The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปก-ต้านทุจริต_merged

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wonder Nong TP, 2022-08-29 02:34:49

ปก-ต้านทุจริต_merged

ปก-ต้านทุจริต_merged

46

ตารางการวเิ คราะหก์ ารบรู ณาการหลกั สตู รการป้องกันการทุจรติ

ช่วงชน้ั ท่ี 3 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 กจิ กรรมแนะแนว

หนว่ ยที่ ชือ่ หน่วย/สาระการเรียนรู้ หลักสตู รตา้ นทุจริตศกึ ษา ชัว่ โมง
1 2
คนสร้างฝนั หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 : ความละอายและความไม่
2 2
1.ความสนใจ ความถนัด ความสามารถ ทนต่อการทุจริต
3 4
ด้านการเรยี นและอาชีพสจุ รติ ของตนเอง เนอ้ื หาทบ่ี รู ณาการ : ความสัมพันธ์และเกื้อกลู กัน
4 3
2.ข้อมูลทย่ี ืนยนั ถงึ ความสนใจ ความ ของอาชีพสจุ รติ ในสังคม ระบุถึงความสนใจความ

ถนดั ความสามารถด้านการเรยี นและ ถนดั ความสารถดา้ นการเรยี นและอาชีพ และน้าไปสู่

อาชพี สจุ ริตของตนเอง การสร้างสรรคอ์ าชพี ใหม่ท่สี ุจรติ ความละอายและ

ความไมท่ นต่อการทุจริตของการประกอบอาชพี

คนล่าฝนั หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 : ความละอายและความไม่ทน

1.ความสามารถดา้ นการเรียนและอาชพี ต่อการทจุ ริต

ของตนเองให้ผอู้ น่ื ทราบ เนือ้ หาทบ่ี ูรณาการ : ความสัมพนั ธแ์ ละเก้อื กลู กัน

2.ปฏิบตั กิ ิจกรรมรว่ มกับผูอ้ ื่นตามความ ของอาชพี สุจรติ ในสงั คม ระบุถงึ ความสนใจความ

ถนดั ความสามารถด้านการเรยี นและ ถนัดความสารถด้านการเรียนและอาชพี และนา้ ไปสู่

อาชพี การสรา้ งสรรคอ์ าชพี ใหม่ที่สุจรติ ความละอายและ

ความไมท่ นตอ่ การทุจริตของการประกอบอาชีพ

คนค้นคน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 : การคิดแยกแยะระหว่าง

1. ภาคภมู ใิ จเก่ยี วกบั ตนเอง ผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมใน

2. ประกาศใหผ้ ูอ้ ่นื ไดท้ ราบถึงความดี สังคม

ของตนเอง เนื้อหาทบ่ี ูรณาการ : เชอ่ื มนั่ ชน่ื ชมผู้อื่นอย่างมี

3.เชื่อม่นั ชืน่ ชมผ้อู น่ื อยา่ งมีเหตุผล เหตผุ ล และแสดงความดี คิดแยกแยะระหว่าง

ผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมใน

สงั คมดว้ ย

คนตน้ แบบ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 : พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบ

1. บุคลกิ ภาพดา้ นดขี องตนเอง ตอ่ สังคม

2. บุคคลตน้ แบบที่เป็นแบบอย่างที่ดี เน้อื หาทบี่ ูรณาการ : พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบตอ่

3.ยืนยันถงึ บุคลิกภาพด้านดีของตนเอง สงั คมในการรูห้ ลกั การปฏบิ ัติเพ่ือใหม้ ีบคุ ลิกภาพดี

และไม่ดขี องตนเองและของเพอ่ื นเพอื่ ปฏบิ ตั ิตนเป็น

พลเมอื งท่ีดี

หลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศึกษาโรงเรยี นชุมชนบ้านน้าดบิ

47

หน่วยที่ ชื่อหน่วย/สาระการเรียนรู้ หลกั สูตรตา้ นทจุ ริตศึกษา ชัว่ โมง
5 เสริมความรสู้ ูโ่ ลกศึกษา 2
1.ข้อมลู การศึกษาต่อและอาชีพที่ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 : ความละอายและความไม่ทน
6 สอดคลอ้ งกบั ระบบเศรษฐกจิ ในยคุ ใหม่ ตอ่ การทจุ รติ 2
7 2.แหล่งข้อมูลการศึกษาต่อและอาชีพท่ี เนอ้ื หาทบี่ ูรณาการ : รู้ถงึ บุคลิกความสัมพันธ์และ 3
เกี่ยวกบั ระบบเศรษฐกจิ ยคุ ใหม่ เกื้อกลู กนั ของอาชีพสจุ รติ ในสังคม ระบุถึง
8 แหล่งข้อมูลการศกึ ษาตอ่ และอาชพี ที่เกี่ยวกบั 3
อาชพี ไหน ใช่ตัวเรา ระบบเศรษฐกจิ และนา้ ไปสู่การสรา้ งสรรค์อาชพี ใหม่
1 อาชีพที่สนใจและเหมาะสมกับตวั เอง ทีส่ ุจรติ ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
2 เหตุผลในการเลือกอาชีพที่เหมาะสม ของการประกอบอาชีพ
กบั ตนเอง หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 : ความละอายและความไมท่ น
3.ลกั ษณะของอาชีพที่เหมาะสม ต่อการทุจรติ
เนอ้ื หาทบ่ี ูรณาการ : ภมู ิใจในคุณค่าของตนเองใน
เป้าหมายดี ชวี สี า้ เรจ็ ดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการ
1.แนวทางในการพัฒนาตนเองทงั้ ในด้าน เรยี นและอาชพี ท่ีสุจริตและปฏบิ ัติตนเปน็ ผลู้ ะอาย
การศึกษาตอ่ และอาชีพทีเ่ หมาะสมกับ และไม่ทันตอ่ การทจุ ริตทกุ รูปแบบ
ตนเอง หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 : พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบ
2.แนวทางในการพฒั นาตนเองทงั้ ด้าน ตอ่ สงั คม
การศกึ ษาตอ่ และอาชพี ทเ่ี หมาะสมกับ เนือ้ หาทบ่ี รู ณาการ : พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบต่อ
ตนเอง สงั คมร้จู ักพัฒนาตนเองทง้ั ดา้ นการศึกษาต่อและ
3.ประเมนิ ตนเองตามข้อกา้ หนดแนวทาง อาชีพ รหู้ ลักการปฏิบัติเพ่อื ใหม้ บี ุคลกิ ภาพดีและไมด่ ี
ท่ีปฏบิ ัติ ของตนเองและของเพือ่ นเพื่อปฏบิ ตั ติ นเปน็ พลเมอื งที่
เพิ่มพนู ความรู้ สูค่ วามถนัด ดี
1.วิชาทีน่ กั เรียน เรยี นไดด้ แี ละมคี วาม
ถนดั หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 : ความละอายและความไมท่ น
22.พัฒนาตนเองตามรายวิชาทีเ่ รยี นไดด้ ี ต่อการทุจริต
และมคี วามถนัด เน้อื หาทบี่ รู ณาการ : ภมู ิใจในคณุ คา่ ของตนเองใน
3.ประเมินตนเองเพอ่ื พฒั นาในรายวิชาท่ี ดา้ นความสนใจ ความถนดั พัฒนาตนเองตามความ
มีความถนดั ใหเ้ ตม็ ศักยภาพ ถนดั ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ละอายและไม่ทนั ต่อการทจุ ริต
ทุกรปู แบบ

หลักสตู รต้านทุจริตศกึ ษาโรงเรยี นชุมชนบา้ นนา้ ดบิ

48

หนว่ ยที่ ช่ือหน่วย/สาระการเรยี นรู้ หลักสตู รตา้ นทจุ ริตศกึ ษา ชัว่ โมง

9 ทางเลือกน.ี้ ...ท่ีเลอื กเดนิ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 : ความละอายและความไม่ทน 2

1.แนวทางศึกษาต่อหรอื ประกอบอาชพี ตอ่ การทจุ ริต

ตามความถนัดของตนเอง เนอ้ื หาทบี่ รู ณาการ : วิเคราะห์คุณคา่ การเลอื กศึกษา

2.คุณค่าของการเลอื กศึกษาต่อหรอื ตอ่ หรอื ประกอบอาชพี ท่ถี นัด ความถนัด พัฒนา

ประกอบอาชพี ตามความถนดั ของตนเอง ตนเองตามความถนดั ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผลู้ ะอายและไม่

3.ตดั สินใจเลอื กศกึ ษาต่อหรือประกอบ ทันต่อการทจุ ริตทกุ รูปแบบ

อาชพี ตามความถนัดของตนเอง

10 เตรียมพร้อมสกั นดิ พชิ ติ O-Net หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 : พลเมอื งกับความรับผิดชอบ 2

1.และความสา้ คัญของการสอบ O-NET ตอ่ สังคม

2. พฒั นาตนเองด้านการเรยี นและ เน้ือหาทบ่ี ูรณาการ : พลเมืองกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อ

ประเมินตนเองอย่างตอ่ เน่ืองส้าหรบั การ สังคมร้จู กั พฒั นาตนเองท้งั ด้านการศกึ ษาต่อและ

สอบ O-NET อาชีพ มกี ารประเมินตนเองอนา่ งตอ่ เนอื่ ง รหู้ ลักการ

3.เห็นประโยชน์ของพฒั นาตนเองให้ ปฏบิ ตั เิ พ่ือใหม้ บี ุคลกิ ภาพดขี องเพ่ือนเพือ่ ปฏิบัตติ น

พร้อมส้าหรับการสอบ O-NET เป็นพลเมืองทดี่ ี

11 สานฝันอาชพี หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 : ความละอายและความไมท่ น 3

1.อาชีพที่ตรงกับความรู้ความสามารถ ต่อการทจุ ริต

ของตนเอง เนอ้ื หาทบี่ รู ณาการ : ภมู ิใจในคุณค่าของตนเองใน

2.เตรียมตัวสอู่ าชพี ทเี่ หมาะสมกับตนเอง ดา้ นความสามารถ ความสนใจ ความถนดั พฒั นา

3.สัมภาษณ์บุคลทปี่ ระกอบอาชพี ท่ี ตนเองตามความถนดั ปฏิบัตติ นมีอาชพี ท่ีสจุ รติ ตาม

เหมาะสมกับตนเอง ความตอ้ งการ

4. อาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง

12 คิดด.ี ....ไม่มเี ครียด หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 : พลเมืองกบั ความรับผิดชอบ 2

1.สถานการณ์ที่ทา้ ให้เกิดความทุกข์ ต่อสงั คม

หรอื ไมพ่ อใจ เน้ือหาทบ่ี รู ณาการ : พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบตอ่

2.ความคิดเปน็ เชิงบวกในสถานการท่ีทา้ สังคม รูจ้ ักคดิ ในเชงิ บวก เห็นคุณค่าของการคดิ เชิง

ให้เกิดความทุกขห์ รือความไมพ่ ึงพอใจ บวก ในสถานการณ์ที่ไม่พอใจ แยกแยะถูกผิดอย่าง

3เห็นคณุ ค่าของการมคี วามคดิ เชงิ บวก สมเหตุสมผล รูห้ ลกั การปฏิบตั เิ พ่อื ใหม้ ีบุคลิกภาพดี

ในสถานกรณีทท่ี ้าใหเ้ กิดความทุกข์ เพือ่ ปฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมอื งทีด่ ี

