หนงั สอื : นกในมหาวิทยาลัยแมโจ
ผเู ขยี น : ผชู ว ยศาสตราจารย ดร. ประภากร ธาราฉาย
ผถู า ยภาพ : ผูชว ยศาสตราจารย ดร. ประภากร ธาราฉาย
ออกแบบรูปเลม : ผูชวยศาสตราจารย ดร.ประภากร ธาราฉาย
ออกแบบปก : นาย อภิชาติ เตภักดี
พมิ พค รั้งที่ : ๑ (พศ. ๒๕๕๕)
ISBN : ๙๗๘-๙๗๔-๘๔๔๕-๕๑-๑
พมิ พท ่ี : สาํ นกั พิมพมหาวิทยาลยั แมโ จ
อาคารเทพศาสตรส ถติ ย มหาวิทยาลัยแมโจ อ.สันทราย จ.เชยี งใหม
ท่ปี รึกษา : อธกิ ารบดี
รองอธิการบดี
ผูช วยศาสตราจารย ดร.จาํ เนียร ยศราช รองอธิการบดี
รองศาสตราจารย เพ็ญรตั น หงษว ิทยากร โผคูชรว ยงอกธาิกราอรนบุรดักี แษละพเัลนขธาุกนรกุ รารมพืช
ผชู ว ยศาสตราจารย พาวิน มะโนชัย อั น เ นื อ่ ง ม า จ า ก พ ร ะ ร า ช ดํ า ริ ฯ
อาจารย ดร.ทิพยส ุดา ตัง้ ตระกูล มหาวิทยาลยั แมโจ
ขอ มลู ทางบรรณานุกรม
ประภากร ธาราฉาย
นกในมหาวิทยาลยั แมโ จ.-เชยี งใหม : มหาวทิ ยาลัยแมโ จ, ๒๕๕๕.
๑๑๔ หนา : ภาพประกอบ
ISBN : ๙๗๘-๙๗๔-๘๔๔๕-๑๕-๑
คำ�นยิ ม
ตมาหมาวททิ ีโ่ ยคารลงยักแามรโ่ อจ้นดุราำ เักนษนิ ์พกจิันกธรุกรรมรโคมรพงกืชาอรันอเนนรุ ือ่กั งษมพ์ านั จธากุ กรพรมรพะชรื อานัชดเนำาอ่ื รงิสมมาจเดาก็จ
พระรเทาชพดราำ ัตรนิ สรมาเดชจ็สพุดราะฯเ ทสพยราตั มนบรารชมสรดุ าาชฯกสุมยาารมี บซรึ่งมมรหาชากวิมุทายราี มลาัยตแง้ั มแ่โตจป่ ้ไีดพ้ร.ศ่ว.ม๒ส๕น๓อ๗ง
พมกีราะรรศากึชดษำาาริใวนจิ กยั ิจเพกอ่ื รกรามรตอา่ นงร ุ ๆกั ษมแ์าลตะง้ั แกตารป่ ใี ชพป้ .รศะ. โ๒ย๕ชน๓จ์ ๗า กโดทยรพักายราสกำารรธวรจรแมลชะาตเกอิ บ็ ยรา่ วงยบง่ัรยวนื ม
ข อคพผมมทงอณชู้าัหนี่ไคดโ่วงาธด์คะย้รมวุกยวศทับิทหรตาาำจายมรลสาาใงรามอวนตกาู้ตลิดพรทวงนา่ัยาโืาชยงรจกโแนท กาคาอ่มๆีวม่ารลร ใ่โสิจยีหตคัจยงทัย์่อ้เว้ทกจกด่พีนยาีึ่ปิดางรมอรั้นไรรอ.ะดหปดางอบเลร้คกจปไานะดา์คัฏด็นทุภกร้แวใสฐพาันาหกกามกิมม่หลนษเรรดพนาข์คพตู้ จ็ย้อธ์วังห่าัพนมาทสางนรรมูลธาือัาะงๆุงงรกฉเาสชู้ดจรานทีื“วอา้้ายรนเ่ีวภอนป มิจกยาไน็ค“ัยดพพใ่หู วปนทน้นวัืใชารี่เมนาำฯกปมอะเ หพอทน็หใโันยานืาร้นปลวเชผงรทานมนิทมละกี่มือ่หม์พียงโหหยาาางราลนกชาละมวนามววชัยิาทยจิิาทม์นแจยยัขยามยมาอมกาาา่โกหามงยจลลจชนพาคุ้”ัยัดัยนยึง่รร พใ บิแดน ะเไิม ลนดม๘อรพ่้มกก่งโ๔าค์เ่นจอใ ชผนพค์้ใ”ี้ ดยหพวร แำาาโร้เื้นดพกขมรษท้ึยินิรรดฯาีู่่้
ซให่ึง ้คผนู้ชท่วั ยไปศไาดส้รับตรใู้านจราปู รแยบ์ บดทร่สี .วปยรงะาภมาอกา่รนแธลา้วรเาขา้ฉใาจยได ง้ เา่ปย็นผซู้ร่งึ จวะบมรีสวว่ มนฐชาว่ นยขอ้อยม่าูลงมแลากะ
จในดั กราปู รแกบรบะใตหุ้นผเอู้ ตา่ ือนนเขใหา้ ใผ้ จูอ้ ไดา่ ง้นา่ ไยด ้รโด้จู ยกั มชนวี ตัดิ ถนปุ กรทะีอ่ สยง่รูคาส์ ยาำ รคอญั บ ตควัอื แกลาระกมรอะงตเห้นุ น็ ใหคทุ้ณกุ คค่านขไอดงเ้ นหกน็
คเหณุ ลคา่ นา่ ขน้ั อจงน “นนาำ กไป” สเหกู่ ลารา่ ปนลน้ั กู รจวติ มสถาำ งึ นสกึ ภใานพกธารอรนมรชุ กัาตษริ ท์ อรบพั ตยวั า กซรง่ึ ธมรคี รวมาชมาสตมัิ โพดยนั เธฉเ์พกาย่ี ะวอขยอ้ า่ งงกยนั ง่ิ
เ“ปน็นกร”ะไบดใ้บนนทิเ่สีวดุศวิทยาของสิง่ มีชีวิตที่ต้องอาศัยเกือ้ กูลกันในการดำารงอยู่ อันจะเป็น
การสรา้ งคนวบั าเมปเน็ขโา้ อใจกทาส่กี ดอ่ ทีใหม่ี เ้ หกาดิ วจทิ ติ ยสาาำ ลนยั กึ แใมนโ่ กจไ้าดรจ้ อดั นพรุ มิ กั พษห์ ท์ นรงัพั สยอื านกรกธในรมรมหชาวาตทิ ไิยดาอ้ ลยยั า่แงมยโ่ จ่งั ยข้ น้ึนื
ทใตเกมกนพอ่รหาากอื่พัครราารวปมยปร่วาางลลสมมกคูกูกนหเรลจดฉจไลอิตทล้วิตางพสยมิยสกพำาอฉ.พหำาศรนยลนรล.ะึกา่อะาึกรงดง๒ปยยาอพ้าท๕ง่รัชนนรยีดช๕ากุะรนืงาำ๔าชชาักเสรพนรวี ษิาฯอนภ่อืมม ์ทใานอาาเหพรพยกุรรเ้ ัพปุทักจืถอ่ น็าอ้ษยแอ๘กแงลา์ขน๔นบถกอะุริ่นบีแ้ รงพักลพออโธรษคว้ยยรระร์พา่ร่ารบงงงัษนมมกตายหาธชาอ่ร่งั ุากราไมยปวตอรพีนืททิ ิรนรีส่ทมยมุระบืแรหาพักบลไงลาปษืาชเวะยั ปทแ์พทิสย็นสลยันงัิ่งมะผาใแธชลเเู้ววุกดผ้หยัาดร็จยนแงรลพแรมงั ม้สอพารโ่ จพกือะมรข้ เืชฐเ่ภใอจลหอาามา้ม่ น้ันเอยงุ่กนกเเยใิปดน้ใีตาู่หนน็ปื่อร้กวักสรงอิจฯจิวม่ะนกกนาโุรรยรจใหนักรรชานปมมษนกง่ึ ี ์์
พระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ตอ่ ไป
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำาเนยี ร ยศราช)
อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้
ผชู้ ่ว ย ศมาิถสุนตารยานจา ๒รย๕์๕ด๕ร.จำาเนยี ร ยศราช
อธกิ ารบดมี หาวิทยาลัยแมโ่ จ้
Birds in Maejo University (1)
นกแซงแซวหางบว่ งใหญ่
(2) นกในมหาวิทยาลัยแมโ่ จ้
ค�ำ น�ำ
หนังสือเลม่ นนี้ �ำเสนอข้อมูลนกทอี่ ยู่ใกล้ตวั เรามากที่สดุ คอื มหาวิทยาลัยแม่-
โจ้ ซงึ่ ผเู้ ขยี นไดน้ �ำข้อมลู บางส่วนจากการส�ำรวจชนดิ นกในพนื้ ที่มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้มา
จัดท�ำเป็นหนงั สอื “นกในมหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ”้ เพ่อื ใชเ้ ป็นคูม่ อื สำ� หรบั การศกึ ษา การ
ฝึกดนู กส�ำหรบั นกั ศึกษา บคุ ลากรในมหาวทิ ยาลยั และใชใ้ นกจิ กรรมการปลกู จติ สำ� นกึ
ด้านการอนรุ ักษ์ของโครงการอนุรักษ์พนั ธกุ รรมพืชอันเนือ่ งมาจากพระราชด�ำริ ฯ
หนังสอื “นกในมหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้” เล่มนี้เปน็ ผลสำ� เรจ็ จากโครงการสำ� รวจ
ชนดิ นกในพื้นท่ีมหาวทิ ยาลัยแม่โจ้ โดยการสนบั สนุนงบประมาณการสำ� รวจจากคณะ
ผลิตกรรมการเกษตร และโครงการอนรุ กั ษพ์ ันธกุ รรมพชื อนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำ-
ริฯ ซงึ่ ผเู้ ขียนต้องขอขอบพระคณุ มา ณ โอกาสนี้ พรอ้ มกนั นีผ้ ู้เขยี นขอขอบพระคุณ
คณุ สมัคร ขอดแก้ว คณุ วชิ า นรังศรี คุณอภิสิทธ์ิ วไิ ลจติ ต์ คุณวรพจน์ บญุ ความดี และ
คณุ อายุวตั เจยี รวฒั นกนก ท่เี อือ้ เฟ้ือภาพถา่ ยนกอนั มคี า่ ให้ผูเ้ ขียนนำ� มาจดั ทำ� หนงั สือ
จนท�ำให้หนงั สอื เล่มนสี้ มบรู ณ์ยิง่ ข้ึน
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาและ
ชักน�ำใหผ้ อู้ ่านเกิดความสนใจ เกดิ ความรักและหวงแหนบรรดานกท้ังหลายท่อี ยูร่ าย
รอบตัวเราและช่วยกันอนุรักษ์ให้นกเหล่าน้ันได้มีชีวิตท่ีดีและสามารถด�ำรงอยู่ใน
ธรรมชาตเิ พ่อื แต่งเติมสีสนั และสรา้ งความสมดลุ ใหก้ ับธรรมชาติอย่างยงั่ ยืนต่อไป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภากร ธาราฉาย
Birds in Maejo University (3)
นกจบั แมลงคอแดง
(4) นกในมหาวทิ ยาลยั แม่โจ้ (ตัวผู้ ชุดขนผสมพันธ์)ุ
สารบญั หน้า
๑
เรอื่ ง/ชนดิ นก ๒
นกกับมนษุ ย์ ๕
- นกชว่ ยให้เกิดความสมดลุ ของระบบนิเวศ ๗
๗
- นกทีม่ คี วามขดั แย้งกับมนุษย์
การดูนก ๘
๑๐
- อุปกรณ์ท่ีจำ� เปน็ ส�ำหรับการดนู ก ๑๑
๑๗
- ขอ้ ควรปฏิบัตใิ นการดูนก
- สถานภาพของนกตามฤดูกาล ๑๙
๒๐
การดูนกในมหาวิทยาลยั แมโ่ จ้ ๒๑
แผนผงั แสดงสถานภาพ ๒๒
รายละเอียดนกในมหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ ๒๓
๒๔
- นกกระทาทุ่ง (Chinese Francolin) ๒๕
- เป็ดแดง (Lesser Whistling-Duck) ๒๖
- นกคุ่มอกลาย (Barred Buttonquail) ๒๗
- นกคอพนั (Eurasian Wryneck) ๒๘
- นกหวั ขวานด่างแคระ (Grey-capped Woodpecker) ๒๙
- นกตที อง (Coppersmith Barbet) ๓๐
- นกกะรางหวั ขวาน (Common Hoopoe) ๓๑
- นกตะขาบทงุ่ (Indian Roller) ๓๒
- นกกะเตน็ น้อยธรรมดา (Common Kingfisher) ๓๓
- นกกะเตน็ อกขาว (White-throated Kingfisher)
- นกกะเต็นหวั ด�ำ (Black-capped Kingfisher) (5)
- นกจาบคาเล็ก (Green Bee-eater)
- นกจาบหวั เขยี ว (Blue-tailed Bee-eater)
- นกอวี าบต๊ักแตน (Plaintive Cuckoo)
- นกกาเหวา่ (Asian Koel)
Birds in Maejo University
- นกบ้ังรอกใหญ่ (Green-billed Malkoha) ๓๔
- นกกะปดู ใหญ่ (Greater Coucal) ๓๕
- นกกะปดู เล็ก (Lesser Coucal) ๓๖
- นกแอน่ ตาล (Asian Palm Swift) ๓๗
- นกแอ่นบ้าน (House Swift) ๓๘
- นกแอน่ ฟ้าหงอน (Crested Treeswift) ๓๙
- นกเค้าโมง, นกเคา้ แมว (Asian Barred Owlet) ๔๐
- นกพริ าบปา่ (Rock Pigeon) ๔๑
- นกเขาใหญ่ (Spotted Dove) ๔๒
- นกเขาไฟ (Red Collared Dove) ๔๓
- นกเขาชวา (Peaceful Dove) ๔๔
- นกกวกั (White-breasted Waterhen) ๔๕
- นกปากซ่อมหางพัด (Common Snipe) ๔๖
- นกชายเลนเขยี ว (Green Sandpiper) ๔๗
- นกชายเลนน้�ำจดื (Wood Sandpiper) ๔๘
- นกหัวโตเล็กขาเหลอื ง (Little Ringed Plover) ๔๙
- นกกระแตแตแ้ วด้ (Red-wattled Lapwing) ๕๐
- เหยย่ี วขาว (Black-shouldered Kite) ๕๑
- เหยี่ยวผึง้ (Oriental Honey-Buzzard) ๕๒
- เหย่ยี วทะเลทราย (Common Buzzard) ๕๓
- เหยี่ยวปีกแดง (Rufous-winged Buzzard) ๕๔
- เหยี่ยวเคสเตรล (Common Kestrel) ๕๕
- นกเปด็ ผเี ล็ก (Little Grebe) ๕๖
- นกยางเปีย (Little Egret) ๕๗
- นกยางควาย (Cattle Egret) ๕๘
- นกยางกรอกพนั ธจุ์ นี (Chinese Pond Heron) ๕๙
- นกยางไฟธรรมดา (Cinnamon Bittern) ๖๐
- นกอเี สอื สนี �้ำตาล (Brown Shrike) ๖๑
(6) นกในมหาวิทยาลัยแม่โจ้
- นกอเี สอื หลงั แดง (Burmese Shrike) ๖๒
- นกอีเสือหัวด�ำ (Long-tailed Shrike) ๖๓
- อีกา (Large billed Crow) ๖๔
- นกแอน่ พง (Ashy Woodswallow) ๖๕
- นกแซงแซวหางปลา (Black Drongo) ๖๖
- นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ (Greater Racket-tailed Drongo) ๖๗
- นกจบั แมลงจุกดำ� (Black-naped Monarch) ๖๘
- นกขมน้ิ นอ้ ยธรรมดา (Common Iora) ๖๙
- นกกระเบ้อื งผา (Blue Rock-Thrush) ๗๐
- นกจับแมลงคอแดง (Red-throated Flycatcher) ๗๑
- นกจบั แมลงอกส้มท้องขาว (Tickell’s Blue-Flycatcher) ๗๒
- นกจบั แมลงหวั เทา (Grey-headed Flycatcher) ๗๓
- นกคอทบั ทิม (Siberian Rubythroat) ๗๔
- นกกางเขนบา้ น (Oriental Magpie Robin) ๗๕
- นกกางเขนดง (White-rumped Shama) ๗๖
- นกเขนสดี �ำ (Black Redstart) ๗๗
- นกยอดหญ้าหวั ด�ำ (Siberian Stonechat) ๗๘
- นกยอดหญ้าสดี �ำ, นกขีห้ มา (Pied Bushchat) ๗๙
- นกก้ิงโครงแกลบหัวเทา (Chestnut-tailed Starling) ๘๐
- นกเอี้ยงดา่ ง (Asian Pied Starling) ๘๑
- นกกง้ิ โครงคอดำ� (Black-collared Starling) ๘๒
- นกเอี้ยงสาริกา (Common Myna) ๘๓
- นกเอ้ยี งหงอน (White-vented Myna) ๘๔
- นกนางแอ่นบา้ น (Barn Swallow) ๘๕
- นกนางแอน่ หางลวด (Wire-tailed Swallow) ๘๖
- นกนางแอน่ ตะโพกแดง (Red-rumped Swallow) ๘๗
- นกนางแอ่นลาย (Striated Swallow) ๘๘
- นกปรอดหัวโขน (Red-whiskered Bulbul) ๘๙
Birds in Maejo University (7)
- นกปรอดหัวสเี ขม่า (Sooty-headed Bulbul) ๙๐
- นกปรอดสวน (Streak-eared Bulbul) ๙๑
- นกกระจบิ หญา้ อกเทา (Grey-breasted Prinia) ๙๒
- นกกระจบิ หญา้ สเี รยี บ (Plain Prinia) ๙๓
- นกยอดข้าวหางแพนลาย (Zitting Cisticola) ๙๔
- นกยอดขา้ วหางแพนหัวแดง (Bright-capped Cisticola) ๙๕
- นกพงปากหนา (Thick-billed Reed Warbler) ๙๖
- นกกระจบิ ธรรมดา (Common Tailorbird) ๙๗
- นกกระจด๊ิ สีคล้�ำ (Dusky Warbler) ๙๘
- นกกระจดิ๊ ธรรมดา (Yellow-browed Warbler) ๙๙
- นกกนิ แมลงตาเหลอื ง (Yellow-eyed Babbler) ๑๐๐
- นกจาบฝนปกี แดง (Indochinese Bushlark) ๑๐๑
- นกสชี มพูสวน (Scarlet-backed Flowerpecker) ๑๐๒
- นกกนิ ปลีอกเหลอื ง (Olive-backed Sunbird) ๑๐๓
- นกกินปลดี ำ� ม่วง (Purple Sunbird) ๑๐๔
- นกอ้มุ บาตร (White Wagtail) ๑๐๕
- นกเดา้ ลมหลงั เทา (Grey Wagtail) ๑๐๖
- นกเด้าดนิ ทุ่งเล็ก (Paddyfield Pipit) ๑๐๗
- นกเด้าดนิ สวน (Olive-bakced Pipit) ๑๐๘
- นกกระจอกใหญ่ (House Sparrow) ๑๐๙
- นกกระจอกตาล (Plain-backed Sparrow) ๑๑๐
- นกกระจอกบ้าน (Eurasian Tree Sparrow) ๑๑๑
- นกกระจาบธรรมดา (Baya Weaver) ๑๑๒
-นกกระติ๊ดตะโพกขาว (White-rumped Munia) ๑๑๓
- นกกระตด๊ิ ขหี้ มู (Scaly-breasted Munia) ๑๑๔
- เอกสารอ้างอิง (๑๑๗)
- ดัชนีชอ่ื ไทย (๑๑๘)
- ดัชนีช่ือองั กฤษ (๑๒๐)
- ดชั นีช่ือวิทยาศาสตร์ (๑๒๒)
(8) นกในมหาวทิ ยาลยั แม่โจ้
นกกินปลอี กเหลือง
Birds in Maejo University (ตัวผู้ ชุดขนนอกฤดูผสม(9พ)ันธ์)ุ
นกขมน้ิ น้อยธรรมดา นกในมหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้
(10)
นกกับมนษุ ย์
นกเปน็ สัตว์เลอื ดอ่นุ จดั อยใู่ นไฟลัม (Phylum) : สัตวม์ ีกระดูกสันหลงั (Chordata) ชั้น
(Class) : สัตวป์ ีก (Aves) ซ่งึ มลี กั ษณะเฉพาะ ไดแ้ ก่ ไม่มฟี ันแต่มีจะงอยปาก (Beak)
ท่ีแขง็ แรงท�ำ หน้าทีจ่ กิ และฉีกอาหารเข้าปาก ไมม่ ตี ่อมเหง่ือ ขนปกคลมุ ล�ำ ตัวมลี กั ษณะ
เปน็ แผงขน (Feathers) และมสี ีสันแตกตา่ งกันมากมาย มปี กี ทเี่ หมาะสมสำ�หรบั
การบนิ ไปมาในอากาศ หนา้ แข้งมเี กลด็ ปกคลมุ มนี วิ้ เท้าทเี่ หมาะสมส�ำ หรบั การเดนิ
และการเกาะก่ิงไม้ แตอ่ ย่างไรกต็ าม ยังมนี กบางชนดิ ไม่สามารถบนิ ได้ แต่ไดพ้ ัฒนา
ความสามารถอน่ื ข้ึนมาทดแทนท่ี เชน่ นกเพนกวน้ิ มขี นส้ันละเอยี ดขึ้นปกคลมุ จนท่ัว
ร่างกาย มปี กี และเท้าคล้ายใบพายเพือ่ ใหเ้ หมาะสมส�ำ หรบั การดำ�น�ำ้ จบั ปลาเปน็ อาหาร
นกกระจอกเทศมีลำ�ตัวใหญ่ ขายาว คอยาว ตาโตเพื่อชว่ ยให้สามารถมองเห็นศตั รไู ด้
ในระยะทางไกล ๆ มีขนข้ึนปกคลมุ ลำ�ตวั อยา่ งหลวม ๆ น้ิวเทา้ ไดล้ ดจ�ำ นวนลงจนเหลือ
เพียง ๒ นวิ้ ทำ�ใหส้ ามารถวง่ิ และเล้ยี วไดอ้ ย่างรวดเรว็ กลางทะเลทราย เป็นต้น นก
แต่ละชนิดได้ผ่านกระบวนการคัดสรรตามธรรมชาติและมีการพัฒนารูปร่างลักษณะ
เชน่ จะงอยปาก ปกี ขาและเทา้ ให้มีรูปรา่ งและลักษณะแตกตา่ งกันเพ่อื ใหเ้ หมาะสม
กับการด�ำ รงชวี ติ ในสภาพแวดล้อมทีแ่ ตกตา่ งกันตามสถานทีต่ ่าง ๆ ทว่ั โลก นกทพ่ี บ
