โครงงานวทิ ยาศาสตร์
เรื่อง สเปรยต์ ะไครห้ อมไล่ยงุ
1. เดก็ ชายภานุวฒั น์ จัดทำโดย ม. 2/1 03
2. เดก็ ชายพรี พงษ์ ม. 2/1 04
3. เดก็ หญิงวริ งรอง บุบผามาลา ม. 2/1 07
4. เดก็ หญิงนชิ า พชั รไตรรตั น์ ม. 2/1 08
5. เด็กชายฐิตวิ ัชร ปานอ่อน ม. 2/1 11
6. เด็กชายภทั รวิทย์ นามเกษ ม. 2/1 14
ปานเจริญ
วัฒนาหาญนวุ ัฒน
ครทู ี่ปรกึ ษา
ม. สุกญั ญา พมิ พ์ภา
โรงเรียนวรมงคล
สำนักงานคณะกรรมการสง่ เสริมการศึกษาเอกชน
ปกี ารศกึ ษา 2564
สารบัญ หนา้
ก
บทคัดยอ่ ข
กติ ติกรรมประกาศ ค
สารบัญ 1-2
บทที่ 1 บทนำ 3-4
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวขอ้ ง 5
บทที่ 3 การดำเนินการ 6
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ การ 7
บทท่ี 5 สรปุ ผลและอภปิ ราย
ภาคผนวก
เอกสารอา้ งองิ
ข
กิตตกิ รรมประกาศ
โครงงานฉบับน้ีสำเรจ็ อย่างสมบรู ณ์ ไดด้ ้วยความช่วยเหลอื อย่างดยี ่ิงจาก อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
ผู้ปกครอง และเพื่อนๆทกุ คนท่ีได้กรุณาให้คาแนะนาปรึกษา และข้อมูลต่างๆ
ขอกราบขอบพระคุณเปน็ อย่างสูงไว้ ณ โอกาสน้ีขอขอบพระคุณครูทปี่ รึกษาโครงงาน โรงเรียนวรมงคล
ขอขอบพระคุณท่ีได้กรณุ าให้คำปรึกษาชแ้ี นะแนวทางการดำเนนิ งานจนสำเร็จลลุ ว่ งไปด้วยดีคณุ ค่าและประโยชน์
อนั พงึ มจี ากการศึกษาคน้ ควา้ น้ี
ผู้จัดทำขอน้อมบชู าพระคุณบิดามารดาและบูรพาจารย์ทกุ ทา่ นทไี่ ด้อบรมสง่ั สอนวชิ าความรูแ้ ละให้ความ
เมตตาแกผ่ ูจ้ ดั ทำมาโดยตลอดเปน็ กำลังใจสำคัญท่ที าให้รายงานโครงงานฉบับน้สี ำเร็จลุลว่ งไดด้ ้วยดี
คณะผจู้ ดั ทำ
ก
โครงงาน สเปรย์ตะไคร้หอมไล่ยุง
ประเภทของโครงงาน : โครงงานประดิษฐ์
ผจู้ ดั ทำ 1. เดก็ ชายภานวุ ฒั น์ บบุ ผามาลา
2. เด็กชายพีรพงษ์ พชั รไตรรัตน์
3. เด็กหญงิ วิรงรอง ปานออ่ น
4. เด็กหญงิ นิชา นามเกษ
5. เด็กชายฐิติวัชร ปานเจริญ
6. เดก็ ชายภัทรวิทย์ วัฒนาหาญนวุ ัฒน
ทปี่ รึกษาโครงงาน : คณุ ครูสานิต แสงสังข์
สถานศกึ ษา โรงเรียนวรมงคล จ.กรุงเทพมหานคร
บทคดั ยอ่
โครงงานเรื่อง สเปรยต์ ะไคร้หอมไล่ยุง มวี ตั ถุประสงค์ เพ่ือเปน็ การศึกษาหาสมนุ ไพรที่สามารถใช้
ป้องกนั ยุงได้ และ เพ่ือเป็นการนำสมุนไพรมาประยุกตใ์ ชไ้ ด้ โดยศกึ ษาประสทิ ธิภาพการไลย่ งุ่ ซึง่ ได้จัดทำการ
ทดลองขน้ึ มาโดยการนำตะไคร้หอม มาสบั ละเอียดแลว้ นำไปวางในท่ีทมี่ ยี ุงชมุ ซง่ึ ผลจากการทดลองพบวา่
ตะไครท้ ี่สับละเอยี ดสามารถไล่ยงุ ไดจ้ ริง เพราะใบของตะไครอ้ ุดมไปดว้ ยนา้ มันหอมระเหย มีสว่ นประกอบท่ี
