140
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
141
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
142
บริการห้องสมุด มมร ลา้ นนา
อาคารหอสมดุ อาคาร MBU 3
เปิดบริการ
วันจันทร์ ถงึ วนั ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
วันเสาร์ และ วนั อาทติ ย์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
ปดิ บรกิ าร
วนั หยุดนกั ขตั ฤกษ์ และวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย
ภายในห้องสมดุ ชัน้ ที่ 2 บรกิ ารหนงั สือทัว่ ไปภาษาไทย
บริการหนงั สือท่ัวไปภาษาอังกฤษ
ชน้ั ท่ี 1 ทางเขา้ -ออก หอ้ งบริการวทิ ยานิพนธ์-สารนพิ นธ์
เคาน์เตอรบ์ ริการ มมุ นวนยิ าย
บริการวารสาร,หนงั สอื พมิ พ์ หอ้ งประชุม ศ.เกียรติคุณ แสง จันทรง์ าม
บริการสบื ค้นข้อมลู สารสนเทศ
บรกิ ารหนงั สอื อ้างอิง
คู่มอื นกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
จำนวนทรพั ยากรและกำหนดเวลายมื -คืน กำหนดเวลายมื 143
14 วนั
ประเภทสมาชิก 7 วนั สทิ ธกิ ารยืม
นกั ศกึ ษาปรญิ ญาโท 12 เล่ม
นกั ศกึ ษาปริญญาตรี 7 เล่ม
อตั ราคา่ ธรรมเนยี ม คา่ ปรบั คา่ บริการของหอ้ งสมดุ 5 บาท / 1 เล่ม
5 บาท / 1 แผ่น
1. คา่ ปรบั กรณีส่งทรัพยากรเกินกำหนด
- หนงั สือ วทิ ยานพิ นธ์ สารนพิ นธ์ 2 เท่าของราคาหนังสอื
ส่ิงพิมพ์อนื่ ๆ วันละ 500 บาท
- สอ่ื โสตทศั นวัสดุ วันละ
2. ค่าปรบั กรณีทรัพยากรชำรุดหรือสูญหาย
- หนงั สือท่วั ไป
- วิทยานพิ นธ์/สารนพิ นธ์
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
144
ตอนท่ี 4 ขอ้ บังคบั ระเบียบ ประกาศ มมร
ระเบยี บมหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั วา่ ด้วย การศึกษาระดบั ปริญญาตรี
พ.ศ. 2559
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศึกษา ระดับ
ปรญิ ญาตรี ให้สอดคลอ้ งกับเกณฑ์มาตรฐานหลกั สตู ร มาตรฐานทางวชิ าการ และการจดั การศึกษา
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 149 (2) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.
2540 และในคราวประชมุ สภามหาวิทยาลัย คร้ังท่ี 4/2559 เม่อื วนั ที่ 17 สงิ หาคม พ.ศ. 2554 ไดม้ มี ตทิ ่ี 108/2559
จงึ วางระเบยี บไวด้ งั นี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกวา่ “ระเบียบมหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศึกษาระดับ ปริญญาตรี
พ.ศ. 2559”
ขอ้ 2 ระเบยี บนี้ใช้บังคับตั้งแต่ปกี ารศึกษา 2559 เป็นตน้ ไป
ขอ้ 3 ให้ยกเลกิ ระเบียบมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วา่ ด้วย การศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2554
และให้ใช้ระเบียบนแี้ ทน
ข้อ 4 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคําสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งหรือสอดคล้องกับ ระเบียบนี้ให้ใช้
ระเบยี บนแี้ ทน
ข้อ 5 ในระเบยี บน้ี
“มหาวิทยาลัย” หมายถึง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย “อธิการบดี” หมายถึง อธิการบดี
มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั “สภาวิชาการ” หมายถึง สภาวชิ าการมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลยั
“วิทยาเขต” หมายถึง เขตการศกึ ษาของมหาวิทยาลยั ทีจ่ ัดต้งั ขนึ้ นอกเขตทตี่ งั้ มหาวิทยาลยั ตามมาตรา
4 แหง่ พระราชบัญญตั ิมหาวิทยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย พ.ศ. 2540
“คณะ” หมายถึง คณะที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย และให้หมายความ รวมถึง
วทิ ยาลยั ในวิทยาเขตของมหาวทิ ยาลยั และวทิ ยาลยั ทีม่ ิไดส้ ังกดั วทิ ยาเขตของมหาวทิ ยาลยั
คมู่ ือนักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
145
“คณบดี” หมายถึง คณบดีของคณะที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย และ ให้
หมายความรวมถงึ ผู้อํานวยการวทิ ยาลัยในวิทยาเขตและวทิ ยาลยั ท่ีมไิ ดส้ ังกัดวิทยาเขตของมหาวิทยาลยั
“ภาควชิ า” หมายถงึ ภาควชิ าในคณะที่นักศกึ ษาสังกดั
“หัวหน้าภาควิชา” หมายถึง หัวหน้าภาควิชาในคณะที่นักศึกษาสังกัด และให้หมายความ รวมถึง
หัวหน้าฝ่ายจัดการศกึ ษาในวิทยาเขตและวิทยาลยั ทีม่ ิไดส้ งั กดั วิทยาเขต
“นักศึกษา” หมายถึง ผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย “หน่วยกิต”
หมายถงึ หนว่ ยทีใ่ ชแ้ สดงปรมิ าณการศกึ ษาในแตล่ ะรายวชิ า
“นายทะเบียน” หมายถึง ผู้อํานวยการศูนย์บริการวิชาการของมหาวิทยาลัยซึ่งได้รับมอบหมาย จาก