ทว่ั โลกที่มกี ารจัดหมวดหมตู่ ามลักษณะทางอนุกรมวธิ านแลว้ มจี ำ�นวนทัง้ สิน้ ๙,๗๒๖
ชนดิ แบ่งเปน็ ๒๒ อันดับ ๑๔๒ วงศ์
เหยีย่ วผ้งึ
นกยางไฟธรรมดา นกกระจอกเทศ
Birds in Maejo University 1
มนุษยม์ ีความผกู พนั และใกลช้ ดิ กบั นกมานานแล้ว จนกระทั่งนกกลายเป็นส่วน
หน่งึ ในชีวิตประจาำ วันของมนุษย์ ในความผกู พนั นีม้ นุษยไ์ ดป้ ระโยชนโ์ ดยตรงจากนก
ไมว่ า่ จะเป็นการนำานกมาเป็นอาหาร นำามาเล้ยี งเปน็ สัตว์เล้ียง หรอื แมก้ ระทั่งนาำ มา
ปรบั ปรงุ พนั ธ์ุเพอื่ ให้ไดล้ ักษณะตามทีต่ อ้ งการจนกลายเปน็ สตั ว์เศรษฐกิจทกุ วนั นี้ เช่น
ไกไ่ ข่ ไกเ่ นื้อ นกกระทา เป็นต้น นอกจากนี้ มนษุ ย์ยังไดร้ บั ประโยชน์จากนกอีกมาก
ทง้ั ทรี่ ้ตู ัวและไม่รู้ตัว ทง้ั นเ้ี พราะนกเปน็ ส่วนหนึง่ ของระบบนิเวศธรรมชาติทชี่ ว่ ยให้
ธรรมชาตเิ กดิ ความสมดุล
นกชวยใหเ กดิ ความสมดุลของระบบนเิ วศ
นกแต่ละชนิดจะมีการปรับตัวเพ่ือให้สามารถดำารงชีวิตอยู่ได้ภายใต้สภาพ
ธรรมชาติอนั หลากหลายตา่ งกัน ไม่วา่ จะเป็นในทะเลทรายอันแห้งแล้ง ทอ้ งทะเล บน
ภเู ขาสูง ไปจนถึงปาดิบทช่ี ุ่มชืน้ หรือแม้กระท่งั ตามแหล่งชุมชนก็ยังมนี กอาศยั อยู่ นกจงึ
เป็นทรัพยากรชวี ภาพอย่างหนึ่งทม่ี ีความสำาคญั ต่อธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ช่วยให้
ระบบนิเวศดาำ รงอยไู่ ดอ้ ย่างสมดุล คุณค่าของนกตอ่ ระบบนิเวศพอสรุปได้ดังน้ี
๑. ชวยผสมเกสร นกทกี่ ินนำา้ หวานดอกไม้ เช่น นกกินปลี นกปลกี ลว้ ย
นกเขยี วก้านตอง มีส่วนช่วยในการผสมเกสรให้แก่ดอกไม้ จะงอยปากของนกเหล่านี้มี
รปู ทรงยาวเรียว เมือ่ นกสอดจะงอยปากเข้าไปดดู น้าำ หวานภายในดอกไม้ ละอองเกสร
ตวั ผู้จะติดไปกบั จะงอยปากนก เม่อื นกไปกินนา้ำ หวานจากดอกไม้ดอกอ่ืน ละอองเกสร
นกตที อง นกกนิ ปลีอกเหลอื ง
๒ นกในมหาวิทยาลัยแมโ่ จ้
ที่ติดมากบั จะงอยปากนกนั้นก็จะผสมกบั ละอองเกสรตัวเมียของดอกไม้ดอกน้ัน ดว้ ย
เหตุนจ้ี งึ นับได้ว่า นกเปน็ ตวั กลางช่วยให้ดอกไม้ได้รับการผสมพันธุ์
๒. ชวยแพรกระจายพันธ์พุ ืช นกท่ีกินผลไมเ้ ปน็ อาหาร เช่น นกเงือก นก
โพระดก นกปรอด นกพวกนีจ้ ะกินผลไม้เขา้ ไปท้ังเมล็ด ดังนนั้ เม่อื นกถ่ายมลู ออกมา
กจ็ ะมีเมล็ดติดออกมาดว้ ย เมอ่ื เมล็ดตกลงสู่พื้นดนิ ก็จะงอกเปน็ ตน้ ใหม่ เน่ืองจากนกมี
ปีกสามารถเดินทางไปตามสถานท่ีตา่ ง ๆ ได้ไกลและสามารถไปไดห้ ลายพ้ืนท่ใี นระยะ
เวลาอันสน้ั ดังนนั้ นกจงึ เป็นตัวช่วยในการแพร่กระจายพนั ธ์ุพืชให้ไปงอกงามตาม
สถานทตี่ ่างๆ ได้ในระยะเวลาอนั รวดเรว็
๓. ชว ยกาํ จัดศัตรพู ืช นกท่ีกินแมลงและล่าสัตวอ์ น่ื เป็นอาหาร เช่น
นกกระจิบ นกจบั แมลง นกหวั ขวาน เหยย่ี ว นกเค้า และนกปากห่าง มสี ว่ นสาำ คญั ในการ
ควบคุมสมดุลของระบบนเิ วศ โดยเฉพาะอย่างยิง่ แมลงและหนู ซง่ึ ถา้ หากมจี ำานวนมาก
เกินไปก็จะกัดกินและทำาลายพืชพันธุ์จนเกิดเสียหายและอาจจะส่งผลให้ธรรมชาติขาด
ความสมดลุ นกเหล่านจี้ งึ มสี ่วนช่วยในการควบคุมประชากรของแมลงและหนไู มใ่ ห้มี
มากจนเกินไปจึงช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงในการกำาจัดศัตรูพืช
ทำาให้เกษตรกรประหยัดรายจ่ายได้อย่างมากและไม่ทำาให้สภาพแวดล้อมเส่ือมโทรมลง
ด้วย เชน่ นกปากหา่ งกินหอยเชอรแี ละปใู นแปลงนาของเกษตรกร นกแอน่ บ้านจะบิน
จบั แมลงบนท้องฟา นกกระจบิ และนกหัวขวานช่วยกำาจัดหนอนและแมลงที่กัดกินตาม
ต้นไม้ เหย่ียว และนกเคา้ ช่วยกาำ จัดหนูท่มี ากดั กินต้นขา้ ว หรือแม้กระทง่ั งูพษิ ทอ่ี าจจะ
มาทำาอันตรายแกผ่ ู้คนได้ เป็นต้น
นกแอน่ บ้าน นกขมิ้นน้อยธรรมดา
Birds in Maejo University ๓
เน่ืองจากนกมีความสามารถในการปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมท่ีหลากหลาย
ตา่ งกนั ออกไป เราจึงสามารถใชน้ กเปน็ ดชั นีบ่งชี้ถึงลกั ษณะและคุณภาพของสภาพ
แวดล้อมทางชีวภาพ (Bioindicator) ของพืน้ ทแ่ี ต่ละแห่งไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ขณะเดียวกัน
สภาพแวดลอ้ มก็สามารถบอกถึงชนดิ นกทจ่ี ะพบไดเ้ ช่นกัน เชน่ นกกระจอกบ้าน และ
นกเอ้ียงสารกิ า เป็นนกทีส่ ามารถปรบั ตัวเขา้ กับแหลง่ ชมุ ชนไดด้ ีและมคี วามทนทาน
ต่อสภาพแวดล้อมมากจึงแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีในเขตชุมชนเมืองท่ีมีขยะสกปรกและ
เสอื่ มโทรม ส่วนนกบางชนดิ ทีม่ ีความตอ้ งการระบบนิเวศที่จาำ เพาะและปรับตวั ใหเ้ ข้า
กบั สภาพแวดล้อมท่เี ปลย่ี นแปลงไปไดย้ าก เชน่ นกเงือก ดงั นั้น เราจึงสามารถใชน้ ก
เงอื กเป็นดชั นีช้วี ัดความอดุ มสมบรู ณข์ องผนื ปา เพราะนกเงอื กเป็นนกขนาดใหญจึง
ตอ้ งกินอาหารในปริมาณมากและมพี น้ื ท่หี ากินกว้างไกล นอกจากน้ียังตอ้ งใชโ้ พรง
ไม้ธรรมชาติท่ีมขี นาดเหมาะสมกับตวั เองเพอ่ื การสร้างรงั จงึ ทำาให้นกเงือกอาศยั อยู่
เฉพาะในปา ดบิ ที่มตี ้นไมข้ นาดใหญ่และมคี วามอดุ มสมบรู ณเ์ ทา่ นน้ั
นกกก หรอื นกกาฮงั
๔ นกในมหาวทิ ยาลัยแม่โจ้
นกท่ีมีความขัดแยง กับมนุษย์
นอกจากนกจะใหค้ ณุ ประโยชนท์ ั้งทางตรงและทางอ้อมแก่มนษุ ย์แลว้ บางครง้ั ถ้า
หากประชากรนกมีจำานวนมากจนเกนิ ไปกจ็ ะทาำ ให้เกิดโทษแก่มนุษยไ์ ดเ้ ชน่ กัน โทษของ
นกพอสรุปได้ดังนี้ คอื
๑. การทําลายพืชผล เนือ่ งจากการทำาเกษตรกรรมสมยั ใหม่มีการเพาะ
ปลูกพืชชนิดใดชนิดหน่ึงแต่เพียงอย่างเดียวและเป็นพ้ืนท่ีกว้างส่งผลให้ประชากรนก
โดยทัว่ ไปลดลง นกบางชนิดสามารถปรบั ตัวให้เขา้ กับสภาวะแวดลอ้ มทเี่ ปลย่ี นแปลง
ไปได้ดีมากจึงมีจำานวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและในที่สุดก็กลายเป็นศัตรูต่อ
การเพาะปลูก โดยนกจะมากนิ ส่วนของพชื เมล็ดและผลไม้ต่าง ๆ ทม่ี นุษย์ปลกู ไว้ เช่น
นกกระจาบ นกกระจอก นกกระต๊ิด นกเขา และนกพิราบ เปน็ ต้น เข้ามากินข้าวที่
กำาลงั ออกรวงในนาข้าวของเกษตรกร การปองกันและการขับไล่พวกนกเหล่านีไ้ ม่ใหม้ า
กัดกินทำาลายพชื ผลทางการเกษตรกเ็ ปน็ การเพ่ิมต้นทนุ การผลิตให้สงู ขึ้นอีกด้วย
๒. เปนแหลง รังโรค นกอาจเปน็ ตัวนาำ และแพรก่ ระจายเชือ้ โรคบางชนิดท่ี
ติดต่อถงึ มนุษยไ์ ด้ เชน่ โรคสมองอักเสบ (Encephalitis) และโรคไขห้ วัดนก (Bird flu) ซ่ึง
มนี กเปน็ พาหะนาำ โรคไปส่มู นษุ ย์ซึ่งเกิดจากเช้ือไวรัส นอกจากเช้อื ไวรัสแลว้ ก็ยังมีเชือ้ รา
ทท่ี ำาใหเ้ กดิ โรคผวิ หนัง
นกกกระจอกบ้าน นกกระติ๊ดขีห้ มู
Birds in Maejo University ๕
๓. การทาํ ลายทรพั ยส์ นิ นกบางชนดิ ขโมยอาหาร ทาำ ลายส่งิ ของเครือ่ งใช้
ตามบ้านเรอื น กดั กนิ เมลด็ ธญั พชื ต่าง ๆ ที่ลานตากหรอื แม้แตท่ เ่ี กบ็ ไวใ้ นยุง้ ฉางหรือใน
โรงเกบ็ ผลผลติ ใหไ้ ด้รบั ความเสียหาย เช่น นกกระจอก นกกระต๊ดิ นกเขา นกพริ าบ
และนกเอ้ียง
๔. เสียงและมลู นกบางชนิดเมือ่ อยรู่ วมกนั มาก ๆ ก็กอ่ ใหเ้ กิดความรำาคาญ
