The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by theflashlight07, 2022-02-25 10:44:32

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังยุคล่าอาณานิคม

เอเชียตะวันออกเฉยงใต้้

เอเชียตะวันออกเฉยงใต ้

เอเชียตะวันออกเฉยงใต






หลังยุคล่าอาณานิคม
หล ัังยุคล่าอาณานิคม

หลงยคลาอาณานิคม















































จดทําโดย


นาย อทธพล ศรพงษเวคน เลขที 1








นาย ณฐพงษ สญส นภย เลขท 5





นาย ภวดล เครอม งมงคล เลขที 13



นาย นายอภวตต คงสข เลขที 14


นาย อภรกษ สคนธนนทกล เลขที 15












การลาอาณานคมของยโรป











เอเชียตะวันออกเฉยงใต ้














ั้



ี่
ในชวงแรกของการลาอาณานคมของยโรปเอเชยตะวันออกเฉยงใตทเกิดขนตลอดทงวันท ี่
ึ้









16 และ 17 ศตวรรษหลงจากการมาถงของชาวดตช , โปรตเกส , สเปนและตอมา






ื่


ั่

ฝรงเศสและองกฤษผคาทางทะเลเครองเทศ มการแขงขนกันอยางดเดอดในไมชาชาวยโรป

ู


กพยายามกําจดซงกนและกนโดยการบงคบควบคมศนยการผลตศนยกลางการคาและ









ึ่




สถานทสําคญทางยทธศาสตรโดยเรมจากการเขาซอมะละกาของโปรตเกสในป 1511
ี่

ื้


ิ่
ึ่


ตลอดศตวรรษท 17 และ 18 การพชตโดยมุงเนนไปททาเรือตามเสนทางการเดนเรือซง
ี่



ี่

เปนเสนทางการคาทางทะเลทปลอดภย


ี่






ู

นอกจากนยงอนญาตใหผปกครองชาวตางชาตเรียกเกบภาษและ

ี้

ควบคมราคาสนคาโภคภณฑในเอเชยตะวนออกเฉียงใตทเปนท ี่






ี่






ื่

ี่

ตองการอยางมาก เมอถงศตวรรษท 19 ดนแดนในเอเชยตะวน


ั้


ออกเฉยงใตเกอบทงหมดถกบงคบใหอยูในขอบเขตอทธพลของผ ู






ึ่
ี่



ั่
เลนระดบโลกในยโรป สยามซงเคยเปนรัฐกันชนทสะดวกคนกลาง
ระหวางบรตชพมาและอนโดจนฝรงเศสเปนประเทศเดยวทหลีก
ี่







ั่

ี่

เลยงการปกครองของตางชาติโดยตรง อยางไรก็ตามกษตรย 



ตองตอสกบความอัปยศอดสซํ้าๆ ยอมรบสนธสญญาทไมเทา
ี่




ู





เทยมกนทามกลางการแทรกแซงทางการเมืองขององกฤษและ


ฝรงเศสจํานวนมากและการสูญเสยดินแดนหลังจากฝรงเศส
ั่
ั่
สยามสงครามในป 1893 และแองโกลสยามสนธสญญา 1909




