นาฏศิลป์ไทย
คำ นำ หนังสือเล่มนี้ หนังสือเรื่องนี้เป็นส่วน หนึ่งของรายวิชานาฏศิลป์จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ เกี่ยวกับนาฏศิลป์ไทยประกอบด้วยคุณค่าการ สืบทอดการแสดงนาฏศิลป์ไทยเพื่ออนุรักษ์ นาฏศิลป์ไทยและให้รู้ถึงคุณค่าทางผู้จัดทำ หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะมีประโยชน์ไม่มาก ก็น้อยสำ หรับผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าความเป็น มาของนาฏศิลป์ไทย และรายละเอียดต่างๆของ นาฏศิลป์ไทย ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง คณะผู้จัดทำ
สารบัญ เรื่อง คำ นำ สารบัญ คุณค่าและประโยชน์ของนาฏศิลป์ กระบวนการสืบทอดนาฏศิลป์ไทย แนวทางอนุรักษณ์นาฏศิลป์ไทย การแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่างๆ การระบำ รำ ฟ้อน การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองเพลงกลองยาว บุคคลสำ คัญในวงการนาฏศิลป์ไทย หน้า กข๔๕๖๗๘๙๑0-๑๒
คุณค่าและประโยชน์ของนาฏศิลป์ สถาปัตยกรรม เป็นศิลปะในการออกแบบสร้างฉกาสร้างบ้านที่อยู่ในฉาก ปราสาทราชวัง อาคารสถานที่ต่างๆ จิตรกรรม การเขียนภาพในการแสดงนาฏศิลป์ต้องมีฉากการแต่งหน้า เครื่องแต่งกายเป็นองค์ประกอบสำ คัญดังนั้นศิลปะสาขา จิตรกรรมจึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผลงานการแสดงนาฏศิลป์ เพราะเกี่ยวกับวาดระบายสีฉากให้มีความวิจิตรงดงามการเขียน ลวดลายลงบนเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้า ดุริยางคศิลป์ ศิลปะทางดนตรี ขับร้องนับว่าเป็นหัวใจสําคัญสําหรับนาฏศิลป์ไทย เพราะการสดงลีลาท่ารําต้องมีดนตรีระกอบการแสดง นาฏศิลป์มีคุณค่าในการปลูกฝังจริยธรรม ผู้ที่ศึกษาวิชานาฏศิลป์จะได้รับการปลูกฝังค่านิยมอันเป็นจารีต ปลูกฝังจริยธรรมในเรื่อง ความกตัญญู เรื่องความมีระเบียบ ความมีระเบียบเรียบร้อยสามารถแสดงออกด้วยพฤติกรรมในการั่ว การยืน การเดินเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่งดงาม มีกิริยามารยาทเรียบร้อย ประโยชน์ของนาฏศิลป์ เป็นส่วนสําคัญในการประกอบพิธีกรรมทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ นอกเหนือไปจากการให้ความบันเทิง และประโยชน์อีกหลายๆด้าน นาฏศิลป์ไทยผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยในอดีตจนถึงปัจจุบันตั้งแต่เกิด จนตาย ประโยชน์โดยตรงสําหรับผู้ศึกษาวิชานาฏศิลป์คือสอนให้เป็นผู้รู้จักตน เองเ เป็นวิชาทักษะที่ต้องอาศัยความมีมานะ อดทน ฝึกฝนระยะยาว สามารถนําความรู้และประโยชน์ไปประยุกตืใช้กับการดําเนินชีวิตได้ อย่างสมบูรณ์ คุณค่านาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์ไทยมีคุณค่าในฐานะที่เป็นที่ร่วมของศิลปะหลายแขนง ปลูกฝังจริยธรรมและเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่แสดงถึงความเป็น