รายงาน
เร่ือง สถานที่ท่องเทยี่ งพทั ลุง
9
จดั ทาโดย
นางสาวชมพนู ุช ยอดสุข ช้ัน ม.4/5 เลขท2่ี 5
เสนอ
อาจารย์สุวารีย์ ยภ่ี ู่
รายงานนเี้ ป็ นส่วนหนึง่ ของการเรียนวชิ า คอมพวิ เตอร์
ภาคเรียน1 ปี การศึกษา2563
โรงเรียน กรรณสูตศึกษาลัย จงั หวัด สุพรรณบุรี
คานา
รายงานเล่มน้ีจดั ทาข้ึนเพ่ือเป็นส่วนหน่ึงของ วชิ ารหสั ว31141 คอมพิวเตอร์ เพือ่ ใหไ้ ด้
ศึกษาหาความรู้ใน เรื่อง สถานที่ท่องเท่ีนวในจงั หวดั เพชรบูรณ์ และไดศ้ ึกษาอยา่ งเขา้ ใจเพอ่ื เป็น
ประโยคกบั การเรียน
ผจู้ ดั หวงั วา่ รายงานเลม่ น้ีจะเป็นประโยชน์กบั ผทู้ ่ีอา่ น หรือนกั ศึกษาที่กาลงั หาขอ้ มลู เรื่อง
น้ีอยหู่ ากมีขอ้ แนะนาหรือขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรับไวแ้ ละขออภยั มา ณ ที่น้ีดว้ ย
ผจู้ ดั ทา
ชมพนู ุช ยอดสุข
สารบัญ หน้า
เร่ือง 1-2
สถานที่ทอ่ งเท่ียวทะเลนอ้ ย 3-4
สถานที่ทอ่ งเท่ียวถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5-9
สถานที่ท่องเท่ียวเขาอกทะลุ 10
สถานท่ีทอ่ งเที่ยวเกาะสี่ เกาะหา้ 11-12
สถานท่ีท่องเท่ียวสาเภาไทย 13-14
สถานที่ทอ่ งเท่ียวควนนกเตน้ 15-16
สถานท่ีท่องเที่ยวอา่ งเก็บน้าหว้ ยน้าใส 17-18
สถานที่ท่องเที่ยวตลาดใตโ้ หนด 19 -20
สถานที่ท่องเท่ียวควนนอ้ ยแกรนดแ์ คนยอน 21
สถานท่ีท่องเท่ียววดั วงั 22-23
สถานท่ีท่องเที่ยววดั ถ้าคูหาสวรรค์ 24-27
สถานท่ีทอ่ งเท่ียวป่ าไผส่ ร้างสุข 28
สถานท่ีท่องเที่ยวปากประลากนู 29-31
สถานท่ีท่องเที่ยวยอยกั ษท์ ี่คลองปากประ 32-33
สถานที่ท่องเท่ียววงั เจา้ เมืองพทั ลงุ 34-35
สถานท่ีท่องเที่ยวพระยาพทั ลุงขนุ คางเหลก็
1
จงั หวัดพทั ลุง (Phatthalung)
สถานที่ท่องเท่ยี วอทุ ยานนกน้าทะเลน้อย
ประวตั ิอุทยานนกนา้ ทะเลน้อย
ทะเลนอ้ ย ทะเลบวั ผนื ใหญส่ ุดของภาคใต้ เน้ือที่กวา่ 17,500 ไร่ กินอาณาเขตจงั หวดั
พทั ลงุ สงขลา และนครศรีธรรมราช จริงๆ แลว้ ทะเลนอ้ ยคือส่วนดา้ นบนสุดของทะเลหลวงและ
ทะเลสาบสงขลา แต่ทะเลน้อยมีน้าจืดสนิทตลอดปี จึงเกิดทะเลบวั แดงนับลา้ นดอกเบ่งบาน
ในช่วงฤดูหนาว-ตน้ ฤดูร้อน ประมาณเดือนกุมภาพนั ธ์-มีนาคม ไปล่องเรือเท่ียวชมอาณาจกั ร
แห่งสรรพชีวิตในเวิง้ น้ากวา้ ง ต้งั แต่เชา้ ตรู่ ดูนกตื่นนอน เก้ียวพาราสี ฟักไข่ เล้ียงลูก แถมยงั ได้
ชมทะเลบวั เบ่นบานรับแสงตะวนั อุ่นยามเชา้ สูดโอโซนสดชื่น พร้อมกบั ชมนกอพยพฤดูหนาว
นบั ร้อยชนิด อยา่ งนกกระสาแดง, นกกระสานวล, นกอีโกง้ , นกเป็ ดผี, นกกาน้าเล็ก รวมถึง
ฝูงเป็ ดแดงนบั หมื่นตวั แถมยงั มีควายดาน้ากินหญา้ , ดงสาหร่ายขา้ วเหนียว และยอที่ปากประ
ทะเลนอ้ ยอยหู่ ่างจากตวั เมืองพทั ลงุ 32 กม. ไปตามถนนหมายเลข 4048 (พทั ลงุ -ควนขนุน)
ที่น่ีมีบา้ นพกั และร้านอาหารบริการดว้ ย
2
ช่วงเวลาที่สวยงามและเหมาะสมที่สุดของการล่องเรือชม ทะเลน้อย ควรเป็นเวลาเชา้ ต้งั แต่แสง
แรกของดวงอาทิตย์ ไปจนถึง 10 โมง นกั ท่องเท่ียวจะไดส้ ัมผสั บรรยากาศความสวยงามแห่ง
ภมู ิทศั น์
การเดินทางจากพทั ลุง ใชเ้ ส้นทางหลวงสาย 4048 ผ่านอาเภอควนขนุน ตลาดปากคลอง สุด
ปลายทางที่ ทะเลน้อย เป็นระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร นกั ท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจาก
ทะเลน้อยซ่ึงมีให้บริการ 2 รูปแบบ คือ บริการนักท่องเท่ียวโดยชุมชนทะเลน้อย และบริการ
สาหรับนักวิชาการ เพ่ือศึกษาธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คอยให้ความรู้ มีที่พัก
สะดวกสบาย สาหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่ออุทยานนกน้าทะเลน้อย โทร 074-
685230
3
สถานทีท่ ่องเที่ยวถนนเฉลมิ พระเกยี รติ 80 พรรษา
ประวัตถิ นนเฉลมิ พระเกยี รติ 80 พรรษา
ถนนเฉลมิ พระเกยี รติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นเส้นทางในความรับผิดชอบ
ของกรมทางหลวงชนบท โดยใชช้ ื่อรหัสสายทาง พท.3037 เปิ ดใชง้ านเม่ือวนั ที่ 9 มกราคม
พ.ศ. 2550 เป็ นสายทางที่สร้างตามแนวระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวงของทะเลสาบ
สงขลา ซ่ึงชาวบา้ นไดร้ ่วมกนั สร้างถนนลูกรังกนั มาก่อน แต่มีปัญหาถนนพงั ชารุดง่ายและเมื่อ
ถึงฤดูน้าหลากก็ยงั เป็นแนวขวางทางระบายน้าระหวา่ งทะเลนอ้ ยกบั ทะเลหลวง คณะรัฐมนตรีจึง
มีมติ เม่ือวนั ท่ี 10 มิถุนายน พ.ศ. 2546 ดาเนินการก่อสร้างสายทางตามโครงการภายใต้