มหาวทิ ยาลยั ใหป้ ฏิบตั หิ นา้ ทีเ่ ป็นนายทะเบยี นของมหาวิทยาลัย
“เจ้าหน้าที่ทะเบียน” หมายถึง ผู้อํานวยการวิทยาลัยที่ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัย ให้ปฏิบัติ
หน้าที่เป็นเจ้าหนา้ ที่ทะเบยี นของวิทยาลัยในวิทยาเขตและวิทยาลยั ทม่ี ิได้สงั กัดวทิ ยาเขต
“อาจารยท์ ปี่ รกึ ษา”
“อาจารย์ที่ปรึกษา” หมายถึง อาจารย์ประจําของมหาวิทยาลัยและได้รับแต่งตั้งให้เป็น อาจารย์ที่
ปรกึ ษาของนักศกึ ษา
ขอ้ 6 ใหอ้ ธกิ ารบดีรักษาการให้เปน็ ไปตามระเบยี บนี้
ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือมีความจําเป็นต้องปฏิบัติ
นอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือในกรณีต้องตีความ วินิจฉัยปัญหาอันเกิดจากการใช้ระเบียบนี้ ให้
อธิการบดีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด เว้นแต่อธิการบดีเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ควรนําเข้าสู่ การ
พจิ ารณาของสภาวิชาการ ให้อธิการบดีเสนอสภาวิชาการเพื่อวินจิ ฉัยชี้ขาด และคําวินจิ ฉยั ชข้ี าดของ อธิการบดีหรือ
สภาวิชาการแลว้ แตก่ รณถี ือเป็นทีส่ ุด
หมวด 1 คุณสมบัติของผูเ้ ข้าศึกษา
ข้อ 7 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษา ผู้สมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย ต้องมี
คณุ สมบัติ ดงั ต่อไปน้ี
7.1 สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า และไม่เป็นผู้มีคุณสมบัติ ต้องห้ามข้อ
ใดข้อหน่งึ ต่อไปน้ี
(1) ไม่เป็นผูท้ ่เี ปน็ โรคตดิ ตอ่ ร้ายแรง หรือโรคร้ายแรงทเี่ ปน็ อปุ สรรคต่อการศกึ ษา
(2) ไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสียหายอย่างร้ายแรงทางศีลธรรม เว้นแต่นักศึกษา ตามโครงการ
ศึกษาลักษณะพเิ ศษ
(3) ไมเ่ ปน็ ผวู้ กิ ลจริต หรอื จิตฟันเฟือนไมส่ มประกอบ หรือตดิ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ
7.2 เปน็ ผทู้ สี่ ภาวชิ าการพิจารณาแล้วเหน็ สมควรให้รับเข้าศึกษา
ค่มู ือนกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
146
ข้อ 8 การรบั เข้าศกึ ษา
มหาวิทยาลัยจะรับผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 7 เข้าศึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาวิทยาลัย กําหนด ซ่ึง
จะประกาศใหท้ ราบในแต่ละปีการศกึ ษา
หมวด 2
ระบบการศกึ ษา
ข้อ 9 ระบบการศกึ ษา
การศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลยั ใช้ระบบหนว่ ยกิตแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ การศึกษาภาค
ปกติและการศึกษาภาคพเิ ศษ
9.1 การศึกษาภาคปกติใช้ระบบทวิภาค แบ่งเวลาการศึกษาในหนึ่งปีการศึกษาออกเป็น 2 ภาค
การศึกษาปกติ ไดแ้ ก่ ภาคการศึกษาที่ 1 และภาคการศกึ ษาที่ 2 แตล่ ะภาคการศกึ ษาปกติมี ระยะเวลาการศึกษาไม่
น้อยกว่า 15 สปั ดาห์
ทั้งนี้ ในการศึกษาภาคปกติ มหาวิทยาลัยอาจจัดใหม้ ีการศึกษาภาคฤดูร้อนต่อจากภาค การศึกษาที่
2 ก็ได้ และการศึกษาภาคฤดูร้อนจะต้องมีกําหนดระยะเวลาการศกึ ษาและหนว่ ยกิต โดยมีสดั สว่ น เทียบเคียงกันได้
กบั การศึกษาภาคปกติ
การจัดการศึกษาภาคฤดูรอ้ นและการจดั การศกึ ษาระดับปริญญาตรใี นโครงการพิเศษ ให้เป็นไปตาม
ระเบยี บของมหาวิทยาลยั
9.2 การศึกษาภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยอาจจัดให้มีการศึกษาภาคพิเศษนอกเวลาราชการ หรือเวลาทาํ
การของมหาวิทยาลัยด้วยก็ได้ และการจัดการศึกษาภาคพิเศษจะต้องให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน เช่นเดียวกันกับ
การศึกษาภาคปกติ และมีกําหนดระยะเวลาการศึกษาและหน่วยกิต โดยมีสัดส่วนเทียบเคียงกัน ได้กับการศึกษา
ภาคปกติ
การจัดการศึกษาภาคพเิ ศษเป็นไปตามที่สภาวชิ าการกาํ หนด โดยทําเปน็ ระเบยี บของ มหาวทิ ยาลยั
ข้อ 10 การคดิ หนว่ ยกิต การกําหนดหนว่ ยกติ แต่ละรายวิชามีหลกั เกณฑ์ ดังนี้
10.1 รายวิชาภาคทฤษฎี ที่ใช้เวลาบรรยายหรือการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมงต่อภาค
การศึกษาปกติ ให้มคี า่ เทา่ กบั 1 หนว่ ยกิตระบบทวิภาค
10.2 รายวิชาภาคปฏบิ ตั ิ ทใี่ ช้เวลาฝึกหรือทดลองไม่น้อยกว่า 30 ช่ัวโมงต่อภาค การศึกษาปกติ ให้
มีคา่ เทา่ กบั 1 หน่วยกิตระบบทวภิ าค
10.3 การฝึกงานหรือการฝึกภาคสนาม ทใ่ี ช้เวลาฝึกไม่น้อยกว่า 45 ชัว่ โมง ต่อภาค การศึกษาปกติ
ให้มีคา่ เท่ากบั 1 หนว่ ยกติ ระบบทวิภาค
10.4 การทาํ โครงงานหรือกจิ กรรมการเรียนอืน่ ใดตามท่ีไดร้ ับมอบหมายทใ่ี ช้เวลาทํา โครงงานหรือ