เอเชียตะวันออกเฉ ีียง
เอเชียตะวันออกเฉยง








ใต ้้หลังยุคล่าอาณานิคม



ใตหลงยคลาอาณานคม


ี งและภูมิภาค

ทต ั







ั้

ู





ภมภาคเอเชยตะวนออกเฉยงใตตงอยระหวางละตจด 10 องศาใตท ี่










ตมอร-เลสเต กบละตจด 28 องศาเหนอ ทภาคเหนอของเมยนมา และ

ี่





ี่


ลองจจด 92 องศาตะวนออกทภาคตะวันตกของเมยนมา กบลองจจด







141 องศาตะวนออก บรเวณชายแดนปาปว (อนโดนีเซย) กบ ปาปว


ั้



นวกน มทําเลทตงและอาณาเขต ดังน ี้
ี่
ทศเหนอ ตดตอ สาธารณรฐประชาชนจน













ทศตะวนตก ตดตอ อินเดย บงกลาเทศ และมหาสมทรอนเดย





ทศตะวนออก จดมหาสมทรแปซฟกและปาปวนวกน ี






ทศใต จดทะเลตมอร และทะเลอะราฟรา




ประเทศในภมภาคเอเชยตะวนออกเฉยงใตประกอบดวย 11 ประเทศ











ตงอยบนพนท 2 สวนคอ ประเทศทตั้งอยบนผนแผนดนใหญ ไดแก 
ั้
ู

ี่

ี่
ื้
ู
ี่

เมยนมา ไทย ลาว เวยดนาม กมพชา และมาเลเซย กบประเทศทตงอย ู

ั้









ู
บนเกาะหรอหมเกาะ ไดแก สงคโปร บรไน ฟลิปปนส อนโดนีเซย และ






ตมอร-เลสเต




ลกษณะภูมิประเทศ











ี่

ี่

ุ
ี่

ุ
1. เขตทราบลมแมนํ้า ทสําคญ เชน ทราบลมแมนํ้าโขงในประเทศกมพชาและลาว


ทราบลมแมนํ้าแดงในประเทศเวยดนาม ทราบลมแมนํ้าเจาพระยาในประเทศไทย

ุ
ุ


ี่
ี่


ี่
ึ่




ุ

ทราบลมแมนํ้าอรวดในตอนกลางของประเทศเมยนมา ซงเปนเขตทอดม-สมบรณ 
ี่


และเปนเขตเกษตรกรรมหลกของประเทศ




ู

ี่

2. บรเวณทเปนชายฝงทะเล คาบสมทร เกาะ และหมเกาะ เชนชายฝงทะเลตอนใต 
ี่





และตะวนตกของเมยนมา ทางตะวนตกและตะวนออกของไทย ประเทศทเปนเกาะ




คอ สงคโปร และ หมเกาะ คอ อินโดนีเซย ฟลิปปนส บรเวณนมสตวนํ้าอดม



ี้



ู






สมบรณ บางประเทศมแหลงนํ้ามนดบและแกสธรรมชาต ิ




ี่



3. เขตทราบสง ทสําคญ เชน ทราบสูงตะวนออกของเมยนมา ทมีประชากรอาศัยอย ู
ี่
ี่
ี่


ไมมากนกเพราะอากาศแหง-แลงและการเดนทางลําบาก แตมีทรัพยากรธรรมชาตทาง








ี่







เศรษฐกจทมคา เชน ปาไม อญมณ เปนตน
ี่









4. เขตเทอกเขา แบงเปน 2 ลกษณะ คอ เทอกเขาทมีขนาดไมสงใหญมากนก








และบรเวณทเปลอกโลกสงบตวจงไมเกดแผนดนไหวหรอภเขาไฟระเบด เชน

ี่


ี่





เขตเทอกเขาในรฐฉานของพมา และเขตเทอกเขาทมีขนาดสงใหญและเปลือก



ู
โลกยงเคลอนไหวอยจงเกดแผนดนไหวและภเขาไฟระเบด เชน เทอกเขาในเกาะ

ื่






สมาตรา เกาะชวา ในอินโดนเซย และเทอกเขาในหมเกาะฟลิปปนส 
ู







สภาพภูมิอากาศ













ื้

เปนแบบรอนชนและอยในเขตมรสม โดยในชวงเดอน
ู





พฤษภาคมถงตลาคม มลมมรสุมตะวนตก-เฉียงใตพัดจาก


มหาสมทรอนเดยผานเอเชยตะวนออกเฉียงใตไปยงจน ทําให














มฝนตกชกและชวงเดือนพฤศจกายนถงเมษายน มลมมรสม



ตะวนออกเฉยงเหนือจากจนเขามาในภมภาคเอเชยตะวนออก





ี้





เฉยงใต ทําใหอณหภมตํ่าลงและมฝนนอย นอกจากนยงมลม









ุ
พายไตฝนจากทะเลจนใต และลมพายไซโคลนจากอาวเองก






ั้

อลพดผานเขามาเปนครงคราวทําใหเกดลมแรง ฝนตกหนก


ในบางประเทศ เชน เวยดนาม ลาว ไทย ไดรับผลกระทบ




จากการเกดอทกภยและวาตภย ซงสงผลตอการดําเนนชวิต
ึ่






ของประชากรอยางมาก


ทรัพยากร
















ั้
ึ่

ู
สําหรบประเทศไทย ตงอยบรเวณกงกลางแผนดนใหญของ









ี่
ภมภาคเอเชยตะวนออกเฉยงใต ภมประเทศสวนใหญเปนทราบ


ุ
ี่
ลมแมนํ้า โดยเฉพาะทางตอนกลางของประเทศทมีทราบลุม
ี่

แมนํ้าเจาพระยา ซงเปนแหลงเกษตรกรรมทสําคญของประเทศ

ี่

ึ่




ี่

ทางตอนเหนอเปนเทอกเขาสลบกบทราบระหวางหุบเขา










เปนตนกําเนดของแมนํ้าหลายสาย และมีปาไมอดมสมบรณ 


สวนทางใตมภมประเทศเปนคาบสมทรแคบยาวยนลงไปในทะเล

ื่









ผลกระทบและการเปลยนแปลงในดน




แดนอาณานิคม














ี่





การทชาวตะวนตกสรางลทธจกรวรรดนิยมโดยเขาไปปกครองดนแดน



อาณานคม กอใหเกิดผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงในดนแดนอาณานคม ดงน ี้