สำคัญในการออกฤทธคิ์ ือ camphor , cineol , eugenol , linalool , citronellalและ citral ซึ่งมีฤทธใ์ิ นการ
ไล่ยุงไดด้ ี ดังนัน้ สารทีอ่ ยู่ในตะไครห้ อมสามารถไล่ยุงไดจ้ รงิ
1
บทท่ี 1
บทนำ
หลกั การและเหตุผล
ปัจจุบันถ้าจะกล่าวถึงสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค สัตว์อันดับต้นๆทีค่ ิดคงไม่พ้นยุง เนื่องจากยุงเป็นพาหะ
นำโรคร้ายต่างๆที่คร่าชีวิตคนเป็นจำนวนมาก ยุงเป็นพาหะนาโรคหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เช่น
โรคไขเ้ ลอื ดออก ไข้มาลาเรยี โรคเทา้ ชา้ ง เป็นตน้
จึงมีผู้คิดทำตัวยาเพื่อกำจัด และป้องกันยุงขึ้นมาหลายชนิด เช่น ครีมทากันยุง ยาจุดกันยุง ยาฉีดกัน
ยุง น้ามันไล่ยุง เป็นต้น แต่ยากันยุงเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เพราะมีสารที่เป็นอันตรายผสมอยู่
ซึ่งทาให้ผู้ใช้บางคนเกิดอาการแพ้ ผู้จัดทำโครงงานได้พบว่ามีชาวบ้านในท้องถิ่นได้นำใบตะไคร้หอมนำมาทุบ
แล้วนำมาวางไว้ใกล้ตัว พบว่าสามารถไล่ยุงได้ จากการค้นคว้า ตะไคร้หอมเป็นสมุนไพรที่สามารถไล่ยุงได้
โดยใบตะไคร้หอม จะมีน้ามันหอมระเหยสกัดสามารถใช้ไล่แมลงได้ เมื่อนำน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอม
มาทดสอบกับยุงที่เป็นพาหะของโรคมาลาเรีย ไข้เลือดออก และเท้าช้าง พบว่ามีผลป้องกันยุงกัดได้ นาน
8-10 ชม.
ดังนั้น ทางกลุ่มจึงมีความคิดที่จะทำการศึกษา ค้นคว้า โดยการนำตะไคร้หอมมาใช้ในรูปผลิตภัณฑ์
สเปร์ยตะไคร้หอม โดยให้มีส่วนผสมของใบตะไคร้และน้ำตะไคร้ซึ่งจะได้สเปร์ยที่มีประสิทธิภาพในการไล่ยุง
และ หมดปัญหาการแพส้ ารเคมไี ด้
วัตถุประสงค์ของโครงงาน
1.เพ่อื ศกึ ษาประโยชน์ของตะไคร้
2.เพ่ือศึกษาโรคทย่ี งุ เปน็ พาหะ
3.เพอ่ื ศึกษาว่าตะไคร้ไลย่ งุ ไดจ้ รงิ หรือไม่
สมมตุ ิฐาน
นำ้ มนั หอมระเหยจากตะไคร้หอมสามารถไล่ยุงได้จริงหรือไม่
ตัวแปรท่ีศึกษา
ตัวแปรต้น ตะไคร้หอม
ตัวแปรตาม ความสามารถในการไลย่ ุง
ตัวแปรควบคุม ปริมาณตะไคร้หอม จำนวนยงุ จำนวนเวลา
2
ขอบเขตของการศึกษา
1.ประโยชน์ของตะไคร้
2.ลักษณะของตะไคร้
ประโยชนท์ ี่ได้จากโครงงาน
1.ตระหนักถงึ คณุ คา่ ของพรรณพืช สามารถใช้พืชใหเ้ ปน็ ประโยชน์
2.ประหยัดค่าใช้จ่ายในการไลย่ ุงมีควาปลอดภยั
3.รู้จักการนำพืชสมุนไพรมาใช้ได้ตรงกับความต้องการ
3
บทท่ี 2
เอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
1. ลกั ษณะของตะไคร้
2. ยงุ
3. สรรพคณุ ของตะไคร้
1. ลกั ษณะของตะไคร้
พืชล้มลุก มอี ายหุ ลายปี มีเหงา้ ใต้ดนิ ลำต้นตั้งตรง ออกเป็นกอ มกี ลิ่นหอม ใบเดย่ี ว เรียงสลับ รูปยาว
