1
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอื่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พือ่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่ิง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ติดตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
สารบัญ
บทที่ หน้า
3
1. ความรเู้ กย่ี วกับการบรหิ ารงานองค์กร 11
และการจัดการงานในองค์กรราชการ 19
2. ความรู้เก่ยี วกับการบรหิ ารงานภาครฐั แนวใหม่
3. หลกั การจดั ทาเอกสารราชการ
และความรเู้ ก่ยี วกับการบริหารเอกสารราชการ
2
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอื่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิ่ง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
1. ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานองคก์ รและการจดั การงานในองคก์ รราชการ
ความหมายของวสั ดุ ครภุ ัณฑ์ และอปุ กรณส์ านักงาน
1) วัสดุ หมายถึง สินทรัพย์ท่ีหน่วยงานมีไว้ เพ่ือใช้ในการดําเนินงานตามปกติโดยท่ัวไปมีมูลค่าไม่สูง
และไม่มีลักษณะคงทนถาวร เช่น วัสดุสํานักงาน เป็นต้น หน่วยงานจะรับรู้วัสดุคงเหลือในราคาทุน ซ่ึงโดย
หลักการหน่วยงานอาจรับรู้วัสดุเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายก่อน แล้วจึงปรับปรับปรุงส้ินปีก็ได้ ท้ังน้ีให้ถือ
ปฏิบัติในการรับรู้วัสดุคงเหลือในระบบ GFMIS ตามหนังสือกรมบัญชีกลางท่ีกค 0410.3/ว 144 ลงวันที่ 7
เมษายน 2549
2) ครุภัณฑ์ หมายถึง สินทรัพย์ท่ีหน่วยงานมีไว้เพ่ือใช้ในการดําเนินงานมีลักษณะคงทนและมีอายุการ
ใช้งานเกินกว่า 1 ปีโดยให้บันทึกรับรู้ครุภัณฑ์ที่มีมูลค่าต้ังแต่ 5,000 บาท ขึ้นไปตามราคาทุนเป็นรายการ
สนิ ทรพั ย์ถาวรในบญั ชีของหน่วยงาน โดยบันทกึ รายละเอียดครุภัณฑ์ในทะเบยี นคุมทรพั ย์สินและให้คํานวณค่า
เสื่อมราคาประจําปีสําหรับครุภัณฑ์ที่มีมูลค่าไม่ถึง 5,000 บาท ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายประเภทค่าครุภัณฑ์
มูลค่าตํ่ากว่าเกณฑ์และให้บันทึกรายละเอียดของหลักเกณฑ์ดังกล่าวในทะเบียนคุมทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์ใน
การควบคุมรายการทรพั ย์สินของทางราชการโดยไม่ต้องคํานวณค่าเส่ือมราคาประจําป
3) อุปกรณส์ ํานักงาน หมายถึง เคร่ืองมือ เครื่องใช้สํานักงานโดยครอบคลมุ ต้งั แต่อุปกรณ์เล็ก ๆ ราคา
ถกู ไปจนถึงอุปกรณท์ ่ีมีกลไกยงุ่ ยากซับซอ้ นมากข้ึนและมรี าคาแพงขึ้นด้วย งานในสํานักงานทุกแห่งย่อมมีความ
จําเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์สํานักงาน เพื่อเป็นการทุ่นแรง ประหยัดเวลาในการทํางาน เพราะอุปกรณ์อุปกรณ์
สํานักงานเหล่าน้ีผลิตขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือช่วยในการปฏิบัติงานในสํานักงานเป็นไปอย่างมี
ประสิทธภิ าพ ประหยัดเวลาและแรงงานอีกด้วย
คาจากดั ความของคาว่า “สานกั งาน”
1) หมายถึงอาคารสํานักงาน รวมถึงตัวอาคารหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร การใช้งานส่วนใหญ่
หรอื ทั้งหมดในฐานะทีเ่ ป็นสํานักงานหรือวัตถปุ ระสงค์ในการทํางาน
2) หมายถึงวัตถุประสงค์ของสํานักงาน รวมถึงวัตถุประสงค์ในการบริหารงาน งานบุคลากร การ
จดั การดา้ นการเงนิ การโทรศพั ท์ และโทรเลข
3
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอื่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่ือนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิง่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
3) หมายถึงงานเอกสารต่าง ๆ รวมถึง งานขีดเขียน งานบัญชี คัดแยกเอกสาร จัดเก็บเอกสาร
งานพิมพ์ดีด งานถ่ายเอกสาร การใช้เคร่ืองคํานวณ การวาดรูป และการจัดเตรียมงานด้านสารบรรณเพ่ือ
งานจัดพมิ พ์เอกสารหนังสอื ตา่ ง ๆ
หน้าที่ของสานักงาน ย่อมขึ้นอยู่กับการจัดเตรียมบริการด้านต่าง ๆ ทั้งท่ีเก่ียวกับการส่ือสารและ
การบนั ทึกขอ้ มลู รวมท้ังรายละเอยี ดต่าง ๆ ต่อไปนี้
1) เพอ่ื ให้ได้มาซ่งึ ข้อมลู ขา่ วสาร (เช่นวา่ ข้อเสนอ ตารางเวลา คาํ สัง่ ตา่ ง ๆ เป็นตน้ )
2) เพื่อบันทกึ ข้อมลู ขา่ วสาร (เชน่ วัสดสุ ํานกั งาน ราคา ข้อมูลบคุ ลากร เปน็ ต้น)
3) เพื่อการจัดเตรยี มขอ้ มูล (เชน่ จัดทาํ ตน้ ทนุ บญั ชี สถิติ เปน็ ตน้ )
4) เพอื่ การใหข้ อ้ มลู (เชน่ ออกใบสง่ ของ ประมาณการ เปน็ ตน้ )
5) เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน (เช่น การรักษาเงินสด สินค้า เอกสารสําคัญ เป็นต้น) ในแง่น้ี
การมีประกนั ภยั ทพี่ อเพยี งยอ่ มเป็นสิ่งที่มีความสาํ คญั ยง่ิ
ขัน้ ตอนการจดั การสานักงาน
1. Planning วางแผน
2. Organizing จัดองคก์ ร
3. Staffing จัดบคุ คลเขา้ ทาํ งาน
4. Directing ส่ังการ/อํานวยการ
5. Controlling ควบคุม
4
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่ือประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่อื นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิง่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
องคป์ ระกอบของสานักงานอัตโนมัติ
องคป์ ระกอบของสํานักงานอตั โนมตั แิ บง่ เปน็ 5 ประเดน็
1. บุคลากร อาจแบง่ ได้หลายกลุ่ม เช่น ผ้บู ริหาร นักวชิ าชพี นกั เทคนิค เลขานุการ เสมยี น และพนกั งาน
อน่ื ๆ
2. กระบวนการปฏบิ ตั งิ าน
2.1 การรบั เอกสารและขอ้ มลู
2.2 การบันทึกเอกสารและข้อมูล
2.3 การสอ่ื สารเอกสารและขอ้ มลู
2.4 การจัดเตรยี มข้อมูลขา่ วสารต่างๆ
2.5 การกระจายข่าวสาร
2.6 การขยายรปู แบบเอกสาร
2.7 การค้นคืนและการจัดเกบ็ เอกสารขอ้ มลู
2.8 การกาํ จัดและการทําลายเอกสาร
2.9 การดแู ลความม่นั คงปลอดภัย
3. เอกสาร ข้อมูล สารสนเทศ
4. เทคโนโลยี
5. การบรหิ ารจัดการ
5 ส ปจั จยั พืน้ ฐานในการเพิ่มผลผลติ ของสานักงาน
กิจกรรม 5 ส คือ การจัดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสถานท่ีทํางาน อันเป็นปัจจัยพ้ืนฐานในการเพ่ิม
ผลผลติ เพราะในกระบวนการดาํ เนนิ กจิ กรรมนั้น มุ่งเน้นการพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ย์อยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยเชื่อว่า
5
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พือ่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่ิง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
มนุษย์จะพัฒนางานในองค์การตนเองต่อไป ซ่ึงแนวทางน้ีเป็นแนวทางการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม ซ่ึง
องคก์ ารตา่ งๆ พยายามม่งุ เน้นมาโดยตลอด
วัตถปุ ระสงคส์ าคญั 4 ประการของกจิ กรรม 5 ส
1. พัฒนาความคิดในการปรับปรุงอย่างต่อเนือ่ ง
2. สรา้ งทีมงานที่ดี โดยการให้ทกุ คนมีส่วนรว่ ม
3. พัฒนาผ้บู รหิ ารและหัวหน้างาน โดยการฝึกความสามารถในการเปน็ ผนู้ ํา
4. เตรยี มความพร้อม เพ่อื การนําเทคโนโลยี ด้านการปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเน่อื งท่ียากข้นึ มาใช้
5 ส เปน็ กจิ กรรมพนื้ ฐานเพ่อื การปรบั ปรงุ การเพม่ิ ผลผลติ
ส. 1 : สะสาง หมายถึง การแยกให้ชดั ระหวา่ งของทจี่ ําเป็นในการใช้งาน กับของที่ไม่จาํ เป็นต้องใช้ รวมถึง
ของท่ีไมเ่ ก่ียวขอ้ งในการทาํ งาน และให้ขจดั ของทไ่ี ม่จาํ เป็นออกไปจากสถานท่ที ํางาน
ส. 2 : สะดวก หมายถึง การนําของที่จําเป็นในการใช้งานมาจัดการให้เปน็ ระเบียบ ให้ง่าย และสะดวกใน
การหยิบใช้ และทําใหท้ กุ คนดูแลว้ รูว้ ่าคอื อะไร
ส.3 : สะอาด หมายถึง การทําความสะอาดสถานที่ทํางานอย่างดี ให้น่าดูอยู่เสมอ เพ่ือขจัดฝุ่นละอองที่อยู่
บนพน้ื ส่ิงของเครือ่ งใชเ้ ครอื่ งมือ เครอ่ื งจักร และอุปกรณต์ ่างๆ
ส.4 : สุขลักษณะ หมายถึง สภาพหมดจด สะอาดตา โดยการรกั ษา 3 ส แรก ใหค้ งอยู่ หรือทาํ ให้ดี
ขน้ึ อยู่เสมอ เพือ่ สุขภาพอนามัย และความปลอดภยั
ส.5 : สร้างนิสัย หมายถึง การฝึกฝนให้ทุกคนปฏิบัติอย่างถูกต้อง และติดเป็นนิสัย ตามกฎเกณฑ์การจัด
ความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยในหน่วยงานใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งต่อเนอ่ื ง
6
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอ่ื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่อื นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยง่ิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
การกาหนดจดุ มุ่งหมาย (Purpose) ขององค์กร ประกอบด้วย