ื่

1.ชาวตะวนตกประกาศใชกฎหมายเพอเกบภาษประชาชนอยางรนแรง




ี่



ื้
ิ่




ยงกวาชวงระยะทชาวพนเมองปกครองกนเอง รายไดจากการเกบภาษสวน




ใหญผปกครองอาณานคมสงไปบํารงความเจรญรงเรองของเมองแม
ุ


ู

2.กลมนายทนชาวตะวนตกเขายดครองพนทอนอดมสมบรณ และ
ี่


ุ


ื้











กอบโกยทรพยากรธรรมชาตจากดินแดนอาณานคม แลวนําไปแปรรปเปนสนคา

ั่


อตสาหกรรมสงไปขายทวโลกสรางความรํ่ารวยแกกลุมนายทนตะวนตก





3.ชาวตะวนตกบงคบและเกณฑแรงงานพนเมองไปทํางานหนก บงคบให



ื้




ื้
ี่
ื้




ชาวพนเมองปลกพชตามทตองการ และบงคบใหชาวพนเมองขายผลิตผลแก




พอคาชาตตะวนตกในราคาถกๆ เพอประโยชนของชนชนปกครองและผล

ื่

ั้


ประโยชนของบรษทตะวนตก







4.ชาวตะวนตกไดอพยพชาวจนจากประเทศจนเปนจํานวนมาก

มาทํางานเปนลกจางในสวนยางพาราและโรงงานอตสาหกรรมของ







ื้






ชาตตะวนตก ชาวจนสรางปญหาพพาทกบชาวพนเมองในเวลาตอมา
5.ชาวตะวนตกไดเปลยนสภาพเศรษฐกจของชาวพนเมองจาก



ี่

ื้



รปแบบดงเดมมาเปนแบบทนนยม ทําใหเกดกจการอตสาหกรรมใหมๆ

ั้




ู

ี้

ธนาคารและระบบการกยม ทําใหชาวพื้นเมองมหนสนและยากจนลง



กวาเดม

6.การปกครองของชาวตะวนตกไดเปลี่ยนแปลงวฒนธรรมและ





คานยมของชาวพนเมอง ทําใหชาวพนเมองหันมารบวฒนธรรมตะวน
ื้




ื้

ุ



ตกและดําเนนชวตแบบฟมเฟอยตามแบบตะวนตก






7.ชาวตะวนตกนํารปแบบการศกษาและเผยแพรความคดแบบ







สมยใหม คอ ความคดในระบบเสรนยมและประชาธปไตยเปนการ

ุ



กระตนใหชาวพนเมองเกดความคด “ชาตนยม” ขน


ื้

ึ้



การประกาศอสระภาพของประเทศตางๆใน





เอเชียตะวันออกเฉยงใต ้















บรไน 1 มกราคม ไดรบอสรภาพจากสหราชอาณาจกรในป พ.ศ. 2527




อนโดนเซย ในชวงตนครสตศตวรรษท 20


ี่



มาเลเซย ในคนวนท 30 สงหาคม 2500
ี่

ี่




สงคโปร วนท 9 สงหาคม ค.ศ. 1965


ี่
พมา วนท 4 มกราคม พ.ศ. 2491

ี่



ฟลปปนส วนท 4 กรกฎาคม 1946




ี่
เวยดนาม วนท 2 กนยายน ป 1945



ิ่






กมพชา เรมเรยกรองเอกราช พ.ศ. 2492 ไดเอกราชในป พ.ศ. 2496







บรไน 1 มกราคม ไดรบอสรภาพจากสหราชอาณาจกรในป พ.ศ. 2527






ึ่








ในป พ.ศ.2501 ประเทศองกฤษตองการใหเกด "สหพนธบอรเนยวเหนอ” ซงจะประกอบดวย รฐซาราวก รฐบอรเนยวเหนอ และรฐบรไน แต 






















สลตานฮจญ เซอร มดา โอมาร อะล ชยฟดดน สลตานของบรไนในขณะนั้นทรงไมเห็นดวยเนองจากบรไนมทรพยากรนํ้ามนปโตรเลียมขนาดใหญ 
ื่








ื่














หากเขารวมเปนสหพนธรฐบอรเนยวเหนอรายไดจากนํ้ามนปโตรเลียมจะตองแบงใหประชาชนสวนอนนอกจากชาวบรไน จงทําใหไมเกดสหพนธรฐ
ึ้

















บอรเนยวขน ขณะเดยวกนกลบมขอเสนอใหรวมบรไนเขากบรฐตางๆ ในคาบสมทรมาลายเปนสหพนธรฐมาเลเซยแทน สลตานโอมารทรงเห็นดวย







เพราะชาวบรไนเปนกลมชาตพนธเดียวกนกบมาลาย บรไนทําขอตกลงกบประเทศองกฤษอกครั้งในป พ.ศ.2514 ซงบรไนไดเปนประเทศอสระ แต 


ึ่











ุ

ุ





สลตานโบลเกยะหทรงขอใหประเทศอังกฤษยงคงรบผดชอบดแลกจการตางประเทศและการปองกนประเทศอยกอนจนกระทั่งถงวนท 1 มกราคม





ี่



ู



พ.ศ.2527 บรไนจงไดรับเอกราชจากประเทศอังกฤษ และไดอสรภาพจากการอารกขาองกฤษเมอวนที่ 27 กมภาพนธ พ.ศ.2527

ื่














ี่











ี่

อนโดนเซย ในชวงตนครสตศตวรรษท 20 เกดกระแสชาตินยมในอนโดนีเซยตอตานการปกครองของเจาอาณานคม ใน พ.ศ. 2485 ญปนมชัยชนะเหนอบรษท



