ระบบสืบพนั ธ์ุ
โรงเรยี นอุตรดิตถ์ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ว22101)
นางสาวศศธิ ร คามงคล ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1/2564
ระบบสบื พันธ์ุ
การสืบพันธ์ุ เป็นกระบวนการดารง
เผ่าพันธ์ุของสิ่งมีชีวิต การสืบพันธุ์ของ
มนุษย์เป็นการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ
มีการปฏิสนธิภายใน โดยเซลล์สืบพันธ์ุ
เพศชาย คือ อสุจิ (sperm) จะเข้าไป
ผ ส ม กั บ เ ซ ล ล์ สื บ พั น ธ์ุ เ พ ศ ห ญิ ง
คือ เซลล์ไข่ (egg cell) ซึ่งไข่ที่ถูกผสม
แล้วจะเติบโตเป็นตัวอ่อนอยู่ภายใน
มดลูกของเพศหญิงระยะเวลาหน่ึง เมื่อ
ครบกาหนดกจ็ ะคลอดออกมาเป็นทารก
โรงเรยี นอุตรดติ ถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
01 โครงสรา้ งและหน้าท่ีของอวยั วะใน
ระบบสบื พนั ธ์ุเพศชายกบั เพศหญงิ
02 ฮอร์โมนเพศ
03 การตัง้ ครรภ์และการคลอด
04 การคุมกาเนิด
โรงเรียนอุตรดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
โรงเรยี นอุตรดติ ถ์ 1. โครงสรา้ งและหน้าทข่ี อง
นางสาวศศธิ ร คามงคล อวัยวะในระบบสบื พันธุ์
เพศชายกับเพศหญงิ
มีโครงสร้างและอวัยวะในระบบสืบพนั ธ์แุ ตกตา่ งกนั ดังน้ี
1. ระบบสืบพันธุ์เพศชาย
(male reproductive system)
มีหนา้ ท่สี าคญั คอื สรา้ งเซลลส์ บื พันธ์ุ ซง่ึ ได้แก่
เซลลอ์ สุจิ และสรา้ งฮอร์โมนเพศชาย
โรงเรียนอุตรดิตถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
1. ระบบสืบพนั ธเ์ุ พศชาย
(male reproductive system)
โรงเรียนอุตรดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
อวัยวะทสี่ าคัญในระบบสืบพนั ธเ์ุ พศชาย มดี ังนี้
1) อณั ฑะ (testis)
เป็นต่อมรปู ไข่ มี 2 ขา้ ง ภายในอัณฑะประกอบด้วยหลอดสร้างอสุจิ (seminiferous tubule)
ทาหน้าที่สร้างอสุจิและฮอร์โมนเพศชาย คือ เทสโทสเทอโรน (testosterone) เพื่อควบคุม
ลักษณะตา่ ง ๆ ของเพศชาย เชน่ มหี นวดเครา
2) ถุงอัณฑะ (scrotum)
ทาหน้าทห่ี อ่ ห้มุ อัณฑะเพื่อควบคมุ อุณหภมู ิใหเ้ หมาะสมต่อการสร้างอสุจิ (ประมาณ 3-5 องศาเซลเซยี ส)
3) หลอดเกบ็ อสุจิ (epididymis)
ลักษณะเป็นท่อขดไปมาอย่ทู างด้านบนของอัณฑะ ทาหน้าท่เี ก็บตัวอสจุ ิจนตัวอสุจเิ จริญเตบิ โตและแข็งแรง
4) หลอดนาอสุจิ (vas deferens)
อยตู่ ่อจากหลอดเกบ็ อสุจิ ทาหน้าทล่ี าเลียงอสจุ ทิ ่เี จริญเติมโตเต็มที่
โรงเรียนอุตรดิตถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
อวัยวะที่สาคญั ในระบบสบื พนั ธ์เุ พศชาย มีดังนี้
5) ต่อมสร้างน้าเลี้ยงอสุจิ (seminal vesicle)
