หลักการง่ายๆ ของ การเลี้ยงกุ้ง สถานที่น้ำ
ชนิดของกุ้ง ที่เลี้ยงทั่วไป 3 ประเภท WO W! กุ้ง ก้ามกราม กุ้ง กุลาด้ำา กุ้งขาวแวน นาไม ชื่อวิทยาศาสตร์: Penaeus monodon ชื่อวิทยาศาสตร์: Macrobrachium rosenbergii ชื่อวิทยาศาสตร์: Litopenaeus vannamei
1. พื้นที่การ เลี้ยง • ต้องเป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ • ต้องใกล้แหล่งน้ำและห่างใกล้จาก แหล่งก้ำาเนิดมลพิษ • ต้องขนส่งได้สะดวก
2. คุณภาพน้ำที่เหมาะสม กับการเลี้ยง(กุ้งขาวแวนาไม) ค่าpH 7.5-8.5 ค่าAlkaline 70 -120 มิลลิกรัมต่อลิตร 3-10 ppt ค่าความเค็ม ค่าออกซิเจน ตั้งแต่ 5 มิลลิกรัม ออกซิเจนต่อลิตร ค่าแอมโมเนีย ไม่ควรเกิน 1 มิลลิกรัม ต่อลิตร ค่าไนไตรท์ ไม่ควรเกิน 0.1 มิลลิกรัม ต่อลิตร Salinity Ammonia Nitri
• p H ต่ำกว่า 7.5 ข้อควร *pH ระวังตก/ กุ้งเครียด /ไม่กิน อาหารติดเชื้อแบคทีเรีย/ ตาย/ น้ำเปลี่ยนสี/ แพลงก์ตอนตาย/น้ำดร๊อป วิธีแก้ไข *pH ต่ำกว่า 7.5 ควรเติมปูนขาว/ปูนที่มีคุณสมบัติ ในการเพิ่มpH
ข้อควร ระวัง *pH สูงมาก/แพลงก์ตอนบลูม/น้ำ เขียวเข้ม/ กุ้งเครียด /ไม่กิน อาหาร ติดเชื้อแบคทีเรีย/กุ้ง ทยอยตาย/ สูงกว่า 8.5 *วิธีแก้ไข เติมจุลินทรีย์เพื่อลดค่า pH หลังจากลดแล้วให้ปรับสีน้ำต่อไป ตามล้ำาดับ
2.ค่าAlkalin e ค่าความเป็นด่างของน้ำ คือ ปริมาณความเข้มข้นของเบส (Bases) ที่ละลายในน้ำได้แก่ อิออนของไบคาร์บอเนต (HCO3-) และคาร์บอเนต (CO32-) ค่านี้มี คุณสมบัติในการควบคุมค่า pH ของน้ำให้คงที่ ค่าอัลคาไลน์ในน้ำ ที่เหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้งทะเลคือ 80-150 พีพีเอ็ม โดยยอมให้มี การเปลี่ยนแปลงได้ไม่เกิน 0.5 ในรอบวัน การปรับค่าความเป็น ด่างมักใช้ปูนคาร์บอเนต (CaCO3) หรือโดโลไมด์ [Ca (MgCO3)2] • ชุดตรวจวัด
3.ค่าความเค็ม ความเค็มในน้ำคือ ปริมาณอิออนที่ส้ำาคัญ 7 ชนิด ได้แก่ โซเดียม (Sodium) โปแตสเซียม (Potassium) แคลเซียม (Calcium) แมกนีเซียม (Magnesium) คลอไรด์ (Chloride) ซัลเฟต (Sufate) และไบคาร์บอเนต (Bicarbonate) ในการเลี้ยงกุ้งทะเลควรมีความ เค็มอยู่ระหว่าง 25-35 ppt ส้ำาหรับกุ้งกุลาด้ำาความเค็มที่เหมาะสมอยู่ในช่วงระหว่าง 15-30 ppt *ส่วนกุ้งขาวสามารถท้ำาการเลี้ยงในช่วงความเค็ม 2-35 ppt แต่ ระดับที่เหมาะสมคือ 20-25 ppt แต่ในปัจจุบันเราพบว่าการเลี้ยงกุ้งที่ความเค็ม 3-10 ppt
• เพราะจะเลี้ยงกุ้งได้ง่ายเนื่องจากมีปัญหาเรื่อง ความเสียหายจากโรคกุ้งน้อยมากโดย เฉพาะ ปัญหาจากโรคแบคทีเรียเรืองแสงในบ่อกุ้ง เป็นต้น เกษตรกรหลายรายจึงได้หันมาเลี้ยงกุ้ง ทะเลในระบบความเค็มต่ำมากขึ้น ค่าความเค็ม 3-10 ppt
กุ้งทะเลมีความต้องการออกซิเจนที่ละลายในน้ำตั้งแต่ 5 มิลลิกรัมออกซิเจนต่อ ลิตร ขึ้นไป ถือว่าเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง การ เปลี่ยนแปลงปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำในรอบวัน ปริมาณออกซิเจนที่ ละลายมีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่ 8:00 นาฬิกา ไปจนถึง 15:00 นาฬิกา ซึ่งเป็น ค่าสูงสุด และมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่เวลา 18:00 นาฬิกา ไปเรื่อย ๆ จนถึง 6:00 นาฬิกา ซึ่งจะเป็นค่าต่ำสุด 4.ค่า Do(ออกซิเจน) ถ้า Do ต่ำกว่า 5 ควรตีน้ำและใส่ออกซิเจนผงช่วย เครื่องวัด Do meter
