พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทย
นายณทุ ตั จนั ทโรทยั ม.4/8 เลขท=ี 16
โรงเรียนเบจมราชทู ิศราชบรุ ี
สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์แหง่ กรุงศรีอยธุ ยา พระราชโอรสในพระเจ้าปราสาท พระราช
สมภพเมFือวนั จนั ทร์ทFี 16 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2175 ครองราชย์ระหวา่ ง พ.ศ. 2199 – 2231 ตลอด
ระยะเวลาครองราชย์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานปั การ
สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์แหง่ กรุงศรีอยธุ ยา พระราชโอรสในพระเจ้าปราสาท พระราช
สมภพเมืFอวนั จนั ทร์ทFี 16 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2175 ครองราชย์ระหวา่ ง พ.ศ. 2199 – 2231 ตลอด
ระยะเวลาครองราชย์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานปั การ
• ขยายพระราชอาณาจกั ร โดยทําศกึ กบั พมา่ เพ9ือชิงเมืองเชียงใหม่ ทําสงครามเพ9ือชิงเมืองทวาย เมืองเมาะ
ตะมะกลบั มาเป็นของกรุงศรีอยธุ ยา
• ทรงสง่ เสริมด้านการค้าขายกบั นานาชาติ อาทิ จีน อินเดีย ฮอลนั ดา องั กฤษ และอิหร่าน จนทําให้กรุงศรี
อยธุ ยาเป็นอีกหนงึ9 ศนู ย์กลางแลกเปลยี9 นการค้าระดบั นานาชาติ
• สร้างพระราชวงั เมืองละโว้หรือลพบรุ ี เม9ือพ.ศ. 2209 เพ9ือใช้สาํ หรับวา่ ราชการ ต้อนรับแขกเมือง และ
ทรงประทบั อยทู่ 9ีเมืองลพบรุ ี 8-9 เดือนตอ่ ปี
• สร้างความเจริญรุ่งเรืองทางด้านการทตู โดยสง่ คณะราชทตู ไปเจริญสมั พนั ธไมตรีกบั ตา่ งชาติ อาทิอิหร่าน
และฝรั9งเศส พร้อมทงัT นําวิทยาการและเทคโนโลยีจากตา่ งชาตมิ าใช้ให้เกิดประโยชน์แก่อาณาจกั ร ทงัT การ
สร้างปอ้ มปืน ระบบนําT ประปา ดาราศาสตร์ และการแพทย์แบบตะวนั ตก
มีพระนามเดิมวา่ พระองคช์ ายทบั พระบาทสมเดจ็ พระนง9ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเป็นพระมหากษตั ริยไ์ ทยองคท์ 9ี
3 แห่งราชวงศจ์ กั รี เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั และสมเดจ็ พระศรีสุราลยั
(เจา้ จอมมารดาเรียม ) ประสูติ ณ วนั จนั ทร์ เดือน 4 แรม 10 ค9าํ ปี มะแม ตรงกบั วนั ที9 31 มีนาคม พทุ ธศกั ราช
233มีพระนามเดิมวา่ “พระองคช์ ายทบั ”
1. ด้านการเมอื งการปกครอง
1.1) มกี ารปรับปรุงภาษีอากรใหม่ ยกเลกิ ภาษีฝFินอากรคา่ นาํ O และอากรรักษาเกาะ
1.2) พระราชกรณียกจิ ด้านการปกครองทสีF าํ คญั ของพระบาทสมเดจ็ พระนงFั เกล้าเจ้าอยหู่ วั คอื ทรงโปรดเกล้ฯ
