2. การหมุนเวยี นก๊าซไนโตรเจนในระบบนิเวศ
(Nitrogen Cycle)
3. การหมุนเวยี นของคาร์บอนในระบบนิเวศ
3. การหมุนเวยี นของคาร์บอนในระบบนิเวศ
ทม่ี า : Ray Burkett, 2006
3. การหมุนเวยี นของคาร์บอนในระบบนิเวศ
การหมุนเวยี นฟอสฟอรัสในระบบนิเวศ
การหมุนเวยี นฟอสฟอรัสในระบบนิเวศ
ปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อการเปลยี่ นแปลงขนาดของประชากรใน
ระบบนิเวศ
• ประชากร (Population) หมายถงึ กล่มุ ของสิ่งมีชีวติ ชนิด
เดียวกนั เช่น มนุษย์ สัตว์ พืช หรือส่ิงอ่ืนทร่ี วมอย่ใู นแหล่งทอี่ ยู่หรือ
สถานทเ่ี ดียวกนั ในช่วงระยะเวลาเดียวกนั เช่นจานวนประชากรมดแดง
ในรังบนต้นมะม่วงหน้าโรงเรียนเม่ือเดือนธันวาคม 2554 มอี ยู่ 5500 ตวั
• ประชากรมนุษย์ (human population) หมายถึง กลุ่มของคน
ทรี่ วมอยู่ในทเี่ ดียวกนั และระยะเวลาเดยี วกนั แต่โดยทวั่ ไปแล้วเม่ือ
กล่าวถงึ ประชากรมนุษย์มักจะใช้คาว่า ประชากร เช่น ชายหญงิ ใน
กรุงเทพมหานคร ปี 2554 มี 12 ล้านคน
ขนาดของประชากรสามารถแบ่งได้เป็ น 3 ขนาดดงั นี้
• 1. ประชากรที่มีขนาดคงท่ี แสดงวา่
• อตั ราการเกิด +อตั ราการยา้ ยเขา้ = อตั ราการตาย +อตั ราการยา้ ยออก
• 2. ประชากรท่ีมีขนาดเพิม่ ข้ึน แสดงวา่
• อตั ราการเกิด + อตั ราการยา้ ยเขา้ > อตั ราการตาย +อตั ราการยา้ ยออก
• 3. ประชากรที่มีขนาดลดลง แสดงวา่
• อตั ราการเกิด + อตั ราการยา้ ยเขา้ < อตั ราการตาย +อตั ราการยา้ ยออก
ความหนาแน่นของประชากร
• ความหนาแน่นของประชากร คืออตั ราส่วนระหวา่ งจานวนประชากร
ส่ิงมีชีวิตกบั พ้ืนท่ี
• ความหนาแน่นประชากร = จานวนประชากรท้งั หมด
• พ้นื ที่
สาเหตุของการเปลยี่ นแปลงของจานวนประชากร
• 1. การเปลี่ยนแปลงสภาพส่ิงแวดลอ้ ม
• 2. กิจกรรมต่างๆของมนุษย์
• 3. จานวนผลู้ ่า
• 4. ทรัพยากรธรรมชาติมีอยา่ งจากดั
• 5. การเจริญเติบโตอยา่ งรวดเร็วของส่ิงมีชีวติ หน่ึงๆในระบบนิเวศ
• 6. ศตั รูทางธรรมชาติและเช้ือโรค หรือโรคระบาด
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
• ทรัพยากรธรรมชาติ (natural resource) หมายถึง สิ่งท่ีมีอยู่
แลว้ ในธรรมชาติ มนุษยส์ ามารถนามาใชป้ ระโยชนเ์ พื่อการดารงชีวติ ซ่ึง
แบ่งเป็น 3 ประเภท
• 1. ทรัพยากรธรรมชาติประเภทใชแ้ ลว้ ไม่หมดสิ้น
• 2. ทรัพยากรธรรมชาติประเภทใชแ้ ลว้ หมดสิ้นไป ไดแ้ ก่
สิ่งแวดล้อม(Environment)
• สิ่งแวดล้อม(Environment) หมายถึง ทุกส่ิงทุกอยา่ งที่อยู่
รอบตวั เราท้งั ท่ีมีชีวติ และไม่มีชีวิต ท้งั ที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติและส่ิง
ที่มนุษยส์ ร้างข้ึน ประกอบดว้ ยสิ่งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม รวม
เรียกวา่
• ส่ิงแวดลอ้ ม แบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติ
ส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติ (Natural Environment) เป็นส่ิงที่
เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ เช่น ดิน น้า อากาศ ป่ าไม้ สตั วป์ ่ า ฯลฯ
