อันดับ 1 แกงมัสมั่น ประเทศไทยราชาแห่งแกง และอาจจะเป็นราชาแห่งอาหารเลยก็ได้ ด้วยความเผ็ดร้อน ความหอมมันของกะทิ ความหวาน และความอร่อย ที่รวมอยู่ใน รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์กว่าอาหารไทยอื่นๆ
สะโพกไก่ 6 ชิ้น (900 กรัม) พริกแกงมัสมั่น 1/2 ถ้วย กะทิ 350 มล. น้ำ สะอาด 1 ถ้วย มันฝรั่ง 500 กรัม หอมใหญ่ 1 ถ้วย น้ำ มะขามเปียก 1/2 ถ้วย น้ำ ปลา 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา น้ำ ตาลมะพร้าว 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำ มันพืช 2 ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่ว ครึ่งถ้วย ส่วนผสม มัสมั่นไก่ เริ่มจากการตั้งกระทะ ใส่น้ำ มันพืชลงไป ใส่ พริกแกงมัสมั่นลงไปเลยค่ะ ผัดให้พริกแกง หอม จากนั้นใส่กะทิลงไป พอกะทิเริ่มแห้งก็เติม หัวกะทิลงไปอีกนิดหน่อย ทำ แบบนี้ 2-3 รอบ เพื่อให้เครื่องแกงเข้มเข้น เมื่อกะทิแตกมันดี ใส่น้ำ ตาลมะพร้าว บี้ให้ น้ำ ตาลละลาย ใส่เกลือ น้ำ ปลา ใส่เนื้อไก่ลง ไปผัด ใส่มันฝรั่ง คลุกเคล้าพอเข้ากัน ตาม ด้วยหอมหัวใหญ่ผัดต่อให้เข้ากัน แล้วเติม หัวกะทิที่เหลือลงไป เติมน้ำ สะอาด ปิดฝา ต้มให้สุกดี ให้ไก่นุ่ม มันฝรั่งนุ่มดี ปรุงรสด้วยน้ำ มะขามเปียก ชิมรสให้ออก หวาน เค็ม มัน เปรี้ยว ปิดท้ายด้วยการใส่ ถั่วลิสงคั่วลงไป คนนิดหน่อย ปิดไฟเลย ตักใส่ชามเสิร์ฟได้เลย วิธีทำ มัสมั่นไก่ 1. 2. 3. 4.
อันดับ 2 neapolitan pizza อิตาลีพิ ลีพิซซ่าที่ดีที่ สุดและยังคงความเรียบง่ายในแบบ neapolitan ได้รับการควบคุมจากองค์การการค้าให้ใช้เกลือทะเล แป้งสาลีคุณภาพสูง มะเขือเทศสดเพียงสามชนิด รีดแป้งด้วยมือ และใช้เตาอบที่ใช้ฟืน รวมถึงข้อกำ หนดในเรื่องคุณภาพอื่นๆ
“Neapolitan Pizza” หรือ “Naples-style Pizza” เป็นพิซซ่าสูตรดั้งเดิมที่ถือกำ เนิดขึ้นที่เมืองเนเปิลนั่นเอง โดยใช้วัตถุดิบที่เรียบ ง่ายและสดใหม่ คือแป้งโดว์ มะเขือเทศ ชีสมอสซาเรลล่า ใบโหระพา และน้ำ มัน มะกอก จุดเด่นของ Neapolitan Pizza คืออบในเตาฟืนที่ทำ จากไม้โอ๊ก เท่านั้น และจะใช้เวลาอบไม่เกิน 90 วินาที ออกมาเป็นพิซซ่าที่แซมด้วยรอย เกรียม ๆ ตามขอบ เป็นเอกลักษณ์ของพิซซ่าที่อบด้วยเตาฟืนเลยล่ะ ซึ่งเจ้าตัว Neapolitan Pizza นี้ ก็ต่อยอดจนมีถึง 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ นวดแป้งพิซซ่าสด ๆ กันไปเลย พิซซ่าเนเปิ้ลแท้ ๆ ต้องอบในเตาไม้โอ๊กแบบโบราณเท่านั้นนะ ซึ่งเจ้าตัว Neapolitan Pizza นี้ ยังมีถึง 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ 3.1 พิซซ่า Marinara ซึ่งประกอบไปด้วยมะเขือเทศ กระเทียม ออริกาโน และ น้ำ มันมะกอกบริสุทธิ์ หน้าคลาสสิก มีรอยไหม้ตามแบบฉบับบพิซซ่าแท้! 