ุ
ี่


ึ่

ี่








ดทช อสท อนเดย และไดเขาปกครองอินโดนเซยระยะหนง หลังจากทญปุนแพสงคราม กลุมชาตนยม นําโดย ซูการโนและฮตตา ไดประกาศอสรภาพใหแก 














ู



ึ่



ี่





อนโดนเซย ในวนท 17 สงหาคม พ.ศ. 2488 อยางไรกตาม ยงมการตอสกนระหวางอนโดนีเซยกบดทช ซงพยายามกลับมาปกครองอนโดนเซยในฐานะเจา
ั้

อาณานคม จนกระทง 27 ธนวาคม 2488 ดทชจงไดยอมมอบเอกราชใหแกอนโดนีเซยอยางสมบรณอนโดนเซยไดขยายเขตแดนของประเทศ 3 ครง ไดแก เมอ







ั่







ื่















1 พฤษภาคม 2506 ภายหลงจาก Dutch New Guinea หรอ Irian Jaya ในปจจบนไดรบเอกราช อนโดนเซยไดประกาศผนวกดนแดนในเดอนกนยายน










2512 ตอมา ในป 2518-2519 อินโดนเซยไดบุกเขายดครองและผนวกดนแดนตมอรตะวนออก ซึ่งเคยเปนอาณานคมของโปรตเกส และไดประกาศผนวกดน




















แดนเขาเปนสวนหนงของสาธารณรฐอนโดนเซย ในเดอนกรกฎาคม 2519 แตประชาคมระหวางประเทศไมยอมรบการอางสทธเหนอตมอร 

ึ่





ตะวนออกของอนโดนเซย จนทําใหสหประชาชาตไดเขามามบทบาทดําเนนการใหตมอรตะวนออก กลายเปนประเทศอสระ เมอ 20 พฤษภาคม 2545

ื่











ในเดอนเมษายน 2525 นานาชาตไดประกาศใหการยอมรบการอางอธปไตยเหนอพนททะเล ซงเชอมเกาะตางๆ ของอนโดนเซยเขาดวยกน ทําใหอนโดนเซียสามารถ



ื้

ึ่
ี่





ื่







ี่
ื้
ประกาศใหพนททะเลเปนเขตเศรษฐกจจําเพาะของประเทศไดในป 2526




ู






ี่
ี่


มาเลเซย ในคนวนท 30 สงหาคม 2500 ผคนมากกวา 20,000 คนรวมตวกนทMerdeka Square ( Padang Merdeka ) ในกรงกวลาลัมเปอร 

ื่

ั้


ี่





ื่

เพอเปนสกขพยานในการสงมอบอํานาจจากอังกฤษ นายกรฐมนตรทแตงตงTunku Abdul Rahmanมาถงเมอเวลา 23:58 น. และเขารวมกบสมาชก





ี่

ของหนวยงานเยาวชนของพรรค Allianceในการเฝาสงเกตความมดสองนาทในจงหวะเทยงคืน ไฟถกเปดขนอกครง และธงยเนยนในจตรสถกลดระดบลง







ั้

ี่



ึ้









ี่

ขณะทเพลงพระราชา " กอดเซฟเดอะควน " เลน[ใหมธงประจําชาตมลายถกยกใหเปนเพลงชาตNegarakuถกเลน ตามดวยเพลง "Merdeka" เจดบท










จากฝงชนตนก อบดล เราะหมาน กลาวสนทรพจนยกยองพธในเวลาตอมาวาเปน "ชวงเวลาทยิ่งใหญที่สดในชีวตของชาวมลาย" กอนกลาวปราศรยตอฝง





ี่










ื่





ชน เขาไดรบสรอยคอจากตัวแทนเยาวชนของพรรคพันธมิตรเพอเปนเกยรตแกโอกาสอนยงใหญนในประวตศาสตร โดยมแผนที่ของมลายจารกไว เหตการณ 





ิ่




ี้

ิ้


สนสดลงในชวงเชาตร ู

















สงคโปร เมอสงคโปรเหนมาเลเซยไดรบเอกราชจากองกฤษ สงคโปรจงรบขอรวมชาตเขากบมลายกลายเปน


ื่

ื้




ื่





ึ้
ื่


สหภาพมลายาทนท เพอจะไดไมเปนเมองขนขององกฤษอก แตภายหลังสงคโปรกบมาเลเซยมปญหาเรองเชอชาต ิ








อยางรนเเรง จนทําใหสงคโปรถกขบออกจากสหภาพมลายา เเละสงคโปรเปนเอกราชตงแตวันท 9 สงหาคม ค.ศ.
ี่








ั้
1965 ตงแตบดนนมา
ั้
ั้





ี่




ิ่

ู

ู
พมา ชวงทพมาอยภายใตการปกครองของอังกฤษระหวาง พ.ศ. 2367 – 2491 โดยเรมตนจากสงครามพมา-องกฤษ ซงนําไปสการทําใหพมากลายเปน

ึ่


ื้
ี่














ึ่
ึ้

มณฑลหนงของบรตชอนเดีย ขนตรงกบรฐบาลอปราชในกลกตตา พนทหลายสวนของพมา เชน ยะไข ตะนาวศร ถกผนวกเขากบองกฤษหลังสงครามพมา-