1. วิสัยทศั น์ (Vision) หมายถึง เป้าหมายท่ีมีลักษณะกว้างขวางซึง่ เปน็ ความตอ้ งการในอนาคต โดยไม่ได้
กาํ หนดวธิ กี ารไว้
2. ภารกิจ (Mission) หมายถึง พ้ืนฐานของการกําหนดการจัดลําดับกลยุทธ์ แผน และการออกแบบงาน
และเปน็ ข้อความท่ีเกย่ี วกับการกําหนดกจิ กรรมขององค์การและลกั ษณะงานขององค์การ
3. เป้าหมาย (Goals) หมายถึง การกําหนดสิ่งท่ีต้องการในอนาคตซ่ึงองค์การจะต้องพยายามให้เกิดขึ้น
เปน็ การกําหนดภารกจิ ของธรุ กจิ ในรปู ของผลลพั ธส์ ําคญั ท่ตี อ้ งการ
4. วัตถุประสงค์ (Objectives) หมายถึง เป้าหมายระยะสั้นที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง ซ่ึงเป็นผลลัพธ์ท่ี
สามารถวัดได้
5. ยุทธศาสตร์ หมายถึง (Strategic) ทิศทาง นโยบาย และกระบวนการท่ีองค์กรตัดสินใจเลือกเกี่ยวกับ
การบรหิ ารทรัพยากรทมี่ อี ยู่จํากัดเพ่ือตอบสนองความคาดหวังของผู้เกี่ยวข้อง
แผนกลยุทธ์ หมายถึง แผนท่ีกําหนดทิศทางหรือแนวปฏิบัติตามพันธกิจ (Mission) ในการพัฒนาองค์กร
ซง่ึ ประกอบไปดว้ ย วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ วัตถุประสงค์ ผลการวิเคราะห์จุดแขง็ จุดอ่อน โอกาส และ
อุปสรรค กลยุทธ์ต่างๆ มีการกําหนดตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย เพ่ือวัดความสําเร็จของกลยุทธ์ และระดับ
ความสําเร็จของการดําเนินงานตามแผน โดยแผนกลยุทธ์ที่กําหนดขึ้น ควรมีความเป็นรูปธรรม และสามารถ
ปฏิบัติได้จริง เพ่ือสัมฤทธิผลตามวิสัยทัศน์ (Vision) และเป้าประสงค์ขององค์การ (Corporate Goal) ตามที่
กําหนดไว้
แผนปฏิบัติราชการประจาปี หมายถึง แผนท่ีแปลงแผนกลยุทธ์มาส่การปฏิบัติ เพ่อื ให้เกิดการดําเนินงาน
จรงิ ซ่งึ ประกอบไปดว้ ย โครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ท่ีตอ้ งดาํ เนนิ การในปีนั้นๆ เพ่อื ให้บรรลุเป้าหมายตามแผน
กลยทุ ธ์ ตัวบ่งช้ีความสําเร็จของโครงการหรือกิจกรรม ค่าเปา้ หมายของแต่ละตัวบ่งชผี้ ู้รับผิดชอบโครงการหรือ
กิจกรรม งบประมาณ ตลอดจนรายละเอียดและทรัพยากรท่ีต้องใช้ในการดําเนินโครงการหรือกจิ กรรม เพอ่ื ให้
สาํ เรจ็ ตามเป้าหมายท่วี างไว้
ในองค์กรแห่งการทํางานทุกองค์กรจะต้องอาศัยปัจจัยหลัก 4 Ms อันประกอบไปด้วย คน(Man)วัสดุ
(Material) เงิน(Money) และ การจัดการ(Management) ซึ่งในทุกปัจจัยมีความสําคัญในระดับท่ีเท่าๆกัน
โดยถา้ ขาดปจั จยั ในข้อใดข้อหนงึ่ องค์กรอาจจะไม่สามารถดําเนนิ การทาํ งานไปให้ถงึ ในระดับท่ีตง้ั เปา้ หมายหรือ
บรรลุวัตถุประสงคข์ ององคก์ รได้
7
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่อื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิง่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
หลกั ในการพฒั นาองคก์ ร
1.โครงสร้างพ้ืนฐานขององค์กรในรูปแบบต่างๆ (Infrastructure) : โครงสร้างพ่ืนฐานขององค์กรนั้นรวม
ตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องมือที่จําเป็นไปจนถึงเทคโนโลยีตลอดจนข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ที่ต้องพร้อมและช่วย
ส่งเสริมให้การทํางานมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลจะพร้อมแค่ไหน แต่หากมีปัญหาท่ี
ทรัพยากรด้านอ่ืน ก็ย่อมทําให้ลดประสิทธิภาพในการทํางาน และทําให้องค์กรพัฒนาได้อย่างเชื่องช้าหรือ
ตดิ ขดั เช่นกัน ตรงกันข้ามกบั องค์กรท่ีใส่ใจในโครงสร้างพ้ืนฐานอย่างดเี พ่อื รองรับการทาํ งานที่ดที ่ีสดุ ก็สามารถ
มสี ว่ นชว่ ยใหบ้ คุ ลากรในองคก์ รใช้ศักยภาพของตนในการทาํ งานได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพด้วยเช่นกนั
2.กระบวนการทาํ งานที่เป็นระบบระเบยี บ (Process & System) : ระบบการทํางานท่มี ีมาตรฐาน ชัดเจน
มีระบบระเบียบ มีข้ันตอนทีเ่ หมาะสม มีการประเมนิ ผล รวมถึงมีการแก้ไขจุดบกพร่องได้อย่างทันท่วงที ระบบ
การทํางานทีด่ นี น้ั จะทาํ ให้องคก์ รพัฒนาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพมากขนึ้
3.ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource) : ทรัพยากรมนุษย์ถอื เป็นปัจจัยสําคัญอันดับตน้ ๆ ของทุกองค์กร
การที่องค์กรมีพนักงานท่ีมีศักยภาพในการทํางาน มีความมุ่งม่ันในการพัฒนาตนเองและองค์กร ตลอดจนมี
ทศั นคติทีด่ ีต่อองค์กร รวมถงึ มวี ิสัยทัศน์ในการทาํ งาน จะชว่ ยสง่ เสริมให้องคก์ รพฒั นาได้กา้ วไกลและมั่งคง
4.เป้าหมายและนโยบาย (Goal & Policy) : ส่งิ สําคัญที่สุดกค็ ือองค์กรตอ้ งมเี ป้าหมายทช่ี ัดเจน มีวิสัยทศั น์
ท่ีกว้างไกล ตลอดจนมีทิศทางเดินไปสู่จุดหมายให้เห็น เมื่อมีเป้าหมายท่ีชัดเจนแล้วย่อมต้องมีนโยบายธุรกิจ
ตลอดจนนโยบายองค์กรที่ออกมาเป็นแนวทางปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพด้วย หากองค์ใดไมม่ ีเป้าหมาย
หรอื ไมม่ ีนโยบายที่กระจ่างชัด ก็เหมือนเรือท่ีแล่นอยู่ในทะเลโดยขาดเข็มทิศ หรือเรอื ที่อยู่กลางทะเลซึ่งมหี มอก
หนาปกคลุม ก็ยากท่ีจะรู้ว่าเรือควรจะมุ่งหน้าไปทางไหน เพื่ออะไร เป้าหมายที่ชัดเจน นโยบายท่ีมี
ประสิทธภิ าพ จะมีสว่ นทีท่ ําใหอ้ งคก์ รพัฒนาไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว มที ิศทาง และมศี กั ยภาพเพมิ่ ขึ้นดว้ ย
องคป์ ระกอบของโครงการพฒั นาองค์กร
1ชอ่ื
2 หลักการและเหตผุ ล
3 จุดประสงค์
4 เป้าหมาย
5 วิธดี ําเนินการ
8
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พือ่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอ่ื นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยงิ่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
6 วิธคี วบคมุ และประเมินผล
7 งบประมาณ
8 ระยะเวลา
9 ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั
10 ผรู้ บั ผดิ ชอบ
PMQA เป็นเครื่องมือประเมินระบบการบริหารราชการของส่วนราชการในเชิงบูรณาการเพ่ือเชือ่ มโยง
ยุทธศาสตรข์ องส่วนราชการกบั เป้าหมายและทศิ ทางการพัฒนาของประเทศ
โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือเป็นแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 PMQA” ย่อมาจาก
Public Sector Management Quality Award มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนําไปใช้เป็นแนวทาง
ในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของหน่วยงานสู่มาตรฐานระดบั สากล โดยสํานักงาน ก.พ.ร. ได้พัฒนา
เกณฑ์ดงั กลา่ วมาจาก Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA) ซ่ึงเป็นเกณฑร์ างวลั คณุ ภาพ
ในการเพ่มิ ขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์การของสหรัฐอเมริกา นอกจากน้ีเกณฑ์ PMQA ดังกล่าว ยัง
มีแนวทางการยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานของภาครัฐท่ีสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์
วธิ ีการบรหิ ารกิจการบ้านเมืองทีด่ ี พ.ศ. 2546
นวตั กรรมตามหลัก PMQA ประกอบดว้ ย
นวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation) เป็นการคิดริเร่มิ นโยบาย กฎหมาย และกฎใหม่ๆ ให้ทนั สมัย
เหมาะสม และทันตอ่ สถานการณ์ และให้มคี วามเชอ่ื มโยงกบั ยุทธศาสตรข์ องประเทศ
นวัตกรรมให้บริการ (Service Innovation) เป็นนวัตกรรมที่นํามาใช้พัฒนาและสร้างคุณค่าในงานบริการ
ภาครฐั การปรับปรงุ บรกิ าร หรอื สรา้ งบรกิ ารใหม่ เพ่อื ยกระดับประสิทธิภาพการใหบ้ รกิ ารประชาชน
นวัตกรรมการบริหาร/องค์กร (Administrative or Organizational Innovation) เป็นการสร้างหรือ
ปรับปรุงกระบวนงานใหม่ (New Process) รวมท้ังการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพใน
การดําเนินงานของภาครัฐ
9
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พื่อประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พือ่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิง่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
Knowledge Management Process ถือว่าความรแู้ บ่งออกเป็น 2 ประเภท
1 ความรูท้ ช่ี ัดแจง้ (Explicit)
2 ความร้ทู ี่ฝังในตวั คน (Tacit)
วงจรแหง่ การเรยี นรู้ ได้แก่
1 สรา้ งองค์ความรู้
2 นําความรู้ไปใช้
3 เกิดประสบการณใ์ หม่
สดุ ท้ายคือหมนุ เวยี นกลับไปขอ้ ที่ 1
หลักในการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) คือ การวิเคราะห์ ประเมิน ดูแลท้ังปัจจัย
เสีย่ งภายนอกและปจั จยั เสีย่ งภายในองค์กรเพื่อลดความเสียหายลงให้มากที่สดุ
