The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by โสภณ สุขพิมาน, 2020-11-07 12:34:42

E book ข่าว

E book ข่าว

หลักสตู รศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ
สาขาวิชาภาวะผูน้ ำการบรหิ ารและการจดั การการศึกษา

คณะศกึ ษาศาสตร์ สถาบนั การจัดการปญั ญาภวิ ฒั น์

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เล่มน้ี เป็นส่วนหน่ึงของวิชา กำรบริหำรและกำร
จดั กำรกำรศึกษำแนวใหม่ เป็นการรวบรวมข่าวท่เี ก่ยี วข้องกบั การประพฤติตนของผู้บริหาร
ในช่วงเดอื น สงิ หาคม - ตุลาคม พ.ศ. 2563 ซง่ึ มที งั้ ขา่ วดแี ละขา่ วไม่ดี เพ่อื เช่อื มโยงกบั ขอ้ บงั คับ
ประกาศ ขอ้ กฎหมาย ทางคณะผูจ้ ดั ทาไม่ไดม้ จี ุดประสงค์เป็นอย่างอ่นื เพยี งแต่นาเสนอเพ่อื เป็น
กรณีศกึ ษาก่อใหเ้ กดิ การเรยี นรูต้ ามวตั ถุประสงค์ของรายวชิ าการบรหิ ารและการจดั การการศกึ ษา
แนวใหม่ และเพ่อื ใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อผทู้ ่สี นใจศกึ ษา หากเน้ือข่าวภายในส่งผลกระทบทัง้ โดยตรง
และโดยออ้ มแก่ผู้ท่เี ป็นขา่ ว ทางคณะผจู้ ดั ทาขออภยั มา ณ โอกาสน้ี และพรอ้ มจะปรบั ปรุง แกไ้ ข
พฒั นาใหด้ ยี งิ่ ขน้ึ ในโอกาสตอ่ ไป

คณะผจู้ ดั ทา

สพม.34 ขอแสดงความยินดีกบั นายนิกร แก้วคาดี ผู้อานวยการโรงเรียนแม่แจ่ม
จงั หวดั เชยี งใหม่ ทไ่ี ดร้ บั รางวลั ทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS รางวลั เหรยี ญทอง อนั ดบั ท่ี
3 ประจาปี 2562 จากผลการประกวดผู้อานวยการสถานศึกษายอดเย่ยี ม ระดบั มธั ยมศึกษา
ขนาดกลาง ด้านวิชาการ ระหว่างวันท่ี 1 – 5 สิงหาคม 2563 ณ อิงธาร รีสอ ร์ท
จงั หวดั นครนายก

ผอ.โรงเรยี นบ้านวาวี ได้รบั รางวลั คุรุ
สภา ประจาปี 2563

เร่อื ง การคดั เลอื กผู้ประกอบวิชาชพี ทางการ
ศึกษาเพ่ือรับรางวัลคุรุสภา ประจาปี 2563
ส า นั ก ง า น ศึก ษ า ธิก า ร จัง ห วัด เ ชีย ง ร า ย โ ด ย
ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร พิจ า ร ณ า ค ัด เ ลือ ก ผู้ ป ร ะ ก อ บ
วิชาชีพทางการศึกษา เพ่ือรับรางวัลคุรุสภา
ประจาปี 2563 ในคราวประชมุ ครงั้ ท่ี 1/2563 เมอ่ื
วนั ท่ี 22 กรกฎาคม 2563 ไดด้ าเนินการพจิ ารณา
ผอ.โทรป่ีงเฏรบิ ยี ตันติ บน้ำตนาวมำมวาี ตไดรฐ้ราบั นรวำชิ งาวชลั พี คแรุ ลสุ ะภจำรรปยราะบจรำรปณี ข2อ56งว3ชิ าชพี คดดั เี เดลน่ อื กแผลปู้ ะกระรกะตอบนุ้ วใหชิ เ้ากชดิ พี กทาารงสกราา้ รงนศกึวตษั การเรพม่อืกราบัร
จดั การเรยี นรู้ ทส่ี ่งผลต่อคุณภาพของผเู้ รยี น จนเป็นแบบอย่างราปงวระลั เคภรุ ทสุ ผภปู้ ารปะกระอจบาวปชิ ี าพช.ศพี .ผ2บู้ 5ร6หิ 3ารสถานศกึ ษา
เรไ่อื ดงแ้ กา่ วรา่คทดั ่ีเรล.อื .กเสผรู้ปี เรชะอ้ืกอว้บนวชิผาอู้ ชาพีนวทยากงการาโรรศงกึเรษยี านเบพา้่อื นรวบั าวี ต.วาวี อ.แมส่ รวย จ.เชยี งราย สงั กดั สานกั งานเขต
รางวพลั น้ืคทุรุสก่ี ภาราศปกึ รษะาจปาประี ถ25ม6ศ3กึ ษสาานเชกั ยี งงารนาศยกึ เษขาตธก2ิ ารจงั หวดั เชยี งรายโดย คณะกรรมการพจิ ารณาคดั เลอื กผู้
ประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา เพ่อื รบั





7 ผอ.โรงเรียนถกู สั่งออกจากราชการ เซน่ คดที ุจริตสนามฟตุ ซอลเกอื บ 400 แหง่

06 ก.ย. 2563

คดที ุจรติ จดั ซอ้ื จดั จา้ ง

สร้างสนามฟุตซอลทัว่ ประเทศ
เกือบ 400 แห่ง ยดื เย้อื มาตงั้ แต่ปี
2557 กระทัง่ ล่าสุด ปปช.ได้ช้ีมูล
ว่ า มีนั ก ก า ร เ มือ ง ร ะ ด ับ ป ร ะ เ ท ศ
บริษัทเอกชน ข้าราชการครู และ
พวกรว่ มในการกระทาความผดิ ครงั้
น้ี แตด่ ูเหมอื น ครู และผอู้ านวยการ
โรงเรียนอย่างน้อย 7 แห่ง ได้ถูก
ลงโทษทางวนิ ัยขนั้ สูงสุดไปก่อน โดยท่นี ักการเมอื ง ทถ่ี ูกระบุความผดิ และอยู่ในพรรครฐั บาล ยังต้องรอ
กระบวนการพจิ ารณาในชนั้ อยั การ

นายปฐมฤกษ์ มณีเนตร ประธานชมรมพทิ กั ษ์ระบบคุณธรรมและสิทธคิ์ รูจงั หวดั นครราชสีมา
เปิดเผยกบั ขา่ ว 3 มติ ิว่าคณะครูระดบั ผู้อานวยการโรงเรยี น และผูอ้ านวยการเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา รวมกว่า
60 คน ในจงั หวดั นครราชสมี า กาลงั อยใู่ นภาวะสบั สนและกงั วลใจ จากการมชี ่อื เป็นหน่งึ ในขา้ ราชการทถ่ี ูก
ปปช.ช้มี ูลความผดิ วนิ ัยรา้ ยแรง และให้ต้นสงั กดั สอบสวน พร้อมลงโทษทางวนิ ัยร้ายแรง คอื ไล่ออกจาก
ราชการ หลงั จากถูก ป.ป.ช.ช้มี ูลว่า ร่วมกบั ขา้ ราชการระดบั สงู ใน สพฐ. บรษิ ทั เอกชน และนักการเมอื งใน
จงั หวดั นครราชสมี า ฮวั้ ประมูลการจดั ซอ้ื จดั จา้ งสนามฟุตซอล

นายปฐมฤกษ์ ระบวุ า่ ตอนน้มี ผี ไู้ ดร้ บั คาสงั่ ไลอ่ อกแลว้ 8 คน แต่เสยี ชวี ติ ไปก่อนแลว้ 1 คน คาสงั ไล่
ออกจึงมีผล 7 คน คาสงั่ ดังกล่าวมีผลเม่ือวันท่ี 15 กรกฎาคมท่ีผ่านมา และมีผลย้อนหลังสาหรับผู้ท่ี
เกษียณอายุราชการไปก่อนหน้าน้ี 3 คน คืออดีตผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนท่ีการประถมศึกษา
นครราชสมี าเขต 2 จานวน 1คน ผู้อานวยการโรงเรยี น1คน และขา้ ราชการครู 1 คน ซ่ึงจะถูกเรียกคนื
บาเหน็จบานาญยอ้ นหลงั นับแต่วนั เกษยี ณ สว่ น 4 คนทเ่ี หลอื ถูกไล่ออกระหว่างดารงตาแหน่งผอู้ านวยการ
โรงเรยี น

นายปฐมฤกษ์ ตงั้ ขอ้ สงั เกตว่าคดนี ้ีมีผู้เก่ียวขอ้ งหลายฝ่าย ทงั้ ข้าราชการระดบั สูงในสานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานหรอื สพฐ. บรษิ ทั เอกชน ผจู้ ดั สรา้ งสนามฟุตซอล และนกั การเมอื งทถ่ี ูก
กล่าวว่า เป็นผู้บงการ ทงั้ หมดอยู่ในระหว่างพจิ ารณาว่า จะฟ้องทางอาญาหรอื ไม่ แต่ในทางวนิ ัย ได้ถูก
ลงโทษไลอ่ อกในทนั ที คดที ุจรติ งบประมาณกอ่ สรา้ งสนามฟุตซอล จงั หวดั นครราชสมี า เรม่ิ ขน้ึ หลงั จาก

มกี ารร้องเรยี นว่าสนามฟุตซอลท่หี ลายโรงเรยี นไดร้ บั งบประมาณ สรา้ งไม่ไดม้ าตรฐานเพราะหลงั จากรบั มอบ
ไม่นานกช็ ารุดเสยี หาย ทาให้ สานักงานตรวจเงนิ แผ่นดนิ และปปช. ระดบั จังหวดั เขา้ ไปตรวจสอบ จนพบพริ ธุ
การจดั ซ้อื จดั จ้างและเมอ่ื สอบยอ้ นหลงั กต็ งั้ ขอ้ สงสยั ขนั้ ตอนการจดั สรรงบประมาณรายจ่ายประจาปี 2555 ซึ่ง
เป็นงบแปรญตั ตวิ งเงนิ ราว 4,459 ล้านบาท ใหโ้ รงเรยี น 385 โรง ใน 18 จงั หวดั เพ่อื ดาเนินการ 2 โครงการ
หลกั หน่ึงในนนั้ คอื สนามฟุตซอล ต่อมา ปปช.เขา้ ไปตรวจสอบ ตงั้ แต่ปี 2555 ถงึ ปี 2562จงึ มมี ตชี ม้ี ลู ความผดิ
ผเู้ ก่ยี วขอ้ งในโครงการน้ี โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลกั คอื กลุ่มผู้ดารงตาแหน่งทางการเมอื ง และผูป้ ระสานงาน
รวม 6 คน นาโดยนายวริ ชั รตั นเศรษฐ และนางทศั นียา รตั นเศรษฐ ซึ่งขณะนัน้ สงั กดั พรรคเพ่อื ไทย และเป็น
รองประธานคณะกรรมาธกิ ารคนท่ี 10 ในคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั พจิ ารณาร่างพระราชบญั ญตั ดิ งบประมาณ
รายจ่ายปี 2555 โดยกล่าวหามีความผิดแตกต่างกันไปตามบทบาทหน้าท่ี ตัง้ แต่ขนั้ ตอนการแปรญัตติ
งบประมาณ และการเป็นตวั การในคดี เป็นตน้ กลุม่ ท่ี 2 เป็นบรษิ ทั เอกชน จานวน 9 ราย ซงึ่ มที งั้ ตวั บคุ คล และ
ห้างหุ้นส่วนจากัด โดย ปปช.พบว่ามคี วามผิดในขนั้ ตอนการจดั ซ้ืด จดั จ้าง และการเสนอราคาต่อรัฐเป็น
ต้น และกลุ่มท่ี 3 เป็นขา้ ราชการ 3 หน่วยงานหลกั คอื อดตี เลขาธกิ ารสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้
พ้นื ฐาน หรอื สพฐ. หน่วยงานท่ี 2 คอื อดตี ผอ.สานักนโยบายและแผน สพฐ. นายประยงค์ ตงั้ เจรญิ อดตี ผอ.
ส่วนการงบประมาณ สานักนโยบายและแผนจากสานักงบประมาณ และหน่วยงานท่ี 3 เป็นขา้ ราชการครูใน
พน้ื ทน่ี ครราชสมี าซึ่งมที งั้ ผู้เกษยี ณอายุราชการไปแลว้ และผู้ยงั รบั ราชการอยู่ ทงั้ 3 กลุ่ม นาโดยนายวริ ชั ซึง่
ขณะน้ีสงั กดั พรรคพลงั ประชารฐั และเป็นประธานวิปรฐั บาล ถูก ปปช.ชม้ี ูลความผดิ และส่งสานวนใหอ้ ยั การ
สูงสุดเป็นทเ่ี รยี บร้อยแลว้ และอยั การสูงสุดอยู่ระหว่างพจิ ารณาคดวี ่าจะสงั่ ฟ้องหรอื ไม่ โดยยนื ยนั ว่าคดยี งั ไม่
ขาดอายคุ วามอย่างไรกต็ าม ระหว่างน้กี ลมุ่ ขา้ ราชการครู ถกู ลงโทษทางวนิ ัยตามการชม้ี ลู ของ ป.ป.ช. คอื คาสงั่
ไล่ออก ตามรายช่อื ดงั กล่าว และอกี ราว 80 คน ในจงั หวดั นครราชสมี า อานาจเจรญิ และมกุ ดาหาร ทอ่ี ยูร่ ะหว่าง
รอลงนามในคาสงั่ โดยเลขาธกิ าร สพฐ. ใหไ้ ลอ่ อก