แผนบูรณาการงบประมาณพัฒนาลุ่มน้าทะเลสาบสงขลา โดยให้กรมทางหลวงชนบทเร่งรัด
ดาเนินการก่อสร้างถนนดังกล่าวเฉพาะส่วนที่จาเป็ นเร่งด่วนในปี งบประมาณ พ.ศ. 2546
จานวน 50 ลา้ นบาท และใชง้ บประมาณจากปี งบประมาณ พ.ศ. 2547 ถึง พ.ศ. 2549 ใน
การดาเนินก่อสร้างต่อไปอีก 549 ล้านบาท โดยเส้นทางในช่วงที่ 2 เป็ นทางยกระดับ
ระยะทาง 5.450 กิโลเมตร
เดิมถนนสายน้ีชื่อ “ถนนสายบา้ นไสกลิ้ง – บา้ นหวั ป่ า ภายหลงั เปิ ดการใชง้ านสานักงาน
ทางหลวงชนบทจงั หวดั พทั ลุง ไดข้ อความเห็นจากทกุ ภาคส่วนใหร้ ่วมเสนอช่ือถนนสายดงั กล่าว
เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและเป็ นช่ือท่ีไดรับการยอมรับในการเรียกใช้ ซ่ึงผลการรับฟังเสียง
4
ส่วนใหญ่มีความเห็นร่วมกนั ให้ต้งั ชื่อถนนใหม่จากเดิม “ถนนสายบา้ นไสกลิ้ง อาเภอควนขนุน
จงั หวดั พทั ลุง – บา้ นหัวป่ า อาเภอระโนด จงั หวดั สงขลา” เปลี่ยนเป็ น “ถนนเฉลิมพระเกียรติ
80 พรรษา 5 ธนั วาคม 2550” เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมกบั ปี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80
พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั
การเท่ียวชมทะเลน้อยที่พทั ลุง นอกจากจะล่องเรือแล้ว เรายงั สามารถขับรถชมวิวชิลๆ ไป
ตาม ‘ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2560’ ไดอ้ ีกดว้ ย ถนนสายน้ีแทจ้ ริง
แลว้ มีลกั ษณะเป็ นสะพานยกระดบั อย่างดี เชื่อมต่อบา้ นไสกลิ้ง อาเภอควนขนุน จงั หวดั พทั ลุง
กบั บา้ นหัวป่ า อาเภอระโนด จงั หวดั สงขลา โดยตวั สะพานมีความยาวถึง 5.45 กิโลเมตร จึง
กลายเป็ นสะพานยาวที่สุดในเมืองไทย แทนท่ีสะพานติณสูลานนท์ จ.สงขลา ไปโดยปริยาย
ตลอดแนวสะพานจะผา่ นไปบนพ้ืนท่ีชุ่มน้าริมทะเลสาบสงขลาตอนบน เป็นทุง่ หญา้ ฉ่าน้าท่ีมีลา
คลองเลก็ ๆ ไหลผา่ น อดุ มดว้ ยฝงู นก ควายน้า และธรรมชาติสดช่ืนงามตา แถมบนขอบสะพานมี
ป้ายบอกชื่อชนิดนกต่างๆ ใหค้ วามรู้กบั นกั ท่องเที่ยวดว้ ย เพราะจะมีจุดจอดรถชมวิวถ่ายภาพจดั
ไวใ้ หอ้ ยา่ งปลอดภยั
5
สถานทที่ ่องเที่ยวเขาอกทะลุ
ประวัตเิ ขาอกทะลุ
เขาอกทะลุเป็ นภูเขาหินปูนวางตวั อยใู่ นแนวเหนือ-ใต้ ยอดเขาสูงจากระดบั น้าทะเลปานกลาง
ประมาณ ๒๔๕ เมตร ยาวประมาณ ๒กิโลเมตร ส่วนกวา้ งท่ีสุดประมาณ ๑ กิโลเมตรบนภูเขา
อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่ าไม้นานาชนิด พ้ืนที่เชิงเขามีประชาชนอยู่อาศัยและใช้เป็ นพ้ืนที่
เกษตรกรรม ดา้ นทิศตะวนั ตกและทิศเหนือมีลาคลองไหลผ่าน เรียกวา่ คลองโรงตรวน ไหลไป
ทางทิศตะวนั ออกผ่านบ้านม่วง บา้ นควนสมาไปรวมกบั คลองอื่นๆ ท่ีบา้ นห้วยควน เรียกว่า
คลองลาปา ไหลออกทะเลสาบสงขลาที่บา้ นลาปา อาเภอเมืองพทั ลุง ดา้ นใตข้ องภูเขา มีคลอง
ตานานไหลผา่ นเขาอกทะลุ บา้ นทงุ่ ไหม้ บา้ นควนมะพร้าว บา้ นควนแร่ ไปรวมกบั คลองที่บา้ น
หัวควน เส้นทางเหล่าน้ีอดีตเช่ือว่าเป็ นทางคมนาคมของชุมชนโบราณหลายแหล่ง เช่น ชุมชน
บา้ นม่วง ชุมชนบา้ นควนมะพร้าวหรือชุมชนบา้ นพญาขนั ชุมชนบา้ นควนแร่ ชุมชนบา้ นควน
สารและชุมชนบา้ นลาปา เป็นตน้
เขาอกทะลุ เป็นเขาที่มีความสาคญั ของจงั หวดั พทั ลุง ในฐานะเป็นภเู ขาศกั ด์ิสิทธ์ิท่ีเชื่อวา่ เป็นท่ีสิง
สถิตของเจ้าแม่ดุดี เจ้าแห่งเขาอกทะลุ ชาวเมืองพทั ลุงเชื่อถือเปรียบเสมือนเสาหลักเมือง
พทั ลุง ดว้ ยเหตุน้ีทางราชการจึงเอาภาพเขาอกทะลุและเจดียบ์ นยอดเขาทาเป็ นตราสัญลกั ษณ์
6
ของจงั หวดั พทั ลุง เขาอกทะลุยงั เป็ นแหล่งโบราณคดีท่ีสาคญั ของจงั หวดั ภายในถ้าต่างๆ บนเขา
มีการคน้ พบพระพิมพด์ ินดิบศิลปะสมยั ศรีวิชยั (พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓) จานวนมาก แสดง
ใหเ้ ห็นวา่ บริเวณพ้ืนท่ีเขาอกทะลุเคยเป็ นที่ประกอบกิจกรรมของผคู้ นหรือนกั บวชภิกษุสงฆ์ใน
อดีต จึงไดม้ ีการทิ้งร่องรอยศิลปวตั ถไุ วเ้ ป็นหลกั ฐาน
สาหรับตานานของภูเขาลูกน้ีมีอเรื่องเล่าว่า นานมาแลว้ มีครอบครัวหน่ึงสามีช่ือนายเมืองเป็ น
พอ่ คา้ ชา้ ง มีภรรยาสองคนภรรยาหลวงชื่อนางสินลาลุดี หรือนางดุดี ภรรยานอ้ ยช่ือนางบปุ ผาแต่
มกั ทะเลาะตบตีกนั เสมอ นายเมืองมีลูกสาวเกิดจากภรรยาหลวงคนหน่ึงช่ือนางยี่สุ่นช่ืนชอบ
การคา้ ขาย ส่วนภรรยานอ้ ยมีลูกชายช่ือนายซงั ก้งั มีนิสัยเกเร วนั หน่ึงนายเมืองเดินทางไปคา้ ขาย
ชา้ งต่างถ่ิน ลูกสาวออกเรือสาเภาไปเมืองจีน ส่วนลูกชายท่องเท่ียวสนุกกบั เพ่ือน ท้งั สามไม่ได้