ทาหน้าท่ผี ลติ นา้ เล้ียงซึ่งเปน็ อาหารของอสุจิ ในนา้ เล้ยี งประกอบด้วยสารอาหาร เช่น วิตามินซี
นา้ ตาลฟรักโทส โกลบูลิน
6) ต่อมลกู หมาก (prostate gland)
อยู่ตอนตน้ ของท่อปัสสาวะ ทาหนา้ ท่ีหลงั่ สารที่เป็นเบสอ่อน ๆ เข้าไปในท่อปสั สาวะเพื่อทาลายความเปน็ กรด
ในท่อปสั สาวะและในชอ่ งคลอด ทาใหม้ สี ภาพที่เหมาะสมกับตวั อสจุ ิ
7) ตอ่ มคาวเปอร์ (Cowper gland)
อยใู่ ตต้ ่อมลกู หมาก ทาหน้าท่ีหลัง่ สารหลอ่ ลน่ื เข้าไปในท่อปัสสาวะในขณะทีเ่ กดิ การกระตุน้ ทางเพศ
เมอ่ื มกี ารหลง่ั อสุจิ
โรงเรียนอตุ รดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
อสุจิและของเหลวจากต่อมต่าง ๆ รวมเรียกว่า
น้าอสุจิ (semen) จะเคล่ือนท่ีผ่านท่อปัสสาวะ
(urethra) ภายในองคชาต (penis) ออกมาภายนอก
ร่างกาย โดยทั่วไป เพศชายจะเริ่มสร้างอสุจิเมื่ออายุ
ประมาณ 12-13 ปี และจะสรา้ งไปตลอดชีวติ
อสจุ ิประกอบดว้ ยสว่ นสาคญั 3 สว่ น คอื
ส่วนหัว เป็นส่วนที่มีนิวเคลียสและสารพันธุกรรมอยู่
สว่ นลาตัว จะมีลักษณะเปน็ ทรงกระบอกยาว
ส่วนหาง เป็นส่วนทีใ่ ช้ในการเคลอ่ื นท่ี
โรงเรยี นอุตรดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
2. ระบบสบื พันธเ์ุ พศหญิง
(female reproductive system)
ทาหนา้ ที่เช่นเดียวกับระบบสืบพันธเ์ุ พศชาย คอื
สร้างเซลล์สืบพันธ์ุ คือ เซลล์ไข่ และสร้าง
ฮอรโ์ มนเพศหญิง
โรงเรยี นอุตรดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
2. ระบบสบื พนั ธุ์เพศหญิง
(female reproductive system)
โรงเรียนอุตรดติ ถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
อวัยวะท่สี าคัญในระบบสบื พนั ธเ์ุ พศหญงิ มดี ังนี้
1) รงั ไข่ (ovary) มขี นาดและรูปร่างคล้ายเมลด็ ถั่ว มอี ยู่ 2 ขา้ ง ทาหน้าทีส่ ร้างเซลลไ์ ข่ เรียกวา่ การตกไข่
ซง่ึ เป็นเซลล์สบื พันธเุ์ พศเมียจะสุกและตกออกมาประมาณกงึ่ กลางของรอบเดือน
2) ทอ่ นาไข่ (oviduct) หรือปีกมดลูก
เป็นทางเช่ือมต่อระหว่างรงั ไขท่ ง้ั สองขา้ งกบั มดลูก ภายในกลวง มีปลายขา้ งหนง่ึ เปดิ อยู่ใกลก้ ับรงั ไข่ เรียกวา่ ปากแตร
3) มดลกู (uterus) มรี ูปร่างคลา้ ยผลชมพู่ เป็นกล้ามเน้ือทม่ี ชี ่องกลวงตรงกลาง อยู่ในบริเวณอุ้งกระดูก
เชิงกรานระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับทวารหนัก ทาหน้าท่ีเป็นที่ฝังตัวของไข่
ที่ได้รับการผสมแล้ว และเป็นท่ีเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ปลายของมดลูก
มีลักษณะแคบลง เรยี กวา่ ปากมดลูก ซง่ึ เป็นส่วนทเ่ี ปิดออกสู่ช่องคลอด
