The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by niyamavaidya.thanut, 2020-02-22 11:25:00

โครงงาน-คอม หนาปก-ผสาน_Neat

โครงงานคอมพิวเตอร์




เรื่อง ค าภาษาไทยที่มักเขียนผิด



จัดท าโดย



นาย ธนัท นิยมไวทยะ ม.๕/๗ เลขที่ ๔

นางสาว ณัฐกมล สังข์ทอง ม.๕/๗ เลขที่ ๒๓
นางสาว ณัญยาวี สีกาแก้ว ม.๕/๗ เลขที่ ๒๕

นางสาว อภิญญา สุขวิมลไพศาล ม.๕/๗ เลขที่ ๓๐

นางสาว เนตรชนก เงาศรี ม.๕/๗ เลขที่ ๓๘



เสนอ



คุณครู ปรีชา กิจจาการ





รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ว๓๒๑๒๑

โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว

ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๒








กิตติกรรมประกาศ


โครงงานนี้ส าเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจาก คุณครู ปรีชา กิจจาการ คุณครูที่ปรึกษา
โครงงานที่ได้ให้ค าเสนอแนะ แนวคิด และแนวทางแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่องต่างๆเกี่ยวกับโปรแกรม
Thunkable มาโดยตลอดจนโครงงานนี้ส าเร็จ จึงขอกราบขอบพระคุณอย่างสูง



ขอกราบพระคุณ คุณพอ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ให้ค าปรึกษาในเรื่องต่างๆ รวมถึงเป็น
ก าลังใจที่ดีเสมอมา


ขอกราบพระคุณคณครูประจ าหมวดภาษาไทย โรงเรียนราชวินิตบางแกว ที่คอยให้ค าแนะน า

เกี่ยวกับการใช้ค าภาษาไทย

สุดท้ายขอขอบคุณสมาชิกภายในกลุ่มที่ช่วยให้ค าแนะน าและร่วมกันท าโครงงานชิ้นนี้ขึ้นมา








ค าน า


เนื่องจากการศึกษานั้นมีความส าคัญ ส่งผลให้หมวดภาษาไทยภายในโรงเรียนมี
ความส าคัญตามไปด้วยการศึกษาความเหมาะสมของการใช้ค า ท าให้เราได้ทราบปัญหาที่ควรแก้ไข

ื่
เพอให้ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง มีความเหมาะสมและตรงตามความต้องการของนักเรียนเพอให้
ื่
นักเรียนได้ใช้ภาษาไทยในสังคมอย่างถูกต้อง

แอปพลิเคชันผ่านโปรแกรม Thunkable , สื่อการสอนค าภาไทยในเว็บไซต์ Google
Site และ สื่อการสอนที่ได้น าเสนอผ่านโปรแกรม Youtube ที่ผู้จัดท าได้สร้างขึ้นมา คือ สื่อการสอน

ที่จะช่วยให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ห้อง ๗ จ านวน ๓๕ คน ใช้ภาษาไทยได้ถูกต้อง
มากยิ่งขึ้น

และเว็บไซต์ Google form ที่ผู้จัดท าได้ท าขึ้น คือ แบบสอบถามความพงพอใจและ

ความรู้ที่ได้รับจากการใช้แอปพลิเคชัน ที่ให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ห้อง ๗ จ านวน
๓๕ คน เป็นผู้ท าแบบส ารวจ




คณะผู้จัดท า











สารบัญ


เรื่อง หน้า


กิตติกรรมประกาศ ก

ค าน า ข


สารบัญ ค

สารบัญแผนภูมิ จ


บทที่ ๑ บทน า

- ที่มาและความส าคัญ ๑
- วัตถุประสงค์ ๒

- ขอบเขตการจัดสร้าง ๒
- ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ๒

- นิยามศัพท์เฉพาะ ๓

บทที่ ๒ เอกสารและโครงงานที่เกี่ยวข้อง


เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- อักขรวิธี ๔
- ความหมายของภาษาไทย ๔

- ความส าคัญของภาษาไทย ๕
- องค์ประกอบของภาษาไทย ๕

- มาตราตัวสะกด ๗
- มาตราตัวสะกดในภาษาไทย ๘


- ค าพอง ๙
- ค าควบกล้ า ๑๑

โครงงานที่เกี่ยวข้อง
- โครงงานเรื่อง การส ารวจการใช้ภาษาวัยรุ่นในสื่อออนไลน์ ๑๒
- โครงงานเรื่อง สื่อเพอการศึกษาค าที่มักเขียนผิดในภาษาไทย ๑๓
ื่
- โครงงานเรื่อง ภาษาไทยสะกดค า ๑๓










เรื่อง หน้า

บทที่ ๓ อุปกรณ์และวิธีการด าเนินการ


- ขั้นตอนการด าเนินงาน ๑๔

- วิธีการเกบรวบรวมข้อมูล ๑๔
- วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ ๑๔

บทที่ ๔ ผลการด าเนินงาน


- ผลการพัฒนาโครงงาน ๑๕
- การทดสอบแอพพลิเคชั่นสื่อการสอน ๑๕
- ผลการประเมินแบบทดสอบความพึงพอใจ ๑๗



บทที่ ๕ สรุปผลการด าเนินงานและขอเสนอแนะ
- การด าเนินงานจัดท าโครงงาน ๑๙

- สรุปผลการด าเนินงาน ๑๙
- ข้อเสนอแนะ ๑๙


บรรณานุกรม ๒๐








สารบัญแผนภูมิ


เรื่อง หน้า

แผนภูมิที่ ๑ ๑๗


แผนภูมิที่ ๒ ๑๗

แผนภูมิที่ ๓ ๑๘








บทที่ ๑ บทน า





๑.๑ ที่มาและความส าคญของปัญหา
ภาษาไทยเป็นภาษาประจ าชาติ ค าว่าไทย หมายความว่าอสรภาพ เสรีภาพหรืออก