3.2 พิซซ่า Margherita หน้านี้เชื่อว่าหลายคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เป็นพิซซ่า พื้นฐานที่มีหน้า 3 สี ซึ่งเป็นสีของธงชาติอิตาลี ได้แก่ ขาว เขียว และแดง สีขาวจากชีส สีแดงจาก มะเขือเทศ และสีเขียวจากใบโหระพาอิตาเลียนนั่นเอง ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่างแต่ น่ากินสุด ๆ 3.3 สุดท้ายคือพิซซ่า Margherita Extra ซึ่งจะใช้มะเขือเทศชั้นดี San Marzano และ Bufala Mozzarella น้ำ มันมะกอกบริสุทธิ์ และปิดท้าย ด้วยใบโหระพา
อันดับ 3 ช็อคโกแลต, เม็กซิโก ชาวมายันดื่มช็อคโกแลต เมล็ดโกโก้ที่ออกจากป่ามาเข้าสู่การพัฒนาใน การทำ อาหาร หากปราศจากเนื้อครีม รสหวานปนขม ของช็อคโกแลต วันวาร์เลนไทน์และอีสเตอร์คงดูจืดชืดลงไป
ส่วนประกอบ ดาร์กช็อกโกแลต ผงโกโก้ 1 ถ้วย (100 กรัม) น้ำ มันมะพร้าว ½ ถ้วย (120 มล.) น้ำ ผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ (60 มล.) สารสกัดจากวานิลลา ½ ช้อนโต๊ะ (7 มล.) น้ำ ตาลไอซิง ¼ ถ้วย (25 กรัม) น้ำ เชื่อมอากาเว ¼ ถ้วย (60 มล.) หรือ สตีเวียแบบน้ำ 3-6 หยด (ใส่หรือไม่ ใส่ก็ได้) ได้ช็อกโกแลตประมาณ 280 กรัม วิธีการ 1 ทำ ดาร์กช็อกโกแลตง่ายๆ ด้วยวัตถุดิบเพียง 4 อย่าง ตั้งชื่อภาพ Make Chocolate Step 1 1 ตวงวัตถุดิบ. ในสูตรนี้คุณต้องใช้ผงโกโก้ 1 ถ้วย (100 กรัม) น้ำ มันมะพร้าว ½ ถ้วย (120 มล.) น้ำ ผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ (60 มล.) และสารสกัดจากวานิลลา ½ ช้อนโต๊ะ (7 มล.) ใช้ถ้วยตวง ตวงสัดส่วนของวัตถุดิบแต่ละอย่างลงในถ้วยหรือชามใบเล็ก[1] การตวงวัตถุดิบไว้ก่อนจะ ช่วยประหยัดเวลาเมื่อถึงตอนที่ต้องนำ วัตถุดิบทุกอย่างมารวมกันถ้าอยากได้รสหวาน คุณ สามารถเติมน้ำ ตาลไอซิง ¼ ถ้วย (25 กรัม) น้ำ เชื่อมอากาเว ¼ ถ้วย (ุ60 มล.) หรือสตีเวีย แบบน้ำ 3-6 หยดเพื่อเพิ่มความหวานให้ช็อกโกแลตเล็กน้อย[2] 2 ตั้งไฟอ่อนละลายน้ำ มันมะพร้าว ½ ถ้วยในหม้อใบเล็ก. ตั้งไฟอ่อนที่สุดและใส่น้ำ มันมะพร้าว ลงไปในหม้อ ทิ้งไว้จนกว่าจะละลาย น้ำ มันมะพร้าวมีจุดเดือดต่ำ เพราะฉะนั้นน่าจะใช้เวลาไม่ กี่นาที[3] การเขย่าก้นหม้อเรื่อยๆ จะทำ ให้น้ำ มันมะพร้าวละลายเร็วขึ้น เคล็ดลับ :ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้อุปกรณ์ครัวที่เป็นโลหะกันสนิมทำ ช็อกโกแลต (หรือไม่ก็อุปกรณ์ ครัวชนิดอื่นๆ ที่เคลือบสารป้องกันไม่ให้ติดภาชนะที่สามารถแช่วัตถุดิบเอาไว้ได้) ไม่อย่าง นั้นตอนล้างจะวุ่นวายมาก 3 เติมน้ำ ผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ (60 มล.) และสารสกัดจากวานิลลา ½ ช้อนโต๊ะ (7 มล.) ลงไป. ใช้ที่ตี ไข่หรือช้อนโลหะขูดน้ำ ผึ้งเหนียวๆ ใส่ลงไปในหม้อ จากนั้นใส่วานิลลาลงไป คนส่วนผสมใน น้ำ มันที่ละลายแล้ว จนกระทั่งละลายเข้ากันจนได้ส่วนผสมที่มีความหนืดเล็กน้อย[4] ต้องเปิดไฟอ่อนเสมอ เพราะถ้าน้ำ มันร้อนเกินไป มันจะทำ ให้น้ำ ตาลที่อยู่ในน้ำ ผึ้งไหม้และ ทำ ให้ช็อกโกแลตเสียรสชาติ ถ้าคุณอยากเติมสารให้ความหวานอื่นๆ เช่น น้ำ ตาลไอซิงหรือสตีเวีย ให้ใส่พร้อมน้ำ ผึ้งและ วานิลลา 4 ค่อยๆ ร่อนผงโกโก้ 1 ถ้วย (100 กรัม) ลงไป. แทนที่จะเทผงโกโก้ลงไปพรวดเดียว ค่อยๆ เติมลงไปทีละน้อย ขณะที่ร่อนผงโกโก้ก็ให้ใช้ที่ตีไข่หรือช้อนช่วยคนเพื่อกระจายผงโกโก้ลงใน ส่วนผสมให้ทั่ว[5] ที่ตีไข่จะช่วยผสมผงโกโก้ลงในวัตถุดิบอื่นๆ ได้ง่ายกว่าช้อนหรือทัพพี 5 นำ ช็อกโกแลตออกจากเตาและคนต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่ส่วนผสมเหนียวขึ้น. คุณจะรู้ว่า ช็อกโกแลตได้ที่แล้วก็ต่อเมื่อช็อกโกแลตเนียนเป็นสีเข้มและผิววาวหน่อยๆ พอถึงขั้นตอนนี้ก็ แค่ทิ้งไว้ให้แข็งตัว[6] การนำ หม้อออกจากเตาเป็นการป้องกันไม่ให้ช็อกโกแลตไหม้ 6 ทช็อกโกแลตอุ่นลงไปในพื้นผิวที่ไม่ติดเพื่อทิ้งไว้ให้เย็น. ค่อยๆ เทช็อกโกแลตออกจากหม้อ ลงบนแผ่นรองอบซิลิโคนที่ยืดหยุ่น หรือถาดอบคุกกี้ที่ปูกระดาษรองอบทับอีกทีหนึ่ง ใช้ ทัพพีเกลี่ยช็อกโกแลตให้หนาประมาณ ½ นิ้ว[7] นอกจากนี้คุณยังสามารถเทช็อกโกแลตลง ในพิมพ์ลูกอมที่มีลวดลายเพื่อให้ได้ช็อกโกแลตพอดีคำ รูปร่างแปลกๆ ก็ได้ อย่าเทช็อกโกแลต ลงบนภาชนะชนิดเคลือบสารป้องกันไม่ให้ติด หรือภาชนะที่เคลือบสเปรย์ทำ อาหาร เพราะ โดยทั่วไปแล้วช็อกโกแลตก็ยังติดอยู่ดี 7 แช่ช็อกโกแลตในตู้เย็น 1 ชั่วโมงก่อนรับประทาน. เมื่อช็อกโกแลตเซ็ตตัวแล้ว มันจะแข็งจน สามารถหักแบ่งเป็นชิ้นๆ หรือแกะออกจากพิมพ์ได้ แล้วก็รับประทานได้เลย![8] เก็บ ช็อกโกแลตที่ทำ เสร็จแล้วไว้ในตู้เย็น หรือถ้าคุณอยู่ในเขตเมืองหนาวก็สามารถใส่ไว้ในภาชนะ ที่ปิดฝาแล้ววางไว้บนเคาน์เตอร์เพื่อให้หยิบง่าย ดาร์กช็อกโกแลตส่วนใหญ่จะเก็บได้นาน ประมาณ 2 ปี[9] ถ้าช็อกโกแลตเริ่มละลายหรือนิ่มลงเมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้อง คุณก็สามารถนำ กลับไปแช่ไว้ในตู้ เย็นเพื่อให้มันแข็งตัวได้เหมือนเดิม