กิจกรรมน้ัน ๆ ไมน่ อ้ ยกว่า 45 ช่ัวโมงต่อภาคการศึกษาปกติ ให้มคี า่ เท่ากบั 1 หน่วยกิตระบบทวิภาค
คมู่ อื นกั ศกึ ษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศึกษา 2565
147
ข้อ 11 จาํ นวนหนว่ ยกิตรวมและระยะเวลาการศกึ ษา
11.1 หลกั สูตรปรญิ ญาตรี (4 ป)ี ใหม้ ีจํานวนหน่วยกิตรวมไมน่ ้อยกว่า 120 หน่วยกติ ใชเ้ วลาศึกษา
ไม่เกิน 4 ปีการศึกษา สําหรับการลงทะเบียนเต็มเวลา และไม่เกิน 12 ปีการศึกษา สําหรับการ ลงทะเบียนเรียนไม่
เตม็ เวลา
11.2 หลักสูตรปริญญาตรี (5 ปี) ให้มีจํานวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 150 หน่วยกิต ใช้เวลา
การศึกษาไม่เกิน 10 ปีการศึกษา สําหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และไม่เกิน 15 ปีการศึกษา สําหรับการ
ลงทะเบียนเรียนไม่เต็มเวลา
ทั้งนี้ การนับระยะเวลาการศึกษา ให้นับจากวันที่เปิดภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษาในหลักสูตร ของ
มหาวิทยาลยั และในกรณีทม่ี เี หตุผลและความจาํ เปน็ และสภาวชิ าการเหน็ สมควร นักศกึ ษาทกุ หลักสตู ร สามารถขอ
อนุมัติขยายระยะเวลาการศึกษาต่อสภาวิชาการได้อีกไม่เกิน 1 ปีการศึกษา ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติใน การขอขยาย
เวลาการศึกษา ให้เปน็ ไปตามที่สภาวชิ าการกาํ หนดโดยทาํ เป็นประกาศของมหาวิทยาลยั
ข้อ 12 โครงสร้างหลักสูตร โครงสร้างเนื้อและสาระการเรียนรู้ของหลักสูตรแต่ละสาขาวิชาและ
จํานวนหนว่ ยกติ ให้เปน็ ไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ ทง้ั น้ี เพอื่ ความเป็นสถาบนั เฉพาะ
ทางพระพุทธศาสนา หลักสูตรทุกสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย ให้มีวิชาเฉพาะทางพระพุทธศาสนาไม่น้อย กว่า 30
หนว่ ยกิต
ข้อ 13 เวลาเรียน ในแต่ละรายวิชานักศึกษาต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลา เรียน
ทั้งหมดในหนึ่งภาคการศึกษา หรือได้ปฏิบัติงานในรายวิชานั้นจนเป็นที่เพียงพอตามที่อาจารย์ประจํา รายวิชา
กาํ หนดจึงจะมีสทิ ธเิ ขา้ สอบในรายวิชาน้ัน ยกเว้นในกรณีทีค่ ณบดีไดส้ อบสวนแลว้ เหน็ วา่ การมีเวลาเรยี น ไม่ครบตาม
กาํ หนดนี้ เน่อื งมาจากเหตอุ นั มิใชค่ วามผดิ ของนกั ศกึ ษา
ข้อ 14 การเทียบชั้นปีของนักศึกษา ให้เทียบชั้นปีของนักศึกษาจากจํานวนหน่วยกิตที่สอบได้ ตาม
อัตราสว่ นของหนว่ ยกิตรวมของหลักสตู รทีน่ ักศกึ ษาลงทะเบยี นเรียน
ข้อ 15 การเปิดการเรียนการสอนและการระงับการเรียนการสอนรายวิชา ให้อยู่ในดุลพินิจของ
หวั หน้าภาควิชา โดยความเหน็ ชอบของคณบดี
หมวด 3 การข้ึนทะเบยี นเป็นนักศึกษาและการลงทะเบียนเรียน
ข้อ 16 การขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ผู้สมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย จะมีสถานภาพเป็น นักศึกษา
ต่อเมื่อไดข้ ึ้นทะเบียนเป็นนกั ศึกษา และในการข้ึนทะเบียนเปน็ นักศึกษาผู้สมัครเขา้ ศึกษาต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์
และวิธีปฏบิ ัติตามประกาศของมหาวทิ ยาลัย
ข้อ 17 การลงทะเบยี นเรยี น
คู่มอื นกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
148
17.1 นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชา ตามวัน เวลา และสถานที่ที่มหาวิทยาลัย กําหนด
ยกเว้นกรณีที่มีเหตุจําเป็นสุดวิสัย อาจได้รับอนุมัติให้ลงทะเบียนเรียนได้เป็นกรณีพิเศษจากคณบดี ทั้งนี้ จะต้อง
ลงทะเบียนเรยี นให้เรียบรอ้ ยภายใน 2 สัปดาหข์ องภาคการศึกษาน้นั ๆ
17.2 การลงทะเบยี นเรียนจะสมบรู ณต์ อ่ เมื่อได้ชําระค่าธรรมเนยี มตา่ ง ๆ ของ มหาวทิ ยาลัยเรยี บร้อย
แล้ว การลงทะเบียนล่าช้า การชําระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ภายหลังวันที่มหาวิทยาลัย กําหนดต้องเสียค่าปรับตาม
ประกาศของมหาวิทยาลยั
17.3 การลงทะเบียนเรียนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา ถ้ารายวิชา ใดบังคับว่า
ต้องเรียนรายวิชาอื่นก่อน ต้องสอบรายวิชาที่ต้องศึกษาก่อนให้ได้ หรือได้รับอนุมัติจากหัวหน้า ภาควิชา เป็นกรณี
พิเศษ จงึ จะมีสิทธลิ งทะเบียนเรียนวิชาน้นั
17.4 ในกรณที ่นี ักศึกษาไม่ได้ลงทะเบยี นเรียนในภาคการศึกษาใด จะต้องยื่นคําร้อง ลาพักการศึกษา
เพื่อรักษาสถานสภาพนักศึกษา พร้อมทั้งชําระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน นับจากวันเปิด ภาคการศึกษา มิฉะน้ัน
อาจถูกคัดช่ือออกจากทะเบยี นนกั ศึกษา
ข้อ 18 จาํ นวนหน่วยกิตตอ่ ภาคการศึกษา
18.1 นักศึกษาภาคปกติ ให้ลงทะเบียนเรียนได้ไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต และไม่เกิน 22 หน่วยกิต ใน