วันที่ 2 ต.ค. นายโสภณ กมล อดีตผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้ออกมาแฉถึงพฤติกรรมการรับ

ผลประโยชน์จากการรับนักเรียน โดยระบุว่า สืบเน่ืองจากท่ีตนรับตำแหน่งผู้อำนวยการตั้งแต่เดือนพ.ย.
2561 ก่อนเกษียณอายุวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนพบปัญหาเกิดขึ้นในโรงเรียนมากมาย จึงขอออกมาอธิบาย
ถึงปัญหาของโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นปัญหาท่ีคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ท่ีต้องการอยู่ในตำแหน่งต่อท้ังท่ีหมด
วาระไปเม่ือวันท่ี 27 มี.ค.2563 ซ่ึงทางโรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาฯชุดใหม่ขึ้นมา แต่คณะ
กรรมการฯชุดเก่าไม่ยอมรับ

"โดยอ้างว่าตัวประธานคณะกรรมการสถานศึกษา คือ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน (กพฐ.) ท่ีได้รับคัดเลือกและแต่งตั้งใหม่นั้น ข้ึนมาโดยที่ไม่สง่างาม พร้อมกับอ้างด้วยว่า
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯนั้นต้องเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเท่านั้น ซึ่งการอ้างนี้ไม่มีข้อบังคับและ
ระเบียบกำหนดไว้เลย บุคคลเหล่านี้จึงไปร้องเรียนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาฯ อาจไม่ถูกต้อง
กับหน่วยงานต่างๆ ผมคาดว่าเหตุที่ร้องเรียนน้ันเพราะประธานคณะกรรมการศึกษาฯคนเก่า ต้องการดำรง
ตำแหน่งต่อไปคาดว่าอาจจะได้รับผลประโยชน์จากการรับนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ชุดเก่า
แต่ละคนนั้น เป็นบุคคลที่มีช่ือเสียง มีหน้ามีตาในสังคม "

"โดยอ้างว่าตัวประธานคณะกรรมการสถานศึกษา คือ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร อดีต
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (กพฐ.) ที่ได้รับคัดเลือกและแต่งตั้งใหม่น้ัน
ขึ้นมาโดยที่ไม่สง่างาม พร้อมกับอ้างด้วยว่า ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯนั้นต้อง
เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเท่านั้น ซึ่งการอ้างนี้ไม่มีข้อบังคับและระเบียบกำหนดไว้เลย บุคคล
เหล่านี้จึงไปร้องเรียนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาฯ อาจไม่ถูกต้องกับหน่วยงาน
ต่าง ๆ ผมคาดว่าเหตุที่ร้องเรียนนั้นเพราะประธานคณะกรรมการศึกษาฯคนเก่า ต้องการ
ดำรงตำแหน่งต่อไปคาดว่าอาจจะได้รับผลประโยชน์จากการรับนักเรียน และคณะกรรมการ
สถานศึกษาฯ ชุดเก่าแต่ละคนนั้น เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาในสังคม " "คาดว่า
ผลประโยชน์จากการรับนักเรียนในแต่ละปีไม่ต่ำกว่าร้อยล้านบาท และช่วงปี 2559-
2561 ก่อนที่ผมจะมารับตำแหน่งนั้น พบว่าโรงเรียนไม่มีรายงานรายงานการรับนั กเรียน
และ ซ่ึงหลังจากท่ีผมเข้ามารับตำแหน่ง ได้จัดทำรายงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2562
ขึ้นมาอย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้เพราะได้ให้รายงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)
และ สพฐ.รับทราบเรียบร้อย เมื่อการรับนักเรียนดำเนินการอย่างถูกต้อง จึงเกิดความตึง
เครียดขึ้นในโรงเรียน เพราะคนที่เคยฝากนักเรียนก็ไม่สามารถฝากเด็กได้ และเงินท่ีได้รับ
จากการฝากนักเรียนปีละที่มีค่ามากกว่าร้อยล้านก็หายไป ทั้งนี้จากที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง
จะพบผู้ปกครองส่งจดหมายระบุว่า ยินดีจะบริจาคเงินบำรุงการศึกษาให้โรงเรียน 1 ล้าน
บาท เพื่อแลกกับการรับบุตรหลายเข้าเรียนเป็นต้น" นายโสภณ กล่าว

สานักงานประถมศกึ ษาเขตการศกึ ษาเขต 2 ขอนแก่น มคี าสงั่ ยา้ ยผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นทุ่งมน ใหม้ าชว่ ยราชการ
ทส่ี านกั งาน จนกว่าการสอบสวนเร่อื งถกู รอ้ งเรยี นเรอ่ื งการลวนลามนักเรยี นจานวน 5 คน ดา้ น ผอ.ยนื ยนั ถกู กลนั่
แกลง้ สานกั งานประถมศกึ ษาเขตการศกึ ษาเขต 2 ขอนแกน่ มคี าสงั่ ยา้ ยผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นทุง่ มน ใหม้ าชว่ ย
ราชการทส่ี านักงาน จนกวา่ การสอบสวนเรอ่ื งถกู รอ้ งเรยี นเร่อื งการลวนลามนกั เรยี นจานวน 5 คน ดา้ น ผอ.ยนื ยนั ถูก
กลนั่ แกลง้

ดร.ชนะ สมุ่ มาตย์ ผอู้ านวยการศนู ยเ์ ฉพาะกจิ คมุ้ ครองและช่วยเหลอื นกั เรยี น สพฐ. กล่าววา่ สาหรบั
เหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ นนั้ ทางรฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ไดใ้ หค้ วามสนใจ และขอใหม้ กี ารตรวจสอบอยา่ ง
ตรงไปตรงมา และใหค้ วามยตุ ธิ รรมกบั ทงั้ ฝ่ายนักเรยี นและผอู้ านวยการโรงเรยี น โดยในวนั พรุ่งน้ที างสานักงานพน้ื ท่ี
เขตการศกึ ษาประถมศกึ ษาขอนแกน่ เขต 2 ไดอ้ อกคาสงั่ ให้ ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นทงุ่ มน ใหเ้ ขา้ มาชว่ ยราชการ
ท่ี สานักงานพน้ื ทเ่ี ขตการศกึ ษาประถมศกึ ษาขอนแกน่ เขต 2 จนกวา่ จะสน้ิ สดุ การสบื สวนเร่อื งทเ่ี กดิ ขน้ึ และมกี าร
แต่งตงั้ รกั ษาราชการผอู้ านวยการโรงเรยี นขน้ึ มามผี ลในวนั พรุ่งน้ี
( 14 ต.ค. 63 )

ทางสานกั งานพน้ื ทเ่ี ขตการศกึ ษาประถมศกึ ษาขอนแกน่ เขต 2 ไดต้ งั้ คณะกรรมการขณะมาสบื สวนเรอ่ื งท่ี
เกดิ ขน้ึ แลว้ ตอ้ งใชร้ ะยะในการสอบสวนสกั ระยะหน่ึง ขอ้ ตรวจสอบหาขอ้ เท็จจรงิ วา่ เรอ่ื งทเ่ี กดิ นนั้ เป็นการลวนลาม
จรงิ หรอื ไม่ หรอื เป็นการเขา้ ใจผดิ กนั หรอื เป็นเร่อื งทน่ี กั เรยี นพดู จรงิ หรอื ไม่ หรอื เป็นเรอ่ื งทค่ี รเู ขา้ ใจผดิ หรอื ไม่ ซงึ่ ได้
ใหก้ รอบระยะเวลาในการสบื สวนเรอ่ื งน้แี ลว้ เพราะเป็นเร่อื งทย่ี งั ไม่รา้ ยแรงคาดว่าจะใชร้ ะยะไมน่ าน

ขณะทผ่ี อู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นทุ่งมน ไดใ้ หข้ อ้ มลู ผ่านทางโทรศพั ทก์ บั ผสู้ ่อื ขา่ ววา่ เร่อื งทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั ตนเอง
นนั้ ไมเ่ ป็นความจรงิ ยนื ยนั ไมไ่ ดม้ พี ฤตกิ รรมเชงิ ชสู้ าวตามทถ่ี กู กล่าวหา โดยครภู าษาไทย ทพ่ี านกั เรยี นแจง้ ความ
นนั้ ตามกลนั่ แกลง้ ตวั เองสารพดั เรอ่ื ง พรอ้ มทงั้ รอดคู วามเคลอ่ื นไหวของทางครหู ากเกดิ ความเสยี หายรา้ ยแรง กจ็ ะ
ดาเนนิ การตามกฎหมายตามสทิ ธขิ องตวั เอง

เม่อื วันท่ี 29 ส.ค. นายพลชยั ชมุ ปัญญา ผอ.สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา ประถมศึกษา เขต 2 เปดิ เผย กรณกี ระแสข่าว
ทางโซเชยี ลมีเดยี มีการนำคลปิ ฉาวของผ้อู ำนวยการโรงเรยี นแหง่ หนึ่ง ใน อ.บ้านแพง จ.นครพนม ลกั ษณะกำลังแอบต้ัง
กล้องถ่ายคลิปภายในหอ้ งนำ้ ร้านเหล้าแห่งหนง่ึ ในเขตเทศบาลตำบลเรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม เป็นคลปิ ขณะผอ.คน
ดังกล่าวเห็นหนา้ ชดั เจน ทดลองน่งั ชกั โครกห้องนำ้ แลว้ ปรับแตง่ มมุ กลอ้ ง ซง่ึ ถือว่าเป็นพฤตกิ รรมไมเ่ หมาะสม มกี ารแชร์
กนั ออกไปและวิพากษว์ จิ ารณก์ นั อย่างมากมาย วา่ หลงั ทราบข้อมลู พฤตกิ รรมผอ.คนดังกลา่ ว ลักษณะพฤติกรรมส่อเป็น
ภยั สงั คม และเป็นการกระทำท่ีไม่เหมาะสม

นายพลชัย เผยอกี ว่า วนั น้ีจึงมีคำสั่งให้ ผอ.คนดังกล่าว มาชว่ ยราชการท่ี สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษา จนกว่าจะ
สอบสวนแล้วเสรจ็ ซ่งึ ตอ้ งรอผลการพิจารณาว่า ความผดิ เข้าข่ายเจตนาหรอื ไม่ โดยจะพจิ ารณา 2 แนวทาง คอื ความผิด
ไม่ถึงขั้นรา้ ยแรง จะเป็นการลงโทษว่ากล่าวตักเตอื น ตัดเงนิ เดอื น ภาคทัณฑ์ แตห่ ากพบเจตนา หรือมีผูเ้ สียหาย อาจเขา้
ข่ายวินัยร้ายแรง ถงึ ขัน้ ให้ออกจากราชการ แต่เบื้องตน้ ยงั ไมม่ ผี ู้เสียหายรอ้ งทุกข์ ยืนยนั วา่ ไมป่ กป้องหากพบวา่ ทำผดิ แต่
อยา่ งไรก็ต้องใหค้ วามเปน็ ธรรมกบั ทกุ ฝ่าย ซงึ่ จากการตรวจสอบประวัติ ไมเ่ คยมีพฤตกิ รรมไม่เหมาะสม อยูร่ ะหว่างรอผล
ตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ

ผสู้ ่อื ข่าวลงพนื้ ทตี่ รวจสอบพบว่า คลปิ ดงั กลา่ วเกดิ ขนึ้ เมื่อชว่ งตน้ เดือน ส.ค.2563 ในร้านเหล้าแห่งหนง่ึ ในเขตเทศบาล
ตำบลเรณู อ.เรณนู คร จ.นครพนม โดยท่มี าของคลิปเนอ่ื งจากคนในร้านเก็บแฟลชไดร์ฟบันทกึ ข้อมูลได้ในห้องน้ำ นำมา
ตรวจสอบหาเจ้าของ ปรากฏคลิปภาพจากกล้องเป็นชายเหน็ หน้าชัดเจน และเจ้าของรา้ นจำไดว้ ่าเป็นผอ.โรงเรยี นแห่ง
หน่ึง เพราะเปน็ ลูกค้า แต่พอติดตอ่ ไปกลบั ปฏิเสธ อ้างแตเ่ พียงวา่ เมา ไมม่ ีเจตนาถ่ายคนอื่น ทง้ั น้ี หลังเปน็ ขา่ วยังไมม่ ี
ผเู้ สยี หายออกมาแจง้ ความ อีกท้งั เจา้ ตวั ยังไม่ไดอ้ อกมาช้แี จงแตอ่ ย่างใด กระท่ังมคี ำสง่ั ชว่ ยราชการดังกล่าว

สงั่ ตงั้ กรรมกำรสอบวินัยรอง ผอ.ควงปื นกร่ำง

วนั ทล่ี งขา่ ว 11 สงิ หาคม 2563 เวลา 16:30 น.