หรือไมพ่ งึ พอใจได้

หลักสูตรตา้ นทุจรติ ศกึ ษาโรงเรยี นชุมชนบา้ นน้าดบิ

49

หนว่ ยที่ ชอื่ หน่วย/สาระการเรยี นรู้ หลกั สูตรต้านทุจริตศกึ ษา ชวั่ โมง
13 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 : พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบ 2
ขอ้ มูลดี...มีประโยชน์ ต่อสงั คม
14 1.คน้ หาข้อมูล และรวบรวมขอ้ มูลใน เน้ือหาทบี่ รู ณาการ : พลเมอื งกับความรบั ผิดชอบต่อ 2
15 ดา้ นการศึกษา อาชีพ และการพัฒนา สังคม ในการเคารพสทิ ธขิ องผ้อู ื่นในการแลกเปลีย่ น 2
ตนเองจากแหลง่ ขอ้ มลู ต่าง ๆ ด้วย ขอ้ มูลความรูด้ ้านการศกึ ษา ด้านอาชพี และการ
วิธีการทีห่ ลากหลาย พัฒนาตนให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเองกับผอู้ ื่นในการ
2.แลกเปลย่ี นข้อมูลดา้ นการศกึ ษา ด้าน กา้ วสปู่ ระชาคมอาเซยี น
อาชีพ และดา้ นการพัฒนาตนตอ่ ผอู้ น่ื ใน
การกา้ วส่ปู ระชาคมอาเซยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 : การคิดแยกแยะระหว่าง
3.ใชข้ อ้ มลู ด้านการศึกษา ดา้ นอาชพี ผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวมใน
และด้านการพัฒนาตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ สงั คม
ต่อตนเอง และผูอ้ นื่ ในการก้าวสู่ เน้ือหาทบ่ี ูรณาการ : หาความสขุ ใหก้ ับตนเองและ
ประชาคมอาเซยี น ผู้อืน่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม คิดแยกแยะระหวา่ ง
สร้างสุข คลายทุกข์ ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมใน
1.วิธกี ารสร้างความสุขใหก้ ับตนเอง และ สังคมดว้ ย
ผอู้ ื่น หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 : การคิดแยกแยะระหว่าง
2.เลอื กวิธที สี่ รา้ งความสุขทีเ่ หมาะสม ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวมใน
ใหแ้ ก่ตนเองและผูอ้ ่ืน สงั คม
3.ปฏิบตั ติ ามวธิ ีการสร้างความสขุ ที่ เนอ้ื หาทบี่ ูรณาการ : สรา้ งสัมพันธภาพที่ดกี ับผู้อื่น
เหมาะสมใหแ้ ก่ตนเองและผอู้ น่ื ดว้ ยการสื่อสารเชงิ บวก คิดแยกแยะระหว่าง
สอื่ สารดี มีมิตร ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวมใน
1.วธิ กี ารสร้างสมั พันธภาพท่ีดกี บั ผู้อ่ืน สงั คมด้วยความคิด ความร้สู ึก อารมณ์
ด้วยการสอ่ื สารเชงิ
2.สรา้ งสัมพันธภาพทดี่ ีกบั ผอู้ ืน่ ด้วยการ
ส่อื สารเชิงบวก
3. การสร้างสมั พันธภาพที่ดกี บั ผ้อู ่ืนด้วย
การสื่อสารเชิงบวก
4. ทักษะการอย่รู ่วมกับผอู้ ่นื อย่าง
สร้างสรรค์และมีความสุข

หลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษาโรงเรยี นชมุ ชนบ้านนา้ ดบิ

50

หน่วยท่ี ชือ่ หน่วย/สาระการเรียนรู้ หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ช่วั โมง
16 สงั คมดี ต้องมกี ฎ
1. กฎ กตกิ าของสงั คม หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 : จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ 2
2.วิธกี ารปฏบิ ัติตนตามกฎ กติกาของ
สงั คม เนอื้ หาทบี่ ูรณาการ : จิตพอเพียงตา้ นทุจรติ ในการ

ตระหนกั และเห็นความสา้ คัญของการต่อตา้ นและ

ปูองกันการทจุ รติ ในเร่อื งการปฏิบัติตามกฎ กตกิ า

ของสังคม

17 ลับแบบไหนต้องไตร่ตรอง หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 : พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบ 1
1.เรอ่ื งท่ีควรเกบ็ เปน็ ความลับไว้
2. การใช้ดุลยพนิ ิจในการเกบ็ ความลับ ตอ่ สงั คม
ของเพ่ือนได้
เนอ้ื หาทบ่ี รู ณาการ : พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบตอ่

สงั คม ในการรหู้ ลกั การใช้ดลุ พินิจในการเกบ็ ความลับ

ของผู้อื่นเพื่อปฏบิ ัติเป็นพลเมืองท่ีดี

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิดและแนวการสอน

กิจกรรมการเรยี นรูท้ ่ใี ช้ในการจัดการเรียนการสอน เนน้ การใชท้ ฤษฎีการเรียนรู้ การสรา้ งความรู้
ได้แก่ 1) ทฤษฎีคอนสตรคั ติวิสต์ (Construction Theory) 2) ทฤษฎีคอนสตรคั ติวิสตเ์ ชิงสังคม (Social
Constructivism Theory) 3) ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสตเ์ ชงิ ปัญญา (Cognitive Constructivism) 4) ทฤษฎี
ประมวลผลข้อมูล (Information Processing Theory) 5) ทฤษฎพี หุปญั ญา (Theory of Multiple
Intelligences) 6) ทฤษฎีการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื (Cooperative Learning Theory) ในการจัดการเรยี นการ
สอน โดยภาพรวมจะใช้กลยุทธก์ ารสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส้าคัญ คือจัดตามความแตกต่างของเด็กแต่ละคน ดว้ ย
การสอนโดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ การฝึกปฏิบตั ิจริงการทา้ โครงงานสืบสวนสอบสวน
กระบวนการเรยี นรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การแกป้ ัญหาตลอดจนใช้เทคนคิ การสอนที่
หลากหลายเหมาะกบั ผู้เรียนแตล่ ะวัย

8. สอ่ื การเรียนรู้และแหล่งเรยี นรู้
จัดกิจกรรมด้วยสอื่ การเรียนรู้ทเี่ กย่ี วกบั การปอู งกนั และปราบปรามการทุจริต เชน่ วีดโิ อ ขา่ ว VTR

นิทาน การ์ตูน ภาพยนตร์ส้นั เอกสารแก้ทุจริตคิดฐานสอง สือ่ สงิ พิมพ์ตา่ ง ๆ ใบความรู้ ใบงาน วัสดุอปุ กรณ์
ตา่ ง ตลอดจนแหลง่ เรยี นรทู้ ใ่ี ช้คอมพวิ เตอร์ในการสบื คน้

9. การวดั และประเมนิ ผล
การประเมินการเรียนรู้ โดยใช้เครือ่ งมือประเมินการเรียนรูใ้ นดา้ น
-ความรคู้ วามเขา้ ใจ
-การปฏิบตั ิ

หลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศึกษาโรงเรยี นชุมชนบ้านน้าดบิ

51

-คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
เครือ่ งมอื ที่ใช้ประเมิน
-แบบสอบ
-แบบประเมินการปฏบิ ตั ิงาน
-แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงาน
การประเมนิ ผล
การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน เป็นเง่ือนไขสา้ คัญประการหน่งึ สา้ หรับการผ่าน
ชว่ งชั้นหรือจบหลักสูตร ผู้เรียนต้องเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตลอดจน ผ่านการประเมินตาม
เกณฑท์ ่สี ถานศกึ ษากา้ หนดตามแนวประเมนิ ดังน้ี
1. ประเมินการร่วมกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียนตามวตั ถุประสงค์ ด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย ตามสภาพจริง
ใหไ้ ด้ผลการประเมนิ ท่ถี ูกตอ้ ง ครบถ้วน
2. ครทู ปี่ รกึ ษากจิ กรรม ผูเ้ รยี นและผู้ปกครอง จะมบี ทบาทในการประเมินดงั นี้
2.1 ครูทปี่ รกึ ษากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
 ตอ้ งดแู ลและพัฒนาผเู้ รียนใหเ้ กดิ คณุ ลกั ษะตามวัตถปุ ระสงค์ของกิจกรรม
 ต้องรายงานเวลา และพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
 ตอ้ งศกึ ษาตดิ ตาม และพัฒนาผ้เู รยี นในกรณผี ู้เรยี นไมเ่ ขา้ ร่วมกจิ กรรม
2.2 ผู้เรยี น
 ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมให้บรรลตุ ามวัตถุประสงค์
 มีหลักฐานแสดงการเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 80% หรือตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา

ก้าหนด พรอ้ มท้งั แสดงการปฏิบตั ิกจิ กรรม และพัฒนาการด้านต่างๆ
 ถ้าไม่เกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ ต้องปฏิบัติกิจกรรมเพ่ิมเติมตามท่ีครูที่ปรึกษา

กิจกรรมอบรม หรอื ให้ความเหน็ ชอบตามทีผ่ ูเ้ รยี นเสนอ
 ประเมนิ ตนเองและเพ่อื นร่วมกจิ กรรม
2.3 ผูป้ กครอง
 ผปู้ กครองให้ความร่วมมอื ในการติดตามพฒั นาการของผเู้ รียนกบั สถานศึกษาเปน็ ระยะ ๆ
 ผปู้ กครองบนั ทกึ ความเห็น สรุปพฒั นาการและการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมของผเู้ รยี น
3. เกณฑก์ ารผ่านกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
3.1 ผเู้ รยี นเข้าร่วมกจิ กรรมอยา่ งน้อย 80% หรอื ตามทส่ี ถานศึกษาก้าหนด
3.2 ผูเ้ รียนผ่านจุดประสงค์ทส่ี า้ คญั ของแต่ละกจิ กรรม

หลักสูตรตา้ นทจุ ริตศกึ ษาโรงเรยี นชมุ ชนบ้านน้าดบิ

52

10. การจดั การเรยี นการสอน
หลกั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นมหี ลกั การจดั ดังน้ี
1. มีการกา้ หนดวัตถปุ ระสงค์และแนวปฏบิ ัตทิ ีชัดเจนเปน็ รปู แบบ
2. จดั ให้เหมาะสมกับวยั วฒุ ิภาวะ ความสนใจ ความถนดั และความสามารถของผ้เู รยี น
3. บูรณาการวชิ าการกับชวี ิตจริง ให้เรยี นได้ตระหนักถงึ ความสา้ คัญของการเรียนร้ตู ลอดชวี ิต
4. ใช้กระบวนการกล่มุ ในการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์จิตนาการ ที่

เปน็ ประโยชน์และสัมพันธก์ บั ชวี ติ ในแตล่ ะช่วงวยั อย่างต่อเนือ่ ง
5. จ้านวนสมาชกิ มคี วามเหมาะสมกับลกั ษณะของกิจกรรม
6. มีการก้าหนดเวลาในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเปูาหมายของ

สถานศึกษา
7. ผู้เรียนเป็นผู้ด้าเนินการ มีครูเป็นท่ีปรึกษา ถือเป็นหน้าที่และงานประจ้าโดยค้านึงถึงความ

ปลอดภยั
8. ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปดิ โอกาสให้ครู พ่อแม่ ผปู้ กครอง ชุมชน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