กลบั บา้ น มีเพียงภรรยาหลวงนง่ั ทอผา้ อยใู่ ตถ้ ุนบา้ น และภรรยานอ้ ยกาลงั ตาขา้ ว ไม่นานท้งั สอง
เกิดมีปากเสียง ภรรยาหลวงใชก้ ระสวยทอผา้ พาดไปที่ศีรษะของภรรยานอ้ ย ทาใหแ้ ผลแตกเลือด
ไหลโกรก ภรรยานอ้ ยไม่ปราณีใชส้ ากตาขา้ วแทงและกระทุง้ ตรงทรวงอกของภรรยาหลวงจน
ทะลุ ในที่สุดท้งั สองก็ถึงแก่ความตาย กลายสภาเป็ นภูเขา ภรรยานอ้ ยกลายเป็ นเขาหวั แตก ส่วน
ภรรยาหลวงกลายเป็นเขาอกทะลุนบั ต้งั แตน่ ้นั เป็นตน้ มา
ต่อมาเม่ือนายเมืองเดินทางกลบั มาทราบข่าวการตายของภรรยาท้งั สอง ก็ตรอมใจตายกลายเป็ น
เขาเมือง (เขาชยั บรุ ี) ซ่ึงมีลกั ษณะคลา้ ยชา้ งหมอบ จากน้นั ไม่นายนางยส่ี ุ่นก็เดินทางกลบั มาถึงได้
ทราบข่าวการตายของบิดามารดาก็ตรอมใจตายเช่นกนั แลว้ ไดก้ ลายเป็ น เขาชยั สน ซ่ึงมีลกั ษณะ
คลา้ ยเรือสาเภา ในทอ้ งท่ีอาเภอเขาชยั สน ส่วนนายซงั ก้งั เดินทางกลบั มาชา้ ทีสุดก็ไดท้ ราบข่าว
การตายของคนในครอบครัวกต็ รอมใจตายกลายเป็นเขากงั
และมีตานานท่ีเก่ียวกบั เขาลูกน้ีอีกเรื่องหน่ึงเล่าว่า ในอดีตนานมาแลว้ ทางฟากฝ่ังตะวนั ออก
ของทะเลสาบสงขลาไม่มีภูเขาชาวทอ้ งถิ่นในละแวกน้ันตอ้ งการให้มีภูเขาเพื่อเป็ นที่อาศยั ของ
สตั วป์ ่ านานาชนิด จึงพร้อมกนั วา่ จา้ งนายแรงผมู้ ีพลงั มหาศาลใหห้ าบเขาจานวน ๑๐๐ ลกู มาเรียง
ติดต่อกนั เป็นลูกเดียวโดยไปหาบมาจากทวีปอุดร นายแรงรับตกลง ไปหาบเขาจากทวีปอุดรคร้ัง
ละ ๒ ลูกมาวางต่อเรียงกนั เขา้ หาบได้ ๔๙ หาบ ไดเ้ ขา ๙๘ ลูก เผอิญหาบสุดทา้ ยคือหาบท่ี ๕๐
คานหาบหักสะบ้นั ลงทาเอานายแรงเสียหลกั คุกเข่าลงบนพ้ืนดินอยา่ งแรงทาให้พ้ืนดินตรงน้นั
กลายเป็ นหนองลึก ชาวบา้ นเรียกว่า "หนองนายแรง” มีกุง้ ปลาชุกชุม เขา ๒ ลูกที่หาบมาน้ันก็
กระเด็นไปไกลลูกแรกที่ไปตกทางทิศตะวนั ออก เรียกว่า เขารัดปูน ลูกท่ีสองไปตกทางทิศ
7
ตะวนั ตก เรียกว่าเขาใน ส่วนเขา ๙๘ ลูก ท่ีวางเรียงติดกนั ไวแ้ ลว้ น้นั คือเกาะใหญ่นนั่ เอง (เขารัด
ปนู เขาในเกาะใหญ่ อยใู่ นเขตอาเภอกระแสสินธุ์ จงั หวดั สงขลา)
และการท่ีคานหาบหักสะบ้นั ในเท่ียวสุดทา้ ยทาให้นายแรงเกิดโมโหสุดขีด จบั ไมค้ านขา้ งหน่ึง
พ่งุ ไปทางทิศตะวนั ออกโดยแรงไปตกท่ีตาบลสนามไชย ปลายคานหาบยงั ดนั ดินไปเป็นเป็ นทาง
ยาว จนกลายเป็ นลาคลอง เรียกว่าคลองรี (ตาบลสนามไชย คลองรี อยู่ในเขตอาเภอสทิงพระ
จงั หวดั สงขลา) ส่วนไมค้ านอีกขา้ งหน่ึง นายแรงจบั พุ่งไปทางทิศตะวนั ตกขา้ มทะเลสาบสงขลา
ผา่ นบา้ นลาปาบา้ นควนมะพร้าว ปลายคานหาบไปชนยอดเขาลูกหน่ึงเขา้ อยา่ งจงั จนยอดเขาทะลุ
จึงมีชื่อเรียกวา่ "เขาอกทะลุ” อยใู่ นเขตเทศบาลเมืองพทั ลุงเป็นตราสัญลกั ษณ์ของเมืองพทั ลุงมา
จนทกุ วนั น้ี
พ.ศ.๒๔๓๒ (ร.ศ.๑๐๘) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัวเสด็จประพาสเมืองพทั ลุง
ทรงกล่าวถึงเขาอกทะลุไวใ้ นจดหมายเหตุพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ
ประพาสแหลมมลายคู ราว ร.ศ.๑๐๗ แล ๑๐๘ วา่
"...เขาอกทลุน้นั ท่ียอดเขามีเปนยอดสูงโดดข้ึนไปอิกช้นั หน่ึง มีช่องเปนปากถ้ากวา้ ง ปล่องไป
ทะลุขา้ งเขาอีกดา้ นหน่ึงตรงกนั เปนลากลอ้ งตะแคงแลเห็นฟ้า แลเห็นตน้ ไมต้ ามช่องน้นั ได้ ท่ีใน
ช่องน้นั วา่ กวา้ งเท่านาอนั หน่ึง นยั หน่ึงว่าชา้ งสองตวั ลอดพร้อมกนั ได้ ตามท่ีวา่ น้ียากที่จะเอาแน่
ได้ เพราะเปนท่ีสูงเหลือท่ีจะวดั สอบ...”
ส่ิงสาคญั
๑. ถ้าพิมพห์ รือถ้าเขาอกทะลุ เป็ นถ้าท่ีต้งั อยทู่ ิศตะวนั ตกของเขาอกทะลุ ปากถ้าหันไปทางทิศ
ตะวนั ตก กวา้ งประมาณ ๕เมตร ลึกประมาณ ๒๐เมตร ภายในถ้าแสงส่องสว่างเขา้ ไป
จนถึงตอนบนมีอากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก กรุพระพิมพแ์ ละสภาพพ้ืนท่ีทวั่ ไปภายในถ้าถูกขุด
ทาลายจากการขุดข้ีค้างคาวของชาวบ้าน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ ัว สมเด็จเจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ติวงศ์ ไดเ้ คยเสด็จไปขุดพระพิมพด์ ินดิบที่ถ้า
แห่งน้ี เม่ือ พ.ศ.๒๔๔๕และทรงไดน้ ิพนธ์ไวใ้ นหนังสือ จดหมายระยะทางไปตรวจราชการ
แหลมมลายู ร.ศ.๑๒๑ความตอนหน่ึงวา่
8
"...เวลาเท่ียง ๔๕ ข้ึนชา้ งไปประมาณ ๒ เสน้ ก็ถึงเขา เล้ียวเขา้ ไปตามทงุ่ นาอีกประมาณ ๕ เส้น
ถึงเชิงเขาปี นข้ึนไป ๔ ฤา ๕ วา ถึงถ้ามีรูปพระประกัปฝังดินอยู่มากกว่ามากขุดอยู่จนบ่าย
๒.๓๕ จึงกลบั ข้ึนชา้ งไป ไดพ้ ระพิมพม์ ามาก แต่ยงั ไม่รู้วา่ รูปอะไรต่ออะไร เพราะเปี ยกชารุดดู
ไมไ่ ด.้ ..”