ี่
ั้
ี้

ี่



องกฤษครงท 1 พมาตอนลางถกผนวกหลงสงครามพมา-องกฤษครั้งท 2 สวนทถูกผนวกนกลายเปนมณฑลขนาดเล็กทเรยกบรตชพมาในบรตชอนเดย









ี่

ี่



ี่





สวนพมาตอนบนถกผนวกหลงสงครามพมา-องกฤษครั้งท 3 และพมาทงหมดกลายเปนมณฑลหนงของบรตชอนเดยใน พ.ศ. 2380 ตอมา พมาไดแยกการ




ั้



ึ่








บรหารออกมาตางหาก และไดรบเอกราชในวนท 4 มกราคม พ.ศ. 2491
ี่










ี่


ื่





ฟลปปนส ฟลปปนสไดรบสทธปกครองตนเองเมอป 1935 ในระหวางสงครามโลกครั้งทสอง ฟลิปปนสถก


ญปนยดครองนานกวา 3 ป หลงสงครามสหรัฐไดใหเอกราชแกฟลิปปนสตามทสญญาไว ฟลิปปนสประกาศ


ี่






ุ


ี่






ี่
ึ่

เอกราชเมอวนท 4 กรกฎาคม 1946 ซงนบเปนอาณานคมแหงแรกในเอเชยอาคเนยทไดรบเอกราชสมบรณ 
ื่

ี่















ลาว ขบวนการประเทศลาว ลมลางรฐบาลราชาธปไตยในกรงเวยงจนทน บบบงคบใหพระบาทสมเดจพระเจา






มหาชวตศรสวางวฒนาสละราชสมบต และสถาปนาสาธารณรฐประชาธปไตยประชาชนลาว เนองจากในวนน ี้
ื่











ี่
ของป พ.ศ. 2495 ลาวไดประกาศเปนเอกราชตอฝรงเศส จงทําใหถือเอาวนท 2 ธนวาคม
ั่





ี่

เวยดนาม เวยดนามประกาศตวเปนอิสระเมอวนท 2 กนยายน ป 1945 หลังจากถกปกครองโดย
ื่













ฝรงเศสมาอยางยาวนาน แตฝรงเศสยงคงกลบเขามาขบไลรฐบาลเวยดนามและไมยอมรบเอกราชดงกลาว
ั่
ั่





กอนจะนําไปสสงครามทฝรงเศสพายแพแกกองกําลังเวยดมนหทคายเดยนเบยนฟ ในป 1954



ั่
ี่



ู

ี่




ั่
ิ่







กมพชาฝรงเศสเรมควบคมกมพชาในป 2406 หลงจากตกเปนอาณานคมราว 80 ปพระบาทสมเดจพระนโรดมสหนเรม

ิ่






เรยกรองเอกราชจากฝรงเศสในป พ.ศ. 2492 ในป พ.ศ. 2496 พระองคไดรบเอกราชอยางสมบรณและฝรงเศสตกลงท ี่



ั่


ั่





ื่


ั้



ี้
จะแยกอาณานคมทงประเทศ เนองจากความสําเรจนประชาชนกมพชาจงมองวาเขาเปน "บดาแหงเอกราช"ซึ่งแสดงใหเห็นวา