ต่อมนุษย์ในด้านเสียงรบกวนและมูลท่ีนกถ่ายออกมาก็สร้างความสกปรกอย่างมาก
ตัวอย่างเชน่ กรณกี ารรวมกลุม่ เกาะนอนของฝูงนกเอ้ียงสาริกาจำานวนมาก หรอื กรณี
ของฝูงนกพริ าบจาำ นวนมากทอี่ าศัยอยูต่ ามโบสถ์ วิหาร อาคารบา้ นเรือน และกรณมี ลู
นกนางแอน่ ท่รี วมฝงู กันเกาะต้นไม้นอนตามเมืองใหญ่
๕. อุบัติเหตุ นกท่ีอาศยั อย่ใู กลก้ บั สนามบินสามารถทำาให้เกดิ อบุ ัติเหตขุ ึน้ ได้
เช่น เมอื่ วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ในประเทศสหรัฐอเมริกา สายการบินยูเอส
แอรเ์ วย์ส มอี บุ ตั เิ หตทุ ีต่ ้องทาำ ให้เคร่ืองบินรอ่ นลงฉกุ เฉนิ กลางแม่นาำ้ ฮดั สัน เนื่องจากมี
นกเขา้ ไปตดิ อยูใ่ นใบพัดเคร่อื งบินจนทำาใหเ้ ครอ่ื งยนตด์ บั ทั้ง ๒ เครอ่ื ง โชคดีทไ่ี ม่มีผูเ้ สีย
ชวี ิตจงึ ทาำ ใหต้ ามสนามบินตา่ ง ๆ จาำ เปน็ ตอ้ งกำาหนดมาตรการและมกี ารจดั การกับฝูง
นกที่อาศัยและหากนิ ตามสนามบนิ เชน่ การปรับสภาพพืน้ ท่ีบริเวณรอบ ๆ สนามบิน
ไม่ให้เปน็ แหล่งอาศัยและหากนิ ของนก หรือแม้กระทง่ั การฝกเหยยี่ วเพ่อื ให้บินขับไล่ฝูง
นกท่ีมาหากนิ บริเวณสนามบินกอ่ นทเ่ี ครอ่ื งบนิ จะทาำ การข้นึ ลง
๖. ความเชอื่ ตอ จติ ใจทางดานลบ ความเหน็ และความเช่ือสมยั โบราณท่ี
ว่าเมือ่ พบเห็นนกบางชนิดถือวา่ เปน็ ลางร้าย ความตายและแหล่งโรค เช่น เม่ือพบเหน็
อแี รง้ หรือนกแสก ก็จะถอื ว่าจะต้องมีการตายเกดิ ขึ้นหรอื เม่ือพบเหน็ นกเขาไฟก็จะ
ถอื ว่าจะต้องมีความเดอื ดรอ้ นเขา้ มาเยือน ดังนัน้ เมอื่ มคี นพบเหน็ นกเหล่าน้กี จ็ ะต้องมี
การทำาลาย ทุบตี หรือยิงใหต้ าย
นกแสก
๖ นกในมหาวิทยาลัยแม่โจ้
การดูนก
การดนู ก (Birding หรอื Bird watching) หมายถึงการดนู กท่ีอาศยั อยใู่ นธรรมชาติ
กิจกรรมดูนกจัดเป็นงานอดิเรกหรือการพักผ่อนหย่อนใจที่มีประโยชน์ทั้งต่อตัวเรา
และสิง่ แวดลอ้ ม ซึ่งในอดีตทผ่ี า่ นมากิจกรรมดนู กเป็นกิจกรรมท่ีไมค่ อ่ ยคนุ้ เคยและคน
ไทยไม่ค่อยให้ความส�าคัญมากนักซ่ึงอาจเป็นเพราะว่าในประเทศไทยมีนกอยู่ในทุกหน
ทุกแหง่ ท�าใหค้ นไทยคุน้ เคยกับนกจนไม่ให้ความสา� คัญ แตป่ จั จุบันกิจกรรมดนู กกลบั
ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเปน็ กจิ กรรมทท่ี �าไดง้ า่ ยไมต่ ้องลงทนุ ลงแรง
มากมายนกั กส็ ามารถท่ีจะหาความเพลิดเพลนิ กับนกในธรรมชาติได้แล้ว
อุปกรณท์ ีจ่ า� เป็นส�าหรับการดนู ก
๑. กลอ้ งสอ่ งทางไกล กลอ้ งสอ่ งทางไกลสา� หรบั การดูนกแบง่ ออกเปน็ ๒
แบบไดแ้ ก่ กลอ้ งเทเลสโคป (Telescope) ซ่ึงมีก�าหลังขยายสูงจงึ จา� เปน็ จะตอ้ งใชร้ ว่ มกับ
ขาตัง้ กล้องท่ีแข็งแรง เปน็ กลอ้ งส่องทางไกลท่ีใชส้ า� หรบั การดูนกในพ้นื ทโี่ ลง่ เชน่ ท่งุ นา
และชายเลน และกล้องส่องทางไกลชนิดสองตา (Binoculars) เปน็ กลอ้ งสอ่ งทางไกลท่ี
มขี นาดเล็กกะทดั รัดสามารถพกพาได้สะดวก กา� ลังขยายท่เี หมาะสมสา� หรับการดนู ก
ควรมีก�าลงั ขยายประมาณ ๗-๘ เท่า
Narrow-set model
In-line model
Wide-set model 7
Birds in Maejo University
๒. หนงั สอื คูม่ ือดนู กภาคสนาม หนงั สอื คู่มอื ดนู ก
ภาคสนามจ�ำเป็นอย่างย่งิ ในการจำ� แนกชนดิ นก หนงั สือท่ีนยิ มใช้
ในการจำ� แนกชนดิ นกในปัจจบุ นั ไดแ้ ก่ หนังสือคมู่ ือดูนก หมอ
บญุ สง่ เลขะกุล นกเมอื งไทย เขียนโดย จารจุ นิ ต์ และคณะ
(๒๕๕๐) เป็นหนังสือคู่มือดูนกทีไ่ ด้รบั การปรบั ปรงุ มาจาก
หนงั สือ A guide to the Birds of Thailand ทเี่ ขยี นโดยหมอ
บญุ ส่ง เลขะกลุ และ Philip D. Round (๑๙๙๐) ซ่งึ มกี าร
บรรยายลักษณะของนกเปน็ ภาษาองั กฤษมาเป็นภาษาไทย
ข้อควรปฏิบตั ิในการดนู ก
เน่ืองจากนกเปน็ สัตวท์ ่ตี ่ืนตกใจงา่ ย มีสัญชาตญาณระวังภยั สงู และถือวา่ มนษุ ย์
เปน็ ศตั รู นกจงึ หลีกเลีย่ งท่ีจะอยใู่ กลม้ นษุ ย์ ดังนน้ั เมือ่ ออกไปดนู กในธรรมชาตคิ วร
จะปฏิบตั ิดังต่อไปน้ี
๑. การแตง่ กาย เครื่องแตง่ กายจะตอ้ งรัดกมุ เพ่อื ปอ้ งกนั การขดี ข่วนจากกิ่ง
ไมห้ รือใบไม้ สีสนั ของเส้ือผา้ จะตอ้ งกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เช่น สีเขยี ว นำ�้ ตาล
เทา น้ำ� เงนิ กากี หรอื สีด�ำ ไมค่ วรสวมใสเ่ สือ้ ผ้าหรือหมวกสีขาว แดง แสด สม้ เหลือง
หรือชมพู เพราะสเี หลา่ นถี้ อื ว่าเปน็ สเี ตอื นภัยส�ำหรับนก เพราะนกมีสายตาท่ดี ีมาก
สามารถมองเหน็ ได้ไกลและอาจบินหนไี ปกอ่ นทเ่ี ราจะไดเ้ ห็นตัวนก
๒. เงียบ ผทู้ ตี่ ้องการจะดนู กนน้ั จะต้องมีความอดทน ขยบั รา่ งกายให้นอ้ ยทส่ี ุด
และดนู กเหลา่ นน้ั อยา่ งเงยี บ ๆ หรือสง่ เสียงใหน้ อ้ ยที่สดุ ไม่วา่ จะเปน็ เสยี งพดู เสียงคยุ
เสยี งกระแอมไอ เสียงหวั เราะหรอื แมก้ ระทั่งเสยี งรองเทา้ ทีเ่ หยียบกิง่ ไมห้ รือใบไมแ้ หง้
เพราะจะทำ� ให้นกตกใจและบินหนีไปได้
๓. แบ่งเป็นกล่มุ ย่อย ในกรณีท่มี ีสมาชกิ ออกไปดนู กจ�ำนวนมากก็ควรแบง่
เป็นกลุ่มยอ่ ย กลมุ่ ละไมค่ วรเกนิ ๕ คน แลว้ แตล่ ะกล่มุ ย่อยควรเดนิ แยกกนั คนละเสน้
ทางหรืออาจจะเดินไปในเส้นทางเดียวกันกไ็ ด้แต่ต้องทิ้งระยะใหห้ ่างกันพอสมควร เมอ่ื
สมาชกิ คนใดคนหนง่ึ ในกลมุ่ บอกใหส้ มาชกิ ในกลุ่มดูนกที่ตนเองเหน็ สมาชกิ แตล่ ะคน
ไม่ควรแยง่ กันดู แตค่ วรส่องกลอ้ งดนู กในต�ำแหนง่ ที่ตนเองยนื หรือนง่ั อยู่
8 นกในมหาวทิ ยาลยั แม่โจ้
๔. เคลอ่ื นไหวอยา่ งชา้ ๆ ถา้ หากเราดนู กในตา� แหนง่ ท่ีตวั เองยนื หรอื นง่ั
อยู่ไมเ่ ห็นหรอื เห็นไมช่ ดั เจนให้คอ่ ย ๆ ขยับไปในต�าแหน่งทีเ่ หมาะสมอยา่ งชา้ ๆ และ
จะต้องไม่เคลื่อนไหวส่วนหน่ึงส่วนใดของร่างกายโดยไม่จ�าเป็นโดยเฉพาะอย่างย่ิง
การยื่นแขนหรือยืน่ มือออกไปช้นี กใหส้ มาชิกในกล่มุ ดู แต่ควรบอกต�าแหน่งใหท้ ราบ
ว่านกอยูต่ รงไหนโดยวธิ ีอน่ื วธิ ีที่นักดนู กนยิ มใชบ้ อกตา� แหน่งคอื การบอกเป็นนาฬก า
เชน่ มนี กอยู่ที่ต้นไม้ประมาณ ๓ นาฬก าของตน้ ไม้ หมายความว่า ทีต่ ้นไม้น้นั มนี กเกาะ
อยบู่ รเิ วณกิง่ ไมด้ า้ นขวามือนับจากกึ่งกลางของต้นไม้ต้นนน้ั ออกมา
๕. เดนิ อย่างระมัดระวงั ในขณะทเี่ ดินดูนกจะตอ้ งระมดั ระวังไมเ่ หยียบ
ยา่� หรอื ท�าลายพชื หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพืช ถ้าหลกี เลย่ี งไมไ่ ดก้ ค็ วรเหยียบย�า่ หรือ
ทา� ลายสว่ นต่าง ๆ ของพชื ให้น้อยท่ีสุดเทา่ ที่จะทา� ได้ ทง้ั น้เี พอ่ื ไม่ใหพ้ ืชพรรณธรรมชาติ
ต้องถูกทา� ลายลงอันเน่ืองมาจากการเข้าไปดูนกของเรา
๖. จดจา� รายละเอียด เมื่อพบเหน็ นกกค็ วรจะจดรายละเอยี ดของนกตวั
นัน้ ๆ ไวใ้ ห้ดี เชน่ รูปร่าง ลักษณะ ลวดลายและสีสนั ตามสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย รวม
ทงั้ พฤติกรรมการเคล่ือนไหว เชน่ การเดนิ การกระโดด การบนิ การหากนิ และแหลง่
อาศยั ที่พบได้บอ่ ยทีส่ ุด การบันทึกควรใช้เวลารวดเร็วและตอ้ งบันทึกทนั ทีเพอ่ื ปอ้ งกัน
