆพฤตกิ รรมจะตองมีเปาหมายในการกระ
ทําการคน ควาการไดร ับการบอกกลาวอบรมสั่งสอนและ
1.3 ความพรอมหมายถึงความมวี ฒุ ภิ าวะและความสามารถในการทำกจิ กรรมเพอื่ ตอบสนองตอ ความตองการ
1.4 สถานการณห มายถงึ เหตกุ ารณห รอื โอกาสทเ่ี ออ้ื อำนวยใหเลอื กกระทำกิจกรรมเพอื่ ตอบสนองความตองการ
1.5 การแปลความหมายหมายถึงวธิ กี ารคิดพจิ ารณาหรอื วนิ จิ ฉัยเรือ่ งราวหรอื เหตกุ ารณใ นรูปแบบวธิ กี ารแบบตา งๆ
เพอื่ ตอบสนองตอความตองการท่ีพอใจมากท่ีสดุ ในสถานการณห นึง่
1.6 การตอบสนองหมายถึงการตัดสินใจกระทำกจิ กรรมตามทตี่ นไดตดั สินใจเลอื กสรรแลวเพื่อใหบ รรลเุ ปา หมายท่ี
ตองการ
1.7 ผลลัพธทต่ี ามมาหมายถงึ ผลจากการกระทำหน่งึ ๆ อาจไดผลตามทคี่ าดหมายไวหรืออาจตรงกนั ขามกับความ
คาดหวงั ที่ตั้งใจไว
1.8 ปฏกิ ริ ยิ าตอ ความผิดหวังหมายถงึ ความรสู ึกท่เี กิดขน้ึ เมอ่ื ส่งิ ท่กี ระทำลงไปไมเ ปนไปตามเปา หมายหรือไมบ รรลุ
เปาหมายตามทตี่ อ งการจงึ ตองกลับมาแปลความหมายใหมไตรตรองใหมเ พ่ือเลือกหาวิธีใหม ๆ มาตอบสนองความ

60

ตองการหรืออาจจะเลิกความตอ งการไปเพราะเหน็ วาเปน ส่ิงท่ีเกนิ ความสามารถไมสามารถทําไดและอาจ
ปรับเปลยี่ นความตอ งการใหม
1.9 ประสบการณเ ปนความรูท่เี กิดจากการกระทำหรอื จากสิง่ ท่ีไดพ บมาในอดีตทจ่ี ะเกบ็ ไวใ นความทรงจำเพื่อ
นำมาใชก บั การดำเนนิ ชีวติ ปจจบุ ันและการตัดสินใจในอนาคต
1.10 ทศั นคตแิ ละคานิยมทศั นคตเิ ปน ความรคู วามรูส ึกและทา ทขี องมนษุ ยท่มี ีตอสง่ิ ใดสงิ่ หน่ึงเพอ่ื เปนการ
แสดงออกของตนวารสู กึ อยา งไรตอส่งิ นัน้ สง่ิ น้เี ปน ไดทั้งความรูส ึกดา นบวกและดา นลบดานดีและไมดสี ว นคา นยิ ม
เปน ขอ กำหนดทส่ี มาชิกของสงั คมสวนใหญย อมรบั และยดึ ถอื เปน เร่ืองสำคัญเปน พ้ืนฐาน
(ทม่ี า:http://61.7.151.244/moodle/pluginfile.php/36056/mod_resource/content/1/องคป ระกอบและ
บทบาทของพฤตกิ รรมนกั ทอ งเท่ยี ว.docx.pdf)
ปจจยั ทม่ี ผี ลตอ พฤตกิ รรมนกั ทอ งเทย่ี ว

(1) ปจ จยั ทางเศรษฐกิจ (Economic Factor) เศรษฐกจิ เปน ปจ จัยหลักทกี่ อใหเกดิ การทอ งเที่ยวและ
สามารถบง บอกถึงพฤติกรรมของนกั ทองเท่ยี วแตล ะชาติหากนกั ทอ งเทีย่ วกลุมใดทเ่ี ดนิ ทางมาจากตางประเทศท่ีมี
พนื้ ฐานทางเศรษฐกจิ ดี

(2) ปจจัยทางประชากรศาสตร (Demographic Factor) นักทองเทีย่ วทเี่ ดินทางมาจากกลมุ ประเทศทม่ี ี
ประชากรมาก ๆ การแสดงออกของนกั ทองเที่ยวโดยมากแลวจะแตกตา งจากนักทอ งเทยี่ วท่เี ดินทางมาจากประเทศ
ทม่ี ีประชากรนอย ๆ เชน นกั ทอ งเทยี่ วจากประเทศจีนซึ่งมีประชากรมากเปน อนั ดบั หนึ่งของโลก เปนตน

(3) ปจจยั ทางภูมศิ าสตร (Geographic Factor) มผี ลตอการแสดงออกของนกั ทอ งเท่ียวเชน นักทองเทยี่ วที่
เดินทางมาจากประเทศแถบยุโรปเหนอื หรือสแกนดิเนเวยี นนั้ มักนยิ มเดนิ ทางทองเท่ียวบรเิ วณชายหาดโดยรักที่จะ
นอนอาบแดดเปนเวลานาน ๆ เพราะทอ งถิ่นทีอ่ าศัยอยูน น้ั เปน เขตหนาวมีแสงแดดนอ ยมากตรงกันขามกบั
นกั ทอ งเทย่ี วทีเ่ ดินทางจากประเทศแถบรอ น เชน อนิ โดนีเซียฟลิปปนสน กั ทอ งเท่ียวนิยมใชบริการแหลงทองเท่ียว
ในรม เชนศูนยก ารคา (Shopping Centre) หรือแหลงบนั เทงิ ในรม (In House Entertainment) ปจ จยั ดานนี้
นับวา มีผลกระทบมากตอ การแสดงออกของพฤตกิ รรมนกั ทองเท่ยี วเพราะนักทองเทีย่ วถูกปจจยั ทางดานสังคมและ
วฒั นธรรมหลอ หลอมมาตลอดและถา ยทอดมาเปน ทัศนคตกิ ลมุ คนเหลา นัน้ ทัศนคตแิ ละวฒั นธรรมของทอ งถิน่ ใด
ทองถน่ิ หน่ึงจะเปนตัวกำหนดรสนิยมและคานยิ มในการเดนิ ทางการซ้อื สินคาการเดินทางทองเทย่ี วของคนกลุม นัน้
ๆ ซึง่ มผี ลตอ การปรับปรงุ ผลิตภณั ฑก ารทอ งเท่ียววาจะอยูในระดบั ใดและรปู แบบใด

(4) ปจ จัยทางการเมือง (Political Factor) ปจจยั ทางการเมอื งเปนปจ จยั ท่ีกระทบตออตุ สาหกรรมการ
ทอ งเทีย่ วโดยเฉพาะตอนกั ทอ งเที่ยวดว ยเหตุที่นกั ทองเทีย่ วโดยมากเดนิ ทางทองเท่ยี วดว ยเหตผุ ลหลกั คอื การ
พักผอ นหยอ นใจดงั นัน้ นกั ทอ งเทย่ี วยอมไมน ยิ มที่จะเดินทางไปในแหลง ทอ งเท่ียวท่ีเกิดปญ หาทางการเมอื ง เชน

61

รัฐบาลอสิ ราเอลที่มสี ถานทท่ี อ งเทยี่ วท่ีสวยงามมากอกี ท้งั ยังมศี าสนาสถานทสี่ ำคัญของศาสนาครสิ ตทน่ี กั แสวงบุญ
ตองการเดินทางดวย

(5) ปจจยั ทางส่ือมวลชน (Media Factor) ดวยวทิ ยาการอันกวางไกลในยคุ โลกาวิวฒั นป จจัยดาน
สื่อมวลชนเขา มามีบทบาทและสง ผลกระทบตอ การตัดสนิ ใจในการเดินทางทองเท่ยี วของทองเท่ียวอยางมากไมวา
จะเปนการส่ือสารกันทางสื่ออเิ ลคทรอนิคสค อื อนิ เตอรเน็ตหรือสอ่ื ทางดาวเทยี มและอนื่ ๆ ปจ จยั ดา น
สื่อสารมวลชนสามารถสรา งเสริมและทำลายการทองเทีย่ วไดท ั้งทางตรงและออ มเชนเหตุการณเม่อื กลางเดือน
มนี าคม พ.ศ. 2541
(ทม่ี า: วิจยั พฤติกรรมนักทองเทยี่ วชาวตางชาตติ อการทอ งเทย่ี วเชงิ สรางสรรคกรณีศกึ ษาอำเภอเกาะสมุยจังหวัดสุ
ราษฎรธ าน)ี
พฤตกิ รรมของนกั ทอ งเทย่ี วในการตดั สนิ ใจทอ งเทย่ี ว

พฤตกิ รรมของนักทอ งเท่ียวในการตดั สนิ ใจปฏิกิรยิ าของนักทองเทย่ี วที่เกย่ี วขอ งโดยตรงกบั การไดร ับหรอื
การใชบ ริการทางการทองเทย่ี วรวมท้งั กระบวนการตา งๆในการตดั สินใจเดนิ ทางทองเท่ยี วซ่งึ พอจะสรปุ ถึง
พฤติกรรมของนักทอ งเทย่ี วในการตดั สินใจทอ งเที่ยววา มีข้ันตอนสำคัญอยู 9 ขน้ั ตอนดงั ตอไปน้ีคอื
ข้ันท่ี 1 การสง เสริมตลาดทางการทองเท่ยี ว (Tourism Promotion) เปน การอานวยขา วสารทางการทองเท่ียว
ใหแกกลุมเปาหมายโดยผานสอ่ื ตางๆและหนวยงานท่เี กี่ยวของทำใหน กั ทองเท่ียวไดรับขาวสารเหลา นนั้
ขัน้ ที่ 2 ความตองการทอ งเท่ียวของนกั ทอ งเทยี่ วแตล ะคน (Need) เมื่อนกั ทอ งเท่ียวกลมุ เปา หมายไดรับทราบ
ขอมลู ทางการทอ งเทย่ี วแลวก็จะกอใหเ กิดความตอ งการทอ งเทีย่ วข้นึ ภายในจิตใจของนักทอ งเท่ยี วแตละคน
ขัน้ ที่ 3 สิ่งจูงใจสำหรับนักทอ งเทีย่ ว (Motivation) เปน แรงกระตุน ใหอ ยากทองเท่ียวงเกิดจากปจจัย 2 ประการคอื
Push Factor เปน แรงผลักดนั ใหเกิดความอยากทองเที่ยวและ Pull Factor เปนแรงดงึ ดดู ใจใหไ ปชมแหลง
ทอ งเท่ยี วนั้น ๆ
ขน้ั ที่ 4 การตดั สนิ ใจของนกั ทอ งเท่ยี ว (Decision Making) เปนแรงกระตุนจากสง่ิ จูงใจจะทำใหเกิดภาพลักษณ
ทางการทองเทย่ี ว (Tourist Image) ของแตละทอ งถิ่นขน้ึ เพ่อื ประกอบการตดั สนิ ใจวาจะไปทอ งเทย่ี วท่ีไหนดที ี่สดุ
โดยคำนงึ ถงึ ความประหยัดปลอดภยั สะดวกสบายและความอภิรมยมากทส่ี ดุ เปนเกณฑ
ข้ันท่ี 5 การวางแผนคา ใชจายการทอ งเท่ียว (Planning for Expenditure) คือการเตรยี มวางแผนคา ใชจา ย
ทางการทอ งเท่ยี ววาคาใชจายทง้ั หมดทีจ่ ะเกิดขึน้ ในการทอ งเท่ียวสถานทีน่ นั้ ๆ เชน คาพาหนะเดนิ ทางคาอาหาร
คา ท่ีพกั คา รกั ษาพยาบาลคาใชจา ยซือ้ ของที่ระลกึ เปน ตน
ขั้นที่ 6 การเตรยี มการเดินทาง (Travel Preparation) คอื การเตรยี มตวั ในเรื่องของการจองตว๋ั พาหนะท่ีจะเดนิ
ทางการจองรายการทอ งเทีย่ วการยืนยนั การเดนิ ทางเชน หนงั สือเดนิ ทางการอนุญาตเขาประเทศเปนตน
(ท่ีมา: วจิ ยั พฤติกรรมนกั ทองเท่ยี วเเละเเรงจูงใจของนกั ทอ งเทย่ี ว)

62

รูปแบบการทอ งเทยี่ วสามารถแบง ออกเปน 3 รปู แบบคอื
1. การทอ งเทยี่ วตามวตั ถุประสงคของการเดนิ ทาง ไดแ ก การทอ งเท่ียวเพอ่ื ความเพลดิ เพลนิ และการพักผอ นเพือ่
ทางธุรกิจเพือ่ ความสนใจพเิ ศษและเพอื่ กฬี า
2. ตามลักษณะการจดั การเดินทาง ไดแ ก การทอ งเทย่ี วเปนหมคู ณะและการทองเท่ยี วแบบอิสระ
3. การแบงตามถิน่ พำนกั ถาวรของนกั ทองเท่ยี ว ไดแก การทองเทยี่ วระหวา งประเทศและการทองเทยี่ ว
ภายในประเทศ
Rewtrakunphaiboon (2014)
รูปแบบพฤตกิ รรมนกั ทอ งเทยี่ ว