เหตุการณ์น้ี เกดิ ข้นึ เมอ่ื เดอื นสงิ หาคม 2558 (5 ปีก่อน) นักเรยี นชายหญงิ รวมตวั บรเิ วณหนา้ เสา
ธง เรยี กรอ้ งใหผ้ ูบ้ รหิ ารโรงเรยี น ในอาเภอเสงิ สาง จงั หวดั นครราชสมี า ช้แี จงการบรหิ ารงานท่ไี ม่โปร่งใส
ระหว่างนัน้ รองผู้อานวยการโรงเรยี นโตเ้ ถยี งกบั นักเรยี น กระทงั่ มเี สยี งโห่ร้องของนักเรยี น ยงิ่ ทาให้รอง
ผอู้ านวยการเดอื ด ถงึ ขนั้ ใชม้ อื ตบศรี ษะนักเรยี นอย่างแรง จนครูคนอ่ืนตอ้ งเขา้ มาหา้ ม

ครงั้ นัน้ ตน้ สงั กดั สงั่ ยา้ ยออกจากโรงเรยี นเดมิ มาดารงตาแหน่งท่โี รงเรยี นปัจจุบนั ก่อนจะมคี ลปิ
หลุดถอื ปืนอากา้ ขม่ ขคู่ กู่ รณี เพราะคดิ วา่ ถกู แซงควิ ในพน้ื ทอ่ี าเภอโชคชยั

ทีมข่าวไปพบกับนายแทน สงั คามี คู่กรณี บอกว่า พยายามอธิบายแล้ว แต่ รอง ผอ. ไม่ฟัง
ฉุนเฉียว พดู จาทา้ ทาย แลว้ ไปหยบิ ปืนอากา้ มาขม่ ขู่ ตอนนนั้ ตกใจมาก ไม่มใี ครรวู้ ่าจรงิ ๆ เป็นพณิ (เครอ่ื ง
ดนตรที ด่ี ดี ทาเป็นรปู ปืน) ยนื ยนั วา่ จะใหด้ าเนินคดถี งึ ทส่ี ดุ เพราะอกี ฝ่ายเป็นถงึ ขา้ ราชการ แต่กลบั ทาตวั
ไม่เหมาะสม

ดา้ นนายไอสรู ยป์ ิยธร จุฑาธรร รองผอู้ านวยการ ตดั พอ้ กบั ทมี ขา่ วว่า ชวี ติ มแี ต่ปัญหา เหตุการณ์ท่ี
เกิดขน้ึ เพาะตนเองยอมรบั ไมไ่ ดท้ ค่ี กู่ รณีลดั ควิ เพราะตนเป็นคนรกั ษาระเบยี บวนิ ยั แต่ยอมรบั ว่า อารมณ์
รอ้ น จงึ ไปหยบิ พณิ ทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยปืนมาขใู่ หก้ ลวั และขอโทษคกู่ รณีไปแลว้

ดา้ นสานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 31 เตรยี มตงั้ คณะกรรมการขน้ึ มาสอบสวนเรอ่ื ง
ดงั กลา่ ว เพ่อื เอาผดิ ทางวนิ ัยกบั รองผอู้ านวยการโรงเรยี นผกู้ ่อเหตุ

14 ต.ค.63 ผสู้ อ่ื ขา่ วรายงานว่า ทโ่ี รงเรยี นบา้ นท่งุ มน ต.บา้ นไผ่ อ.บา้ นไผ่ จ.ขอนแกน่ คณะกรรมการตรวจสอบ
ขอ้ เทจ็ จรงิ จาก สพป.ขอนแกน่ เขต 2 ลงพน้ื ท่ี สอบสวนนักเรยี นและครู และผปู้ กครอง ทโ่ี รงเรยี นดงั กลา่ ว หลงั
เกดิ เหตรุ ูนานักเรยี นหญงิ 5 คนเขา้ แจง้ ความเอาผดิ ผอ.โรงเรยี นฯ หลงั ถกู ลวนลามและกระทาการเชงิ ชสู้ าว

นายสบุ รรณ แหล่ป้อง ครชู านาญการพเิ ศษ รกั ษาการผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นทงุ่ มน กลา่ วว่า หลงั จาก
มคี รู นักเรยี นเขา้ แจง้ ความกล่าวหาผู้อานวยการโรงเรยี นลวนลาม ซึ่ง สพป.ขอนแกน่ เขต 2 ไดอ้ อกคาสงั่ ทนั ที
ใหต้ วั เองรกั ษาการในตาแหน่งผอู้ านวยการโรงเรยี นฯ ซง่ึ เป็นเร่อื งปกตใิ นระบบราชการ เมอ่ื รบั คาสงั่ มาแลว้ กท็ า
หน้าทต่ี วั เอง ดว้ ยการทาความเขา้ ใจกบั ครู ทงั้ 20 คน นักเรยี น 260คน ให้ทุกคนมใี จโอบออ้ มอารยี ์ ช่วยเหลอื
กนั และกนั ไม่กลนั่ แกลง้ หรอื ทารา้ ยคนอน่ื ซงึ่ ทกุ คนกเ็ ขา้ ใจในหน้าทต่ี วั เอง ครูกท็ าการสอนตามปกติ นักเรยี นก็
เขา้ หอ้ งเรยี นหนังสอื

ขณะท่ี น.ส.ภวรรค์อมั พร แถวโนนงว้ิ หรอื ครูพร อายุ 46 ปี ครูภาษาไทยโรงเรยี นบา้ นทุ่งมน ครูท่รี บั
มอบอานาจจากผปู้ กครองนกั เรยี นหญงิ จานวน 5คน พานกั เรยี นเขา้ แจง้ ความเมอ่ื วนั ท่ี 12 ต.ค. ทผ่ี ่านมา กล่าว
วา่ หลงั จากผปู้ กครองใหพ้ านักเรยี นเขา้ แจง้ ความกถ็ ูกเจา้ หน้าท่ตี ารวจสอบปากคาพรอ้ มกบั นักเรยี น จากนนั้ ได้
พบและพูดคุยกับผู้อานวยการศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือเด็กนักเรียน และเลขาธกิ ารศูนย์ช่วยเหลือนักเรียน
นักศึกษาผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมรกั ษาการ ผอ. สพป.ขอนแก่น เขต 2 และ
ศึกษาธิการจงั หวัดขอนแก่น จากนัน้ ก็ถูก คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจรงิ จาก สพป.ขอนแก่น เขต 2
สอบปากคาดว้ ย ซง่ึ กใ็ หร้ ายละเอยี ดตามทน่ี ักเรยี นบอกกลา่ วมา เน่ืองจากเรอ่ื งทน่ี ักเรยี นบอกมานนั้ ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งท่ี
จะมาปัน้ แต่งหรอื กลา่ วหา ใสร่ า้ ยใครได้ มเี พยี งการบอกเลา่ ความจรงิ ตามทร่ี บั ฟังมาเท่านนั้

"โดยส่วนตวั เมอ่ื ทราบวา่ มกี ารยา้ ย ผอู้ านวยการโรงเรยี นออกไปแลว้ กร็ สู้ กึ โล่งใจ เพระถา้ ผอู้ านวยการอยเู่ กรงวา่
นักเรยี นจะกลวั ไมก่ ลา้ มาเรยี นหนงั สอื แต่ขณะน้ไี ม่กดดนั และสบายใจแลว้ อกี ทงั้ หลงั เขา้ แถวเคารพธงชาตหิ น้า
เสาธงในช่วงเชา้ เรยี บร้อยแล้วนัน้ นักเรยี นระดบั มธั ยมพากนั ปรบมอื และสง่ เสยี งให้กาลงั ใจ พร้อมทงั้ บอกว่าสๆู้
จงึ มกี าลงั ใจขน้ึ มาอกี หลายเท่า และจะยนื เคยี งขา้ งนกั เรยี นไปตลอด เพราะทกุ คนไมไ่ ดใ้ ส่รา้ ยและสรา้ งเร่อื ง แต่
เพราะนักเรยี นรงั เกยี จไม่ชอบในการกระทา และกลวั จนมคี วามเดอื ดรอ้ น หาทพ่ี ง่ึ เม่อื นักเรยี นเดอื ดรอ้ นครตู ้อง
ช่วยเหลอื เท่าทจ่ี ะช่วยได"้

ดา้ น ยายหอม(นามสมมตุ )ิ อายุ 59 ปี ยายของด.ญ.ส(ี นามสมมตุ )ิ อายุ 14 ปีนกั เรยี นชนั้ ม.2 ซงึ่ เดนิ ทาง
มาใหป้ ากคากบั คณะกรรมการตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ สพป.ขอนแก่น เขต 2 กล่าวว่า ทราบเร่อื งจากหลานสาว
ว่า ขณะเดนิ อยู่ในโรงเรยี น ถูกผอู้ านวยการเรยี ก และเขา้ มากอด โอบไหล่ ลบู ไลท้ แ่ี ผน่ หลงั 2 ครงั้ จงึ ไมช่ อบและ
เกลยี ดการกระทาแบบน้ี และหลานสาวยงั บอกอกี วา่ เพ่อื นก็ถกู กระทาเหมอื นกนั จะพากนั นาเรอ่ื งน้ไี ปแจง้ ใหค้ รู
ในโรงเรียนทราบ จากนัน้ ไม่นาน ครูพรก็เรยี กผู้ปกครองของนักเรยี นหญิงทงั้ 5 คน ไปสอบถามถึงเร่ืองท่ี
ลูกหลานบอกกล่าว ซง่ึ ทกุ คนไม่พอใจ แต่ไมม่ เี วลาเดนิ เรอ่ื งและแจง้ ความ จงึ ไดม้ อบอานาจใหค้ รูพรพานักเรยี น
เขา้ แจง้ ความ หากมกี ารสอบสวนจะเดนิ ทางไปใหป้ ากคาเอง

"ยายไมเ่ คยเหน็ หน้าผู้อานวยการ เพราะไม่ใส่ใจเน่อื งจาก ผู้อานวยการหลายคนท่มี าบรหิ ารทโ่ี รงเรยี น
แห่งน้ีไม่เคยสร่งปัญหาทข่ี นุ่ เคอื งใจใหผ้ ู้ปกครองและนักเรยี น มเี พยี งผู้อานวยการคนปัจจุบนั ทม่ี าทาเร่อื งเชน่ น้ี
ซ่ึงเม่อื เกิดปัญหา ไม่ได้ตอ้ งการใหอ้ อกจากราชการตอ้ งการเพยี งการยา้ ยออกจากพน้ื ท่ไี ป และปรบั ปรุงตวั เอง
อย่าสรา้ งปัญหาอกี เพราะเชอ่ื ว่า ไม่มพี ่อแม่ ผปู้ กครองนักเรยี นรายใดชอบในสง่ิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ และถา้ ยา้ ยไปแลว้ อย่า
เอากลบั มาในพน้ื ทอ่ี กี เดด็ ขาด"

จากการสอบถาม นกั เรียนท่กี ำลงั เดนิ ทางกลับบา้ น นักเรียนตอบวา่ ไมร่ ู้เร่อื งและไมต่ อบคำถามใดๆ มี
เพียง นักเรียนชั้น ป.6 คนหนึ่ง บอกวา่ ไดเ้ หน็ คลปิ ที่แชร์กันในโรงเรียน และรูก้ นั ทัง้ นนั้ วา่ ม

แห่แชร์คลปิ ครดู า่ เดก็ นักเรยี นผูกโบว์ขาวที่กระเป๋า ผอ.โรงเรยี นแจง ครูเสยี งดัง
ไปหน่อย ทำความเขา้ ใจกบั เดก็ และผปู้ กครองแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (24 ส.ค.) เมอื่ เวลา 16.30 น. ผู้สื่อขา่ วได้เดินทางไปท่ีโรงเรียนแห่งหน่ึง
รมิ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.โสนลอย อ.บางบวั ทอง จ.นนทบุรี หลังจากมีคลปิ วิดโี อครูดุด่า
นักเรียน ที่นำโบว์สีขาวผูกกระเป๋านักเรียน โดยคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในช่วงเช้าวันท่ี
20 ส.ค.ทผี่ า่ นมา
โดยคลิปดงั กล่าวเผยใหเ้ หน็ ภาพของครูผู้หญงิ คนหนึ่งซ่ึงนั่งอยู่ที่โต๊ะปากทางเข้าโรงเรียน ดุ
ดา่ นกั เรยี นว่า "ตัวเทา่ ลูกหมา รอู้ ะไรบ้างไหมว่าไม่รู้อะไรเลย นึกวา่ เกง่ นักหรือใครเปน็ คนส่ัง
ให้ทำ ใครบอกใหไ้ ปตายกจ็ ะไปกับเขาไหม อยากจะไปประทว้ งกอ็ อกไปจากโรงเรยี นเลย"