การผดิ พลาดหรอื หลงลืม
Birds in Maejo University ๙
สถานภาพของนกตามฤดูกาล
นกที่เราพบเหน็ อยทู่ ุกวันในประเทศไทยน้ัน สามารถแบง่ สถานภาพออกไดเ้ ปน็ ๔
กล่มุ ไดแ้ ก่
๑. นกประจ�ำถน่ิ (Resident) หมายถึง นกที่พบเห็นไดต้ ลอดท้งั ปี มกี าร
ทำ� รังวางไข่ในประเทศไทย เชน่ นกปรอดหวั โขน นกตีทอง นกกระจอกบา้ น ฯลฯ
๒. นกอพยพยา้ ยถิ่น (Winter visitor) หมายถึง นกทที่ ำ� รงั วางไข่
ในบริเวณอน่ื ซงึ่ มักจะเปน็ ทางตอนเหนอื และตอนกลางของทวปี เอเชยี ในชว่ งฤดู
หนาวประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคมนกเหล่าน้ันจะบินอพยพหนีความหนาวเย็น
ของอากาศเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยจนกระทั่งฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้วจะบิน
อพยพกลับไปยังแหล่งอาศัยเดิมเพ่ือท�ำรังวางไข่ในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนมีนาคม-
เมษายนในปถี ดั ไป เชน่ นกอมุ้ บาตร นกเด้าลมหลังเทา นกจบั แมลงคอแดง ฯลฯ
๓. นกอพยพผา่ น (Passage migrant) หมายถึง นกในกลุ่มเดยี วกัน
กบั นกอพยพย้ายถิ่น แต่จะหยดุ พักในประเทศไทยเพอื่ หากนิ เป็นช่วงระยะเวลาส้ัน ๆ
เทา่ นน้ั เพื่อหาอาหารและสะสมพลังงาน จากนนั้ ก็จะเดนิ ทางต่อลงไปยังตอนใตข้ อง
ประเทศไทยในช่วงต้นฤดูหนาว หรือจะเดินทางขึน้ เหนอื ในช่วงปลายฤดหู นาว ทำ� ใหเ้ รา
สามารถพบนกกลุม่ นไี้ ดใ้ นช่วงต้นและช่วงปลายของฤดหู นาวเทา่ นน้ั เช่น นกอีเสอื ลาย
เสือ นกจับแมลงตะโพกแดง เหย่ียวนกเขาพนั ธจ์ุ ีน ฯลฯ
๔. นกอพยพมาทำ� รงั วางไข่ (Breeding visitor) หมายถงึ นกที่ย้าย
ถิน่ เข้ามาในประเทศไทยเพอื่ ท�ำรังวางไข่เท่านนั้ เราจะพบนกกลมุ่ นี้ได้เฉพาะชว่ งฤดู
ผสมพันธเ์ุ ท่านน้ั คือ ระหวา่ งชว่ งฤดูรอ้ น-ตน้ ฤดฝู น หรอื อาจจะเป็นปลายฤดฝู น-ต้น
ฤดหู นาว เชน่ นกแตว้ แล้วธรรมดา นกแอน่ ทงุ่ ใหญ่ ฯลฯ
10 นกในมหาวิทยาลยั แม่โจ้
การดนู กในมหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้
เน่ืองจากสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้มีท้ังสิ่งก่อสร้างท่ีเป็นอาคารเรียน
อาคารปฏิบตั ิการ อาคารสำ� นักงาน สวนปา่ ที่มีไม้ยืนต้น อุทยานเกษตร แปลงปลูก
ไมด้ อก ไร่ นา บอ่ เพาะเลี้ยงปลา ทุ่งหญ้า และฟารม์ ปศุสัตว์ สง่ ผลใหม้ คี วามหลาก
หลายของสภาพถิ่นอาศัยของนกหลากหลายรูปแบบจึงท�ำให้มีความหลากหลายของ
ชนดิ นกคอ่ นขา้ งสูง จากการสำ� รวจชนิดนกในพืน้ ทมี่ หาวทิ ยาลัยแม่โจ้ระหว่าง พศ.
๒๕๕๑-๒๕๕๒ โดยประภากร (๒๕๕๓) รวมกับรายงานการพบนกก่อนหนา้ นี้ ปรากฏ
วา่ ในพ้นื ทีข่ องมหาวทิ ยาลยั แม่โจ้สามารถพบนกรวมทงั้ สิน้ ไมน่ อ้ ยกว่า ๙๖ ชนิด ใน
จ�ำนวนนี้สามารถจัดแบง่ ออกได้เป็น ๑๒ อันดับ (Order) ๓๓ วงศ์ (Family) โดยแบง่
ออกเป็นนกประจำ� ถ่ินจ�ำนวน ๖๔ ชนดิ และนกอพยพย้ายถนิ่ จ�ำนวน ๓๒ ชนิด ใน
หนงั สือเล่มนีจ้ ะขอแนะน�ำพน้ื ท่ีดนู กทไ่ี ด้มกี ารสำ� รวจไวแ้ ลว้ โดยแบ่งพน้ื ทีอ่ อกเป็น ๔
ส่วนโดยแต่ละส่วนจะมีลักษณะการใช้ประโยชน์ของพ้ืนที่และมีสภาพแวดล้อมท่ีแตก
ต่างกัน ดงั น้ี
๑. บริเวณส�ำนกั งานอธกิ ารบดี คณะพฒั นาการทอ่ งเท่ียว
อทุ ยานกลว้ ยไม้ไทยเฉลิมพระเกียรติ และอุทยานเกษตรวงั ซา้ ย
บริเวณนี้มีต้นไม้ใหญ่ร่มร่ืนซึ่งต้นไม้ในบริเวณนี้เกือบทั้งหมดเป็นต้นไม้ยืนต้นที่ปลูก
ขึ้นมาใหม่ เช่น ตน้ จามจรุ ี ต้นตะแบก ต้นนนทรี และตน้ ราชพฤกษ์ เป็นที่อย่อู าศยั
ของแมลงหลายชนิดจงึ สามารถพบนกทีก่ ินแมลงเปน็ อาหารอาศัยอยู่ในพื้นทน่ี ้ี เชน่
นกจับแมลงคอแดง นกกางเขนบา้ น นกกระจดิ๊ ธรรมดา นกกระจบิ ธรรมดา ฯลฯ ต้นไม้
ท่ีออกผลซงึ่ นกใชเ้ ปน็ อาหารได้ เชน่ ตน้ ไทร ต้นพิกลุ และต้นปาล์มชนิดต่าง ๆ จะเป็น
อาหารสำ� หรับนกเอี้ยงสาริกา นกปรอดหัวโขน นกปรอดหวั สีเขม่า และนกปรอดสวน
ช่วงสายของทุกวันในบริเวณน้ีมักพบนกแอ่นบ้านและนกแอ่นตาลบินร่อนกลางอากาศ
เพือ่ โฉบจบั แมลงกนิ เปน็ อาหาร จากนั้นช่วงเทีย่ งนกจะเกาะพกั ผอ่ นใต้ใบปาลม์ ในชว่ ง
ฤดูผสมพันธุ์นกแอ่นตาลก็จะใช้ประโยชน์จากต้นปาล์มเหล่านั้นเป็นสถานท่ีท�ำรังวางไข่
นอกจากนี้ต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ข้ึนปกคลุมจนร่มคร้ึมท�ำให้เป็นแหล่งพักอาศัยของ
นกเค้าแมวอกี ดว้ ย
Birds in Maejo University 11
นกเค้าแมว หรือ นกเคา้ โมง นกเอ้ียงสาริกา
1๒ นกในมหาวิทยาลัยแมโ่ จ้
๒. บรเิ วณแปลงเพาะปลูกพชื ไร่ คณะผลติ กรรมการเกษตร
เป็นแปลงเพาะปลูกพืชไร่และเป็นแปลงนาปลูกข้าวส�าหรับนักศึกษาใช้ฝกภาคปฏิบัติ
และเป็นสถานที่ท�างานวจิ ัยของนกั ศกึ ษาและอาจารย์ พืชไรท่ ี่ปลกู มคี วามหลากหลาย
ของชนดิ มากในบริเวณเดยี วกนั เช่น ข้าวโพด ปอ ถ่ัวเหลอื ง ถ่ัวเขยี ว ขา้ วบาร์เลย์
กระเจ๊ยี บ ทานตะวนั และยาสบู ฯลฯ สภาพพ้ืนทโี่ ดยทว่ั ไปจงึ มที ัง้ พืน้ ที่ทีม่ ีนา�้ ทว่ มขัง
ส�าหรับปลกู ข้าว และพ้ืนท่ีสา� หรับปลกู พืชไร่ นกทพ่ี บในพ้นื ที่นีส้ ่วนใหญจ่ ะเป็นนก
ทงุ่ และนกน�า้ เชน่ นกเอย้ี งหงอน นกเอยี้ งสาริกา นกกระต๊ดิ ข้ีหมู นกกระจบิ หญ้าสี-
เรียบ นกแอ่นพง นกเขาใหญ่ และนกพริ าบปา่ นอกจากน้ีในชว่ งฤดหู นาว (ตุลาคม-
มนี าคม) ยังเปน็ แหล่งหากนิ ของนกชายเลนอพยพบางชนิด เช่น นกปากซอ่ มหางพัด
นกชายเลนเขียว นกชายเลนนา�้ จดื นกหวั โตเลก็ ขาเหลือง นกอุ้มบาตร นกยางกรอก-
พันธ์ุจีน ฯลฯ
นกหัวโตเล็กขาเหลอื ง นกกระติ๊ดข้ีหมู
Birds in Maejo University 1๓
๓. บรเิ วณคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางนา�้
บริเวณน้มี อี าคารเพาะฟักและเล้ยี งลูกปลา และบอ่ เพาะเลยี้ งปลา พ้นื ทโ่ี ดยรอบมี
หญา้ ขน้ึ ปกคลุมบา้ ง จงึ สามารถพบนกทห่ี ากนิ ตามทงุ่ นาและทุ่งหญา้ คล้ายกบั แปลง
เพาะปลกู พืชไร่ เช่น นกเอ้ยี งหงอน นกเอยี้ งสาริกา นกเขาใหญ่ นกกระจอกบ้าน นก-
กระจบิ หญา้ สีเรยี บ นอกจากน้ยี งั พบนกท่ีกินปลาเปน็ อาหารหากนิ อย่หู ลายชนิดอกี
ดว้ ย ซึ่งส่วนใหญจ่ ะเปน็ นกอพยพเขา้ มาในช่วงฤดูหนาว เช่น นกกะเต็นนอ้ ยธรรมดา
นกยางเปยี นกยางกรอกพันธจ์ุ ีน นกชายเลนเขียว นกชายเลนน�า้ จดื ฯลฯ
นกกะเตน็ นอ้ ยธรรมดา นกยางกรอกพนั ธุจ์ ีน
1๔ นกในมหาวิทยาลยั แม่โจ้
๔. บรเิ วณคณะสตั วศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี บรเิ วณนมี้ ีตน้ ไม้พ่มุ
ยืนต้นขึ้นกระจดั กระจาย พน้ื ท่สี ว่ นใหญจ่ ะเปน็ ทงุ่ หญ้าเลย้ี งสตั ว์ พน้ื ท่ีดา้ นหลังมี
อาณาเขตตดิ กับป่าละเมาะและวัดวิเวกวนารามทอ่ี ยดู่ ้านหลังคณะฯ มปี า่ เต็งรงั ซึ่ง
เปน็ ปา่ อนรุ ักษข์ องวดั นกทีพ่ บในบรเิ วณนมี้ ีหลายชนดิ ทีไ่ ม่สามารถพบในพื้นท่อี ื่นของ
มหาวทิ ยาลัย เช่น นกกระทาทุ่ง นกตะขาบท่งุ นกกะรางหัวขวาน นกบ้งั รอกใหญ่
นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ นกกางเขนดง นกหวั ขวานด่างแคระ ฯลฯ จงึ ทา� ใหใ้ นพน้ื ท่นี ี้
มจี �านวนชนิดมากที่สดุ และมีความหลากหลายของชนดิ มากทส่ี ดุ ดว้ ย นกทพ่ี บไดบ้ ่อย
ในบรเิ วณน้ี ได้แก่ นกเอย้ี งหงอน นกนางแอน่ บ้าน นกกระจอกบา้ น นกกระจอกตาล
นกจาบคาเลก็ นกปรอดสวน นกยอดหญา้ สดี า� นกกระจิบหญา้ สีเรยี บ ฯลฯ
นกเอีย้ งหงอน นกจาบคาเลก็ 1๕
Birds in Maejo University
อยา่ งไรก็ตาม แหล่งดนู กที่กล่าวมาทง้ั ๔ แหล่งข้างต้นน้นั เป็นเพียงตัวแทนของ
สภาพแวดล้อมทแี่ ตกต่างกันและมกี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากพนื้ ที่ทแ่ี ตกตา่ งกนั เท่าน้ัน นอก
เหนอื จากพ้ืนทท่ี ่ีไดก้ ล่าวมาแลว้ ข้างตน้ มิไดห้ มายความวา่ จะไมม่ นี กใหด้ ู ผ้อู ่านลอง
สงั เกตดรู อบ ๆ ตัวเอง รอบ ๆ บ้านพกั หรอื แมแ้ ต่รอบ ๆ ทีท่ ำ� งานว่ามสี ภาพแวดล้อม
คล้ายคลึงกัน เหมอื นกัน หรอื แตกต่างกนั กบั แหลง่ ดูนกทั้ง ๔ แหลง่ ข้างตน้ หรือไม่ แตก
ต่างกันอย่างไร และสามารถพบนกอะไรไดบ้ า้ ง
16 นกในมหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้
แผนผงั แสดงสถานภาพ
๑. แผนผงั มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้
๑ บรเิ วณส�านักงานอธิการบดี คณะพฒั นาการท่องเทย่ี ว อทุ ยานกล้วยไม้ไทย
เฉลมิ พระเกยี รติ และอทุ ยานเกษตรวังซ้าย
๒ บรเิ วณแปลงเพาะปลูกพชื ไร่ คณะผลิตกรรมการเกษตร
๓ บริเวณคณะเทคโนโลยีการประมงและทรพั ยากรทางน�า้
๔ บรเิ วณคณะสตั วศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วดั วเิ วกวนาราม อ่างเกบ็ น�้า
ไป อ. พร้าว ประตวู ิเวกฯ ๔
ประตสู มาคมศษิ ยเ์ กา่ ๓ บา้ นวเิ วก
๑
ประตหู น้ามหาวทิ ยาลยั
๒
ประตูบางเขน
ไป อ. เมือง ไป อ. สันทราย
ถนนภายในมหาวิทยาลัย
Birds in Maejo University 17
๒. สัญลกั ษณ์
๒.๑ สถานภาพตามฤดูกาล
นกประจา� ถน่ิ (Resident)
นกอพยพย้ายถ่นิ (Winter visitor)
นกอพยพมาท�ารงั วางไข่ (Breeding visitor)
๒.๒ ระดบั สถานภาพความชุกชุมในมหาวิทยาลยั แมโ่ จ้
พบยากมาก (Very rare)
พบยาก (Rare)
พบบ่อย (Common)
พบบอ่ ยมาก (Very common)
การแบ่งระดบั สถานภาพความชุกชุม
นกที่เป็นนกประจา� ถน่ิ จะใชค้ ่าจา� นวนครัง้ ที่พบหารดว้ ย ๑๒
(ส�ารวจทุกเดอื นเปน็ เวลา ๑๒ เดือน) ส่วนนกทีม่ สี ถานภาพ
เปน็ นกอพยพย้ายถนิ่ จะหารดว้ ย ๖ (เนอื่ งจากนกกลุ่มนจ้ี ะ
สามารถพบได้ในประเทศไทยระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคม)
คา่ ความชุกชุมแบง่ ออกเป็นระดบั ได้ดังน้ี
๑-๑๐% = พบยากมาก
๑๑-๔๐% = พบยาก
๔๑-๙๐% = พบบอ่ ย
๙๑-๑๐๐% = พบบ่อยมาก
18 นกในมหาวิทยาลยั แมโ่ จ้
ถายภาพโดย : วิชา นรังศรี
CนhกinกeรsะeทFาrทaุงncolin
อนั ดับ : Galliformes
วงศ : Phasianidae
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Francolinus pintadeanus (Scopoli) ๑๗๘๖.
ขนาด : ๓๒-๓๓ เซนตเิ มตร
ลักษณะ : ตวั ผู : แถบตาสีดาํ แกมและคอสีขาว มแี ถบหนวดสีดาํ กระหมอม
และทา ยทอยสีน้าํ ตาลแดงตรงกลางสนี า้ํ ตาลดาํ หัวไหลสนี ้ําตาลแดง ปก มจี ดุ สีขาว
แกมเหลืองกระจาย หลังตอนลางมลี ายขวางสขี าว อกและทอ งมีจดุ ใหญสีขาวสลบั ดํา
ตวั เมีย : สีนา้ํ ตาล อกและทองมลี ายขวางสีนํา้ ตาลสลบั ดาํ
อุปนิสยั : มักพบอยโู ดดเดย่ี วหรอื เปน ครอบครวั มกั เดนิ หากนิ ในบรเิ วณพน้ื ดนิ ทีม่ ี
หญาหรือวัชพืชปกคลมุ แนนทึบ หากนิ โดยการคุย เขี่ยตามพื้นดิน เสยี งรอ ง “ตะ-ตาก-
ตะ-ตา”
ถิน่ อาศยั : ทุง หญา ปาโปรง ไดแก ปาเต็งรงั ปาเบญจพรรณ และปาไผ พบไดที่
ระดับความสงู ไมเกิน ๑,๕๐๐ เมตร
อาหาร : เมลด็ พชื ยอดออนของพืช แมลง และสัตวขนาดเลก็
Birds in Maejo University ๑๙
LเปeดssแeดrงWhistling-Duck
อันดบั : Anseriformes
วงศ : Dendrocygnidae
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Dendrocygna javanica (Horsfield) ๑๘๒๑.
ขนาด : ๓๘-๔๑ เซนตเิ มตร
ลกั ษณะ : ขนปกคลุมลําตวั ท่ัวไปสีน้ําตาลแกมเหลือง กระหมอ ม ทา ยทอย และหลัง
สีนาํ้ ตาลเขม ขนคลมุ ไหลและหางสนี ้ําตาลแดง ขนปลายปกสเี ทาดํา จะงอยปากและขา
สีดาํ ขณะบนิ จะแตกตา งจากนกเปดนาํ้ ชนดิ อ่ืนทหี่ วั และคอจะอยรู ะดับตํ่ากวาระดบั
ของลําตวั เลก็ นอย ปก กวา งและกลมมนกวานกเปดนํ้าชนดิ อื่น ๆ
อุปนสิ ยั : มักอยูร วมกันเปน ฝงู ใหญ มกี ิจกรรมและหากินในเวลากลางคืน ขณะบิน
มักจะสงเสยี งรอง “ว-ี้ ว.ี้ ..” หรือ “วี้ด-วี้ด...” คลา ยเสียงนกหวีด แตขณะหากนิ มักจะไม
สงเสยี งรอ ง
ถน่ิ อาศัย : หนอง บงึ และแหลง นา้ํ ตา ง ๆ
อาหาร : เมล็ดพชื พืชน้ํา และสัตวน้าํ ขนาดเลก็
๒๐ นกในมหาวทิ ยาลัยแมโจ
Bนaกrคreมุ dอกBลutาtยonquail
อันดบั : Turniciformes
วงศ : Turnicidae
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Turnix suscitator (Gmelin) ๑๗๘๙.
ขนาด : ๑๕-๑๗.๕ เซนติเมตร
ลักษณะ : จะงอยปากและขาสีเทา ขณะบินจะมองเหน็ ใตลาํ ตัวดานทายสสี ม ตัวผู :
ขนบริเวณใบหนาสีเทา มีลายขวางถ่ี ๆ พาดผา นอก หลังสนี ้าํ ตาลเขมมีลายขีดสีเนอ้ื
และจดุ ดาํ กระจาย สีขา ง ทอง และกน สีนาํ้ ตาลแกมสม ตวั เมีย : ขนบรเิ วณคอและ
หนาอกสีดาํ ขนบนลาํ ตัวมสี นี ้าํ ตาลแดงมากกวา
อปุ นิสยั : มักพบอยโู ดดเดี่ยวหรอื เปนคู นกตวั เมยี มกั สง เสยี งรองประกาศเขต เสยี ง
คลา ยครวญครางดงั “ออื -ออื -ออื ” รวั เปน จงั หวะ
ถนิ่ อาศัย : ปาหญา ปา ละเมาะ ทุงหญา ทุงนา และพืน้ ท่เี กษตรกรรม พบไดต ้งั แต
ทรี่ าบจนถงึ ระดับความสงู ๑,๕๐๐ เมตร
อาหาร : แมลง ยอดออ นของพืช และเมลด็ พืช
Birds in Maejo University ๒๑
EนuกrคaอsiพanันWryneck
อันดับ : Piciformes
วงศ : Picidae
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Jynx torquilla Linnaeus ๑๗๕๘.
ขนาด : ๑๖-๑๘ เซนติเมตร
ลักษณะ : ลาํ ตัวเพรยี ว จะงอยปากแหลมตรง แถบตาสดี ํา ลาํ ตวั ดา นบนสีเทามี
ลายขีดเลก็ ๆ ปก สนี า้ํ ตาลมลี ายจุดและลายขวางสเี ขม และออ นกระจาย ลาํ ตัวดานลา ง
สีขาวมีลายขีดขวางสนี ้ําตาลเขม เม่ือดูในระยะไกลจะเห็นลาํ ตวั ดานลา งเปน สีน้ําตาล
อปุ นิสัย : มกั พบอยูโ ดดเด่ียวหรอื เปนคู มักพบหากนิ บนพ้นื ดินมากกวา บนตนไม
หากมีสง่ิ รบกวนหรอื เหตกุ ารณน า สงสยั มนั จะหันหวั ไปรอบ ๆ ซง่ึ ดูคลายกบั บิดคอเปน
เกลยี วจึงไดช ่อื วา “นกคอพัน”
ถ่นิ อาศัย : ปาเต็งรัง ปาเบญจพรรณ ปาโปรง ปา ละเมาะ ทงุ หญา และพ้นื ที่
เกษตรกรรม พบไดต งั้ แตท่ีราบจนถึงระดับความสูง ๒,๐๐๐ เมตร
อาหาร : แมลง ตวั หนอน และมด
๒๒ นกในมหาวิทยาลัยแมโ จ
นกหัวขวานดางแคระ
Grey-capped Woodpecker
อนั ดับ : Piciformes
วงศ : Picidae
ช่ือวิทยาศาสตร : Dendrocopos canicapillus (Blyth) ๑๘๔๕.