รปู แบบพฤติกรรมการทองเทย่ี ว ทเี่ ปน รปู แบบพน้ื ฐานทส่ี ดุ คือการแบงนกั ทอ งเท่ียวตามลกั ษณะของ
พฤตกิ รรมของการเดินทางออกเปน 2 กลมุ (Jittungwattana, 2005) ไดแ ก
1. เดินทางเปน กลมุ (Group) จะใชบริการจาก บรษิ ทั นำเทย่ี ว เชน โปรแกรมการทองเทย่ี วยานพาหนะโรงแรม
อาหารการกิน ฯลฯ ตลอดจนชว ยแกป ญหาท่อี าจเกดิ ขึ้นในระหวางการทอ งเทยี่ วเชนการเกิดอุบัตเิ หตุรถเสยี เปน
ตน
2. เดินทางเปนอสิ ระ (Individual) จะเปน การทอ งเที่ยวทีจ่ ดั ข้นึ เพอื่ ใชก ับตัวเองกบั ครอบครวั หรือทอ งเที่ยวไปกับ
เพอื่ นสนทิ เปนการสว นตวั สว นใหญจะเดินทางดวยรถยนตสว นตวั หรอื เชารถขบั ไปกันเองนักทอ งเทีย่ วจะเปน อสิ ระ
ในการกำหนดสถานท่ที อ งเทย่ี วเสนทางเดินทางสถานทีพ่ กั ไม จำกัด เวลาทอ งเท่ยี ว ณ จดุ หมายปลายทาง
(ทีม่ า:วจิ ยั พฤตกิ รรมและความพึงพอใจของนกั ทอ งเทีย่ วในการเดินทางมาเยอื นชุมชนทองเทย่ี วบานถ้ำเสอื อำเภอ
อาวลึกจังหวดั กระบ)่ี
ประเภทของนกั ทอ งเทย่ี ว
1.ตามการจัดการเดินทาง
2. ตามจำนวนมากนอยของนกั ทอ งเทีย่ ว
3.ตามวัตถปุ ระสงคของการเดินทาง
4.ตามวิธีการเดนิ ทาง
5. ตามอายุ
6. ตามเพศ
7. ตามฐานะทางสังคม
8. ตามประสบการณแ ละบทบาท
(ทม่ี า: https://tourismatbuu.wordpress.com)

63

กลมุ นกั ทอ งเทย่ี วและพฤตกิ รรมนกั ทอ งเทย่ี ว
(การทอ งเทย่ี วเเหง ประเทศไทย)
กลมุ นักทอ งเทยี่ วกลมุ แบงตามลกั ษณะทั่วไปไดท งั้ หมด 7 กลุมไดเ เก
กลมุ Gen-Y
พฤติกรรมในการทอ งเทย่ี ว
-ใชเ วลาในการเดินทางทอ งเที่ยวประมาณ 3.3 วนั และมีผรู ว มเดนิ ทางดว ยประมาณ 4 คน
-ใชเวลาในการจองที่พกั ลวงหนาประมาณ 17 วนั
-ใหค วามสนใจกับการทอ งเที่ยวเชิงผจญภัย / ผาดโผน (เชน ดำนำ้ ชมปะการงั พายเรือแคนเู รอื คายัคเรอื ใบหรอื ลอง
แกงเปน ตน )
-งบประมาณทอ งเที่ยวตอ คนตอ วันเทากับ 1,540.68 บาท
กลมุ Multi-Gen
พฤตกิ รรมในการทองเทีย่ ว
- ใชเ วลาในการเดินทางทอ งเท่ียวประมาณ 3.5 วนั และมีผรู วมเดนิ ทางดว ยประมาณ 5.6 คน
-ใชเ วลาในการจองที่พักลว งหนาประมาณ 18.1 วนั
-ใหความสนใจกับการทอ งเท่ียวเชงิ ผจญภัย / ผาดโผน (เชน ดำนำ้ ชมปะการังพายเรอื แคนู / เรอื คายัคเรอื ใบหรอื
ลองแกงเปน ตน)
-งบประมาณทองเทยี่ วตอ คนตอวันเทา กับ 1,685.07 บาท
กลมุ High-End
พฤติกรรมในการทอ งเท่ยี ว
-ใชเ วลาในการเดินทางทอ งเที่ยวประมาณ 3.8 วันและมีผรู ว มเดนิ ทางดวยประมาณ 4.1 คน
-ใชเวลาในการจองท่พี ักลว งหนาประมาณ 15.9 วนั
-ใหความสนใจกับการเรียนรปู ระวตั ิ / เรือ่ งราวของชมุ ชนเชน ความเปน อยูวิถชี ีวิตศลิ ปวัฒนธรรมหรือกจิ กรรมใน
ทองถิ่นเปน ตน)
-งบประมาณทอ งเท่ียวตอ คนตอ วันเทา กับ 2,262.34 บาท
กลมุ Silver Age
พฤตกิ รรมในการทองเที่ยว
-ใชเ วลาในการเดินทางทอ งเท่ียวประมาณ 3.8 วันและมผี ูรว มเดินทางดวยประมาณ 4 คน
-ใชเ วลาในการจองทพ่ี กั ลวงหนาประมาณ 16 วัน

64

-ใหความสนใจกับการเรยี นรปู ระวตั ิเรอื่ งราวของชุมชน (เชนความเปน อยวู ถิ ชี ีวติ ศลิ ปวัฒนธรรมหรือกจิ กรรมใน
ทองถนิ่ เปน ตน )
-งบประมาณทองเท่ียวตอ คนตอ วนั เทากบั 1,912.86 บาท
กลมุ Millennial Mom
พฤติกรรมในการทอ งเทย่ี ว
-ใชเ วลาในการเดินทางทองเท่ียวประมาณ 3.6 วนั และมผี ูร ว มเดินทางดว ยประมาณ 3.5 คน
-ใชเวลาในการจองที่พักลว งหนาประมาณ 17.7 วนั
-ใหความสนใจกับการเรยี นรปู ระวัตเิ รื่องราวของชมุ ชนเชนความเปน อยูวิถีชวี ติ ศลิ ปวัฒนธรรมหรือกิจกรรมใน
ทอ งถ่ินเปน ตน)
งบประมาณทอ งเทย่ี วตอ คนตอ วนั เทา กับ 2,003.38 บาท
กลมุ Lady 1 (อายุ 38-44 ป)
พฤตกิ รรมในการทอ งเทีย่ ว
-ใชเ วลาในการเดินทางทองเท่ียวประมาณ 3.6 วันและมีผรู ว มเดินทางดว ยประมาณ 3.9 คน
-ใชเวลาในการจองท่ีพักลว งหนา ประมาณ 16.1 วัน
-ใหค วามสนใจกบั การเรยี นรูประวัตเิ รือ่ งราวของชมุ ชน (เชน ความเปน อยวู ิถชี ีวิตศิลปวัฒนธรรมหรือกจิ กรรมใน
ทอ งถ่ินเปน ตน)
-งบประมาณทองเที่ยวตอ คนตอวันเทา กับ 1,973.63 บาท
กลมุ Lady 2 (อายุ 45-54 ป)
พฤติกรรมในการทอ งเท่ียว
-ใชเวลาในการเดินทางทอ งเท่ียวประมาณ 3.7 วันและมผี ูรว มเดินทางดว ยประมาณ 4.2 คน
-ใชเวลาในการจองที่พกั ลว งหนาประมาณ 16.7 วนั
-ใหความสนใจกบั การเรียนรูประวัติเร่ืองราวของชุมชนเชนความเปนอยูวิถชี ีวิตศิลปวัฒนธรรมหรอื กจิ กรรมใน
ทองถิ่นเปน ตน )
-งบประมาณทองเท่ยี วตอคนตอวันเทา กบั 1,909.70 บาท
ปจ จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลในการทอ งเทย่ี ว
(การทอ งเทยี่ วเเหง ประเทศไทย)
Gen-Y ทำใหได Status วาเปนผนู ำเทรนดท ําใหไ ดรับการยอมรบั วามคี วามทันสมยั ไมตกเทรนด
Multi-Gen ทำใหส รางความสมั พันธทีด่ ีขน้ึ กับคนท่ีไปดว ยทาํ ใหไดผ อ นคลาย / คลายเครยี ด

65

High-End แสดงถึงการประสบความสาํ เรจ็ ในชีวติ (มฐี านะ) ทําใหไ ดรบั ความอ่ิมใจจากการทำประโยชนเพือ่ สังคม
/ ชุมชน
Silver-Age ทำใหไดร จู กั ตวั เองมากขึ้นทาํ ใหไดผอ นคลาย / คลายเครยี ด
Millennial Mom ทำใหไ ดลองรับประทาน / ลองทำอาหารใหม ๆ ทาํ ใหไดร บั การยอมรับวา มีความทันสมยั ไมตก
เทรนด
Lady 1 (Age 38-44) แสดงถงึ การประสบความสําเร็จในชีวติ (มีฐานะ) ทําใหไดรับการยอมรบั วา มคี วามทนั สมยั ไม
ตกเทรนด
Lady 2 (Age 45-54) ทำใหไดเ ติมพลังใหกบั ชีวติ ทำใหไ ดรจู กั ตวั เองมากขึ้น
กลมุ นกั ทอ งเทยี่ วเเบง ตามลกั ษณะเฉพาะ
(การทองเทยี่ วเเหง ประเทศไทย)
กลมุ นกั ทองเทยี่ วเเบง ตามลกั ษณะเฉพาะเเบง เปน 4 ลกั ษณะดงั น้ี
กลุม Happiness Blend
กลุม Live & Learn
กลุม Everything Everywhere
กลุม Journey Up Close
1.กลมุ Happiness Blend
พฤติกรรมนกั ทองเทยี่ ว
-ออกกําลงั กายเปน ประจำชอบทดลองอาหารใหม ๆ ชอบความสนกุ สนานชอบทาํ บุญเขาวัดหรือน่ังสมาธ-ิ การ
ปรบั ตัว การปรับเปลี่ยนคือสงิ่ ทค่ี วรทําในโลกปจจุบันชอบทอ งเท่ยี วในสถานที่ใหม ๆ
มุมมองการทอ งเที่ยว
-เหตุผลในการทอ งเท่ยี ว (Travel Rationale) ทําใหรูจ กั ตวั เองมากข้ึน คนหามุมมองใหม ๆ ในชวี ติ
-แนวคิดในการทอ งเทย่ี ว (Traveling Thought) การไปทอ งเที่ยวคอื การไปใชชวี ิตทแี่ ตกตางจากชีวิตทีเ่ ราใชใ น
ชวี ติ ประจําวัน
-เปาหมายในการทองเที่ยว (Traveling Goal) ตองการความสนุกสนานจากการทองเท่ยี ว
รปู แบบการใชชวี ติ (Lifestyle)
-มักหาเวลานั่งดภู าพยนตรไมวาจะเปนที่บานหรอื ท่ีโรงหนัง
-การชอปปงคือการใชเ วลาวางท่ีมักทํา
-ออกกําลงั กายเปน ประจาํ และสมำ่ เสมอ
-มกั หาเวลาไปทาํ บญุ เขาวดั หรือน่งั สมาธิ

66

-ชอบทดลองอาหารแปลก ๆ ใหม ๆ
รปู แบบการสอื่ สารทางการตลาด (Core Communication)

การส่ือสารควรแสดงความสนุกสนานในการทอ งเทย่ี วเนน การเกบ็ เกีย่ วประสบการณมากกวา การไป
พกั ผอนหยอ นใจโดยเนอื้ หาของงานโฆษณาประกอบดว ย วิวทวิ ทัศนธ รรมชาติท่ีสวยงาม,ส่งิ อำนวยความสะดวก
พน้ื ฐานทางการทองเท่ียวทค่ี รบถวน,มีวัดใหกราบไหว
2.กลมุ Live & Learn
พฤติกรรมนักทอ งเท่ียว
-ชอบเร่ืองเทคโนโลยีชอบทดลองสงิ่ ใหม ๆ
-กลา แสดงความคดิ เห็นตอ ส่งิ ทีไมถ ูกตอ ง
-ชอบการเรยี นรชู อบความเปนเอกลักษณข องสถานทีท่ อ งเทยี่ ว
-วางแผนในการใชชีวิต
มุมมองการทองเท่ียว
-เหตผุ ลในการทอ งเทีย่ ว (Travel Rationale) นําความรทู ไี่ ดม าใชใ นชวี ติ ประจำวัน ,สรา งแรงบันดาลใจในการใช
ชีวติ
-แนวคิดในการทอ งเที่ยว (Traveling Thought) สถานท่ที อ งเท่ียวทยี ังคงความเปนเอกลกั ษณข องพ้ืนทมี่ ีความ
นา สนใจในการไปทอ งเทย่ี วมากกวา สถานท่ีทองเที่ยวท่ีเจรญิ แลว
-เปาหมายในการทอ งเที่ยว (Traveling Goal) ตองการเรยี นรเู กย่ี วกบั พน้ื ท่ีน้ันอยา งแทจรงิ
รูปแบบการใชช วี ิต (Lifestyle)
-การฟง วทิ ยุหรอื เพลงคือการใชเวลาวา งทีมกั ทํา
-มักรับประทานอาหารนอกบาน
-ชอบพบปะหรือพดู คุยกับคนอนื่
-มักเปรียบเทียบตัวเองกบั เพื่อนในรุนเดยี วกัน
-นกั ศึกษาประวัตขิ องคนท่ปี ระสบความสําเรจ็ เพ่อื นํามาประยุกตใชก บั ตนเอง
รปู แบบการสอื่ สารทางการตลาด (Core Communication)

การสื่อสารควรแสดงถงึ ความรทู ่จี ะไดร ับจากการทองเที่ยวเนน การเรียนรูใ นเรือ่ งตา งๆเพือ่ นำมา
ประยุกตใชกบั ตัวเองโดยเนือ้ หาของงานโฆษณาควรประกอบดวย ความเปนเอกลกั ษณของวถิ ชี มุ ชน,ความเปน
เอกลกั ษณของอาหารพ้นื เมอื ง / ทอ งถนิ่ ,ความเปนเอกลักษณข องศลิ ปวัฒนธรรม