แต่ละภาคการศกึ ษาปกติ สําหรบั การลงทะเบียนเรียนเตม็ เวลา และใหล้ งทะเบียนเรยี นได้ไม่ เกนิ 4 หนว่ ยกติ ในแต่
ละภาคการศึกษาปกติ สําหรบั การลงทะเบียนเรยี นไม่เตม็ เวลา ยกเว้นการลงทะเบยี น เรยี นในภาคการศึกษาสุดท้าย
ทงั้ นี้ ตอ้ งได้รับอนมุ ัติจากคณบดี
18.2 ในกรณีที่มีเหตุผลและความจําเป็น เพื่อคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษา ตามเกณฑ์
มาตรฐานหลักสูตร เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียนตามปรัชญาและ ปณิธานของ
มหาวทิ ยาลยั สภาวชิ าการจะกาํ หนดใหก้ ารลงทะเบียนเรยี นของนักศึกษามจี าํ นวนหนว่ ยกติ ที่แตกตา่ งไปจากเกณฑ์
ที่กําหนดในข้อ 18.1 ก็ได้ แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนต่อมาตรฐานและคุณภาพ การศึกษา และนักศึกษาต้องเรียน
ให้ครบและสอบได้ตามจํานวนหนว่ ยกิตทกี่ ําหนดไว้ในหลักสตู ร
ข้อ 19 การลงทะเบยี นเรยี นโดยไม่นบั หนว่ ยกิต
19.1 นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาไม่นับหน่วยกิต (Audit) ได้ โดยต้อง ได้รับอนุมัติ
จากคณบดี โดยความเห็นชอบของอาจารย์ทปี่ รึกษา และชาํ ระค่าหน่วยกิตหรอื ค่าธรรมเนยี มปกติ
19.2 การลงทะเบียนเรียนรายวิชาโดยไม่นับหน่วยกิต ไม่บังคับให้นักศึกษาสอบและ ไม่มีผลการ
เรียน การบันทึกผลการเรียนจะบันทึกว่า “AUD” เฉพาะผู้ที่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ เวลาเรียน
ทงั้ หมดของรายวชิ าน้ัน
คมู่ อื นกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
149
19.3 มหาวทิ ยาลยั อาจอนุมัตใิ ห้บคุ คลภายนอกลงทะเบยี นเรยี นวชิ าโดยไม่นบั หนว่ ยกิตได้ แตผ่ ู้นั้น
จะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาวิชาการกําหนด และจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและ ระเบียบ
ของมหาวทิ ยาลยั
ข้อ 20 การลงทะเบยี นเรียนซ้ำ
20.1 ในรายวิชาที่มีการประเมินผลว่าสอบได้ นักศึกษาไม่มีสิทธิลงทะเบียนเรียนซ้ํา ใน
รายวิชานั้นอีก ยกเว้นกรณีที่นักศึกษาสอบได้จํานวนหน่วยกิตครบทุกวิชาตามที่กําหนดไว้ในหลักสูตรแล้ว ได้ค่า
ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไมถ่ งึ 2.00 และต้องเป็นรายวชิ าที่สอบได้ค่าระดบั คะแนนต่ํากว่า 2.00 เท่าน้นั
20.2 นักศึกษาที่มีผลการเรียนหรือผลการสอบในรายวิชาบังคับได้ระดับคะแนนต่ำกว่า C
จะตอ้ งลงทะเบียนเรียนในรายวชิ าน้ันซ้ำอีกจนกว่าจะสอบได้ระดับคะแนน C ขน้ึ ไป สว่ นรายวชิ าอื่นทีไ่ มใ่ ช่ รายวิชา
บงั คับซ่ึงนักศกึ ษาสอบได้ระดบั คะแนน F สามารถลงทะเบียนเรียนซ้ำหรือจะเลือกลงทะเบียนเรยี น รายวชิ าอ่ืนแทน
ก็ได้
20.3 การลงทะเบียนเรียนซ้ําหรือเรียนแทนรายวิชาตามข้อ 20.1 และ 20.2 จะต้อง ได้รับ
อนุมัติจากคณบดีโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจํารายวิชา และต้องนําค่าระดับคะแนนทุกรายวิชาที่
ลงทะเบยี นเรยี นไปรวมในการคํานวณค่าระดบั คะแนนเฉล่ยี สะสม
หมวด 4 การขอลด ขอเพิ่มและขอเพิกถอนรายวชิ า
ข้อ 21 การขอลด ขอเพ่ิม หรือขอเพกิ ถอนรายวิชาต้องได้รับอนุมตั ิจากคณบดี โดยความ เหน็ ชอบจาก
อาจารย์ที่ปรึกษา และนําความเห็นของอาจารย์ประจํารายวิชามาประกอบการพิจารณา แล้วแจ้ง ให้นายทะเบียน
ทราบหรอื เจา้ หนา้ ที่ทะเบียนทราบแล้วแต่กรณี
ขอ้ 22 การขอลด หรือขอเพ่มิ รายวิชาที่จะเรียนให้กระทาํ ได้ภายใน 2 สัปดาหแ์ รกของภาค การศึกษา
และรายวชิ าทีข่ อลดน้ันจะไมบ่ นั ทกึ ในใบรายงานผลการศึกษา
ขอ้ 23 การขอลดรายวิชา การขอเพ่ิมรายวิชา จะตอ้ งไมข่ ัดกบั จํานวนหน่วยกิตตามขอ้ 18
ข้อ 24 การขอเพิกถอนรายวชิ า
24.1 การขอเพิกถอนรายวิชาจะกระทําได้ภายในสัปดาห์ที่ 4 ของภาคการศึกษา รายวิชาที่ขอเพิก
ถอนนน้ั จะบันทึกสญั ลกั ษณ์ W ในใบรายงานผลการศึกษา
24.2 การขอเพกิ ถอนรายวชิ าหลงั ระยะเวลาทีก่ ําหนดจะกระทํามิได้ เวน้ แตจ่ ะขอเพิก ถอนทุกรายวิชา
ในภาคการศึกษานั้น โดยยื่นคําร้องขอเพิกถอนก่อนวันสอบปลายภาคการศึกษาวันแรก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2
สปั ดาห์ ทั้งน้ี ตอ้ งไดร้ ับอนมุ ัติเป็นกรณีพเิ ศษจากคณบดี
หมวด 5
การวัดและการประเมนิ ผลการศกึ ษา
คูม่ ือนักศกึ ษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศึกษา 2565
150
ข้อ 25 นกั ศึกษาตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ ผลการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเรียนรขู้ องรายวิชา และเข้า สอบ