ขนาด : ๑๕ เซนตเิ มตร
ลักษณะ : หนา ผากถึงกระหมอมสเี ทา หนา สนี า้ํ ตาล หลงั ตาถงึ ทายทอยมีแถบสี
ขาว หลงั สดี าํ มลี ายขวางสีขาว ปก สีดาํ มีลายจุดสีขาวเรยี งกันเปน แถบปก อกสีนํ้าตาล
แกมเทามีลายขดี สดี าํ กระจาย ตัวผู : มแี ถบสีแดงขนาดเล็กดา นขางของหัว
อปุ นิสัย : มักพบอยเู ปน คูและอาจพบอยรู วมกบั นกที่กนิ แมลงชนดิ อื่น มักหากนิ
ตามลาํ ตน ของไมพ ุมซ่ึงไมส งู จากพ้นื ดินมากนกั
ถน่ิ อาศัย : ปาดบิ เขา ปา ดิบแลง ปาเตง็ รงั ปาเบญจพรรณ ปา รุน และปาละเมาะ
พบไดต ัง้ แตที่ราบจนถึงระดับความสูง ๑,๘๐๐ เมตร
อาหาร : แมลง
Birds in Maejo University ๒๓
Cนoกpตpที eอrsงmith Barbet
อนั ดับ : Piciformes
วงศ : Megalaimidae
ชื่อวิทยาศาสตร : Megalaima haemacephala (Muller) ๑๗๗๖.
ขนาด : ๑๖-๑๗ เซนติเมตร
ลักษณะ : จะงอยปากสดี ํา ขนบรเิ วณหนา ผากสแี ดง ใบหนา สีดาํ มีแถบสีเหลอื ง
ดานบนและดานลา งของตา คอสีเหลือง คอดา นลา งมีแถบสีแดงพาดผา น อกตอนบน
มีแถบสีเหลอื ง อกตอนลางและทองสขี าวแกมเหลืองมลี ายขีดสเี ขยี ว
อปุ นสิ ยั : มกั พบอยโู ดดเด่ยี วหรือเปน คู เสียงรอ งทุมกังวาน “ตง-ตง” ตดิ ตอกนั เปน
จงั หวะเรยี บ ๆ คลา ยเสียงคนกาํ ลังตีเหลก็ หรือตีทอง
ถนิ่ อาศัย : ปา เบญจพรรณ ปา เตง็ รงั ปาโปรง ชายปา สวนผลไม สวนสาธารณะ
พบไดตง้ั แตที่ราบจนถงึ ระดบั ความสงู ๙๑๕ เมตร
อาหาร : ผลไม
๒๔ นกในมหาวทิ ยาลัยแมโจ
CนoกmกmะรoาnงHหoัวoขpวoาeน
อันดบั : Upupiformes
วงศ : Upupidae
ชื่อวิทยาศาสตร : Upupa epops Linnaeus ๑๗๕๘.
ขนาด : ๒๗-๓๒.๕ เซนตเิ มตร
ลกั ษณะ : จะงอยปากยาวโคง ขนปกคลุมลําตัวสีเหลอื งแกมนาํ้ ตาล บนหัวมีขน
หงอนยาวปลายขนสดี ํา สามารถกางออกในแนวตัง้ คลายหมวกของชาวอนิ เดยี นแดง
ปก หลงั และหางมสี ดี ําสลบั ลายสีขาว ทอ งดานลางและขนคลุมใตหางสีขาว
อุปนสิ ัย : มกั พบอยโู ดดเดย่ี วหรือเปนคู มกั เดนิ หากนิ ตามพ้ืนดนิ เสียงรอง “ฮปู -
ฮปู -ฮปู ” หรือ “ฮูป-ป-ู ปู” ทุมตํา่
ถ่ินอาศัย: ปาเบญจพรรณ ปา เต็งรงั ปา ละเมาะ สวนผลไม ทุงหญา และพ้ืนที่
เกษตรกรรม พบไดตงั้ แตท ี่ราบจนถงึ ระดบั ความสงู ๑,๕๐๐ เมตร
อาหาร : แมลง
Birds in Maejo University ๒๕
IนnกdiตaะnขRาoบllทeุงr
อนั ดบั : Coraciiformes
วงศ : Coraciidae
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Coracias benghalensis (Linnaeus) ๑๗๕๘.
ขนาด : ๓๓ เซนตเิ มตร
ลกั ษณะ : จะงอยปากสดี าํ ขณะเกาะพกั จะเห็นขนปกคลมุ ลําตัวสีคอ นขางคลํา้ ลํา
ตัวดานบนสีน้าํ ตาลแกมเขยี วคลา้ํ ดานลางลาํ ตัวสีมวงแกมนาํ้ ตาล คอและอกตอนบน
มีลายขดี เลก็ ๆ สีฟา ขณะบินจะเห็นปก และหางมสี ีฟาสดสลบั นาํ้ เงินเขม
อุปนสิ ัย : มกั พบอยูโดดเดย่ี วหรือเปน คู ชอบเกาะตามยอดไมท ี่โดดเดน หรอื บน
สายไฟฟา เพื่อมองหาเหยอ่ื ตามพน้ื ดนิ เสยี งรอง “แซด” แหบและลากเสียง หรือ “ค-ี
อคั ..คอี คั ”
ถิ่นอาศัย : ปาเบญจพรรณ ปาเตง็ รงั ปาละเมาะ ทุงนา และพน้ื ที่เกษตรกรรม
พบไดตงั้ แตทีร่ าบจนถึงระดบั ความสูง ๑,๕๐๐ เมตร
อาหาร : แมลง และสตั วเลอื้ ยคลานขนาดเล็ก
๒๖ นกในมหาวิทยาลยั แมโ จ
นCoกmกmะเoตnน็ Kนinอ gยfiธsรhรerมดา
อนั ดับ : Coraciiformes
วงศ : Alcedinidae
ชอื่ วิทยาศาสตร : Alcedo atthis (Linnaeus) ๑๗๕๘.
ขนาด : ๑๖-๑๘ เซนติเมตร
ลักษณะ : ขนปกคลมุ ลําตวั ดา นบนสนี าํ้ เงนิ เหลอื บเขยี ว หลังและตะโพกสีฟา เปน
มนั วาว ขนคลุมหสู นี าํ้ ตาลแดงตอกบั แถบขาว บรเิ วณคอสขี าว ลาํ ตัวดา นลา งสีสม แกม
นา้ํ ตาล แขงและเทา สีแดงสด ตวั เมยี : จะงอยปากลางสนี ํา้ ตาลแดง
อปุ นิสยั : มกั พบอยโู ดดเดยี่ ว มกั เกาะตามกิง่ ไมแหง ตอไม หรอื เสาหลักในแหลง นา้ํ
หรอื ใกลแ หลง นา้ํ ขณะเกาะหรือบินจะสงเสยี งรอ งแหลมสงู “ซ-ิ ซิ-ซิ”
ถ่ินอาศยั : แหลง นํ้าตา ง ๆ เชน หนอง คลอง บึง ทะเลสาบ ปา ชายเลน ปาชายหาด
และปา ดิบแลง ที่อยใู กลแหลงนา้ํ พบไดต ั้งแตท่ีราบจนถงึ ระดบั ความสงู ๑,๘๐๐ เมตร
อาหาร : ปลา สัตวน้าํ ขนาดเล็ก และสตั วเ ลอื้ ยคลานขนาดเล็ก
Birds in Maejo University ๒๗
นกกะเตน็ อกขาว
White-throated Kingfisher
อนั ดับ : Coraciiformes
วงศ : Halcyonidae
ชอื่ วิทยาศาสตร : Halcyon smyrnensis (Linnaeus) ๑๗๕๘.
ขนาด : ๒๗.๕-๒๙.๕ เซนตเิ มตร
ลักษณะ : ขนบริเวณหวั หลงั ตอนบน ไหล และทอ งสนี ้ําตาลเขม คอ และอกสีขาว
จะงอยปากสีแดงสด ขนปก หลัง และหางสีฟาเขม หลังตอนลางและตะโพกสฟี า เปน
มันวาว แขงและเทาสแี ดง ขณะบินจะเหน็ แถบสขี าวใหญทีป่ ก
อปุ นสิ ยั : มกั พบโดดเด่ยี วหรอื เปนคู มักเกาะอยบู นกิ่งไมท ่ีโดดเดน หรือบนสาย
ไฟฟาตามทงุ นา สงเสียงรอ งแหลมสน่ั “คร้ี-ครี้-คร้”ี และกองดัง “แกก-แกก-แกก ”
ถ่ินอาศัย : ทุงโลง ทงุ นา ปา ละเมาะ ปา ชายเลน สวนผลไม และแหลงนํา้ ในทโ่ี ลง
พบไดตั้งแตทีร่ าบจนถงึ ระดบั ความสูง ๑,๕๐๐ เมตร
อาหาร : ปลา สตั วน ้าํ ขนาดเล็ก และสัตวเลื้อยคลานขนาดเลก็
๒๘ นกในมหาวทิ ยาลัยแมโจ
ถายภาพโดย : อ ิภสิทธ์ิ วิไลจิตต
นกกะเต็นหวั ดาํ
Black-capped Kingfisher
อันดับ : Coraciiformes
วงศ : Halcyonidae
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Halcyon pileata (Boddaert) ๑๗๘๓.
ขนาด : ๒๙-๓๑.๕ เซนติเมตร
ลักษณะ : จะงอยปากสีแดงสด หัวสีดาํ รอบคอและหนา อกสีขาวไลระดบั เปน สเี น้ือ
แกมน้าํ ตาลบรเิ วณทอ ง ไหลส ดี าํ ปก หลงั และหางสนี ํ้าเงินสด ขณะบนิ จะเหน็ แถบสี
ขาวใหญท ปี่ ก
อุปนสิ ยั : มักพบโดดเดีย่ วและมักจะเกาะอยบู นกิง่ ไมหรอื ยอดไมทโ่ี ดดเดน บริเวณ
ใกลกับลําธารในปา ปา ชายเลน ชายแมน ้ํา และบรเิ วณทุงนา ขณะเกาะลาํ ตวั จะต้ัง
เกือบตรง
ถ่ินอาศยั : ปา ชายเลน ทงุ นา พ้นื ทเ่ี กษตรกรรม และแหลง น้าํ ตาง ๆ พบไดต ้งั แต
ทร่ี าบจนถึงระดบั ความสงู ๙๐๐ เมตร
อาหาร : ปลา สตั วน ้ําขนาดเล็ก และสัตวเลื้อยคลานขนาดเล็ก
Birds in Maejo University ๒๙
นGrกeจeาnบBคeาeเล-e็กater
อนั ดบั : Coraciiformes
วงศ : Meropidae
ชื่อวิทยาศาสตร : Merops orientalis Latham ๑๘๐๑.