อารยประเทศ อาทิ ศิลปะแขนง วิจิตรศิลป์หรือประณีตศิลป์ เป็นศิลปะแห่งความงามที่มุ่งหมายเพื่อสนองความต้องการทางสติ ปัญญา อารมณ์ก่อให้เกิดความสะเทือนใจ วรรณกรรม ที่ปรากฏในงานนาฏศิลป์ ได้แก่บท ประพันธ์ที่เป็นร้อยแก้วและ ร้อยกรอง ที่บทละครบทเพลงเป็นการใช้ภาษาเป็นสื่อเพื่อให้ผู้ชมเกิด จินตนาการ มีอารมณ์คล้อยตาม ประติมากรรม ศิลปะในการปั้น แกะสลัก ศิลปะแขนงนี้ปรากฏในงานนาฏศิลป์ในรูป แบบของการสร้างอุปกรณ์ ในการแสดง ฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก เช่นพระพุทธรูป เทวรูปเป็นต้น นาฏศิลป์สะท้อนให้เห็นสภาพบ้านเมืองที่มีความงดงาม ปราณี ตเพียบพร้อมไปด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดจน วัฒนธรรมที่ยึดถือปฏิบัติกันมาแต่ละยุคสมัย น.ส.ปิญชาน์ ทวีพัฒนะพงศ์ เลขที่ ๓๓
กระบวนการสืบทอดนาฏศิลป์ไทย สมัยโบราณ ถ่ายทอดจากครูตัวต่อตัว ไม่มีการ บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ยุคปัจจุบัน มีเปิดสอนในสถาบันการศึกษา เกือบทุก ระดับ มีการเรียนการสอนให้มีแบบแผน มีการจัดทำ สื่อและทำ กิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสืบทอด วัฒนธรรมด้านาฏศิลป์ไทย พิธีไหว้ครู ครอบครู และรับมอบ เพื่อให้ศิษย์ใหม่ได้รู้จักพระนามครูที่เป็นมหาเทพ พระฤๅษี มนุษย์ ยักษ์เพื่อความเป็นสิริมงคล มีโอกาสได้รับการ ถ่ายทอดท่ารำ อันสูงสุด หรือเป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครู คติความเชื่อเกี่ยวกับนาฎศิลป์ คติความเชื่อในเรื่องผิดครูแรงครูเป็ยชนคติความ เชื่อที่มีจุดประสงค์เพื่อขจัดภัยพิบัต ผิดครูหมายถึงผู้ปฎิบัติผิดข้อห้ามจะถูกลงโทษ เช่น ห้ามออกโรงแสดงถ้ายังไม่ได้ครอบครู น.ส.อารียา กิตติบุญญาทิวากร เลขที่๑๗
แนวทางอนุรักษ์นาฎศิลป์ไทย สร้างสรรค์ ปรับปรุงภูมิปัญญา ให้เข้ากับยุคสมัย จัดกิจกรรมทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดภูมิปัญญาให้คนในสังคม รับรู้ผ่านการทำ กิจกรรม เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ ด้วยสื่อและวิธีการกว้างขวาง ปลุกจิตสำ นึกให้คนในท้องถิ่นตระหนัก ถึงคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น การค้นคว้า วิจัย ศึกษา เก็บข้อมูล ภูมิปัญญาไทยในด้านต่างๆ ฟื้นฟูภูมิปัญญาที่สูญหายกลับมา เสริมสร้างปราชญ์ท้องถิ่น น.ส.อารียา กิตติบุญญาทิวากร เลขที่๑๗
