ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย อาณาจักรสุโขทัย[1] (ราว พ.ศ. 1781 – 2117 อายุราว 236 ปี )[2] เป็ นรัฐในอดีต รัฐหนึ่ง ตั ้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น ้ายม สถาปนาขึ ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในฐานะสถานีการค้าของ รัฐละโว้ หลังจากนั ้นราวปี 1782 พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองได้ร่วมกันกระท าการยึด อ านาจจากขอมสบาดโขลญล าพงเป็ นผลส าเร็จ และได้สถาปนาเอกราชให้รัฐสุโขทัยเป็ น อาณาจักรสุโขทัย และมีความเจริญรุ่งเรืองตามล าดับและเพิ่มถึงขีดสุดในสมัยพ่อขุนรามค าแหง มหาราช ก่อนจะค่อย ๆ ตกต ่า และประสบปัญหาทั ้งจากปัญหาภายนอกและภายใน จนต่อมาถูก รวมเป็ นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาไปในที่สุด หลงัจากพ่อขนุรามคา แหงแลว ้ เมืองต่างๆเริ่ม อ่อนแอลงเมือง ส่งผลใหใ้ นรัชกาลพญาเลอไท และรัชกาลพญาไสลือไท ตอ ้ งส่งกองทพัไปปราบ หลายคร้ังแต่มกัไม่เป็ นผลสา เร ็ จและการปรากฏตวัข้ึนของอาณาจกัรอยธุยาทางตอนใตซ ้่ึง กระทบกระเทือนเสถียรภาพของสุโขทยัจนในทา ้ ยที่สุดกถ ็ูกแทรกแทรงจากอยธุยาจนมีฐานะเป็ น หัวเมืองของอยุธยาไปในที่สุด โดยมีพระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) เป็ นผู้ปกครองสุโขทัยใน ฐานะรัฐอิสระพระองคส ์ุดทา ้ ยโดยขณะน้นัดว ้ ยการแทรกแซงของอยธุยารัฐสุโขทยัจึงถูกแบ่ง ออกเป็ น 4 ส่วน คือ เมืองสรวงสองแคว (พิษณุโลก) อันเป็ นเมืองเอก มีพระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) เป็ น ผู้ปกครอง เมืองสุโขทัย เมืองรอง มี พระยาราม เป็ นผู้ปกครองเมือง เมืองเชลียง (ศรีสัชนาลัย) มี พระยาเชลียง เป็ นผู้ปกครองเมือง เมืองชากงัราว(กา แพงเพชร) มีพระยาแสนสอยดาวเป็ นผปู้ กครองเมือง หลงัสิ้นรัชกาลพระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) พระยายุทธิษเฐียรซ่ึงเดิมทีอยศู่รีสัชนาลยั ไดเ ้ ขา ้ มาครองเมืองสองแคว(พิษณุโลก)และเมื่อแรกที่สมเด ็ จพระบรมไตรโลกนาถเสดจ ็ ข้ึนผา่น พิภพ เป็ นพระมหากษตัริยก ์ รุงศรีอยธุยา ปรากฏวา่ขณะน้นัพระยายทุธิษเฐียรเกิดนอ ้ ยเน้ือต่า ใจที่ได ้ เพียงตา แหน่งพระยาสองแควเนื่องดว ้ ยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเคยด าริไว้สมัยทรงพระ เยาวว ์ า่หากไดข ้้ึนเป็ นพระมหากษตัริย ์ จะชุบเล้ียงพระยายทุธิษฐิระใหไ้ ดเ ้ป็ นพระร่วงเจา ้สุโขทยั