อันดับ 4 ซูชิ, ญี่ปุ่น อาจไม่มีอะไรซับซ้อนมากกว่าปลาดิบและข้าว แต่กลับเป็นวิธีที่ปลาและข้าวอยู่ ด้วยกันแล้วทำ ให้ทั่วโลกชื่นชอบ
ส่วนผสม (สำ หรับ 1 แถว) แผ่นรอง (สาหร่ายขนาด 21×19 cm) : 1 แผ่น ข้าวซูชิ*: ประมาณ 170 กรัม ผักกาดแก้วใบใหญ่ : 1 ใบ ปูอัด (เนื้อปลาอัดเส้น) :2 ชิ้น ไข่หวานย่าง : ปริมาณพอเหมาะ อาโวคาโด : ปริมาณพอเหมาะ ไข่กุ้ง : ปริมาณพอเหมาะ วิธีทำ 1 วางสาหร่ายลงบนแผ่นม้วนซูชิ (Sushi) ตักข้าว แล้วใส่บนแผ่น สาหร่ายโดยกระจายให้ทั่ว แล้ว เกลี่ยให้เรียบ จากนั้นวางแผ่นพลาสติกลงบนข้าว จับแผ่นสาหร่ายแล้วพลิก อีกด้านหนึ่งขึ้น 2 วางผักกาดแก้ว ปูอัด ไข่หวานย่าง และอาโวคา โดตรงกลาง แผ่น 3 จับขอบแผ่นไม้แล้วม้วนเป็นวงโดยยึดตำ แหน่งที่ ท่านต้องการให้อยู่ด้านในสุดให้มั่นจับม้วนข้าวปั้น นั้นไว้แล้วบีบให้แน่นโดยดึงแผ่นไม้ออกทีละนิด 4 แกะแผ่นไม้ออกและตัดม้วนข้าวปั้นออกเป็นคำ พร้อมกับแผ่นพลาสติก จากนั้นจึงแกะแผ่น พลาสติกออก สุดท้ายจึงโรย ด้านนอกของข้าว ปั้นด้วยไข่กุ้ง
อันดับ 5 เป็ดปักกิ่ง, จีน น้ำ เชื่อมที่เคลือบที่ผิวที่เป็นความลับ ย่างช้าๆ ในเตาอบ จนกรอบ
เครื่องปรุง 1. เป็ดสด 1 ตัว 2. ผงพะโล้ตรามือ 1 ช้อนโต๊ะ 3. ซีอิ๊วดำ ฮาเดย์ตรามือ 1 ช้อน โต๊ะ 4. รากผักชี-พริกไทย-ขิงแก่ บดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 5. เหล้าจีนทำ อาหาร 1 ช้อนโต๊ะ 6. แบะแซ 2 ช้อนโต๊ะ 7. น้ำ ตาลทรายแดง (โอวทึ้ง) 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ 1. ล้างเป็ดให้สะอาดควักปอด ออกให้หมดแขวนไว้ให้สะเด็ดน้ำ 2. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดกับ น้ำ ต้มสุกให้ละลายเข้ากันดี 3. นำ เป็ดมาเป่าลมให้หนังตึง แยกออกจากเนื้อเป็ด 4. ราดน้ำ เครื่องปรุงให้ทั่วตัว และในท้องเป็ดแขวนผึ่งให้แห้ง 5. นำ เป็ดเข้าเตาอบย่างด้วย ความร้อนให้หนังเป็ดแห้งกรอบ 6. ใช้มีดคมๆ แล่หนังเป็ดเป็นแผ่ นบางๆ กินกับแป้งโรตีอร่อยสุด ยอด
อันดับ 6 แฮมเบอเกอร์, เยอรมัน การรวมกันของขนมปัง เนื้อ สลัด ก็เป็นทางออกที่ดีสำ หรับประเทศที่ผลิตเนื้อได้ มาก