การพัฒนาระบบสารสนเทศสาหรบั สานักงานของราชการ ไดแ้ ก่
1 ระบบสาํ นักงานอัตโนมัติ ประกอบไปดว้ ย Intranet และ Document Management System (DMS)
2 ระบบสารสนเทศของผู้บริหาร ประกอบไปด้วย ระบบข่าวสารเพื่อการบริหาร ( Executive
Information System : EIS) ระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System : DSS) และ
ระบบสารสนเทศเพ่อื การบรหิ าร (Management Information System : MIS)
3 ระบบสารสนเทศเพ่ือการให้บริการ ประกอบไปด้วย ระบบแผนท่ีภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน และ
One Stop Service
4 ระบบสารสนเทศทางภมู ศิ าสตร์ (GIS)
10
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอื่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พือ่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่ิง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ติดตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
2. ความรู้เกย่ี วกบั การบริหารงานภาครฐั แนวใหม่
ความหมายของการบริหารงานภาครฐั แนวใหม่
การบริหารงานภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management) คือ การปรบั เปลย่ี นการบริหารจัดการ
ภาครฐั โดยนําหลกั การเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพของระบบราชการและการแสวงหาประสิทธภิ าพในการปฏบิ ัตริ าชการ
ท่ีมุ่งสคู่ วามเปน็ เลศิ โดยการนาํ เอาแนวทางหรือวิธีการบริหารงานของภาคเอกชนมาปรับใช้กับการบริหารงาน
ภาครฐั เช่น การบริหารงานแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธ์ิ การบรหิ ารงานแบบมอื อาชีพ การคํานึงถึงหลักความคุ้มค่า
การจัดการโครงสร้างที่กะทัดรัดและแนวราบ การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาแข่งขันการให้บริการสาธารณะ
การให้ความสําคัญต่อค่านิยม จรรยาบรรณวิชาชีพ คุณธรรมและจริยธรรม ตลอดท้ังการมุ่งเน้นการให้บริการ
แก่ประชาชนโดยคํานงึ ถงึ คณุ ภาพเปน็ สาํ คัญ
เหตุผลที่ตอ้ งนาแนวคิดการบรหิ ารงานภาครฐั แนวใหมม่ าใช้
1.กระแสโลกาภิวัตน์ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมท้ังภายในและภายนอกประเทศเปล่ียนแปลงไปอย่าง
รวดเร็วจึงมีความจําเป็นอย่างย่ิงสําหรับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ต้องเพิ่มศักยภาพและความยืดหยุ่นใน
การปรบั เปล่ยี นเพื่อตอบสนองความต้องการของระบบที่เปลี่ยนแปลงไป
2.ระบบราชการไทยมีปัญหาท่ีสําคัญคือ ความเส่ือมถอยของระบบราชการ และขาดธรรมาภิบาล ถ้า
ภาครัฐไม่ปรับเปล่ียนและพัฒนาการบริหารจัดการของภาครัฐเพ่ือไปสู่องค์กรสมัยใหม่ โดยยึดหลักธรรมาภิ
บาล ก็จะส่งผลบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมในอนาคตด้วย
ดังนั้น การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่( New Public Management) จึงเป็นแนวคิดพ้ืนฐานของ
การบริหารจัดการภาครัฐซ่ึงจะนําไปสู่การเปล่ียนแปลงระบบต่าง ๆ ของภาครัฐและยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ ท่ี
เป็นรูปธรรม มีแนวทางในการบริหารจดั การดังน้ี
1.การให้บรกิ ารทีม่ ีคุณภาพแก่ประชาชน
2.ลดการควบคมุ จากส่วนกลางและเพิ่มอสิ ระในการบรหิ ารให้แก่หน่วยงาน
3.การกําหนด การวัด และการให้รางวลั แก่ผลการดาํ เนนิ งานทั้งในระดับองค์กร และระดบั บุคคล
4.การสร้างระบบสนับสนุนท้ังในด้านบุคลากร (เช่น การฝึกอบรม ระบบค่าตอบแทนและระบบ
คุณธรรม) เทคโนโลยี เพ่อื ช่วยใหห้ นว่ ยงานสามารถทาํ งานไดอ้ ย่างบรรลุวัตถปุ ระสงค์
11
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่ือประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พื่อนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิ่ง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
5.การเปดิ กว้างตอ่ แนวคดิ ในเรอ่ื งของการแข่งขนั ท้ังการแขง่ ขนั ระหวา่ งหน่วยงานของรัฐด้วยกัน และ
ระหว่างหน่วยงานของรัฐกับหน่วยงานของภาคเอกชน ในขณะเดียวกันภาครัฐก็หันมาทบทวนตัวเองว่าส่ิงใด
ควรทาํ เองและสิง่ ใดควรปล่อยให้เอกชนทาํ [1]
แนวคิดการบรหิ ารจดั การภาครัฐแนวใหม่
หลักใหญ่ของการจัดการภาครัฐแนวใหม่ คือ การเปล่ียนระบบราชการที่เน้นระเบียบและขั้นตอนไปสู่การ
บริหารแบบใหม่ซึ่งเน้นผลสําเร็จและความรับผิดชอบ รวมทั้งใช้เทคนิคและวิธีการของเอกชนมาปรับปรุงการ
ทาํ งาน “การจดั การภาครัฐแนวใหม่” มีหลกั สําคญั 7 ประการ คือ
1.จัดการโดยนักวิชาชีพท่ีชํานาญการ (Hands-on professional management) หมายถึง ให้
ผจู้ ดั การมอื อาชีพได้จัดการด้วยตวั เอง ดว้ ยความชํานาญ โปร่งใส และมีความสามารถในการใช้ดลุ พินิจ เหตุผล
ก็เพราะเมื่อผิดชอบต่อหน้าท่ีทีไ่ ด้รับมอบหมายแล้ว กจ็ ะเกิดความรับผิดชอบตอ่ การตรวจสอบจากภายนอก
2.มีมาตรฐานและการวัดผลงานที่ชัดเจน (Explicit standards and measures of performance)
ภาครฐั จึงต้องมจี ุดมุง่ หมายและเปา้ หมายของผลงาน และการตรวจสอบจะมีได้ก็ตอ้ งมจี ดุ มุ่งหมายทชี่ ัดเจน
3.เน้นการควบคุมผลผลิตที่มากขึ้น (Greater emphasis on output controls) การใช้ทรัพยากร
ตอ้ งเป็นไปตามผลงานท่ีวดั ได้ เพราะเน้นผลสาํ เร็จมากกว่าระเบียบวิธี
4.แยกหน่วยงานภาครัฐออกเป็นหน่วยย่อยๆ (Shift to disaggregation of units in the public
sector) การแยกหนว่ ยงานใหญ่ออกเป็นหน่วยงานย่อยๆ ตามลักษณะสินคา้ และบริการทผี่ ลิต ให้เงินสนบั สนุน
แยกกนั และติดตอ่ กันอยา่ งเป็นอิสระ
5.เปล่ียนภาครัฐให้แข่งขันกันมากขึ้น (Shift to greater competition in the public sector) เป็น
การเปล่ียนวิธีทํางานไปเปน็ การจ้างเหมาและประมูล เหตุผลก็เพอื่ ใหฝ้ า่ ยท่เี ป็นปรปักษ์กัน (rivalry) เปน็ กญุ แจ
สําคญั ทจี่ ะทําใหต้ น้ ทนุ ตา่ํ และมาตรฐานสงู ขน้ึ
6.เน้นการจัดการตามแบบภาคเอกชน (Stress on private sector styles of management
practice) เปล่ยี นวธิ ีการแบบขา้ ราชการไปเป็นการยดื หย่นุ ในการจา้ งและให้รางวัล
7.เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีวินัยและประหยัด (Stress on greater discipline and parsimony
in resource use) วิธีนี้อาจทําได้ เช่น การตดั ค่าใช้จ่าย เพ่ิมวินัยการทาํ งาน หยุดยงั้ การเรียกร้องของสหภาพ
12
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พือ่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่งิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
แรงงาน จํากัดต้นทุนการปฏิบัติ เหตุผลก็เพราะต้องการตรวจสอบความต้องการใช้ทรัพยากรของภาครัฐ และ
“ทํางานมากขึ้นโดยใชท้ รพั ยากรน้อยลง” (do more with less)
รูปแบบการนาการบริหารจัดการภาครฐั แนวใหมม่ าใช้ในระบบราชการไทย
1.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 เหตุผลในการตรา
พระราชบัญญัติน้ีคือ เพ่ือเป็นการปรับปรุงระบบบริหารราชการเพ่ือให้สามารถปฏิบัติงานตอบสนองต่อการ
พัฒนาประเทศและการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งข้ึนโดยกําหนดให้การบริหารราชการ
แนวทางใหม่ต้องมีการ กําหนดนโยบาย เป้าหมาย และแผนการปฏิบัติงานเพ่ือให้สามารถประเมินผลการ
ปฏิบัติราชการในแต่ละระดับได้อย่างชัดเจน มีกรอบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นแนวทางในการกํากับ
การกําหนดนโยบายและการปฏิบัติราชการ และเพ่ือให้กระทรวงสามารถจัดการบริหารงานให้เป็นไป ตาม
เปา้ หมายได้ จึงกาํ หนดใหม้ ีรูปแบบการบริหารใหม่ โดยกระทรวงสามารถแยกสว่ นราชการจัดตง้ั เปน็ หน่วยงาน
ตามภาระหน้าที่ เพื่อให้เกิดความคลอ่ งตัวและสอดคล้องกับเป้าหมายของงานที่จะต้องปฏิบัติและกําหนดให้มี
กลุ่มภารกิจของส่วนราชการตา่ ง ๆ ท่ีมีงานสัมพันธ์กนั เพ่ือท่ีจะสามารถกําหนดเปา้ หมายการทํางานร่วมกันได้
และมีผู้รับผิดชอบกํากับการบริหารงานของกลุ่มภารกิจน้ันโดยตรงเพ่ือให้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
รวดเร็ว รวมทั้งให้มีการประสานการปฏิบัติงาน และการใช้งบประมาณเพ่ือท่ีจะให้การบริหารงานของทุกส่วน
ราชการบรรลเุ ปา้ หมาย ของกระทรวงได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความซ้าํ ซ้อน มีการมอบหมายงานเพื่อลด
ขั้นตอนการปฏิบัติราชการ และสมควรกําหนดการบริหารราชการในต่างประเทศให้เหมาะสมกับลักษณะการ
ปฏิบัตหิ นา้ ท่ีและสามารถปฏบิ ัติการไดอ้ ย่างรวดเร็วและมีเอกภาพ โดยมหี ัวหน้าคณะผู้แทนเป็นผรู้ ับผิดชอบใน