ผู้ส่อื ขา่ วได้เข้าไปสอบถาม ครูที่ปฏิบัติหน้าท่ีอยูบ่ ริเวณด้านหน้าประตูจุดที่เกิดเหตุ บอกวา่ มเี หตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จริง แตเ่ ป็นเพยี งความหว่ งใยของครูแก่เด็กนักเรียน และครูคนดังกล่าวเปน็ คนพูดเสียงดัง ที่ทำไปเพราะความเป็น
หว่ งเด็กนักเรียน และไดท้ ำความเข้าใจกันแลว้

ผูส้ อ่ื ข่าวพยายามจะเข้าไปสอบถามทป่ี รึกษาของโรงเรียนแต่ได้รบั การปฏเิ สธ และบอกวา่ ไม่ว่างต้องประชุมเรื่องงาน
วันเกิดของเจ้าของโรงเรียน ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเขา้ ไปด้านใน และให้ออกไปจากบริเวณโรงเรียนดว้ ย ก่อนที่จะเดินกลับ
เขา้ ไปในโรงเรยี น

จากการสอบถาม นักเรียนที่กำลังเดินทางกลับบ้าน นักเรียนตอบว่าไม่รู้เรื่องและไม่ตอบคำถามใด ๆ มี
เพียง นักเรียนชั้น ป.6 คนหนึ่ง บอกว่า ได้เห็นคลิปที่แชร์กันในโรงเรียน และรู้กันทั้งนั้นว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าว
เกดิ ข้ึน แต่ไมม่ ีนกั เรยี นคนใดกล้าทจี่ ะพดู เพราะมีครูฝ่ายปกครองออกมายนื อยดู่ ้านหน้า

ดา้ น นายสมชาย ผ้อู ำนวยการโรงเรียน ให้สมั ภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เด็กทเ่ี ปน็ คลิป เป็นเด็กชน้ั ม.1 ผกู โบวข์ าวมา
ที่กระเป๋า พอดีครูมาเจอเข้าก็เตือน แต่ว่าครูเสียงดังไปหน่อย ซึ่งตอนน้ีก็ได้มีการแจ้งผู้ปกครอง แจ้งทุกฝ่ายที่
เกย่ี วข้อง กไ็ ดม้ ีการตกลงกันหมดแลว้ วา่ เด็กยงั ๆ ไมร่ ู้เร่ืองอะไร เพราะเป็นเด็ก ม.1 ส่วนเด็ก ม.2 เด็ก ม.3 ไม่มีอะไร
เลย

สว่ นครูคนดงั กลา่ ว โดยส่วนตัวจะเป็นคนเสยี งดัง เสียงดงั มาก ก็ไดม้ กี ารถามเด็กว่าทำไปทำไม เดก็ กบ็ อกว่าไมร่ ู้ เหน็
เขาทำกเ็ ลยทำตาม ครเู ลยบอกไปว่า สง่ิ ไหนทไี่ มร่ ู้ รู้ไมจ่ ริง อยา่ ไปทำตาม ไม่มีการทำโทษเด็กอะไรทง้ั สิน้ และมีการ
เรียกผูป้ กครองมาคุย ผูป้ กครองกย็ อมรับว่าเด็กยังเล็กไป ยงั ไม่เข้าใจ และไดป้ รบั ความเข้าใจแล้ว ส่วนคุณครูคนน้ี
เป็นครูเก่าแกอ่ ยูโ่ รงเรยี นมา 30 ปี แตก่ จ็ ะมีการสอบสวนเร่ืองท่เี กิดขึ้น

"พอมกี ารพูดคยุ เดก็ คนดงั กล่าวก็รอ้ งไห้ บอกว่าหนูเขา้ ใจผิดไป หนทู ำตามคนอน่ื กไ็ ดม้ กี ารบอกกล่าวกนั ไปวา่ ส่ิง
ไหนทยี่ งั ไมเ่ ขา้ ใจ กอ็ ยา่ ไปทำตาม เราไม่ได้มกี ารบอกวา่ หนอู ย่าทำนะ เราไม่ไดไ้ ปละเมดิ สิทธิ คกุ คาม ไม่มี เพราะ
กระทรวงได้บอกมาแลว้ ทางโรงเรยี นเราไม่มที างทำอะไรอย่างนนั้ ไมม่ คี รบั " ผอ.โรงเรยี นดังกล่าว ระบุ

นครศรธี รรมรำช - ปิ ดฉำกคดีกำรรบั เงินแป๊ ะเจยี ะของผ้บู ริหำรโรงเรยี นสำมเสนวิทยำลยั เมือ่ ปี
2560 คณะกรรมกำรศึกษำธิกำรจงั หวดั กรงุ เทพมหำนครลงมติให้ไลอ่ อกจำกรำชกำร ผ้อู ำนวยกำร
พรอ้ มรอง ผอ.และผเู้ กี่ยวข้องในขณะนนั้ รวม 3 รำย

วนั น้ี (26 ส.ค.) กรณขี า่ วการรบั เงนิ แป๊ ะเจย๊ี ะของผบู้ รหิ ารโรงเรยี นสามเสนวทิ ยาลยั ซงึ่ ถูกบนั ทกึ โดย
ผปู้ กครองรายหนึง่ เมอ่ื เดอื นเมษายน 2560 ต่อมา ชว่ งเดอื นมถิ ุนายน 2560 ผปู้ กครองไดเ้ ขา้ รอ้ งเรยี นและ
เปิดเผยคลปิ ภาพน้จี นเกดิ กระแสขา่ วโด่งดงั กลายเป็นขา่ วในแวดวงการศกึ ษาทถ่ี กู ใหค้ วามสนใจจากสงั คม
อยา่ งมาก โดยหลงั จากนนั้ ไดม้ กี ารตงั้ คณะกรรมการสอบสวนอย่างตอ่ เน่อื ง

ขณะเดยี วกนั คณะกรรมการปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ ไดร้ บั เรอ่ื งรอ้ งเรยี นจากผปู้ กครองไดเ้ ขา้
สอบสวนพจิ ารณา ซง่ึ ขนั้ ตอนไดด้ าเนนิ การตงั้ แตก่ ลางปี 2560 จนถงึ ปี 2563 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไดช้ ม้ี ูล
ความผดิ รา้ ยแรง ขณะทป่ี ี 2561 คณะกรรมการศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั กรุงเทพมหานคร ได้พจิ ารณามมี ตใิ หไ้ ล่
ออกจากราชการ โดยมผี ูท้ อ่ี ย่ใู นขา่ ยตอ้ งคาสงั่ คอื นายวโิ รฒน์ สารวล ผอู้ านวยการโรงเรยี นสามเสนวทิ ยาลยั
พรอ้ มทงั้ รองผอู้ านวยการทเ่ี กย่ี วขอ้ งในขณะนนั้

ความคบื หนา้ ลา่ สดุ ในเรอ่ื งน้ี หลงั จากทข่ี นั้ ตอนทงั้ ในสว่ นของ ป.ป.ช.และคณะกรรมการศกึ ษาธกิ าร
เสรจ็ สน้ิ แลว้ เมอ่ื เดอื นพฤษภาคมทผ่ี ่านมา ปรากฏวา่ ในสว่ นของการดาเนนิ การทางวนิ ยั ไดเ้ สรจ็ สน้ิ แลว้ เมอ่ื
เดอื นพฤษภาคม 2563 ทผ่ี ่านมา ไดม้ คี าสงั่ สานกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั กรุงเทพมหานคร โดยมี นายอานนท์
สขุ ภาคกจิ ศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั กรงุ เทพมหานคร ไดล้ งนามในคาสงั่ 3 คาสงั่ ไล่ออกจากราชการ โดยมผี ตู้ อ้ ง
คาสงั่ 3 รายคอื นายวโิ รฒน์ สารวล อดตี ผอู้ านวยการโรงเรยี นสามเสนวทิ ยาลยั นายภสู ทิ ธิ ประยูรอนุเทพ
อดตี รองผอู้ านวยการ และนายประเจนิ ศริ พิ งศ์ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นสามเสนวทิ ยาลยั

โดยในหนงั สอื ไลอ่ อกจากราชการไดม้ สี าระสาคญั อา้ งรายงานสานวนคดขี องคณะการรม ป.ป.ช. ระบวุ า่ การ
จดั ทาบญั ชรี ายชอ่ื นักเรยี นทผ่ี ่านการคดั เลอื กประเภทเง่อื นไขพเิ ศษของโรงเรยี นสามเสนวทิ ยาลยั ประจาปี
2560 และการรบั บรจิ าคเงนิ โรงเรยี นสามเสนวทิ ยาลยั และการจดั ทาบญั ชรี ายชอ่ื นักเรยี นทผ่ี า่ นการคดั เลอื ก
ประเภทเงอ่ื นไขพเิ ศษ ประจาปี 2560 โดยมชิ อบดว้ ยการเรยี กรบั เงนิ จากผปู้ กครอง และไดร้ ่วมกนั ทจุ รติ เงนิ
บรจิ าค โดยไมอ่ อกใบเสรจ็ รบั เงนิ และไมน่ าเงนิ บรจิ าคฝากเขา้ บญั ชธี นาคารเป็นรายไดข้ องโรงเรยี นสามเสน
วทิ ยาลยั

รวมทงั้ พฤตกิ ารณ์ในการเป็นเจา้ พนกั งานและผสู้ นับสนุนเจา้ พนกั งานใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมชิ อบ
ขม่ ขนื ใจใหล้ กู จา้ งชวั่ คราวตาแหน่งฝ่ายการเงนิ และบญั ชฝี ่ายบรหิ ารการเงนิ และสนิ ทรพั ย์ 1 โรงเรยี นสามเสน
วทิ ยาลยั ใหก้ รอกขอ้ ความใบเสรจ็ รบั เงนิ โดยศกึ ษาธกิ ารกรุงเทพมหานครไดอ้ าศยั อานาจตามความในคาสงั่
คสช.ท่ี 19/2560 เร่อื งการปฏริ ูปการศกึ ษาในภมู ภิ าคของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ลงวนั ท่ี 3 เมษายน 2560 ขอ้
8 มาตรา 98 มาตรา 100 และมาตรา 104 แห่งพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการ
ศกึ ษา พ.ศ.2557 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ จงึ ลงโทษใหไ้ ล่ออกจากราชการ

สำหรบั คดีนี้ทำงฝ่ ำยอดีตผ้บู ริหำรของโรงเรยี นสำมเสนวิทยำลยั ไดม้ ีกำรต่อสคู้ ดีในทกุ

ขนั้ ตอนโดยปฏิเสธตลอดขอ้ กลำ่ วหำ แม้ว่ำจะมคี ลิปภำพถกู บนั ทึกไว้อย่ำงชดั เจนจำกผ้ปู กครองเป็น
หลกั ฐำนสำคญั โดยกำรพิจำรณำทำงวินยั ไดใ้ ช้เวลำตงั้ แต่ปี 2560 จนเสรจ็ สิ้นเดือนพฤษภำคม 2563
โดยมคี ณะศิษยเ์ กำ่ สำมเสนวิทยำลยั หลำยคนไดต้ ิดตำมเร่งรดั กำรสอบสวนอยำ่ งต่อเน่ือง จนกระทงั่

ในสว่ นทำงวินัยไดด้ ำเนินกำรเสรจ็ สิ้น โดยหลงั จำกนี้จะมกี ำรดำเนินคดีอำญำซำ้ ตำมขนั้ ตอนทำง

กฎหมำยต่อไป

ผอ.เบญจมฯนครศรีฯเผยไม่มีใครกดดนั เดก็ ชู3นิ้วให้ลำออกปมชู3นิ้วถวำยบงั คมวนั ปิ ยมหำรำช เรำมี
หน้ำท่ีอบรมให้รจู้ กั ควำมเหมำะสม-กำละเทศะ

นายภกั ดี เหมทานนท์ ผู้อานวยการโรงเรยี นเบญจมราชทู ศิ เปิดเผยว่า โรงเรยี นไมไ่ ดก้ ดดนั หรอื ไลอ่ อก
นักเรยี นทช่ี ู3น้วิ ระหวา่ งการจดั กจิ กรรมถวายบงั คมในวนั ปิยมหาราชทโ่ี รงเรยี นจดั ขน้ึ หลงั มกี ารแชร์เรอ่ื งราวผา่ น
โลกออนไลน์ กจิ กรรมถวายบงั คมและถวายพวงมาลาท่จี ดั ขน้ึ กม็ เี ป็นประจาทกุ ปี เมอ่ื เสรจ็ พธิ กี ป็ ล่อยใหน้ กั เรยี น
กลบั บา้ น ได้ตรวจสอบแล้วไม่มใี ครไปทาอะไร ในฐานะผอ.โรงเรยี นก็ไม่ได้ไปกดดนั หรอื ไล่ออก"เราจะสอนเคา้
ต่อไป ปกติเรายอมรบั ความเห็นต่าง แต่จะสอนเดก็ เร่อื งความเหมาะสม สร้างความเขา้ ใจโรงเรียนคดิ อย่างน้ี
ตลอด เดก็ ตอ้ งสอนตอ้ งอบรมใหร้ จู้ กั กาละเทศะ เคา้ เป็นลกู ศษิ ยเ์ รา" นายภกั ดี กลา่ ว