67

3.กลมุ Everything Everywhere
พฤตกิ รรมนักทองเทีย่ ว
-ชอบแบง ปน ประสบการณต ดิ ตามเรื่องตางๆทเ่ี ปน กระแสสงั คม
-ชว ยเหลือคนท่ดี อ ยกวา ตวั เอง(ถา มโี อกาสและสามารถทำได)
-ตดิ โซเชียลมีเดีย
-ชอบคนพบประสบการณจรงิ จากการทองเท่ยี ว (ไมป รงุ แตง ใหค วามสําคญั กบั ความผอ นคลายคลายเครียด)
มุมมองการทอ งเทย่ี ว
-เหตุผลในการทอ งเท่ียว (Travel Rationale) ทําใหเกดิ ความผอ นคลาย / คลายเครียด , สรางความทรงจาํ ที่ดีใน
ชวี ิต
-แนวคดิ ในการทอ งเท่ียว (Traveling Thought) การโพสตร ปู ตางๆตามสถานที่ทอ งเทย่ี วเปน เร่ืองของการแบงปน
ประสบการณม ากกวา การโออวดของคน
-เปา หมายในการทอ งเที่ยว (Traveling Goal) ตองการสัมผสั ความลงตวั / ความร่ืนรมยข องพืน้ ที่
รปู แบบการใชช วี ติ (Lifestyle)
-การนง่ั ดโู ทรทศั นค อื การใชเ วลาวา งทมี่ กั ทํา
-ชอบตามเรอ่ื งที่กําลงั เปน กระแสอยใู นสงั คม
-ชอบติดตามขอมูลขาวสารผา นโซเชยี ลมเี ดีย
-ชอบศกึ ษาหาความรเู พ่ิมเติมในสงิ่ ตางๆอยูเ สมอ
-ชอบเร่อื งธรรมะและการเจรญิ สติเพ่อื ทําสมาธิ
รูปแบบการสอื่ สารทางการตลาด (Core Communication)

การสอ่ื สารควรแสดงถึงความร่นื รมยบ รรยากาศและมมุ ภาพทีส่ วยงามเนน ความผอนคลายจากการ
ทอ งเทยี่ วและความทรงจําไดร ับโดยเนือ้ หาของงานโฆษณาควรประกอบดวย ความหลากหลายของแหลง ทองเทีย่ ว
,กจิ กรรมเปนสถานท่ที อ งเทีย่ วทีดารา / นักรองคนดงั ไดโ พสตไวใ นโซเชยี ลมีเดีย ,บรรยากาศทีแ่ สดงถงึ ความอดุ ม
สมบรู ณของธรรมชาติ
4.กลมุ Journey Up Close
พฤติกรรมนักทองเทีย่ ว
-ชอบความสงบ (ไมช อบความวุนวาย)
-สนใจงานศลิ ปะละครเวทีและการแสดงสดตา งๆ
-มกี ารวางแผนทางการเงิน
-ชอบเปนผนู ําเทรนดเ วลาไปทอ งเที่ยว

68

-ชอบใชช วี ิตกับคนในพนื้ ทีเลอื กทจี่ ะใชเ งนิ กบั การทองเทย่ี วแทนที่จะนาํ ไปซ้ือสนิ คาแบรนดเนม
มุมมองการทองเทย่ี ว
-เหตุผลในการทองเท่ยี ว (Travel Rationale) เรยี นรรู ปู แบบการใชชวี ติ ของคนในพน้ื ท่ี , หลีกหนคี วามวุน วายจาก
ชีวติ ในปจ จบุ นั
-แนวคดิ ในการทอ งเทีย่ ว (Traveling Thought) การไปทอ งเทีย่ วในสถานท่ที ี่ไมค อ ยมคี นเคยไปดกี วา การไป
ทองเท่ียวในสถานทที่ ่เี ปน ทรี่ จู ักของคนอ่นื ๆ
-เปาหมายในการทอ งเที่ยว (Traveling Goal) ตองการประสบการณทแี่ ตกตา ง (เหมอื นกับอยใู นหว งเวลา /
สถานท่ที ่ีไมเคยพบเจอ)
รปู แบบการใชช วี ติ (Lifestyle)
-สนใจในการวางแผนทางการเงิน / การออม
-ใหค วามสนใจกบั รูปแบบการใชชีวิตของคนทีร่ จู กั
-มกั หาเวลาเดินเลนพพิ ธิ ภณั ฑหรอื งานแสดงศลิ ปะตา งๆ
-มกั หาเวลาไปดลู ะครเวทคี อนเสริ ต หรือการแสดงสดตางๆ
-ชอบถายรปู สถานท่บี ุคคลหรือส่งิ ตา งๆมากกวา ถา ยรปู ตัวเอง
รปู แบบการส่อื สารทางการตลาด (Core Communication)

การส่ือสารควรแสดงถึงวถิ ีชีวิตของคนในพืน้ ทเี่ นน ความไมวุนวายความสงบของพ้ืนทีแ่ ละประสบการณท่ี
แตกตา งจากการใชช วี ิตประจาํ วันโดยเนือ้ หาของงานโฆษณาควรประกอบดว ย ประวัตเิ รื่องราวทน่ี าสนใจของแหลง
ทองเทย่ี ว , ความเปนมิตร / อัธยาศยั ท่ีดีของคนในพืน้ ที , ความสงบของแหลงทองเที่ยว (ผูค นไมพ ลุกพลา น)
(ทีม่ า :การทอ งเทีย่ วแหงประเทศไทย)
พฤตกิ รรมนกั ทอ งเท่ยี วในยคุ Covid19
(TAT Academyการทอ งเท่ยี วเเหง ประเทศไทย)
พฤตกิ รรมการทอ งเทยี่ ว ของผูคนเปล่ยี นไปอยางเห็นไดช ัดในหลายรูปแบบดงั น้ี

การทองเทีย่ วแบบเสมือนจรงิ : คอื ทางออกของคนอยากเทีย่ วทงั้ การออกทัวรเ สมือนจรงิ การชมสวนสตั ว
ออนไลนการชมวิดโี อทอ งเที่ยวการอา นบล็อกทอ งเท่ยี วเพ่อื ใหผคู นไดรบั ประสบการณอ ยา งท่เี คยไดเม่อื คร้ังออกไป
ทองเที่ยวเองเพราะผบู รโิ ภคไมเคยหยดุ ฝน ทจ่ี ะออกเดนิ ทางและยงั คงมองหาวธิ กี ารหลอเลย้ี งความกระตือรือรนที่
จะออกเดินทางเม่อื โอกาสมาถึง

ออกเท่ียวตามสถานทใ่ี กลต ัว: เปนอีกทางหนึ่งที่ผคู นใชเปลีย่ นบรรยากาศอาจเปนสวนสาธารณะและ
แมน ้ำสายตา งๆในภมู ภิ าคคำวาสถานทีเ่ ทีย่ วใกลฉันและเสนทางขับรถเท่ียวเองจึงกลายเปนคำสำคัญที่ใชค น หากัน
มากข้ึนเร่อื ย ๆ may

69

Staycation: การพักแรมนาน ๆ จากทเี่ คยพักแรมเฉลย่ี 7 วนั กอนวกิ ฤตโควิดกก็ ลายมาเปน 11 วนั เพราะ
ในเมือ่ ออกเดนิ ทางยากกวา เม่ือกอนและตอ งเตรียมตัวรอบดา นผคู นจงึ ตองการใชเวลาพักแรมและทองเท่ยี วนาน
ข้ึนเพื่อใหค ุม กบั กระบวนการเตรยี มตวั ทง้ั หมดเลือก

เที่ยวกบั ครอบครัว: ทำกิจกรรมกนั พรอมหนา ทั้งการเชาที่พกั สว นบุคคลและการเลนกฬี ากลางแจง (ขี่มา
เดินเขาลองเรือคายักสวนสัตวพ ิพธิ ภัณฑส ตั วนำ้ ) นอกจากนี้ผูคนยงั กงั วลและสนใจในความปลอดภัยดานสขุ ภาพ
มากขึน้ ทัง้ เพอื่ ตนเองและเพ่ือคนรอบตวั โดยเฉพาะสมาชกิ ครอบครวั

ความสะอาดตองมากอน: หลงั จากการใชชวี ิตดว ยการรกั ษาความสะอาดปลอดเชื้อโรคมาหลายเดือนความ
ใสใ จเร่ืองเช้ือโรคจะกลายเปน New Normal ผูคนจะใหค วามสำคัญกับเรือ่ งนี้จนกลายเปน เร่อื งปกติการทอ งเทีย่ ว
ก็เชน เดียวกนั นกั ทอ งเท่ยี วจะเลอื กสถานทท่ี องเท่ยี วและทพ่ี ักจากความสะอาดปลอดภยั เชอื้ โรคเปนลำดับแรกโดย
พิจารณาจากระบบการทำความสะอาดมาตราการการดูแลแขกเปน ตน ระบบการดูแลความสะอาดในทพี่ ักมีหลาย
องคประกอบรวมกนั ต้ังแตการเวน ระยะการเขา พกั จากปกตินกั ทอ งเทย่ี วสามารถพกั ตอ กันไดวนั ตอ วนั ตอ ง
เปล่ียนเปนการเวน ระยะการเขาพักใหนานขนึ้ (เปลย่ี นจากแขกคนเดิมเช็คเอาทต อนเทย่ี งแขกคนใหมเ ชค็ อนิ บาย
สองเปนแขกคนใหมสามารถเขา พกั ไดใ นเกา โมงเชาวนั ถดั ไปเพอ่ื ใหม เี วลาใหการฆา เชอ้ื โรค) หรือการใช
แอพพลิเคช่ันในการดำเนนิ งานทงั้ การจายเงินรับสลิปการเปด ปด ประตูหองเพื่อลดการสมั ผสั เปนตน

ความแออัดตอ งลดลง: จากอดตี นกั ทองเที่ยวตางตองการไปสถานทีส่ ำคญั สถานทมี่ ชี ่อื เสียงถงึ แมจะตอ ง
เผชิญกบั เพ่ือนนกั เดนิ ทางจำนวนมากกต็ าม แตใ นอนาคตสถานทีเ่ หลานอี้ าจไมอ ยใู นตัวเลือกของนักเท่ียวอีกตอไป
การหลกี เลีย่ งเพ่ือเผชญิ กับผคู นจำนวนมากเปนความเคยชนิ จากการรักษาระยะหา งในสังคมซ่งึ อาจเกดิ กับการ
ทองเท่ียวในอนาคตเมื่อการรกั ษาระยะหางกลายเปนเรื่องท่ีจำเปนสถานท่ียอดนิยมกลายเปน เปา หมายรองสถานท่ี
ทอ งเท่ียวภายในเมอื งการเยยี่ มชมสถาปตยกรรมสมั ผสั วัฒนธรรมของแตล ะประเทศจะลดลงนอยลงสวนการ
ทอ งเทย่ี วแบบสำรวจธรรมชาติอยา งเชน การเดินปาปนเขาการดำนำลึกจะเขา มามีบทบาทมากยิ่งข้ึนเน่อื งจาก
กจิ กรรมเหลาน้ีเปนการทอ งเทยี่ วทมี่ ีผูคนจำนวนไมมากทำใหความเสี่ยงดา นโรคภัยไขเ จบ็ จะลดนอยตามไปดว ย
ท่มี า:(TAT Academyการทอ งเทยี่ วเเหงประเทศไทย)
เทรนดก ารทอ งเทย่ี วหลงั Covid19

เนน แหลงทอ งเทย่ี วทีใ่ กลแ ละคนุ เคย: เน่อื งจากการทองเทยี่ วตา งประเทศยงั คงเปน เรอื่ งไกลตัวในปจจบุ ัน
การเดนิ ทางในพ้ืนที่ใกลเ คียงและทองเทย่ี วภายในประเทศจงึ กลายเปน ตัวเลือกท่โี ดดเดนเนื่องจากสะดวกกวา
ปลอดภัยกวาและมกั ชวยสง เสริมความยง่ั ยนื ไดมากกวาโดยผูเดินทางชาวไทย 61% วางแผนจะเดินทางในประเทศ
ภายใน 7-12 เดอื นทจ่ี ะถงึ และ 53% วางแผนจะเดนิ ทางในไทยในระยะยาว (ในชวง 1 ปขน้ึ ไป) ในแงข องการเทย่ี ว
ใกล ๆ คนไทย 36% วางแผนทจี่ ะไปสำรวจจดุ หมายใหม ๆ ท่ีไมเคยไปท่ีอยใู กลเ คยี งภมู ิลำเนาหรอื ในภายประเทศ
และ 55% อยากใชเวลาไปชื่นชมความงดงามของธรรมชาติในเมอื งไทย

70

คน หาแรงบนั ดาลใจสำหรับทรปิ พกั ผอ น : โดยกวา 2 ใน 3 (68%) ไดเ สริ ช หาจุดหมายทองเทีย่ วตางๆบอ ย
ถงึ สปั ดาหละครงั้ นอกจากน้ี 41% ตอบวา รสู กึ หวนคดิ ถึงวนั วานเม่อื เปดดภู าพถา ยเกา ๆ จากทริปกอ น ๆ ขณะมอง
หาแรงบันดาลใจการทองเที่ยวในอนาคต 6

ปลอดภยั ไวก อ น: ผูตอบแบบสำรวจเกอื บ 9 ใน 10 (89%) จะใชค วามระมัดระวงั ในการเดนิ ทางมากข้ึน
สบื เน่ืองจากโคโรนาไวรสั และ 83% คาดหวงั ใหสถานที่ทองเท่ียวตา งๆมีการปรับใชมาตรการเวนระยะหางทาง
สังคม (Social Distancing) ในขณะเดียวกัน 86% จะเลอื กจองเฉพาะทีพ่ ักทม่ี กี ารระบุมาตรการดานสขุ ภาพและ
อนามัยไวอ ยา งชัดเจนและยอมรบั ไดกบั การตรวจสขุ ภาพเมอ่ื เดนิ ทางถึงสถานที่ทองเทย่ี วหรือจดุ หมายปลายทาง