ความหมายหนึ่งคือ ใหญ่ ยิ่งใหญ่ เพราะการจะเป็นอิสระได้จะต้องมีก าลังที่มากกว่า แข็งแกร่งกว่าเพื่อ

ป้องกนการรุกรานจากข้าศึก ค านี้เป็นค าไทยแท้ที่เกิดจากการสร้างค าที่เรียก “การลากค าเข้าวัด” ซึ่ง
เป็นการลากความวิธีหนึ่งตามหลักคติชนวิทยา คนไทยเป็นชนชาติที่นับถือกันว่า ภาษาบาลี ซึ่งเป็น


ภาษาที่บันทึกพระธรรมค าสอนของพระพทธเจ้าเป็นภาษาอนศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล เมื่อคนไทย
ต้องการตั้งชื่อประเทศว่า ไท ซึ่งเป็นค าไทยแท้จึงเติมตัว ย เข้าไปข้างท้าย ให้มีลักษณะคล้ายค าใน
ื่
ภาษาบาลีสันสกฤตเพอความเป็นมงคลตามความเชื่อของตน ภาษาไทยจึงหมายถึงภาษาของชนชาติ
ไทยผู้เป็นไทนั่นเอง
การเขียนค าภาษาไทยให้ถูกต้องตรงตามแบบแผนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องให้ความส าคัญอย่างยิ่ง
การเขียนค าภาษาไทยได้ถูกต้องเป็นการแสดงถึงความเข้าใจและให้ความส าคัญอย่างลึกซึ้งกับภาษาซึ่ง

ี่
ั้
เป็นมรดกล้ าค่าของไทยแต่โบราณมา อีกทงภาษาไทยเป็นภาษาทงดงามซับซ้อน มีตัวพยัญชนะถึง ๔๔
ตัว มีค าพ้องรูป พ้องเสียงมากมาย จึงท าให้เกิดความสับสนในการสะกดค าบางค า นานวันเข้าจึงมีค าที่
มักเขียนผิดปรากฏให้เห็นมากขึ้น

ยิ่งในโลกปัจจุบันการเขียนภาษาไทยเป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วถึง เทคโนโลยีเริ่มมีอทธิพล
และมีการเข้าถึงชีวิตประจ าวันของผู้คนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร โซเชียลมีเดีย
ี้
ต่างๆมีส่วนท าให้เกิดการใช้ภาษาไทยที่ผิดเพยนไปและท าให้ผู้คนในสังคมเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ
การใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลัก ส่งผลให้ในปัจจุบันพบเห็นคนใช้ภาษาไทยผิดมากขึ้นซึ่งสะท้อนให้
เห็นถึงความรวดเร็วของสังคมในโลกอินเตอร์เน็ต
ื่
คณะผู้จัดท าโครงงานนี้ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและความจ าเป็นในการใช้ภาษาเพอการติดต่อ


สื่อสาร การเขียนผิดอาจมาจากค าพองรูปหรือค าพองเสียง เมื่อผู้ฟงได้ยินท าให้เกิดการสับสนและ

ภาษาอาจถูกบิดเบือนไปได้ โดยพวกเราจะรวบรวมค าที่มักใช้ผิด เพอจัดท าสื่อเป็นสื่อการสอนผ่าน
ื่
โปรแกรม Thunkable , เว็บ Google Site และสื่อการสอนที่ได้น าเสนอผ่านแอปพลิเคชัน Youtube
ให้ทุกคนได้เรียนรู้และใช้ภาษาไทยที่ถกต้องมากยิ่งขึ้น โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

ปีที่ ๕ ห้อง ๗ จ านวน ๓๕ คน โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว










๑.๒ วัตถุประสงค์ของการจัดสร้างโครงงาน

๑.๒.๑ เพื่อศึกษาการสร้างแอปพลิเคชันผ่านโปรแกรม Thunkable

๑.๒.๒ เพื่อศึกษาการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕

๑.๒.๓ เพื่อเป็นแนวทางให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

๑.๓ ขอบเขตของการจัดสร้างโครงงาน

ประชากร

ประชากรที่ใช้ในการศกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศกษาปีที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒


ปีการศึกษา ๒๕๖๒ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว จ านวน ๕๕๒ คน

กลุ่มตัวอย่าง

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๗ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ซึ่งได้มาจากการก าหนด

จ านวนนักเรียน

ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรต้น คือ การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง โดยใช้สื่อการสอนผ่านโปรแกรม

Thunkable ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๗
ตัวแปรตาม คือ ผลของการใช้ค าภาษาไทยที่ถูกต้องของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่

๕/๗ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว

๑.๔ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑.๔.๑ ได้ศึกษาการสร้างแอปพลิเคชันผ่านโปรแกรม Thunkable และการท าสื่อการสอน

ผ่านเว็บไซต์ Google Site

๑.๔.๒ ได้ศึกษาการใช้ค าภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๗
๑.๔.๓ สามารถน ามาเป็นแนวทางให้นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๗ ใช้ค าภาษาไทยได้ถูกต้อง

มากยิ่งขึ้น









๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะ


ค าไทยแท้ หมายถึง เป็นค าพยางค์เดียว เรียกว่าเป็น ภาษาค าโดด แต่ละคามีความหมาย
สมบูรณ์ในตัวเอง

คติชนวิทยา หมายถึง เป็นความรู้ที่ได้มาจากการศกษาวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของกลุ่มคน
กลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง ที่มีวิวัฒนาการของกลุ่มอย่างเด่นชัด