เขาเปนวรบรษของประเทศ เขาชวยทําใหประเทศพฒนาอยางรวดเรว









สมาคมประชาชาตแหงเอเชีย








ตะวันออกเฉยงใต ้

















สมาคมประชาชาตแหงเอเชยตะวนออกเฉียงใต เปนองคการทางภมรฐศาสตรและ














ั้

เศรษฐกจในเอเชยตะวนออกเฉยงใต มประเทศสมาชกทงหมด 10 ประเทศ ไดแก 













กมพชา ไทย บรไน พมา ฟลปปนส มาเลเซย ลาว เวยดนาม สงคโปร และอนโดนเซย



อาเซยนมจดเรมตนจากสมาคมอาสา ซงกอตงขนเมื่อเดอนกรกฎาคม พ.ศ. 2504
ั้
ึ้
ึ่


ิ่









โดยไทย มาเลเซย และฟลปปนส ตอมาในป พ.ศ. 2510 ไดมีการลงนามใน ปฏญญา



ิ่


กรงเทพฯ อาเซยนไดถอกําเนดขนโดยมรฐสมาชกเรมตน 5 ประเทศ อนโดนีเซย





ึ้







มาเลเซย ฟลปปนส สิงคโปร และไทย

มวตถประสงคเพอความรวมมอในการเพมอตราการเตบโตทางเศรษฐกจ การพฒนา



ื่
ิ่






ุ


ั่



สงคม วฒนธรรมในกลมประเทศสมาชก และการธํารงรักษาสนตภาพและความมนคง







ในภมภาค และเปดโอกาสใหคลายขอพพาทระหวางประเทศสมาชกอยางสนต ิ





ปฏญญากรงเทพ หรือ ปฏญญาอาเซียน















ั้


เปนเอกสารในการกอตงสมาคมประชาชาตแหงเอเชยตะวน
ึ่
ี่


ออกเฉยงใต ซงไดรบการลงนาม ณ กรงเทพมหานคร ในวนท 8




ั้

ั้

สงหาคม พ.ศ. 2510 โดยในขณะนนมสมาชกผกอตงจํานวน 5
ู











ประเทศ ไดแก ไทย อนโดนเซย สงคโปร มาเลเซยและฟลปปนส 










ื่

ี่
โดยมวตถประสงคเพอทจะสกดการแพรขยายของลทธคอมมวนสต 



ื้


ในเวยดนาม โดยกําหนดหลกการเบองตนของอาเซยน อยางเชน



การรวมมอกน มตรภาพและการไมเขาไปยงเกยวตอสถานการณ 
ุ



ี่



ั้
ภายในประเทศสมาชกทงหมด



โดยมีการสรปแนวทางของสมาคมประชาชาตแหง









เอเชียตะวันออกเฉยงใตไว้จานวนหกข้อ ดงน ี





















1. ใหความเคารพแกเอกราช อํานาจอธปไตย ความเทาเทยม บรณภาพแหงดนแดนและเอกลกษณของชาตสมาชก








ั้
ทงหมด


ี่







ู
2. รฐสมาชกแตละรฐมสทธทจะปลอดจากการแทรกแซงจากภายนอก การรกรานดนแดนและการบงคบขเขญ




ุ


3. จะไมเขาไปยงเกยวกบกจการภายในของรฐสมาชกอน ๆ
ื่

ี่





4. ยอมรบในความแตกตางระหวางกน หรอแกปญหาระหวางกนอยางสนต ิ









5. ประณามหรอไมยอมรบการคกคามหรอการใชกําลง









6. ใหความรวมมอระหวางกนอยางมประสทธภาพ







ความรวมมอ 4 ดาน










การเมือง





ประธานอาเซียน













กฎบตรอาเซยน ขอ 31 ระบวา ตําแหนงประธานอาเซยนจะเวยนกนทกปตามลําดบพยญชนะภาษา
















องกฤษของช อรฐสมาชก รฐสมาชกท เปนประธานจะเปนประธานการประชมสดยอดอาเซยนและการ








ประชมสดยอดท เก ยวของ ไดแก สภาประสานงานอาเซยน สภาประชาคมอาเซยนสามสภา องคกรระดบ






รฐมนตรอาเซยนเฉพาะสาขาและขาราชการอาวโส และคณะกรรมาธการผแทนถาวร

ู้


สํานักเลขาธิการอาเซียน




สํานกเลขาธการอาเซยนกอต งข นโดยรฐมนตรกระทรวงการตางประเทศของอาเซียนเม อเดอนกมภาพนธ ์













2519 ในตอนน นต งอยท กระทรวงการตางประเทศของอนโดนเซย สํานกเลขาธการอาเซียนแหงปจจบนต ง



ู่








อยท 70A Jalan Sisingamangaraja กรงจาการตา ซ งซฮารโต ประธานาธบดอินโดนเซียขณะน น กอ








ู่














ต งในป 2524 หนาท หลกของสํานกเลขาธการอาเซยนคอเพ มประสทธภาพการประสานงานขององคกร









อาเซยน และใหการนําโครงการและกจกรรมของอาเซยนไปปฏิบตมประสทธภาพยิ งข น



เลขาธิการอาเซียน


















เลขาธการอาเซยนไดรบแตงต งโดยการประชมสดยอด

อาเซยนเปนระยะเวลาดํารงตําแหนงหาป สมยเดยว โดย












ู้
เลอกมาจากผมสญชาตรฐสมาชกอาเซยนตามลําดบ




พยญชนะภาษาองกฤษ เลขาธการอาเซยนคนปจจบน คอ






ดาโตะก ปาดกา ลม จก โฮย ชาวบรไน ซ งดํารงตําแหนง









ระหวางป พ.ศ. 2561–ปจจบน



ประชาคมเศรษฐกจ













ุ


กลมอาเซยนไดใหความสําคญกบความรวมมอในภมภาค อนประกอบดวย "หลก







ั่



สามประการ" ของความมนคง สงคมวฒนธรรมและการรวมตวทางเศรษฐกจ
การรวมกลมกนในภมภาคไดทําใหการรวมตวทางเศรษฐกจดําเนนไปอยาง
ุ











ั้


ึ่

รวดเรว ซงคาดวาจะประสบความสําเรจในการกอตงประชาคมเศษฐกจอาเซยน







ภายในป พ.ศ. 2558 ประชาคมเศรษฐกจดงกลาวจะมประชากรรวมกน 560








ลานคน และมลคาการคากวา 1.4 ลานลานดอลลารสหรฐ

เขตการคาเสรี


ิ่
รากฐานของการกอตงประชาคมเศรษฐกจอาเซยนเรมตนมาจากเขตการคาเสรอาเซยน ซงเปนการลดอตรา