ทุกครง้ั ทม่ี กี ารสอบทกุ ประเภท
25.1 การสอบย่อยหรือการประเมินผลการเรียนรู้ระหว่างการเรียนการสอน เป็นการ ทดสอบและ
หรือการประเมินผลการเรยี นรู้ในระหวา่ งการศกึ ษาของแตล่ ะรายวิชา การกาํ หนดเวลา จาํ นวนคร้ัง วิธีการสอบ และ
กิจกรรมการเรยี นรู้ ให้อยู่ในดุลยพินจิ ของอาจารย์ประจาํ รายวิชา
25.2 การสอบกลางภาค เป็นการทดสอบในระหว่างการศึกษาของแต่ละรายวิชา โดยมี การแจ้งให้
นกั ศกึ ษาทราบล่วงหนา้ การกําหนดเวลาและวธิ กี ารสอบใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของอาจารย์ประจาํ รายวิชา
25.3 การสอบปลายภาค เป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายของแต่ละรายวิชาที่ได้ทําการเรียน การสอน
ครบตามเน้ือหาและระยะเวลาตามปริมาณหนว่ ยกติ ในภาคการศึกษาน้นั การกาํ หนดเวลาและวิธกี าร สอบให้เป็นไป
ตามตารางสอบตามประกาศของมหาวทิ ยาลัย ยกเว้นในกรณีทอ่ี าจารยป์ ระจาํ รายวชิ าจะ กําหนดใหม้ กี ารสอบปลาย
ภาคนอกตารางสอบของมหาวิทยาลัยก็ได้ โดยการอนุมัติของคณบดีและได้รับความ เห็นชอบจากหัวหน้าภาควิชา
และแจ้งใหน้ ายทะเบียนหรอื เจา้ หนา้ ทท่ี ะเบียนของมหาวทิ ยาลัยทราบแลว้ แตก่ รณี
25.4 นักศึกษาที่ขาดสอบในรายวิชาใดให้ถือว่าได้ค่าระดับคะแนนศูนย์ (o) เว้นแต่ใน การสอบครั้ง
นั้น ผู้ขาดสอบได้แจ้งเหตุที่ขาดสอบพร้อมแสดงหลักฐานต่อนายทะเบียนหรือเจ้าหน้าทีท่ ะเบียน ของมหาวิทยาลัย
แล้วแต่กรณี ภายใน 5 วันทําการ นับจากวันที่ขาดสอบ และให้นายทะเบียนหรือเจ้าหน้าที่ ทะเบียนของ
มหาวิทยาลยั แจง้ คณบดีเพือ่ พจิ ารณาใหก้ ารสอบคร้ังน้นั ไม่สมบูรณ์
ข้อ 26 การให้คะแนนการสอบ หรือคะแนนการประเมินผลการเรยี นรู้ประจํารายวิชา ให้อยู่ใน ดุลย
พินิจของอาจารย์ประจํารายวิชา โดยในการประเมินผลการเรียนรู้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการวัดและ การ
ประเมินผลภายใต้การควบคุมของคณบดี
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะต้องกําหนดให้มีมาตรฐานการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษา ให้
เปน็ ไปตามมาตรฐานการวัดและการประเมินผลการเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้ของนักศกึ ษาถือเป็นส่วนหนง่ึ ของการ
ประเมนิ คณุ ภาพการสอนของอาจารยป์ ระจาํ รายวิชา อาจารยป์ ระจาํ หลักสูตร และอาจารย์ ผู้รบั ผิดชอบหลกั สตู ร
ขอ้ 27 ระบบการประเมินผล
27.1 การประเมินผลการศึกษาของแต่ละรายวิชาให้กระทําเป็นระดับขั้น ซึ่งมี ความหมาย
และคา่ ระดับคะแนนโดยใช้สญั ลกั ษณ์ดงั นี้
ระดบั คะแนน (เกรด) ความหมาย คา่ ระดับคะแนน
A ดเี ย่ยี ม (Excellent) 4.00
B+ ดีมาก (Very good) 3.50
B ดี (Good) 3.00
C+ คอ่ นขา้ งดี (Above average) 2.50
คูม่ ือนักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
151
C พอใช้ (Average) 2.00
D+ อ่อน (Below average) 1.50
D ออ่ นมาก (Poor) 1.00
F ตก (Fait) 0.00
27.2 ในกรณีที่ไม่สามารถประเมินผลเป็นระดับคะแนนหรือค่าระดับคะแนนดังกล่าว ข้างต้น ให้ใช้
สญั ลักษณ์ ตอ่ ไปน้ี
(1) AUD (Audit) หมายถงึ การลงทะเบยี นเรยี นรายวชิ าไมน่ ับหนว่ ยกติ
(2) (Incomplete) หมายถงึ การวัดผลยงั ไมส่ มบรู ณ์
(3) S (Satisfactory) หมายถงึ การเรียนเป็นที่นา่ พอใจ นกั ศกึ ษาสอบผา่ นวชิ านนั้
(4) U (Unsatisfactory) หมายถึง การเรียนไม่เป็นที่น่าพอใจ นักศึกษาจะต้อง ลงทะเบียนเรียนซ้ํา
เพ่อื เปลีย่ น บ ให้เป็น S
(5) W (Withdrawal) หมายถึง การขอเพกิ ถอนรายวชิ าโดยได้รบั อนมุ ัติ
27.3 การให้ระดับคะแนน A, B, B , C , C, D, D และ F จะกระทําในกรณีที่เป็น รายวิชาที่นักศึกษาเข้า
สอบและหรอื มผี ลงานท่ปี ระเมินค่าไดต้ ามระดับคะแนน
27.4 นักศึกษาท่มี ีผลการศกึ ษาในระดบั คะแนน D ขนึ้ ไปถือว่าสอบได้ในรายวิชานั้น ยกเว้นรายวิชาตามข้อ
20.2 ส่วนนักศึกษาทมี่ ผี ลการศึกษาในระดบั คะแนน F จะตอ้ งลงทะเบยี นเรียนซ้ําใน รายวชิ านั้น
27.5 การให้ F นอกจากขอ้ 27.3 จะกระทําได้ในกรณีต่อไปน้ี
(1) นักศึกษาเขา้ สอบและสอบตก (2) นกั ศกึ ษาขาดสอบโดยไม่ไดร้ ับอนมุ ัติจากคณบดี
(3) นักศึกษาไมม่ ีสทิ ธเิ ขา้ สอบเนอื่ งจากได้รับการตัดสนิ ว่ามีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ในรายวิชาน้ัน
(4) นกั ศกึ ษาทําผดิ ระเบยี บการสอบและได้รบั การตดั สินใหส้ อบตกในรายวิชานัน้
27.6 การให้ AUD จะกระทาํ ได้เฉพาะรายวชิ าที่นกั ศึกษาลงทะเบียนเรยี นโดยไม่นับหน่วยกติ
27.7 การให้ ในรายวชิ าใดจะกระทาํ ได้ในกรณตี อ่ ไปน้ี