มีสว่ นร่วมในการจักกจิ กรรม
9. มกี ารประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการทห่ี ลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรมอย่างเป็น

ระบบและต่อเนื่อง โดยใหถ้ ือวา่ เปน็ เกณฑก์ ารประเมนิ ผลการผา่ นชว่ งช้นั เรยี น

แนวการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
สถานศกึ ษาต้องจดั ใหผ้ ้เู รียนทกุ คนเขา้ รว่ มกิจกรรม โดยค้านึงถึงแนวการจัดดังต่อไปน้ี
1. การจัดกิจกรรมตา่ งๆ เพ่อื เกือ้ กลู ส่งเสริมการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ เช่น การบูรณาการ
โครงการ องคค์ วามรู้จากกลมุ่ สาระการเรียนรู้ เปน็ ต้น
2. จดั กจิ กรรมตามความสนใจ ความถนัดตามธรรมชาติ และความสามารถความต้องการของผู้เรียน
และชมุ ชน เชน่ ชมรมทางวชิ าการตา่ งๆ เปน็ ตน้
3. จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังและสร้างจิตส้านึกในการท้าประโยชน์ต่อสังคม เช่น กิจกรรม
ลูกเสอื เนตรนารี เป็นต้น
4. จัดกิจกรรมประเภทบริการตา่ งๆ ฝกึ การทา้ งานที่เป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม

การจัดเวลาเรยี น

ในการจดั กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนตลอดปกี ารศกึ ษา ต้องมีเวลาเรยี นประมาณ 20% ของเวลาเรียน
ทั้งหมด บางกิจกรรมสามารถด้าเนินการนอกเวลาเรียนก็ได้ โรงเรียนชุมชนบ้านน้าดิบ ก้าหนดเวลาเรียน
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นดังนี้

หลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศกึ ษาโรงเรียนชมุ ชนบ้านน้าดิบ

53

กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ เวลาเรยี น

กิจกรรม ระดบั ประถมศกึ ษา ระดับมัธยมศึกษา

ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ม.1 ม.2 ม.3

๐กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น 120 120 120 120 120 120 120 120 120

-แนะแนว 40 40 40 40 40 40 40 40 40

๐ กจิ กรรมนกั เรยี น

-ลูกเสือ-เนตรนารี 40 40 40 40 40 40 40 40 40

-ชุมนมุ 30 30 30 30 30 30 25 25 25

๐ กิจกรรมเพ่ือสังคมและ 10 10 10 10 10 10 15 15 15

สาธารณะประโยชน์

หลักสูตรต้านทุจริตศกึ ษาโรงเรียนชุมชนบ้านนา้ ดิบ

54

ส่วนท่ี 3
ผลการดาเนนิ การขับเคล่อื นหลกั สตู รตา้ นทุจริตศกึ ษา

การบรหิ ารจดั การหลกั สูตรต้านทจุ ริตศึกษา

การบริหารจัดการหลกั สูตรต้านทุจริตศกึ ษาโรงเรยี นชุมชนบา้ นน้าดบิ ได้ดาเนินการจดั กจิ กรรมดังน้ี
จดั ในกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน

สถานศึกษานาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา สู่การปฏิบัติในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสามารถดาเนินการตาม
ขั้นตอนได้ ดังน้ี

1. ศึกษาคมู่ ือ หลักสูตรตา้ นทจุ ริตศึกษา ใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจ
2. สถานศกึ ษาจดั ประชมุ ครู ท้งั สถานศึกษาเพ่ือชี้แจงสรา้ งความเขา้ ใจเก่ียวกบั หลักสูตรตา้ น
ทจุ ริตศกึ ษา
3. วางแผนการนาหลักสูตรต้านทุจรติ ศกึ ษาไปจดั ในกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นซึ่งกจิ กรรมที่
สามารถนาหลกั สตู รตา้ นทุจริตศึกษาไปจัด ได้แก่

1.1 กจิ กรรมแนะแนว หน่วยการเรียนรทู้ ่ีนาไปจัดในกจิ กรรมแนะแนว ได้แก่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
1 การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พลเมอื งกบั ความรับผิดชอบต่อสงั คม
1.2 กจิ กรรมนักเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ีนาไปจัดในกจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี ได้แก่
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจรติ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ รติ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบต่อสงั คม

แนวทางการนาหลักสูตรตา้ นการทจุ ริตศึกษาไปใช้

กระทรวงศกึ ษาธิการเหน็ ดว้ ยกบั การนาหลกั สูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ในสถานศกึ ษาเน่ืองจากจุดมุ่งหมาย
ของรายวิชาและผลการเรียนรู้ที่หลักสูตรต้านทุจริตศึกษากาหนด จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติท่ีสร้างความ
ตระหนัก ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมผ่านการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ซ่ึงการปลูกฝัง
คุณธรรมและสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตควรปลูกฝังให้ครอบคลุมทุกระดับการศึกษาและมีความต่อเนื่อง
ตั้งแต่การศึกษาระดับปฐมวัยประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา รวมทั้งการส่งเสริมให้หน่วยงาน
ภาครัฐ และขอความร่วมมือจากภาคเอกชน จดั ให้มีการฝกึ อบรม หรอื บูรณาการกับหลกั สูตรฝกึ อบรมในระดับต่าง
ๆ เพ่ือให้เกิดพฤติกรรมการตระหนักรู้ค่านิยมพื้นฐานของแต่ละบุคคล และจรรยาบรรณในวิชาชีพ
กระทรวงศกึ ษาธิการได้เสนอความเห็นเพ่ิมเติมในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา(Anti-Corruption

55

Education) ท่ีเก่ียวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน รายวิชาเพ่ิมเติม การป้องกันการทุจริต ดังน้ีด้านการนา
หลกั สูตรไปใช้ เนอ่ื งจากปจั จุบัน สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานไดเ้ ปิดโอกาสให้สถานศกึ ษาสามารถ
บริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้ตามบริบทจุดเน้น ความพร้อมและศักยภาพ ท้ังนี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบของ
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว จึงเห็น
ควรกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ของแต่ละช่วงวัยให้ชัดเจน และจัดทาแนวดาเนินการที่เป็นรูปธรรม ส่วนวิธีการ
นาไปปฏิบัตใิ หส้ ถานศกึ ษาเป็นผพู้ ิจารณาวา่ จะดาเนินการในแนวทางใดบา้ ง เชน่ จัดในกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน

คุณภาพผเู้ รียน

จบระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1
 รแู้ ละเข้าใจความหมายของใชส้ ว่ นตนและของใช้สว่ นรวม สถานท่ีสว่ นตนและสถานที่ส่วนรวม

ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ระบบคดิ ฐานสองและระบบคิดฐานสิบ
 รแู้ ละเข้าใจความหมายของความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต STRONG : จติ

พอเพียงต้านทุจริต และความรับผิดชอบ
 จาแนกของใชส้ ่วนตนและของใช้ส่วนรวม สถานท่สี ว่ นตนและสถานทสี่ ่วนรวม

ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
 ปฏบิ ัติตนตามระบบคิดฐานสอง โดยบอกได้ว่า สงิ่ ใดถกู หรือผิด ใช่หรือไม่ใช่ ได้หรือ ไมไ่ ด้

เหมาะสมหรอื ไม่เหมาะสม มาใช้ในห้องเรียนและชีวติ ประจาวัน
 ปฏิบัตติ นในการเข้าแถว การทาเวรภายในหอ้ งเรยี น การเลอื กหัวหน้าห้อง การทาความ

สะอาดหอ้ งเรยี น การวางรองเท้า การประดษิ ฐ์ส่งิ ของจากเศษวสั ดุอย่างเหมาะสมและถูกต้อง
 ปฏบิ ัตติ นในการต่อต้านการทุจริต โดยมีความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต ในการ

เขา้ แถว การทาเวรภายในห้องเรียน การเลือกหวั หน้าหอ้ ง การทาความสะอาดห้องเรยี น การวางรองเท้า
 ตระหนักและเห็นความสาคญั ของการไม่ทจุ ริตในการเข้าแถว การทาเวรภายใน ห้องเรียน

การเลอื กหวั หน้าห้อง
 เหน็ ความสาคญั ของความรับผดิ ชอบต่อส่งิ ทไี่ ด้รับมอบหมายท้งั ภายในห้องเรยี นและ

ในบา้ น
 เห็นความสาคัญของการปฏิบัตติ นเป็นผมู้ ีคุณธรรมจรยิ ธรรมเกีย่ วกับความพอเพยี ง มวี นิ ัย

ซือ่ สัตยส์ จุ ริตและมจี ติ สาธารณะในการปอ้ งกนั การทจุ รติ

จบระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2
 รู้และเข้าใจความหมายของสทิ ธแิ ละหน้าทขี่ องพลเมอื ง
 รู้และเข้าใจกฎ ระเบยี บ กตกิ าของโรงเรียน และเป็นผู้มคี วามรบั ผิดชอบในโรงเรียน

56

 แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม ของใช้ส่วนตนและของใช้
สว่ นรวม สถานทส่ี ่วนตนและสถานท่ีสว่ นรวมภายในโรงเรยี น

 ปฏิบตั ิตนตามกฎ ระเบยี บ กติกาของโรงเรียน
 ปฏบิ ัตติ นตามระบบคดิ ฐานสองโดยบอกได้ว่า ส่งิ ใดถูกหรือผิด ใช่หรอื ไมใ่ ช่ ไดห้ รอื ไมไ่ ด้
เหมาะสมหรอื ไม่เหมาะสม และนาไปใช้ในโรงเรยี นและในชวี ิตประจาวนั
 ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ ริตเก่ียวกับการ
ใช้น้า – ไฟฟ้า การทงิ้ ขยะ การรบั ประทานอาหาร และการเลอื กตง้ั ประธานนกั เรียน
 เหน็ ความสาคัญของการปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้มีคุณธรรมจรยิ ธรรมเกี่ยวกบั ความพอเพียง มวี ินัย
ซือ่ สัตยส์ จุ รติ และมีจติ สาธารณะในการปอ้ งกนั การทุจริต

จบระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3
 รแู้ ละเข้าใจความหมายของการขดั กันหรือขดั แยง้ กันภายในห้องเรยี นและโรงเรยี น
 รแู้ ละเข้าใจกฎ กติกา ระเบยี บ ข้อตกลง วัฒนธรรม สทิ ธหิ น้าท่ี และการใช้สถานที่

ส่วนตนและสว่ นรวมภายในหมบู่ ้าน
 ปฏบิ ัติตนตามกฎ กติกา ระเบยี บ ขอ้ ตกลง วัฒนธรรม และการใช้สถานท่ีสว่ นตน และ

สว่ นรวมภายในหม่บู ้าน
 ปฏิบตั ติ นเปน็ พลเมอื งที่ดีตามสิทธิ หน้าที่ทีไ่ ด้รบั ในหม่บู ้าน
 ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ รติ ในการเลือกต้ังผ้ใู หญบ่ า้ น การทาความ

สะอาดหม่บู ้าน การใชถ้ นน การท้ิงขยะ การใช้ทางสาธารณะ การใช้พนื้ ท่ีสาธารณะ การประชาสมั พนั ธห์ มู่บา้ น
และการใช้ไฟสาธารณะในหมบู่ ้าน