ึ่





ั้

ภาษศลกากรเพอใหสนคาภายในอาเซยนเกดการหมนเวยน เขตการคาเสรอาเซยนเปนขอตกลงโดยสมาชก




ื่













ื่
ี่





ุ
กลมอาเซยนซงกงวลตอผลตภณฑหตถกรรมทองถนของตน ไดรบการลงนามในสงคโปรเมอวนท 28


ึ่

ิ่




มกราคม 2535 ประกอบไปดวยประเทศสมาชก 10 ประเทศ คอ บรไน อนโดนเซย มาเลเซย ฟลปปนส 










สงคโปรและไทย เวยดนาม (เขารวมในป 2538) ลาว พมา (เขารวมในป 2540) และกมพชา (เขารวม














ในป 2542)

เขตการลงทุนร่วม























เขตการลงทนรวมมวตถประสงคเพ อสงเสรมการลงทนหมนเวยนภายในอาเซยน




ซ งประกอบดวยหลกการดงตอไปน เปดใหอตสาหกรรมทกรปแบบเกดการลงทน










และลดข นตอนตามกําหนดการ



ุ่




ทําสญญากบผลงทนในกลมอาเซยนท เขามาลงทนในทนท ี
ู้


กําจดการกดขวางทางการลงทน







ปรบปรงกระบวนการและระเบยบการลงทนใหเกดความคลองตว


สรางความโปรงใส



ดําเนนการตามมาตรการอํานวยความสะดวกในการลงทน










ประโยชนท คาดวาจะไดรบจากเขตการลงทนรวมจะเปนการกําจดการกดกนในกจการ










เกษตรกรรม การประมง การปาไมและการทําเหมองแร ซ งคาดวาจะสําเรจภายในป


พ.ศ. 2553 สําหรบประเทศสมาชกกลมอาเซยนเปนสวนใหญ และคาดวาจะสําเรจในป





ุ่


พ.ศ. 2558 สําหรบประเทศกมพชา ลาว พมาและเวยดนาม






การแลกเปลยนบริการ








ขอตกลงการวางกรอบเร องการแลกเปล ยนบรการเร มตนข นในการ













ประชมสดยอดอาเซยนท กรงเทพมหานครในเดอนธนวาคม พ.ศ. 2548


ุ่

ภายใตกรอบขอตกลงดงกลาว รฐสมาชกของกลมอาเซยนจะสามารถ






ประสบความสําเรจในการเจรจาอยางเสรในดานการแลกเปล ยนบรการ






โดยมเปาหมายเพ อท จะสนบสนนใหมการแลกเปล ยนระหวางกนมากข น













ผลของการเจรจาการแลกเปล ยนบรการซ งไดเร มดําเนนการตามหมาย










กําหนดการเปนรายเฉพาะจะถกรวมเขากบกรอบขอตกลง ซ งหมาย


กําหนดการดงกลาวมกจะเก ยวของกบกลมการแลกเปล ยนบรการ ใน






ุ่


ุ่
ปจจบน พบวามกลมการแลกเปล ยนบรการจํานวนเจดกลมภายใต ้



ุ่



กรอบขอตกลง



ตลาดการบินเดยว









ี่




ื่


ุ
แนวคดเรองตลาดการบนเดยวเปนความคดเหนทเสนอโดยกลมงานขนสงทาง




อากาศอาเซยน ไดรบการสนบสนนในการประชมการขนสงอยางเปนทางการของ









อาเซยน และไดรบการอนมตโดยรฐมนตรวาการกระทรวงการคมนาคมของรฐ







ู







สมาชก ซงจะนําไปสการจดระเบยบนานฟาเปดในภมภาคภายในป พ.ศ. 2558

ึ่



ื่





โดยตลาดการบนเดยวมวตถประสงคเพอเปดการคมนาคมทางอากาศระหวางรฐ




ุ

สมาชกเปนไปอยางเสร ซงสรางประโยชนใหกบกลมอาเซยนจากการเตบโตของการ
ึ่









ี่
ิ่






เดนทางทางอากาศในปจจบน และยงเปนการเพมการทองเทยว การคา การลงทน




ั้

ั้

และการบรการใหกบรฐสมาชกทงหมด เรมตงแตวนท 1 ธนวาคม พ.ศ. 2551


ิ่
ี่
ขอจํากดเสรภาพทางอากาศทสามและทสระหวางเมองหลวงของรฐสมาชกสําหรบ




ี่

ี่
ี่



ี่





ี่
บรการสายการบนจะถกยกเลก ในขณะทหลงจากวนท 1 มกราคม พ.ศ. 2552





จะมเสรภาพบรการการบนในภมภาคและภายในวนท 1 มกราคม พ.ศ. 2554 จะม ี



ี่

ั้


การเปดเสรเสรภาพทางอากาศขอทหาระหวางเมองหลวงทงหมด




ี่


ข้อตกลงการคาเสรีกบประเทศนอกกลุมอาเซียน













ุ


ี่

ั้
อาเซยนไดเปดการคาเสรกบประเทศภายนอกหลายประเทศ ทงจน เกาหลใต ญปน ออสเตรเลย นวซแลนด 