แบบแผน หมายถึง ขนบธรรมเนียมที่ก าหนดใช้หรือที่เคยประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา
อิทธิพล หมายถึง ก าลังที่ส่งผลให้ส าเร็จ ในที่นี้มีความหมายถึงอินเตอร์เน็ตว่ามีอิทธิพลต่อ
ผู้คนเป็น อย่างมาก

แบบส ารวจ หมายถึง เป็นชุดค าถามเกี่ยวกับค าภาษาไทยเพื่อจุดประสงค์ในการรวบรวม
ข้อมูลจากผู้ตอบ

อินเตอร์เน็ต หมายถึง การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายหลายๆเครือข่ายทั่วโลก เพื่ออ านวย
ความสะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ
กลุ่มตัวอย่าง หมายถึง สมาชิกบางส่วนของสิ่งที่ผู้วิจัยต้องการจะศึกษา โดยที่บางส่วนของ

สมาชิกทั้งหมดนี้เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด โดยโครงงานนี้มีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปี่ที่ ๕/๗ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว










บทที่ ๒

เอกสารและโครงงานที่เกี่ยวข้อง



ในการศึกษาโครงงานเรื่องส ารวจรวบรวมค าภาษาไทยที่มักเขียนผิด คณะผู้ศึกษาได้ศึกษา
ค้นคว้ารวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและจากเว็บไซต์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยขอน าเสนอ

ตามล าดับ ดังนี้


๒.๑ เอกสารที่เกี่ยวข้อง


๒.๑.๑ อักขรวิธี


หมายถึง วิธีเขียนและอ่านหนังสือให้ถูกต้อง ชื่อต าราไวยากรณ์ตอนที่ว่าด้วย

ตัวอักษร การอ่าน การเขียน และการใช้ตัวอักษร (พจนานุกรมไทย.com : ออนไลน์)


๒.๑.๒ ความหมายของภาษาไทย


ภาษาไทย เป็นภาษาราชการของประเทศไทภาษาแม่ของชาวไทย และชนเชื้อสาย

อนในประเทศไทย ภาษาไทยเป็นภาษาในกลุ่มภาษาไทซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของตระกูลภาษาไท-
ื่
กะไดสันนิษฐานว่า ภาษาในตระกูลนี้มีถิ่นก าเนิดจากทางตอนใต้ของประเทศจีนและ

นักภาษาศาสตร์บางส่วนเสนอว่า ภาษาไทยน่าจะมีความเชื่อมโยงกับภาษาจีนและออกเสียง
แยกค าต่อค า เป็นที่ล าบากของชาวต่างชาติเนื่องจากการออกเสียงวรรณยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์



ของแต่ละค า และการสะกดค าที่ซับซ้อนค าว่า ไทย หมายความว่า อสรภาพ เสรีภาพ หรืออก
ความหมายหนึ่งคือ ใหญ่ ยิ่งใหญ่ เพราะการจะเป็นอสระได้จะต้องมีก าลังที่มากกว่า

แข็งแกร่งกว่า เพอป้องกันการรุกรานจากข้าศึก ค านี้เป็นค าไทยแท้ที่เกิดจาก การสร้างค าที่
ื่

เรียกการลากค าเขาวัด" ซึ่งเป็นการลากความวิธีหนึ่ง ตามหลักคติชนวิทยาคนไทยเป็นชนชาติ
ที่นับถือกันว่า"ภาษาบาลี" ภาษาบาลีซึ่งเป็น ภาษาที่บันทึกพระธรรมค าสอนของพระพุทธเจ้า

เป็นภาษาอนศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล เมื่อคนไทยต้องการตั้งชื่อประเทศว่าไทซึ่งเป็นค าไทยแท้

จึงเติมตัว เข้าไปข้างท้าย เพอให้มีลักษณะคล้ายค าในภาษาบาลีสันสกฤตเพอความเป็นมงคล
ื่
ื่
ตามความเชื่อของตน ภาษาไทยจึงหมายถึงภาษาของชนชาติไทยผู้เป็นไทนั่นเอง (จาตุรงค์
ทาระธรรม : ออนไลน์)









๒.๑.๓ ความส าคัญของภาษาไทย




คนไทยเป็นผู้ที่โชคดีที่มีภาษาของตนเอง เเละมีอกษรไทย เป็นตัวอกษร ประจ าชาติ
อันเป็นมรดกล้ าค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ ซึ่งเป็นเครื่องเเสดงว่าไทยเราเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม
สูงส่งมาเเต่โบราณกาลเเละยั่งยืนมาจนปัจจุบัน คนไทยผู้เป็นเจ้าของภาษา ควรภาคภูมิใจที่

ชาติไทยใช้ภาษาไทย เป็นภาษาประจ าชาติมากว่า ๗๐๐ ปีเเล้ว เเละจะยั่งยืนตลอดไป ถ้าทุก
คนตระหนักในความส าคัญของภาษาไทย ภาษาเป็นวัฒนธรรมที่ส าคัญของชาติ ภาษาเป็นสื่อ

ใช้ติดต่อกันเเละท าให้วัฒนธรรมอนๆเจริญขึ้น เเต่ละภาษามีระเบียบของตนเเล้วเเต่จะตกลง
ื่
กันในหมู่ชนชาตินั้น ภาษาจึงเป็นศูนย์กลางยืดคนทั้งชาติ ดังข้อความ ตอนหนึ่งในพระราช

นิพนธ์ในพระบาท สมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง "ความเป็นชาติโดยเเท้จริง" ว่า

ื่
ภาษาเป็นเครื่องผูกพนมนุษย์ต่อมนุษย์เเน่นเเฟนกว่าสิ่งอน เเละไม่มีสิ่งใด ที่จะท าให้คนรู้สึก

เป็นพวกเดียวกันหรือเเน่นอนยิ่งไปกว่าภาษาเดียวกัน รัฐบาลทั้งปวงย่อมรู้สึกในข้อนี้อยู่ดี
เพราะฉะนั้น รัฐบาลใดที่ต้องปกครองคนต่างชาติต่างภาษา จึงต้องพยายามตั้งโรงเรียนเเละ

ออกบัญญัติบังคับ ให้ชนต่างภาษาเรียนภาษาของผู้ปกครอง เเต่ความคดเห็นเช่นนี้ จะส าเร็จ
ตามปรารถนาของรัฐบาลเสมอก็หามิได้ เเต่ถ้ายังจัดการเเปลง ภาษาไม่ส าเร็จอยู่ตราบใด ก็

เเปลว่า ผู้พูดภาษากับผู้ปกครองนั้นยังไม่เชื่ออยู่ตราบนั้น เเละยังจะเรียกว่าเป็นชาติเดียวกัน
กับมหาชนพื้นเมืองไม่ได้ อยู่ตราบนั้น ภาษาเป็นสิ่งซึ่งฝังอยู่ในใจมนุษย์เเน่นเเฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น

ดังนั้นภาษาก็เปรียบได้กับรั้วของชาติ ถ้าชนชาติใดรักษาภาษาของตนไว้ได้ดี ให้บริสุทธิ์ ก็จะ
ได้ชื่อว่า รักษาความเป็นชาติ (ครูบ้านนอก.com : ออนไลน์)


๒.๑.๔ องค์ประกอบของภาษาไทย


ภาษาทุกภาษาย่อมมีองค์ประกอบของภาษา โดยทั่วไปจะมีองค์ประกอบ ๔

ประการ ได้แก ่


๒.๑.๔.๑ เสียง



นักภาษาศาสตร์จะให้ความส าคัญของเสียงพดมกกว่าตัวเขียนที่เป็นลาย
ลักษณ์อกษร เพราะภาษาย่อมเกิดจากเสียงที่ใช้พดกัน ส่วนภาษาเขียนเป็น




สัญลักษณ์ที่ใช้แทนเสียงพด ค าที่ใช้พดจากันจะประกอบด้วยเสียงสระ เสียง
พยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์ แต่บางภาษาก็ไม่มีเสียงวรรณยุกต์ เช่น บาลี สันสกฤต
เขมร อังกฤษ










๒.๑.๔.๒ พยางค์และค า

พยางค์เป็นกลุ่มเสียงที่เปล่งออกมาแต่ละครั้ง จะประกอบด้วย เสียง

พยัญชนะ เสียงสระ และเสียงวรรณยุกต์ จะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้

พยางค์แต่ละพยางค์จะมีเสียงพยัญชนะต้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่หน้าเสียงสระ พยางค์
ทุกพยางค์จะต้องมีเสียงพยัญชนะต้น เสียงสระ และเสียงวรรณยุกต์ บางพยางค์ก็

อาจมีเสียงพยัญชนะสะกดประกอบอยู่ด้วย เช่น


“ ปา” พยัญชนะต้น ได้แก่ เสียงพยัญชนะ /ป/


เสียงสระ ได้แก่ เสียงสระ /อา/

เสียงวรรณยุกต์ ได้แก่ เสียง /สามัญ/


ส่วนค านั้นจะเป็นการน าเสียงพยัญชนะ เสียงสระ และเสียงวรรณยุกต์มาประกอบ

กัน ท าให้เกิดเสียงและมีความหมาย ค าจะประกอบด้วยค าพยางค์เดียวหรือหลาย

พยางค์กได้

๒.๑.๔.๓ ประโยค


ประโยค เป็นการน าค ามาเรียงกันตามลักษณะโครงสร้างของภาษาที่

ก าหนดเป็นกฎเกณฑ์หรือระบบตามระบบทางไวยากรณ์ของแต่ละภาษา และท าให้
ทราบหน้าที่ของค า


๒.๑.๔.๔ ความหมาย


๒.๔.๔.๑ ความหมายตามตัวหรือความหมายนัยตรง เป็นความหมายตรง

ของค านั้นๆ เป็นค าที่ถูกก าหนดและผู้ใช้ภาษามีความเข้าใจตรงกัน เช่น“
กิน” หมายถึง น าอาหารเข้าปากเคี้ยวและกลืนลงไปในคอ


๒.๔.๔.๒ ความหมายในประหวัดหรือความหมายเชิงอปมา เป็นความหมาย

เพิ่มจากความหมายในตรง เช่น“ กินใจ” หมายถึง รู้สึกแหนงใจ “ กินแรง”
หมายถึง เอาเปรียบผู้อื่นในการท างาน

(น าชัย-วสันต์ : ออนไลน์)









๒.๑.๕ มาตราตัวสะกด


มาตราตัวสะกดมีทั้งที่ใช้ตัวสะกดตรงแม่ และมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงแม่ การเรียนรู้
มาตราตัวสะกดต่างๆ ท าให้เขียนและอ่านค าได้ถูกต้อง


๒.๑.๕.๑ มาตราตัวสะกด


พยัญชนะที่ผสมอยู่ข้างหลังค าหรือพยางค์ในแม่ ก กา ท าให้แม่ ก กา มี

ตัวสะกด เช่น มี เมื่อประสมกับ ด กลายเป็น มีด เป็นต้นมาตรา ก กา หรือแม่ ก กา
คือ ค าหรือพยางค์ที่ไม่มีตัวสะกด เช่น มา เสือ ตัว มือ เสีย ด า ฯลฯ ส่วนมาตรา