นาฏศิลป์เป็นศิลปะคู่บ้านคู่เมืองที่สามารถนำมาแสดงได้ทุกโอกาส มีการ แสดงมากมายหลายแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับโอกาสนั้นๆ การแสดงนาฏศิลป์ ในโอกาสต่างๆ หลักการเลือกชุดการแสดงให้เหมาะสม เลือกชุดให้เหมาะกับโอกาสที่แสดง เลือกชุดตามความต้องการของผู้จัด เลือกชุดตามรูปแบบของการแสดง เวลาที่ต้องใช้ในการแสดง ขนาดของพื้นที่ในการแสดง ดูงบประมาณที่มีอยู่ แนวคิดในการจัดชุดการแสดงในวันสำ คัญของโรงเรียน กำหนดการแสดงให้เหมาะสมกับวันสำคัญของโรงเรียน นำเสนอในรูปแบบของการแสดงแบบอนุรักษ์ เวลาที่จะใช้ในการแสดง กำหนดองค์ประกอบร่วมของการแสดงให้ชัดเจน ประเภทของการแสดงในโอกาสต่างๆ การแสดงนาฏศิลป์ในงานพระราชพิธี การแสดงนาฏศิลป์ในงานมงคลทั่วไป การแสดงนาฏศิลป์ในงานอวมงคล การแสดงนาฏศิลป์ในงานเทศกาลต่างๆ เป็นงาานที่จัดขึ้นเพื่อพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์จะเป็นการแสดงที่มีแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เคร่งครัด งดงามการแต่งกายและร่ายรำ เพื่อเป็นสิริมงคลเป็นที่ชื่นชมยินดีการแสดงต้องมีความงดงาม นิยมแต่งคำประพันธ์เป็น บทร้องเพื่ออวยพรในโอกาสที่จัดงาน การแสดงที่สื่อความหมายถึงความโศกเศร้าเสียใจ โดยนำการแสดงที่มีจังหวะช้าๆมาจัดการ แสดงในงาน เพื่อเป็นการสร้างความสนุกสนานให้ผู้ที่มาร่วมงาน และอนุรักษ์วัฒนธรรมของไทย นางสาวธวัลรัตน์ เหมือนจิตต์ เลขที่ ๑๒
การรำ เป็นการได้รำ คนเดียวหรือหลายคนซึ่งจะมี ลีลาท่าทางเน้นให้สอดคล้องกับทำ นองของเพลงและ จังหวะของเพลง การรำ บท เปลี่ยนการแสดงท่าทางโดยไม่มีการ ประกอบเสียงพูด เพราะฉะนั้นเลยใช้ท่าทางสื่อความ หมาย มีลักษณะดังนี้คือ 1)การรำ เดี่ยว เป็นการรำ คนเดียวเน้นควสมสวยงาม ดึงดูดสายตาเช่นการรำ ฉุยฉาย 2)การรำ คู่ จะมีผู้แสดง2คน นิยมใช้เปิกโรงตะเกี่ยว หรือไม่เกี่ยวกับตัวเนื้อเรื่องหรือไม่ก็ได้ เช่นรำ แม่บท 3)การรำ หมู่ จะมีผู้แสดงตั้งแต่2คนขึ้นไปมุ่งความงาม ของท่า ความพร้อมเพรียงและความสวยงามเป็นหลัก เช่น รำ วงมาฐาน ระบำ เป็นการแสดงที่มีคน2 คนขึ้นไปการแสดงสามารถใช้เพลงที่มีเนื้อร้องหรือไม่มีเนื้อร้องก็ได้ ซึ่งระบำเน้นความสวยงามไม่เน้นเนื้อเรื่อง ซึ่งระบำ แบ่งออกเป็น2ประเภทคือ 1)ระบำ มาตรฐานเป็นระบำ ที่มีตั้งแต่โบราณกาล ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงท่าทางได้เพราะเป็นท่าทางที่ผู้เป็นครูคิดค้นขึ้นมา 2) โดยปรับปรุงหรือประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่โดยคำ นึงถึงความเหมาะสมของโอกาสในการแสดงและการนำ ไปใช้ในโอกาสต่างๆ ได้แก่ ปรับปรุงมาจากพื้นบ้าน ปรับปรุงมาจากท่าทางของสัตว์ ปรับปรุงมาจากตาม เหตุการณ์ ปรับปรุงเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน ระบำ การรำ การระบำ รำ ฟ้อน การฟ้อน https://nachuakpit.ac.th/clientupload/np/uploads/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8% B3%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%204_1(2).pdf การฟ้อน แสดงกริยาเดียวกันกับการรำ หรือการระบำ จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละถิ่นฐาน แบ่งออก