4) ช่องคลอด (vagina)
อยู่ต่อจากมดลูก ทาหน้าที่เป็นทางผ่านของอสุจิเข้าสู่มดลูก เป็นทางออกของ
ทารกเม่อื ครบกาหนดคลอด และเป็นทางผ่านของประจาเดือนด้วย
โรงเรียนอตุ รดิตถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
ประจาเดือน คือ เลือดและ
เนื้อเย่ือผนังมดลูกด้านในท่ีหลุดออกมา
จากเยื่อบุโพรงมดลูก ไหลออกมาทาง
ชอ่ งคลอด ประจาเดอื นจะเกดิ ข้นึ
เมื่อเซลล์ไข่ไม่ได้รับการผสมกับ
เซลล์อสุจิ เพศหญิงจะมีประจาเดือน
ต้ังแต่อายุประมาณ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมี
รอบของการมีประจาเดือนทุก 21-35
วัน เฉล่ียประมาณ 28 วัน จนอายุ
ประมาณ 50 ปี จงึ จะหมดประจาเดือน
โรงเรียนอตุ รดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
ผ้หู ญิงจะมีช่วงระยะเวลาการมีประจาเดอื นประมาณ 3-6 วัน
ซึ่งจะเสียเลือดทางประจาเดือนแต่ละเดือนประมาณ 60-90
ลูกบาศก์เซนติเมตร ดังน้ัน ผู้หญิงจึงควรรับประทานอาหารที่มี
ธาตเุ หลก็ และโปรตนี เพือ่ สรา้ งเลือดชดเชยส่วนทีเ่ สียไป
การทผ่ี ูห้ ญงิ บางคนมปี ระจาเดอื นมาไมป่ กติ อาจเนื่องมาจาก
อารมณ์และความวิตกกังวลทาให้การหลั่งฮอร์โมนของสมอง
ผิดปกติ ซึ่งจะมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมองท่ีทา
หน้าที่กระตุ้นให้ไข่สุก คือ ฮอร์โมน FSH (Follicle Stimulating
Hormone) และฮอร์โมนท่ีกระตุ้นให้เกิดการตกไข่ คือ ฮอร์โมน
LH(Luteinizing Hormone) เซลล์ไข่มีขนาดใหญ่กว่าเซลล์อสุจิ
ประมาณ 50,000-90,000 เท่า ขนาดของเซลล์ไข่ประมาณ 0.2
มลิ ลเิ มตร เราสามารถมองเหน็ เซลลไ์ ข่ได้ดว้ ยตาเปล่า
โรงเรยี นอุตรดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
2. ฮอรโ์ มนเพศ
โรงเรยี นอุตรดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
1. ฮอร์โมนเพศชาย หรือเทสโทสเทอโรน (testosterone) ถูกสร้างมาจากอัณฑะ
โดยจะสร้างขึ้นเมื่อย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม เม่ือฮอร์โมนหล่ังออกมาจะไปกระตุ้นให้แสดง
ลักษณะความเป็นเพศชาย ได้แก่ การมีเสียงทุ้มใหญ่ มีหนวด มีเครา มีขนที่อวัยวะเพศ
การสร้างอสุจิ ทาให้เพศชายมีนิสัยชอบแข่งขัน ชอบเอาชนะ ชอบความท้าทาย
สนใจเพศตรงข้ามมากขนึ้ มคี วามต้องการทางเพศ
2. ฮอรโ์ มนเพศหญิง มอี ยูห่ ลายชนดิ แตท่ ีส่ าคัญ ไดแ้ ก่
อสี โทรเจน (estrogen) สร้างขึน้ มาจากรงั ไข่ ส่งผลต่อลักษณะรูปร่าง
นิสัย และอารมณ์ของเพศหญิง คือ ทาให้มีหน้าอก สะโพกผาย
มีอารมณ์อ่อนหวาน อ่อนไหวง่าย และท่ีสาคัญทาให้ไข่ภายในรังไข่
เจริญ ควบคุมการตกไข่ กระตุ้นการหนาตัวของเยื่อบุผนังมดลูกชั้นใน