 ปฏิบัติตนตามระบบคดิ ฐานสองโดยบอกได้ว่า สง่ิ ใดถูกหรอื ผิด ใช่หรอื ไมใ่ ช่ ไดห้ รอื ไมไ่ ด้
เหมาะสมหรือไมเ่ หมาะสม และนาไปใชใ้ นหมบู่ ้านและในชีวติ ประจาวัน

 มีเจตคตทิ ่ีดีในการปฏิบตั ติ นเป็นผู้ละอายและไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ในการเลอื กตั้ง ผใู้ หญบ่ ้าน
การทาความสะอาดภายในหมู่บ้าน การใช้ถนน และการทิ้งขยะในหมูบ่ ้าน

 เหน็ ความสาคญั ของการปฏิบตั ติ นเปน็ ผ้มู ีคุณธรรมจรยิ ธรรมเก่ียวกบั ความพอเพยี ง มวี ินัย
ซ่อื สัตยส์ จุ รติ และมจี ติ สาธารณะในการปอ้ งกนั การทจุ รติ

จบระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
 รแู้ ละเข้าใจความหมายของจริยธรรมและการทจุ รติ ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น
 รู้และเข้าใจผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมในระดับชมุ ชน
 แสดงความคิดเห็นและเสนอวธิ กี ารแก้ไขผลกระทบจากการขัดกันระหว่าง ผลประโยชน์

ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมในชุมชน

57

 ปฏิบัตติ ามระบบคดิ ฐานสองโดยบอกได้ว่า ส่ิงใดถกู หรือผดิ ใชห่ รอื ไมใ่ ช่ ไดห้ รือไม่ได้

เหมาะสมหรอื ไม่เหมาะสม และนาไปใช้ในชมุ ชนและในชีวิตประจาวัน

 ปฏบิ ัติตนตามสทิ ธิหน้าที่ กฎ กติกา ระเบียบ ข้อตกลง วัฒนธรรมในชมุ ชน

 ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ละอายและไมท่ นตอ่ การทจุ ริต ในการทงิ้ ขยะไมเ่ ป็นที่ และการละเมดิ
ข้อตกลงเก่ยี วกบั การใช้สถานท่ีในชุมชน

 ตระหนกั และเห็นความสาคัญของการตอ่ ต้านการทุจริต

 เห็นผลกระทบท่ีเกิดจากการขัดกันระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ สว่ นรวม

ในชมุ ชน

 เหน็ ความสาคญั ของการปฏิบัติตนเป็นผมู้ ีคุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกบั ความพอเพยี ง มวี ินัย

ซอื่ สัตย์สุจริตและมีจติ สาธารณะในการปอ้ งกนั การทุจรติ

จบระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5

 รู้และเข้าใจผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม สาเหตุและรูปแบบการเกิด
ผลประโยชน์ทับซอ้ นภายในโรงเรียน

 รู้และเข้าใจรปู แบบของการทุจรติ ความแตกต่างระหว่างจรยิ ธรรมและการทุจรติ ในสังคม
ปัจจบุ นั

 ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธหิ น้าที่ กฎ กตกิ า ระเบยี บ ข้อตกลง วัฒนธรรม ในการใช้รถใชถ้ นนในท่ี
สาธารณะ การใชห้ ้องสมดุ ประชาชน การจอดรถในทีส่ าธารณะ การใชส้ าธารณปู โภค (ไฟฟ้า, ประปา) และการใช้
ศาลาประชาคม

 ปฏบิ ตั ิตนตามระบบคดิ ฐานสองโดยบอกได้ว่า สงิ่ ใดถูกหรอื ผิด ใช่หรอื ไมใ่ ช่ ไดห้ รือไม่ได้
เหมาะสมหรอื ไมเ่ หมาะสม นาไปใชใ้ นสังคม และในชีวิตประจาวัน

 ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ ีความละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ในการจอดรถไมเ่ ป็นท่ี การต้ังแผง
ขายของบนทางเท้า การเสียภาษี การปฏบิ ตั ิตามกฎจราจร การปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย และการใช้สิทธเ์ิ ลอื กตง้ั

 ตระหนกั และเหน็ ความสาคัญในการตอ่ ต้านการทุจริตและเห็นความสาคัญของ การปฏบิ ตั ิ
ตนเปน็ ผ้มู คี ุณ ธรรมจริยธรรมเกย่ี วกับความพอเพยี ง มวี ินยั ซื่อสัตย์สุจรติ และ มีจิตสาธารณะในการป้องกนั การ
ทุจรติ

จบระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6
 รูแ้ ละเข้าใจความหมายของคาว่า พลเมือง ประชาชน ประชากร ราษฎร และ การขัดกัน
 รู้และเข้าใจถงึ ผลกระทบท่ีเกดิ จากการขัดกันระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผล

ประโยชนส์ ่วนรวมระดบั ประเทศ
 รู้และเข้าใจสาเหตุและรปู แบบของการเกดิ ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น ความแตกต่างระหว่าง

58

จรยิ ธรรมและการทุจริต
 ปฏบิ ัตติ นตามกฎหมายส่ิงแวดลอ้ มและกฎหมายการรักษาความสะอาด
 ปฏิบตั ติ นตามระบบคดิ ฐานสองโดยบอกได้ว่า สง่ิ ใดถูกหรอื ผดิ ใช่หรือไม่ใช่ ไดห้ รือไมไ่ ด้

เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม และนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
 ปฏบิ ตั ิกิจกรรมทสี่ ง่ ผลให้เกดิ ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ ในการใช้ พื้นท่ี

สาธารณะ การอนุรักษแ์ หล่งนา้ การเสยี ภาษี การเลือกตั้ง และการอนรุ ักษ์สิง่ แวดลอ้ ม
 เหน็ ความสาคัญ และมีเจตคติทด่ี ีต่อการตอ่ ต้านและปอ้ งกันการทจุ ริต
 ตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการปฏิบตั ิตนเป็นผู้มคี ุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกับความ

พอเพยี ง มีวินัย ซื่อสตั ย์สจุ ริตและมจี ติ สาธารณะในการป้องกนั การทจุ รติ

จบระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1
 รู้และเข้าใจความหมายของการขัดกนั ระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์

สว่ นรวมความสมั พันธร์ ะหว่างการขัดกนั ของประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม และพลเมืองศึกษา
 รู้และเข้าใจคุณลักษณะของพลเมืองในด้านอิสรภาพ การพึ่งพาตนเอง ความเท่าเทยี มกนั

การยอมรบั ความแตกตา่ งของความเป็นพลเมอื ง การเคารพสทิ ธผิ ้อู ื่น การรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม ระบบประชาธิปไตย
และการมีสว่ นรว่ ม

 ปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมอื งทีด่ ีด้านอิสรภาพ การพง่ึ พาตนเอง ความเทา่ เทยี มกัน การยอมรับ
ความแตกต่างของความเปน็ พลเมอื ง การเคารพสิทธผิ ู้อน่ื การรับผิดชอบต่อสังคม ระบบประชาธิปไตย และการมี
สว่ นร่วมในชมุ ชนและสงั คม

 นาระบบคดิ ฐานสองมาปฏิบตั ิโดยบอกไดว้ ่า สิง่ ใดถกู หรอื ผิด ใชห่ รอื ไม่ใช่ ได้หรอื ไมไ่ ด้
เหมาะสมหรอื ไมเ่ หมาะสม นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันและประเทศชาติ

 ปฏิบัติตนเป็นผมู้ คี วามละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ รติ ในชุมชน
 ปฏิบัติตนเป็นผูม้ คี วามพอเพยี ง ความโปรง่ ใส ความตนื่ รู้ การมงุ่ ไปข้างหน้า ความรู้ ความ
เอื้ออาทรบนพ้นื ฐานการไม่ทจุ ริต
 เห็นความสาคัญของการตอ่ ตา้ นและปอ้ งกันการทุจรติ
 ตระหนักและเห็นความสาคญั ของการปฏบิ ัตติ นเป็นผู้มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมเกย่ี วกบั ความ
พอเพยี ง มีวนิ ยั ซื่อสตั ย์สุจรติ และมจี ติ สาธารณะในการปอ้ งกันการทจุ รติ

จบระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
 ร้แู ละเข้าใจความหมายของสทิ ธิและหนา้ ทของพลเมืองที่มใี นโรงเรียน
 รู้และเขา้ ใจผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ประเทศ

ในระดับอาเซยี น

59

 ปฏบิ ัตติ นตามกฎ ระเบียบ กตกิ า ของโรงเรียน ชมุ ชน และสังคม
 ประกอบอาชพี โดยใช้วัสดุท้องถิ่น ตามหลกั STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ
 ปฏบิ ัตติ นเป็นแบบอย่างที่ดีเป็นผมู้ ีความรับผิดชอบ มคี วามยุตธิ รรมตอ่ ชุมชน สังคม และ
สานึกในการเปน็ พลเมืองดตี อ่ ประเทศ
 ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตในการใชน้ ้า ไฟฟา้ การทิ้งขยะ การ
รับประทานอาหาร และการเลอื กต้ังประธานนักเรยี นในโรงเรยี น
 นาระบบคิดฐานสองมาปฏบิ ตั โิ ดยบอกได้ว่า ส่ิงใดถูกหรอื ผิด ใชห่ รือไม่ใช่ ได้หรอื ไมไ่ ด้
เหมาะสมหรือไมเ่ หมาะสม นาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน
 ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการเป็นพลเมืองดีในการต่อตา้ นและปอ้ งกัน การทจุ ริตท่ี
จะส่งผลเสยี ต่อส่วนรวมในระดบั อาเซียน
 เหน็ ความสาคญั ของการปฏิบัตติ นเปน็ ผู้มีคุณธรรมจริยธรรมเก่ียวกับความพอเพียง มีวนิ ยั
ซอื่ สตั ยส์ ุจริตและมีจิตสาธารณะในการป้องกนั การทจุ รติ

จบระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
 รู้และเข้าใจการขดั กนั ระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวมที่ส่งผล

ต่อประเทศในระดับสังคมโลก
 รแู้ ละเข้าใจใช้จริยธรรมในการแกป้ ัญหาการทุจริตที่เกดิ ข้นึ ในโลก
 รูแ้ ละเข้าใจถึงผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ จากการขัดกันระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ

ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ผลประโยชนท์ บั ซ้อน และแนวทางการปอ้ งกันผลประโยชน์ทับซ้อนในกลมุ่ ประเทศอาเซียน
 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ีความละอายและไมท่ นตอ่ การทจุ ริตในประเทศและโลก
 ดาเนนิ งานบริษทั สร้างการดโี ดยยดึ หลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจรติ
 มเี จตคตทิ ี่ดีและเหน็ ความสาคญั ในการปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมืองดขี องประเทศและโลกในการ

ตอ่ ต้านการทจุ ริต
 ตระหนกั และเห็นความสาคัญของการปฏิบัตติ นเป็นผมู้ คี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมเก่ยี วกับความ

พอเพียง มวี ินยั ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ และมีจิตสาธารณะในการป้องกันการทจุ ริต