การบริหารราชการ นอกจากน้ี สมควรให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเพ่ือเป็นหนว่ ยงานท่ีรับผิดชอบ
ในการดูแลการจัดส่วนราชการและการปรับปรุงระบบการทํางานของภาคราชการให้มีการจัดระบบราชการอ
ย่างมีประสิทธิภาพต่อไปใน มาตรา 3/1 ได้กําหนดให้การพัฒนาระบบราชการต้องสอดคล้องกับการ
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ความต้องการของประชาชนและทันต่อการบริหารราชการตาม
พระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธ์ิต่อภารกิจของรัฐ ความมี
ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิก
หนว่ ยงานท่ีไม่จําเปน็ การกระจายภารกิจและทรพั ยากรให้แก่ท้องถน่ิ การกระจายอํานาจตัดสนิ ใจ การอํานวย
ความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน ท้ังนี้ โดยมีผู้รับผิดชอบต่อผลของงานการจัดสรร
งบประมาณ และการบรรจุและแต่งตงั้ บุคคลเข้าดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าท่ีต้องคํานงึ ถงึ หลักการตามวรรค
13
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอ่ื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่ิง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ติดตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
หน่ึงในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการ ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี โดยเฉพาะอย่างย่ิงให้
คาํ นงึ ถึงความับผดิ ชอบของผ้ปู ฏิบตั งิ าน การมีส่วนรว่ มของประชาชน การเปดิ เผยข้อมูล การตดิ ตามตรวจสอบ
และประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน
2.พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ.2546 ได้กําหนด
ขอบเขต แบบแผน วธิ ีปฏบิ ัติราชการ เพ่อื เป็นไปตามหลกั การบรหิ ารภาครัฐแนวใหม่ ดงั น้ี
1) เกดิ ประโยชนส์ ุขของประชาชน
2) เกดิ ผลสมั ฤทธต์ิ อ่ ภารกจิ ของรฐั
3) มปี ระสิทธภิ าพและเกดิ ความคมุ้ ค่าในเชงิ ภารกิจของรัฐ
4) ไม่มขี น้ั ตอนการปฏบิ ัติงานเกนิ ความจําเปน็
5) มกี ารปรับปรงุ ภารกจิ ของส่วนราชการให้ทนั ต่อเหตกุ ารณ์
6) ประชาชนได้รับการอาํ นวยความสะดวก และไดร้ ับการตอบสนองความ
7) มีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ําเสมอ ซึ่งได้แก่ การตรวจสอบและวัดผลการปฏิบัติงาน
เพื่อใหเ้ กดิ ระบบการควบคมุ ตนเอง
3.แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ พ.ศ.2546 - 2550 ได้กําหนดเป้าประสงค์หลักของการ
พฒั นาระบบราชการไทย 4 ประการ
1) พัฒนาคณุ ภาพการใหบ้ ริการประชาชนทด่ี ีข้ึน
2) ปรบั บทบาท ภารกิจ และขนาดใหม้ คี วามเหมาะสม
3) ยกระดบั ขดี ความสามารถและมาตรฐานการทาํ งานให้อยู่ในระดับสูงเทยี บเท่าเกณฑส์ ากล
4) ตอบสนองตอ่ การบรหิ ารปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
4.การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคํารับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ: KPI (Key
Performance Indicators) โดยให้มีการประเมินการปฏิบัติราชการ ใน 2 องค์ประกอบ ตามหนังสือ
สาํ นักงานก.พ. ท่ี นร 1012/ว 20 ลงวันที่ 3 กันยายน 2552 เรื่อง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการประเมินผลการปฏิบัติ
ราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ และหนังสือสํานักงาน ก.พ. ท่ี นร 100/ว 27 ลงวันที่ 29 กันยายน
14
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอ่ื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยงิ่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
2552 เรอื่ ง มาตรฐานและแนวทางกําหนดความร้คู วามสามารถ ทักษะ และสมรรถนะทจ่ี าํ เปน็ สําหรบั ตําแหน่ง
ข้าราชการพลเรอื นสามญั คือ
1) ผลสัมฤทธ์ิของการปฏบิ ัติราชการ
2) พฤตกิ รรมการปฏิบัติราชการหรือสมรรถนะ
5. การบรหิ ารราชการแบบบูรณาการ (CEO) ซ่งึ มีลักษณะสาํ คญั คือ
1) เป็นระบบบริหารจดั การในแนวราบ (Horizontal Management) ทใ่ี ช้การบรู ณาการการ
ทํางานของทุกภาคส่วนในพ้ืนท่ีในลักษณะ “พื้นที่ – พันธกิจ – การมีส่วนร่วม” (Area – Functional –
Participation: A–F–P) ในทุกขั้นตอนของการทํางาน เพ่ือสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางการพัฒนา
(Partnership) ในระดบั จังหวดั ตลอดจนเพ่ือสร้างการทํางานในลกั ษณะเครือขา่ ย (Networking)
2) เป็นระบบบริหารจัดการที่มีเป้าหมายที่การตอบสนองความต้องการของประชาชน
ผใู้ ช้บรกิ าร (Customer Driven) ด้วยระบบงานที่มุ่งเนน้ ผลสัมฤทธ์ิของงาน (Result – based) ดว้ ยมาตรฐาน
ผลงานขนั้ สูง (High Performance Output)
3) เป็นระบบบริหารจัดการที่อยู่ภายใต้กรอบของบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
และโครงสร้างการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน รวมทั้งหลักการการบริหารกิจการบ้านเมือง
และสังคมที่ดี (Good Governance) แต่ได้รับการสนับสนุนทรัพยากรทางการบริหาร ที่จําเป็นเพ่ือเพิ่ม
ประสิทธภิ าพในการทํางาน
การบริหารงานภาครฐั แนวใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์การพฒั นาระบบราชการไทย (พ.ศ.2556 - พ.ศ.2561)
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย (พ.ศ.2556 - พ.ศ.2561) ได้กําหนดประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี
สอดคลอ้ งกบั การบริหารงานภาครฐั แนวใหม่ โดยกําหนดประเด็นยุทธศาสตร์ 7 ยุทธศาสตร์ ดังน้ี
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1: การสร้างความเป็นเลิศในการให้บริการประชาชน มเี ป้าหมายเพื่อพัฒนา
งานบริการของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐสู่ความเป็นเลศิ เพอ่ื ให้ประชาชนมีความพึงพอใจ ต่อคุณภาพ
การให้บริการ โดยออกแบบการบริการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่
เหมาะสมมาใช้เพ่ือให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้ง่ายและหลากหลายรูปแบบ เน้นการบริการเชิงรุกท่ีมี
15
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอ่ื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พือ่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่งิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
ปฏิสัมพันธ์โดยตรงระหว่างภาครัฐและประชาชน การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จอย่างแท้จริง พัฒนาระบบการ
จดั การ ข้อรอ้ งเรยี นใหม้ ีประสทิ ธิภาพ รวมทัง้ เสริมสร้างวัฒนธรรมการบรกิ ารทีเ่ ป็นเลิศ
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ท่ี 2: การพฒั นาองคก์ ารให้มขี ีดสมรรถนะสงู และทันสมยั บุคลากรมีความเป็น
มืออาชพี มีเป้าหมายเพ่ือพัฒนาส่วนราชการและหนว่ ยงานของรัฐสูอ่ งค์การแห่งความเป็นเลศิ โดยเน้นการจัด
โครงสร้าง องค์การท่ีมีความทันสมัย กะทัดรัด มีรูปแบบเรียบง่าย (Simplicity) มีระบบการทํางานท่ีคล่องตัว
รวดเร็ว ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทํางาน เน้นการคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ (Creativity) พัฒนาขีดสมรรถนะ
ของบุคลาลากรในองค์การ เน้นการทํางานที่มีประสิทธิภาพ สร้างคุณค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐ ประหยัด
คา่ ใช้จา่ ย ในการดาํ เนินงานต่าง ๆ และสร้างความรับผดิ ชอบต่อสังคม อนรุ ักษส์ ่ิงแวดล้อมทย่ี ่ังยืน
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 : การเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐให้เกิดประโยชน์
สูงสดุ มีเป้าหมายเพอ่ื วางระบบการบรหิ ารจัดการสินทรพั ย์ของราชการอยา่ งครบวงจร โดยคํานงึ ถงึ ค่าใชจ้ ่ายท่ี
ผูกมัด/ ผูกพันติดตามมา (Ownership Cost) เพื่อให้เกิดประโยชน์สงู สดุ หรือสรา้ งมลู ค่าเพ่ิม สร้างโอกาส และ
สร้างความม่ันคงตามฐานะเศรษฐกิจของประเทศ ลดความสูญเสียส้ินเปลืองและเปล่าประโยชน์ รวมท้ัง วาง
ระบบและมาตรการที่จะมุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์เพ่อื ให้เกิดผลตอบแทนคุ้มค่า สามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่าย
โดยรวม มีต้นทุนทีต่ ่าํ ลงและลดความต้องการของสนิ ทรัพย์ใหม่ที่ไม่จําเปน็
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 : การวางระบบการบริหารงานราชการแบบบูรณาการ มีเป้าหมายเพื่อ