เพ่อื รองรับการปฏสิ นธิซึ่งทางานร่วมกับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน
โรงเรยี นอุตรดติ ถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
โพรเจสเทอโรน (progesterone) เป็นอีกหน่ึงฮอร์โมนเพศหญิงท่ีสาคัญ โดยถูกสร้าง
ข้ึนจากรังไข่และรก มีหน้าท่ีสาคัญ คือ ช่วยกระตุ้นให้เยื่อบุผนังมดลูกช้ันในหนาตัวข้ึน
เพ่ือเตรียมการฝังตัวของตัวอ่อน โดยอีสโทรเจนนั้นจะไปกระตุ้นให้มดลูกขยาย พร้อมจะ
หดรดั ตัว แตโ่ พรเจสเทอโรน จะไปยับย้ังไม่ให้มดลูกรัดตัวมากจนเกินไป เพอ่ื ให้ตัวอ่อนฝังตัว
ที่มดลูกได้
โรงเรยี นอุตรดิตถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
3. การตั้งครรภ์
และการคลอด
โรงเรยี นอุตรดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
ต ล อ ด ช่ ว ง ชี วิ ต ข อ ง เ พ ศ ห ญิ ง จ ะ มี เ ซ ล ล์ ไ ข่
ประมาณ 500 ใบ ที่สามารถเจริญอย่างสมบูรณ์และ
ตกไข่ออกมาจากรังไข่ การเจริญของไข่และตกไข่จะ
เปน็ ช่วงรอบเดือน โดยเมือ่ ไข่สุกเต็มท่ีไข่จะถูกปล่อย
ออกมาจากรังไข่แล้วเคลื่อนท่ีผ่านท่อนาไข่ เรียก
กระบวนการน้ีวา่ การตกไข่
โรงเรียนอุตรดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
เมื่อมีเพศสัมพันธ์ อสุจิของเพศชายนับล้านเซลล์
จะเคล่ือนท่ีไปพบกับเซลล์ไข่บริเวณท่อนาไข่ แต่จะมี
อสุจิเพียงเซลล์เดียวเท่าน้ันท่ีสามารถเข้าไปผสมกับ
เซลล์ไข่ได้ เพราะเมื่อมีเซลล์อสุจิ เซลล์หน่ึงเข้าไป
ผสมกับเซลล์ไข่แล้ว เยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ไข่จะหนา
ตัวขึ้นจนทาให้เซลล์อสุจิอื่น ๆ ไม่สามารถเข้าผสมกับ
เซลล์ไข่ได้อีก จากนั้นนิวเคลียสของเซลล์อสุจิจะ
รวมตัวกับนิวเคลียสของเซลล์ไข่ เรียกว่า การปฏิสนธิ
(fertilization)
โรงเรยี นอุตรดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
โรงเรียนอุตรดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
หลังจากเกิดการปฏิสนธิแล้ว เซลล์อสุจิกับเซลล์ไข่จะรวมเป็นเซลล์เดียวกัน เรียกว่า ไซโกต (zygote)
ซงึ่ หลังการปฏสิ นธปิ ระมาณ 2 วัน ไซโกตจะเริ่มแบ่งตัวจาก 1 เซลลเ์ ปน็ 2 เซลล์ และแบง่ ตัวไปเร่ือย ๆ จนเกิด
เป็นกลุ่มเซลล์ เรียกว่า เอ็มบริโอ (embryo) เอ็มบริโอจะมีการเปล่ียนแปลงอย่างต่อเน่ืองในขณะเคลื่อนท่ีไป
ตามท่อนาไข่เพื่อไปฝังตัวที่ผนังมดลูก แล้วร่างกายของมารดาจะสร้างเย่ือบาง ๆ ที่เรียกว่า ถุงน้าคร่า ห่อหุ้ม
เอ็มบริโอไว้ ซึ่งภายในจะมีของเหลวไว้ป้องกันการกระทบกระเทือน จากน้ัน เอ็มบริโอยังคงมีการเปลี่ยนแปลง