ก่อนหน้าน้ี นายวรา จนั ทร์มณี เลขาธกิ ารเครอื ข่ายประชาชนพทิ กั ษ์สิทธเิ สรีภาพและความเป็นธรรม
แถลงประฌามโรงเรยี นกดดนั เดก็ ชู3น้ิว ระหว่างจดั กรรมถวายบงั คมวนั ปิยมหาราชในสถานศกึ ษา ขดั ต่อหลกั
สทิ ธเิ สรภี าพตามหลกั รฐั ธรรมนูญ เร่อื งน้ีเป็นการกระทาท่อี ุกอาจ ลุแก่อานาจของคนระดบั ผู้อานวยการ
โรงเรยี น ทงั้ ๆ ทเ่ี คยบอกวา่ เปิดกวา้ ง ไม่ปิดกนั้ การแสดงความคดิ เหน็ ของเดก็ การกระทาดงั กล่าว สะทอ้ นใหเ้ หน็
อาการปากว่าตาขยบิ วฒั นธรรมอนุรกั ษ์นยิ มครอบงาโรงเรยี นเบญจมราชทศิ การบงั คบั ใหเ้ ดก็ มาทาพธิ ี ใน พ.ศ.
น้ี เป็นเร่อื งลา้ สมยั ขดั ตอ่ หลกั สทิ ธเิ สรภี าพตามรฐั ธรรมนูญ นายวราระบุในแถลงการณ์

บุรีรมั ย์ - สุดทน ชำวบ้ำน ผ้ปู กครองนักเรียน และศิษย์เก่ำร่วม 100 คน ใน ต.บ้ำนบวั บุรีรมั ย์ ฮือ
ประท้วงไล่ “ผอ.โรงเรียน” แฉพฤติกรรมไม่เหมำะสมปฏิบตั ิหน้ำที่มิชอบ กล่ำวหำยกั ยอกทรพั ย์สิน
โรงเรียน และสัง่ ห้ำมเด็กเยำวชนเข้ำไปเตะบอลในสนำมอ้ำงเส่ียงเกิดคดีลักขโมยและข่มขืน

(6 ต.ค.) ตวั แทนชาวบา้ น 4 หมบู่ า้ น มบี า้ นดอนใหญ่, ดอนแฝก, ไทรโยง และบา้ นโคกเพชร ต.บา้ น
บวั อ.เมือง จ.บุรีรมั ย์ พร้อมผู้ปกครองนักเรียน และศิษย์เก่าร่วม 100 คนได้รวมตวั กันชุมนุมประท้วงท่ี
สานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา (สพป.) บุรีรมั ย์ เขต 1 เรียกร้องให้ย้ายผู้อานวยการ (ผอ.)
โรงเรยี นบา้ นดอนใหญ่ ต.บา้ นบวั อ.เมอื งบุรรี มั ย์ ออกนอกพน้ื ทภ่ี ายใน 24 ชวั่ โมง

ตวั แทนชาวบา้ น และผปู้ กครองนกั เรยี นทม่ี าประทว้ งกลา่ วหาว่า ผอ.มพี ฤตกิ รรมสรา้ งความแตกแยก
ในชมุ ชน ปฏบิ ตั หิ นา้ ทไ่ี ม่เหมาะสมกบั ตาแหน่ง ใชอ้ านาจหนา้ ทโ่ี ดยมชิ อบ และมพี ฤตกิ รรมยกั ยอกทรพั ยส์ นิ
ของโรงเรยี น เช่น ตดั ตน้ ไผ่ทช่ี าวบ้านช่วยกนั ปลกู เป็นแนวรวั้ โรงเรยี นไปขายโดยพลการแตไ่ มช่ ้แี จงว่าเอา
เงนิ ไปใชอ้ ะไร ทงั้ ยงั หา้ มไมใ่ หเ้ ดก็ เยาวชนชุมชนโดยรอบเขา้ ไปเตะฟุตบอลในสนามบอลโรงเรยี น โดยอา้ งว่า
เสย่ี งเกดิ ปัญหาลกั ขโมยและคดขี ม่ ขนื ในโรงเรยี น ทงั้ ทส่ี นามฟุตบอลดงั กล่าวชาวบา้ น ผปู้ กครอง และศษิ ย์
เก่าร่วมกนั ทอดผา้ ป่าและจดั กจิ กรรมระดมทนุ จดั สรา้ ง

น.ส.รตั ยา ตาประโคน ศิษย์เก่า กล่าวว่า พฤติกรรมของ ผอ.โรงเรยี นคนน้ีนอกจากจะไม่สามารถเขา้ กบั
ชุมชนได้ ยงั ใช้อานาจหน้าท่โี ดยมชิ อบและมพี ฤติกรรมท่ไี ม่เหมาะสมจะเป็น ผอ. โดยมีการกล่าวหาว่า
โรงเรยี นบ้านดอนใหญเ่ คยมคี ดขี ม่ ขนื และทะเลาะววิ าท สรา้ งความเส่อื มเสยี ใหแ้ กโ่ รงเรยี นและชุมชน, หา้ ม
เยาวชนใช้สนามฟุตบอล ให้แจ้งปิดการใช้สนาม, บริหารงานโดยใช้อานาจกดข่ี ดูถูก ไม่มีความเป็น
กลั ยาณมติ ร เหน็ แก่ประโยชน์สว่ นตวั สรา้ งความอดึ อดั ใจ เดอื ดร้อน จนทาใหบ้ ุคลากรในโรงเรยี นลาออก 2
คน, ไม่ให้เจา้ หน้าทม่ี ูลนธิ ิ CCF มาประชุมหรอื จดั กจิ กรรมท่ีโรงเรยี นบ้านดอนใหญ่ ทงั้ ๆ ท่นี ักเรยี นทไ่ี ดร้ บั
ทุน CCF คอื ศษิ ย์ปัจจุบนั และศษิ ยเ์ กา่ ซงึ่ ไดร้ บั ทุนต่อเน่ืองจนจบปรญิ ญาตรี และเป็นลูกหลานของชุมชนใน
เขตบรกิ ารของโรงเรยี นบา้ นดอนใหญ่, ยกั ยอกไมไ้ ผท่ ผ่ี บู้ รหิ ารคนเก่าและคณะครรู ว่ มกนั ปลูกไว้ เพอ่ื เป็นแนว
กนั้ ขอบเขตของโรงเรยี น และกลา่ วหาวา่ ทน่ี าขา้ งเคยี งไดร้ ุกล้าเขา้ มายงั เขตโรงเรยี นทาใหเ้ จา้ ของทน่ี าเสยี ใจ
มาก เพราะเจา้ ของทน่ี าคอื ผทู้ บ่ี รจิ าคทด่ี นิ ใหโ้ รงเรยี นบา้ นดอนใหญ่

ต่อมา นายประสทิ ธิ์พเิ ศษ รอง ผอ.สพป.บุรรี มั ย์ เขต 1 ไดม้ ารบั เร่อื งรอ้ งเรยี น พรอ้ มกบั เชญิ ตวั แทน
ชาวบา้ นเขา้ ร่วมประชุม โดยเบ้อื งต้นทาง สพป.บุรรี มั ย์ เขต 1 จะให้ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบา้ นดอนใหญม่ า
ช่วยราชการทส่ี านักงานเขตฯ 1 เป็นการชวั่ คราว พรอ้ มกบั ตงั้ กรรมการขน้ึ มาตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ยนื ยนั จะ
ใหค้ วามเป็นธรรมทงั้ สองฝ่าย ชาวบา้ นพอใจจงึ แยกยา้ ยกนั กลบั ไป

สรปุ ขา่ วทดี่ ี

ผอ.โรงเรียนบ้ำนวำวี ได้รบั รำงวลั
ครุ สุ ภำ ประจำปี 2563

เร่อื ง การคดั เลอื กผูป้ ระกอบวชิ าชพี ทางการ
ศึกษาเพ่ือรับรางวัลคุรุสภา ประจาปี 2563
ส า นั ก ง า น ศึก ษ า ธิก า ร จัง ห วัด เ ชีย ง ร า ย โ ด ย
ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร พิจ า ร ณ า ค ัด เ ลือ ก ผู้ ป ร ะ ก อ บ
วิชาชีพทางการศึกษา เพ่ือรับรางวัลคุรุสภา
ประจาปี 2563 ในคราวประชุมครงั้ ท่ี 1/2563 เม่อื
วนั ท่ี 22 กรกฎาคม 2563 ไดด้ าเนนิ การพจิ ารณา
คดั เลอื กผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา เพ่อื รบั
รางวลั ครุ ุสภา ประจาปี พ.ศ. 2563
ทป่ี ฏบิ ตั ติ นตามมาตรฐานวชิ าชพี และจรรยาบรรณของวชิ าชพี ดเี ดน่ และกระตนุ้ ใหเ้ กดิ การสรา้ งนวตั กรรมการ
จดั การเรยี นรู้ ทส่ี ง่ ผลตอ่ คณุ ภาพของผเู้ รยี น จนเป็นแบบอย่าง ประเภทผปู้ ระกอบวชิ าชพี ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ไดแ้ ก่ ว่ำท่ี ร.อ.เสรี เชื้ออ้วน ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบา้ นวาวี ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชยี งราย สงั กดั สานักงาน
เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งราย เขต 2

สรปุ ข่ำว

ว่ำท่ี ร.อ.เสรี เชื้ออ้วน ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบา้ นวาวี ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชยี งราย ไดป้ ฏบิ ตั ติ าม
ขอ้ บงั คบั คุรสุ ภา วา่ ดว้ ยจรรยาบรรณของวชิ าชพี พ.ศ. 2556 ดงั น้ี
หมวด ๑ จรรยำบรรณต่อตนเอง

ขอ้ 7 ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ้ งมวี นิ ัยในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชพี บคุ ลกิ ภาพ และ
วสิ ยั ทศั น์ ใหท้ นั ตอ่ การพฒั นาทางวทิ ยาการ เศรษฐกจิ สงั คม และการเมอื งอยเู่ สมอ
หมวด ๒ จรรยำบรรณต่อวิชำชีพ

ขอ้ 8 ผูป้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ต้องรกั ศรทั ธา ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ รบั ผดิ ชอบต่อวชิ าชพี และเป็น
สมาชกิ ทด่ี ขี ององคก์ รวชิ าชพี
หมวด ๓ จรรยำบรรณต่อผรู้ บั บริกำร

ขอ้ 9 ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ้ งรกั เมตตา เอาใจใส่ ชว่ ยเหลอื ส่งเสรมิ ใหก้ าลงั ใจแก่ศษิ ย์
และผรู้ บั บรกิ าร ตามบทบาทหน้าทโ่ี ดยเสมอหนา้

ขอ้ 10 ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ้ งสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ ทกั ษะ และนสิ ยั ทถ่ี กู ตอ้ งดงี าม
แก่ศษิ ย์ และผูร้ บั บรกิ าร ตามบทบาทหน้าทอ่ี ย่างเตม็ ความสามารถ ดว้ ยความบรสิ ทุ ธใิ์ จ

ขอ้ 11 ผูป้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ้ งประพฤติปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอย่างทด่ี ี ทงั้ ทางกาย วาจา
และจติ ใจ

ขอ้ 12 ผูป้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ้ งไม่กระทาตนเป็นปฏปิ ักษ์ต่อความเจรญิ ทางกาย สติปัญญา
จติ ใจ อารมณ์ และสงั คมของศษิ ย์ และผรู้ บั บรกิ าร

ขอ้ 13 ผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ้ งให้บรกิ ารดว้ ยความจรงิ ใจและเสมอภาค โดยไม่เรยี กรบั หรอื
ยอมรบั ผลประโยชน์จากการใชต้ าแหน่งหน้าทโ่ี ดยมชิ อบ
หมวด 4 จรรยำบรรณต่อผ้รู ว่ มประกอบวิชำชีพ

ขอ้ 14 ผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา พงึ ช่วยเหลอื เก้อื กูลซึง่ กนั และกนั อย่างสรา้ งสรรค์ โดยยดึ มนั่ ใน
ระบบคุณธรรม สรา้ งความสามคั คใี นหมูค่ ณะ
หมวด ๕ จรรยำบรรณต่อสงั คม

ขอ้ 15 ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา พงึ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนุรกั ษ์ และพฒั นาเศรษฐกจิ
สงั คม ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญา สงิ่ แวดลอ้ ม รกั ษาผลประโยชน์ ของส่วนรวม และยดึ มนั่ ในการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ

ทงั้ น้ี วำ่ ท่ี ร.อ.เสรี เชือ้ อ้วน ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบา้ นวาวี ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชยี งราย ยงั ได้สนับสนุน
ครูผู้สอนให้ปฏบิ ตั ติ นตามประกาศคณะกรรมการครุ ุสภา เร่อื ง รายละเอียดของมาตรฐานความรูแ้ ละประสบการณ์
วชิ าชพี ครู ตามขอ้ บงั คบั คุรสุ ภา ว่าดว้ ยมาตรฐานวชิ าชพี (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2562 ดงั น้ี
ขอ้ 3 มาตรฐานความรแู้ ละประสบการณว์ ชิ าชพี ครู มรี ายละเอยี ด ดงั ตอ่ ไปน้ี