ส่งเสริมการทํางานร่วมกันภายในระบบราชการด้วยกันเองเพ่ือแก้ปัญหาการแยกส่วนในการปฏิบัติงาน
ระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการวางระบบความสัมพันธ์และประสานความร่วมมือระหว่างราชการบริหาร
ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ในรูปแบบของการประสานความร่วมมือท่ีหลากหลาย ภายใต้
วัตถุประสงค์ เดียวกัน คือ นําศักยภาพเฉพาะของแต่ละหน่วยงานมาสร้างคุณค่าให้กับงานตามเป้าหมายท่ี
กาํ หนด เพอื่ ขับเคลื่อนนโยบาย/ยทุ ธศาสตรข์ องประเทศและการใช้ประโยชนท์ รพั ยากรอยา่ งคมุ้ ค่า
ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 5 : การส่งเสริมระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองแบบร่วมมือกันระหว่าง
ภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาชน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานราชการทบทวนบทบาทและ
ภารกิจของตนให้มีความเหมาะสม โดยให้ ความสําคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน มุ่งเน้นการพัฒนา
รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับ ภาคส่วนอื่น การถ่ายโอนภารกิจบางอย่างที่ภาครัฐไม่จําเป็นต้อง
ดาํ เนนิ งานเองใหภ้ าคส่วนอน่ื รวมทง้ั การสร้างความร่วมมอื หรือความเปน็ ภาคีหนุ้ สว่ น (Partnership) ระหวา่ ง
ภาครัฐและภาคส่วนอ่ืน
16
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่ือประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พื่อนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยง่ิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ติดตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 6 : การยกระดับความโปร่งใสและสร้างความเชื่อม่ันศรัทธาในการบริหาร
ราชการแผ่นดิน มีเป้าหมายเพ่ือส่งเสริมและวางกลไกให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูล
ข่าวสารและสร้าง ความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ รวมท้งั ส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ
ตรวจสอบ การทํางานของทางราชการ ตลอดจนการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์และมาตรการในการต่อต้านการ
ทุจริต คอรร์ ปั ชน่ั ใหบ้ รรลุผลสัมฤทธอิ์ ย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นยทุ ธศาสตรท์ ี่ 7 : การสร้างความพร้อมของระบบราชการไทยเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคม
อาเซียน มีเป้าหมายเพ่ือเตรียมความพร้อมของระบบราชการไทยเพ่ือรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
รวมทั้งประสาน พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกันในการส่งเสริมและยกระดับธรรมาภิบาลในภาครัฐของ
ประเทศสมาชิก อาเซียน อันจะนําไปสู่ความมั่งค่ังทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเมือง และความเจริญ
ผาสกุ ของสังคม ร่วมกนั
ระบบราชการ 4.0 หมายถงึ
ระบบราชการ 4.0 เป็นการดําเนินงานเพ่ือรองรับต่อยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยภาครัฐหรือ
ระบบราชการจะต้องทํางานด้วยการยึดหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพ่ือประโยชน์สุข
ของประชาชน (Better Governance, Happier Citizens) หมายความว่า ระบบราชการจะต้องปรับเปลี่ยน
แนวคิดและวิธีการทํางานใหม่เพ่ือพลิกโฉม (transform) ให้เป็นท่ีเช่ือถือไว้วางใจ และเป็นที่พึ่งของประชาชน
ได้อย่างแท้จริง (Credible and Trusted Government)
เป้าหมายของระบบราชการ 4.0 ประกอบดว้ ย
1 เปดิ กว้างและเชือ่ มโยงกนั (Open & Connected Government)
ตอ้ งเปิดเผยโปรง่ ใสในการทํางาน แบง่ ปนั ข้อมูลซึ่งกันและกนั โดยบคุ คลภายนอกสามารถเขา้ ถึงข้อมูล
ขา่ วสารของทางราชการหรือและสามารถเขา้ มาตรวจสอบการทํางานได้
2 ยึดประชาชนเป็นศนู ย์กลาง (Citizen-Centric Government)
ตอ้ งทํางานเชิงรุก มงุ่ เน้นแก้ไขปญั หาและตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยไม่จําเป็นต้องรอ
การร้องขอความชว่ ยเหลอื (Proactive Public Services)
17
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่อื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอ่ื นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยงิ่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
3. มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & High Performance Government) ต้องทํางานอย่าง
เตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้า มีการวิเคราะห์ความเสี่ยง สร้างนวัตกรรมหรือความคิดริเร่ิมและประยุกต์องค์ความรู้
ในแบบสหสาขาวชิ าเขา้ มาใช้ในการตอบโตก้ ับโลกแหง่ การเปล่ียนแปลงอยา่ งฉบั พลันเพื่อสร้างคณุ ค่า
ระบบการบริหารจดั การการขับเคลื่อน Thailand 4.0 ประกอบดว้ ย
1. Governing Body
• เชือ่ มโยงแผนยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม ยุทธศาสตร์ความมั่นคง
• บรู ณาการเชิงนโยบายและยทุ ธศาสตรร์ ะหวา่ งกระทรวงตา่ งๆ
2. Designing Body
• วาง Roadmap ของการขบั เคล่ือนวาระใน Thailand 4.0
• จัดลําดับความสําคญั ของแต่ละวาระการขบั เคล่ือน
• ต้ังเป้าหมาย และพฒั นาตัวชี้วัดผลสมั ฤทธร์ิ ะดบั ยทุ ธศาสตร์และระดับปฏบิ ตั ิการ
• ออกแบบกระบวนงาน ข้นั ตอนการดาํ เนินการ หนว่ ยงานหลัก หน่วยงานสนับสนุนกําลังคน งบประมาณ
อยา่ งละเอียด
• ส่อื สารและทําความเขา้ ใจกบั สาธารณะ
3. Executing Body
• ประสานงานขบั เคล่ือนผ่านกลไกประชารัฐ
• จดั สรรงบประมาณและกาํ ลงั คนเพอ่ื ขับเคลอื่ น
• ประเมนิ ผลและจัดทมี เฉพาะกิจแกไ้ ขปัญหาข้อติดขัด
กิจการทีค่ วรได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ
- กลมุ่ อาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ
18
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่ือประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอ่ื นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่ิง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
- กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์
- กลมุ่ เคร่อื งมือ ห่นุ ยนต์ อปุ กรณอ์ ัจฉรยิ ะ และระบบเคร่อื งกลทีใ่ ชร้ ะบบอิเลก็ ทรอนิกส์
- กลมุ่ ปญั ญาประดษิ ฐ์ เทคโนโลยสี มองกลฝังตัว
- กลุ่มอตุ สาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการท่ีมมี ูลค่าสงู
3. หลกั การจดั ทาเอกสารราชการและความรเู้ กยี่ วกับการบรหิ ารเอกสารราชการ
หลกั การจดั ทารายงานการประชุม
1 ในการเขียนวาระการประชุมแต่ละครั้งน้ันจะต้องมีข้อมูลของแต่ละเร่ืองให้พร้อม ถ้าข้อมูลไม่พอให้
สอบถามจากเจ้าของเร่ือง แลว้ ดําเนินการตามข้ันตอนดังน้ี คือ ศึกษารายละเอียดของเรื่องนั้น ๆ ท้ังหมด แล้ว
สรุปประเด็นสําคัญ คือ
1.1 ความเป็นมา และระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) กรณีถ้าเป็นเร่ืองสืบเน่ืองมาจาก
การประชุมครั้งก่อน ให้ระบุด้วยว่า สืบเน่ืองมาจากการประชุม ครั้งใด เม่ือวันท่ีเท่าใด กรณีถ้าความเป็นมามี
ความยาวค่อนข้างมากใหแ้ ยกเปน็ ขอ้ ตามลาํ ดบั
1.2 สาระสําคัญ ให้ระบุเหตุผลและความจําเป็น ความต้องการของเจ้าของเร่ือง กรณีถ้าเป็น
การเสนอขอเปิดหลกั สตู รใหแ้ สดงความพร้อมของเจ้าของหลักสตู รดว้ ย
1.3 ระบุว่าได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการท่ีเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง
คณะกรรมการแต่ละคณะมีความเหน็ อย่างไร
1.4 เสนอประเด็นหรือช้ีประเด็นเพื่อให้ท่ีประชุมพิจารณาให้ครบทุกประเด็น ถ้ามีมากกว่า 1
ประเดน็ ให้แยกเปน็ ข้อ ๆ
2. แนบข้อมลู ทีเ่ กย่ี วข้องประกอบการพจิ ารณา เช่น
• รายงานของคณะกรรมการสรรหา
• เอกสารโครงรา่ งหลักสูตร
• เอกสารงบประมาณ เปน็ ตน้
19
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอ่ื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พื่อนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่งิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
ควรจัดเอกสารโดยให้หมายเลขตามลําดับระเบียบวาระการประชุม เพ่ือความสะดวกในการ
พิจารณาเอกสารขณะประชุม
ตัวอยา่ งรูปแบบการเขียนรายงานการประชมุ
รายงานการประชุม..........................................