รูปร่างไปเร่ือย ๆ จนอายุครบ 2 เดือน หรือประมาณ 8 สัปดาห์ ก็จะมีลักษณะเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง จะ
เรียกว่า ทารกในครรภ์ (fetus)
โรงเรยี นอุตรดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
ใ น ร ะ ห ว่ า ง ท่ี ท า ร ก เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต อ ยู่ โรงเรียนอุตรดิตถ์
ภายในครรภ์ของมารดา จะมีการพัฒนา นางสาวศศิธร คามงคล
โครงสร้างที่สาคัญ ได้แก่ รกและสายสะดือ
โดยรกจะเชื่อมกับผนังมดลูกเพ่ือให้ทารกได้
ดูดซึมสารอาหาร รวมถึงการกาจัดของเสีย
และแลกเปลี่ยนแก๊สผ่านทางเลือดของแม่
ส่วนสายสะดือจะเป็นสายที่เช่ือมต่อระหว่าง
รกกับทารกในครรภ์ จากนั้นทารกในครรภ์
ยังคงพัฒนาต่อไปจนระหว่างเดือนท่ี 4-6
จ ะ ส า ม า ร ถ ไ ด้ ยิ น เ สี ย ง ก า ร เ ต้ น ข อ ง หั ว ใ จ
โดยใช้หูฟังแพทย์ ทารกในครรภ์เริ่มท่ีจะ
เคล่ือนไหวจนกระทั้งมีอายุประมาณ 9 เดือน
หรือประมาณ 38 สัปดาห์ จึงจะครบกาหนด
คลอด
โรงเรียนอุตรดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
มนุษย์ตั้งครรภ์นานประมาณ 9 เดือน หรือ 38 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน หรือ 40 สัปดาห์
นบั จากวนั แรกของการมีประจาเดือนครั้งสุดท้าย เมื่อนาขนาดของฟีตัสมาเปรียบเทียบกัน ตั้งแต่สัปดาห์แรกจน
กระท้งั สัปดาหท์ ี่ 40 จะมีการเปลี่ยนแปลงขนาด ดงั นี้
เม่ือครบกาหนดคลอด ต่อมใต้สมองจะหล่ังฮอร์โมนชนิดหน่ึงมากระตุ้นให้กล้ามเน้ือมดลูกบีบ
ตัวอย่างแรงและถี่ขึ้น ขณะเดียวกันกล้ามเนื้อหน้าท้องจะหดตัวทาให้ปากมดลูกเปิดออกและทารกในครรภ์จะ
ออกมาทางช่องคลอด การคลอดด้วยวิธีผ่าตัด เป็นการคลอดโดยทารกไม่ได้ออกมาทางช่องคลอด แต่เป็นการ
ผา่ ตดั ออกมาทางหน้าท้องของมารดา เน่ืองจากหลายปจั จัย เช่น ทารกมีขนาดใหญ่กว่ากระดูก อุ้งเชิงกรานของ
มารดามาก ทารกไมก่ ลบั หัว การต้ังครรภแ์ ฝด มปี ญั หาเกีย่ วกับรกหรอื สายสะดือ
โรงเรยี นอุตรดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
4 การคุมกาเนดิ
โรงเรียนอุตรดิตถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
การคุมกาเนิด
แบ่งได้ 2 แบบดังน้ี
1. การคุมกาเนดิ
แบบไม่ถาวร
2. การคมุ กาเนดิ
แบบถาวร
โรงเรียนอุตรดิตถ์
นางสาวศศิธร คามงคล
1. การคุมกาเนิดแบบไม่ถาวร คือ การคุมกาเนิดที่มีผลเฉพาะขณะท่ีใช้ เม่ือเลิกใช้แล้ว
ผู้ใช้สามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้ตามปกติ เช่น การนับวัน การกินยาคุมกาเนิด ใส่ห่วง
คมุ กาเนิด ใสถ่ ุงยางอนามยั เปน็ ต้น