(ก) มาตรฐานความรู้
1. การเปลย่ี นแปลงบรบิ ทของโลก สงั คม และแนวคดิ ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. จติ วทิ ยาพฒั นาการ จติ วทิ ยาการศกึ ษา และจติ วทิ ยาใหค้ าปรกึ ษาในการ วเิ คราะห์ และพฒั นา

ผเู้ รยี นตามศกั ยภาพ
3. เน้อื หาวชิ าทส่ี อน หลกั สตู ร ศาสตรก์ ารสอน และเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ในการจดั การเรยี นรู้
4. การวดั ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และการวจิ ยั เพ่อื แกป้ ัญหา และพฒั นา ผเู้ รยี น
5. การใชภ้ าษาไทย ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร และการใชเ้ ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพอ่ื การศกึ ษา
6. การออกแบบ และการดาเนนิ การเกยี่ วกบั งานประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา

(ข) มาตรฐานประสบการณว์ ชิ าชพี
1. การปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ครู
2. การปฏบิ ตั ติ นตามจรรยาบรรณของวชิ าชพี ครู

วำ่ ท่ี ร.อ.เสรี เชือ้ อว้ น ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นวาวี ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชยี งราย เป็นผรู้ กั ษาวนิ ัย
เช่นเดยี วกบั ครู ตาม พระราชบญั ญตั ิ ระเบยี บขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ
(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2551 และ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2553

หมวด 6 วินัยและกำรรกั ษำวินยั

มาตรา 82 ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งรกั ษาวนิ ยั ทบ่ี ญั ญตั เิ ป็นขอ้ หา้ ม และขอ้ ปฏบิ ตั ไิ วใ้ น
หมวดน้โี ดยเครง่ ครดั อยเู่ สมอ

มาตรา 83 ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งสนบั สนุนการปกครองใน ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุขตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั ร ไทยดว้ ยความบรสิ ุทธใิ์ จและมหี นา้ ทว่ี างรากฐาน
ใหเ้ กดิ ระบอบการปกครองเช่นวา่ นนั้

มาตรา 84 ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งปฏบิ ตั หิ นา้ ทร่ี าชการดว้ ยความ ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ เสมอ
ภาคและเทย่ี งธรรม มคี วามวริ ยิ ะ อตุ สาหะ ขยนั หมนั่ เพยี ร ดแู ลเอาใจใส่ รกั ษาประโยชน์ของทางราชการ และตอ้ ง
ปฏบิ ตั ติ นตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวชิ าชพี อยา่ ง เครง่ ครดั

มาตรา 85 ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาตอ้ งปฏบิ ตั หิ นา้ ทร่ี าชการใหเ้ ป็นไป ตามกฎหมาย
ระเบยี บแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศกึ ษา มตคิ ณะรฐั มนตรี หรอื นโยบายของรฐั บาลโดยถอื
ประโยชน์สงู สุดของผเู้ รยี น และไม่ใหเ้ กดิ ความเสยี หายแกท่ าง ราชการ

มาตรา 86 ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ ของ ผบู้ งั คบั บญั ชาซง่ึ สงั่ ในหนา้ ท่ี
ราชการโดยชอบดว้ ยกฎหมายและระเบยี บของทางราชการ โดยไม่ ขดั ขนื หรอื หลกี เลย่ี ง แตถ่ า้ เหน็ วา่ การปฏบิ ตั ิ
ตามคาสงั่ นนั้ จะทาใหเ้ สยี หายแก่ราชการ หรอื จะ เป็นการไมร่ กั ษาประโยชน์ของทางราชการจะเสนอความเหน็ เป็น
หนังสอื ภายในเจด็ วนั เพอ่ื ให้ ผบู้ งั คบั บญั ชาทบทวนคาสงั่ นนั้ กไ็ ดแ้ ละเมอ่ื เสนอความเหน็ แลว้ ถา้ ผบู้ งั คบั บญั ชา
ยนื ยนั เป็น หนังสอื ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ เดมิ ผอู้ ยใู่ ตบ้ งั คบั บญั ชาจะตอ้ งปฏบิ ตั ติ าม

มาตรา 87 ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งตรงตอ่ เวลา อทุ ศิ เวลาของตน ใหแ้ กท่ างราชการ
และผเู้ รยี น จะละทง้ิ หรอื ทอดทง้ิ หนา้ ทร่ี าชการโดยไม่มเี หตผุ ลอนั สมควรมไิ ด้

มาตรา 88 ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาตอ้ งประพฤตเิ ป็นแบบอย่างทด่ี แี ก่ ผเู้ รยี น ชมุ ชน สงั คม
มคี วามสภุ าพเรยี บรอ้ ย รกั ษาความสามคั คี ชว่ ยเหลอื เก้อื กลู ตอ่ ผเู้ รยี นและ ระหวา่ งขา้ ราชการดว้ ยกนั หรอื ผรู้ ว่ ม
ปฏบิ ตั ริ าชการ ตอ้ นรบั ใหค้ วามสะดวก ใหค้ วามเป็นธรรม แก่ผูเ้ รยี นและประชาชนผมู้ าตดิ ตอ่ ราชการ

มาตรา 89 ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งไมก่ ลนั่ แกลง้ กล่าวหาหรอื รอ้ งเรยี นผอู้ น่ื โดย
ปราศจากความเป็นจรงิ

มาตรา 90 ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งไมก่ ระทาการหรอื ยอมใหผ้ อู้ น่ื กระทาการหา
ประโยชน์อนั อาจทาใหเ้ ส่อื มเสยี ความเทย่ี งธรรมหรอื เสอ่ื มเสยี เกยี รตศิ กั ดใิ์ น ตาแหน่งหนา้ ทร่ี าชการของตน

มาตรา 91 ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งไมค่ ดั ลอกหรอื ลอกเลยี น ผลงานทางวชิ าการของ
ผอู้ ่นื โดยมชิ อบ หรอื นาเอาผลงานทางวชิ าการของผอู้ ่นื หรอื จา้ ง วาน ใช้ ผอู้ น่ื ทาผลงานทางวชิ าการเพอ่ื ไปใชใ้ น
การเสนอขอปรบั ปรงุ การกาหนดตาแหน่ง การเลอ่ื น ตาแหน่ง การเลอ่ื นวทิ ยฐานะหรอื การใหไ้ ดร้ บั เงนิ เดอื นในระดบั
ทส่ี งู ขน้ึ การฝ่าฝืนหลกั การ ดงั กลา่ วน้ี เป็นความผดิ วนิ ยั อย่างรา้ ยแรง

มาตรา 92 ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งไมเ่ ป็นกรรมการผจู้ ดั การ หรอื ผจู้ ดั การ หรอื ดารง
ตาแหน่งอน่ื ใดทม่ี ลี กั ษณะงานคลา้ ยคลงึ กนั นนั้ ในหา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ทั
มาตรา 93 ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาตอ้ งวางตนเป็นกลางทางการเมอื ง ในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และใน
การปฏบิ ตั กิ ารอน่ื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ประชาชน โดยตอ้ งไมอ่ าศยั อานาจ และหนา้ ทร่ี าชการของตนแสดงการฝักใฝ่
สง่ เสรมิ เก้อื กูล สนับสนุนบุคคล กลมุ่ บคุ คล หรอื พรรคการเมอื งใด

มาตรา 94 ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาตอ้ งรกั ษาชอ่ื เสยี งของตนและ รกั ษาเกยี รตศิ กั ดขิ์ อง
ตาแหน่งหนา้ ทร่ี าชการของตนมใิ หเ้ สอ่ื มเสยี โดยไมก่ ระทาการใด ๆ อนั ได้ ชอ่ื ว่าเป็นผปู้ ระพฤตชิ วั่

มาตรา 95 ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชามหี นา้ ทเ่ี สรมิ สรา้ งและพฒั นาใหผ้ อู้ ย่ใู ตบ้ งั คบั บญั ชามวี นิ ยั ป้องกนั มใิ หผ้ อู้ ยใู่ ต้
บงั คบั บญั ชากระทาผดิ วนิ ยั และดาเนนิ การทางวนิ ัยแก่ผอู้ ยู่ใตบ้ งั คบั บญั ชาซงึ่ มกี รณีอนั มมี ลู ทค่ี วรกลา่ วหาว่า
กระทาผดิ วนิ ัย

มาตรา ๙๖ ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาผใู้ ดฝ่าฝืนขอ้ หา้ มหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ิ ตามขอ้ ปฏบิ ตั ทิ างวนิ ยั
ตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นหมวดน้ี ผนู้ นั้ เป็นผกู้ ระทาผดิ วนิ ัย จกั ตอ้ งไดร้ บั โทษ ทางวนิ ยั เวน้ แตม่ เี หตอุ นั ควรงดโทษตามท่ี
บญั ญตั ไิ วใ้ นหมวด 7

แนวทำง

เพ่อื ไมใ่ หเ้ กดิ การความเสยี หาย ผเู้ ป็นครู ผบู้ รหิ าร และบคุ ลากรทางการศกึ ษาอ่ืน ควรปฏบิ ตั ติ น
ตามกฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั อยา่ งเคร่งครดั ไดแ้ ก่

1.รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย ณ วนั ท่ี 6 เมษายน พ.ศ.2560
2.พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2545 และ (ฉบบั ท่ี
3 ) พ.ศ.2553
3.พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาภาคบงั คบั พ.ศ.2545
4.พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.2546
5.พระราชบญั ญตั สิ ภาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2546
6.พระราชบญั ญตั ิ ระเบยี บขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547
7.พระราชบญั ญตั เิ งนิ เดอื น เงนิ วทิ ยฐานะ และเงนิ ประจาตาแหน่ง ขา้ ราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา พ.ศ.2547

1.คำสงั่ หวั หน้ำคณะรกั ษำควำมสงบแห่งชำติ ท่ี 16/2560 เร่ืองกำรปฏิรปู กำรศกึ ษำใน
ภมู ิภำคของกระทรวงศกึ ษำธิกำร

2.พระรำชบญั ญตั ิ ระเบียบข้ำรำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ (ฉบบั ท่ี 3 ) พ.ศ.2553
3.พระรำชบญั ญตั ิ ระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศกึ ษำธิกำร (ฉบบั ท่ี 2 ) พ.ศ.2553
4.พระรำชบญั ญตั ิ ระเบียบข้ำรำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ (ฉบบั ที่ 2 ) พ.ศ.2551
5.พระรำชบญั ญตั ิ ระเบียบข้ำรำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ พ.ศ.2547
6.พระรำชบญั ญตั ิ ระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศกึ ษำธิกำร พ.ศ.2546
7.พระรำชบญั ญตั ิ วิธีปฏิบตั ิรำงกำรทำงปกครอง พ.ศ.2539
8.ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่ำด้วยกำรรำยงำนเกี่ยวกบั กำรดำเนินกำรทำงวินยั และกำรออกจำก
รำชกำรของขำ้ รำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ พ.ศ.2551
9.ระเบียบ ก.ค.ศ. วำ่ ดว้ ยวิธีกำรออกคำสงั่ เก่ียวกบั กำรลงโทษทำงวินัยขำ้ รำชกำรครแู ละ
บคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ พ.ศ.2548
10. กฎ ก.ค.ศ. ว่ำด้วยกำรรอ้ งทุกขแ์ ละกำรพิจำรณำร้องทุกข์ พ.ศ.2551
11. กฎ ก.ค.ศ. วำ่ ดว้ ยกำรอทุ รธรณ์และกำรพิจำรณำอทุ ธรณ์ พ.ศ.2550
12. กฎ ก.ค.ศ. วำ่ ดว้ ยกำรสอบสวนพิจำรณำ พ.ศ.2550

13. กฎ ก.ค.ศ. วำ่ ด้วยกรณีควำมผิดที่ปรำกฎชดั แจง้ พ.ศ.2549
14. คำสงั่ สพฐ. ท่ี 109/2550 เร่ืองกำรมอบอำนำจกำรปฏิบตั ิรำชกำรแทนเก่ียวกบั ลกู จ้ำงประจำ
15. คำสงั่ สพฐ. ท่ี 580/2547 เรื่องกำรมอบอำนำจกำรดำเนินกำรทำงวินัยกำรสงั ่ พกั รำชกำรและ
กำรสงั่ ให้ออกจำกรำชกำรไว้กอ่ น

1.ระเบยี บ ก.ค.ศ. ว่ำดว้ ยกำรส่งเสริม สนบั สนนุ ให้ข้ำรำชกำรครฯู ไปศึกษำ ฝึ กอบรม ดงู ำนฯ
พ.ศ.2552