คร้งั ท่.ี ....../................
เมื่อวันท่ี...................................................
ณ .....................................................
------------------------------
ผมู้ าประชุม
1. นาย.............................................. ตําแหนง่ ................................ ........... ประธาน
2. นาย.............................................. ตําแหนง่ ...........................................
3. นาย.............................................. ตําแหนง่ ...........................................
4. นาย.............................................. ตําแหน่ง...........................................
5. นาย.............................................. ตาํ แหนง่ ...........................................
6. นาย................................... ตาํ แหน่ง........................................... เลขานุการ
7. นาย.................................. ตําแหน่ง........................................... ผูช้ ่วยเลขานุการ
ผูไ้ ม่มาประชมุ
1. นาย..............................................
20
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พือ่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พื่อนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิง่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
2. นาย..............................................
3. นาย..............................................
ผเู้ ข้าร่วมประชุม
1. นาย..............................................
2. นาย..............................................
3. นาย..............................................
เริ่มประชมุ เวลา……………. น.
ประธานกลา่ วเปดิ ประชุม และดําเนินการตามระเบียบวาระการประชุมดงั ตอ่ ไปนี้
วาระท่ี 1. เรอ่ื งทป่ี ระธานแจ้งใหท้ ่ปี ระชุมทราบ
ประธานแจง้ ให้ท่ปี ระชมุ ทราบวา่
.................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................
ทีป่ ระชมุ รับทราบ
วาระท่ี 2. เรอ่ื งรับรองรายงานการประชุม
เลขานุการเสนอรายงานการประชุมครั้งท่ี............../...........เมื่อวันที่.............................................
ใหท้ ปี่ ระชุมรบั รอง
มติ ที่ประชุมรบั รองรายงานการประชุม
21
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พื่อประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่อื นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยงิ่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
-2-
วาระที่ 3. เรอ่ื งสืบเน่ือง(ถา้ ม)ี
3.1.......................................................................................................................... ............................
..............................................................................................................................................................................
..
มติ ที่ประชมุ .............
3.2......................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.. มติ ที่ประชมุ .............
วาระท่ี 4. เรอ่ื งท่ีเสนอให้ทปี่ ระชุมทราบ
4.1.......................................................................................................................... ............................
..............................................................................................................................................................................
...
มติ ทปี่ ระชุมรับทราบ
4.2.................................................................................... ..................................................................
22
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พื่อประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พื่อนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิง่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
..............................................................................................................................................................................
...
มติ ทป่ี ระชุมรบั ทราบ
วาระท่ี 5. เรือ่ งที่เสนอให้ท่ปี ระชุมพิจารณา
5.1.......................................................................................................................... .............................
..............................................................................................................................................................................
...
มติ ท่ปี ระชุมเห็นชอบ
5.2......................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..
มติ ทปี่ ระชุมเห็นชอบ
วาระที่ 6. เรอื่ งอื่น ๆ (ถ้ามี)
6.1.......................................................................................................................... .............................
..............................................................................................................................................................................
...
มติ ทีป่ ระชุม……….
23
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พือ่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พื่อนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่ิง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
6.2......................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..
มติ ทีป่ ระชมุ ……….
เลิกประชมุ เวลา…………………. น.
(...........................................)
ผูจ้ ดรายงานการประชุม
(...........................................)
ผูต้ รวจรายงานการประชุม
การจัดทาหนงั สอื ราชการและการบริหารเอกสารราชการ
หนังสอื ราชการ หมายถึง เอกสารท่ีเป็นหลักฐานในราชการ ซงึ่ เปน็ เรอื่ งเกย่ี วกบั
1. หนงั สอื ทมี่ ไี ปมาระหวา่ งสว่ นราชการ เชน่ กระทรวงมหาดไทยมีหนงั สือถงึ สํานกั งาน ก.พ.
กระทรวงศกึ ษาธิการมหี นังสือถงึ กรมการบินพาณชิ ย์ เปน็ ต้น
2. หนังสอื ท่ีส่วนราชการมไี ปถงึ หนว่ ยงานอ่นื ซึง่ มิใช่สํานกั งานราชการหรอื ไปถึงบคุ คลภายนอก เช่น
กรมชลประทานมีหนังสือถึงนายชูศักดิ์ เจริญชัย กรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีหนังสือถึงร้านสหกรณ์
กรุงเทพ จาํ กดั เปน็ ต้น
3. หนงั สอื ท่หี นว่ ยงานอ่นื ใดซ่ึงมใิ ช่ส่วนราชการหรอื ทบ่ี ุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ เชน่
นายสมชาย ชื่นจิต มีหนังสือถึงกรมวิชาการเกษตร, มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช มีหนังสือถึงกระทรวงหมาดไทย
เปน็ ต้น
24
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พือ่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยง่ิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
4. เอกสารที่ทางราชการจัดทําข้ึนเพื่อเป็นหลักในราชการ เช่น รายงานการประชุม หนังสือรับรอง
ใบเสร็จรบั เงิน เปน็ ต้น
5. เอกสารท่ีทางราชการจัดทําข้ึนตามกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับ เช่น คําสั่ง ระเบียบ
ขอ้ บงั คบั ประกาศ เปน็ ตน้
หนงั สอื ราชการตามระเบียบสาํ นักนายกรฐั มนตรีวา่ ดว้ ยงานสารบรรณ มี 6 ชนิด คือ
1. หนังสือภายนอก ใช้ติดต่อราชการท่ีเป็นแบบพิธีระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึง
หนว่ ยงานอื่นใดซงึ่ มิใช่สว่ นราชการ หรือทมี่ ีถงึ บุคคลภายนอก