เป็น5ประเภทดังนี้ 1)ฟ้อนที่สืบเนื่องมาจากการนับถือผีเป็นการฟ้อนเกี่ยวกับความเชื่อ พิธีกรรมต่างๆ เช่น ฟ้อนผีมด 2)ฟ้อนแบบเมือง หมายถึงการฟ้อนลีลาแบบคนเมือง หรือชาวไทยยวน เช่นฟ้อนเล็บ ฟ้อนสาว 3)ฟ้อนแบบม่าน หมายถึงการฟ้อนแบบชาวพม่า การฟ้อนประเภทนี้เป็นการผสมผสานระหว่างฟ้อนไทยล้านนาและฟ้อน พม่า เช่น ฟ้อนม่านมุ้งเชียงตา 4) ฟ้อนแบบเงี้ยว หรือไทยใหญ่ หมายถึงการฟ้อนที่ไดรับอิทธิพลมาจากไทยใหญ่ เช่นการฟ้อนไต 5)ฟ้อนที่ปรากฏอยู่ในละคร การฟ้อนประเภทนี้เป็นการฟ้อนที่มีผู้คิดสร้างสรรค์ขึ้นในการแสดงละครพัน ซึ่งนิยมกันในสมัยร.5 เช่นฟ้อนม่านมงคล BlogGang.com น.ส.จิรสิตา ชมชื่ม เลขทีี ๒๙
การเเสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง เพลงรำ กลองยาว การเล่นเถิดเทิง มีผู้สันนิษฐานว่าเป็นของพม่านิยมเล่นกัน เมื่อครั้งพม่าทำสงครามกับไทยในสมัยกรุงธนบุรีหรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เวลาพักทหารพม่าจะเล่นสนุกด้วยการเล่นต่างๆ บางพวกเล่น “กลองยาว” คนไทยเห็นก็นำมาเล่นตาม การเล่นเทิงบ้องกลองยาว เพิ่งเข้ามาในไทยสมัย ร.๔ กรุงรัตนโกสินทร์คือ มีพม่าพวกหนึ่งนำเข้ามาในรัชกาล ยังมีบทร้องกราวรา ยกทัพพม่าในการเเสดงละครเรื่องพระอภัยมณีตอน เก้าทัพ ซึ่งนิยมเล่นกันมาเเต่ก่อน มีลักษณะคล้ายกับของชาวไทยอาหมใน เเคว้นอัสสัม เเต่ของไทยอาหมรูปร่างคล้าย ตะโพน คือ หัวท้ายเล็ก กลางป่องใบเล็กกว่า ตะโพน ขึ้นหนังทั้งสองอัน ผูกสายสะพายตีได้ นุ่งกางเกงขายาวครึ่งเเข้ง สวมเสื้อคอกลม เเขนสั้น เหนือศอก มีผ้าโพกศีรษะ และผ้าคาดเอว ชาย นิยมเล่นในงารตรุษจีน สงกรานต์หรืองานเเห่เทียน เดินเคลื่อนขบวน เช่น ในงานเเห่นาค เเห่พระ เเห่กฐิน เป็นต้น คนดูที่รู้สึกสนุกจะเข้าไปรำ ด้วยก็ได้ เพราะเป็นการเล่นอย่าง ชาวบ้านเคลื่อนไปกับขบวน พอถึงที่ไหนมีลานกว้างหรือเหมาะก็ หยุดตั้งวงเล่นกัน การเล่นเถิดเทิง กรมศิลปกรปรับปรุงใหม่ กำ หนด ให้มีเเบบเเผนลีลา ท่ารำ โดยกำ หนดให้มีกรองรำ กลองยืนด้วย ลักษณะกลองยาว นุ่งผ้าซิ่นมีเชิงยาวกรอมเท้า สวมเสื้อทรงกระบอกคอปิด ผ่าหน้าห่มสไบทับเสื้อ ใสสร้อยคอ และต่างหูปล่อยผมทัดดอกไม้ หญิง คาดเข็มขัดทับเสื้อ การเเต่งกาย โอกาสเเละวิธีการเล่น ประวัติความเป็นมา น.ส.นันทิชา ทวนดำ เลขที่ ๑๕ https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php? id=rouenrarai&month=01- dtbl