การเดนิ ทางท่ยี ง่ั ยืน: ผตู อบแบบสำรวจเกิน 2 ใน 3 (68%) ตองการทอ งเท่ียวอยางย่งั ยืนยิ่งขน้ึ ในอนาคต
โดย 86% คาดหวังใหภาคการทอ งเที่ยวนำเสนอตัวเลือกการเดนิ ทางทย่ี ั่งยืนมากข้นึ และคนไทยมากกวา 4 ใน 5
(84%) ตองการตวั เลอื กในการเดินทางทชี่ วยสนบั สนุนการฟนฟจู ุดหมายปลายทางน้นั ๆ ไดแ ละ 82% ตอ งการ
เห็นวา เม็ดเงนิ ทีจ่ า ยไปจะกลบั เขาสชู มุ ชนทองถน่ิ ไดอยา งแทจริง

รวมการทาํ งานเขากบั ทรปิ ทอ งเที่ยว: การทาํ งานจากบา นไดกลายเปน พฤติกรรมกระแสหลกั ในชว งของ
การแพรร ะบาดทําใหสามารถวางแผนการเดินทางไดย าวนานขึ้นการทีผ่ คู นไมจ ําเปน ตองเขา ออฟฟศ 5 วันตอ
สัปดาหอ กี ตอ ไปทำใหเ ราเหน็ พฤติกรรมของนักเดินทางแบบ“ Workation” หรือเทีย่ วไปทํางานไปเพ่ิมข้นึ อยาง
ชัดเจน

หลีกเล่ียงความแออดั และดมื่ กบั ธรรมชาตมิ ากข้ึน : ผเู ดนิ ทางตา งหนั มาเปดรับวิถใี หมทเ่ี รียบงา ยในการ
ออกสำรวจโลกกวางต้ังแตเร่ิมมีเหตุการณแ พรระบาดโดยผูเดินทางชาวไทยกวา 4 ใน 5 (85%) วางแผนจะดืม่ กบั
ประสบการณทองเท่ียวแบบเรยี บงายมากขึ้นเชน การทำกจิ กรรมกลางแจง กบั ครอบครวั ระหวา งทรปิ พักผอ น
นอกจากน้ีนกั เดินทางชาวไทยจาํ นวนใกลเ คยี งกัน (80%) ยังอยากมองหาประสบการณท อ งเท่ียวในชนบทหรือท่ี
ทองเท่ียวท่ีไมค อยมใี ครไปเพอื่ ดื่มกับประสบการณท ามกลางธรรมชาติใหเ ต็มทพี่ ฤตกิ รรมการทอ งเที่ยวยุคใหมท ี่
ผคู นใหความสำคัญกบั ความเปนสวนตวั พน้ื ทเี่ วนระยะหางทางสังคมรวมถึงความสะอาดและสุขอนามยั ทีค่ วบคมุ ได
จงึ ไมนาแปลกใจทจ่ี ะเหน็ ผเู ดนิ ทางชาวไทยตา งมองหาทพ่ี ักท่ใี หความรสู กึ เหมอื นอยบู านตัวเองโดย 55% ของนกั
เดนิ ทางชาวไทยเลือกมองหาทีพ่ กั ประเภทบานพักตากอากาศหรืออพารตเมนตม ากกวา โรงแรมและ 63% จะเลือก
ทานอาหารในที่พักมากขนึ้ แทนทจ่ี ะออกไปรา นอาหารนอกจากนี้ประเภทของทรปิ ท่ีนกั เดนิ ทางชาวไทยยคุ "นิ
วนอรม อล” อยากไปเท่ยี วมากทส่ี ุด ไดแ ก ทรปิ เทย่ี วริมทะเล (51%) ตามมาดวยทริปพักผอ นหยอ นใจ (48%)
และทรปิ เท่ยี วในเมือง (27%)

เทคโนโลยีเขามามบี ทบาทกระตุนการเดินทาง: เราจะเหน็ นวตั กรรมเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคญั ในการ
สรา งความมัน่ ใจใหกับผเู ดินทางอกี ครง้ั ในโลกหลังการระบาดใหญโดย 81% ของผูเดินทางชาวไทยเห็นดว ยวา
เทคโนโลยเี ปนสง่ิ สำคญั ในการชวยปอ งกันความเสีย่ งดานสุขภาพระหวา งเดินทางนอกจากนนั้ 80% ยงั เหน็ ตรงกัน

71

วาผูใหบ รกิ ารทพี่ ักจะตอ งประยุกตใ ชเ ทคโนโลยลี าสดุ เพ่ือสรางความรูสึกปลอดภัยใหแกผ เู ขา พกั โดย 7 ใน 10 ของ
นกั เดนิ ทางชาวไทย (70%) ตอ งการใหมีตัวเลือกเทคโนโลยที ส่ี ามารถใชจ องรา นอาหารแบบกระชนั้ ชดิ ไดและนัก
เดินทางชาวไทยจำนวน 3 ใน 4 (75%) ตอ งการใหม เี คร่ืองมอื แบบบริการตนเองมากขึ้นแทนท่ีจะผา นเคานเ ตอร
ใหบรกิ ารเพอ่ื ลดการสมั ผสั นอกจากนคี้ นไทย 80% ยงั รสู กึ ตื่นเตน กบั ศกั ยภาพของเทคโนโลยีทช่ี ว ยปรับเปลี่ยน
ประสบการณก ารเดนิ ทางใหเ ขา กับความตองการเฉพาะบุคคลไดม ากข้นึ ในอนาคตโดยเทคโนโลยีจะเขา มาเพิ่ม
ประโยชนและเปน สว นหนึ่งของประสบการณก ารเดนิ ทางทอ งเที่ยวของผคู นมากขนึ้ เรอื่ ย ๆ
ทม่ี า: https://www.thansettakij.com/lifestyle/457101

โครงการ วนั ธรรมดาชาเลนจ” (การทอ งเทย่ี วแหง ประเทศไทย)

เงื่อนไขโครงการ สำหรับกติกาการเขา รว มโครงการวนั ธรรมดาชาเลนจ
- เพียงแคอ อกเดนิ ทางทองเที่ยวในวนั ธรรมดา (วนั จนั ทร – วันศกุ ร)
- ถายรปู อัพโหลดใบกำกับภาษีจากโรงแรม รสี อรท หรือ Booking
Agent (ใบเสรจ็ รับเงนิ ตอ งตรงกับช่อื ผูล งทะเบียน) - ลงทะเบียนผา น
เวบ็ ไซต www.วันธรรมดาชาเลนจ.com หรือ ทาง Line Official
Account : @วันธรรมดาชาเลนจ - ลุน โชค 3 ตอ ต้ังแตว ันนี้ – 15
พฤษภาคม 2564

โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021(การทอ งเทย่ี วแหง ประเทศไทย)

เงอื่ นไข : สะสมสิทธ์ิลนุ รบั รางวัลมลู คากวา
2,000,000 บาท*
-รวมใบเสร็จใชจ า ยครบทกุ 2,000 บาท = สะสม 1
สิทธ์ิ
-ยกเวน สนิ คา ไอที รวมใบเสรจ็ ใชจ า ยครบทกุ 4,000
บาท = 1 สทิ ธ์ิ สะสมไดเ ร่ือยๆจนจบโครงการ
-จบั รางวัลโดย ททท. วนั ที่ 20 ก.ย. 64
-มอบรางวัลโดย ททท. วนั ที่ 27 ก.ย. 64 ณ อาคาร ททท.
-แลกรับสทิ ธ์ไิ ดท ีเ่ คานเ ตอรประชาสมั พนั ธ ช้นั G – PARIS ศูนยก ารคาเทอรมนิ อล21 พัทยา

72

ขีดความสามารถในการรองรบั ของพนื้ ท่ี ( Carrying Capacity )

การทองเท่ยี วของไทยมกี ารพฒั นา มานานและขยายตัวอยางรวดเร็ว สราง ประโยชนทางเศรษฐกิจมา
อยางตอ เนื่อง นอกจากการพฒั นาในกรุงเทพมหานครแลว ไดก ระจายตวั ไปยังเมอื งหลัก และเมือง ทอ งเท่ียวอื่นๆ
ทง้ั ดานจำนวนนกั ทองเที่ยว ท่ีเพิ่มขึ้นและการบรกิ ารการทอ งเทย่ี วที่ ขยายตวั อยา งมาก จนอาจกลา วไดว า หลาย
พน้ื ท่ี เมอื งหลกั เมอื งเล็ก เมอื งนอ ย ไดพฒั นา และประสบปญ หามาถงึ จดุ ทค่ี วรทบทวนและ เปล่ยี นแปลง
แนวความคดิ และกระบวนการ พัฒนาใหม
นยิ ามความหมายของคำวา ขดี ความสามารถในการรองรบั ของพนื้ ที่ (Carrying Capacity)

ขีดความสามารถในการรองรบั การทองเทีย่ ว หรอื CC (Tourism Carrying Capacity) หมายถึง พื้นท่ี
ปลายทางของเจา บา น สามารถ รบั ผมู าเยอื นไดอยางเหมาะสม นักทอ งเทย่ี วมคี วามพงึ พอใจ มคี วามยนิ ดีทจี่ ะจาย
เจา บานมรี ายได จากการใหบริการอยางเหมาะสม ไมเ กดิ การแยง ชงิ ทรพั ยากรและโครงสรางพนื้ ฐานจนอาจ
กอใหเ กิด ผลกระทบทางสังคม เศรษฐกจิ และส่งิ แวดลอ มของพนื้ ท่ปี ลายทางน้ัน การกำหนดขดี ความสามารถ ใน
การรองรับ จงึ ตองมกี ารประเมนิ ระดบั ที่รองรับได และพจิ ารณาหยุดการขยายตวั ในระดบั ท่เี หมาะสม มกี ารกำกบั
ควบคมุ การเขาถึงของนกั ทองเท่ียวไมเกินจำนวนท่ีกำหนด ใหการบรกิ าร สามารถตอบสนองไดอยา งเพียงพอ เพื่อ
ไมใหเกดิ การถดถอยของการทอ งเที่ยว หรือการกระทบทำลายพื้นที่ปลายทางนน้ั ๆ (ทม่ี า: TAT Review 2560)

ขดี ความสามารถในการรองรับของพ้นื ที่ (Carrying Capacity: CC) คอื จำนวนประชากรสงู สุดที่
สงิ่ แวดลอมสามารถรับได โดยการใชทรัพยากรทม่ี ีอยอู ยางเหมาะสม การวเิ คราะหขดี ความสามารถในการรองรับ
ของพ้นื ท่เี ปนเครือ่ งมอื ในการวเิ คราะหกจิ กรรมของมนษุ ยท ่ีมผี ลกระทบตอพื้นทีแ่ ละสงิ่ แวดลอ ม โดยขดี
ความสามารถในการรองรบั คอื คา สงู สุดของผลกระทบจากกิจกรรมของมนษุ ยท ่สี ่ิงแวดลอ มสามารถรองรับไดโ ดยไม
ทำใหเ กิดผลกระทบตอพนื้ ท่นี น้ั ๆจนไมส ามารถดำเนนิ กิจกรรมและหนา ท่ีไดอยางเหมาะสมอีกตอ ไป การวเิ คราะห
ขีดความสามารถในการรองรับของพนื้ ทจ่ี ึงเสรมิ สรางกระบวนการวางแผนโดยรวมตามแนวคดิ เมอื งนิเวศเพอ่ื การ
จัดการส่งิ แวดลอมเมืองและชุมชนท่ยี ่ังยืน โดยเฉพาะอยางยงิ่ ในขนั้ ตอนการวเิ คราะหส ถานการณและการพฒั นา
ยุทธศาสตร การดำเนนิ งานการพฒั นาเมอื งและชุมชน (ทม่ี า: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง)

ความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity: CC) หมายถงึ ระดับความสามารถในการเจรญิ เติบโต
หรือการทนตอเปลีย่ นแปลงในระดับใดระดับหนง่ึ โดยส่งิ แวดลอมยงั สามารถคงอยูหรอื ดำเนินอยูไดอยา งปกติ และ
ปราศจากผลกระทบท่กี อใหเ กิดความเสียหายหรอื ความเสีย่ งตอสวสั ดภิ าพ สขุ ภาพ พลานามยั ส่งิ แวดลอ ม และ
องคป ระกอบของสิ่งแวดลอมนนั้ ซง่ึ รวมถงึ มนุษยด วย หากเกนิ กวา นี้ สง่ิ แวดลอ มจะไดรับผลกระทบกระเทอื นและ
อาจถกู ทำลายลงจนไมอ าจฟน กลบั สูสภาพเดมิ ไดอกี (ท่ีมา: สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
สิง่ แวดลอม

73

แนวคดิ การวเิ คราะหข ีดความสามารถในการรองรบั ของพื้นทเี่ มอื ง (ทม่ี า: สำนกั งานนโยบายและแผน
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม)

ความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity: CC) โดยพิจารณาจากปจ จยั ที่เปน องคประกอบและ
โครงสรางของแตล ะระบบนิเวศเปนบรรทัดฐาน สามารถจำแนกได 3 ลกั ษณะ ดงั นี้