(1) นักศึกษาที่มีเวลาเรียนครบร้อยละ 80 แต่ไม่สามารถเข้าสอบได้เพราะป่วย โดยต้องยื่นใบลา
พร้อมใบรบั รองแพทย์ โดยต้องไดร้ ับความเห็นชอบของอาจารย์ประจาํ รายวชิ า และไดร้ ับ อนมุ ัติคณบดี
(2) นกั ศกึ ษาขาดสอบโดยเหตุสดุ วิสัยและไดร้ ับอนมุ ัติจากคณบดี
(3) นักศึกษาทํางานที่เป็นส่วนประกอบการศึกษาของรายวิชายังไม่สมบูรณ์และ อาจารย์ประจํา
รายวชิ าเห็นสมควรใหร้ อผลการศกึ ษา
ทงั้ นี้ นกั ศึกษาทไี่ ดร้ บั การประเมินผลด้วยสัญลักษณ์ l ต้องดาํ เนนิ การขอประเมินผลเพ่ือ แก้สัญลักษณ์
l ให้เสร็จภายในภาคการศึกษาถดั ไป หากพน้ กําหนดดังกล่าว จะได้รบั การเปลย่ี นสญั ลกั ษณ์ l เปน็ F โดยอตั โนมตั ิ
คูม่ ือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
152
27.8. การให้ S หรือ U ในรายวิชาใดจะกระทําได้เฉพาะรายวิชาที่ไม่มีหน่วยกิต หรือมี หน่วยกิตแต่คณะ
วิชาเห็นวา่ ไมส่ มควรประเมนิ ผลการศกึ ษาเปน็ สญั ลักษณ์ท่ีมคี า่ ระดับคะแนน
27.9 การให้ w ในรายวิชาใดจะกระทําได้เฉพาะรายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนไว้แล้ว โดยจะต้องเป็นไป
ตามหลกั เกณฑ์
(1) นกั ศกึ ษาขอเพิกถอนรายวชิ านั้น หรอื ลาพักการศกึ ษาหลงั จากเวลาที่ได้ กาํ หนดไว้และได้รับอนุมัติ
จากคณบดี
(2) นกั ศึกษาถกู สั่งพกั การศึกษาในภาคการศึกษานัน้ ข้อ 28 การคาํ นวณคา่ ระดบั คะแนน
28.1 การนับจํานวนหน่วยกิตเพื่อใช้ในการคํานวณหาค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ให้คํานวณ จากรายวิชาที่นับ
หน่วยกติ และมีการประเมนิ ผลเปน็ สัญลักษณ์ A, B, B, C, C, D, D และ F
28.2 สําหรับรายวิชาที่ได้สัญลักษณ์ F ให้บันทึกผลการศึกษาในใบรายงานผลการศึกษา และนําจํานวน
หนว่ ยกิตของรายวิชาน้ันมาคาํ นวณในค่าระดับคะแนนเฉลย่ี ด้วย
28.3 การนบั จาํ นวนหน่วยกิตสะสมของนักศึกษาเพื่อให้ครบหลักสูตร ให้นบั เฉพาะ หนว่ ยกิตของรายวิชาท่ี
สอบได้เทา่ น้ัน
28.4 ค่าระดบั คะแนนเฉลยี่ มี 2 ประเภท
(1) ค่าระดบั คะแนนเฉล่ียรายภาคศกึ ษา (Semester Grade Point Average = SEMGPA) ใหค้ ํานวณ
จากผลการศึกษาของนักศึกษาในภาคการศึกษานั้น โดยเอาผลรวมของผลคูณของจํานวนหน่วยกิต กับค่าระดับ
คะแนนของทุกรายวิชาหารดว้ ยผลรวมของหน่วยกิตของรายวิชาที่ศกึ ษาในภาคการศึกษาน้ัน
(2) คา่ ระดบั คะแนนเฉลีย่ สะสม (Cumulative Grade Point Average = CUM-GPA) ใหค้ ํานวณจาก
ผลการศึกษาของนักศึกษาตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษาจนถึงภาคการศึกษาสุดท้าย โดยเอาผลรวมของผล คูณของจํานวน
หน่วยกิตกับค่าระดับคะแนนของแต่ละรายวิชาที่ศึกษาทั้งหมดหารด้วยผลรวมของหน่วยกิตของ รายวิชาที่ศึกษา
ทง้ั หมด
ข้อ 29 การเทียบความรู้ การเทียบประสบการณ์ การเทียบรายวิชาและการเทียบโอนหน่วยกิต ให้เป็นไป
ตามท่สี ภาวิชาการกําหนดโดยทาํ เป็นประกาศของมหาวทิ ยาลยั
หมวด 6 สถานภาพและการพ้นสถานภาพนกั ศกึ ษา
ข้อ 30 สถานภาพนักศึกษา
30.1 นักศึกษาที่ได้ปฏิบตั ิตามข้อ 16 แห่งระเบยี บน้ีโดยถูกต้องสมบูรณ์แล้ว มีสถานภาพเป็นนักศึกษา
ของมหาวิทยาลัย
30.2 นกั ศึกษาภาคปกตขิ องมหาวทิ ยาลัยมี 2 สถานภาพ
(1) นักศึกษาสภาพปกติ ได้แก่ นักศึกษาที่ละทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาแรก หรือนักศึกษาสอบ
ไดค้ ่าระดบั คะแนนเฉล่ยี สะสมไมต่ ่าํ กว่า 2.00
คู่มือนกั ศึกษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศึกษา 2565
153
(2) นกั ศึกษาวทิ ยาทณั ฑ์ ได้แก่ นกั ศกึ ษาทสี่ อบได้ค่าระดบั คะแนนเฉลีย่ สะสม ตั้งแต่ 1.50 ถึง 1.99
30.3 การจาํ แนกสถานภาพนกั ศกึ ษา
(1) การจําแนกสถานภาพนักศึกษาจะกระทําเม่ือสิ้นภาคการศึกษา ยกเว้น นักศึกษาที่เข้าศึกษาเปน็
ปแี รก การจําแนกสถานภาพนักศกึ ษาจะกระทาํ เมื่อสนิ้ ภาคการศึกษาที่ 2 ของปี การศกึ ษาแรกที่เขา้ ศกึ ษา
(2) นักศึกษาท่ไี ด้รับอนุญาตให้ลงทะเบยี นเรียนในภาคฤดูร้อน ใหน้ ําผลการศกึ ษา ภาคฤดรู อ้ นไปรวม
กับผลการศึกษาภาคปกติในภาคการศึกษาถัดไปที่นักศึกษาผู้นั้นลงทะเบียนเรียน เพื่อการ จําแนกสถานภาพ
นักศึกษา
(3) นายทะเบียนหรือเจ้าหน้าที่ทะเบียน ต้องแจ้งสถานภาพนักศึกษาวิทยาทัณฑ์ ให้นักศึกษาที่มี
สภาพเชน่ น้นั และอาจารย์ทีป่ รึกษาของนักศกึ ษาผนู้ ้ันทราบโดยเร็วทสี่ ดุ
ข้อ 31 เพื่อแสดงสถานสภาพการเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยจะจัดให้มีบัตรประจําตัวนักศึกษา เพื่อ
ประกอบการใช้สิทธิต่าง ๆ ที่นักศึกษาพึงมีในมหาวิทยาลัย รูปแบบบัตรนักศึกษา หลักเกณฑ์และวิธีการ ออกบัตร
นกั ศึกษา ใหเ้ ป็นไปตามประกาศของมหาวทิ ยาลยั