ตัวสะกดมีทั้งหมด ๘ แม่ คือ กก กด กบ กม เกย เกอว กง กน แบ่งได้ดังนี้
๒.๑.๕.๑.๑ มาตราตัวสะกดตรงแม่ ใช้ตัวสะกดตัวเดียว มี ๔ มาตรา คือ

แม่กง ใช้ ง สะกด เช่น หาง ปลิง สอง งง แรง ฯลฯ

แม่กม ใช้ ม สะกด เช่น ลม แต้ม โสม มุม งอม สนาม ฯลฯ
แม่เกย ใช้ ย สะกด เช่น สาย ลอย โปรย เฉย ปุ๋ย ฯลฯ

แม่เกอว ใช้ ว สะกด เช่น แห้ว กาว เปรี้ยว เปลว ฯลฯ
๒.๑.๕.๑.๒ มาตราตัวสะกดไม่ตรงแม่

มีตัวสะกดหลายตัวในมาตราเดียวกัน เพราะออกเสียงเหมือน

ตัวสะกดเดียวกัน มี ๔ มาตรา คือ
แม่กน ใช้ น ญ ณ ร ล ฬ สะกด เช่น นาน วิญญาณ วานร

กาลเวลา พระกาฬ ฯลฯ
แม่กก ใช้ ก ข ค ฆ สะกด เช่น ปัก เลข วิหค เมฆ ฯลฯ

แม่กด ใช้ ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธ ศ ษ ส สะกด เช่น แปด

ตรวจ ก๊าช บงกช กฎหมาย ปรากฏ อฐ ครุฑ วัฒนา เปรต โอสถ

บาท โกรธ กระดาษ รส เลิศ ฯลฯ

แม่กบ ใช้ บ ป ภ พ ฟ สะกด เช่น กลับ บาป ลาภ นพรัตน์ กราฟ
ฯลฯ












๒.๑.๖ มาตราตัวสะกดในภาษาไทย


๒.๑.๖.๑ แม่ ก กา

ค าในแม่ ก กา เป็นค าที่ไม่มีพยัญชนะเป็นตัวสะกด ท้ายค า หรือ ท้าย
พยางค์ อ่านออกเสียงสระโดยไม่มีเสียงพยัญชนะตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตรา

ตัวสะกดแม่ เช่น

ก กากติกา โกลี คร่ าคร่า เคอะ เงอะงะ เฉโกโว้เว้ ซาฟยะห์ น้ าบูดู ปรานี

ไม่เข้ายา โยทะกา เรือกอและ เล้า โสภา หญ้าคา อาชา

๒.๑.๖.๒ แม่ กง


พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กง คือ อานออกเสียง ง
ตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กง เช่น กองกลาง โขมง คล้องจอง

คูปอง จ้องหน่อง ฉิ่ง ตะราง ตุ้งติ้ง ประลอง พธีรีตอง มะเส็ง แมงดา ร าพง สรงน้ า


ส าเนียง แสลง
๒.๑.๖.๓ แม่ กม

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กม คือ อานออกเสียง ม
ตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กม เช่น กระหม่อม ค าราม จริยธรรม

ชมรม ถล่ม ทะนุถนอม ทิม ทุ่ม บรรทม บังคม เปรมปรีดิ์ พฤติกรรม ภิรมย์ แยม
หยาม อาศรม

๒.๑.๖.๔ แม่ เกย


พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่เกย คือ อานออกเสียง ย
ตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ เกย เช่น กระจ้อยร่อย ข่าย ชีวาลัย

ทยอย นโยบาย เนย เนื้อทราย เปรียบเปรย พระทัย โพยภัย ภูวไนย เสวย มโนมัย
วินัย สาหร่าย อาชาไนย

๒.๑.๖.๕ แม่ เกอว

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่เกอว คือ อานออกเสียง ว
ตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ เกอว เช่น กริ้ว ก๋วยเตี๋ยว ข้าวย า

ิ้
ข่าวลือ จิ๋ว เจื้อยแจ้ว ดาวฤกษ์ ต้นงิ้ว ท้าวไท ทาวน์เฮ้าส์ ประเดี๋ยว ยั่ว เลิกคว
หิวข้าว เหว อ่าว










๒.๑.๖.๖ แม่ กก


พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่กก คือ อานออกเสียง ก
ตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กก เช่น โขยกเขยก จ้อกแจ้ก จักตอก


ชาดก ดอกบุก ทาก นกเงือก ปักษา แฝก พกตร์ มรดก ไม้กระบอก วิตก
สมาชิก หญ้าแพรก เอกลักษณ ์

๒.๑.๖.๗ แม่ กด


พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่กด คือ อานออกเสียง ด
ตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กด เช่น กระจาด กะทัดรัด ขนาด


ย่อม ดอกพุด นัดดา แน่นขนัด เพนียด แรด ลานวัด สลัด สะพด หวุดหวิด หู
ฝาด อดออม อดสู เอร็ดอร่อย
๒.๑.๖.๘ แม่ กน


พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่กน คือ อานออกเสียง น
ตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กน เช่น กระตือรือร้น กันแสง


ขมีขมัน ขึ้นแท่น ค าประพนธ์ จินดา ชันษา ชุลมุน ดูหมิ่น ต้นหว้า โต๊ะจีน
พระชนนี

๒.๑.๖.๙ แม่ กบ

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่กบ คือ อ่านออกเสียง บ
ตัวอย่างค าที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กบ เช่น คาคบ ตะขบ ทะเลสาบ

น้ ามันดิบ ประทับ ผลกระทบ พลับพลา รสแซบ ระเบียบ ริบหรี่ ลบหลู่

วัตถุดิบ เว็บไซต์ สายลับ สู้ยิบตา หับ
(นวพรรณ พันธุรัตน์ : ออนไลน์)