พระพิมพ์ดินดิบที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ติวงศ์ทรงขุดได้ในคร้ังน้ันจานวน
หน่ึง ได้นาไปเก็บรักษาไวใ้ นพิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพ ฯส่วนใหญ่เป็ นรูปพระ
โพธิสัตวอ์ วโลกิเตศวร พระโพธิสัตวป์ ัทมปาณี พระพุทธเจา้ อมิตาภะ พระศรีศากยะมุนีและ
สถูป
๒. ถ้าคุรา ต้งั อยทู่ างทิศเหนือของถ้าพมิ พห์ ่างกนั ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ปากถ้าหนั ไปทาง
ทิศตะวนั ตก กวา้ งประมาณ ๒๐ เมตร ลึกประมาณ ๒๐ เมตร ภายในมีถ้ามีกรุพระพิมพ์ดิน
ดิบ สมยั ศรีวชิ ยั จานวนมาก ปัจจุบนั สภาพถ้าถูกทาลายจากการขดุ ข้ีคา้ งคาวและการยอ่ ยหิน
๓. ถ้าตลบั ต้งั อยทู่ างทิศใตข้ องถ้าคุราห่างกนั ประมาณ ๕๐ เมตร ปากถ้าหันไปทางทิศตะวนั ตก
เป็นถ้าขนาดใหญ่มาก มีหินงอกหินยอ้ ยและแอ่งน้าสวยงามมาก ภายในถ้ามีกรุพระพิมพด์ ินดิบ
สมยั ศรีวิชยั ปัจจุบนั ถ้าตลบั และถ้าคุราเป็ นท่ีต้งั ของสานักสงฆถ์ ้าตลบั มีการพฒั นาบริเวณหนา้
ถ้าสร้างกุฏิท่ีพกั สงฆแ์ ละเจดียป์ ระดบั กระเบ้ืองโมเสก ๑ องค์
๔. เจดียย์ อดเขาจงั ต้งั อยบู่ นยอดเขาจงั ซ่ึงเป็ นยอดเขาหน่ึงในภูเขาอกทะลุดา้ นทิศเหนือ มีความ
สูงประมาณ ๒๔๐ เมตร สภาพปัจจุบนั ทรุดโทรมมาก เหลือเพียงซากฐานเจดียส์ ี่เหล่ียม ซ่ึงเคยมี
การลกั ลอบขดุ คน้ ไดพ้ บแหวนหวั งูและเงินเป็นจานวนมาก
๕. เจดียย์ อดเขาอกทะลุ เล่ากนั วา่ พ่อหลวงนุย้ เจา้ อาวาสวดั โคกคีรีกบั ท่านรักษ์ วดั เดียวกนั ได้
ชกั ชวนชาวบา้ นผมู้ ีจิตศรัทธาสร้างข้ึนเม่ือ พ.ศ.๒๔๕๓ การสร้างคร้ังน้ีพ่อนุย้ ไดน้ าเอาสาเภา
เงินสาเภาทองบรรจุไวใ้ นเจดียด์ ว้ ย ไดท้ าสระน้าเลก็ ๆ ไวก้ ลางกองเจดีย์ เม่ือสร้างเสร็จแลว้ ได้
มีการสมโภชเจดีย์ มีหนงั ตะลุงโนราแสดง ๓ วนั ๓ คืน ต่อมาไม่นานฟ้าไดผ้ า่ องคเ์ จดียเ์ หลือ
แต่ฐาน ฝ่ายหลวงพอ่ นุย้ กบั หลวงพอ่ รักษก์ ็ปรึกษากนั ชกั ชวนชาวบา้ นข้ึนไปก่อเจดียใ์ หม่ เม่ือ
เสร็ จแล้วฟ้าก็ผ่าเจดีย์ลงมาอีก เพราะเน่ืองจากการสร้างเจดีย์ท้ัง ๒คร้ังไม่ได้ติด
สายล่อฟ้า จนกระทงั่ พ.ศ.๒๔๕๘ หลวงพ่อนุย้ มรณภาพ การคิดสร้างเจดียบ์ นเขาอกทะลุก็
ชะงกั ไปช่วงหน่ึง ต่อมาเม่ือยา้ ยเมืองพทั ลุงต้งั ที่ตาบลคูหาสวรรค์ เม่ือ พ.ศ.๒๔๖๗ ทางคณะ
พอ่ คา้ ในตลาดพทั ลุงไดร้ ่วมกนั คิดที่จะสร้างเจดียบ์ นเขาอกทะลอุ ีก โดยติดสายลอ่ ฟ้าไวด้ ว้ ย แต่
9
ขาดพระสงฆท์ ่ีจะเป็ นผูน้ า จึงทาการสร้างไม่สาเร็จ เจดียเ์ ขาอกทะลุจึงถูกทิ้งร้างตราบเท่า
ปัจจุบนั
เจดียบ์ นยอดเขาอกทะลุก่ออิฐถือปนู มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตั ุรัส ขนาด ๔.๕๐ X ๔.๕๐ เมตร
รากฐานท่ีเหลือสูงประมาณ ๑.๕๐ เมตร ทางทิศเหนือของเจดียม์ ีแนวบนั ไดข้ึนสู่ฐานทกั ษิณ
กวา้ งประมาณ ๒ เมตร ฐานทกั ษิณเดิมปรุดว้ ยกระเบ้ืองแต่หักไปหมดแลว้ ส่วนองคเ์ จดียม์ ี
รูปแบบอยา่ งไรไมป่ รากฏหลกั ฐานที่แน่ชดั แต่บางทา่ นกล่าววา่ คลา้ ยเจดียว์ ดั ควนกรวด กลา่ วคือ
เป็นเจดียย์ อ่ มมุ ไมส้ ิบสอง ฐานทกั ษณิ ปรุดว้ ยกระเบ้ืองสีเขียว
10
สถานทที่ ่องเทีย่ วเกาะส่ีเกาะห้า
ประวตั ิเกาะสี่เกาะห้า
ไม่น่าเชื่อเลยวา่ ประเทศไทยเราจะเป็ น 1 ใน 3 ประเทศที่ส่งออกรังนกมากท่ีสุดในโลก! และ
ไม่น่าเช่ืออีกเช่นกนั วา่ รังนกคุณภาพดที ่ีสุดในโลกน้ันมาจากประเทศไทยน่เี อง! โดยเแหล่งผลิต
ท่ีดีท่ีสุด อยู่ท่ี “เกาะสี่ เกาะห้า” ตาบลเกาะหมาก อาเภอปากพะยูน จงั หวดั พทั ลุง เน่ืองจาก
บริเวณน้ีเป็นพ้ืนที่ 3 น้า คือน้าจืด น้ากร่อย และน้าเค็ม ธรรมชาติอุดม มีนกแอ่นกินรังเขา้ มาทา
รังหากินในถ้าไม่นอ้ ยกว่า 80 แห่ง บนเกาะสี่ เกาะหา้ ซ่ึงเป็นเกาะสัมปทานรังนกมาต้งั แต่สมยั
ร. 5 แมว้ า่ ปัจจุบนั จะไม่ไดเ้ ปิ ดเป็นแหล่งท่องเท่ียวถาวร แต่ถา้ ขออนุญาตล่วงหนา้ ก็สามารถนงั่
เรือเขา้ บางจุดได้ โดยลงเรือท่ีท่าปากพะยูน หรือท่าเรือลาปา บนเกาะมีอนุสาวรีย์ ร. 5 และ
ผลิตภณั ฑข์ อง บริษทั สยามรังนกทะเลใต้ ให้ชม ติดต่อเรือท่ี เขาชนั รีสอร์ท เกาะหมาก โทร.
08-9812-1276, 08-9611-9372
11
สถานที่ท่องเทย่ี วสาเภาไทย
ประวตั สิ าเภาไทย
สถานท่ีท่องเท่ียวแห่งน้ีไดม้ ีการก่อสร้างหุ่น “คิงคองยกั ษ”์ ขนาดความสูง 6 เมตร ที่กาลงั ลากจูง
เรือสาเภาไทยอยกู่ ลางทุ่งนา จากแนวคิดที่ทาใหเ้ กิดความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร เม่ือบรรดา
นกั ท่องเท่ียวท้งั ในจงั หวดั และตา่ งจงั หวดั ทราบข่าว แตก่ ็พาครอบครัวไปเท่ียวพกั ผอ่ นกนั
โดยเฉพาะในช่วงเชา้ ๆ และช่วงเยน็ ของวนั จะมีนักท่องเท่ียวมากเป็ นพิเศษ ท้งั น้ีเพราะสภาพ
อากาศไม่ร้อนจนเกินไป อากาศพอเหมาะ มีลมพดั โกรกตลอดเวลา โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในกลุ่ม
ของเด็กๆ จะเป็ นท่ีช่ืนชอบมากท่ีสุดกบั หุ่นคิงคองยกั ษ์ นักท่องเที่ยวยงั ไดถ้ ่ายภาพเซลฟ่ี กบั คิง