1.) ความสามารถในการรองรบั ดา นกายภาพ (Physical Carrying Capacity) เปน ขดี จำกดั ทีก่ ำหนดได
คอ นขา งชดั เจนมากกวา การพิจารณาในแงอนื่ ๆ พจิ ารณาจากความหนาแนนของประซากรตอ หนวยพ้ืนที่
(Density)
ซ่งึ ระบปุ ริมาณประชากรทพี่ ืน้ ทจ่ี ะสามารถรองรบั ได (Quantity) รวมถงึ คณุ ภาพของการใชสอยพนื้ ที่ ณ จดุ น้ัน
(Quality) วา อยูใ นสภาวะใด จงึ มคี วามแปรผนั ตามระยะเวลาทใ่ี ช

2.) ความสามารถในการรองรบั ดา นนเิ วศวทิ ยา (Ecological Carying Capacity) คอื ระดบั การใช
ประโยชนสูงสุดของพน้ื ทที่ รี่ ะบบนเิ วศจะแบกรับได กอนสภาพแวดลอ มจะเส่ือมโทรมลงจนยากทจ่ี ะแกไขใหก ลับ
คนื สูส ภาวะเดิมทเี่ คยเปน พจิ ารณาจากความหาไดยากของสภาพธรรมชาติน้นั ๆ ความเปนเอกลักษณเ ฉพาะ
ตัวของพ้ืนท่ี (Uniqueness) การเปลย่ี นแปลงวา เปลีย่ นไปจากเดิมมากนอยเพยี งใด (Tiansformation) และ
ความสามารถในการฟนฟูสสู ภาพเดมิ (Self-regeneration)

3.) ความสามารถในการรองรบั ทางสงั คม (Social Carying Capacity) พจิ ารณาระดับการใชป ระโยชนท่ี
ยงั คงใหค ุณภาพชีวติ ท่ดี แี กประชากร และไมเกิดผลกระทบทางลบหรอื กอ ใหเกดิ การเปลี่ยนแปลงตอสงั คม และ
วัฒนธรรมทองถ่นิ โดยใชการประเมนิ การรับรู ความรสู กึ และความคิดเหน็ ของประชากรในทอ งถนิ่ ความสามารถ
ในการรองรับเปนแนวคิดที่สอื่ ใหท ราบวาระบบนิเวศนน้ั ๆ มรี ะดับหรือขดี ความสามารถทนทานตอการพฒั นาหรือ
ถกู กระทำอยางไร ระบบเมอื งมคี วามจำกดั ในแงของการรองรบั และความสามารถในการรองรับนี้มีการ
เปล่ยี นแปลงตามจำนวนประชากร พฤตกิ รรมการใชท รพั ยากร และสภาพสง่ิ แวตลอมทเ่ี ปลี่ยนแปลงไป หาก
ความสามารถในการรองรบั ของเมอื งมคี วามสมดุล

74

ระบบกจ็ ะคงอยูได ซ่งึ ความสมดุลของระบบเมอื งเปน เปา หมายสำคญั ของการพัฒนาเมืองทย่ี ่งั ยนื อยางไรก็
ตาม สภาวะสมดุลของระบบเมอื งเปนไปในลกั ษณะทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลงไดตลอดเวลา หรอื เรยี กวา Dynamic
Equilibrium (Radzicki, ๑๙ck๕) ซึง่ เปน สภาวะความสมดุลทมี่ ีการพัฒนา ปรบั ปรงุ เปล่ียนแปลง เพอื่ ตอบสนอง
ความตอ งการของประซากรเมอื ง

- ขดี ความสามารถในการรองรับของพนื้ ที่เมอื ง (Urban Carrying Capacity: UCC)

เปนองคป ระกอบของการเสริมสรา งกระบวนการวางแผนโดยรวมของพ้ืนทเ่ี มือง โดยทั่วไป ประกอบดวย
2 สว น คือ ระบบธรมชาติ และสวนประกอบท่ีมนษุ ยสรา งข้นึ การวเิ คราะหจ ะตองไมเ พียงแตพ จิ ารณาชดี
ความสามารถในการรองรบั ของพื้นท่ีเมอื ง จากตัวแปรของจำนวนประชาชนทัง้ หมด (Variable population
totals) แตควรพจิ ารณาถึงโครงสรางพืน้ ฐานและนโยบายของเมืองทีป่ ระชาชนเหลานน้ั อยดู วย การศกึ ษาขดี
ความสามารถในการรองรับของพ้ืนทเี่ มอื ง มุงเนนไปท่พี น้ื ทเ่ี มือง (Urban setting) เปน สาระสำคญั ซึ่ง
ประกอบดว ย การวเิ คราะหผลกระทบตอ สง่ิ แวดลอม โครงสรางพืน้ ฐาน การสนับสนุนเชงิ สังคม องคป ระกอบเชิง
สถาบนั และการรบั รูข องสาธารณะ

การตรวจสอบ UCC ระบบเมือง (UCC investigates the urban system) จึงไมค วรพจิ ารณาเฉพาะ
องคป ระกอบทางธรรมชาติ แตย ังตอ งพิจารณาถงึ เหตุผลทมี่ นษุ ยสรางข้ึน เชน ตา นเศรษฐกิจ วฒั นธรรม และ
โครงสรา งพ้นื ฐาน เปน ตน ดงั แสดงในรปู ดานลา ง นอกจากนั้น ขีดความสามารถในการรองรบั ของพื้นที่อาจแปรผัน

75

ตามชนิดพันธุตา งๆ และเปลย่ี นแปลงไปตามชวงเวลา อนั เน่อื งมาจากปจจยั หลายประการ เชน ประชากร
ทรัพยากรธรรมชาติ อาหารและนำ้ ใชท่ีหาได ของเสยี ที่เกดิ ขึน้ และการกำจัดทำลาย: เทคโนโลยีทใ่ี ช
(เครอื่ งมือและระบบ) และความยืดหยุนในการสรางชนิดพันธุตา งๆ อยางเปนระบบ หรือการรบกวนเปน ระยะๆ
หรือการคุกคามตอสภาพแวดลอม

การประยกุ ตใช CC พบไดใ นทวปี อเมรกิ าเหนอื (ทง้ั ในสหรฐั อเมรกิ าและแคนาตา) ยุโรป

(สแกนตเิ นเวียและเมตเิ ตอรเ รเนยี น อนุภมู ิภาค ใดแก แอฟริกาเหนือ) ออสเตรเลยี และเอเชีย สวนใหญ
เกย่ี วขอ งกับการอนรุ ักษ สง่ิ แวดลอมและการพัฒนาดา นการทองเท่ียวอยา งยงั่ ยนื (เชนการทองเทีย่ วเชิงอนุรักษ)
และท่ีจดุ หมายปลายทางเฉพาะ (เชน เกาะตา งๆ) สำหรบั การศึกษาและการประยุกตไ ข UCC เปน ทน่ี ยิ มมากท่สี ุต
ในประเทศจนี ตามมาตวั้ ยอินเตยี และไตรเิ รม่ิ ขน้ึ ในอนิ โตนีเขีย ปากสี ถาน และบงั คลาเทศ โดยการประยกุ ตใชใ น
ประเทศไทย ยงั คอนขางจากัดอยูที่การทองเที่ยวเชงิ อนุรักษท่เี ก่ยี วของกบั พื้นท่คี มุ ตรองและสถานทที่ าง
ประวัติศาสตร
วิธกี ารจำกดั นกั ทองเทยี่ วใหม คี วามเหมาะสมตอเมอื งทอ งเทย่ี ว (ทมี่ า : TAT Reveiw)

จดุ ประสงคใ นการจดั การ
- ชาวเมอื ง อยูเปน สุข มีรายไดด ี เพียงพอคาใชจาย รักบา นเกดิ ไมท งิ้ ถ่ิน (ขายที่ดนิ หรอื แบกรบั คา ครองชีพ ท่ี

สูงขึน้ ไมไหว) ไมเดอื ดรอนจากปญ หานำ้ -ไฟฟาขาดแคลน นำ้ เนา ขยะตกคา ง อากาศเปนพษิ และชวี ิต ลำบาก
- ชุมชนและทอ งถน่ิ ในเมอื ง สามารถคงอัตลักษณและความเปน อยไู ดอยางดี สามารถพฒั นาและ ใชป ระโยชน

ชมุ ชนเพ่ือการเศรษฐกจิ สังคม สิง่ แวดลอ ม และการทอ งเทีย่ วอยางเหมาะสม หรอื มีการพัฒนา ท่ยี ่งั ยนื น่ันเอง

76

- นกั ลงทนุ ผปู ระกอบการ ปฏิบัติตวั ถกู ตองตามกฎหมาย มีธรุ กิจและรายไดเ หมาะสมเพยี งพอกับ การลงทุน ไม
แสวงผลประโยชนเ กนิ พอดี ไมบุกรกุ ทำลายทรัพยากร และไมม ีปญ หาความขาดแคลนและ ลน เกนิ ของโครงสราง
พน้ื ฐาน

- ภาครฐั มงี บประมาณเพยี งพอ และพรอมลงทนุ ดานการพัฒนาโครงสรา งพืน้ ฐานตา งๆ ภายใต ขดี
ความสามารถรองรับท่เี หมาะสม

- นกั ทองเทย่ี ว มคี วามพึงพอใจ ไมอ ึดอดั รำคาญ หรอื ลำบากในการมาเทยี่ ว ตอสภาวะไมลน เกนิ ของจำนวน
นักทอ งเทยี่ ว
ผลทคี่ าดวาจะไดร บั

- นกั ทอ งเทยี่ วรวมประชากร มจี ำนวนพอเหมาะ ไมเกนิ ขีดความสามารถในการรองรับของโครงสรา ง พื้นฐาน

ดานตางๆ มีบรกิ ารสาธารณูปโภค สาธารณปู การท่ีเหมาะสมเพียงพอทุกฤดตู ลอดป โดยเฉพาะ อยางยิง่ วันทม่ี ี
นกั ทอ งเทย่ี วสูงสุด

- สถานประกอบการ มจี ำนวนไมเ กินการบริการรองรับจำนวนนกั ทองเทย่ี วมากนกั มอี ตั ราการใชบริการ ไมตำ่

จนขาดทนุ (เปน บรกิ ารที่ถูกตองในดา นการจดทะเบียน การถือครอง และการใชที่ดนิ )

- ภาครัฐ มคี วามพรอมในการลงทนุ พัฒนาโครงสรา งพ้ืนฐานอยางท่ัวถงึ สมดุล
- ชุมชน อยูอยางพอเพียง ไมประสบปญ หาทางสังคม ทัง้ จากภายในและกบั ผูมาใหม
- ส่งิ แวดลอม ทรพั ยากรธรรมชาติ และท่ีสาธารณะไมถกู บุกรกุ ทำลาย

ปรมิ าณนกั ทอ งเทยี่ วทเ่ี หมาะสมของแตล ะพนื้ ที่

- การประเมินระดับขีดความสามารถในการรองรับ ดูจากปริมาณนกั ทอ งเท่ียวตอ การบริการดา นตา งๆ อยาง

เพียงพอ โดยพิจารณาจาก

- ปริมาณนกั ทองเทีย่ วตอ วันท่ีใชบริการ คอื นกั ทอ งเทีย่ วทีเ่ ขามาในพนื้ ท่ีในวันนน้ั รวมนักทอ งเท่ยี วที่พกั สะสม

จากวนั กอนๆ โดยใหความสำคญั กบั ปริมาณนกั ทองเทย่ี วสงู สุดในชว งฤดูและวันทอ งเท่ียวสงู สุด

- ปริมาณการบรกิ ารโครงสรา งพนื้ ฐาน (นำ้ ใช ไฟฟา การเกบ็ และกำจดั ขยะ การบำบัดน้ำเสยี ) ทเี่ พียงพอ ตอ

นักทองเที่ยวสูงสดุ ตอ วันทองเท่ยี วสูงสดุ รวมประชากรในชุมชนและประชากรแฝง

- ปรมิ าณสถานบริการการทองเท่ยี ว นอกจากตองสามารถรองรับนักทอ งเท่ยี วใหเหมาะสมแลว ตองใช

ทรัพยากรโครงสรา งพืน้ ฐานที่พอดดี ว ย รวมถงึ อยใู นพื้นทท่ี ี่เหมาะสมตามผังเมือง ผังชุมชน และขอ บญั ญตั ิ
การกอ สราง

77

- ความพงึ พอใจของนักทอ งเทย่ี ว ประชากร และผเู กี่ยวขอ ง ตอขนาดของปรมิ าณนักทอ งเท่ยี ว ซ่ึงวดั ดว ยการ

สอบถามหรือเกณฑก ารประเมิน

- สำหรับการวางแผน หลกั การเหลา น้ีคือความจำเปน แตหากพน้ื ท่ใี ดประสบปญ หา นนั่ หมายถึงการพัฒนา เกิน

ขีดความสามารถแลวอยา งแนน อน
แนวทางสรา งความเหมาะสมในการจำกดั นกั ทอ งเทยี่ ว : อยูทกี่ ารสรางความพอดีใหเ กดิ ขน้ึ โดยการ

ควบคมุ จำนวน หรอื เพิ่มการจดั การที่ดี โดย

- รัฐจะตองมีนโยบาย วสิ ยั ทศั น และแผนพฒั นาที่ถูกตอง ไมม ุง ในการเพม่ิ ปริมาณการขยายตวั ของการ

ทองเทีย่ วโดยขาดการจดั การทด่ี ี และไมม องเปา หมายเพยี งตัวเลขของนักทองเทย่ี วและรายไดท เี่ ขามาเพียง
อยา งเดียว จะตอ งทำการพฒั นาทย่ี ง่ั ยืนใหเกิดความชดั เจน ไมใ ชเพียง การสรา งวาทกรรมของคำใหดูดี

- กำหนดเปาหมายจำนวนนักทองเที่ยวทเี่ หมาะสมตอ การรองรับ โดยเฉพาะตอ ดานโครงสรา งพน้ื ฐาน ทงั้ นีโ้ ดย