นายรงภักดีรับราชการเป็นศิลปินแสดงโขนเป็นตัวเอกในเรื่อง รามเกียรติ์ เช่น พิราพ, รามสูร, กุมภกรรณ, มัยราพณ์, วิรุญ จำ บัง และตัวอื่น ๆ อีก ได้แสดงโขนหน้าพระที่นั่งถวายพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหลายครั้ง ครูอาคม สายาคม บุคคลสำคัญใน วงการนาฏศิลป์ของไทย ท่านหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ประวัติ ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี มีนามเดิมว่า แผ้ว สุทธิบูรณ์ เกิด ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าถวายตัวใน สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้า ฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ใน พระตำ หนักวัง สวนกุหลาบ ตั้งแต่อายุ ๘ ปี ด้วยความที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย นาย ธนิต อยู่โพธิ์ หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร ได้เรียนเชิญให้ท่านผู้หญิง ช่วยปรับปรุงฟื้นฟู และวางรากฐานด้านการละคร การรำ ให้กับ กรมศิลปากร ครูรงภักดี (เจียร จารูจรณ) ประวัติ นายรงภักดี (เจียร จารุจรณ) เกิดเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ที่จังหวัดนครปฐม เริ่มชิวิตศิลปินในกรมโขนหลวง โดย ฝึกหัดเป็นตัวยักษ์ ได้รับการถ่ายถอดท่ารำ จากบรรดาครู ที่สืบ เนื่องจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นศิลปินผู้เดียวที่ได้ รับการถ่ายทอดท่ารำ หน้าพาทย์สูงสุด ความสามารถในการร่าย รำ นี้ ทำ ให้ได้รับบทเป็นตัวแสดงเอก จนได้รับพระราชทินนามว่า "นายรงภักดี" ผลงาน ผลงาน รำ ลาวดวงเดือน ระบำ สุขโขทัย รำ ซัดชาตรี โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดปราบกากนาสูร ล้วนเป็นผลงานการแสดงเด่นๆ ที่สับเปลี่ยนขึ้น เวที ย้อนรำ ลึกถึง หม่อมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญตัวละครทุกบทบาท ดัดแปลงท่ารำ พื้นฐานที่เนิบช้าให้กะทัดรัดงดงามแปลกตา https://www.google.com/imgres? imgurl=https%3A%2F%2Fupload.wikimedia.org%2Fwikipedia%2Fcommons%2F3%2F3e%2FPaew_Snid vongseni_in_1920.jpg&tbnid=iedU29S59QD9hM&vet=1&imgrefurl=https%3A%2F%2Fth.wikipedia.or g%2Fwiki%2F%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%259C%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25A7_%25E0%25B8%25AA%25E0%25 B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A8%25E0%25B9%258C %25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B5&docid=buFb4xbNsHSsM&w=800&h=1153&hl=th-TH&source=sh%2Fx%2Fim%2Fm0%2F4 https://images.app.goo.gl/anbtyoj3wtnuTKSm6 น.ส.วรวลัญช์ เมธาสิทธิ์วรกุล เลขที่ ๓๐
การรำ ระบำ ฟอน เซิ้ง การรำ เช่น วงมาตรฐาน รำ ซัดชาตรี รำ แม่บทใหญ่ เป็นต้น การรำ บำ เช่น ระบำ พม่า-มอญ ระบำ กฤดาภินิหาร ระบำ กินนรรำ เป็นต้น การฟอน เช่น ฟ้อนเล็บ ฟ้อนแพน ฟ้อนเงี้ยว เป็นต้น การเซิ้ง เช่น เซิ้งสัมพันธ์ เซิ้งสราญ บุคคลสำคัญ ในวงการนาฏศิลป์ไทย นางเฉลย ศุ ขะวณิช ยังคิดและประดิษฐ์ท่ารำ และระบำ ใหม่ ๆ ร่วมกับนางลมุล ยมะคุปต์ ขึ้นหลายชุดเช่น ระบำ กินนร ระบำ โบราณคดี ๔ ชุด คือ ระบำ ทวารวดี