ค อ ง ยัก ษ์ที่ ก า ลัง ชัก ล า ก เ รื อ ส า เ ภ า เ พื่ อ เ ก็ บ ภ า พ เ อ า ไ ว้เ ป็ น ท่ี ร ะ ลึ ก กัน อี ก ด้ว ย
12
“สาเภาไทย” สถานที่ท่องเท่ียวแห่งน้ี นักท่องเที่ยวยงั สามารถเที่ยวชมไดต้ ลอดปี ท่ามกลาง
บรรยากาศของวีถีชาวนา จนลา่ สุดขณะน้ีนกั ท่องเท่ียวที่มาเยือนจะไดส้ ัมผสั กบั ตน้ ขา้ วท่ีแตกกอ
เขียวชอุ่ม หลงั จากน้ีก็จะเป็ นช่วงของการออกรวงขา้ ว ในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือน
มิ ถุ น า ย น ข อ ง ทุ ก ปี ก็ จ ะ ไ ด้ สั ม ผัส กั บ ท้ อ ง ทุ่ ง ที่ เ ห ลื อ ง อ ร่ า ม ไ ป ด้ว ย ร ว ง ข้ า ว
หากไปตอนเยน็ ๆ นักท่องเท่ียวก็จะไดส้ ัมผสั กบั บรรยากาศของพระอาทิตยต์ กดิน แสงสุดทา้ ย
ของแต่ละวนั ที่สวยงามมาก และท่ีนี่มีห้องพกั ที่มองเห็นวิวทุ่งนาจากหน้าต่าง แถมยงั มีร้าน
จาหน่ายกาแฟ และของกินราคาถูกไวใ้ ห้ได้นั่งชิล หรือจะนั่งห้อยขาจิบกาแฟ ชมวิวทุ่งนา
ท่ า ม ก ล า ง ธ ร ร ม ช า ติ ส า ย ล ม แ ล ะ แ ส ง แ ด ด อ่ อ น ๆ ย า ม เ ช้ า แ ล ะ ใ น ย า ม เ ย็น
13
สถานท่ีท่องเที่ยวควนนกเตน้
ประวตั ิควนนกเตน้
การเดินทางไปควนนกเตน้ ภูเขาเล็กที่ตัง้ อยู่ในพืน้ ที่หมู่ 4 ต.คลองทรายขาว อ.กง
หรา จ.พัทลุง สามารถเดินทางไดโ้ ดยรถยนตต์ ามเสน้ ทางหลวงหมายเลข 4122 และ ทาง
หลวงหมายเลข 4 จากตวั จังหวัดพัทลุง โดยระหว่างทางก่อนถึงควนนกเตน้ จะไดส้ มั ผัสวิว
ทิวทัศนท์ ่ีรายลอ้ มไปดว้ ยสวนยางพารา ทุ่งนา และนา้ ตก ธรรมชาติที่ชาวบา้ นช่วยกันรักษา
ไ ว แ้ ล ะ ย ัง ค ง ส ว ย ง า ม จ น ต อ้ ง จ อ ด แ ว ะ เ พื ่อ ถ ่า ย ร ูป เ ก ็บ เ ป ็น ที ่ร ะ ล ึก
เมื่อเดินทางตามเสน้ ทางมาเรื่อยๆ จะพบกับจุดจอดรถเพื่อซือ้ ต๋ัวสาหรบั ขึน้ รถบริการ
ต่อไปยังจุดชมวิวควนนกเตน้ ซึ่งเป็นต๋ัวสาหรบั ทัง้ ขาไปและกลับ เมื่อถึงที่หมายก็พบกับจุด
ชมวิวทะเลหมอกท่ีเรียกไดว้ ่าสวยท่ีสุดในพัทลุง โดยสามารถช่ืนชมความงามของพระอาทิตย์
ในยามเชา้ ท่ามกลางแนวเทือกเขาบรรทัด ซ่ึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดระหว่างวัน พรอ้ มกับการ
รบั ประทานอาหารเชา้ หรือดื่มกาแฟ ดงั คากล่าว “จิบกาแฟ แลสายหมอก หยอกตะวัน” ซ่ึง
ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมควนนกเตน้ แต่หากใครพลาดช่วงเวลานีก้ ็ยัง
14
สามารถสัมผัสบรรยากาศเย็นสบาย ท่ามกลางธรรมชาติอย่างขุนเขา ป่ าไม้ และนา้ ตกได้
ตลอดทั้งวัน โดยช่วงเย็นจะไดส้ ัมผัสกับแสงสุดทา้ ยของพระอาทิตยท์ ่ีกาลังจะลาลับขอบฟ้า
บริเวณใกลจ้ ุดชมวิวมีรา้ นกาแฟสาหรบั บริการเครื่องดื่มและอาหารเชา้ นอกจากนัน้
ยังมีที่พักให้บริการสาหรบั ผูท้ ี่ตอ้ งการใช้เวลาดื่มด่าธรรมชาติอย่างเต็มที่ พรอ้ มกับอาหาร
ไม่ว่าใครก็ตามที่กาลงั มองหาสถานที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พรอ้ มกับทิวทัศนส์ าย
หมอก ขุนเขา และแสงแดดในยามเชา้ ควนนกเตน้ จ.พัทลุง เป็นอีกสถานท่ีหน่ึงท่ีหา้ มพลาด
15
สถานทที่ ่องเทยี่ วอ่างเกบ็ นา้ ห้วยน้าใส
ประวัติอ่างเกบ็ นา้ ห้วยนา้ ใส
อ่างเกบ็ น้าห้วยนา้ ใส หรือเขี่อนหว้ ยน้าใส ต้งั อยหุ่ มู่ท่ี 5 ตาบลวงั อ่าง อาเภอชะอวด จงั หวดั
นครศรีธรรมราช และหม่ทู ่ี 3 ตาบลลานข่อย อาเภอป่ าพะยอม จงั หวดั พทั ลงุ เป็นอา่ งเก็บน้า
ขนาดใหญ่ ลอ้ มรอบไปดว้ ยภูเขามากมาย บรรยากาศดี ววิ สวย น้าใสสะอาด
อาณาเขต เริ่มก่อสร้าง เริ่มดาเนินการก่อสร้างปี งบประมาณ 2534 แลว้ เสร็จ
ปี งบประมาณ 2539 ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี
วตั ถุประสงค์ของการก่อสร้าง
1. เพื่อเป็นแหลง่ น้าสาหรับสนบั สนุนโครงการคลองไมเ้ สียบ ซ่ึงมีพ้ืนที่
โครงการฯ 35,500 ไร่และสามารถขยายพ้นื ท่ีโครงการฯ ไดอ้ ีก 18,000 ไร่
2. เพือ่ ป้องกนั หรือบรรเทาปัญหาอุทกภยั ในพ้ืนท่ีลุม่ น้าปากพนงั ในเขตอาเภอชะ
อวด ซ่ึงมกั เกิดข้ึนเป็นประจาทุกปี ในฤดูร้อน
16
3. เพอ่ื ป้องกนั หรือบรรเทาปัญหาน้าเคม็ เนื่องจากน้าทะละหนุนในลุ่มน้าปากพนงั ใน
ฤดูแลง้
4. เพอื่ เป็นแหล่งน้าสาหรับอปุ โภค –บริโภค ในบริเวณใกลเ้ คียงอา่ งเก็บน้าฯ
พ้นื ที่ไดร้ ับประโยชน์ เพือ่ ช่วยเหลือพ้นื ท่ีเพาะปลูกในเขตโครงการฯ 53,500 ไร่ โดย
สามารถใหป้ ระโยชน์แก่พ้นื ท่ี ในเขต 3 ตาบล ไดแ้ ก่
1. ตาบลลานข่อย อาเภอป่ าพะยอม จงั หวดั พทั ลุง
2. ตาบลเกาะขนั ธ์ อาเภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช
3. ตาบลชะอวด อาเภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช
กิจกรรมอ่ืน ไมอ่ นุญาตใหส้ ร้างสิ่งก่อสร้างในลาน้า (ในอ่างฯ)
17
สถานท่ที ่องเทย่ี วตลาดใต้โหนด
ประวตั ติ ลาดใต้โหนด
"ตลาดใต้โหนด" หรือท่ีคนใตเ้ รียกกันว่า "หลาดใต้โหนด" ตั้งอยู่ท่ีบา้ นจันนา
ตาบลดอนทราย อาเภอควนขนุน จังหวดั พัทลุง เป็นตลาดนัดพืน้ บา้ นสีเขียวสุดเก๋ไก๋ ท่ีสรา้ ง
รายไดใ้ ห้กับชุมชนแห่งนีม้ ามากกว่า 2 ปีแลว้ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขทางการคา้ ใหช้ าวบา้ น