60

คณะผจู้ ัดทา

วา่ ทร่ี อ้ ยตรีกติ ติพงษ์ ทนิ แยง่ ประธานกรรมการ
นางตวษิ า พรรณสุข รองประธาน
นางอัมพร อินตาวงษ์ กรรมการ
นางสาวนฤนาท วัฒนวงษ์ กรรมการ
นางอมลวรรณ จาปาทอง กรรมการ
นางสาวแก้วตา เชยี งแกว้ กรรมการ
นางสมปอง แสนวิจติ ร กรรมการ
นางสาวณฐั ชญา ปวงคาคง กรรมการ
นางสาวนฤมล มธุ ะจติ กรรมการ
นางวาสนา ใจน่าน กรรมการ
นายกฤตเมธ สุธรรม กรรมการ
นางสาวกรรณิกา จินดาวงศ์ กรรมการ
นางสภุ าพร รตั นะวนา กรรมการ
นายชาญณรงค์ ยทุ ธกิจรตั นา กรรมการ
นางสุจณิ สทุ นต์ กรรมการ
นางยุพิน ปวงประสาท กรรมการ
นางสาวภรณ์ทิพย์ คาปัน กรรมการ
นางสาวณฐั มณฑน์ คร้ามมี กรรมการ
นางสาวเพ็ญนภา อินสาร กรรมการและเลขานุการ

61

ภาคผนวก

62

ประกาศโรงเรียนชมุ ชนบ้านนา้ ดบิ
เรือ่ ง ใหใ้ ชห้ ลกั สูตรต้านทุจริตศึกษา Anti-Corruption Education

ในสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2562
-----------------------------------------------------------
ยุทธศาสตร์ชาติวา่ ด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริต ระยะท่ี 3 (พ.ศ. 2560 -2564) ยุทธศาสตร์
ท่ี 1 “สร้างสังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต” ได้มุ่งเน้นให้ความสาคัญในกระบวนการปรับสภาพสังคม ให้เกิดภาวะที่
“ไม่ทนตอ่ การทุจริต” โดยเริ่มตง้ั แตก่ ระบวนการกล่อมเกลาทางสงั คมในทุกระดับช่วงวัย ต้ังแต่ ปฐมวัย เพื่อสร้าง
วัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต และปลูกฝังความพอเพียง มีวินัย ซ่ือสัตย์สุจริตยึดประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่า
ประโยชน์ส่วนตน เป็นการดาเนินการผ่านสถาบันหรือกลุ่มตัวแทนท่ีทาหน้าท่ีในการกล่อม เกลาสังคมให้มีความ
เปน็ พลเมืองท่ีดี มีจิตสาธารณะ เสียสละเพ่ือส่วนรวมและเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนมี พฤติกรรมท่ีไม่ยอมรับและ
ต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้มีคาส่ังท่ี 646/2560 ลงวันที่ 26 เมษายน 2560
แต่งต้ังคณะอนกุ รรมการจดั ทาหลกั สตู ร หรอื ชดุ การเรียนรูแ้ ละส่อื ประกอบการ เรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต
เพ่ือดาเนินการจดั ทาหลกั สูตรหรือชดุ การเรียนรู้และส่ือประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต นาไปใช้ใน
การเรยี นการสอนใหก้ ับนกั เรียน นักศึกษาในทุกระดบั ชน้ั เรยี นทัง้ ในสว่ น ของการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยอนุบาล
ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศกึ ษา ทัง้ ภาครฐั และเอกชน รวมท้ังอาชีวศึกษาและการศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอัธยาศัย นอกจากนี้ ยังรวมถึงสถาบันการศึกษา อ่ืนท่ีเก่ียวข้อง เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายท่ี
เก่ยี วข้องกบั การศึกษาทั้งระบบ รวมทั้งบุคลากรภาครัฐและ รฐั วิสาหกิจ รวมทัง้ ภาคประชาชน เพ่อื เป็นการปลูกฝัง
จิตสานกึ ในการแยกแยะประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ ส่วนรวมจิตพอเพียงต้านทุจริต และสร้างพฤติกรรมท่ีไม่
ยอมรับและไม่ทนต่อการทุจริต โรงเรียนชุมชนบ้านน้าดิบ จึงได้จัดทาหลักสูตรหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา Anti-
Corruption Education ในสถานศกึ ษา ปีการศึกษา 2562 ข้นึ คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนได้ตรวจสอบผู้เรียนสามารถนาไปใช้ในการดารงชีวิตประจาวันอย่างมีคุณค่าต่อ
สังคม จึงเห็นสมควรแล้วว่ามีความเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายข้างต้น จึงอนุญาตให้ใช้หลักสูตรไ ด้ ทั้งนี้
หลักสูตรโรงเรียนไดร้ ับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน เมอื่ วันที่ 1 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ.
2562 จึงประกาศให้ใช้ใช้หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา Anti-Corruption Education ในสถานศึกษา ปีการศึกษา
2562 ต้งั แตบ่ ดั นี้เปน็ ตน้ ไป
ประกาศ ณ วันท่ี 16 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ลงชอื่ ........................................ ลงชอ่ื ..ว่าท่รี อ้ ยตรี.............................
(นายสมคิด กนั ทวงศ์) (กติ ติพงษ์ ทินแยง่ )

ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน ผู้อานวยการโรงเรียนชมุ ชนบา้ นน้าดบิ

63

คาสง่ั โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นน้าดบิ

ท่ี 45 /2562

เร่อื ง แตง่ ตง้ั คณะกรรมการดาเนนิ งานบูรณาการหลกั สูตรต้านทุจริต ปกี ารศึกษา 2562

………………………………………

สานักงาน ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 855-26/2560 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 ได้มีมติเห็นชอบให้

แตง่ ต้งั คณะอนกุ รรมการจัดทาหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต

เพอ่ื ดาเนินการจดั ทาหลักสูตรหรอื ชดุ การเรียนรู้และส่ือประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต สาหรับใช้

เปน็ เน้ือหามาตรฐานกลางใหส้ ถาบันการศกึ ษาหรือหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องนาไปพจิ ารณาปรับใชใ้ นการเรียนการสอน

ให้กับกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกระดับช้ันเรียน เพ่ือปลูกฝังจิตสานึกในการแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและ

ประโยชนส์ ่วนรวม จติ พอเพียง และสร้างพฤติกรรมท่ีไมย่ อมรับและไม่ทนต่อการทุจรติ อันเปน็ การดาเนินงานตาม

ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะท่ี 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ยุทธศาสตร์ท่ี

1“สรา้ งสงั คมไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ” กลยุทธ์ที่ 1 ปรับฐานความคิดทุกช่วงวัย ต้ังแต่ปฐมวัยให้สามารถแยกระหว่าง

ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม และกลยุทธ์ท่ี 3 ประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็น

เคร่ืองมือตา้ นทุจริต

ดังน้ันเพื่อให้การดาเนินงานจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา เป็นไปตามยุทธศาสตร์ พันธกิจ

วตั ถปุ ระสงค์ขับเคลือ่ นสโู่ รงเรียนตลอดจนการบรหิ ารจัดการ การนิเทศกากับตดิ ตามโรงเรียนสุจริตให้มีแนวปฏิบัติ

ท่ดี ใี นการป้องกนั การทจุ ริต สามารถเผยแพรผ่ ลงานสู่สาธารณชน และขยายผลให้กับเครือข่ายโรงเรียนสุจริตของ

แต่ละโรงเรียนในเขตพ้ืนที่การศึกษา จึงขอแต่งตั้งกรรมการดาเนิงนงานจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรต้านทุ จริต

ดังตอ่ ไปนี้

1. คณะกรรมการอานวยการ ประกอบดว้ ย

1.1 ว่าท่ีรอ้ ยตรกี ติ ตพิ งษ์ ทนิ แยง่ ผูอ้ านวยการโรงเรยี น ประธานกรรมการ

1.2 นางอมลวรรณ จาปาทอง ครูชานาญการพเิ ศษ กรรมการ

1.3 นางอมั พร อินตาวงษ์ ครูชานาญการพเิ ศษ กรรมการ

1.4 นางตวษิ า พรรณสขุ ครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ

1.5 นางสาวเพญ็ นภา อนิ สาร ครูผ้ชู ว่ ย กรรมการ/เลขานุการ

โดยมีบทบาท/มหี น้าที่ ดงั น้ี

1. วางแผนพัฒนาการดาเนนิ งานหลกั สูตรต้านทจุ รติ ศกึ ษา

2. ดาเนินการขับเคลื่อนการดาเนินงานหลักสูตรทุจริตศึกษา ให้เป็นไปตามแผน/นโยบาย/ยุทธศาสตร์

ของโครงการ

3. ส่งเสรมิ สนบั สนุน พัฒนา วิจยั นวัตกรรมการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การเรียนการสอน

4. นิเทศ กากบั ติดตาม และประเมินผล การดาเนนิ งานการจัดกจิ กรรมเสริมหลกั สตู รทุจริตศึกษา

64

5. สรุปรายงานผลการดาเนินงานให้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สานักงานเขตพ้ืนท่ี

การศกึ ษาประถมศึกษาแมฮ่ ่องสอน เขต 2 เป็นรายไตรมาสและสรปุ ผลประจาปี

6. อ่นื ๆ ท่ีเหน็ สมควร และเป็นประโยชน์ตอ่ การดาเนนิ งานหลกั สูตรทุจรติ ศกึ ษา

2. คณะกรรมการดาเนินงานจัดกจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตรดา้ นทุจริตศึกษา ประกอบด้วย

2.1 ระดับชัน้ ปฐมวัย ไดแ้ ก่

2.1.1 นางยพุ ิน วงศ์แสนใจ ครปู ระจาชั้นอนบุ าล 1

2.1.2 นางสาวณฐั ชญา ปวงคาคง ครปู ระจาชน้ั อนุบาล 2

2.1.3 นางอบุ ลรตั น์ ศิรโิ ภคขจร ครูประจาชน้ั อนบุ าล 3

2.2 ระดบั ชน้ั ประถมศึกษา

2.2.1 นางสาวนฤมล มุธะจติ ครปู ระจาชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 1

2.2.2 นางวิไลลักษณ์ มณีธร ครูประจาชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2

2.2.3 นางสาวแกว้ ตา เชยี งแกว้ ครูประจาชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3

2.2.4 นางตวิษา พรรณสขุ ครูประจาชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4

2.2.5 นางสจุ ณิ สุทน ครปู ระจาช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5

2.2.6 นางอมั พร อินตาวงษ์ ครูประจาชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6

2.2.7 นางยพุ นิ ปวงประสาท ครพู ี่เล้ยี งเดก็ พกิ าร

2.3 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษา
2.3.1 นางสมปอง แสนวจิ ิตร ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ/การงานอาชีพ
2.3.2 นางสาวเพญ็ นภา อนิ สาร ครผู ้สู อนกล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษาฯ
2.3.3 นางสุภาพร รตั นะวนา ครผู ้สู อนกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
2.3.4 นางสาวภรณท์ พิ ย์ คาปนั ครผู ูส้ อนกลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
2.3.5 นางสาวนฤนาท วัฒนวงษ์ ครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์/แนะแนว
2.3.6 นายชาญณรงค์ ยทุ ธกจิ รัตนา ครผู สู้ อนกลุ่มสาระการงานอาชพี และเทคโนโลยี
2.3.7 นางอมลวรรณ จาปาทอง ครผู ู้สอนกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
2.3.8 นายกฤตเมธ สธุ รรม ครผู สู้ อนกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