2. หนังสือภายใน ใชใ้ นการตดิ ต่อราชการภายในกระทรวงทบวงกรม หรอื จงั หวัดเดยี วกัน
3. หนังสอื ประทบั ตรา ใชใ้ นการตดิ ตอ่ ราชการเฉพาะกรณีท่ไี ม่ใชเ่ รอื่ งสําคัญ
4. หนงั สอื สง่ั การ ได้แก่ คําส่ัง ระเบยี บ และขอ้ บงั คับ
5. หนงั สือประชาสมั พันธ์ ไดแ้ ก่ ประกาศ แถลงการณ์ และขา่ ว
6. หนงั สือที่ทําข้ึนหรอื รบั ไว้เป็นหลักฐานในราชการ ไดแ้ ก่ หนังสอื รับรอง รายงานการประชมุ
บนั ทกึ และหนังสืออ่ืน
ดูรูปแบบในการทํางานจริงได้ที่ https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/sara-
ka-rngan-khxmphiwtexr
ระบบการจัดเกบ็ เอกสารราชการ
การจัดเก็บเอกสารไวใ้ นแฟ้มน้นั เราสามารถจดั เกบ็ ไดโ้ ดยใชร้ ะบบใดระบบหน่ึงก็ได้
สําหรับงานจัดเก็บและรักษาเอกสาร กองกลาง สํานักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้ระบบการจัดเก็บ
เอกสารระบบจาํ แนกตามหัวขอ้ เร่อื ง
25
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พือ่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยงิ่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
ระบบท่ี 1 ซงึ่ สาํ นักงบประมาณได้มาวางระบบการจัดเก็บเอกสารให้เมื่อปี พ.ศ. 2526 การจําแนกเอกสารตาม
หัวข้อเรื่อง คือการท่ีเราจําแนกเอกสารออกเป็นหัวข้อใหญ่ตามหน้าท่ีความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ
โดยทวั่ ไปตามหลกั สากลมกี ารจําแนกหวั ข้อเร่ืองใหญ่ๆ ไว้ 10 หมวดดว้ ยกัน
ดังนี้
หมวด 1 เรอ่ื ง การเงนิ งบประมาณ
หมวด 2 เรือ่ ง คําสง่ั ระเบียบ ประกาศ พระราชบญั ญตั ิ พระราชกฤษฎีกา มตคิ ณะรัฐมนตรี
หมวด 3 เรื่อง โต้ตอบทว่ั ไป ขอความรว่ มมอื
หมวด 4 เรอ่ื ง บรหิ ารทั่วไป
หมวด 5 เรื่อง บรหิ ารบุคคล
หมวด 6 เร่ือง เบด็ เตลด็
หมวด 7 เรอ่ื ง ประชมุ สัมมนา
หมวด 8 เรอ่ื ง ฝึกอบรม บรรยาย ทนุ ดงู านตา่ งประเทศ
หมวด 9 เรอื่ ง วสั ดุ ครุภัณฑ์ ทดี่ นิ และส่ิงก่อสร้าง
หมวด 10 เร่ือง รายงาน และสถิติ
การเก็บหนังสอื ราชการ
แบ่งประเภทการเก็บออกเป็น 3 ประเภท คือ การเก็บระหว่างปฏิบัติ การเก็บไว้เพ่ือใช้ในการตรวจสอบ และ
การเกบ็ เมื่อปฏิบัติเสรจ็ แล้ว
การเกบ็ ระหว่างปฏบิ ัติ คือ การเกบ็ หนังสอื ทย่ี ังปฏบิ ัติไมเ่ สร็จ ให้อยูใ่ นความรับผิดชอบของเจ้าของเร่อื ง
การเก็บไว้เพ่ือใช้ในการตรวจสอบ คือ การเก็บหนังสือท่ีปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จําเป็นจะต้องใช้ในการ
ตรวจสอบเป็นประจํา ไม่สะดวกในการส่งไปเก็บยังหน่วยเก็บของส่วนราชการตามระเบียบสารบรรณ ให้
เจ้าของเรือ่ งเก็บเปน็ เอกเทศ การเกบ็ เมอื่
ปฏบิ ตั ิเสรจ็ แลว้ คือ การเก็บหนังสือทีป่ ฏิบัติเสรจ็ เรียบร้อยแลว้ และไมม่ ีอะไรทจ่ี ะต้องปฏบิ ตั ิต่อไปอกี การเก็บ
หนังสือประเภทนเี้ ป็นการเกบ็ ไว้เพ่ือรอการทําลายและความถี่ในการนํามาใชง้ านมีไม่มากนัก และเพ่ือเปน็ การ
26
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พื่อประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยงิ่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ติดตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
ลดภาระของเจ้าของเร่ืองผู้ปฏิบัติให้มีเวลาทําเร่ืองที่ยังไม่ส้ินกระแสการดําเนินการ และเพ่ือให้มีหน่วยที่ทํา
หน้าท่ีเร่ืองน้ีโดยเฉพาะ ระเบียบงานสารบรรณจึงกําหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เก็บ หรือหน่วยเก็บกลางเพื่อทํา
หนา้ ทีร่ ับผิดชอบงานดา้ นน้ีให้แก่หนว่ ยงานในสังกัด
การรักษาหนังสือ
การรักษาหนังสือ หมายถึง ใหเ้ จ้าหน้าทร่ี ะมดั ระวังรักษาหนังสือใหอ้ ยู่ในสภาพใช้ราชการได้ทุกโอกาส โดย
ใหด้ าํ เนินการตามกรณี ดงั นี้
1. กรณีหนังสือชํารุดเสียหายต้องรีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิม ถ้าชํารุดเสียหายจนไม่สามารถ
ซอ่ มแซมให้คงสภาพเดมิ ได้ ให้ดาํ เนนิ การดังนี้
1.1 หนงั สอื ทั่วไป ให้รายงานให้ผู้บงั คบั บัญชาทราบ และหมายเหตไุ ว้ในทะเบียนเก็บ
1.2 หนังสือท่ีเป็นเอกสารสิทธิตามกฏหมาย หรือหนังสือสําคัญที่เป็นการแสดงสิทธิ ให้ดําเนินการแจ้ง
ความต่อพนกั งนสอบสวน
2. กรณหี นังสือสญู หาย ให้ดําเนินการดังน้ี
2.1 หนงั สือท่ัวไปตอ้ งรายงานให้ผู้บงั คบั บญั ชาทราบ และจดั หาสาํ เนามาทดแทน
2.2 หนังสือท่ีเป็นเอกสารสิทธิตามกฎหมายหนือหนังสือสําคัญท่ีเป็นการแสดงสิทธิให้ดําเนินการแจ้ง
ความต่อพนกั งานสอบสวน
การยมื หนงั สอื ราชการ
การยมื หนังสอื ที่ส่งเกบ็ แล้ว มีหลกั เกณฑใ์ ห้ปฏิบัตดิ งั นี้
1.ผู้ยมื จะตอ้ งแจ้งใหท้ ราบว่า เร่อื งทยี่ มื น้ันจะนาํ ไปใช้ในราชการใด
2.ผยู้ มื จะต้องมอบหลักฐานการยมื ให้เจ้าหนา้ ท่ีเกบ็ แลว้ ลงช่ือรบั เร่ืองที่ยมื ไว้ในบตั รยมื หนงั สือและเจ้าหนา้ ท่ี
รวบรวมหลักฐานการยืม เรียงลําดับ วันที่ เดือน ปี ไว้เพ่ือติดตาม ทวงถาม ส่วนบัตรยืมหนังสือนั้นให้เก็บไว้
แทนหนงั สอื ที่ถกู ยืมไป
27
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พือ่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่ือนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่ิง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
3.การยืมหนังสือระหว่างส่วนราชการ ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกองข้ึนไป
หรอื ผทู้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
4.การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับ
แผนกข้ึนไปหรอื ผูท้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย
5.ห้ามมิให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือ เว้นแต่จะให้ดู หรือคัดลอกหนังสือ ทั้งนี้ จะต้องได้รับอนุญาตจาก
หวั หนา้ ส่วนราชการระดับกองข้นึ ไปหรือผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมายก่อน
การทําลายหนังสอื ราชการ
หนังสอื ราชการที่หมดความจําเป็นในการใช้งาน และเกบ็ ไว้จนครบอายกุ ารเกบ็ ตามทรี่ ะเบียบสารบรรณ
กําหนดแล้ว เพอื่ มใิ หเ้ ปน็ ภาระแกส่ ่วนราชการ จาํ เป็นต้องนําออกไปทาํ ลายเพ่อื ชว่ ยใหส้ ว่ นราชการ
ตา่ งๆ มีสถานทเ่ี กบ็ หนงั สือได้ต่อไป
ขั้นตอนการทาลายหนังสือ
1.ภายใน 60 วัน หลังจากวันส้ินปีปฏิทิน ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือ สํารวจที่ครบกําหนด
อายุการเก็บในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือท่ีเก็บไวเ้ องหรือท่ีฝากเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศิลปากร
แลว้ จดั ทําบัญชีหนงั สือขอทําลายเสนอหัวหน้าสว่ นราชการระดับกรมเพ่ือพจิ ารณาแตง่ ต้งั คณะกรรมการทาํ ลาย
หนังสอื
2.ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม แต่งต้ังคณะกรรมการทําลายหนังสือ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ
และกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการ ต้ังแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
คณะกรรมการทําลายหนังสอื มีหน้าที่ ดังน้ี
2.1 พิจารณาหนังสือท่ีจะขอทําลายตามบัญชีหนังสือขอทําลาย หนังสือท่ีจะทําลายได้ต้องครบอายุการ
เก็บแล้วตามประเภทของหนังสือนน้ั ๆ ถ้าเป็นหนังสือที่มีอายุการเก็บยังไม่ครบกําหนด ต้องเก็บไว้ให้ครบอายุ
เสยี กอ่ น
2.2 กรณที ห่ี นังสือนั้นครบอายุการเก็บแล้ว และคณะกรรมการมีความเห็นว่า หนังสือนน้ั ยงั ไมค่ วรทาํ ลาย
และควรจะขยายเวลาการจัดเก็บไว้ ให้ลงความเห็นว่า จะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเม่ือใด ในช่อง “การ
28
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอื่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่อื นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลย่งิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
พิจารณา” ของบัญชีหนังสือขอทําลาย แล้วให้แก้ไขอายุการเก็บในตรากําหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธาน
กรรมการทาํ ลายหนงั สอื ลงลายมือชอ่ื กํากับการแกไ้ ข