และลาสด อนเดย ขอตกลงการคาเสรกบประเทศจนไดสรางเขตการคาเสรจน-อาเซยน ในปจจบน อาเซยน





















ั้



ั้

ี่


นนกําลงเจรจากบสหภาพยโรปในการทจะทําการคาเสรดวยกน ผลดของขอตกลงนน คอการเปดโอกาสการ







คาของอาเซยน ใหมศกยภาพและขยายตวมากขน รวมไปถงการลงทนจากตางชาตดวย ไตหวนยงแสดง




ึ้






ความสนใจทจะทําขอตกลงกบอาเซยน แตไดรบการคดคานทางการทตจากประเทศจน







ี่


สิ งแวดลอม










ี่

ื่
ี่

ู






ิ่


เมอกาวเขาสครสตศตวรรษท 21 ประเดนปญหาเรมมความเกยวของกบปญหาทาง


ดานสงแวดลอมมากขน โดยกลมประเทศสมาชกไดเรมเจรจากนถงขอตกลงดานสง


ิ่



ุ
ึ้
ิ่
ิ่








แวดลอม รวมไปถง การลงนามในความตกลงอาเซยนวาดวยมลพษจากหมอกควนขาม


ี่

แดน ในป พ.ศ. 2545 ในความพยายามทจะจํากดขอบเขตของมลภาวะฟาหลวในเขต







ื้


พนทเอเชยตะวนออกเฉยงใต แตทวาในพนทกยงเกดปญหาฟาหลวในประเทศมาเลเซย


ื้

ี่

ี่





ในป พ.ศ. 2548 และปญหาฟาหลวในเอเชยตะวนออกเฉยงใต ในป พ.ศ. 2549 สวน








สนธสญญาฉบบอนทไดรบการลงนามโดยสมาชกอาเซยนไดแก ปฏญญาเซบวาดวย
ื่









ี่










ความมนคงทางพลงงานเอเชยตะวนออก เครอขายกํากบดแลสตวปาอาเซยนในป พ.ศ.


ั่



ึ่




ุ



2549 และ หนสวนเอเชย-แปซฟกวาดวยการพฒนาความสะอาดและสภาพอากาศ ซง





เปนการตอบสนองตอปรากฏการณโลกรอน และผลกระทบทางดานลบตอการ



ี่



ั่

เปลยนแปลงภมอากาศ ใน พ.ศ. 2550 ปฏญญาเซบวาดวยความมนคงทางพลงงาน



ี่



ุ

เอเชยตะวนออก ซงลงนามในกลมอาเซยน รวมกบจน ญปน เกาหลใต อนเดย




ึ่
ุ
ออสเตรเลยและนวซแลนด ซงเปนการสรางความมนคงทางพลงงานดวยการหาพลงงาน



ึ่

ั่





ื่


ทางเลอกเพอใชทดแทนเชอเพลงซากดกดําบรรพ 
ื้



วัฒนธรรม











ื่


ั้


ี่


ความรวมมอทางวฒนธรรมนน มจดประสงคเพอทจะชวยสรางภาพรวมในดานตางๆ







ื่
ึ่


ั้

ึ้

ใหดขน โดยการใหการสนบสนนทงการกฬา การศกษา และกจกรรมอน ๆ ซงไดแก 





ความรวมมอตางๆ ดงน ี้
รางวัลซีไรต ์







ื่


ั้

ึ้
ั้



ไดจดตงขนตงแต พ.ศ. 2522 เพอมอบรางวลแกนกประพนธหรอนกเขยนในเอเชย
ตะวนออกเฉยงใต ทไดสรางผลงานทดมชอเสยง ทประสบความสําเรจในชวงชวตของ



ี่

ี่

ี่



ื่





นกเขยนนน ๆ ผลงานนนเปนผลงานเขยนทกประเภท ทงวรรณกรรมตาง ๆ เรองสน

ั้
ั้

ั้
ื่


ั้




ี่

ึ่
กลอน รวมไปถงผลงานทางศาสนา ซงจะมการจดงานทกรงเทพมหานคร โดยม ี

ื้
เชอพระวงศของราชวงศไทยเปนผพระราชทานรางวล


ู



การศกษา








ั้






ั้
ื่
สถาบนเพอการศกษาขนสงแหงอาเซยน เปนองคการเอกชนทจดตงขน
ึ้
ี่


ื่
ี่

ี่
ั้
ึ้





ในป พ.ศ. 2499 เพอทจะพฒนาระดบการศกษาในระดบทสงขน ทง

ี่



สถาบนการศกษาระดบสง การสอน การบรการสาธารณะทดไดมาตรฐาน



ึ้



ั้
ี่
ทสงขน โดยสอดคลองไปกบวฒนธรรมและพนทนน ๆ
ี่

ื้

อทยานมรดก

ั้




ึ้

ไดจดตงขนในป พ.ศ. 2527 และเรมใหมอกรอบในป พ.ศ. 2547 เปนการ

ิ่



ั้



ื่

รวมรายชอของอทยานแหงชาตทงหมดในเอเชยตะวนออกเฉยงใต โดยม ี



ี่
จดประสงคทจะอนรกษทรพยากรทางธรรมชาตและสงแวดลอมปาไม 




ิ่






ั้

ปจจบนมรวมทงหมด 35 แหง


Click to View FlipBook Version