โดยมบี ทบาท/มหี นา้ ที่ ดงั นี้
1. ศกึ ษาหลักสตู รต้านทุจริตศึกษาและแผนการจดั การจดั การเรยี นรหู้ ลกั สูตรต้านทจุ ริตศกึ ษา
2. ดาเนินงานบูรณาการหลักสตู รต้านทจุ รติ
3. ประเมินผลการบูรณาการหลักสูตรต้านทุจริต
4. จัดกิจกรรมตา้ นทุจรติ บูรณาการกบั วถิ ชี ีวติ ในสถานศกึ ษาและชุมชน
5. สรปุ รายงานผลการบูรณาการหลักสตู รต้านทุจริต

ทัง้ น้ี ตัง้ แต่บดั น้เี ปน็ ตน้ ไป

65

ส่ัง ณ วนั ที่ 16 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ว่าทีร่ อ้ ยตรี
(กิตตพิ งษ์ ทินแย่ง)

ผู้อานวยการโรงเรียนชุมชนบา้ นน้าดบิ

66

ตัวอยา่ งแผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 3

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 (ช่วงชนั้ ท่ี 1) หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 อนามัย

เรอื่ ง การขอความช่วยเหลอื เมื่อมอี บุ ตั ิเหตุ สัปดาหท์ ี่ 3

สาระสาคัญ ทาให้รา่ งกายแขง็ แรง และเมอ่ื เกิดอุบัติเหตสุ ามารถ
การร้จู กั รักษาดูแลสุขภาพของตนเองให้สะอาด

ปฐมพยาบาลชว่ ยเหลอื ตนเองและผู้อ่นื ไดอ้ ย่างถูกวธิ ี
สาระการเรยี นรู้

อนามยั

การขอความช่วยเหลอื เมอื่ เกิดอบุ ัติเหตุ

การบูรณาการหลกั สูตรปอ้ งกันการทุจริต
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 : การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
เนือ้ หาทบี่ รู ณาการ การปฏบิ ัติตนเพือ่ ประโยชนส์ ว่ นตน และสว่ นรวมในการขอความชว่ ยเหลือเมื่อมี

อบุ ัติเหตุและปฐมพยาบาลตนเองและผอู้ ื่น
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 : พลเมอื งกับความรับผิดชอบตอ่ สงั คม
เนื้อหาทบ่ี รู ณาการ การใหค้ วามชว่ ยเหลือ และมจี ิตสาธารณะต่อตนเองและผู้อน่ื

ผลการเรียนรู้
2. รู้จักวธิ ีการขอความช่วยเหลอื เมอ่ื มอี ุบัติเหตุ

ผลการเรยี นรู้หลักสูตรปอ้ งกันการทุจรติ
1. มคี วามร้คู วามเข้าใจเก่ียวกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
2. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถบอกวิธีปฏิบัตติ นเพือ่ ประโยชนส์ ่วนตนในหมู่บ้านได้
2. นกั เรยี นสามารถบอกวิธีการปฏิบัติตนเพือ่ ประโยชนส์ ่วนรวมในหมู่บ้านได้

67

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มคี วามอดทนอดกลั้น
2. มีพลานามยั ท่ีสมบูรณ์
3. พึ่งตนเอง อตุ สาหะ รักการทางาน
4. มวี นิ ัย
5. เสยี สละและเหน็ ประโยชน์ส่วนรวม

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. พิธเี ปิดประชมุ กอง (แกรนดฮ์ าวล์ – ชักธงขึ้นเสา – สวดมนต์ – สงบน่งิ )
2. ตรวจ : การแตง่ กายและอนามัยส่วนบุคคล แลว้ แยก
3. กิจกรรมเกม – เพลง
4. แบง่ ลูกเสอื -เนตรนารอี อกเป็น 4 ทีม โดยใหแ้ ต่ละทมี จบั คู่กันในทมี ของตนเอง ปฏิบตั กิ จิ กรรมเกม
ว่งิ สามขา
5. สนทนากับลกู เสอื -เนตรนารถี งึ ความหมายของอบุ ัตเิ หตุ และลกั ษณะการเกิดอุบัตเิ หตวุ ่ามอี ย่างไร
บา้ ง
6. ผกู้ ากบั ให้ความรู้เกยี่ วกบั ความหมายและลกั ษณะการเกิดอบุ ัติเหตุ รวมถงึ วิธีการในการขอความ
ช่วยเหลือ
7. ผู้กากับใหล้ ูกเสือ-เนตรนารจี ับฉลากตวั อย่างการเกิดอบุ ัติเหตแุ ละให้แสดงบทบาทสมมติในการช่วยเหลือ
ตนเองและผ้อู ่นื เบ้อื งตน้ และการขอความช่วยจากคนอ่ืน
8. ผกู้ ากับให้ลกู เสือ-เนตรนารศี ึกษาใบความรู้ เรือ่ ง การทาความดตี ่อตนเองและผู้อ่ืน แล้วเช่ือมโยงโดยการ
อภิปรายการปฏิบัติตนเพ่ือประโยชน์ส่วนตน และส่วนรวมในการขอความช่วยเหลือเมื่อมีอุบัติเหตุ
และปฐมพยาบาลตนเองและผู้อ่ืน และการให้ความช่วยเหลือ และมีจิตสาธารณะต่อตนเองและผู้อ่ืน
แล้วสง่ ตวั แทนนาเสนอ
9. ผกู้ ากับเล่าเรอื่ งหรือเล่าประสบการณ์ท่ีเป็นคตสิ อนใจ
10. ปดิ ประชุมกอง (รวมกอง – นัดหมาย – ตรวจเครื่องแบบ – แกรนด์ฮาวล์ – เชญิ ธงลง – เลิกแถว)

สือ่ การเรียนการสอน 3. เสาธง
1. อุปกรณ์ขอความชว่ ยเหลือ 4. เกม – เพลง
2. สัญญาณมือ

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ดั ผล
1. ตรวจแบบฝกึ หัดและใบงาน
2. สงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ตั งิ านกลมุ่
3. ประเมนิ การนาเสนอผลงานกลุ่ม

68

4. สงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
โดยครแู ละนักเรียนร่วมกันประเมิน

เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบฝกึ หัดและใบงาน
2. แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลมุ่
3. แบบประเมนิ การนาเสนอผลงานกลมุ่
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

เกณฑ์การประเมินผล
1. แบบฝึกหดั และใบงาน เกณฑ์ผ่าน ไดค้ ะแนนเกนิ 50% ขึ้นไป
2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ านกลุม่ เกณฑผ์ ่าน นกั เรยี นตอ้ งเกดิ พฤตกิ รรมครบทั้ง 4 ด้าน
3. แบบประเมนิ การนาเสนอผลงานกลุม่ เกณฑผ์ ่าน พอใช้ หรอื 5 คะแนนขึน้ ไป
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนข้นึ อยกู่ บั การ

ประเมินตามสภาพจรงิ

สื่อหรือแหลง่ การเรียนรู้เพ่ิมเตมิ
1. หอ้ งลกู เสอื
2. ห้องสมดุ
3. ส่ือตา่ งๆ

69

แผนการจัดการเรยี นรกู้ ิจกรรมแนะแนว เวลา 3 ช่ัวโมง

เรือ่ ง ฉนั พอใจในสงิ่ ท่ฉี ันเป็น
หน่วยการจดั กิจกรรม ฉนั พอใจในสิง่ ท่ฉี นั เป็น ระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปีท่ี 1

1. สาระสาคญั
บุคคลย่อมมที ้ังความพงึ พอใจและไมพ่ งึ พอใจในรูปลักษณ์ของตน อย่างไรก็ตามรูปลักษณ์เหล่านั้นก็เป็น

สว่ นหน่ึงท่ีมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อการดาเนินชีวิต การรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในรูปลักษณ์ของตนตาม
ความเปน็ จริงจะทาให้ผู้เรยี นยอมรับตนเองและพร้อมทีจ่ ะพัฒนาตนตามศกั ยภาพ

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 รแู้ ละบอกคุณคา่ รูปลักษณ์ของตนเองทงั้ ส่วนทพี่ อใจและไม่พอใจได้
2.2 บอกวิธกี ารปฏิบัตติ นท่แี สดงถึงการยอมรบั และเหน็ คณุ ค่าในรปู ลักษณ์ของตนเองได้

3. สาระการเรียนรู้
3.1 คณุ คา่ ของรปู ลักษณข์ องตนเองท้งั ส่วนทพี่ อใจและไม่พอใจ
3.2 วธิ ีการปฏิบัตติ นท่ีแสดงถงึ การยอมรบั และเห็นคุณค่าในรูปลักษณข์ องตนเอง

4. การบูรณาการหลักสูตรตา้ นทจุ ริตศึกษา
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 : พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบต่อสังคม
เนอื้ หาทีบ่ ูรณาการ : พลเมอื งกับความรับผิดชอบตอ่ สังคมในการยอมรับและเห็นคุณค่าในรูปลักษณ์ของ

ตนเอง และพฒั นาตนอย่างเต็มศักยภาพในทางทถ่ี ูกตอ้ ง เพื่อปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมืองทด่ี ีของสังคม
ผลการเรยี นรหู้ ลักสตู รปอ้ งกันการทุจริต
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 : พลเมืองกับความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
1. มีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกบั พลเมอื งและมคี วามรับผดิ ชอบต่อสังคม
2. ปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทพี่ ลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบต่อสังคม

5. วธิ ีการจัดกิจกรรม
ชว่ั โมงที่ 1

1. ครนู าสนทนาเร่ืองรูปลักษณ์ โดยการแสดงภาพดารา นักร้อง หรือบุคคลอื่นๆ ท่ีเป็นท่ีสนใจของวัยรุ่น
และสอบถามว่ารปู ลกั ษณส์ ่วนใดของบุคคลเหลา่ นั้น ที่นกั เรียนชอบเป็นพเิ ศษ เพราะอะไร บคุ คลเหล่าน้ันทาหน้าที่
พลเมืองทีด่ ดี า้ นใดบ้างใหก้ บั สงั คม

2. ใหน้ ักเรยี นพิจารณาคาตอบของเพอื่ นในหอ้ ง ซงึ่ จะพบว่ามีท้ังส่วนท่ีนักเรียนชอบและไม่ชอบแตกต่าง
กันไปตามความคิดและเหตุผลของแต่ละคน และจะเป็นการดีย่ิงข้ึน ถ้าเรารู้เท่าทันความคิดความรู้สึกที่มีต่อ
รปู ลกั ษณ์ของตนเอง นอกเหนือจากการรับรู้ความคิดความร้สู กึ ท่ีมีต่อผู้อ่นื

70

3. ให้นักเรียนทุกคนสารวจความคิด ความรู้สึกที่มีต่อรูปลักษณ์ของตนเองตามรายการในใบงานเร่ือง

รปู ลักษณ์ของฉนั และพิจารณาว่า “พอใจ” หรอื “ไม่พอใจ” พร้อมท้งั บอกเหตผุ ลท่ีพอใจ หรือไม่พอใจ

4. ใหน้ กั เรียนนาใบงานของตนเองไปพูดคุยแลกเปล่ียนเรียนรู้กับเพื่อน จานวน 3 คน และให้เพ่ือนลง

ชอื่ รับทราบทา้ ยใบงาน

5. ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ สิง่ ที่ไดเ้ รยี นรรู้ ่วมกัน

ชว่ั โมงที่ 2

6. ครูทบทวนกิจกรรมการสารวจรูปลักษณข์ องตนเองเมือ่ ชว่ั โมงที่ผา่ นมา และตัง้ คาถาม 2 ข้อ ให้