เท่านนั้ แต่ยงั สรา้ งความสขุ และมิตรภาพใหก้ ลบั คืนสทู่ อ้ งถิ่นอยา่ งย่งั ยืนอีกดว้ ย
18
ตลาดใต้โหนด ก่อเกิดขึน้ ณ บา้ นเกิดของ คณุ กนกพงศ์ สงสมพนั ธุ์ นักเขียนรางวลั ซีไรต์ ปี
2539 ซ่งึ หลงั จากการเสียชวี ติ ของทา่ นในปี 2549 คณุ นิยตุ ิ สงสมพนั ธุ์ (พ่ชี าย) ไดเ้ รม่ิ จาก
จุดเล็ก ๆ หวงั แค่เพียงใหบ้ า้ นหลงั นีเ้ ป็นศูนยก์ ารเรียนรูข้ องชุมชน เป็นสถานท่ีอ่านหนงั สือสดุ
เงียบสงบของเด็ก ๆ และชาวบา้ นในหม่บู า้ น พรอ้ มทง้ั เป็นสถานท่ีแลกเปล่ียนความรูท้ างดา้ น
ศลิ ปะ แตต่ อ่ มาไดม้ ีโครงการตลาดทอ้ งถิ่น ซง่ึ ใหช้ าวบา้ นในพืน้ ท่นี าสินคา้ ปลอดสารพิษ พรอ้ ม
ทงั้ อาหารพนื้ เมืองมาจาหนา่ ย
19
สถานท่ีท่องเท่ียวควนน้อยแกรนด์แคนยอน
ประวตั ิควนน้อยแกรนด์แคนยอน
ควนนอ้ ยแกรนด์แคนยอน ต้งั อยใู่ น ตาบลแพรกหา อาเภอควนขนุน จงั หวดั พทั ลุง ตอ้ ง
บอกก่อนว่า แกรนด์แคนยอน แห่งน้ี ไม่ไดถ้ ูกธรรมชาติสร้างข้ึนท้งั หมดค่ะ เพราะจริงๆ แลว้
ที่นี่คือบ่อดินเก่าท่ีถูกทิ้งร้างเอาไว้ และไดม้ ีการขุดดินไปขาย เม่ือดินเหล่าน้นั ไดถ้ ูกขุดไปเรื่อยๆ
ไปเจอกบั น้าใตด้ ินทาใหเ้ กิดเป็นหลุมบอ่ ข้ึนมา บวกกบั เมื่อมีฝนตกลงมา ก็กลายเป็นบ่อที่มีน้าขงั
สีเขียวมรกต ทาใหเ้ กิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน้ีข้ึนมาค่ะ
20
ใครท่ีจะพาลูกๆ หลานๆ มาตอ้ งระมดั ระวงั ความปลอดภยั ดว้ ยนะคะ น้าในบ่อน้นั จะลงเล่น
ไม่ได้ค่ะ เพราะลึกมากถึง 30 เมตร ดว้ ยกนั ทาให้ค่อนขา้ งอนั ตรายค่ะ ตอนถ่ายรูปก็ตอ้ งระวงั
เช่นเดียวกนั นะคะ ที่สาคญั อย่าลืมรักษาความสะอาด อย่าทิ้งขยะลงในบ่อนะคะ จะไดม้ ีความ
สวยอนั ซีนแบบน้ีอยกู่ บั เราไปนานๆ ค่ะ บรรยากาศโดยรอบของท่ีน่ีกจ็ ะเยน็ สบายๆ เหมาะที่จะ
มาพกั ผ่อนหย่อนใจเป็ นที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะมาเท่ียวกบั ใครก็สวยเหมือนกนั ค่ะ ใครท่ีกาลงั คิดว่า
พทั ลุง ไม่ค่อยมีอะไรเท่ียวน้นั ตอ้ งลองมาเท่ียวดูค่ะ แลว้ จะเปล่ียนความคิดไปอยา่ งแน่นอนค่ะ
เหมือนกบั ท่ี ควนน้อยแกรนด์แคนยอน ที่ควรค่าแก่การมาดูดว้ ยตาตวั เองสักคร้ัง ว่าความสวย
ท่ีวา่ น้นั เป็นอยา่ งไร
21
สถานที่ท่องเทีย่ ววดั วงั
ประวัติวัดวงั
วดั วงั เป็ นวดั โบราณท่ีมีความสาคญั คู่กบั เมืองพทั ลุงมาตลอดสมยั รัตนโกสินทร์ เพราะเคยเป็ น
สถานที่ประกอบพิธีถือน้าพิพฒั น์สัตยาของขา้ ราชการเมืองพทั ลุงมาแลว้ ในอดีต จนกระทง่ั ทาง
ราชการไดย้ กเลิกพิธีถือน้าพิพฒั น์สัตยา และไดม้ ีการยา้ ยเมืองพทั ลุงจากตาบลลาปาไปต้งั ท่ี
ตาบลคูหาสวรรค์คือที่ต้งั เมืองปัจจุบนั เม่ือ พ.ศ. ๒๔๖๙ วดั วงั เป็ นวดั ที่มีศิลปกรรมควรแก่
การศึกษาคน้ ควา้ มากมาย เช่น อุโบสถก่อดว้ ยอิฐถือปูน มีระเบียงคดลอ้ มรอบ ภายในอุโบสถ
ประดิษฐานพระประธานปูนป้ันปางมารวิชยั จานวน ๔ องค์ (พระพุทธรูปปูนป้ัน จานวน ๑๐๘
องค)์ ฝาผนงั ท้งั ๔ ดา้ น เขียนภาพจิตรกรรม เม่ือ พ.ศ. ๒๔๐๓ ตรงกบั สมยั รัชกาลท่ี ๔ เป็ นการ
เล่าเร่ืองพระพุทธประวตั ิและเทพชุมนุม นอกจากน้ียงั มีเจดียย์ ่อมุมไมส้ ิบสอง จานวน ๒ องค์
ธรรมาสนจ์ าหลกั ไมข้ องรัชกาลท่ี ๖ มีอกั ษรจารึกพระปรมาภิไธยยอ่ จปร. และ ขอ้ ความวา่ "ทรง
พระราชอุทิศในงานพระบรมศพ พ.ศ. ๒๔๕๓” วดั วงั อยูห่ ่างจากศาลากลางจงั หวดั พทั ลุง ไป
ทางทิศตะวนั ออก ตามถนนราเมศวร์ ถนนอภยั บริรักษ์ ประมาณ ๗ กิโลเมตร
22
สถานท่ที ่องเที่ยววดั ถา้ คูหาสวรรค์
ประวตั ิวัดถา้ คูหาสวรรค์
ดคูหาสวรรค์ เป็ นวดั ที่มีความสาคญั วดั หน่ึงในประวตั ิศาสตร์ ท่ีพระมหากษตั ริยแ์ ละ
เช้ือ พระวงศโ์ ปรดในการเสด็จอยเู่ สมอ มีโบราณสถานและรูปแบบศิลปกรรมที่สาคญั ชาวบา้ น
นิยมเรียกว่า “วัดคูหาสูง” หรือ “วัดสูง” ไม่มีหลกั ฐานแน่ชดั ว่าสร้างเมื่อใด ตามตานานนาง
เลือดขาว ระบุไวว้ า่ เมื่อตาสามโมกบั ยายเพชรเพชรถึงแก่กรรมแลว้ กมุ ารกบั นางเลือดขาวใหน้ า
อฐั ิของทา่ นท้งั สอง ไปเกบ็ ไวใ้ นถ้าคูหาสวรรค์ ภายในถ้ามีพระพทุ ธรูปปางไสยาสน์องคใ์ หญ่ ๑
องค์และพระพุทธรูปปูนป้ัน ป้ันดว้ ยดินเหนียวเรียงแถวเป็ นระเบียบทางดา้ นทิศเหนือ ทิศใต้
และทิศตะวนั ตก ๓๗ องค์
23
วดั ถา้ คูหาสวรรค์ ชาวบา้ นนิยมเรียกวา่ วดั คูหาสูง หรือวดั สูง อยทู่ างทิศตะวนั ออกเฉียงใตข้ อง
เชิงเขาหัวแตกตาบลคูหาสวรรค์ ไม่มีหลกั ฐานแน่ชดั วา่ สร้างข้ึนสมยั ใด และใครเป็ นผูส้ ร้าง แต่
สันนิษฐานว่าสร้างข้ึนในสมยั กรุงศรีอยุธยาต่อมาไดร้ ับการยกฐานะเป็ นพระอารามหลวงแห่ง
แรกในจังหวัดพทั ลุง และเป็นวดั ที่พระมหากษตั ริยแ์ ละเช้ือพระวงศโ์ ปรดในการเสด็จอยเู่ สมอ
24
สถานที่ท่องเทย่ี วป่ าไผ่สร้างสุข
ประวัตปิ ่ าไผ่สร้างสุข
ป่ าไผส่ ร้างสุข พ้ืนที่พกั กิน เรียน เลน่ แห่งใหม่ของเมืองพทั ลุง พร้อมกบั ตลาดกรีนร่วมสมยั ของ
ชุมชนผผู้ ลิตรุ่นใหม่หวั ใจสีเขียว และกิจกรรมเรียนรู้สุดสร้างสรรค์ เที่ยวไดท้ ุกเพศ ทุกวยั
25