พ.ศ. 2011 พระยายทุธิษฐิระจึงเอาใจออกห่างจากสมเดจ ็ พระบรมไตรโลกนาถไปข้ึนกบัพระ เจา ้ ติโลกราช กษตัริยล ์ า ้ นนาในขณะน้นัเหตุการณ ์ น้ีส่งผลใหเ ้ กิดการเฉลิมพระนามกษตัริย์ล้านนา จากพระยาเป็ นพระเจา ้ เพื่อใหเ ้สมอศกัด์ิดว ้ ยกรุงศรีอยธุยา พระนามพระยาติโลกราช จึงไดร ้ับการ เฉลิมเป็ นพระเจ้าติโลกราช หลงัจากที่พระยายทุธิษฐิระ นา สุโขทยัออกจากอยธุยาไปข้ึนกบัลา ้ นนา สมเด ็ จพระบรมไตร โลกนาถจึงเสดจ ็ จากกรุงศรีอยธุยากลบัมาพา นกัณ เมืองสรลวงสองแคว พร ้ อมท้งัสร ้ างกา แพงและ ค่ายคูประตูหอรบ แลว ้ จึงสถาปนาข้ึนเป็ นเมือง พระพิษณุโลกสองแควเป็ นราชธานีฝ่ายเหนือของ อาณาจักรแทนสุโขทัย ในเวลาเจ็ดปี ให้หลัง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจึงทรงตีเอาสุโขทัยคืนได้ แต่เหตุการณ ์ ทางเมืองเหนือยงัไม่เขา ้สู่ภาวะที่น่าไวว ้ างใจจึงทรงตดัสินพระทยัพา นกัยงันครพระ พิษณุโลกสองแควต่อจนสิ้นรัชกาล ส่วนทางอยธุยาน้นัทรงไดส้ ถาปนาสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 พระราชโอรส เป็ นพระมหาอุปราช ดูแลอยุธยาและหัวเมืองฝ่ ายใต้ ดว ้ ยความที่เป็ นคนละประเทศมาก่อน และมีสงครามอยดู่ว ้ ยกนัชาวบา ้ นระหวา่งสุโขทยัและ อยุธยา จึงมิไดป้ รองดองเป็ นน้า หน่ึงใจเดียวกนัจึงตอ ้ งแยกปกครองโดยพระมหากษตัริยอ ์ ยธุยาจะ ทรงสถาปนาพระราชโอรส หรือพระอนุชา หรือพระญาติอนัมีเช้ือสายสุโขทยั ปกครองพิษณุโลก ในฐานะราชธานีฝ่ ายเหนือ และควบคุมหัวเมืองเหนือท้งัหมด การสิ้นสุด พ.ศ. 2127 หลังจากชนะศึกที่แม่น้า สะโตงแล้ว พระนเรศวรโปรดให้เทครัวหัวเมืองเหนือ ท้งัปวง (เมืองพระพิษณุโลกสองแคว เมืองสุโขทัย เมืองพิชัย เมืองสวรรคโลก เมือง กา แพงเพชร เมืองพิจิตร และเมืองพระบาง) [4] ลงมาไวท ้ี่อยธุยา เพื่อเตรียมรับศึกใหญ่พิษณุโลก และหวัเมืองเหนือท้งัหมดจึงกลายเป็ นเมืองร ้ าง หลงัจากเทครัวไปเมืองใต ้ จึงสิ้นสุดการแบ่งแยก ระหวา่งชาวเมืองเหนือกบัชาวเมืองใต ้ และถือเป็ นการสิ้นสุดของรัฐสุโขทยัโดยสมบูรณ ์ เพราะ หลงัจากน้ี8 ปีพิษณุโลกไดถ ู้กฟ้ืนฟูอีกคร้ังแต่ถือเป็ นเมืองเอกในราชอาณาจกัร มิใช่ราชธานีฝ่าย เหนือ ในดา ้ นวชิาการ มีนกัวชิาการหลายท่านไดเ ้สนอเพิ่มวา่เหตุการณ ์ อีกประการอนัทา ใหต ้ อ ้ งเท ครัวเมืองเหนือท้งัปวงโดยเฉพาะพิษณุโลกน้นัอยทู่ี่เหตุการณ ์ แผน่ดินไหวคร้ังใหญ่บนรอยเลื่อนวัง
เจ้า ในราวพุทธศักราช 2127 แผน่ดินไหวคร้ังน้ีส่งผลใหต ้ วัเมืองพิษณุโลกราพณาสูญ แมแ ้ ต่ แม่น้า แควน้อย กเ ็ปลี่ยนเส้ นทางไม่ผา่นเมืองพิษณุโลกแต่ไปบรรจบกบัแม่น้า โพ (ปัจจุบนัคือแม่น้า น่าน) ที่เหนือเมืองพิษณุโลกข้ึนไป และยงัส่งผลใหพระศรีรัตนมหาธาตุพิษณุโลก ้ หักพังทลายใน ลกัษณะที่บูรณะคืนไดย ้ ากในการฟ้ืนฟูจึงกลายเป็ นการสร ้ างพระปรางคแ ์ บบอยธุยาครอบทบัลงไป แทน ท้งัหมด