แคบ โคนใบแผ่ออกเป็นกาบ มีลิ้นใบรูปไข่ มีขน อยู่ตรงรอยต่อระหว่างใบกับกาบมีแผ่น ดอกช่อขนาดใหญ่ สี
น้ำตาลแดง แทงออกจากกลางตน้ ใบประดับลกั ษณะคลา้ ยกาบ ดอกช่อเชิงลด แยกเป็นหลายแขนง ออกเป็นคู่
ช่อย่อยมีใบประดับที่โคน 2 ใบ ใบนอกมีหยัก ด้านนอกแบนเขอบแผ่ออกเป็นปีกแคบ ๆ และขอบด้านบนสาก
ใบในรูปเรือ ปลายแหลมมีเส้นตามยาว 1-3 เส้น ขอบมีขน แต่ละดอกย่อยมีใบประดับ 2 แผ่น เรียกกาบบน
และกาบล่าง กาบบนรปู ขอบขนาน เนอื้ บาง ขอบมีขน กาบล่างรูปยาว แคบ มขี นแขง็ และปลายแหลม ผลเป็น
ผลแหง้ เมล็ดเดียว ไมแ่ ตก
ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชียเขตร้อน มีลักษณะคล้ายหญา้ และมีใบสูงยาวส่ง
กลิน่ เฉพาะตัว นอกจากนำมาใชป้ ระกอบอาหาร ปรงุ แต่งกลิน่ ในอาหาร และทำเครื่องดื่มแลว้ ตะไครย้ ังถูก
นำไปใช้ในหลากสาขา เช่น อุตสาหกรรมสบู่ เคร่อื งสำอาง การบำบัดด้วยกล่ิน หรอื การสกัดเปน็ ยารกั ษา โดยมี
ความเช่อื ว่าสารเคมีในตะไคร้ท่ีมฤี ทธิต์ า้ นอนมุ ูลอิสระ อาจสามารถชว่ ยปอ้ งกันการเตบิ โตของแบคทีเรยี กบั
ยีสต์ได้ ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเน้ือ บรรเทาอาการปวดและลดไข้ ช่วยกระต้นุ การไหลเวยี นของเลือดใน
ระหวา่ งมปี ระจำเดอื น และเป็นส่วนผสมในสารที่ชว่ ยไล่ยงุ ได้
2. ยงุ
ยงุ เปน็ สัตว์ดดู เลือดและพาหะนำโรคตดิ ต่อจากคนสู่คน หรือจากสัตวเ์ ลอื ดอุ่นมาสู่คนได้ เช่น
ไขเ้ ลอื ดออก ไข้มาลาเรยี ไขเ้ หลือง ไขส้ มองอกั เสบ ไวรัสซิกา เปน็ ต้น สว่ นตวั ริ้นนนั้ เปน็ แมลงดูดเลือดขนาด
เลก็ เชน่ เดยี วกบั ยุง ซงึ่ สรา้ งความรำคาญและนำโรคมาสคู่ นไดเ้ ช่นเดียวกนั
3. สรรพคุณของตะไคร้
1. มสี ว่ นช่วยในการขับเหง่อื
2. ชว่ ยในการขับนำ้ ดีมาชว่ ยในการยอ่ ยอาหาร
3. นำ้ มนั หอมระเหยจากตะไคร้ มีสว่ นช่วยลดการบีบตัวของลำไสไ้ ด้
4. มีฤทธ์ชิ ว่ ยในการขับปสั สาวะ
5. ช่วยแกอ้ าการปัสสาวะพิการ และรกั ษาโรคนิ่ว (หวั ตะไคร)้
4
6. ช่วยแกอ้ าการขดั เบา (หัวตะไคร้)
7. ใช้เป็นยาแก้ขับลม (ต้น)
8. ช่วยรักษาอหวิ าตกโรค
9. ช่วยแกล้ มอมั พาต (หัวตะไคร้)
10. ใชเ้ ปน็ ยารักษาเกลอ้ื น (หัวตะไคร)้
11. นำ้ มนั หอมระเหยจากตะไคร้ สามารถช่วยต่อต้านเชือ้ ราบนผิวหนงั ได้เป็นอย่างดี
12. ช่วยแกโ้ รคหนองใน หากนำไปผสมกับสมนุ ไพรชนิดอืน่ ๆ
จากข้อความข้างต้นคณะผจู้ ดั ทำเลง็ เห็นถึงความสำคัญของสขุ ภาพ เพื่อลดการแพรร่ ะบาดของเช้ือ
ไวรสั จงึ ได้จดั ทำโครงการสเปรยต์ ะไคร้หอมไล่ยุงข้นึ
5
บทที่ 3
การดำเนนิ การ