หลักการคอื ประเมนิ วา ในวนั หนึง่ ๆ ควรมีนกั ทองเท่ยี วอยูในพ้นื ทจ่ี ำนวนเทา ใด ทส่ี ามารถใช ทรพั ยากรรว มกบั
ประชาชนและแรงงานท่ีมอี ยปู ระจำ หากชว งใดมสี ว นเกนิ จำเปน ตอ งควบคมุ ใหล ดลง แตส ามารถไปเพม่ิ
ในชว งที่มีนกั ทอ งเที่ยวนอย ดวยการเปล่ยี นพฤตกิ รรมหรือสรางฤดูกาลการทองเที่ยวใหมใหเกดิ ขึ้น ซ่ึงการเพม่ิ
จำนวนนักทอ งเท่ียวตอ ปย งั อาจสามารถเพิ่มไดโ ดยไมกระทบ ขีดความสามารถในการรองรบั ทกี่ ำหนด

- ควบคมุ ปรมิ าณสถานบรกิ าร โรงแรม ที่พัก อสังหาริมทรพั ย และ สถานบริการ ใหพ อดกี ับขีดความสามารถใน

การรองรบั ท่กี ำหนด ลดหรือ หา มการขยายตวั ขนาดใหญ ตรวจจบั การพัฒนาทีผ่ ดิ กฎหมาย โดยเฉพาะ อยา ง
ย่งิ การขยายตัวสูพ้นื ทป่ี าเขา การรกุ ลำ้ ชายหาดหรอื เกาะแกงตางๆ

- ทำความเขา ใจกับคนในชมุ ชน ผปู ระกอบการ และสังคมโดยรวม ถึงความจำเปน ในการควบคมุ กำกับดูแลการ

ขยายตวั ของนักทอ งเที่ยว โครงสรางพืน้ ฐาน โดยคำนงึ ถงึ ประโยชนโดยรวมมากกวา ประโยชนเฉพาะตน ลด
การแขงขัน หนั มาสรา งความรวมมอื ระหวางกันบนความสมดุลและความ พอใจทกุ ภาคสว นทเ่ี กย่ี วขอ ง ทง้ั น้ี
รวมถึงการลงทุนดา นสิ่งแวดลอ มและ สงั คมมากข้นึ

- สนับสนุน สงเสริม การพฒั นาเปา หมายปลายทางทองเท่ียวไปยงั พ้ืนท่อี ื่น (เพิ่มแหลงทองเทีย่ วใหม) หรือเวลา

ทองเทีย่ วอ่นื (นอกวันหรือ นอกฤดทู องเทีย่ ว)

- ใชนวตั กรรมและเทคโนโลยใี หมๆ ชวยในการกำกับดแู ล และรกั ษา สถานภาพของการทองเท่ียว ใหอ ยใู นระดบั

ของความยง่ั ยืน

78

กลา วโดยสรุป จะพัฒนาการทองเทยี่ วแตล ะแหลง ทอ งเทยี่ วใหพ อเหมาะ เกดิ ประโยชนต อ ทง้ั ดา น
เศรษฐกิจ สังคม และสงิ่ แวดลอ มอยา งพอเพยี ง สูการทอ งเท่ยี ว อยา งยั่งยืน ตองดูวาแหลง ทอ งเทย่ี วนน้ั สามารถ
รองรับการ ทองเทย่ี วไดแ คไ หน โดยวัดวา จะสามารถรองรบั นักทองเที่ยว ไดเ ทาไหร (ทง้ั ในปจ จุบนั และตาม
แผนการลงทุนสำหรับ อนาคตท่คี ุมคา) มกี ารจัดการจดุ หมายปลายทาง (Destination Management) น้ันๆ ให
ถกู ตอง สมดุล และ สมบูรณอยางเปนระบบ นอกจากน้ี จะมีพื้นทใ่ี ดสามารถ ทดแทนการทอ งเท่ยี วในภาวะลนเกนิ
ได รวมทง้ั ปรับเปล่ยี นพฤติกรรมการทอ งเท่ยี วของคนไทยเพ่ือหลกี เล่ยี งการ แยง กันกินแยง กันใชใ นชว งวันหยุด
ระยะยาว เปน การ กระจายไปในชวงนักทองเท่ียวตำ่ (สวนน้ีจะยงั ประโยชน ตอ เศรษฐกจิ ระบบอืน่ ที่ไมข าด
บคุ ลากรในการทำงาน เปน เวลานานพรอมกนั ดว ย) ถงึ เวลาแลว ที่จะตอ งจรงิ จังกบั การวางแผนการจดั การ ท่ี
เหมาะสมเปนระบบ ครอบคลุมและเชอื่ มโยงกนั โดยมองเปาหมายระยะยาวมากกวา ผลประโยชนระยะส้นั
วิธกี ารวเิ คราะหข ดี ความสามารถในการรองรับของพนื้ ทเี่ มอื ง (ทม่ี า: สำนกั งานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม)

- การพัฒนาระบบการประเมิน ตวั ช้ีวดั และขอบเขตเชิงนเิ วศ การศกึ ษาขดี ความสามารถในการรองรับของพนื้ ท่ี

แบงออกเปน ๕ ข้นั ตอน ไตแ ก การพัฒนาระบบการประเมิน ตวั ชีว้ ดั และขอบเขตเชิงนิเวศ การรวมรวมและ
วเิ คราะหข อ มูล การกำหนดน้ำหนักของตวั ชว้ี ัตและปจ จัยอื่นๆ การตดั เลอื กคาจำกดั ขีดความสามารถในการ
รองรับหรือระตบั การเปรียบเทยี บ และการประเมนิ ผลลพั ธร วมทง้ั สรุปผล
1.) การพฒั นาระบบการประเมิน ตัวชว้ี ดั และขอบเขตเชงิ นิเวศ

ตวั ชี้วัดควรเปนไปตามองคป ระกอบขีดความสามารถในการรองรับซงึ่ อาจจัดกลมุ โดยบางสวนอาจขน้ึ กบั
พ้นื ทห่ี รอื บรบิ ทท่แี ตกตา งกันทางสภาพภูมิศาสตร (เชน ชายฝงทะเล ภูเขา ฯลฯ) และอาจคงท่ี (เชน ทางกายภาพ)
หรือยืดหยุน (เชน โครงสรา งพื้นฐานหรอื บริการ) โดยการกำหนดตวั ช้วี ัดจะมกี ารคดั เลือกจากการวิเคราะห และ
ประเมินสถานการณข องพ้นื ท่วี าตัวชวี้ ัดใดควรถกู ประเมนิ ทีเ่ ปน ตวั แทนของปจจัยตางๆ สำหรับการประเมินขดี
ความสามารถในการรองรับของพน้ื ที่

การพจิ ารณขอบเขตเชงิ นเิ วศเปน การพิจารณทงั้ ลักษณะความเปนเมือง และลกั ษณะระบบนิเวศทสี่ ำคญั
ของพนื้ ท่ี โดยกำหนดขอบเขตที่ครอบคลุมระบบเมอื งซ่งึ ประกอบดวยชุมชนท่ีมีความเชื่อมโยงทางระบบนเิ วศ
เศรษฐกิจ และสงั คม และมผี ลกระทบซ่งึ กันและกัน และครอบคลุมระบบนเิ วศท่ีระบบเมอื งนน้ั ตัง้ อยูโดยเปน ระบบ
นเิ วศที่คาดวาระบบเมืองมกี ารพง่ึ พาอาศัยและสรา งผลกระทบตอระบบนเิ วคน้ัน ทัง้ นอ้ี าจตอ งแบงเปน ขอบเขต
เมืองและ กลมุ พืน้ ที่เมอื ง

ตวั อยางเชน ขอบเขตเชงิ นิเวศนำ้ เชยี่ ว ประกอบดว ย 3 ตำบลของอำเภอเมือง ไดแก ตำบลหนองโสน
ตำบลหนองเสม็ด และตำบลบางพระ ซง่ึ มเี ทศบาลเมอื งตราด และเทศบาลตำาบลหนองเสมต็ เปน องคกรปกครอง
สว นทอ งถ่นิ ทสี่ ำคัญ และ 2 ตำบลของอำเภอแหลมงอบ ไตแ ก ตำบลแหลมงอบ และตำบลนำ้ เชีย่ ว ซ่ึงมีเทศบาล

79

ตำบลแหลมงอบและตำบลน้ำเชีย่ วเปนองคก รปกครองสว นทอ งถ่ินทีส่ ำคญั ท้งั นีก้ ารคัดเลอื กตัวชว้ี ดั ของพน้ื ทเ่ี มือง
นิเวศน้ำเช่ียวสอดคลอ งกบั การวิเคราะหแ ละประเมินสถานการณข องพ้ืนท่ที ีเ่ ปน เมอื งสถานท่ที องเทยี่ วชุมซนเชงิ วถิ ี
ชวี ติ วฒั นธรรมพื้นทส่ี วนใหญอ ยูตติ ทะเส มปี าชายเลนทีม่ ีความอุตมสมบรู ณอ ยูเปนจำนวนมาก มคี ลองขนาดใหญ
ไหลผาน ตงั น้ัน การจดั การขยะมลู ฝอย พนื้ ทโ่ี ลง และประเดน็ เรอ่ื งของส่ิงอำนวยความสะดวกดา นการทองเที่ยวจงึ
ถกู นำมาพิจารณาเปนมิติ / องคป ระกอบในการประเมนิ
2.) การรวมรวมและวเิ คราะหข อ มลู

ในขนั้ ตอนการรวบรวมขอมลู น้ีพิจารณาตามตวั ชี้วัตโดยทำการทบทวนเอกสาร ขอ มลู และเครือ่ งมอื ตา งๆ
รวมถึงทฤษฎหี รือแนวคดิ เก่ียวกับการศึกษาขตี ความสามารถในการรองรบั และระตบั ของการเปลี่ยนแปลงท่ี
ยอมรับได ท้ังแหลง ในประเทศและตา งประเทศ เพ่อื นำมาประยุกตใ ชใหสอดคลอ งกบั การจัดการพ้ืนท่ี

3.) การกำหนดนำ้ หนกั ของตวั ช้วี ดั และปจ จยั อน่ื ๆ
คา ถว งนำ้ หนัก จะถกู กำหนดโดยผานการการปรกึ ษาหารอื กบั กลมุ ผเู ชีย่ วซาญและผูมีอำนาจตัดสนิ ใจ

(ทงั้ จากสวนกลางและระดับทอ งถน่ิ ) นอกจากนี้ยงั มกี ารวิเคราะหปจ จยั อ่ืนๆ เชน บรบิ ทขององคกร การวางแผน
เมอื งบทบาทของผกู ระทำหลัก และการติดตามและประเมนิ ผล โดยอาจมคี ำถวงน้ำหนกั ระหวางพ้นื ที่

80

4.) การคดั เลอื กคำจำกดั ขีดความสามารถในการรองรบั (thresholdvalues) หรอื ระดบั การเปรยี บเทยี บ
(benchmarks)

การกำหนดคา จำกดั ขดี ความสามารถในการรองรบั พิจารณาจากระดบั ความตอ งการและการอนุรกั ษตาม
มาตรฐานทีม่ ีอยู หรอื การปรกึ ษาหารอื กบั กลุมผูมอี านาจตดั สินใจ และผูเชี่ยวขาญ

5.) การประเมนิ ผลลพั ธ และสรปุ ผล
ผลการประเมนิ สำหรับแตล ะเมอื ง จะไดจากการประเมนิ ระดบั ความเหมาะสมหรือระดับตอ ตวั ขี้วดั ขีด

ความ
สามารถในการรองรับ ดวยการพจิ ารณาความเปนไปไดข องสถานการณทแ่ี ตกตา งกนั (หรือยทุ ธศ าสตรก ารพฒั นา/
การจดั การเมอื ง) โดยเกณฑก ารแบง ระดับผลกระทบเม่ือเปรยี บเทียบกบั คา UCC: ๓) <๕04 ของคา อางอิง =
ผลกระทบนอย: ๒) ๕0% - ๘4% ของคาอา งอิง= ผลกระทบปานกลาง: ๓) >๘๕% ซองคาอางอิง = ผล

81

โดยสรปุ การประเมินขดี จำกัดความสามารถในการรองรับของกรณพี น้ื ทเี่ มืองนเิ วศน้ำเชี่ยว พบวา
องคประกอบที่สำคัญทม่ี ีผลกระทบในระดับสงู คือ มติ ิดา นการจัดการขยะมูลฝอย โดยมีตัวชว้ี ัดทบี่ ง ชี้สถานการณ
ของพน้ื ที่
ไดแ ก ดา นอตั ราการกอกำเนิดขยะมลู ฝอย และการนำขยะกลบั มาใช นอกจากน้นั ในมติ ิดานพนื้ ทโี่ สง โดยมตี วั ชว้ี ัด
ทบี่ งขส้ี ถานการณของพน้ื ที่ ไดแ ก ตา นสัดสว นของพื้นท่ที างธรรมชาติเพ่ืออนุรกั ษค วามหลากหลายทางชีวภาพตอ
จำนวนพ้นื ที่ทั้งหมดในระดบั กลมุ เมืองทม่ี ผี ลกระทบในระดับสูง

82

จากผลการประเมินขดี จำกดั ความสามารถของพืน้ ทเ่ี มืองนิเวศน้ำเชย่ี ว สามารถนำไปปรับใชก บั การจัดทำ
แผนและผงั เมอื งนเิ วศไดตังน้ี การออกมาตรการปองกนั และอนุรักษพ้นื ทท่ี างธรรมชาติเพ่อื อนรุ ักษค วาม
หลากหลายทางชีวภาพ เชน ปาชายเลน การพัฒนาการจดั การขยะมูลฝอยอยางมสี ว นรวม และการพฒั นาการ
ทองเทย่ี วอยา งย่ังยืนและเปนประโยชนส งู สุดตอ พืน้ ท่ี
การประยกุ ตใ ชการวเิ คราะหข ดี ความสามารถในการรองรบั ของพนื้ ที่ ในการสนบั สนุนกระบวนการพฒั นาเมอื ง
นิเวศ
ในภาพรวม การวิเคราะหขีดความสามารถในการรองรบั สามารถสนบั สนนุ การพฒั นาเมอื งนเิ วศ 2 ดา น ไดแก