2.กฎ ก.ค.ศ. ว่ำดว้ ยกำรเลอ่ื นขนั้ เงินเดอื นของข้ำรำชกำรครฯู พ.ศ. 2550
3.หนงั สือ ก.ค.ศ. แนวปฏิบตั ิในกำรขออนุมตั ิและแนวทำงกำรพิจำรณำอนมุ ตั ิให้ขำ้ รำชกำรครฯู
ไปศกึ ษำฝึ กอบรมฯ ถอื เป็นกำรปฏิบตั ิหน้ำที่รำชกำรและมสี ิทธิไดร้ บั กำรพิจำรณำเลื่อนขนั้ เงินเดือนใน
ระหวำ่ งลำฯ
4.หนังสือ ก.ค.ศ. กำรให้ข้ำรำชกำรครฯู ไปศกึ ษำ ฝึ กอบรม ถือเป็นกำรปฏิบตั ิหน้ำที่รำชกำร
และมีสิทธิได้รบั กำรพิจำรณำเลอ่ื นขนั้ เงินเดอื นในระหวำ่ งกำรลำไปศึกษำ ฝึ กอบรมฯ
5.หลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏิบตั ิกำรลำศึกษำต่อ ฝึกอบรม หรอื ปฏิบตั ิกำรวิจยั ภำยในประเทศ
6. หลกั เกณฑ์และวิธีกำรให้ขำ้ รำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ ตำแหน่งครู มีวิทยฐำนะ
และเลอื่ นวิทยฐำนะ ตำม ว.21
7. หลกั เกณฑ์และวิธีกำรให้ข้ำรำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำ มวี ิทยฐำนะและเลื่อนวิทย
ฐำนะ ตำม ว.17
7.1 ค่มู ือกำรประเมินขำ้ รำชกำรครฯู เพอ่ื ให้มีวิทยฐำนะและเลื่อนวิทยฐำนะ สำยงำนบริหำร
กำรศกึ ษำ
7.2 คมู่ อื กำรประเมินขำ้ รำชกำรครฯู เพื่อให้มวี ิทยฐำนะและเลื่อนวิทยฐำนะ สำยงำนนิเทศ
กำรศึกษำ
7.3 ค่มู อื กำรประเมินข้ำรำชกำรครฯู เพอ่ื ให้มวี ิทยฐำนะและเล่ือนวิทยฐำนะ สำยงำนบริหำร
สถำนศกึ ษำ
7.4 ค่มู อื กำรประเมินขำ้ รำชกำรครฯู เพอ่ื ให้มีวิทยฐำนะและเลือ่ นวิทยฐำนะ สำยงำนกำรสอน
7.5 คมู่ อื กำรประเมินขำ้ รำชกำรครฯู เพ่อื ให้มีวิทยฐำนะและเลื่อนวิทยฐำนะ สำยงำนบริหำร
กำรศกึ ษำ
8.หนงั สือ ศธ 1305/ว467 ลว.11 มิ.ย. 2545 เรื่องเกณฑ์อตั รำกำลงั ข้ำรำชกำรครใู นสถำนศึกษำ
สงั กดั กรมสำมญั ศกึ ษำ

7. 9.หนงั สอื ศธ 0206.3/ว24 ลว.14 ธ.ค. 2548 เร่อื งกำรปรบั ปรงุ กำรกำหนดตำแหน่งข้ำรำชกำรครู
และบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ

10.หนงั สือ ศธ 0206.3/ว7 ลว.13 พ.ค. 2551 เรอ่ื งกำรปรบั ปรงุ กำรกำหนดตำแหน่งข้ำรำชกำรครู
และบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ

11.หนงั สอื ศธ 04009/ว5733 ลว.27 ก.ย. 2553 เรือ่ งกำรกำหนดภำระงำนสอนขนั้ ตำ่ ของ
ข้ำรำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ สำยงำนกำรสอน

12.หนงั สือ ศธ 0206.4/ว19 ลว.14 มิ.ย. 2555 เร่อื งหลกั เกณฑแ์ ละวิธีกำรเกล่ยี อตั รำกำลงั
ข้ำรำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำ

13.หนงั สือ ศธ 04009/ว1916 ลว. 22 พ.ย. 2559 เรอ่ื งกำรสำรวจขอ้ มูลครตู ำมมำตรฐำนวิชำเอก
ท่ีกำหนดให้มีในสถำนศกึ ษำ เพื่อวำงแผนอตั รำกำลงั ครูในสถำนศึกษำ 10 ปี

1.พระรำชบญั ญตั ิ ขอ้ มูลขำ่ วสำรของรำชกำร พ.ศ.2540
2.พระรำชบญั ญตั ิกำรกำรอำนวยควำมสะดวกในกำรพิจำรณำอนญุ ำตของทำงรำชกำร พ.ศ.
2558
3.พระรำชกฤษฎีกำ วำ่ ด้วยหลกั เกณฑ์และวิธีกำรบริหำรกิจกำรบ้ำนเมืองที่ดี พ.ศ.2546
4.ระเบยี บวำ่ ดว้ ยกำรรกั ษำควำมลบั ของทำงรำชกำร พ.ศ.2544
5.ระเบียบสำนักนำยกรฐั มนตรีวำ่ ด้วยงำนสำรบรรณ พ.ศ.2526 และแกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี2)
พ.ศ.2548
6.ระเบียบสำนกั นำยกรฐั มนตรีวำ่ ด้วยกำรรกั ษำควำมปลอดภยั แห่งชำติ พ.ศ.2552
7.ระเบียบสำนักนำยกรฐั มนตรวี ำ่ ด้วยรถรำชกำร พ.ศ.2523
8.ระเบยี บสำนกั นำยกรฐั มนตรีว่ำดว้ ยกำรจดั สวสั ดิกำรภำยในสว่ นรำชกำร พ.ศ.2547
9.หลกั เกณฑ์กระทรวงกำรคลงั วำ่ ดว้ ยมำตรฐำนและหลกั เกณฑป์ ฏิบตั ิกำรควบคมุ ภำยใน
สำหรบั หน่วยงำนของรฐั พ.ศ.2561
10.มำตรฐำนสำนกั งำนเขตพ้นื ที่กำรศกึ ษำ พ.ศ.2560

1.พระรำชบญั ญตั ิกำรจดั กำรศึกษำสำหรบั คนพิกำร พ.ศ.2551
2.พระรำชบญั ญตั ิลกู เสือ พ.ศ.2551

3.พระรำชบญั ญตั ิค้มุ ครองเดก็ พ.ศ.2546
4.แนวปฏิบตั ิในกำรจดั ทำแบบรำยงำนผ้สู ำเรจ็ กำรศึกษำ (ปพ.3) และคำอธิบำยกำรกรอกฯ
ตำมหลกั สตู รแกนกลำง ของสถำนศึกษำ
5.ระเบียบกำรเทียบวฒุ ิกำรศึกษำในประเทศและต่ำงประเทศระดบั กำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน
6.แนวปฏิบตั ิกำรนับเวลำเรยี น กำรสอนชดเชย และกำรอนุมตั ิกำรจบกำรศึกษำ ปี กำรศกึ ษำ
2563

1.มำตรฐำนกำรตรวจสอบภำยในและจริยธรรมกำรปฏิบตั ิงำนตรวจสอบภำยในของสว่ น
รำชกำร

2.หลกั เกณฑ์กระทรวงกำรคลงั วำ่ ด้วยมำตรฐำนและหลกั เกณฑป์ ฏิบตั ิกำรควบคมุ ภำยใน
สำหรบั หน่วยงำนของรฐั พ.ศ.2561

3.หลกั เกณฑก์ ระทรวงกำรคลงั วำ่ ด้วยมำตรฐำนและหลกั เกณฑป์ ฏิบตั ิกำรจดั กำรควำมเสี่ยง
สำหรบั หน่วยงำนของรฐั พ.ศ.2562

4.หลกั เกณฑ์กระทรวงกำรคลงั วำ่ ด้วยมำตรฐำนและหลกั เกณฑป์ ฏิบตั ิกำรตรวจสอบภำยใน
สำหรบั หน่วยงำนของรฐั พ.ศ.2561

1.พระรำชบญั ญตั ิวินยั กำรเงินกำรคลงั ของรฐั พ.ศ.2561
2.พระรำชบญั ญตั ิกำรจดั ซือ้ จดั จำ้ งและกำรบริหำรพสั ดภุ ำครฐั พ.ศ.2560
3.ระเบียบกระทรวงกำรคลงั วำ่ ดว้ ยกำรจดั ซือ้ จดั จ้ำงและกำรบริหำรพสั ดภุ ำครฐั พ.ศ.2560
4.เกณฑ์กำรประเมินผลกำรปฏิบตั ิงำนดำ้ นบญั ชีของสว่ นรำชกำร ประจำปี งบประมำณ พ.ศ.
2562
5.ระเบยี บกระทรวงมหำดไทยว่ำดว้ ยหลกั เกณฑ์และวิธีกำรเก่ียวกบั กำรอนุญำตตำมมำตรำ 9
แห่งประมวลกฎหมำยที่ดิน พ.ศ.2543
6.ระเบียบกระทรวงกำรคลงั ว่ำดว้ ยกำรเบิกเงินจำกคลงั กำรรบั เงิน กำรจำ่ ยเงิน กำรเก็บรกั ษำ
เงิน และกำรนำเงิน พ.ศ.2562
7.ค่มู ือดำเนินกำรเกี่ยวกบั ท่ีรำชพสั ดแุ ละที่ดินประเภทอืน่ ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2561
8.หลกั เกณฑ์กำรเบิกจ่ำยคำ่ ใช้จ่ำยในกำรฝึ กอบรม และค่ำใช้จ่ำยในกำรจดั งำน สำหรบั
หน่วยงำนในสงั กดั สพฐ.

สรุปขา่ วทไี่ มด่ ี

เดก็ เตรียมอดุ มฮือ! แต่งดำ-ผกู ริบบิ้นสำปส่งผอ. หลงั สงั่ ย้ำยครู
ก่อนเกษียณ

30 ก.ย. 2563-15:40 น.
เด็กเตรยี มอุดมศกึ ษาลุกฮอื ! แต่งดา-ผูกริบบ้นิ ชมพู สาปส่งผู้อานวยการ หลงั สงั่ ย้ายครู 7
ตาแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม ก่อนเกษียณเพยี ง 2 วนั

สบื เน่ืองจากโรงเรยี นเตรยี มอุดมศึกษา มคี าสงั่ แต่งตงั้ โยกย้ายบุคลากรในโรงเรียน
หลายตาแหน่ง ทงั้ หวั หน้าตึก และหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ด้วยเหตุผล ให้การ
ปฏบิ ตั หิ น้าที่ราชการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เป็นไปด้วยความเรยี บร้อย มี
ประสทิ ธภิ าพ ซ่งึ เป็นการสงั่ ย้ายก่อนผู้อานวยการโรงเรยี น เกษียณเพียง 2 วนั

เม่อื เวลา 11.45.น. วนั ท่ี 30 ก.ย. ท่โี รงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษา นักเรียน ครู จดั กจิ กรรม ส่ง
ท้ายโสภณ กบั ความโสมม โสโครก ท่เี ราจะไม่มีวนั ลมื ท่หี น้าตึก 8 ซ่ึงตงั้ แต่ช่วงเช้า มกี ารนารบิ บ้นิ
สชี มพูมาตดิ โดยในโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปเสียงของครู ท่ไี ม่อนุญาตให้เด็กติดริบบ้นิ สชี มพู โดย
ระบุว่า จะหกั คะแนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครู และนักเรียนบางส่วน นาโดย ครูภราดร นาทนั รบี นายกสโมสร
อาจารย์เตรียมอุดมศึกษา นัดแต่งชุดดาและมารวมตวั กนั ท่บี ริเวณหน้าตกึ 8 โดยนักเรยี นพากนั ผูก
โบสีชมพู ใส่ชุดนักเรียน ชุดพลศกึ ษาและเสื้อคลุมสดี า รวมถึงนารูปของ ดร.โสภณ กมล
ผู้อานวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพ่อื เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครูท่ถี ูกย้าย 7 ตาแหน่ง
และทวงคนื ความงดงามของวฒั นธรรมโรงเรยี นกลบั มา ซึ่งวนั นี้เป็นวนั เกษียณอายุของ
ผู้อานวยการ เหล่าครูนักเรียนบอกว่าออกมาเพ่ือสาปส่ง และขอทวงคนื ความงดงามของโรงเรยี น
กลบั มา

โดยก่อนหน้าน้ี ผอ.โสภณ กมล มพี ฤติกรรมท่นี าไปสู่การร้องเรียนยงั สานักงาน
คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวนั ท่ี 22 ก.ย. ซ่งึ
เป็นเหตุการณ์ท่เี กิดข้นึ มาตงั้ เเต่ย้ายมาร.ร.เตรยี มอุดมศกึ ษา ปลายปี 2561 การร้องเรยี น
ด้วยการส่งเร่อื งไปตามสายงาน แม้ว่าเร่อื งถึงรฐั มนตรศี กึ ษาธิการมาโดยตลอด แต่ไม่มี
ความคบื หน้า