ขอ้ 32 การพ้นสภาพนกั ศกึ ษา นกั ศึกษาของมหาวิทยาลัยจะพ้นสถานภาพการเป็นนกั ศกึ ษาเม่ือ
32.1 มรณภาพ หรือ ตาย
32.2 ไดร้ บั อนมุ ตั ิจากคณบดใี หล้ าออก
32.3 ขาดคณุ สมบตั ิขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ ในข้อ 7
32.4 สาํ เรจ็ การศกึ ษาตามหลกั สูตรและไดร้ บั อนุมตั ใิ ห้จบการศึกษา
32.5 มีระยะเวลาการศึกษาครบ 16 ภาคการศึกษาสําหรับหลักสูตร 4 ปี และ 20 ภาคการศึกษา
สําหรับหลักสูตร 5 ปี แต่ยังมีจํานวนหน่วยกิตสอบได้ไม่ครบตามหลักสูตร หรือได้ค่าระดับ คะแนนเฉลี่ยสะสมตํ่า
กว่า 2.00
32.6 ใชเ้ อกสารหลักฐานอันเปน็ เทจ็ สมคั รเขา้ เป็นนกั ศึกษา
32.7 ถกู ถอนสถานภาพนกั ศึกษาหรอื ถูกคัดชอ่ื อกจากทะเบยี นนักศึกษาในกรณี ดังต่อไปน้ี
(1) ได้ค่าระดบั คะแนนเฉลี่ยสะสมต่ํากว่า 1.50 ยกเวน้ นักศึกษาทเ่ี ข้าศกึ ษาเป็นปีแรก
(2) ได้คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ํากว่า 1.75 ในสองภาคการศึกษาปกติติดต่อกนั
(3) เป็นนักศึกษาวิทยาทัณฑ์ที่มีค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม 1.80 เป็นเวลาสอง ภาค
การศึกษาที่มีการจําแนกสถานภาพต่อเน่ืองกัน หรือเป็นนักศึกษาวิทยาทัณฑ์ครบ 4 ภาคการศึกษาที่มีการ จําแนก
สถานภาพต่อเนือ่ งกัน แล้วยงั ไมพ่ ้นสถานภาพนักศกึ ษาวิทยาทณั ฑ์
(4) ไม่ลงทะเบียนเรียนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเปิดภาคการศึกษา และไม่
ปฏบิ ตั ติ ามหลักเกณฑ์การลาพกั การศกึ ษา
(5) ลาพกั การศกึ ษาเกิน 2 ภาคการศกึ ษาปกติติดตอ่ กัน เว้นแต่ไดร้ ับอนุมตั เิ ปน็ กรณีพิเศษ
คู่มอื นกั ศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2565
154
(6) มหาวิทยาลัยพิจารณาให้พ้นสถานสภาพนักศึกษาเพราะกระทําผิดวินัย นักศึกษาอย่าง
รา้ ยแรง
(7) ทาํ การทจุ รติ อยา่ งร้ายแรงในการสอบ ซ่ึงจะตอ้ งเป็นไปตามขอ้ บงั คับของ มหาวิทยาลยั
ข้อ 33 นักศึกษาที่ประสงค์จะลาออกจากการเป็นนักศึกษา ให้ยื่นคําร้องขอลาออกพร้อมด้วยใบ
ปลอดพันธะต่อคณบดี โดยความเห็นชอบของหัวหน้าภาควิชาและอาจารย์ที่ปรึกษา และให้คณบดีรายงาน สภา
วิชาการทราบ
หมวด 7 การลาพักการศกึ ษาและการส่ังพกั การศกึ ษา
ข้อ 34 การลาพักการศึกษา
34.1 นักศึกษาจะต้องยื่นคําร้องขออนุมัติการลาพักการศึกษาต่อคณบดี โดยความ เห็นชอบ
ของหวั หน้าภาควชิ าและอาจารย์ทปี่ รึกษา ทงั้ นี้ ภายใน 2 สปั ดาหห์ ลงั จากวันเปิดเรียนของภาค การศึกษานั้น และ
สามารถลาพกั การศกึ ษาได้คร้งั ละไม่เกิน 2 ภาคการศึกษา ในกรณีท่นี ักศึกษายังมีความ จําเป็นทจี่ ะลาพักการศึกษา
ต่อ ให้ยน่ื คําร้องขอลาพักการศึกษาใหม่
34.2 นกั ศกึ ษาอาจย่ืนคําร้องขอลาพักการศึกษาไดใ้ นกรณี ตอ่ ไปนี้
(1) ได้ศึกษาในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา ยกเว้นจะได้รับ อนุมัติ
เป็นกรณีพเิ ศษจากสภาวิชาการ
(2) ถูกเกณฑห์ รือระดมพลเข้ารบั ราชการทหารกองประจําการ
(3) ได้รับทุนแลกเปลี่ยนนกั ศึกษาระหวา่ งประเทศ หรือทุนอื่นใดซ่ึงมหาวทิ ยาลัย เห็นสมควร
สนบั สนนุ
(4) เจ็บป่วยจนต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานเกินร้อยละ 20 ของเวลาเรียน ทั้งหมดในภาค
การศกึ ษานนั้ ตามคําสง่ั แพทย์ โดยมีใบรับรองแพทยจ์ ากสถานพยาบาล
(5) มีเหตุจําเป็นสุดวิสัย หรือมีความจําเป็นส่วนตัวที่คณะกรรมการประจําคณะ พิจารณา
เหน็ สมควร
ข้อ 35 นกั ศกึ ษาท่ีไดร้ บั อนมุ ัตใิ ห้ลาพกั การศึกษาแลว้ ต้องปฏบิ ตั ิดงั นี้
35.1 ในระหว่างการลาพักการศึกษา จะต้องชําระค่ารักษาสถานสภาพการเป็น นักศึกษาทุกภาค
การศกึ ษา มิฉะนั้นจะถูกคัดชอื่ ออกจากทะเบียนนักศึกษา
35.2 การนับระยะเวลาการศึกษา ให้นับระยะเวลาที่ขอลาพักการศึกษาทุกครั้งอยู่ใน ระยะเวลา
การศึกษาตามขอ้ 11 ยกเว้นนักศึกษาที่ขอลาพักการศกึ ษาตามข้อ 34.2
35.3 นักศกึ ษาท่ีไดร้ ับอนุมตั ิให้ลาพักการศกึ ษา เมือ่ จะกลบั เขา้ ศึกษาจะต้องยน่ื คําร้อง ขอกลับเข้า
ศึกษาต่อคณบดีไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ก่อนวันเปิดภาคการศึกษานั้น และให้คณบดีแจ้งให้นาย ทะเบียนหรือ
เจา้ หนา้ ทีท่ ะเบยี นของมหาวิทยาลัยทราบ
คูม่ อื นักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศึกษา 2565
155
ขอ้ 36 การสงั่ พกั การศกึ ษา
36.1 นักศึกษาอาจถูกสั่งพักการศึกษาได้ในกรณีที่ประพฤติทุจริตในการสอบ หรือ ประพฤติผิด
วนิ ัยนกั ศกึ ษา
36.2 การส่ังพกั การศกึ ษาตามขอ้ 36.1 จะสั่งพักการศึกษาไดไ้ มเ่ กนิ 1 ภาคการศกึ ษา