1. การเสรมิ สรา งการสนบั สนนุ ความสามารถจากระบบการรองรบั นเิ วศของเมอื งเฉพาะดา น เชน การ
รองรบั ภยั พิบตั ิ หรอื การจดั การของเสีย ซง่ึ อาจเปน ไปตามระดบั พนื้ ที่ เชน เมอื ง และกลมุ เมือง หรือตามการใช
ที่ดินท่ีหลากหลาย เชน การใชทดี่ นิ เชงิ พาณชิ ย และการใชท ด่ี ินเพอื่ การอนุรักษ (ตวั อยา งเชน โครงการเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพการจัดการขยะและสรางมูลคา เพิ่มเพื่อการจัดการขยะอยางยง่ั ยืน เทศบาลตำบลนำ้ เชี่ยว ทจี่ ะ
สนบั สนนุ ความสามารถในการรองรบั ดานการจัดการของเสีย ซ่ึงเปนมติ ิที่จำเปน ตองไดร บั การแกไขเรง ดวนของ
พน้ื ที่ เปนตัน)

2. การปรับปรงุ ประสทิ ธภิ าพในการใชประโยชนจ ากความสามารถในการรองรบั ดา นนิเวศของเมอื ง
เชงิ บรู ณาการ ในระบบเศรษฐกจิ สงั คม และสงิ่ แวดลอ ม ไดแ ก การรองรับนักทอ งเที่ยว และ ผลกระทบตอ การ
เปลีย่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ เปนตน (ตวั อยางเชน โครงการเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการระบายน้ำและรักษาคุณภาพน้ำ
ตามเสน ทางน้ำสายสำคญั ของพื้นที่เช่ือมตอระหวางเมืองศูนยก ลางเทศบาลนครนครสวรรค และชุมชนโดยรอบซึง่
ประกอบดวยองคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ หลายแหง ของอำเภอเมืองนครสวรรค และอำเภอชมุ แสง โดยครอบคลมุ
พืน้ ท่กี ลมุ เมืองท่ีเก่ยี วขอ งท้งั หมด และแนวที่ราบลุมแมน ำ้ (river plains) และพ้ืนที่ชมุ น้ำ (wetlands) สำคญั ท่ี
เก่ยี วเนือ่ งกนั ซ่ึงจะทำใหประสิทธภิ าพในการรองรบั อทุ กภัยของกลมุ เมอื งเพ่ิมขึ้น เปนตน )

กระบวนการและผลการวิเคราะหข ดี ความสามารถในการรองรบั ของพนื้ ท่ีสามารถดำเนนิ การควบคูและ
สนบั สนุนการพฒั นาเมอื งนเิ วศตลอดกระบวนการ ดังนี้

- ข้ันตอนการพัฒนาระบบประเมินและตัวชวี้ ดั มีการวเิ คราะหร ะบบเมอื ง เพอื่ ระบุประเด็นทีม่ ีความสำคญั และ

กำหนดตวั ช้ีวัดซง่ึ เปนปจจัยหลกั ทส่ี ง ผลกระทบตอ ขีดความสามารถในการรองรบั ของพน้ื ที่

- ข้ันตอนการรวบรวมวคิ ราะหขอ มูล ทำการรวบรวมขอ มลู ตามตวั ช้ีวัดซึง่ อาจสอดคลองกับตัวชวี้ ัดเมืองนิเวศ
- ขั้นตอนการวิเคราะหประเมินผลลัพธ พจิ ารณาความเปน ไปไดของสถานการณ หรอื ยทุ ธศาสตรก ารพฒั นา

เมืองตางๆ ซ่ึงเสรมิ สรางกระบวนการวางแผนและการพฒั นายทุ ธศาสตร

83

ท้ังน้ี ผลการวิเคราะหข ีดความสามารถในการรองรบั ชว ยใหผ บู รหิ ารเมอื งสามารถพัฒนามาตรการและกลไก
เฝาระวงั ทมี่ คี วามเหมาะสมตอการรองรับกิจกรรมใหอ ยใู นระดบั ทีก่ อใหเกิดผลกระทบนอยทีส่ ดุ และภายหลัง
การนำมาตรการไปปฏบิ ัติ ยังสามารถทำการวิเคราะหขีดความสามารถในการรองรับจากระดับท่ีกำหนดไว
เพือ่ ตดิ ตามประเมินผลมาตรการตาง ๆ เพอ่ื การปรบั ปรงุ ตอไป
Carrying capacity กบั สง่ิ แวดลอมของไทย (ทม่ี า : https://www.digitalay.com และ TAT Review)

ในพนื้ ทขี่ องธรรมชาตทิ ีม่ ีความสำคัญและเปราะบางอยางพนื้ ท่ีอนุรกั ษตา งๆ ของประเทศไทย การจดั การ
จำนวนนกั ทองเท่ียวเปนประเด็นรอนแรงเสมอมา เพราะในขณะทีม่ ีความพยายามจะทำใหมีจำนวนนกั ทองเทยี่ วท้ัง
ไทยและตางชาตเิ ขา มาใหมากที่สุดเทา ท่ีจะมากได แตวาในแตล ะเขตอนุรกั ษก ลับรองรบั จำนวนนกั ทองเที่ยวได
เพียงเทาท่ี carrying capacity ดา นกายภาพ สิ่งแวดลอม สงั คม และเศรษฐกิจของมันจะเอ้ืออำนวยเทานนั้ ทำให
หลายแหลงทอ งเทย่ี วเกดิ อาการ “ตาย” (perishable) มสี ภาพไมส วยงามนาเที่ยวอกี ตอไป

- สถานการณต ัวอยา ง

ในเดอื นเมษายน ป 2556 เกดิ พายุใหญข นึ้ จนเกดิ เหตุนักทองเทย่ี วตดิ เกาะตาชยั กนั เปนจำนวนมากจน
ตอ งนำเรอื หลวงปตตานีเขา ไปรับ ซง่ึ พบวา มีนกั ทอ งเที่ยวติดคางอยถู ึง 455 คน สวนทางกับตัวเลขนักทองเท่ียว
สงู สุดของเกาะบอน-ตาชยั ในอทุ ยานแหงชาติสมิ ลิ นั ที่เคยบงั คบั ใชเ ม่อื วันท่ี 1 ก.ค. 2551 จำนวนไมเกนิ 110 คน
หรอื เกนิ มา 4 เทา

ชวงปลายป 2561 กรมอทุ ยานฯ ไดอ อกประกาศจำกดั จำนวนนกั ทองเทย่ี วในพนื้ ทอ่ี ทุ ยาน 10 แหงทั่ว
ประเทศ พื้นทที่ ีม่ ีเสยี งคัดคานมากท่ีกย็ งั คงไมพน อุทยานแหงชาตหิ มูเ กาะสมิ ิลนั เชน เคย โดยประกาศจำกัดจำนวน
นักทอ งเทีย่ วไมเกนิ วันละ 3,850 คน จากเฉล่ียวนั ละ 4,000-7,000 คน และหามพกั คา งคืนดวย แตถ ึงอยา งไร โค
วดิ -19 ของป 2563 กท็ ำใหก ารจำกัดจำนวนนักทองเท่ยี วเปน ไปอยางจริงจังมากขึ้น และมีการพูดคุยกนั ถึงแนวคิด
ทจ่ี ะปดอทุ ยานแหงชาติ 133 แหงทว่ั ประเทศ เปน เวลาไมต ่ำกวา 3 เดือนทุกปเ พ่อื ใหธรรมชาติพักฟน ซ่งึ ตามมา
ดวยขอถกเถียงมากมายถึงประสทิ ธิภาพการดแู ลอทุ ยานของเจา หนาท่ี เนอ่ื งจากในอทุ ยานหลายแหง ทป่ี ด ไปน้ัน
แทนท่ีเปด มาแลวนักทองเท่ียวจะไดพบกับสัตวป า ราเรงิ แตกลบั ไดเ ห็นหลกั ฐานการลกั ลอบลา ตางๆ และหลกั ฐาน
ของส่ิงกอสรางใหมๆ ในพืน้ ทอี่ นรุ กั ษ

- ผลกระทบท่เี กดิ ขึ้นในเมอื งทองเทยี่ ว

ภเู กต็ เชยี งใหม พทั ยา เกาะสมยุ เกาะชา ง เกาะพีพี ไดร บั การพัฒนาเปนแหลง ทองเทย่ี วและพักผอนที่
สำคัญระดบั นานาชาติ ยังคง มีการกระตนุ การทอ งเทย่ี วทงั้ ทางตรงและทางออม มีการกลา วถงึ วิสัยทัศนด านการ
พฒั นาที่ยง่ั ยืน กลาวถงึ ขีดความสามารถในการรองรบั แตไมส ามารถปฏบิ ตั ใิ หเ ปนไป ตามทค่ี าดหวังไว ดวยปจจัย
หลายอยาง เชน พฤตกิ รรมการทอ งเทย่ี วทเี่ ปน ไปตามฤดู หรอื เวลา การพฒั นาแบบทนุ นิยมท่ีเนน การแขง ขนั แบบ
ใครดใี ครได การขาดความเขาใจ ในการพฒั นา การควบคุมที่ขาดประสิทธิภาพ และการสง เสริมท่ีเนน แตเ ปา หมาย

84

เชงิ ปริมาณ (จำนวนคนและรายได) แหลง ทอ งเที่ยวเหลานี้เปนเมอื งที่เตบิ โตขยายตัว สงู จนพ้นื ทร่ี องรบั ไมเ พยี งพอ
ทง้ั การจัดพื้นทบ่ี รกิ ารในเมือง ชายหาด ขยายสูพืน้ ที่ เกาะและภูเขา ทำใหพบเห็นอาคารและอาคารสงู รุกไปใน
พน้ื ที่ภเู ขา ทำใหทัศนียภาพ หาดทรายขาว สวนสวย และภูเขางามไดเปลย่ี นไป เกดิ สง่ิ ท่ีเรยี กวา ทศั นะอุจาด หรือ
แผลเปน บนพนื้ ที่ธรรมชาติ

การจำกดั จำนวนนักทองเท่ยี วอาจเปนทางเลอื กทด่ี ูงายที่สุด แตก ารทอ งเทีย่ วแบบมีจติ สำนึก หรือ
conscious travel ในข้ันแรกอาจจะตอ งเร่ิมดวยการมองเห็นพื้นที่อนุรักษเ ปนทรพั ยากรทต่ี อ งดแู ลรักษา และลด
การมองเห็นนักทอ งเท่ียวเปนตวั เลขจำนวนหวั ตาม KPI แตม องถงึ คณุ ภาพและผลกระทบของนักทองเท่ียวใหม าก
ขน้ึ กวา เดมิ แบง เขตการใชป ระโยชน (zoning) การใหค วามรแู ละวิธปี ฏบิ ตั ิตวั ขอกำหนดเกี่ยวกบั ธรรมชาตติ า งๆ
เชิงรุกกบั นกั ทองเทย่ี วและผูป ระกอบการ เพอ่ื สง เสรมิ ความเขา ใจในธรรมชาตใิ หม ากขน้ึ

วจิ ยั ทเ่ี กย่ี วของ
สำนกั งานพน้ื ทพ่ี เิ ศษ 1 เรอื่ งคลองดำเนินสะดวก (ทม่ี า : DASTA)

จังหวดั ราชบุรีกำหนดแนวทางการพฒั นาคลองดำเนนิ สะดวกเพอ่ื การทองเท่ยี วไวประกอบดว ย การสราง
ทา เรือสาธารณะเพอ่ื อำนวยความสะดวกแกน กั ทองเท่ยี วและประชาชนในพืน้ ท่ีและกระจายรายไดส ชู ุมชนทองถิ่น
การลดปญ หามลพษิ ทางเสียงและอากาศจากเรือหางยาว การจดั การส่ิงแวดลอ มของลำคลองใหส ะอาด ปราศจาก
ขยะ และปรบั ปรงุ ภูมิทัศนร มิ คลองใหส วยงาม การเพ่ิมสิง่ อำนวยความสะดวกรองรบั ผพู ิการและผูส ูงอายุ การเพม่ิ
มาตรการรกั ษาความปลอดภัย เพ่ือสรางความมน่ั ใจใหกับนกั ทอ งเท่ียว การเสนอเสน ทางทองเท่ยี วทีห่ ลากหลาย
เพ่ือกระจายจำนวนนกั ทองเท่ยี วไปยังแหลงทองเทย่ี วใกลเ คียงและสง เสรมิ สนบั สนนุ ใหชุมชนเขามามสี ว นรวมใน
การบริหารจัดการทอ งเทย่ี ว และรับผลประโยชนอ ยา งเปน ธรรม