ให้นาํ กลองใบใหญ่ทเFี จ้าพระยาพระคลงั นาํ มาถวายไปตงั O ไว้ททีF มิ ดาบ กรมวงั ลนัF กญุ แจ พระราชทานนาม
วา่ “วนิ จิ ฉยั เภรี” สาํ หรับให้ประชาชนทตFี ้องการร้องทกุ ข์ถวายฎกี ามาตี แล้วกรมวงั กจ็ ะไขกญุ แจให้เมอFื ตี
กลองแล้วตาํ รวจเวรกจ็ ะรับตวั มาสอบถามเรืFองราวแล้วนาํ ความขนึ O กราบบงั คมทลู จากนนั O จงึ มอบหมายให้ขนุ
นางคอยดแู ลชาํ ระความและคอยสอบถามอยเู่ สมอมใิ ห้ขาดทาํ ให้ขนุ นางไมอ่ าจหลกี เลยีF งตอ่ หน้าทไีF ด้
ประชาชนจงึ ได้รับผลประโยชน์เป็นอยา่ งมาก
2. ด้านเศรษฐกจิ
2.1) การเกบ็ ภาษีอากรนที O รงตงั O ระบบการเกบ็ ภาษีโดยให้เอกชนประมลู รับเหมาผกู ขาดไปเรียกเกบ็ ภาษีจาก
ราษฎรเอง เรียกวา่ เจ้าภาษีหรือนายอากร ซงึF สว่ นใหญ่ชาวจนี จะเป็นผ้ปู ระมลู ได้ การเกบ็ ภาษีด้วยวธิ ีนที O าํ ให้
เกดิ ผลดหี ลายประการ กลา่ วคอื นอกจากจะสามารถเกบ็ เงนิ เข้าพระคลงั ได้สงู แล้วยงั สง่ ผลดดี ้านการเมอื ง คอื
ทาํ ให้ชาวจนี ทเFี ป็นเจ้าภาษีนายอากรนนั O มคี วามจงรักภกั ดตี อ่ พระมหากษตั ริย์และมคี วามผกู พนั กบั แผน่ ดนิ
ไทยมากขนึ O
2.2) การค้าขายกบั ชาวตา่ งชาติ โดยไทยได้สง่ เรือสนิ ค้าเข้าไปค้าขายในประเทศตา่ งๆ มากมาย เนอืF งจาก
พระบาทสมเดจ็ พระนงFั เกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงสนพระราชหฤทยั และเชยFี วชาญการสง่ เรือสนิ ค้าออกไปค้าขายมา
ตงั O แตค่ รังO ดาํ รงยศเป็นพระเจ้าลกู เธอ กรมหมนFื เจษฎาบดนิ ทร์ จนสมเดจ็ พระบรมชนกนาถตรัสเรียกพระองค์
วา่ “เจ้าสวั ”
3. พระราชกรณียกจิ ด้านการศกึ ษา
3.1) พระบาทสมเดจ็ พระนงัF เกล้าเจ้าอยหู่ วั ได้ทรงสนบั สนนุ การศกึ ษาโดยโปรดเกล้าฯ ให้ผ้มู คี วามรู้นาํ ตาํ รา
ตา่ งๆ จารึกลงบนศลิ าประดบั ไว้ตามฝาผนงั อาคารตา่ งๆ ของวดั ราชโอรสาราม วดั สทุ ศั นเทพวราราม โดยเฉพาะ
อยา่ งยงFิ ทวีF ดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม ความรู้ตา่ งๆ
3.2) โปรดเกล้าฯ ให้จารึกไว้มที งั O วชิ าอกั ษรศาสตร์ แพทยศาสตร์ พทุ ธศาสตร์และโบราณคดี ตาํ ราโคลง ฉนั ท์
กาพย์ กลอน ตาํ รายา ตาํ ราโหรศาสตร์ พร้อมกนั นนั O กโ็ ปรดเกล้าฯ ให้ปันO รูปฤาษีดดั ตน แสดงทา่ บาํ บดั โรค
ลม กบั คาํ โคลงบอกชนดิ ของลม ตงั O ไว้ในศาลารอบเขตพทุ ธาวาส เพอFื ให้ประชาชนศกึ ษาความรู้ตา่ งๆ ได้อยา่ ง
แพร่หลาย จนอาจเรียกได้วา่ วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม เป็นมหาวทิ ยาลยั แหง่ แรกของเมอื งไทย