ส่วนผสม แฮมเบอร์เกอร์ 1. ขนมปังแฮมเบอร์เกอร์ 6 ชิ้น 2. ไส้แฮมเบอร์เกอร์ 3. ผักกาดหอม 300 กรัม 4. มะเขือเทศสีดา 2 ลูก 5. หอมหัวใหญ่ 1 ลูก 5. มายองเนส 200 กรัม 6. สลัดครีม 200 กรัม 7. ซอสพริก 50 กรัม 8. ซอสมะเขือเทศ 200 กรัม 9. ชีส 6 ชิ้น ส่วนผสม 1. หมูบด 500 กรัม 2. หอมหัวใหญ่สับละเอียด 50 กรัม 3. กระเทียมสับละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ 4. ไข่ไก่ 1 ฟอง 5. เกลือ 1 หยิบมือ 6. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา 7. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ 8. ผงปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ 9. น้ำ มันหอย 1 ช้อนโต๊ะ 9. พลาสเล่ย์ 1 ช้อนโต๊ะ 10. ผงปาปริกา 1/2 ช้อนโต๊ะ 11. เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วยตวง วิธีทำ ไส้แฮมเบอร์เกอร์ วิธีทำ 1.ก็ เอาทุกอย่าง มาผสมกัน นวดให้เข้ากันจน เหนียว แล้วลองปั้นก้อนเล็กๆ ก้อนนึง เอาเข้า เตาไมโครเวฟ รึจะลองทอดในกระทะเทฟลอน ก็ได้นะคะ แล้วลองชิมดู อ่อน เค็ม ก็เติมเกลือ รึว่า ซอสแม๊กกี้ลงไปก็ได้ค่า 2. เมื่อได้รสตามที่ชอบแล้ว ก็ ปั้นเป็นก้อนก ลมๆ แบนๆ ขนาดให้ใหญ่ประมาณขนมปังที่จะ เอามาทำ แฮมเบอเกอร์ นะคะ อย่าให้เล็กมากไป เพราะตอนเข้าอบมันจะเล็กลงอีกนิดนึง (ถ้าจะทำ สปาเกตตี้มีทบอล ก็ปั้นเป็นก้อนก ลมๆนะคะ) 3. เอาใส่ถาด เข้าอบ ซักประมาณ 200 องศา C จน สีน้ำ ตาลสวย กลับด้าน แล้วอบต่อ จนสี น้ำ ตาลสวยเช่นกัน (แบบในรูปค่า) ระยะเวลานั้น ขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละท่าน ด้วยนะคะ บอกไม่ได้แน่นอนค่า ของเจี๊ยบก็ คอยเช็ค คอยดูเอาน่ะค่ะ 4. เสร็จแล้วก็จะได้ เนื้อเอามาทำ แฮมเบอเกอร์ กันแล้ว นะคะ แล้วเอาขนมปังก้อนกลม ผ่า ครึ่ง (เจี๊ยบเอาเข้าอุ่นในเตาอบซักแป๊บนึง จะได้ อุ่นๆ) ใส่ผักกาดแก้ว รึผักสลัดลงไป……. มะเขือเทศฝานแว่นบาง ……… หอมใหญ่หั่น แว่น …วางเนื้อลงไป….. วางปาปริก้า หั่นแว่น
อันดับ 7 Penang assam laksa, มาเลเซีย ปลาทู มะขาม พริก สะระแหน่ ตะไคร้ หัวหอม สับปะรด ตุ๋น หนึ่งในอาหารของ มาเลเซียที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยรสเผ็ด เปรี้ยว ที่เข้ากันกับเส้นก๋วยเตี๋ยว
ส่วนผสม มะขามเปียก เนื้อปลาน้ำ ดอกไม้ หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ กะปิ พริกสด มันกุ้ง ดอกขิง ปลีกล้วย ข่า น้ำ ตาลปี๊ป เครื่องแกงปักษ์ใต้ เครื่องเคียงในการทานคู่กับ “ขนมจีน น้ำ ยาปีนัง” ผักกาดหอม ถั่วงอก ผักไผ่ แตงกวา สะระแหน่ หอมแขก ปลีกล้วย สำ หรับวิธีการทำ ของเมนูนี้ คือ ตั้งไฟให้เดือดเพื่อจะทำ การต้มปลาให้หาย คาว หลังจากนั้นนำ ปลาน้ำ ดอกไม้ที่หั่นไว้ เป็นชิ้นใส่หม้อลงไป พร้อมข่า และตะไคร้ จากนั้นเมื่อปลาสุกได้ที่แล้ว ตักออกและ พักทิ้งไว้ และแร่เอาเฉพาะเนื้อปลา ตั้งไฟต้มกระเทียม ตะไคร้ พริกสด เมื่อสุก ดีแล้ว นำ มาปั่นให้ละเอียด จากนั้นตั้งหม้อไฟปานกลาง นำ เครื่อง แกงปักษ์ใต้ลงไปในหม้อ พร้อมส่วนผสมที่ เป็นเนื้อปลา พริกสด กระเทียม ตะไคร้ ใส ลงไปและเคี่ยวให้เข้ากัน นำ มะขามเปียกไปละลายกับน้ำ อุ่น เมื่อ เสร็จแล้วเทลงใส่หม้อแะคนให้เข้ากัน จากนั้นนำ มันกุ้ง ใส่ลงไปในหม้อเพื่อเพิ่ม ความเข้มข้นของน้ำ แกง และคนให้เข้ากัน ปรุงรสชาติด้วยน้ำ ตาลปี๊ป และใส่ดอกขิง กับปลีกล้วยลงไป จากนั้นคนให้เข้ากันตั้ง ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที เป็นอันว่าเสร็จ เรียยร้อย ตักใส่ภาชนะพร้อมเสริฟ์รับประทานได้ ทันที
อันดับ 8 ต้มยำ กุ้ง, ประเทศไทย อาหารอันโด่งดังของไทย กุ้ง เห็ด มะเขือเทศ ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด กับกะทิที่ เข้มข้น ให้รสชาติเปรี้ยว เค็ม และเผ็ด ถูกปาก
วัตถุดิบ กุ้งสด 6 ขีด เห็ดฟาง 250 กรัม ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูด 1 มัด พริกขี้หนู 10 เม็ด น้ำ พริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ นมสด 50 กรัม น้ำ ปลา 2 ช้อน น้ำ ตาลทราย 1 ช้อน มะนาว 1 ลูก หอมแดง 6 หัว ผักชีฝรั่ง 1 ถ้วยเล็ก น้ำ เปล่า 400 มิลลิลิตร วิธีการทำ นำ กุ้งที่เตรียมไว้มาล้างทำ ความสะอาด และปอกเปลือกออก และต้องไม่ลืมผ่า เอาเส้นดำ ๆ บริเวณหลังออก เพราะ หากทานเข้าไปจะให้รสที่ขมจนต้มยำ เสียรสชาติ จากนั้นล้างน้ำ เปล่าซ้ำ อีก ครั้ง นำ ชุดข่าตะไคร้ใบมะกรูด และผักชีฝรั่ง ล้างและหั่นเป็นท่อน ๆ ปอกเปลือกหอมแดงทุบให้พอแตก และ นำ พริกขี้หนูมาทุบให้พอแตกเช่นกัน จากนั้นนำ เห็ดฟางมาล้างเอาดินหรือ คราบเปื้อนออกให้หมดก่อนนำ ไปผ่า ครึ่งเตรียมไว้ ตั้งเตาไฟแรงต้มน้ำ จนเดือด จากนั้นใส่ เครื่องต้มยำ ลงไป ไม่ว่าจะเป็นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ทิ้งไว้สักครู่ มาสู่ขั้นตอนการปรุงรส เริ่มด้วยใส่พริก เผาลงไป ตามด้วยนมสด น้ำ ปลา น้ำ ตาลทราย ปิดท้ายด้วยพริกขี้หนูทุบ ปรุงจนได้รสชาติที่ถูกใจ ใส่เห็ดฟาง และกุ้งสดลงไปคนเล็กน้อย และเมื่อกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้มสดใส ให้ปิด ไฟ ใส่น้ำ มะนาวให้ได้รสเปรี้ยวตามชอบ และโรยผักชีฝรั่งปิดฝา ยกออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟ
อันดับ 9ไอศครีม, สหรัฐอเมริกา สไตล์ไอศครีมของอเมริกาที่จะมี ถั่วต่างๆ มาชเมลโลว์ และช็อคโกแลตซอส