0 85

ดังน้นั การประเมนิ ขดี ความสามารถในการรองรบั (Carrying Capacity) จึงเปนเคร่ืองมือสาํ คัญทจี่ ะ
นาํ ไปประยกุ ตใชกับกิจกรรมทอ งเท่ียวเพ่อื ใหไดร บั ผลกระทบตอพ้ืนที่และสิง่ แวดลอ มนอ ยทส่ี ุด โดยการ กําหนด
จาํ นวนนกั ทอ งเทีย่ วใหมปี รมิ าณท่เี หมาะสมกบั ความสามารถในการรองรับไดของพื้นท่รี องรับของแหลง ทองเทีย่ ว
ท่กี ําลังขยายตวั การพฒั นาส่งิ อาํ นวยความสะดวก โดยไมกอใหเ กิดผลกระทบตอ ระบบนเิ วศ สง่ิ แวดลอ มท่สี าํ คญั
และวฒั นธรรมภายในแหลงทอ งเท่ียว โดยจะสัมพันธก ับลกั ษณะของบริบทในพ้นื ที่ ขนาด ของพ้ืนทรี่ องรับ
ประเภทของการใช ประโยชนและกิจกรรมการทองเท่ียว ประสบการณและคณุ ลักษณะของ นกั ทอ งเที่ยว และ
ความพงึ พอใจของนกั ทอ งเทย่ี ว เปนตน

จากผลการศึกษาขา งตน สามารถสรปุ ขดี ความสามารถสงู สุดทางกายภาพของเสนทางทอ งเท่ียว “วิถี
คลอง วถิ ีไทย ตามรอยเสดจ็ คลองดาํ เนิน” และภาพรวมผลการประเมินขดี ความสามารถในการรองรับได ของเส
นทางทอ งเทีย่ ว“วิถีคลอง วิถไี ทย ตามรอยเสด็จคลองดาํ เนิน” ดงั ตารางที่ 2 และตารางท่ี 3 ตามลาํ ดบั และจากที่
ตารางที่ 2 แสดงใหเ ห็นวาขดี จํากัดของความสามารถในการรองรบั นักทอ งเท่ียว คอื หองนํา ของสวน เกษตร
ผสมผสานแมทองหยิบ ซง่ึ สามารถรองรับนกั ทอ งเท่ยี วไดจ ํานวน 207 คนตอ วนั แตส วนเกษตร ผสมผสานแม
ทองหยบิ กาํ ลงั ดาํ เนนิ การสรางหองนําเพ่มิ เติม และชมุ ชนมบี ริหารจัดการโดยแจง ใหนกั ทอ งเท่ยี ว เขา หอ งนาํ ท่ีวดั
โชติทายการามกอ นขึ้นเรอื เพ่ือทอ งเทยี่ วตามเสนทาง“วถิ ีคลอง วิถีไทย ตามรอยเสดจ็ คลอง ดาํ เนิน”

86

ดังนน้ั จาํ นวนนักทองเทย่ี วสงู สุดที่เสน ทางทองเทย่ี ว “วิถคี ลอง วถิ ไี ทย ตามรอยเสดจ็ คลองดาํ เนิน”
สามารถรองรบั ได จึงขึน้ อยูก บั ขดี ความสามารถในการรองรบั นกั ทอ งเทย่ี วของพื้นทีป่ ระกอบกิจกรรมบา น
มหาดเลก็ เจกฮวด ซึง่ สามารถรองรบั นักทอ งเที่ยวได 540 คน/วัน เนอื่ งจากบา นมหาดเล็กเจก ฮวดเปนบานไม
โบราณจึงมขี อ จํากัดในการรับนาํ หนักของคานบาน จากตารางที่ 3 แสดงใหเ หน็ วาผลการประเมินขดี
ความสามารถในการรองรบั นักทองเทย่ี วของเสน ทางทองเท่ียว “วถิ ีคลอง วิถไี ทย ตามรอยเสดจ็ คลองดาํ เนิน” ในป
จจยั ชีว้ ัดตา งๆยงั สามารถรองรับนักทองเที่ยวไดอีกจาํ นวนมาก ยกเวน ปจ จยั ชว้ี ัดเรอ่ื งความดงั ของเสยี ง พบวา ระดบั
การทองเท่ียวในปจ จุบนั อยูใ นระดับท่ีสงผลกระทบมาก สามารถรองรบั จาํ นวนนักทอ งเทีย่ วไดอีก ไมม าก จะตอ ง
นําแนวทางหรอื มาตรการ มาใชในการปอ งกันและบรรเทาผลกระทบทีเ่ กดิ ขนึ้ และปจจัยชวี้ ดั เร่อื งคุณภาพนํา ซง่ึ
ระดบั การทอ งเทยี่ วในปจ จุบนั อยใู นระดับท่ีสง ผลกระทบรุนแรงเกินขดี ความสามารถใน การรองรับนกั ทองเท่ยี ว
จะตองหามาตรการหรือแนวทางการดําเนนิ การเพื่อแกไ ขปญ หาอยางเรงดวน

87

88

บรรณานกุ รม

การทอ่ งเที่ยวแหง่ ประเทศไทย. (2564). โครงการพฒั นาศกั ยภาพผปู้ ระกอบการท่องเท่ยี วยุคดิจทิ ลั ” ฟน� ฟูใหก้ าร
ทอ่ งเที่ยวไทยกลับมาแข็งแรงหลงั COVID-19 คลี่คลาย.

[ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก : https://www.greennetworkthailand.com/ททท-เปด� ตัว-โครงการพัฒ/
(วันท่ีค้นขอ้ มูล : 10 ธันวาคม 2564).

การทอ่ งเท่ยี วแหง่ ประเทศไทย. (2564). Cashless Society is Coming True (to) World.

[ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก : https://www.tatreviewmagazine.com/article/cashless-society-is-
coming-true-to-world/ (วันทคี่ น้ ขอ้ มลู : 10 ธนั วาคม 2564).

การท่องเทยี่ วแหง่ ประเทศไทย. (2564). โครงการเราเท่ยี วด้วยกนั .

[ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก : https://www.เราเทย่ี วดว้ ยกนั .com/information (วันที่คน้ ขอ้ มลู : 10
ธันวาคม 2564 )

บริษทั เรดดีแ้ พลนเนต็ ทราเวลเทค จำกดั . (2564). ระบบจองหอ้ งพกั ออนไลน์ หรอื Booking Engine สำหรับ
โรงแรมและรสี อรต์ คืออะไร และสำคญั อยา่ งไร.

[ออนไลน์.] เข้าถงึ ได้จาก : https://blog.traveltech.readyplanet.com/reservation-management-
system/ (วนั ทีค่ ้นขอ้ มลู : 10 ธนั วาคม 2564).

บริษัท วอยซ์ ทวี ี จำกัด. (2562). วีซ่าเผยคนไทยหนั เทย่ี วแบบไร้เงนิ สด.

[ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้จาก : https://voicetv.co.th/read/Nvuxg5Z3O (วันทคี่ น้ ขอ้ มูล : 10 ธันวาคม
2564 ).

สำนกั งานบรหิ ารหนส้ี าธารณะ.(สบน.) (2564). มาตรการเยยี วยาและมาตรการกระตุนเศรษฐกจิ ในป 2563-
2564 และความยงั่ ยืนทางการคลังของไทย

[ออนไลน] . เขาถงึ จาก : https://eeco.or.th/th/filedownloads/4216/file-
236522c5dd83e74bea447bb581305e40.pdf. (วนั ทีค่ นขอ มูล : 10 ธนั วาคม 2564).

89

โรงพยาบาลเพชรเวช. (2564). ทำอยางไรเมือ่ ตอ งเดนิ ทางขา มจังหวดั ในชวงโคว-ิ 19 [ออนไลน] . เขาถงึ จาก :
https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/Traveling-during-COVID-19. (วันท่ี
คนขอมลู : 10 ธนั วาคม 2564).

กรงุ เทพธรุ กจิ . (2564). ‘SHA’ คอื อะไร ตางจาก ‘SHA Plus’ ยังไง อยาก ‘ขายแอลกอฮอล’ ตอ งทำอยา งไร?
[ออนไลน]. เขาถงึ จาก : https://www.bangkokbiznews.com/social/969193. (วันทีค่ นขอมลู : 10

ธนั วาคม 2564).

การทอ งเทยี่ วแหง ประเทศไทย.(ททท.) (2564). มาตรฐาน SHA มาตรฐานเพ่อื ประสบการณท อ งเทีย่ วรปู แบบ
ใหม New Normal

[ออนไลน]. เขาถึงจาก : https://thai.tourismthailand.org/Articles/sha-2. (วันทค่ี นขอมูล : 10
ธนั วาคม 2564).

โรงพยาบาลศคิ รนิ ทร กรงุ เทพ. COVID-19 VACCINE เรื่องวัคซนี ที่ตองรกู อนเดินทางไปตางประเทศ

ฉีดยหี่ อ ไหน? ไปประเทศไหนไดบาง?

[ออนไลน] . เขา ถงึ จาก : https://www.sikarin.com/health/covid-19-vaccine-for-travel. (วันท่คี น
ขอมลู : 10 ธนั วาคม 2564).

ไทยรฐั . (2564). วิธีขอใบรบั รองการฉีดวัคซีนโควดิ -19 กอ นออกเดนิ ทาง ตองทำอยางไร 19

[ออนไลน]. เขาถึงจาก : https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2182331. (วนั ทค่ี นขอมูล : 10
ธนั วาคม 2564).

กรงุ เทพธรุ กจิ . (2564). สรรพากรกับ 4 มาตรการลดภาระภาษีชว ง โควดิ -19

[ออนไลน]. เขาถงึ จาก : https://www.bangkokbiznews.com/news/937505. (วันที่คน ขอ มลู : 10
ธนั วาคม 2564).

90

การทอ งเทย่ี วเเหง ประเทศไทย. (2562). การศึกษาพฤติกรรมนกั ทอ งเทย่ี วชาวไทยที่มีศักยภาพการใชจ า ย.

[ออนไลน] . เขาถึงไดจาก :http://tourismlibrary.tat.or.th/medias/sector7rabbithood.pdf.
(วันทคี่ น ขอ มูล : 10 ธนั วาคม 2564).

การทอ งเทย่ี วแหง ประเทศไทย. (2561). การศึกษาพฤตกิ รรมนักทอ งเทีย่ วชาวไทย

[ออนไลน]. เขาถงึ ไดจ าก : http://tourismlibrary.tat.or.th/medias/t26323.pdf. (วนั ทคี่ น
ขอมลู : 10 ธันวาคม 2564).

สจุ รติ ตา หนมู ี. (2557). พฤตกิ รรมนกั ทอ งเที่ยวตา งชาตติ อการทองเที่ยวเชิงสรางสรรค.

[ออนไลน] . เขาถึงไดจาก : https://repository.nida.ac.th. (วนั ท่คี น ขอ มลู : 10 ธนั วาคม 2564).

Tourism of world . (2020). ประเภทนกั ทอ งเทยี่ ว.

[ออนไลน]. เขาถงึ ไดจาก : https://tourismatbuu.wordpress.com/. (วันทีค่ นขอมลู : 10 ธนั วาคม
2564).

กระทรวงการทอ งเทีย่ วและกีฬา. (2557). พฤติกรรมนกั ทองเที่ยว.

[ออนไลน] . เขา ถึงไดจาก : https:// www.mots.go.th. (วันท่ีคนขอ มูล : 10 ธันวาคม 2564).

สำนกั งานสง เสรมิ วสิ าหกจิ . (2557). วเิ คราะหM SMEสาขาธุรกิจทอ งเที่ยวป2 564-2565.

[ออนไลน] . เขา ถงึ ไดจ าก : https://www.sme.go.th/upload/mod_download/download-
20211012232619.pdf (วนั ท่คี นขอ มลู : 10 ธันวาคม 2564).

การทอ งเทย่ี วแหง ประเทศไทย. (2560). การทองเทย่ี วของแหลง ทอ งเที่ยวหลกั อยา ใหใ หญเ กนิ ตวั Tourism :
Super Size ME.

[ออนไลน]. เขาถงึ ไดจาก : http://www.etatjournal.com/web/menu-read-tat/menu-2017/

menu-32017/797-32017-super-size. (วนั ท่คี นขอ มลู : 10 ธันวาคม 2564).

91

S. Noina Supratya. (2563). Carrying capacity กับส่งิ แวดลอมของไทย.

[ออนไลน] . เขาถึงไดจ าก : https://www.digitalay.com/post/carrying-capacity. (วันท่ีคนขอ มลู :
10 ธันวาคม 2564).

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม. (2562). การวิเคราะหขดี ความสามารถในการ
รองรับของพ้นื ท่ี.

[ออนไลน] . เขาถึงไดจ าก : https://www.dmcr.go.th/detailLib/4737. (วนั ทคี่ นขอมลู : 10 ธนั วาคม
2564).

องคก ารบรหิ ารการพฒั นาพน้ื ทพี่ เิ ศษเพอื่ การทอ งเทย่ี วอยา งยง่ั ยนื . (2562). สำนักงานพ้นื ทพี่ เิ ศษ 1 เรื่องคลอง

ดำเนนิ สะดวก.

[ออนไลน] . เขาถึงไดจ าก : https://tis.dasta.or.th/stisdasta/assessment/1. (วนั ที่คนขอ มลู : 10
ธันวาคม 2564).

92

ขอ ควรปฏบิ ตั ใิ นการเขา รว มการจดั สมั มนา

1. ผูเ ขา รว มสมั มนาควรดาวนโหลดเอกสารประกอบการสมั มนาไวลวงหนา
2. ผูเขา รว มสมั มนาตองลงทะเบยี นกอ นถงึ เวลาเขารว มสมั มนาอยา งนอ ย 30 นาที
3. ผูเขารวมสมั มนาควรจัดเตรียมอปุ กรณ เครือ่ งมอื ท่ใี ชในการจดบนั ทึกขอ มลู ระหวา งการสมั มนา และ
คอมพวิ เตอร / โนตบุค มาเขา รวมสมั มนา
4. ผเู ขา รวมสมั มนาตอ งต้งั ใจฟง ในสิง่ ท่ผี พู ดู นำเสนอ
5. เมื่อผเู ขา รวมสมั มนามีขอ สงสยั ควรซักถามในชวงเวลาท่ีเหมาะสม ไมพ ูดแทรก


Click to View FlipBook Version