ส่ิงแวดลอ้ มประเภทน้ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติอาจใชเ้ วลาเร็วหรือชา้
เพยี งใดข้ึนอยกู่ บั ชนิดและประเภท ไดแ้ ก่
• 1) สิ่งมีชีวิต (Biotic Environment)
• 2) สิ่งไม่มีชีวิต (Abiotic Environment)
ส่ิงแวดล้อมทมี่ นุษย์สร้างขนึ้
ส่ิงแวดลอ้ มท่ีมนุษยส์ ร้างข้ึน (Man-Make Environment) เป็น
สิ่งที่มนุษยใ์ ชค้ วามรู้ความสามารถท่ีไดร้ ับการสงั่ สอน สืบทอด และ
พฒั นากนั มาตลอด ซ่ึง ไดแ้ บ่งไว้ 2 ประเภทคือ
1) สิ่งแวดลอ้ มทางวตั ถุ
2) ส่ิงแวดลอ้ มทางสงั คม หรือส่ิงแวดลอ้ มท่ีเป็นนามธรรม (Social
Environment)
สาเหตุปัญหาส่ิงแวดล้อมได้ดงั นี้
• การเพม่ิ ของประชากร
• การขยายตวั ทางดา้ นเศรษฐกิจ
• ความเจริญกา้ วหนา้ ทางวชิ าการดา้ นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
• การจดั การทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การดาเนินงานอยา่ งมี
ประสิทธิภาพต่อส่ิงท่ีเกิดข้ึนตามธรรมชาติและใหป้ ระโยชนต์ ่อมนุษย์
ท้งั ในดา้ นการจดั หา การเกบ็ รักษา การซ่อมแซม การใชอ้ ยา่ งประหยดั
รวมท้งั การสงวนเพอื่ ใหท้ รัพยากรธรรมชาติน้นั สามารถใหผ้ ลไดอ้ ยา่ ง
ยาวนาน
• การจัดการส่ิงแวดล้อม หมายถึง การดาเนินงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ
เพือ่ ใหส้ ิ่งท่ีอยรู่ อบตวั เรามีผลดีต่อคุณภาพชีวติ นน่ั คือจะตอ้ งดาเนินงาน
อยา่ งมีประสิทธิภาพเพอ่ื ใหส้ ิ่งที่อยรู่ อบตวั เรามีผลดตี ่อคุณภาพชีวิต นนั่
คือ จะตอ้ งดาเนินการป้องกนั ไม่ใหเ้ กิดปัญหาภาวะมลพษิ ทจ่ี ะมีต่อการ
ดารงชีวิตอยอู่ ยา่ งมีความสุขและปลอดภยั
• การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง การดาเนินการ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งมีประสิทธิภาพ ท้งั ในดา้ น
การจดั หา การเกบ็ รักษา การซ่อมแซม การใชอ้ ยา่ งประหยดั การสงวน
รักษา เพอื่ ใหท้ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มนนั่ สามารถเอ้ืออานวย
ประโยชน์แก่มนุษยไ์ ดใ้ ชต้ ลอดไปอยา่ งไม่ขาดแคลน หรือมีปัญหา
การพฒั นาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
• การพฒั นา หมายถึง การทาใหส้ ิ่งต่างๆอยใู่ นสภาพดีข้ึนกวา่ เดิม
และเจริญกา้ วหนา้ ข้ึน
• การอนุรักษ์ หมายถึง การรู้จกั ใชท้ รัพยากรอยา่ งฉลาด การใช้
ประโยชน์น้นั จะตอ้ งเกิดผลดีต่อส่วนรวมมากท่ีสุด รู้จกั ใชป้ ระโยชนใ์ ห้
ไดเ้ ป็นเวลายายนานที่สุด ใหม้ ีการสูญเสียทรัพยากรอยา่ งเปลา่ ประโยชน์
นอ้ ยที่สุด รวมท้งั ตอ้ งกระจายการใชป้ ระโยชน์แก่ประชากรของประเทศ
อยา่ งทวั่ ถึงดว้ ย
การพฒั นาท่ียง่ั ยนื (Sustainable
development)
• การพฒั นาทย่ี ง่ั ยืน(Sustainable development)
หมายถึง การพฒั นาท่ีมีการคานึงถึงความเสียหายของสิ่งแวดลอ้ ม มีการ
ป้องกนั ปัญหาที่เกิดแก่สิ่งแวดลอ้ ม หรือถา้ จาเป็นจะตอ้ งเกิดความ
เสียหายนอ้ ยท่ีสุด ฉะน้นั การพฒั นาท่ียงั่ ยนื จึงเป็นในรูปแบบการใช้
ทรัพยากรที่มีการบารุงรักษา ใชใ้ นขอบเขตจากดั สามารถใชท้ รัพยากร
แลว้ กลบั คืนสู่สภาพเดิมได้