2.3 ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่า หนังสือเร่ืองใดควรทําลาย ให้กรอกเครื่องหมายกากบาท ลง
ในช่อง “การพิจารณา”
2.4 เสนอรายงานผลการพิจารณา พรอ้ มกบั บนั ทึกความเห็นแยง้ ของคณะกรรมการ(ถ้าม)ี ต่อหวั หน้าสว่ น
ราชการระดบั กรม หรือผ้วู า่ ราชการจังหวดั แล้วแตก่ รณีเพ่ือพจิ ารณาสงั่ การ
2.5 ควบคุมการทําลายหนงั สือซงึ่ ผมู้ อี ํานาจอนุมตั ใิ หท้ าํ ลายไดแ้ ลว้
2.6 ทาํ บนั ทึกลงนามร่วมกันรายงานให้ผู้มีอํานาจอนมุ ตั ทิ ราบว่า ได้ทาํ ลายหนงั สือแล้ว
การเขียนหนงั สอื ราชการ
โครงสร้างของหนังสือราชการ มี ๔ สว่ น คอื
ส่วนที่ ๑ หวั หนงั สือ
สว่ นท่ี ๒ เหตทุ ม่ี หี นงั สือไป
สว่ นท่ี ๓ จุดประสงคท์ ีม่ หี นังสอื ไป
ส่วนท่ี ๔ ทา้ ยหนงั สือ
การเขยี นช่ือเรื่อง ตอ้ งเขียนให้บรรลุจดุ มงุ่ หมาย ๒ ประการ
- ใหพ้ อรใู้ จความท่ยี อ่ สนั้ ทส่ี ดุ ของหนังสือ
- ใหส้ ะดวกแกก่ ารเก็บค้นอ้างอิง
การใชค้ าให้ถกู หลักภาษา
กราบทลู ใช้กบั สมเด็จพระสงั ฆราช
29
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่อื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่อื นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิ่ง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
นมัสการ ใช้กับ สมเดจ็ พระราชาคณะ/ พระภิกษุ
กราบเรียน ใช้กับ บุคคล ๑๔ ท่าน ได้แก่ ประธานองคมนตรี, นายกรัฐมนตรี, ประธาน
วฒุ ิสภา, รัฐบุรุษ, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ประธานศาลฎีกา, ประธานรัฐสภา, ประธานศาลปกครองสูงสุด,
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานกรรมการเลือกตั้ง, ประธาน ปปช.,ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน,
ผูต้ รวจการแผน่ ดนิ ของรฐั สภา, ประธานกรรมการสทิ ธิมนุษยชนแห่งชาติ
นอกจากท่ีกล่าวมาแล้ว ยังมีคําข้ึนต้น “ถึง” ซึ่งจะใช้กับหนังสือประทับตรา แล้วตามด้วย ช่ือส่วน
ราชการ เชน่ ถงึ จงั หวัดนนทบุรี
การเขียนสง่ิ ท่ีสง่ มาดว้ ย ส่งิ ทส่ี ง่ มาดว้ ย ใช้กบั หนังสอื ภายนอก เท่านนั้ และตอ้ งระบจุ ํานวนทีช่ ดั เจน
ตัวอย่าง สงิ่ ท่สี ง่ มาด้วย ๑. โครงการสัมมนา จํานวน ๕ ชุด (๑๕ แผน่ )
๒. แบบตอบรบั การเข้ารว่ มสมั มนา จาํ นวน ๑๐ ชุด (๑๐ แผน่ )
สาํ หรับหนงั สอื ภายใน หรือบันทกึ จะใช้ เอกสารแนบ
การเขยี นคาข้นึ ต้นของหนังสือ
1. หากเปน็ เร่อื งท่ีเคยตดิ ต่อกันมากอ่ น หรอื หนงั สือท่ีมีการรบั รู้หรือส่งถึงกนั แล้ว โดยจะต้อง
ดถู ึงเรื่องเดิม ว่าเคยเป็นมาอย่างไร ปกติใหข้ ้ึนต้นด้วยคาํ ว่า “ตาม ...” ตามท่ี .......” ลงท้ายด้วยคําว่า “นั้น”
สําหรบั คําวา่ “อนสุ นธิ” สว่ นใหญ่จะใช้เก่ยี วกับคําสัง่ ซงึ่ ลงท้ายด้วยคาํ วา่ “นั้น” เชน่ กัน
การลงทา้ ย กรณหี นังสือที่มกี ารรบั รู้หรือสง่ ถึงกันแลว้
ความละเอียดแจ้งแลว้ นัน้ ใชก้ บั หนงั สือชนดิ ใดกไ็ ด้
รายละเอียดตามสง่ิ ทีส่ ่งมาด้วย ใชก้ ับหนงั สอื ภายนอก
รายละเอยี ดตามเอกสารแนบ ใชก้ บั บนั ทกึ ข้อความ
30
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่อื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พือ่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยง่ิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
2. หากเป็นเร่ืองที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งไม่เคยมีการติดต่อกันมาก่อน จะต้องเขียนความประสงค์
หรอื ความมุ่งหมาย โดยมเี หตผุ ลอยา่ งชัดเจน ปกติใหข้ นึ้ ต้นด้วยคําว่า “ดว้ ย...” หรอื “ เนอ่ื งจาก ...”
ส่วนจดุ ประสงค์ท่มี ีหนังสือไป ประกอบด้วย
1. ให้แจ้งจุดประสงค์ท่ีมีหนังสือไป เช่น การขอความร่วมมือ การขอความเห็น การขอ
ความชว่ ยเหลอื
2. ถา้ มีจุดประสงค์หลายข้อ ให้เขียนแยกออกเปน็ ขอ้ ๆ ให้ชดั เจน
ปกตจิ ะขน้ึ ตน้ ดว้ ย คําวา่ “จงึ ... และตอ่ ท้ายดว้ ยขอ้ ความท่ีได้ระบุให้ปฏบิ ตั ติ าม หรือ
ร้องขอ ตามข้อความที่ไดร้ ะบไุ วใ้ น ส่วนที่ ๓ ให้ชดั เจน
ตัวอย่างจุดประสงค์
คาํ ขอ จงึ เรยี นมาเพือ่ โปรดพจิ ารณาอนุมตั ิ
จึงเรยี นมาเพอื่ โปรดนําเสนอคณะรัฐมนตรพี ิจารณาตอ่ ไปด้วยจะขอบคุณย่งิ
จงึ เรียนมาเพือ่ โปรดให้ความอนเุ คราะห์/ ให้ความรว่ มมือด้วยจะขอบคุณยิ่ง
คําแจง้ จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบและแจ้งใหส้ หกรณจ์ งั หวัดทราบด้วย
จงึ เรยี นมาเพ่ือทราบ
จึงขอแจง้ ให้ทราบลว่ งหนา้
คาํ ซกั ซ้อม จงึ ขอเรยี นซักซอ้ มความเขา้ ใจมาเพื่อถือเป็นหลักปฏบิ ตั ติ ่อไป
คําชแ้ี จง จงึ เรยี นชีแ้ จงมาเพือ่ ทราบ
คาํ ยนื ยัน จึงเรยี นยนื ยนั มาเพอื่ ทราบ
จึงเรยี นยืนยันข้อตกลงดังกลา่ วมา ณ ท่ีนี้
คําสง่ั จึงเรียนมาเพอื่ ถือเปน็ หลกั ปฏบิ ัติตอ่ ไป
จึงเรียนมาเพือ่ ดําเนินการต่อไป
31
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พ่อื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พอื่ นได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยง่ิ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหนำ่ ย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ๆี เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.
คําเตือน จงึ เรียนเตือนมาเพอ่ื โปรดดาํ เนนิ การเร่ืองน้ใี ห้เสรจ็ โดยด่วนดว้ ย
คาํ หารอื จึงเรยี นหารอื วา่ .........................................
คําขอร้อง จึงเรียนขอความกรุณามาเพ่อื โปรดชว่ ยค่าใชจ้ ่ายในการนี้ตามสมควร
การใชถ้ อ้ ยคาสานวนใหเ้ หมาะสมกับผ้รู บั หนงั สือ
ผู้บริหาร จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ
ขอไดโ้ ปรด………….
ผู้ใต้บงั คบั บญั ชา จึงเรียนมาเพอ่ื ทราบ
ขอให้………………..
การเขยี นคาลงท้าย ขอแสดงความนับถืออย่างย่ิง
ผดู้ าํ รงตําแหน่งสงู พิเศษ 14 ตําแหนง่ ขอแสดงความนบั ถือ
บุคคลทั่วไป ควรมคิ วรแลว้ แตจ่ ะโปรด
สมเด็จพระสังฆราช ขอนมสั การด้วยความเคารพอย่างสงู
สมเดจ็ พระราชาคณะ ขอนมัสการดว้ ยความเคารพ
พระทั่วไป
สานวนความนิยมในถ้อยคา ให้ใช้ภาษาราชการ ไม่ใชภ้ าษาพูด
ตัวอย่าง พรอ้ มน้ีได้แจง้ ไปทางจงั หวัดแลว้ เหมอื นกัน ใชค้ ําว่า
ท้งั น้ไี ด้แจ้งให้จงั หวดั ทราบดว้ ยแลว้
ไม่มขี ้อเทจ็ จริงอะไรเพิม่ เติม ใชค้ ําวา่ ไม่มขี อ้ เท็จจริงอันใดเพม่ิ เติม
32
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอื่ ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่ือนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยิ่ง (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ติดตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแี่ มง ป.
เวลาผา่ นมานานแลว้ ใช้คาํ วา่ เวลาลว่ งเลยมานานแล้ว
ยงั ไมร่ ับแจง้ ผลการพิจารณาเลย ใชค้ าํ วา่ ยังไม่รับแจ้งผลการพจิ ารณา
ไมร่ ้มู ากอ่ นวา่ ต้องการขอ้ มูล ใชค้ าํ วา่ ไม่ทราบว่าประสงค์จะขอรบั ขอ้ มลู
การเช่ือมคาหรอื ประโยคไม่นยิ มใช้คาเชอ่ื มซา้
และ กับ รวมท้ัง ตลอดจน
การจัดระเบียบพนักงาน รวมทั้งและการกําหนดตําแหน่งและอัตราเงินเดือนพนักงาน
เทศบาล ใหต้ ราเปน็ พระราชกฤษฎกี า
จะถือว่าผู้ใดกระทําผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ได้ ก็ต่อเม่ือผู้น้ันมีหน้าที่ราชการ และได้
กระทําการหรือละเว้นกระทําการตามหน้าที่น้ันโดยมชิ อบ กับและจะต้องมีเจตนาท่ีจะให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับ
ประโยชน์อันมชิ อบ
ที่ ซึ่ง อนั
คนที่เป็นพลเมืองของประเทศใด ซึ่งท่ีทําการอันท่ีเป็นการบ่อนทําลายความมั่นคงของ
ประเทศนน้ั ควรไดร้ ับการประณามว่าเป็นผทู้ รยศต่อประเทศชาติ
จกั จะ
จกั เป็น คาํ ชว่ ยกรยิ า บอกกาลภายหน้า แสดงเจตจํานง เช่น จักกนิ จกั นอน
จะ เปน็ คาํ ชว่ ยกรยิ า บอกอนาคต เช่น จะไป จะนอน จะขอบคุณมาก
33
คำเตอื น : ทำแจกฟรเี พอ่ื ประโยชนท์ ำงกำรศกึ ษำ สง่ ตอ่ ได้ แชรไ์ ด้ ใหเ้ พ่ือนได้ จะถือวำ่ เป็นกศุ ลยงิ่ (แตห่ ำ้ มเอำไปจำหน่ำย)
ตดิ ตำมควำมรูด้ ีๆ เพ่ือเพ่ือนนกั รบ 2B ไดท้ ่ี fb fanpage พแ่ี มง ป.