อปุ กรณ์
1. หมอ้ 1 ใบ
2. กะละมงั . 1 ใบ
3.ผา้ ขนหนู. 1 ผนื
4.นำ้ เย็น 1 ขวด
5.ขวดสเปรย์ 1 ขวด
6.ตน้ ตะไครห้ อม 3-4 กอ
ข้นั ตอนวิธีการทำ
1. หกั ต้นตะไคร้หอม ให้พอดีที่จะนำไปใสใ่ นหม้อ
2. นำต้นตะไครห้ อมทห่ี ักพอดีกับหมอ้ ลงไปในหม้อ ใส่น้ำให้ท่วม ต้นตะไคร้
3. นำกะละมังทเี่ ตรยี มไว้ไปวางปิดปากหม้อ นำผา้ ขนหนูไปพันใหร้ อบปากหม้อ เพื่อกันไมใ่ ห้ไอนำ้ ระเหย
4. ใส่น้ำเยน็ ลงไปบนกะละมังท่ีปดิ หม้อไว้
5. ขยันเปล่ยี นนำ้ ไมใ่ หน้ ำ้ ร้อน
6. เมือ่ ตน้ ได้ประมาณ 15 นาที ก็ยกลงจะไดน้ ้ำมันหอมระเหย จากตะไครห้ อม
7. รอให้นำ้ มันหอมระเหยจากตะไครห้ อม เยน็ นำมากรอกลงขวดสเปรย์ที่เราเตรยี มไว้
6
บทท่ี 4
ผลการดำเนนิ งาน
จากการทำโครงงานเร่ืองสเปรย์ตระไครห้ อมไล่ยุง เเล้วได้ทำงสเปรย์หอมกล่นิ ตะไตรไ้ ล่ยุงออกมานน้ั
เพื่อทดลองใชเ้ เล้วผลปรากฏวา่ สามารถไล่ยงุ ออกไปได้ ในบางครัง้ ยงุ ทนกล่ินของตะไคร้ไม่ได้ทำให้ตายไป ซึง่
ถอื วา่ มีประสทิ ธิภาพ
ในการศึกษาคน้ คว้าเรอื่ ง ตะไคร้หอมไล่ยุง ผศู้ ึกษาคน้ ควา้ ไดก้ ำหนดวัตถุประสงค์และสมมติฐาน
ไว้ดงั นี้
ตะไครห้ อมไลย่ ุงได้จริง
น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอมมีฤทธ์ิฆ่าตวั อ่อนของยุงก้นปลอ่ งและยงุ รำคาญได้ โดยระยะเวลาท่ตี วั
ออ่ นตายครึ่งหนงึ่ เท่ากับ 1.2 และ น้อยกวา่ 0.2 นาที ตามลำดับ และมีฤทธิ์ป้องกนั การวางไข่ดว้ งถ่วั สามารถ
ฆ่าดว้ งถัว่ และแมลงวันได้
7
บทที่ 5
สรปุ ผลและการอภปิ ราย
สรปุ ผล
จากการศึกษาค้นคว้าเรื่อง ตะไคร้หอมไล่ยุง ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า ตะไคร้หอมไล่ยุง
พบว่า น้ำมันตะไคร้หอมมีส่วนประกอบของสาร คือ camphor, cineol, eugenol, และlinalool,
citronellal และgeraniol ซึ่งเป็นสาระสำคัญมีฤทธิ์ในการไล่ยุงและแมลง ดังนั้น สารในน้ำมันหอมระเหย
จากตน้ ตะไคร้หอมสามารถไลย่ งุ ได้จรงิ
ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาค้นควา้ คร้งั ตอ่ ไป
1.ควรจะมกี ารทดลองหรือประยุกต์การทดลองโดยการนำเอาวสั ดุต่างๆ เช่น เทยี นไข เป็นวัสดุหลักในการ
ทดลอง ตัวอย่างเชน่ สเปรย์ตะไคร้หอมไลย่ ุง
2.นา่ จะมีการทำเป็นผลิตภณั ฑเ์ พ่ือที่จะสามารถนำไปต่อยอดความคิด หรอื นำมาทดลองใช้ในชุมชนได้
บรรณานกุ รม
http://waansaa.blogspot.com/2016/09/diy_2.html
http://puechkaset.com
http://thaiherbtherapy.com/Herbs/Herb_Tarkraihom.html
http://www.vcharkarn.com/varticle/43421
https://home.kapook.com/view134445.html