นักเรยี นแตล่ ะคนคิดหาคาตอบ

- ถา้ มกี ารประกวดรปู ลักษณ์ นกั เรียนจะส่งรูปลกั ษณส์ ว่ นใดท่ีพอใจมากท่ีสดุ เข้าประกวด

- ถ้ามีพรวิเศษ ให้เนรมิตรูปร่างลักษณะของตนให้เป็นได้ดั่งใจ นักเรียนอยากจะเปลี่ยนแปลง

รปู ร่างสว่ นใดทนี่ ักเรยี นไมพ่ อใจมากท่สี ดุ เพราะอะไร

- รูปลักษณ์ทด่ี หี รือการเป็นพลเมอื งทด่ี ขี องสังคม ส่ิงไหนที่น่าชน่ื ชมและนา่ ยกยอ่ ง เพราะอะไร

7. ให้นักเรียนจับกลุ่มกับเพ่ือนที่ไม่ชอบรูปลักษณ์ส่วนเดียวกัน เช่นกลุ่มไม่ชอบฟัน กลุ่มไม่ชอบดวงตา

กลมุ่ ไม่ชอบปาก ฯลฯ และให้แต่ละกลุ่มช่วยกันคิดว่า หากไม่มีรูปลักษณ์ส่วนน้ัน ชีวิตของนักเรียนจะเป็นเช่นไร

ใหแ้ ต่ละกลมุ่ นาเสนอคาตอบของกล่มุ

8. ให้นกั เรียนอภปิ รายและสรุปส่งิ ทไี่ ด้เรียนร้จู ากคาตอบของแต่ละกลุ่ม (ประเด็นสรปุ : รูปลักษณ์ทุกส่วน

แม้เราจะพอใจหรือไม่พอใจ แต่ก็ลว้ นมปี ระโยชนต์ ่อชีวติ ของเราทง้ั สน้ิ )

ชวั่ โมงท่ี 3

9. ครูทบทวนกิจกรรมทผี่ า่ นมา และแจ้งใหน้ ักเรยี นทราบวา่ ช่วั โมงนจ้ี ะช่วยกนั หาคาตอบวา่ เราจะจัดการ

อย่างไรกับรูปลักษณท์ ้งั ส่วนท่ีพอใจและไมพ่ อไจ

10. ครแู สดงส้มผลจรงิ หรอื ภาพส้มจากส่ือ Power point เร่อื งสม้ และตัง้ คาถามใหน้ ักเรยี นร่วมกนั

แสดงความคิดเห็นดังน้ี

- เปลือกส้มมไี วท้ าไม (หอ่ หุ้มเนื้อสม้ ไม่ใหช้ า้ เสยี หาย)

- ถ้าต้องการกินสม้ นกั เรยี นตอ้ งทาอย่างไร (ปอกเปลือกทงิ้ ไป)

- เพราะเหตุใด จึงต้องปอกเปลือก (เปลอื กส้มกนิ ไม่ได้ ขม ไม่อร่อย)

11. เช่อื มโยงประเด็น ผลส้มกับชีวิตนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเห็นว่าเราไม่อาจตัดหรือทิ้งส่วนที่ไม่พอใจ

ออกไปไดเ้ หมือนกับการปอกเปลอื กสม้ ท้ิงไป เพราะเราไม่ใช่สม้ ดงั น้นั สง่ิ ท่ีนักเรียนพึงทา คือการยอมรับและเห็น

คุณค่า ทาความเข้าใจว่าทุกส่วนท่ีประกอบขึ้นเป็นตนเอง ล้วนมีประโยชน์ต่อการดารงชีวิตท้ังส้ิน ซึ่งเราควร

ขอบคุณและดแู ลใหท้ กุ ส่วนของรา่ งกายท้งั ที่พอใจและไม่พอใจให้มีสภาพดีและใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า พร้อม

กับยกตัวอย่างข่าวร้ายที่เกิดข้ึนกับบุคคลที่ทาศัลยกรรม หรือ ฉีดสารเคมีต่าง ๆ เข้าร่างกายเพ่ือความสวยงาม

เปรยี บเทียบกับตัวอย่างบุคคลท่ยี อมรับในรูปลักษณ์ของตนเองและพัฒนาตนจนพบความสาเร็จในชีวิต อธิบายถึง

การใช้ชีวิตในสังคม บุคคลน้ันต้องงามมาจากภายในจิตใจ เป็นพลเมือดีในการปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม

เป็นท่ีน่ายกย่องช่ืนชมมากกว่า บุคคลที่มีรูปลักษณ์ท่ีสวยงามแต่เป็นบุคคลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม พร้อมท้ัง

นาเสนอสตู รในการดแู ลตนเองดงั นี้

71

ยอมรับ + เหน็ คณุ ค่า ขอบคณุ + ดแู ล

12. ครูแจกใบงานเรื่องขอบคุณและดูแล ให้นักเรียนทุกคน ครูอธิบายให้นักเรียนทา และนามา

แลกเปล่ียนเรยี นรกู้ ารปฏบิ ตั ิตนในการดูแลรปู ลักษณ์สว่ นตา่ ง ๆ ด้วยความรสู้ กึ ขอบคณุ

13. ใหน้ ักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ (อาจให้นักเรียนช่วยกันคิดคาคม คาขวัญ เตือนใจให้พอใจใน

รูปลกั ษณ์ของตนเอง)

6. สอ่ื / อุปกรณ์

5.1 ภาพดารา นกั รอ้ ง หรือบคุ คลอ่ืนๆ ท่เี ป็นท่ีสนใจของวัยรุ่น

5.2 ใบงานเรือ่ ง รปู ลกั ษณข์ องฉนั

5.3 ผลสม้ จรงิ หรอื ส่อื Power Point เร่ืองส้ม

5.4 ตัวอยา่ งข่าวร้ายท่ีเกดิ ข้ึนกบั บคุ คลท่ีทาศลั ยกรรม หรอื ฉีดสารเคมตี ่าง ๆ เข้ารา่ งกายเพ่ือ

ความสวยงาม (เช่น ขา่ วจากหนังสอื พิมพ์ สาวพรติ ตี้ ท่ีเสยี ชวี ิตจากการฉีดสารฟิลเลอร์เข้าสะโพก เทอ่ื วนั ที่ 2

ต.ค.2555 ฯลฯ)

5.5 ตวั อย่างบคุ คลท่ยี อมรับในรูปลักษณ์ของตนเองและพฒั นาตนจนพบความสาเร็จในชวี ติ

(เช่น นกั แสดง ชื่อ ตกุ๊ กี้ อาจใหน้ ักเรียนดูความสามารถของเธอได้จาก “คอนเสริ ต์ ตุ๊กกแี้ บบปลวกๆ “ จาก

www.youtube.com หรืออื่นๆ )

5.5 ใบงานเรือ่ ง ขอบคุณและดแู ล

7. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
7.1 วิธีวดั ผล
7.1.1 ตรวจใบงาน
7.1.2 สังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และ
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรยี นรว่ มกนั ประเมนิ
7.1.3 สงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั งิ านกลุม่
7.2 เครือ่ งมอื วัดผล
7.2.2 ใบงาน
7.2.2 แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงานกลมุ่
7.3 เกณฑ์การประเมนิ
7.3.1 ใบงาน เกณฑผ์ ่าน ไดค้ ะแนนเกิน 50% ขึน้ ไป
7.3.2 แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนน

ขนึ้ อย่กู ับการประเมินตามสภาพจรงิ
7.3.3 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ านกลมุ่ เกณฑผ์ ่าน นกั เรียนตอ้ งเกดิ พฤตกิ รรม

ครบทั้ง 4 ด้าน

72

ระดบั คุณภาพ ข้อความบง่ ช้ี
ผ่าน มคี วามตง้ั ใจร่วมกิจกรรม ใหค้ วามรว่ มมือกบั กลุม่ ในการอภปิ รายแสดงความคดิ เหน็
และสง่ งานตามกาหนด
ไมผ่ า่ น ขาดสง่ิ ใดสง่ิ หนึ่ง

เกณฑ์ ขอ้ ความบ่งช้ี
ผา่ น ทาใบงานครบและถกู ต้องใบงาน
ไมผ่ ่าน ขาดสิง่ ใดสิ่งหนงึ่

73

ใบงานกจิ กรรมแนะแนว หน่วยการจัดกิจกรรมฉันพอใจในสิ่งทฉี่ นั เป็น ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1

ชือ่ -สกลุ นักเรียน...............................................................................................ชน้ั ม.1/..........เลขท.ี่ ..........
ใบงานเรือ่ ง รปู ลักษณ์ของฉนั

คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นสารวจรูปลักษณข์ องตนเองในตารางด้านลา่ งน้ี และทาเครอื่ งหมาย ลงในช่อง
”พอใจ” หรือ “ไม่พอใจ” พรอ้ มทั้งบอกเหตุผลทง้ั ที่พอใจ หรอื ไม่พอใจ

รปู ลกั ษณ์ พอใจ ไม่พอใจ เหตุผล (บอกเหตุผลท้งั ท่ีพอใจ /ไม่พอใจ)

1. ค้ิว …………..…… …………..…… …………………………………………………………………………………………
2. ดวงตา ……... …….. ……………………………………
3. จมูก
4. ปาก
5. หู
6. ฟนั
7. ใบหน้า
8. รูปรา่ ง
9. แขน
10. ขา
11. น่อง
12. เท้า
13. มอื
14. นิ้ว
15. สีผิว
16. สีผม
17. อ่นื ๆ(ระบ)ุ
………………...
………………..

พูดคุยแลกเปล่ยี นกบั เพอ่ื น
ให้นกั เรียนพูดคยุ แลกเปลย่ี นความคิด ความรู้สึกเก่ียวกับรูปลักษณข์ องตนเอง กับเพื่อน จานวน 3 คน
ลงช่ือเพอื่ นทพ่ี ดู คุยด้วย
คนท่ี 1............................................คนท่ี 2........................................คนท่ี 3......................................