ขนาด : ๑๙-๒๐ เซนติเมตร
ลักษณะ : ขนปกคลมุ ลาํ ตวั สีเขียวสด หัวและทา ยทอยสีสมแกมนา้ํ ตาล แถบตาสีดํา
ใตแ ถบตาสฟี า หนาอกมแี ถบสดี ําโคงคร่ึงวงกลมพาด ขนหางคกู ลางแหลมยาว
อุปนิสัย : มักพบอยโู ดดเดย่ี วหรอื เปนฝงู เล็ก ๆ มักจะพบเกาะก่งิ ไม ยอดไมทีโ่ ดด
เดน หรือสายไฟฟากลางทุงนา มักสง เสียงรอ งแหลม รวั “ตร๊-ิ ตร-๊ิ ตร๊ิ”
ถนิ่ อาศัย : ปาละเมาะ ทงุ นา ทุงหญา และพนื้ ทีเ่ กษตรกรรมเปด โลง
อาหาร : แมลง หากินโดยการบินโฉบจบั กลางอากาศ
๓๐ นกในมหาวทิ ยาลยั แมโจ
นBlกueจ-าtบaหileัวdเขBยี eวe-eater
อนั ดับ : Coraciiformes
วงศ : Meropidae
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Merops philippinus Linnaeus ๑๗๖๖.
ขนาด : ๒๓-๒๔ เซนติเมตร
ลักษณะ : ขนบนหัวสีเขียวแกมนํา้ ตาลเขม แถบตาสดี ํา ขนใตแ ถบตาและคางสขี าว
แกมเหลอื ง คอและอกตอนบนสีสม แกมนํา้ ตาล ตะโพกสฟี าเปน มนั วาว ขนหางสีฟา
ขนหางคกู ลางยาว
อุปนสิ ยั : มกั พบอยโู ดดเดยี่ วหรอื เปนคู มักเกาะตามกงิ่ ไม หรอื สายไฟฟา กลางทุง
นา เสยี งรองแหลม “รริ บิ รริ บิ ” และ “ชริบ ชริบ”
ถิ่นอาศยั : พืน้ ท่ีเปดโลง ทว่ั ไปและบริเวณใกลแหลงนํ้า เชน บงึ หนอง และทุง นา
พบไดต ัง้ แตท ่รี าบจนถึงระดับความสงู ๘๐๐ เมตร
อาหาร : แมลง หากินโดยการบนิ โฉบจบั กลางอากาศ
Birds in Maejo University ๓๑
ถายภาพโดย : อ ิภสิทธ์ิ วิไลจิตต
PนlกaiอnีวtiาveบตC๊ักuแckตoนo
อันดับ : Cuculiformes
วงศ : Cuculidae
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Cacomantis merulinus (Scopoli) ๑๗๘๖.
ขนาด : ๒๒ เซนติเมตร
ลักษณะ : หวั คอ หนา อกตอนบนสีเทา หลงั และปก สีเทาเขม หางสดี าํ ขนหางมี
ลายสีขาว อกตอนลา งถงึ กน สีนํ้าตาลแดง ตวั เมยี ชุดขนสนี า้ํ ตาล : ขนปกคลุมลําตวั
มลี ายเกล็ดคลา ยนกคคั คลู าย แตคิ้วบางกวา คอและอกสีนํ้าตาลแดง
อปุ นสิ ยั : มกั พบอยูโ ดดเดย่ี ว โดยมกั จะเกาะตามกง่ิ ของตนไมใ หญแ ละไมพ ุมทม่ี ีใบ
หนาแนน เวลารองมกั จะเกาะตามยอดไมส ูง สงเสยี งรอง “เต-ตา-ตี” หรอื “เต-ตา-
ตา-เต” ขณะรองหางจะช้ลี งลาง ขนบริเวณตะโพกจะฟูขน้ึ ปก ทั้งสองขา งหอ ยลง เปน
นกปรสิต (Brood parasite) คอื จะไมทํารังฟก ไขและเลย้ี งดลู ูกดว ยตนเอง แตจ ะไป
วางไขใ หนกชนดิ อ่นื ฟก ไขและเลีย้ งลกู ให
ถ่นิ อาศัย : ปาเบญจพรรณ พ้นื ที่เปดโลง สวนผลไม พื้นที่เกษตรกรรม และสวน
สาธารณะ พบไดตง้ั แตทร่ี าบจนถึงระดบั ความสงู ๑,๘๐๐ เมตร
อาหาร : ตัวหนอน และแมลง
๓๒ นกในมหาวิทยาลัยแมโ จ
AนsกiaกnาเKหoวeา l
อันดับ : Cuculiformes
วงศ : Cuculidae
ชอื่ วิทยาศาสตร : Eudynamys scolopacea (Linnaeus) ๑๗๕๘.
ขนาด : ๔๐-๔๔ เซนติเมตร
ลกั ษณะ : จะงอยปากหนาสอี อกเขยี ว ขนหางยาว ตวั ผู : ขนปกคลมุ ลาํ ตวั สีดาํ
เหลอื บเขียว ตาสีแดงเขม ตวั เมยี : ขนปกคลุมลําตัวสนี าํ้ ตาลถึงนาํ้ ตาลดํามีลายจุด
และลายขวางสขี าวและสนี ้าํ ตาลออน
อปุ นสิ ยั : มกั อยโู ดดเด่ียว แตใ นชว งฤดผู สมพันธจุ ะพบอยเู ปน คู ตวั ผูจะรองดงั กอง
“กา-เวา กา-เวา” หรือ “โก-เอว” เปน นกปรสติ (Brood parasite) คือ จะไมทาํ รังฟก
ไขแ ละเล้ยี งดลู ูกดวยตนเอง แตจ ะไปวางไขใ หน กชนิดอน่ื ฟก ไขและเลีย้ งลกู ให เชน อกี า
และนกเอ้ยี ง
ถิ่นอาศัย : ปาโปรง ปา ละเมาะ สวนผลไม และสวนสาธารณะ พบไดต ัง้ แตพน้ื ราบ
จนถงึ ระดบั ความสงู ๑,๒๒๐ เมตร
อาหาร : ผลไม แมลง และสัตวเลื้อยคลานขนาดเลก็
Birds in Maejo University ๓๓
นGrกeบeงั้nร-อbiกlleใหdญM alkoha
อันดับ : Cuculiformes
วงศ : Cuculidae
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Phaenicophaeus tristis (Lesson) ๑๘๓๐.
ขนาด : ๕๓-๕๙ เซนตเิ มตร
ลกั ษณะ : จะงอยปากสีเขียวออ น หนงั รอบตาสแี ดงและมขี นสขี าวข้นึ โดยรอบ หัว
สีเทาออน ปกและหลงั สนี ้าํ ตาลเหลอื บเขยี ว ลาํ ตวั ดา นลางสเี ทาออนแซมขีดสดี ําเลก็ ๆ
ขนหางยาวมาก เปนลักษณะหางบ้งั ปลายขนหางสีขาว
อุปนสิ ยั : มกั พบอยูเปน คูตลอดทั้งป หากินโดยการกระโดดไปมาตามกิ่งไมคลายกับ
กระรอก เปน นกท่บี นิ ไมเ กงเม่อื ตองการจะบินมันจะกระโดดขน้ึ ไปบนตนไมทสี่ ูงแลวใช
วธิ รี อ นไปยงั ตน ไมท อี่ ยใู กลเคยี ง
ถิน่ อาศยั : ปา ดบิ ปา ผลดั ใบ ชายปา สวนผลไม พบไดต ั้งแตทร่ี าบจนถึงระดับความ
สูง ๑,๖๐๐ เมตร
อาหาร : ตวั หนอน แมลง และสตั วเ ลื้อยคลานขนาดเล็ก
๓๔ นกในมหาวิทยาลยั แมโจ
นGrกeกaะteปrดู Cใoหuญca l
อนั ดบั : Cuculiformes
วงศ : Centropodidae
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Centropus sinensis (Stephens) ๑๘๑๕.
ขนาด : ๔๘-๕๒ เซนติเมตร
ลักษณะ : ลําตวั มขี นาดใหญก วา นกกะปูดชนิดอืน่ ขนบนหวั คอ ลําตัวดา นลางและ
หางสดี ําเหลอื บมว ง บรเิ วณหลังและปก สีน้าํ ตาลแดง นกวัยออ น : ขนบริเวณหลงั
และปกมลี ายขวางสเี ขม หัวและลาํ ตัวมลี ายจดุ สีขาว
อุปนิสัย : มกั พบอยูโดดเดย่ี วหรอื เปน คู มกั หลบซอ นตวั อยตู ามกอหญาหรอื พุมไม
เตี้ยทแ่ี นนทบึ สว นใหญจ ะกระโดดหากนิ ตามพนื้ ดินหรอื พมุ ไมเ ต้ยี
ถ่นิ อาศัย : ปา โปรง สวนผลไม ทุงนา ทุงหญา มกั จะอยูใกลแหลง น้าํ พบไดต ง้ั แต
ท่รี าบจนถงึ ระดบั ความสงู ๑,๕๒๕ เมตร
อาหาร : แมลง และสัตวข นาดเล็ก
Birds in Maejo University ๓๕
LนeกsกseะrปCดู oเลu็กcal
อนั ดบั : Cuculiformes
วงศ : Centropodidae
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Centropus bengalensis (Gmelin) ๑๗๘๘.
ขนาด : ๓๘ เซนตเิ มตร
ลกั ษณะ : ขนบริเวณหวั คอ และหลังสีน้ําตาลแกมเทา มีลายขีดสีนํ้าตาลออ น
กระจายทวั่ ตวั ปกสีนาํ้ ตาลแดง หางสนี า้ํ ตาลมลี ายขวาง ปลายขนหางสีดาํ ขนชดุ -
ผสมพันธุ : ลักษณะคลา ยกับนกกะปดู ใหญ หัว คอ อก ทอ ง และหางสีดาํ มีลายขดี
สีขาวที่หัวและหลงั
อปุ นสิ ยั : มกั พบอยูโ ดดเดี่ยวหรอื เปนคู สว นใหญม ักจะกระโดดหากนิ ตามพนื้ ดิน
ตามทุง หญา และพุมไมเ ต้ีย ๆ เสยี งรอง “ฮูป-ฮูป-ฮปู ต-ตรอก ต-ตรอก”
ถ่นิ อาศัย : ปาละเมาะ ทงุ หญา ทุง นา มกั พบใกลแ หลง น้าํ พบไดต้งั แตท ร่ี าบจนถงึ
ระดบั ความสงู ๑,๘๓๐ เมตร
อาหาร : แมลง และสัตวเ ล้อื ยคลานขนาดเล็ก
๓๖ นกในมหาวทิ ยาลยั แมโ จ
นAsกiaแnอนPaตlาmลSwift
อนั ดบั : Apodiformes
วงศ : Apodidae
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Cypsiurus balasiensis (Gray) ๑๘๒๙.
ขนาด : ๑๑-๑๒ เซนติเมตร
ลกั ษณะ : ลาํ ตัวผอมบาง ปก แหลมเรยี วแคบ ขนบนลาํ ตัวสนี ํ้าตาลเขม หางแหลม
เมอื่ กางออกจะมองเห็นเปน แฉกลกึ การจดั เรยี งนิ้วเทา เปน แบบน้วิ หนา ตา ง ไมส ามารถ
เกาะกิง่ ไมไ ดแ ตส ามารถเกาะตามใบปาลมในแนวด่ิงได
อุปนสิ ัย : มักพบบินรอนหากนิ ตามทงุ นา ทงุ หญา ปาละเมาะ ปาโปรง และแหลง
ชมุ ชน ปกตมิ ักพบอยูเ ปน ฝูง
ถ่ินอาศัย : บนิ รอนเหนือปาและพ้ืนทีเ่ ปด โลง มกั พบเปนฝูง พบไดตัง้ แตท ี่ราบจนถงึ
ระดับความสงู ๘๐๐ เมตร
อาหาร : แมลง หากนิ โดยการบินโฉบจับกลางอากาศ
Birds in Maejo University ๓๗