จงั หวดั พทั ลงุ นอกจากจะโดดเด่นในเร่ืองของประเพณีวฒั นธรรมแลว้ ที่นี่ก็ยงั โดดเด่นใน
เร่ืองของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ รวมไปถึงการใชช้ ีวิตแบบเรียบง่าย โดยอยบู่ นพ้ืนฐานของ
ความพอเพียง อย่างที่เราเคยนาเสนอตลาดสีเขียว "หลาดใตโ้ หนด" ท่ีมีการให้คนในชุมชนนา
สินคา้ ทอ้ งถ่ินมาจาหน่ายให้กบั นกั ท่องเท่ียว ก็ไดร้ ับการตอบรับอยา่ งดี วนั น้ีจึงจะพาไปรู้จกั กบั
ป่ าไผ่สร้างสุข อีกหน่ึงสถานท่ีท่องเท่ียวและแหล่งพกั ผ่อนหยอ่ นใจคุณภาพดีของจงั หวดั พทั ลุง
กนั คะ่
26
ป่าไผส่ รา้ งสขุ ตงั้ อย่ภู ายในสวนไผ่ขวญั ใจ อาเภอควนขนนุ จงั หวดั พทั ลงุ ไมไ่ กลจาก
โรงพยาบาลควนขนนุ เป็นอีกหน่งึ พนื้ ท่คี ณุ ภาพของจงั หวดั พทั ลงุ ท่ีจะมาสรา้ งความสขุ ใหก้ บั
ทง้ั ชมุ ชนและผมู้ าเยือน เดนิ ทางมาเท่ยี วงา่ ย สามารถมาน่งั เลน่ ปิกนิกไดต้ ลอดทงั้ วนั ไดห้ อบ
ความสขุ กลบั บา้ นไปพรอ้ มกบั การเรียนรูส้ ิง่ ใหม่ ๆ แน่นอน
27
ตอ้ งขอเกร่นิ ถงึ ท่มี าท่ไี ปของป่าไผส่ รา้ งสขุ สกั นิดค่ะ วา่ จรงิ ๆ แลว้ พนื้ ท่สี วนไผ่ขวญั ใจของคณุ
ขวญั ใจ แตเ่ ดิมนนั้ เป็นสวนท่ที าการเพาะปลกู ขยายพนั ธไุ์ ผ่ และถา่ นจากไมไ้ ผ่ พรอ้ มทง้ั มีศนู ย์
การเรยี นรูม้ ายาวนานแลว้ แตไ่ ดเ้ ร่มิ มาเปิดเป็นแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วพกั ผ่อนหย่อนใจเม่อื ปลายเดอื น
มกราคม 2560 นเี้ อง โดยเกิดจากความรว่ มมือของสวนไผข่ วญั ใจ และเครือข่ายกินดีมสี ขุ
พทั ลงุ มาช่วยกนั สรา้ งสรรคต์ ลาดแห่งนี้
28
สถานทท่ี ่องเทย่ี วปากประลากนู
ประวตั ิปากประลากูน
ใครกาลงั มองหาสถานที่พกั ผอ่ นหยอ่ นใจสวยๆ มีสระวา่ ยน้า ราคาไมแ่ รง ผมแนะนาที่น่ีเลยครับ
ความประทบั ใจไดเ้ กินร้อยจริงๆ การไดพ้ าตวั เองมาผอ่ นคลายทา่ มกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ
ของคลองปากประ ท้งั ความโดดเด่นดา้ นดีไซน์ของท่ีพกั ภายใตแ้ นวคิดการออกแบบสไตล์
tropical เหมาะกบั อากาศบา้ นเรา
มีการนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาใชใ้ นการสร้างตวั ที่พกั ทาใหเ้ ขา้ กบั บรรยากาศรอบๆ ส่วนการ
ออกแบบภายในก็มีการแฝงวิถีชุมชนเขา้ ไปผา่ นการตกแตง่ หอ้ งพกั อีกดว้ ย และความเยน็ สบาย
จากทาเลที่ต้งั ซ่ึงติดทะเลสาบ อีกท้งั การบริการที่ดีเยย่ี มของรีสอร์ทแห่งน้ี ทาใหท้ ริปเลก็ ๆ 2 วนั
1 คืน ท่ี Pakpra Lagoon Resort at Phatthalung ยงิ่ รู้สึกดีข้ึนไปอีก
29
สถานทที่ ่องเทย่ี วยอยกั ษ์ทค่ี ลองปากประ
ประวัตยิ อยกั ษ์ทีค่ ลองปากประ
ถ้าหากพูดถึงพัทลุงแลว้ คลองปากประ เป็นอีกหนึ่งสถานท่ีท่ีหลายคนนึกถึง อาจเรียกได้
ว่าเป็นเอกลกั ษณ์ของพัทลุงเลยก็ว่าได้ ภาพแสงแรกของดวงอาทิตยท์ ี่กาลงั จะขึน้ จากขอบ
ฟ้า เพ่ือมาทักทายเชา้ วันใหม่ เบือ้ งหนา้ คืออุปกรณ์จับปลาขนาดใหญ่ หรือ ยอยักษ์เรียงราย
ที่ยอ้ นแสงจนเห็นเพียงเคา้ โครงเงาสีดา ปักหลกั บนผืนนา้ อนั กวา้ งใหญ่ที่สะทอ้ นแสงส่อง
ระยิบระยับจากดวงอาทิตยใ์ นยามเชา้ องคป์ ระกอบของธรรมชาติที่ถูกจัดวางไดอ้ ย่างลงตัว
เกิดเป็นภาพที่งดงามน่าอัศจรรย์ ชว นใหใ้ ครหลายคนอยากมาสัมผัสเองสักครัง้
30
คลองปากประ ตั้งอยู่ในเขตพืน้ ที่บา้ นปากประ ตาบลนางตุง อาเภอควนขนุน เป็นคลอง
ขนาดใหญ่จาก สายนา้ หลากหลายพืน้ ที่ในพัทลุงที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาในที่สุด ทาให้
บริเวณคลองกลายเป็นแหล่งอาหารอุดมสมบูรณท์ ี่ชุกชุมไปดว้ ยฝูงปลา เกิดเป็นวิถีชีวิต
ประมงพืน้ บา้ นท่ีคิดคน้ ประดิษฐ์ยอขึน้ ในการดักจับปลาโดยเฉพาะโครงสรา้ งที่ทาดว้ ยไมไ้ ผ่
มีไมค้ านยกยึดติดอยู่กับแขนยอ โดยตัวยอมีรูปร่างเป็นแหสี่เหลี่ยม ยอของที่นี่มีขนาดใหญ่
หรือท่ีรูจ้ ักกันว่า “ยอยักษ์” เป็นยอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตวั ต่างจากที่อื่น นอกจากนีก้ ิจกรรม
พิเศษที่คลองปากประคือ การไดน้ ่ังเรือไปสัมผัสวิถีชีวิตการยกยอยักษ์ของชาวบา้ น ที่ต่าง
ช่วยกันดักจับปลา เป็นการสมั ผัสวิถีชีวิตของพัทลุงที่เรียบง่ายแต่แฝงไปดว้ ยเสน่หใ์ หช้ วน
หลงใหลอย่างบอกไม่ถูก กลายเป็นสวรรคข์ องนักถ่ายภาพทั้งหลาย ซ่ึงแสงแรกนี้จะสวยท่ีสุด
ในช่วงฤดูรอ้ น และในฤดูฝนจะเห็นปลาท่ีชุกชมมากกว่า
31
นอกจากนีห้ ากล่องเรือออกไปอีกสักหน่อยจะพบกับตน้ ลาพูที่อยู่กลางคลองปากประแห่งนี้
เป็นวิวแปลกตาอีกแห่งที่ธรรมชาติสรรคส์ รา้ งขึน้ และหากโชคดีไดม้ าเยือนในช่วงฤดูเก็บ
เกี่ยวก็จะเห็นทุ่งนาที่เต็มไปดว้ ยตน้ ขา้ วที่ออกรวงอย่างเต็มที่ พรอ้ มกับชาวนาที่กาลงั เกี่ยว
ขา้ ว ยิ่งถา้ ตื่นเชา้ เพื่อไปล่องเรือสัมผัสบรรยากาศความงามต่อที่ทะเลนอ้ ย ก็จะไดส้ ัมผัส
บรรยากาศที่งดงามแต่เต็มไปดว้ ยเสน่หใ์ หช้ วนมองอย่างบอกไม่ถูก แต่หากใครพลาดช่วง
เชา้ ก็อย่างเพิ่งเสียดายไป เพราะบรรยากาศช่วงยามเย็นก็สวยงามน่าสนใจไม่แพก้ ัน
32
สถานที่ท่องเท่ียววงั เจา้ เมืองพทั ลุง
ประวตั ิวงั เจา้ เมืองพทั ลงุ