เอกสารประกอบกจิ กรรมแนะแนว หน่วยการจดั กจิ กรรมฉันพอใจในส่งิ ท่ีฉันเปน็ ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1

ตวั อย่างขา่ วเตือนสติ
สลด! สาวพรติ ตส้ี ้ินลมแล้ว เกนิ ยอ้ื ชวี ติ ญาติยอมใหถ้ อดเครื่องชว่ ยหายใจ
วันองั คารท่ี 2 ตุลาคม 2560 เวลา 11:32 น.(จากหนงั สือพิมพ์เดลนิ วิ ส)์

สุดยื้อ! "น้องกระแต" อาทิตยา สาวพริตตี้เหยื่อศัลยกรรม หัวใจหยุดเต้น สมองตาย สิ้นลมสงบ
ท่ามกลางความอาลยั ของญาติ เตรียมเคล่ือนศพต้ังบาเพ็ญกศุ ลใน จ.นครปฐม ตารวจแจ้งขอ้ หาเพ่มิ "หมอป๊อป"

เม่อื เวลา 11.00 น. วนั ท่ี 2 ต.ค. ที่รพ.กลว้ ยน้าไท 1 ผสู้ อื่ ขา่ วได้รบั แจง้ จากทางรพ.กลว้ ยนา้ ไทว่า น.ส.
อาทติ ยา เอย่ี มใหญ่ หรือน้องกระแต พริตต้ีสาววัย 33 ปี ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 10.40 น.ของวันนี้
ภายหลังจากชอ็ กหมดสติ สมองขาดออกซเิ จนกลายเปน็ เจ้าหญงิ นทิ รา หลงั เขา้ รบั การทาศัลยกรรมฉีดฟิลเลอร์
เข้าสะโพกกับหมอเถ่ือนท่ีช่ือนายธนัช ณัชวีระกุล อายุ 24 ปี อดีตผู้ช่วยแพทย์ท่ีรู้จักกันในวงการเสริมความ
งามว่า "หมอป๊อป" ที่คอนโดมิเนียมแห่งหน่ึง ย่านลาดพร้าว แล้วส่งตัวมาทาการรักษาท่ีรพ.กล้วยน้าไท 1
ตงั้ แตว่ นั ท่ี 8 ก.ย.ทีผ่ า่ นมา จนภายหลังนายธนัช ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตารวจ พร้อมให้การรับสารภาพว่า
เป็นผ้ฉู ีดสารฟิลเลอรใ์ ห้กับ พรติ ตสี้ าว

เจา้ หน้าทจี่ งึ นาตวั ไปชี้จุดเกิดเหตุ ก่อนนาตวั สง่ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ท้องท่ีเกิดเหตุ ก่อน
ไดร้ ับการปลอ่ ยตวั ชัว่ คราว ก่อนจะเขา้ มาเยยี่ มน้องกระแตครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ทผ่ี ่านมา และเดินทางเข้า
มาเยย่ี มอกี ครง้ั เมอ่ื วนั ท่ี 25 ก.ย. แต่นางระเบยี บ ผนิ กลับ แมข่ องนอ้ งกระแต ปฏิเสธให้เข้าพบ ตามทีเ่ สนอข่าว
ไปแล้วนั้นตอ่ มาเม่ือเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมรพ.กล้วยน้าไท1 นพ.สุวินัย บุษราคัมวงษ์ ผอ.
รพ.กล้วยนา้ ไท 1 พรอ้ มดว้ ย นางระเบยี บ ผินกลับ อายุ 57 ปีแม่ของผู้ตาย ร่วมกันแถลงข่าวการเสียชีวิตของ
น้องกระแต

หลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศกึ ษาโรงเรียนชุมชนบา้ นนา้ ดบิ

นพ.สวุ ินยั เปิดเผยว่า ทางรพ.ได้รบั ตัวนอ้ งกระแตเข้ามารักษาตง้ั แตว่ นั ท่ี 8 ก.ย.ท่ีผ่านมา ในสภาพที่มี
อาการก้านสมองอกั เสบ ซ่ึงทางคณะแพทย์รพ.ได้ทาการดูแลอย่างเต็มท่ี แมว้ า่ การรักษาจะทาไปได้ยากจนเมื่อ
ช่วง09.00 น.วนั น้ี คนไข้มีอาการความดนั ตกลงไปมาก จนทางแพทย์ต้องเพ่ิมยาเข้าไปอีก 2 ชนิดในปริมาณที่
มากข้ึน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นความดันและชีพจรลดลงจนไม่สามารถวัดได้ ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยต้องอาศัย
เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา อีกท้ังยังคงไม่รู้สึกตัว การตอบสนองของร่างกายไม่ดีข้ึนแต่อย่างใด โดยทาง
แพทยไ์ ดน้ าตวั นอ้ งกระแตไปทาการเอ็กซเรยส์ มอง พบว่าบวมมาก โดยการวินิจฉัยของทางแพทย์พบว่าสาเหตุ
หลกั ของการเสียชวี ิตมีอยู่ 2 สาเหตุ คือ

1.สมองขาดออกซิเจนไปนานจนทาให้สมองบวม แล้วมีการไปกดทับที่ก้านสมองซ่ึงเป็นศูนย์รวมของ
เส้นประสาทจนทาใหร้ ะบบสมองเสียไป

2.เกิดจากเซลสมองทตี่ ายไปเสียไปเปน็ จานวนมาก ซง่ึ เป็นอวัยวะของร่างกายที่ไม่สามารถงอกออกมา
ได้ ทาใหส้ มองเสอ่ื มการควบคุมอวัยวะต่างๆของร่างกายเสียไป ก็เป็นสาเหตุทาให้คนไข้มีความดันและชีพจร
ตกลงไมส่ ามารถวดั ได้และเสยี ชีวติ ในเวลาตอ่ มา

นพ.สุวินัย เปิดเผยต่อว่า อย่างไรก็ตามทางแพทย์ก็ได้แจ้งให้ทางญาติของคนไข้ทราบแล้วได้ทาการ
ถอดเครือ่ งหายใจออกเมอ่ื เวลา 10.40 น. และจากไปอย่างสงบ โดยหลงั จากนี้จะสง่ ศพไปทาการผ่าพิสูจน์ศพที่
สถาบนั นิตเิ วชฯ รพ.จุฬา ส่วนค่าใช้จา่ ยในการทาการรักษาตวั ที่รพ.ใช้สทิ ธิบ์ ัตรทอง โดยไมต่ ้องเสียค่าใช้จ่ายแต่
อย่างใด ทั้งน้ีก็อยากจะให้กรณีดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ให้กับหญิงสาวที่รักสวย รักงามการท่ีจะทาศัลยกรรมก็
ควรเลือกโรงพยาบาลหรือคลินกิ ทม่ี ีความนา่ เช่ือถอื และมีใบอนุญาตถูกต้อง อย่าไปเสียดายเงินเพราะเป็นส่ิงท่ี
ไมค่ ้มุ กับความปลอดภยั

ดา้ น นางระเบยี บ เปิดเผยต่อผสู้ อื่ ข่าวสน้ั ๆ ด้วยเสียงสั่นเครือว่า ตนรู้สึกเสียใจต่อการเสียชีวิตของลูก
สาว โดยนอ้ งกระแตเป็นเสาหลกั ในการหารายได้ของครอบครัว เบื้องต้นทางคู่กรณีได้เดินทางมาหาตนแล้ว 2
คร้งั และจะใหก้ ารช่วยเหลอื ครอบครัว แตต่ นไม่อยากได้รับการช่วยเหลือของทางนายธนชั แต่อย่างใด ล่าสุดยัง
ไม่เห็นคกู่ รณีมาเย่ียมนอ้ งกระแตแตอ่ ยา่ งใด

ดา้ น นายละเมยี ด ผินกลับ อายุ 63 ปี เปิดเผยว่า สว่ นตัวก็ยงั อยู่ในอาการเสียใจต่อการสูญเสียลูกสาว
และก็อยากฝากให้กรณีลูกสาวเป็นคนสุดท้าย สาหรับหมอที่อวดดีเคยเป็นแค่เพียงผู้ช่วยแต่เห็นแก่เงินทาไป
โดยไม่มีความยั้งคิด ซึ่งอย่างไรก็ตามตนก็ไม่มีทางยกโทษให้อย่างแน่นอน หลังเกิดเหตุได้พบทางคู่กรณีเพียง
คร้ังเดยี ว และหลงั จากน้ันไม่ได้พบแต่อย่างใด ส่วนเรื่องของคดีความก็อยากเป็นไปตามขบวนการแต่จะมีการ
ใหท้ นายเป็นผู้ดาเนินการ ขณะน้ีทางแพทยจ์ ะสง่ ศพไปทาการชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชฯรพ.จุฬา หลังจากนี้จะ
นารา่ งไปประกอบพิธที างศาสนาทว่ี ดั มงคลประชาราม ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นเวลา 5 วัน
หรืออาจจะมากกวา่ น้ตี อ้ งขอปรึกษาทางครอบครัวก่อน

ผู้ส่ือข่าวรายงานบรรยากาศ ที่ห้องไอซียู รพ.กล้วยน้าไท 1 มีเหล่าบรรดาญาติพ่ีน้อง และเพื่อนๆ
รว่ มงานพรติ ตี้จานวนกว่า 10 คน เดินทางมาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของน้องกระแต โดยบรรยากาศ
เป็นไปด้วยความโศกเศรา้

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบารุง รองผบช.น.รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและสอบสวน เปิดเผยว่า หลังเกิด
เหตุน้องกระแตได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา จากน้ันนายธนัช ณัชวีระกุล
หรือนายป๊อป ผู้ต้องหาที่อ้างตัวเองว่าเป็นหมอป๊อป และใช้สารฟิลเลอร์ ฉีดเข้าไปในร่างกายของน้องกระแต
พรติ ต้ีสาวจนกลายเปน็ เจา้ หญิงนิทรากไ็ ด้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าท่ีตารวจกองกากับการสวัสดิภาพเด็ก

หลกั สูตรตา้ นทุจริตศกึ ษาโรงเรียนชุมชนบ้านนา้ ดบิ

และสตรี กก.ดส. พรอ้ มทง้ั มีการแจ้งข้อหากระทาการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีโทษ
จาคกุ ไม่เกิน 3 ปี ปรบั ไมเ่ กนิ 6 พนั บาท แต่เนือ่ งจากผตู้ ้องหาเขา้ มอบตัว ทางตารวจจึงปล่อยตวั ชั่วคราว

อย่างไรกด็ ี ขณะนนี้ อ้ งกระแตเสยี ชวี ติ แลว้ พนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน จะต้องเรียกนายธนัชเข้า
มาแจ้งขอ้ หาเพม่ิ เตมิ คอื ข้อหากระทาการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อ่ืนถึงแก่ความตาย มีโทษจาคุกไม่เกิน 10
ปี ปรบั ไมเ่ กนิ 2 หมืน่ บาท หรือทั้งจาทัง้ ปรับ

หลกั สตู รต้านทุจริตศกึ ษาโรงเรยี นชุมชนบ้านน้าดบิ

ใบงานกจิ กรรมแนะแนว ขอบคุณและดแู ล หน่วยการจัดก
ช่อื -สกลุ นักเรยี น........................................................................

ให้นักเรยี นระบรุ ูปลักษณส์ ว่ นท่พี อใจและเคยไม่พอใจ(อย่างละ 1-3 สว่ น ) และบอก

‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’ ‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’ ‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’

ฉันขอบคุณที่ ฉนั ขอบคณุ ท่ี ฉันขอบคณุ ที่
……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ………………………

ฉนั จะดูแลรกั ษาโดย ฉันจะดูแลรักษาโดย ฉันจะดแู ลรกั ษาโดย
……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ………………………

กิจกรรมฉันพอใจในส่ิงทฉ่ี ันเปน็ ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1

....................................................ชั้น ม.1/.......... เลขท.่ี ..........

กการดแู ลรักษารูปลักษณ์ส่วนนัน้ ๆ ดว้ ยความขอบคณุ ท่ลี ว้ นมีคุณค่าต่อชวี ติ นกั เรียน

พลเมืองดี

’’’’’’ ‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’ ‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’ ‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’

ฉันขอบคุณที่ ฉนั ขอบคุณท่ี สว่ นใดท่ีชอบทส่ี ดุ

… ……………………… ……………………… ………………………
… ……………………… ……………………… ………………………
… ……………………… ……………………… ………………………

ฉันจะดแู ลรกั ษาโดย ฉนั จะดูแลรกั ษาโดย .ใชท้ าอะไรเพอื่ สงั คม

… ……………………… ……………………… ………………………

… ……………………… ……………………… ………………………
… ……………………… ……………………… ………………………
… ……………………… …ห…ลัก…สูต…รต…้าน…ทจุ …ริต…ศึก…ษาโรงเรยี น…ชุม…ชน…บา้ …นน…้าด…ิบ ………


Click to View FlipBook Version