1) การนับระยะปลอดภัยในการมี 2) การคุมกาเนิดโดยใช้อุปกรณ์
เพศสัมพันธ์ คือ การมีเพศสัมพันธ์ใน เช่น ถุงยางอนามัยในเพศชายเพื่อ
ช่วงเวลารอบเดอื นท่ีอสุจิและเซลล์ไข่ไม่มี ป้ อ ง กั น อ สุ จิ ไ ม่ ใ ห้ เ ข้ า ไ ป ใ น อ วั ย ว ะ
โอกาสปฏิสนธิกัน คือ ในระยะเวลา 7 วัน สืบพันธุ์ของเพศหญิง การใช้ห่วง
ก่อนมีประจาเดือน และระยะเวลา 7 วัน คุมกาเนิดในเพศหญิงเพ่ือไม่ให้เกิด การ
หลังจากวันแรกที่มีประจาเดือน ข้อดีของ ฝังตวั ของเอ็มบรโิ อ
วธิ ีนี้ คือ ไมม่ ีอนั ตราย แต่ขอ้ เสีย คือ มผี ล
ท่ีไม่แน่นอน หากเลือกใช้วิธีน้ีเพศหญิง 3) การใช้ยาคุมกาเนิด ยาคุมกาเนิดมีทั้งแบบกิน แบบฉีด
จะตอ้ งมปี ระจาเดอื นอยา่ งสมา่ เสมอ และแบบฝังใต้ผิวหนัง ตัวยาจะมีผลควบคุมการตกไข่ โดยในยา
คุมกาเนิดประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ อีสโทรเจนกับ
โพรเจสเทอโรน ซ่ึงทาหน้าท่ียับย้ังฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองท่ีทา
โรงเรียนอุตรดิตถ์ ใหไ้ ขส่ กุ และเกดิ การตกไข่
นางสาวศศธิ ร คามงคล
2. การคุมกาเนดิ แบบถาวร คอื การปอ้ งกันการตั้งครรภ์แบบถาวรตลอดไป เหมาะสาหรับ
ผู้ที่มีบุตรเพียงพอต่อความต้องการ หรือสภาพร่างกายไม่พร้อมต้องการมีบุตร แบ่งเป็นการ
ทาหมันชายและการทาหมนั หญงิ การทาหมนั ในเพศหญิง
การทาหมนั ในเพศชาย แพทย์จะตัดท่อนาไข่ทั้งสองข้าง ขาดออกจากกัน
แพทย์จะตัดหลอดนาอสุจิให้ขาดจากกันและผูก และผูกทอ่ นาไข่ไว้ ทาให้ท่อนาไข่อุดตัน อสุจิจึงไม่
หลอดนาอสุจิไว้ เพ่ือปอ้ งกันไม่ให้มกี ารหลั่งอสุจิ สามารถเข้าไปปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ได้ซ่ึงไม่กระทบ
ไปผสมกับเซลลไ์ ข่ ซง่ึ ไม่มีผลต่อการสรา้ งอสุจิ ตอ่ เยือ่ บมุ ดลกู จึงทาให้มีประจาเดอื นตามปกติ
โรงเรยี นอตุ รดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล
ขอ้ ดีของการคุมกาเนดิ คอื ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์
ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร
ซ่ึงเป็นปัญหาอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และส่งผล
กระทบต่อตัวมารดาท่ีต้ังครรภ์ในทุก ๆ ด้าน เช่น
ผลกระทบด้านสุขภาพจากการตั้งครรภ์ ผลกระทบ
ทางด้านสังคม พบว่าเยาวชนที่ตั้งครรภ์มักไม่มีโอกาส
ศึกษาต่อ ส่งผลให้มีโอกาสในการทางานไม่มากเท่าที่ควร
และอาจมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ซึ่งผลกระทบ
เหลา่ นี้กระทบกับคณุ ภาพชวี ิตของบุตรด้วย
หนว่ ยท่ี 3 เรื่อง ระบบสืบพนั ธ์ุ
โรงเรยี นอตุ รดติ ถ์
นางสาวศศธิ ร คามงคล