ระบำ ศรีวิชัย ระบำ ลพบุรี และ เชียงแสน ครูลมุล ยมะคุปต์ ประวัติ ครูลมุล ยมะคุปต์เกิดเมื่อวันที่ ั๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๘ เป็นชาวจังหวัดน่าน บิดาพาไปถวายตัวเป็นนางละคร ณ วังสวน กุหลาบ เริ่มฝึกหัดนาฏศิลป์ตั้งแต่อายุ ๕ ขวบและย้ายไปศึกษา ด้านละครใน ณ วังเพชรบูรณ์ เป็นผู้หญิงบุคคลสำ คัญของวงกา รนาฎศิลป์ไทย เป็นครูนาฏศิลป์คนแรกในการวางหลักสูตรการ เรียนการสอนนาฏศิลป์ไทย โดยร่างหลักสูตรให้แก่วิทยาลัยนาฏ ศิลป ทำ ให้การเรียนนาฏศิลป์มีระบบ มีขั้นตอนในการฝึกหัด นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำ ค่า ผลงาน ครูเฉลย ศุขะวณิช ประวัติ ผลงาน นางเฉลย ศุขะวณิช เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๔๗ เป็นผู้เชี่ยวชาญการสอนและออกแบบนาฏศิลป์ไทย แห่ง วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร เป็นศิลปินอาวุโส ซึ่งมีความรู้ความ สามารถสูงในกระบวนท่ารำ ทุกประเภท เป็นผู้อนุรักษ์แบบแผนเก่าและ ยังได้สร้างสรรค์และประดิษฐ์งานด้านนาฏศิลป์ขึ้นใหม่มากมายหลายชุด https://www.google.com/imgres? imgurl=https%3A%2F%2Flookaside.fbsbx.com%2Flookaside%2Fcrawler%2Fmedia%2F%3Fmedia_id%3D2685 014351582930&tbnid=s- ที่r9zaSaqwtAtM&vet=1&imgrefurl=https%3A%2F%2Fm.facebook.com%2Fgroups%2F734710249885642%2Fper malink%2F3087829227907054%2F&docid=wSR1r_TWeE05EM&w=1080&h=1455&hl=thTH&source=sh%2Fx%2Fim%2Fm0%2F4 https://images.app.goo.gl/WpEZQhAYUJXNi DF29 น.ส.วรวลัญช์ เมธาสิทธิ์วรกุล เลขที่ ๓๐
นายอาคม สายาคม เกิดเมื่อวันที่๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๐ อยู่บ้าน ใกล้สี่แยกถนนหลานหลวง เริ่มฝึกหัดโขนนายอาคมมีอายุได้๑๒ ปีโดย พระยา การอนุรักษ์และคุณหญิงเทศได้มอบให้ครูลินจีจารุจรณเป็นคน ดูแล ควบคุมการฝึกหัดเบื้องต้นอยู่ กับพวกละครหอวังในสมัยนั้น ตัวพระและตัวนำ จะฝึกหัดกันที่วังสวนกุหลาบ ส่วนยักษ์และลิง จะฝึก กันที่บ้านเจ้าพระยาวรพงศ์ ครูอาคม สายาคม ประวัติ ผลงาน ครูอาคม สายาคม แสดงเป็น ตัวเอก เช่น พระราม อิเหนา พระร่วง พระอภัยมณี ขุนแผน พระไวย ไกรทอง ฮเนา (เรื่องเงาะป่า) พระลอ อุ ณรุท พระสังข์ เป็นต้น ผลงานด้านประดิษฐ์ท่ารำ : เพลงหน้าพาทย์ตระ นาฏราช เพลงหน้าพาทย์โปรยข้าวตอก เพลงเชิดจีน ลีลาประกอบ ท่า เชื่อม ตำ ราท่ารำ บุคคลสำคัญ ในวงการนาฏศิลป์ไทย https://images.app.goo.gl/SscerH17XPiXR4j8A น.ส.วรวลัญช์ เมธาสิทธิ์วรกุล เลขที่ ๓๐
จัดทำ โดย น.ส.ธวัลรัตน์ เหมือนจิตต์ เลขที่ ๑๒ น.ส.นันทิชา ทวนดำ เลขที่ ๑๕ น.ส.อารียา กิตติบุญญาทิวากร เลขที่ ๑๗ น.ส.จิรสิตา ชมชื่น เลขที่ ๒๙ น.ส.วรวลัญช์ เมธาสิทธิ์วรกุล เลขที่ ๓๐ น.ส.ปิญชาน์ ทวีพัฒนะพงศ์ เลขที่ ๓๓