๒.๑.๗ ค าพ้อง



ค าพอง หมายถึง ค าที่มีรูปหรือเสียงเหมือนกัน แต่จะมีความหมายต่างกัน ซึ่งเวลา
อ่าน ต้องอาศัยการสังเกตเนื้อความของค าที่เกี่ยวข้องค าพองมีหลายลักษณะ ได้แก่


๑๐










๒.๑.๗.๑ ค าพ้องรูป



ค าที่เขียนเหมือนกันแต่ออกเสียงต่างกัน ในการอานจึงต้องระมัดระวัง โดย
ื่
ดูจากบริบทของค าแวดล้อม เพอให้ถูกต้องและสื่อความหมายได้ตรงกับเจตนารมณ์
ของสาร เช่น


กรี อ่านว่า กรี เป็นอักษรควบ แปลว่า กระดูกแหลมที่หัวกุ้ง


อ่านว่า กะ –รี เป็นอักษรน า แปลว่า ช้าง


ครุ อ่านว่า ครุ เป็นอักษรควบ แปลว่า ภาชนะสานชนิดหนึ่ง


อ่านว่า คะ – รุ เป็นอักษรน า แปลว่า ครู หนัก


เพลา อ่านว่า เพลา เป็นอักษรควบ แปลว่า ตัก เข่า แกนล้อหมุน


อ่านว่า เพ – ลา อ่านเรียงพยางค์ แปลว่า เวลา

๒.๑.๗.๒ ค าพ้องเสียง


ค าที่เขียนต่างกันแต่ออกเสียงเหมือนกัน เช่น


กาล หมายถึง เวลา กาฬ หมายถึง ด า

กานต์ หมายถึง น่ารัก


จัน หมายถึง ต้นไม้ชนิดหนึ่ง จันทน์ หมายถึง ไม้หอม
จันทร์ หมายถึง ดวงเดือน


ศาสตร์ หมายถึง ระบบความรู้ ศาสน์ หมายถึง ค าสั่งสอน

สาด หมายถึง ซัดน าไป

๑๑







๒.๑.๗.๓ ค าพ้องทั้งรูปและเสียง

ค าที่เหมือนกันและอ่านออกเสียงเหมือนกัน แต่จะต่างกัน ในด้าน

ความหมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับใจความของค าในบริบทข้างเคียง เช่น


กัน หมายถึง โกนให้เสมอกัน


กัน หมายถึง ฉัน ,ข้าพเจ้า


กัน หมายถึง ห้าม ,ปิด ขัน หมายถึง ท าให้ตึง

ขัน หมายถึง น่าหัวเราะ


ขัน หมายถึง ภาชนะใส่ตักน้ า

(มยุรี’วิไล : ออนไลน์)


๒.๑.๘ ค าควบกล้ า


ค าควบกล้ า ( อกษรควบ ) หมายถึง พยัญชนะสองตัวเขียนเรียงกันอยู่ต้นพยางค์

และใช้สระเดียวกันเวลาอ่านออกเสียงกล้ าเป็นพยางค์เดียวกัน เสียงวรรณยุกต์ของพยางค์นั้น

จะผันเป็นไปตามเสียงพยัญชนะตัวหน้าค าควบกล้ า ( อักษรควบ ) มี ๒ ชนิด คือ


๒.๑.๘.๑ ค าควบแท้


ได้แก่ พยัญชนะ ร ล ว ควบกับพยัญชนะตัวหน้า ประสมสระตัวเดียวกัน
เวลาอ่านออกเสียงพยัญชนะทั้งสองตัวพร้อมกัน เช่น


พยัญชนะต้นควบกับ ร ได้แก่ ครู เพราะ ครัว กรน รวนแปร

ขรุขระ พระตรง ครั้ง กราบ โปรด ปรักปร า ครื้นเครง เคร่งครัด ครอบ
ปรอย กรอง


พยัญชนะต้นควบกับ ล ได้แก่ เปล่า ปลีก คลาน คลุก เคล้า

เปลี่ยนแปลง กลบ กลม เพลิดเพลิน เกลี้ยกล่อม เกลียวคลื่น คล่องแคล่ว

เกล้า

พยัญชนะต้นควบกับ ว ได้แก่ กวาด ขวาน ควาย ขวิด เคว้งคว้าง

แขวน ขวนขวาย คว่ า ควาญ แกว่งไกว ความ แคว้น ขวัญ ควัน

๑๒








๒.๑.๘.๒ ค าควบไม่แท้

ได้แก่ พยัญชนะ ร ควบกับพยัญชนะตัวหน้าประสมสระตัวเดียวกัน เวลา

อ่านไม่ออกเสียง ร ออกเสียงเฉพาะตัวหน้าหรือมฉะนั้นก็ออกเสียงเป็นเสียงอื่นไป


๒.๑.๘.๒.๑ ค าควบไม่แท้ที่ออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัวหน้า ได้แก่
พยัญชนะ จ ซ ศ ส ควบกับ ร เช่น จริง ไซร้ เศร้า ศรี ศรัทธา สร้าง เสริม

สร้อย สระ สรง สร่าง


๒.๑.๘.๒.๒ ค าควบไม่แท้ ท ควบกับ ร แล้วออกเสียงกลายเป็น ซ


ได้แก่ ทรง ทราบ ทราม ทราย แทรก ทรุด โทรม มัทรี อินทรี นนทรี พทรา
( krooamporn : ออนไลน์)





๒.๒ โครงงานที่เกี่ยวข้อง


๒.๒.๑ โครงงานเรื่อง การส ารวจการใช้ภาษาวัยรุ่นในสื่อออนไลน์


บทคัดย่อ
โครงงานเรื่อง การส ารวจการใช้ภาษาวัยรุ่นในสื่อออนไลน์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการรวบรวม

และเผยแพร่ค าศัพท์ที่วัยรุ่นใช้กันในปัจจุบัน และเป็นการสร้างความตระหนักในการใช้ภาษาไทยให้

ถูกต้องตามราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งขั้นตอนการด าเนินโครงงานมีดังนี้ ผู้ศึกษาน า เสนอหัวข้อโครงงาน
ื่
ต่อ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานเพอขอค าแนะน าและก าหนดขอบเขตในการท าโครงงาน ผู้ศึกษา
โครงงานวิเคราะห์หัวข้อโครงงานเพอก าหนดวัตถุประสงค์ของ ก าหนดกลุ่มประชากร ซึ่งได้ก าหนด
ื่
กลุ่มประชากร คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านหนองอีด า จ านวน ๒๐ คน กลุ่ม

ตัวอย่างคือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านหนองอด าภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา

๒๕๕๗ จานวน ๒๐ คน สร้างเครื่องมือการวิจัย การสร้างเครื่องมือการวิจัย ผู้วิจัยศึกษาจากหลักการ
ทฤษฎี แนวคิด วัตถุประสงค์ เพอจ าแนกว่าควรสร้างเครื่องมือวัดด้านใดบ้าง ให้เหมาะสมกับสภาพ
ื่

ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านหนองอด า ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๗
จ านวน ๒๐ คน ที่ต้องการศึกษา การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาโครงงานน าเครื่องมือที่สร้างขึ้น ให้

นักเรียนกลุ่มตัวอย่างได้ตอบแบบสอบถามและเก็บข้อมูลด้วยตนเอง เพอวิเคราะห์และน ามาจัดท า
ื่
โครงงาน สรุปผลการศึกษา และน าเสนอผลการศึกษา โดยน าข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลและเขียน
ื่
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล น าเสนอเป็นรูปเล่ม และน าเสนอผลงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพอรายงาน
ผลการด าเนินงาน และการสรุปผลจากการศึกษาเรื่อง การส ารวจการใช้ภาษาวัยรุ่นในสื่อออนไลน์

๑๓







จากการตอบแบบสอบถามที่ปรากฏการใช้ค าของวัยรุ่นคือ ค าสแลงหรือค าคะนองที่พบใน

อินเตอร์เน็ตหรือสื่อสิ่งพิมพต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพอศึกษาการเปลี่ยนแปลงภาษาของวัยรุ่นที่ใช้
ื่
ในปัจจุบัน รวบรวมและเผยแพร่ ค าศัพท์ที่วัยรุ่นใช้กันในปัจจุบัน และเป็นการสร้างความตระหนักใน
การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องตามราชบัณฑิตยสถาน


๒.๒.๒ โครงงานเรื่องสื่อเพื่อการศึกษาค าที่มักเขียนผิดในภาษาไทย

บทคัดย่อ

ื่
การจัดท าโครงงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพอสร้างเว็บไซด์เกี่ยวกับค าที่มักเขียนผิดใน


ภาษาไทย ศึกษาโปรมแกรมคอมพวเตอร์ที่ใช้สร้างเว็บไซด์จากเว็บไซด์ทางอนเทอร์เน็ต และขอ
ื่
ค าแนะน าจากผู้ที่มีความรู้หรือผู้ที่มีความช านาญในการสร้างเว็บไซด์ มาสร้างเว็บไซด์เพอการศึกษา
การจัดท าโครงงานคอมพิวเตอร์



๒.๒.๓ โครงงานภาษาไทยสะกดค า


บทคัดย่อ
ื่
โครงงานภาษาไทยสะเกดค ามีวัตถุประสงค์เพอเพอแก้ปัญหาการเขียนภาษาไทยที่ไม่ถูกต้อง
ื่
ื่
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยใช้แบบฝึกหัดเขียนไทย เพอเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการ
เขียนสะกดค าก่อนและหลังการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดค าของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดค าส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

การด าเนินการนั้นผู้จัดท าได้ทดสอบนักเรียนในกลุ่มตัวอย่างก่อนการฝึกแบบการเขียนสะกด

ค า ให้นักเรียนฝึกแบบเขียนสะกดค า ทั้ง ๒ ชุด จ านวน ๑๐ ครั้ง ทดสอบนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง
หลังการฝึกแบบการเขียนสะกดค าน าข้อมูลมาวิเคราะห์และหาข้อสรุป

ผลการศึกษาพบว่าการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดค า ท าให้ผลสัมฤทธิ์ในการเขียน
สะกดค าภายหลังการทดลองสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ในการเขียนสะกดค าก่อนทดลอง ร้อยละ ๕๖ อยู่ใน

เกณฑ์พอใช้ เพิ่มขึ้น จากเดิม ร้อยละ ๒๔

๑๔








บทที่ ๓


อุปกรณและวิธีการด าเนินการ


การจัดท าโครงงานคอมพิวเตอร์เรื่องค าภาษาไทยที่มักเขียนผิดโดยใช้สื่อการสอนผ่าน

แอพลิเคชัน Thunkable และแบบสอบถามผ่าน Google form คณะผู้จัดท าโครงงานมีวิธีการ
ด าเนินงานโครงงานตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

๑.ขั้นตอนการด าเนินงาน


๑.๑ คิดหัวข้อโครงงานเพื่อเสนออาจารย์ที่ปรึกษา


๑.๒ ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับค าในภาษาไทยที่มกเขียนผิด
๑.๓ ศึกษาการใช้โปรแกรม Thunkable และ Google Siteในการจัดท าสื่อการสอน