ส่วนผสม สตรอเบอรี่ 15 ลูก นมสด 200 มิลลิลิตร วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร เกลือ 1 หยิบมือ ไข่ไก่ 1 ฟอง มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำ ตาลทราย 80 กรัม แบ่ง ไป บมสตอเบอร์รี่ครึ่งหนึ่ง และอีก ครึ่งเป็นส่วนผสมของนม วิธีทำ นำ สตรอเบอรี่สดไปแช่แข็ง เมื่อแข็ง แล้วนำ มาบมด้วยน้ำ ตาลและมะนาว บมทิ้งไว้ 30 นาที ระหว่างรอสตรอเบอรี่ที่บมไว้ ให้นำ ไข่ไก่ใส่ลงไปในอ่างผสม ใส่น้ำ ตาล ทรายและเกลือลงไป ตีจนขึ้นฟูเป็นสี ขาว เทนมสดลงไปในไข่ที่ตีไว้ คนให้เข้า กัน นำ สตรอเบอรี่ที่บมไว้ได้ที่แล้ว ใส่ ลงไปในชามผสม นำ ส่วนผสมทั้งหมดลงปั่น ไม่ต้องให้ สตรอเบอรี่ละเอียดมาก นำ ส่วนผสมเทลงกล่องถนอม อาหารที่มีฝาปิดมิดชิด ตามด้วยวิป ปิ้งครีม คนให้เข้ากัน นำ ไปแช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็ง แช่ 2 ชั่วโมงให้นำ ออกมากวน แล้ว นำ เข้าตู้เย็นอีกครั้ง แช่ไว้ 5 ชั่วโมงก็ ใช้ได้ หรืออาจจะใช้เวลามากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับตู้เย็นว่าอุณภูมิอยู่ที่เท่า ไหร่
อันดับ 10 Chicken muamba, กาบอง อาหารของชาวกาบอง ที่จะใส่ส่วนผสมลงไปในเนยถั่ว ส่วนประกอบที่จะต้องใช้มี ไก่ พริก กระเทียม มะเขือเทศ พริกไทย เกลือ กระเจี๊ยบ และไขมันปาล์ม
ส่วนผสม น่องไก่ น้ำ มะนาว น้ำ มันปาล์มหรือน้ำ มันมะพร้าว กระเจี๊ยบ ฟักทอง แครอท มะเขือเทศกระป๋อง น้ำ สต๊อกไก่ พริกป่น หัวหอมสับ กระเทียมสับ ใบกระวาน เนยถั่ว เกลือ พริกไทย ขิงบด วิธีการทำ ของเมนูนี้คือ นำ น่องไก่มาหมักกับน้ำ มะนาว ประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นซับให้ แห้ง แล้วใส่เกลือ พริกไทยลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตั้งกระทะเปิดไฟปานกลาง หลังจาก นั้นนำ น้ำ มันปาล์มและน้ำ มัน มะพร้าวใส่ลงไปในหม้อ และนำ ไก่ที่ ได้ทำ การหมักไว้ใส่ลงไปจนกลาย เป็นสีน้ำ ตาลทุกด้านแล้วพักทิ้งไว้ จากนั้นหรี่ไฟลงให้ต่ำ และใส่หัวหอม กระเทียม ขิง ใบกระวาน พริกป่น มะเขือเทศกระป๋อง น้ำ สต๊อก และไก่ ที่ทำ การพักไว้นำ ไปเคี่ยวและต้มให้ สุกประมาณ 10 นาที จากนั้นนำ ฟักทอง แครอทลงไปต้ม ให้สุก เมื่อสุกแล้วให้นำ เนยถั่วและ กระเจี๊ยบเคี่ยวจนกว่ากระเจี๊ยบจะ นุ่ม และปรุงรสด้วยเกลือพริก ไทยดำ เมื่อคนเข้าที่แล้วหลังจากนั้น ให้ปิดเตาแก๊สและทำ การตั้งพักไว้ จัดใส่ภาชนะที่ได้เตรียมไว้ สามารถ เสริฟ์และพร้อมรับประทานได้ทันที