5.ค่าแอมโมเนีย (Ammonia) เกิดจากกระบวนการย่อยสลาย แอมโมเนียที่พบในน้ำมี 2 รูป (NH3 และNH4+) มีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิและค่า pH โดย pH จะเป็นปัจจัยส้ำาคัญ กว่าอุณหภูมิ ความเป็นกรดเป็น ด่าง (pH) ของน้ำสูงขึ้น อัลอิออน แอมโมเนียจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำปริมาณ แอมโมเนียรวม (Total ammonia) ไม่ควรเกิน 1 มิลลิกรัมต่อลิตร NH3 มีความเป็นพิษไม่ควรเกิน 1 มิลลิกรัมต่อลิตร NH4+ ไม่เป็นพิษ โดยปกติค่าแอมโมเนียอยู่ในช่วง 0.4-2.0 มิลลิกรัมต่อลิตร NH3ที่ความเข้มข้น 1.29 มิลลิกรัมต่อลิตร จะท้ำาให้ กุ้งตายได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลา 48 ชั่วโมง
ไนไตรท์ (Nitrite) เป็นสาร ตัวกลางที่ได้จาก ขบวนการ Nitrification ของแอมโมเนีย ในบ่อ เลี้ยงกุ้งทะเลไนไตรท์มีไม่ ควรเกิน 0.1 มิลลิกรัมต่อ ลิตร ความ เป็นพิษของไนไตรท์จะเพิ่ม ขึ้นเมื่อค่าออกซิเจนที่ละลายน้ำ (DO) และ ค่าพีเอชน้ำลดลง 6.ค่าไนไตรท์ (Nitrite)
ดังนั้นในน้ำทะเลซึ่งมีคลอไรด์สูงความเป็นพิษ ของไนไตรท์ต่อสัตว์น้ำจึงค่อน ข้างต่ำ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ใช้น้ำทะเลโดยตรงนั้น ปัญหาของความเป็นพิษของไนไตรท์ ต่อกุ้งจะ น้อย แต่ส้ำาหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในระบบ ความเค็มต่ำซึ่งน้ำในบ่อมีปริมาณของคลอ ไรท์ ในน้ำน้อย ปัญหาความเป็นพิษของไนไตรท์ใน บ่อกุ้งจึงเกิดได้ง่ายกว่า การใส่เกลือหรือเติม เกลือลงในน้ำจึงมีความจ้ำาเป็นอย่างมากหาก พบว่าค่าไนไตรท์ ในบ่อสูง
ค่าพารามิเตอร์อื่นๆที่ เกี่ยวข้อง 7.อุณหภูมิ (Temperature) การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในน้ำ มีผลทางตรงและอ้อม ต่อสัตว์น้ำส้ำาหรับอุณหภูมิในน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้งทะเลใน เขตร้อน คือ 28-33 องศาเซลเซียส ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำอย่าง รวดเร็วกุ้งจะเกิดอาการซ็อคเกร็งได้ มีลักษณะคล้ายเป็นตะคิว 8.ความโปร่งแสงของน้ำ (Transparency) เป็นค่าแสดงความสามารถให้แสงส่ง ผ่านลงสู่ผิวน้ำ บางครั้งเรียกว่าความขุ่น (Turbidity) แสงมีความส้ำาคัญมากต่อ กระบวนการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) ของแพลงก์ตอนพืชในน้ำ
9.ปริมาณสารอินทรีย์ในน้ำ (Organic matter) ในแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีปริมาณสารอินทรีย์ที่เกิดจากการย่อยสลายของซาก พืช และซากสัตว์ ในเขตน้ำกร่อยจะมีการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ จากน้ำทิ้ง ชุมชน เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ส้ำาหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนิยมวัด ปริมาณสารอินทรีย์ในรูปของบีโอดี(Biochemical Oxygen Demand, BOD) น้ำใน บ่อเลี้ยงกุ้งมีการปนเปื้อนของอินทรีย์สารสูง ส่วนใหญ่มาจากอาหารที่เหลือ /สิ่ง ขับถ่าย/ และซากแพลงก์ตอน ซึ่งจะส่งผลท้ำาให้ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ ลดลง
ขอบคุณค่ะ ที่มาของข้อมูล Google