๑.๔ ออกแบบแอปพลิเคชั่นในการจัดท าเป็นสื่อการสอนภาษาไทย

1.6. จัดท าโครงงานประเภทสื่อการสอน เรื่องค าภาษาไทยที่มักเขียนผิด

1.7. เผยแพร่ผลงานโดยการน าเสนอผ่าน เว็บไซต์ Google และ Youtube

1.8. จัดท าแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้แอปพลิเคชันโดยใช้ Google form

1.9. ท าเอกสารรายงานโครงงาน

๒.วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

๒.๑ ท าการศึกษาค าในภาษาไทยที่มักเขียนผิดและรวบรวมข้อมูล

๒.๒ ศึกษาการท างานของโปรแกรมที่ใช้จัดท าแอปพลิเคชันและโปรแกรมที่เกี่ยวข้องในการท างาน

๒.๓ ปฏิบัติตามขั้นตอนและกระบวนการในการด าเนินงาน

๒.๔ ประเมินผลและรวบรวม สรุปผลที่ได้จากโครงงาน


๓. วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการท าโครงงาน
๓.๑. เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

๓.๒. โปรแกรมในการสร้างแอปพลิเคชั่น , แบบสอบถามและสื่อการสอน

- โปรแกรม Thunkable , Google Site , Google form , AnyFlip

๑๕





บทที่ ๔

ผลการด าเนินงาน


การจัดท าโครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่องค าภาษาไทยที่มักเขียนผิด

เนื้อหาเกี่ยวกับค าทมักเขียนผิดในภาษาไทย
ี่
ื่
มีวัตถุประสงค์เพอเผยแพร่ความรู้การใช้และความหมายค าภาษาไทยที่ถูกต้อง
มีผลการด าเนินโครงงาน ดังนี้

๑.ผลการพัฒนาโครงงาน

ื่
การพัฒนาสื่อการสอนเรื่องค าภาษาไทยที่มักเขียนผิด เพอเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ
การใช้และความหมายของค าภาษาไทยที่ถกต้อง

คณะผู้จัดท าได้ปฏิบัติและด าเนินงานตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้และได้น าเสนอเผยแพร่

ผลงานผ่านทางแอปพลิเคชัน Thunkable และ Google Site

๒.การทดสอบแอพพลิเคชั่นสื่อการสอน





























ภาพที่ ๑ หน้าต่างลงทะเบียน

๑๖













































*























ภาพที่ ๒ การจัดท าสื่อการเรียนรู้ในโปรแกรม Thunkable

๑๗




๓.ผลการประเมินแบบทดสอบความพึงพอใจ

เป็นการสอบความความพึงพอใจในการใช้แอพพลิเคชันสื่อการสอน
KAM-PA-SA-THAI โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๗ จ านวน ๓๕ คน

ความพึงพอใจต่อแอพพลิเคชันสื่อการสอนโดยแบ่งเกณฑ์ในการประเมินเกณฑ์ความพึงพอใจโดยใช้
ตัวเลขในการบ่งบอกระดับความพึงใจ

๕ หมายถึง ดีมาก

๔ หมายถึง ดี
๓ หมายถึง ปานกลาง
๒ หมายถึง พอใช้
๑ หมายถึง น้อย


๑.ตัวอย่างค าภาษาไทย





















๒. ความรู้ที่ได้รับ

๑๘









๓. รูปแบบสื่อการสอนที่น าเสนอ

๑๙








บทที่ ๕



สรุปผลการด าเนินงานและข้อเสนอแนะ




ในการจัดท าโครงงานคอมพิวเตอร์เรื่อง ค าภาษาไทยที่มักเขียนผิด

สรุปผลการด าเนินงานได้ดังนี้

๕.๑ การด าเนินงานจัดท าโครงงาน

๕.๑.๑ วัตถุประสงค์ของโครงงาน

๕.๑.๑.๑ เพื่อศึกษาการสร้างแอปพลิเคชันผ่านโปรแกรม Thunkable

๕.๑.๑.๒ เพื่อศึกษาการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕
๕.๑.๑.๓. เพอเป็นแนวทางให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
ื่
มากยิ่งขึ้น

๕.๑.๒ เครื่องมือที่ใช้เป็นแนวทางในการศึกษา
๕.๑.๒.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

๕.๑.๒.๒ โปรแกรมในการสร้างแอปพลิเคชั่น , แบบสอบถามและสื่อการสอน
- โปรแกรม Thunkable , Google Site , Google form , AnyFlip

๕.๒ สรุปผลการด าเนินงาน

การท าโครงงานนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้ คือ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่ต้องการจะ

ศึกษาค าภาษาไทย โดยเป็นสื่อการสอนน าเสนอผ่านแอปพลิเคชัน Thunkable ที่สามารถให้ความรู้
แก่ผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี

ื่
สื่อการสอนนี้จัดท าขึ้นเพอเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการจะศึกษาค าภาษาไทย และเป็น
การศึกษาเพื่อน าโปรแกรมแอปพลิเคชันมาใช้ให้เกิดประโยชน์




๕.๓ ข้อเสนอแนะ

๕.๓.๑ ควรมีค าศัพท์ภาษาไทยที่หลากหลายกว่านี้

๕.๓.๒ ควรท าโปรแกรมให้น่าสนใจมากขึ้น

๒๐








บรรณานุกรม




ื่
kissakorndk. (๒๕๕๙) [ออนไลน์]. โครงงานสื่อเพอการศึกษา ค าที่มักเขียนผิดในภาษาไทย.
สืบค้นเมื่อ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒, เข้าถึงได้จาก
http://kissakorndk.blogspot.com/2016/08/61-12559-1-44.html?m=1


nidchakul. [ออนไลน์]. โครงงานภาษาไทยเรื่องค าที่มักเขียนผิด. สืบค้นเมื่อ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒,

เข้าถึงได้จาก https://www.slideshare.net/nidchakul/ss-17138637


Click to View FlipBook Version