วงั เจา้ เมืองพทั ลุง เป็ นที่รู้จกั ในอีกชื่อหน่ึงวา่ “วงั เก่า – วงั ใหม่” เนื่องจากประกอบดว้ ย “วงั เก่า”
และ “วังใหม่” ต้ังอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน สาหรับ “วังเก่า” น้ันสร้างข้ึนในสมัยกรุง
รัตนโกสินทร์ตอนตน้ ในสมยั ที่พระยาพทั ลุง (นอ้ ย จนั ทโรจวงศ)์ เป็นเจา้ เมือง ส่วน “วงั ใหม่”
ซ่ึงต้งั อยทู่ างทิศใต้ ติดชายคลองลาปา สร้างข้ึนเมื่อปี พ.ศ. 2432 โดยพระยาอภยั บริรักษจ์ กั รา
วชิ ิตพพิ ิธภกั ดี (เนตร จนั ทโรจวงศ)์ บตุ รชายของพระยาพทั ลุง ผเู้ ป็นเจา้ เมืองในขณะน้นั ปัจจุบนั
ทายาทตระกูล “จนั ทโรจวงศ”์ ไดม้ อบวงั น้ีให้เป็ นสมบตั ิของชาติ และกรมศิลปากรไดป้ ระกาศ
ข้ึนทะเบียนเป็ นโบราณสถานวงั เก่า เม่ือวนั ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 ในขณะที่วงั ใหม่
ไดร้ ับการข้ึนทะเบียนฯ ไปแลว้ ก่อนหนา้ น้นั เม่ือวนั ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2526
จากอดีตท่ีเคยเป็ นสถานที่ว่าราชการและเป็ นท่ีพกั อาศยั ของเจา้ เมืองพทั ลุงที่มีความสวยงาม
โดดเด่นยง่ิ นกั ไดก้ ลายเป็นแหล่งท่องเท่ียวทางประวตั ิศาสตร์ที่สาคญั แห่งหน่ึง ของจงั หวดั ซ่ึง
วังเจ้าเมืองพัทลุงแห่งน้ี เป็ นที่รู้จักในอีกชื่อหน่ึงว่า “วงั เก่า – วงั ใหม่” โดยประกอบด้วย
โบราณสถานสาคญั ที่ต้งั อยใู่ นอาณาบริเวญเดียวกนั ดงั น้ี
33
· วังเก่า สร้างข้ึนในสมยั กรุงรัตนโกสินทร์ตอนตน้ ในสมยั ที่พระยาพทั ลุง (น้อย จนั ทโรจ
วงศ)์ เป็นเจา้ เมือง ซ่ึงทายาทตระกูล “จนั ทโรจวงศ”์ ไดม้ อบวงั น้ีใหเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ และกรม
ศิลปากรไดป้ ระกาศข้ึนทะเบียนเป็นโบราณสถานวงั เก่า เม่ือวนั ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2535
· วังใหม่ เป็ นวงั ที่ต้งั อย่ทู างทิศใต้ ติดกบั ชายคลองลาปา สร้างข้ึนเมื่อปี พ.ศ. 2432 โดย
พระยาอภยั บริรักษจ์ กั ราวิชิตพิพิธภกั ดี (เนตร จนั ทโรจวงศ)์ บุตรชายของพระยาพทั ลุง ผเู้ ป็นเจา้
เมืองในขณะน้นั โดยไดร้ ับการข้ึนทะเบียนฯ เมื่อวนั ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2526
น่าชม
ชมสถาปัตยกรรมไทยโบราณ ท่ีมีความสวยงาม อลงั การ สมฐานะ ผพู้ กั อาศยั โดย วังเก่า เป็น
เรือนไทยที่มีรูปแบบ ผสมผสานระหว่างภาคกลางกบั ภาคใต้ มีเรือนใหญ่ทรงไทยแฝด อยู่ตรง
กลาง ส่วน วงั ใหม่ ที่สร้างข้ึนในภายหลงั น้นั เป็นกลุ่มเรือนไทย 5 หลงั แบง่ เป็นเรือนนอน และ
เรือนครัว สามารถเดินชมดา้ นในได้ นอกจากน้ี บริเวณวงั เจา้ เมืองฯ ยงั มีศาลาไทยริมน้า และ เรือ
พทั ลุง ซ่ึงเป็นเรือเก่าแก่สมยั รัชกาลท่ี 5 ใหไ้ ดช้ มกนั ดว้ ย
34
สถานที่ท่องเท่ียวพระยาพทั ลงุ ขนุ คางเหลก็
ประวตั ิพระยาพทั ลงุ ขนุ คางเหลก็
พระยาพทั ลุง (ขนุ ) หรือ ขุนคางเหลก็ (เกิด พ.ศ. 2277) เป็นบุตรชายของพระยาราชบงั สัน
(ตะตา) บุตรชายของพระยาพทั ลุง (ฮุเซน) บุตรสุลต่านสุลัยมาน เกิดและเติบโตในกรุงศรี
อยุธยา จึงพูดภาษาปักษใ์ ตไ้ ม่เป็ น เขา้ รับราชการเป็ นมหาดเล็กในแผ่นดินพระเจา้ อยู่หัวบรม
โกศ เมื่ออายุ 14 ปี ตอ่ มา เมื่อกรุงศรีอยธุ ยาแตกไดเ้ ขา้ ถวายตวั ช่วยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช
เป็ นคร้ังแรก ตามเสด็จลงไปปราบก๊กเจา้ นครศรีธรรมราช พ.ศ. 2312 ขณะน้นั อายุ 35 ปี จึงได้
เป็นพระยาภกั ดีนุชิต สิทธิสงคราม ผชู้ ่วยราชการนครศรีธรรมราช ต่อมาเม่ือ พ.ศ. 2315 สมเด็จ
พระเจา้ ตากสินมหาราช โปรดฯใหไ้ ปเป็นเจา้ เมืองพทั ลงุ ในราชทินนาม พระยาแกว้ โกรพพิชยั ฯ
เช่นเดียวกบั บิดา พระยาราชบงั สัน (ตะตา) ซ่ึงมีราชทินนามว่า พระยาแกว้ โกรพพิชยั ฯ เช่นกนั
ทวา่ สร้อยตา่ งกนั
ภายหลงั กรุงศรีอยุธยาแตก พระยาพทั ลุง (ขุน) กบั พี่น้องญาติๆ ไดพ้ ากันอพยพมาอยู่
หมู่บ้านบริ เวณใกล้ ๆ วัดพลับ (วัดราชสิทธาราม) ไม่ห่างไกลกันนักกับพวกญาติ ๆ
35
เช้ือสุลต่านสุลยั มาน ซ่ึงต้งั เคหสถานอยใู่ กลว้ ดั หงส์รัตนาราม ในคลองบางกอกใหญ่ หรือคลอง
บางหลวง ใน พ.ศ. 2315 พระยาพทั ลุงไดเ้ ปลี่ยนไปนบั ถือศาสนาพทุ ธ[1]
ภรรยาพระยาพทั ลุง(ขนุ ) คือ คุณหญิงแป้น นอ้ งร่วมบิดามารดากบั ทา้ วทรงกนั ดาล บตุ ร-
ธิดา ที่สาคญั ไดแ้ ก่
• เจา้ จอมมารดากล่ิน ในรัชกาลที่ 1 มีพระราชโอรส คือ พระองคเ์ จา้ สุทศั น์ (ตน้ ราช
สกลุ สุทศั น์ ณ อยธุ ยา)
• พระยาพทั ลงุ (ทองขาว) สามีของคุณหญิงปลอ้ ง บตุ รีพระยาราชวงั สนั (นอ้ งนาง
ของพระชนนีเพง็ และมีศกั ด์ิเป็นนา้ นางของสมเด็จพระศรีสุลาลยั )
36
บรรณานุกรม
https://travel.mthai.com/blog/36450.html
http://shutterexplorer.com/2019/02/16/phattalung-20-destinations-tat-2019/
https://www.m-culture.go.th/th/article_view.php?nid=11019
https://mgronline.com/south/detail/9620000041659
https://travel.kapook.com/view148947.html
https://travel.kapook.com/view165871.html