หลงั จากถูกร้องป.ป.ช. มาใน 1-2 วนั น้ี ก่อนท่ตี วั เองจะเกษียณในวนั ท่ี 30 ก.ย.
ผอ.โสภณ กมล ยงั ออกคาสงั่ ย้ายครูท่เี ห็นต่าง และอยู่ในตาแหน่งออกไปให้คนของตนเอง
มาแทน เป็นสาเหตุทาให้เด็ก และครูเห็นว่าไม่มคี วามเป็นธรรม เพราะทุกอย่างต้อง
เป็นไปตามระบบระเบยี บท่มี มี านาน

โดยครู และนักเรยี น รวมตวั กนั ท่หี น้าตึก 8 พร้อมกับผลดั เปล่ยี นกนั ข้นึ ปราศรยั ถึงความไม่ชอบ
ธรรมของผอ. และร่วมกนั ร้องเพลงประจาโรงเรียน ก่อนจะรอฟังผลขอเรยี กร้องต่อไป ต่อมาคณะครูและ
นักเรียน ตงั้ โต๊ะแถลงการณ์ในขอเรียกร้องให้โรงเรียนยกเลกิ คาสงั่ ท่ไี ม่ชอบธรรม ตามท่นี ายโสภณ กมล
ผู ้อ า น ว ย ก า ร โ ร ง เ ร ีย น เ ต ร ีย ม อ ุด ม ศ ึก ษ า อ อ ก ค า สั ง่ ที ่ 108-109/2563,
271-278/2563, 280-285/2563 รวม 16 ฉบับ

เรื่อง แต่งตัง้ ข้าราชการครูให้ปฏิบัติหน้าที่ในตาแหน่งต่าง ๆ หลายตาแหน่ง ซึ่งเป็นคาสงั ่ ท่ไี ม่
ชอบธรรม และขาดความเป็นธรรมเป็นคาสงั่ ท่อี อกโดยผิดหลกั ธรรมาภิบาล และทาลายวฒั นธรรมองค์กร
อันดีงามของโรงเรยี นเตรียมอุดมศึกษา เหตุผลที่ระบุไว้ในคาสัง่ ว่า "เพ่ือให้การบริหารราชการของ
โรงเรยี นเตรียมอุดมศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดประสทิ ธภิ าพและเกิดประสทิ ธผิ ล" นั้น ไม่
สมเหตุสมผลเพราะผู้ดารงตาแหน่งแต่เดมิ มไิ ด้เป็นผู้ที่ขาดประสทิ ธิภาพในการทางานตามท่ีกล่าวอ้าง
และยงั เป็นท่ยี อมรบั ของคณะครู บุคลากรและนักเรยี นโรงเรียนเตรยี มอุดมศกึ ษา

คาสงั ่ ดงั กล่าวยงั ส่งผลให้เกิดความวุ่นวาย สร้างความแตกแยกและทาให้กระบวนการทางาน ใน
โรงเรียนไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขาดประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล ทงั้ ยงั บนั่ ทอนขวญั และกาลังใจ
ของคณะครู และนักเรยี น โรงเรยี นตรียมอุดมศกึ ษาอย่างร้ายแรง คณะอาจารย์เตรียมอุดมศึกษา จงึ ขอ
เรียกร้องให้โรงเรยี นเตรียมอุดมศกึ ษายกเลกิ คาสัง่ ที่ 108-109/2563, 271-278/2563, 280-285/2563
รวม 16 ฉบับ เพ่อื ให้เกิดความสงบสุข

กระบวนการทางานของโรงเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกดิ ประสิทธภิ าพและเกิดประสิทธิผล
อย่างแท้จริง รกั ษาไว้ซึ่งความยุติธรรมและวฒั นธรรมองค์กรอนั ดงี ามของโรงเรยี น
เตรียมอุดมศกึ ษา

วิเครำะห์ข้อกฎหมำย

ในการจะพจิ ารณว่าคาสัง่ แต่งตัง้ โยกย้ายบุคลากรในโรงเรยี นหลายตาแหน่ง ทัง้ หวั หน้าตึก
และหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ด้วยเหตุผล ให้การปฏบิ ัติหน้าที่ราชการโรงเรยี นเตรียม
อุดมศึกษา เป็นไปด้วยความเรยี บร้อย มีประสิทธภิ าพ ซ่ึงเป็นการสงั่ ย้ายก่อนผู้อานวยการโรงเรียน
เกษียณเพียง 2 วนั เป็นคาสงั่ ทางปกครองอันจะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญตั ิวิธีปฏิบัติราชการทาง
ปกครอง พ.ศ.2539 หรือไม่

มาตรา 5 แห่งพระราชบญั ญตั ิวธิ ีปฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ได้ให้นิยามของคา
ว่า การพิจารณาทางปกครอง ไว้ว่า การเตรียมการและการดาเนินการของเจ้าหน้าที่เพ่ือจัดให้มี
คาสงั่ ทางปกครอง และได้ให้นิยามของคาว่า คาสงั่ ทางปกครอง ไว้ในมาตราเดยี วกนั น้ีว่า คาสงั่ ทาง
ปกครอง หมายถึง (1) การใช้อานาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าท่ที ่มี ีผลเป็นการสร้างนิติสมั พนั ธ์ขึ้น
ระหว่างบุคคล ในอันท่จี ะก่อ เปล่ยี นแปลง โอน สงวน ระงบั หรอื มีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิ
หรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชวั่ คราว เช่น การสงั ่ การ การอนุญาต การอนุมตั ิ
การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรบั รอง และการรบั จดทะเบยี น แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ (2)
การอ่ืนที่กาหนดในกฎกระทรวง ทงั้ นี้ คาสงั ่ ทางปกครองโดยผลของกฎหมายนี้ได้ถูกกาหนดไว้ใน
กฎกระทรวงฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2543)

บทบญั ญัติดงั กล่าวแสดงให้เหน็ ว่าคาสงั่ ทางปกครองมี 2 ประเภท คอื 1. คาสงั่ ทางปกครอง
โดยแท้ ตามมาตรา 5 (1) และ 2. คาสงั ่ ทางปกครองโดยผลของกฎหมาย ตามาตรา 5 (2) โดยได้
ออกกฎกระทรวงฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2543) เพ่อื กาหนดว่าคาสงั่ หรอื การดาเนินการลกั ษณะใดท่ีให้ถือ
ว่าเป็นคาสงั่ ทางปกครองโดยผลของกฎหมาย ดงั นัน้ แล้ว คาสงั่ ทางปกครองโดยผลของกฎหมายนัน้
ย่อมจะถือเอาเป็นหลักในการพจิ ารณาองค์ประกอบของคาสงั่ ทางปกครองไม่ได้

ทงั้ นี้ เม่ือถือเอาความหมายของคาสงั ่ ทางปกครองโดยแท้ตามมาตรา 5(1) มาเป็นหลักใน
การพิจารณาองค์ประกอบแล้ว อาจแยกแยะองค์ประกอบของคาสัง่ ทางปกครองได้ออกเป็น 5
ประการ

(1) องค์ประกอบในแง่ของผู้ออกคาสงั่ : “เจ้าหน้าท่”ี

คาสงั่ ทางปกครองโดยหลกั ต้องกระทาโดยเจ้าหน้าท่ี ไม่ใช่เอกชน เว้นแต่เอกชนนัน้ จะได้รบั
มอบให้ใช้อานาจทางปกครองของรฐั ในการดาเนินการบางอย่าง การกระทาของเอกชนท่ไี ด้รบั มอบ
อานาจจึงอาจเป็นคาสงั่ ทางปกครองได้

(2) องค์ประกอบในแง่ของการใช้อานาจรฐั : “อานาจปกครอง”

มาตรการท่ีกระทาลงโดยเจ้าหน้าที่อันจะถือว่าเป็นคาสงั ่ ทางปกครองนัน้ จะต้องเป็นมาตรการท่ี
เกิดจากการใช้อานาจรฐั และต้องเป็นอานาจมหาชนประเภทการใช้อานาจทางปกครองของฝ่ายปกครอง

(3) องค์ประกอบในแง่วตั ถุประสงค์: “กฎเกณฑ์/นิติสมั พนั ธ์”

คาสงั ่ ทางปกครองเป็นการกระทาท่ีมุ่งผลในทางกฎหมายที่มลี กั ษณะเป็นการกาหนดกฎเกณฑ์
หรือนิติสมั พนั ธ์ระหว่างบุคคล กล่าวคือ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางกฎหมาย ดงั นัน้ มาตรกา รใด
ๆ ของฝ่ายปกครองซึ่งเกิดจากการใช้อานาจปกครอง หากเป็นการตระเตรยี มการเพ่ือออกคาสงั ่ ทาง
ปกครองแล้ว แม้จะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่อาจจะเป็นผู้รบั คาสงั่ ทางปกครอง ก็ยงั ไม่ถือว่ามาตรการนัน้
เป็นคาสงั่ ทางปกครอง

(4) องค์ประกอบในแง่ของผลต่อผู้รบั คาสงั่ : “ผลเฉพาะกรณี”

เป็นองค์ประกอบท่เี ป็นเคร่อื งแบ่งแยกคาสงั่ ทางปกครองออกจากรูปแบบการกระทาทางปกครอง
อีกรูปแบบหน่ึง คอื “กฎ” โดยคาสงั่ ทางปกครองเป็นการกาหนดกฎเกณฑ์หรือก่อนิติสมั พนั ธ์ในลกั ษณะท่ี
มผี ลเฉพาะกรณี หรือกับบุคคลคนใดคนหนึ่งหรอื กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งท่ีสามารถระบุตัวบุคคลได้ ในขณ ะท่ี
“กฎ” เป็นกรณีท่เี จ้าหน้าท่ใี ช้อานาจปกครองกาหนดกฎเกณฑ์หรอื ก่อนิติสมั พนั ธ์ในลกั ษณะท่ีมีผลบงั คบั
กบั บุคคลทวั่ ไปไม่จากดั จานวน

(5) องค์ประกอบในแง่การเกิดผลในระบบกฎหมาย: “ผลโดยตรงภายนอกฝ่ายปกครอง”

คาสงั ่ ทางปกครองเป็นกฎเกณฑ์ที่มผี ลโดยตรงออกไปภายนอกฝ่ายปกครอง คือ มีผลเป็นการ
ก่อตัง้ เปล่ียนแปลง หรือยกเลิกสิทธิหน้าที่ของบุคคลท่มี ีสถานะอยู่ภายนอกฝ่ายปกครอง องค์ประกอบ
ขอ้ น้ีเป็นเคร่ืองแบ่งแยกคาสงั ่ ทางปกครองออกจากคาสงั ่ ภายในฝ่ายปกครอง คาสงั ่ ที่ยงั ไม่มผี ลออก ไป
ภายนอกฝ่ายปกครอง ไม่มีผลเป็นการก่อตงั้ นิติสมั พนั ธ์ระหว่างองค์กรฝ่ายปกครองกับบุคคล การมีผล
ออกไปภายนอกฝ่ายปกครองน้ี ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นกรณีท่ีเป็นการออกคาสงั ่ กับประชาชน
ทวั่ ไปเท่านัน้ แต่อาจจะเป็นกรณีท่ฝี ่ายปกครองออกคาสงั่ กับผู้ใต้บงั คบั บัญชาก็ได้ ทั้งน้ี ข้นึ อยู่กบั ลกั ษณะ
ของคาสงั ่ เป็นสาคญั ถ้าเป็นกรณีท่ฝี ่ายปกครองท่เี ป็นผู้บังคบั บัญชาออกคาสงั่ ให้ผู้ใต้บงั คบั บัญชาปฏิบตั ิ
ในฐานะท่ีผู้ใต้บังคบั บญั ชาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรแล้ว คาสงั ่ นัน้ ไม่ใช่คาสงั ่ ทางปกครอง แต่เป็นคาสงั ่
ภายในฝ่ายปกครอง แต่ถ้าคาสัง่ นัน้ กร ะทบกบั ส ถาน ะส่วน ตัวหรือสิทธิหน้าที่ส่วน บุคค ลข อ ง
ผู้ใต้บงั คบั บัญชาท่ไี ม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ไม่เกี่ยวข้องกบั การปฏบิ ัติหน้าท่รี าชการโดยตรงแล้ว
คาสงั่ นัน้ ย่อมเป็นคาสงั่ ทางปกครอง

น.ส.ธฤษวรรณ ศิรพิ รหม ผูจ้ ดั ทำ 6377100086
นายพงศกร ดอนศรี 6377100159
นายสิทธศิ ักด์ิ ปะวันเณ รหัสนกั ศึกษา 6377100221
นายอนชุ ติ หอมทอง รหสั นักศึกษา 6377100272
นายโสภณ สุขพิมาน รหสั นักศกึ ษา 6377100256
นายอามดั ไญนี ดาโอะ รหสั นกั ศึกษา 6377100302
รหสั นักศกึ ษา
รหัสนักศึกษา

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวชิ าภาวะผู้นำการบรหิ ารและการจดั การการศึกษา

คณะศกึ ษาศาสตร์
สถาบันการจดั การปัญญาภวิ ฒั น์


Click to View FlipBook Version