36.3 คําสั่งให้นักศึกษาพักการศึกษา ให้เริ่มเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษาที่กระทําผิดนั้น โดยให้มี
ระยะเวลาการลงโทษต่อเนื่องกัน ทั้งนี้ ให้รับระยะเวลาที่ถูกสั่งพักการศึกษาเข้าเป็นระยะเวลา การศึกษา และให้
จําแนกสถานสภาพนักศึกษาทุกภาคการศึกษาที่ถูกส่ังพกั ดว้ ย
ทั้งนี้ นักศึกษาที่ถูกสั่งพักการศึกษา จะต้องปฏิบัติตามข้อ 36 เช่นเดียวกันกับนักศึกษาที่ ได้รับ
อนุมตั ใิ หล้ าพักการศกึ ษา
ขอ้ 37 ใหค้ ณบดีเป็นผอู้ นุมัติให้นกั ศกึ ษาลาพกั การศึกษาตามข้อ 36 และส่ังพักการศกึ ษาตามข้อ 37
ขอ้ 38 นักศึกษาทถ่ี ูกส่งั พักการศึกษา หรอื มหาวิทยาลัยมีคาํ ส่งั ให้พ้นสภาพนกั ศกึ ษา สามารถ อุทธรณ์
คําสั่งพักการศึกษาและคําสั่งให้พ้นสภาพนักศึกษาได้ และการอุทธรณ์คําสั่งพักการศึกษาและคําสั่งให้ พ้นสภาพ
นกั ศกึ ษา ให้เป็นไปตามขอ้ บงั คบั ของมหาวิทยาลยั
หมวด 4 การย้ายสถานที่เรียน การยา้ ยคณะ และการเปล่ียนสาขาวิชา
ข้อ 39 การย้ายวิทยาเขต นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยส่วนกลาง วิทยาเขต
หรอื วทิ ยาลัยใดของมหาวิทยาลยั จะต้องศึกษาทมี่ หาวิทยาลัยส่วนกลาง วิทยาเขต หรอื วทิ ยาลยั นน้ั
มหาวิทยาลัยอาจอนุญาตให้นักศึกษาย้ายไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยส่วนกลาง วิทยาเขต หรือ วิทยาลัย
อื่น เฉพาะในกรณีที่มีเหตุผลและความจําเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่สภา
วชิ าการกําหนด
ขอ้ 40 การย้ายคณะและคุณสมบตั ิของผูม้ ีสิทธิขอย้ายคณะ
นักศกึ ษาที่ผา่ นการสอบคัดเลือกเขา้ ศึกษาในคณะวชิ าใด จะต้องศึกษาในคณะวิชานั้น กรณีท่ี นกั ศึกษาต้องการย้าย
คณะตอ้ งมคี ณุ สมบตั ิและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดงั นี้
40.1 ไมเ่ ปน็ ผ้ทู ่พี น้ สถานภาพการเปน็ นกั ศกึ ษา
40.2 ไม่เคยได้รับอนุมตั ิใหย้ า้ ยคณะมาก่อน
40.3 การขอย้ายคณะจะต้องขอย้ายภายใน 2 ภาคการศึกษาปกติ นบั ตง้ั แต่เขา้ รบั การศึกษา
ท้งั นี้ ไม่นบั ภาคการศึกษาทไ่ี ดร้ บั อนุมตั ิใหล้ าพักการศกึ ษา หรือถกู มหาวทิ ยาลัยให้พักการศกึ ษา
40.4 ในการยื่นคําร้องขอย้ายคณะ นักศึกษาต้องแสดงเหตุผลประกอบ และอยู่ในดุลยพินิจ
คณบดีท่ีเก่ียวข้องทีจ่ ะพิจารณาอนุมัตเิ ป็นรายกรณี ซึง่ ต้องเปน็ ไปตามระเบยี บหรือหลักเกณฑข์ องคณะท่เี กยี่ วข้อง
40.5 การขอย้ายคณะจะกระทําได้เมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษาปกติ แต่ต้องกระทําก่อน การ
ลงทะเบยี นเรียนในภาคการศกึ ษาต่อไป
คูม่ อื นกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
156
40.6 รายวชิ าทีน่ ักศึกษาย้ายคณะได้ศึกษามา ถึงแมจ้ ะไม่ตรงกับหลักสตู รของคณะ ที่ย้ายเข้า
ศกึ ษาใหม่กต็ าม ให้นาํ มาคาํ นวณคา่ ระดบั คะแนนเฉลยี่ สะสมด้วย
ข้อ 41 การเปลี่ยนสาขาวิชา การขอเปลี่ยนสาขาวิชาจะกระทําได้เพียงครั้งเดียวตลอดการเป็น
นักศึกษา และจะกระทําได้เมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษาปกติ แต่ต้องกระทําก่อนการลงทะเบียนเรียนในภาค การศึกษา
ต่อไป โดยการขอเปลี่ยนสาขาวิชาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าภาควิชาที่เกี่ยวข้องและ ได้รับอนุมัติจาก
คณบดี
ข้อ 42 การรบั โอนนักศึกษา และการศกึ ษาข้ามสถาบนั ใหเ้ ป็นไปตามที่สภาวิชาการกําหนด
หมวด 4 การปฏิบตั ิกรรมฐานและการปฏบิ ัตศิ าสนกิจ
ข้อ 43 การปฏิบัติกรรมฐาน นักศึกษาของมหาวิทยาลัยจะต้องฝึกปฏิบัติกรรมฐานในรายวิชาการ
ปฏิบัติกรรมฐานในหลักสูตร และเมื่อสอบได้หน่วยกิตครบตามหลักสูตรแล้ว ก่อนการขอรับปริญญาจะต้องออก
ปฏบิ ัติกรรมฐานตามระเบยี บของมหาวิทยาลัย
ขอ้ 44 การปฏิบตั ศิ าสนกจิ มี 3 ประเภท
44.1 การปฏิบัติงานภายหลังจากนักศึกษาได้สอบได้หน่วยกิตครบตามหลักสูตรแล้ว การ
ปฏิบัตศิ าสนกิจตามขอ้ นี้ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บของมหาวิทยาลยั
44.2 การฝกึ งานหรือการฝึกภาคสนามตามหลักสูตร การปฏบิ ตั ิงานตามมาตรฐาน วิชาชีพ ท่ี
ใช้เวลาการฝึกไมน่ ้อยกว่า 45 ชั่วโมงตอ่ การศึกษาภาคปกติ ซึ่งกําหนดไว้เป็นรายวิชาหนึ่งของ หลักสูตรที่มีปริมาณ
หนว่ ยกติ ไม่นอ้ ยกว่า 6 หน่วยติด
44.3 การปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษาของนกั ศึกษาคณะศึกษาศาสตร์
ขอ้ 45 นักศึกษาท่ีไม่ผา่ นการปฏิบัติกรรมฐานและการปฏิบัติศาสนกิจ จะไม่ไดร้ ับการเสนอช่ือให้ เป็น
ผู้สาํ เร็จการศกึ ษาและขออนมุ ัตปิ ริญญา
หมวด 10 การสาํ เร็จการศึกษาและการให้ปริญญา
ข้อ 46 การสาํ เร็จการศึกษา
46.1 หลักสูตรปริญญาตรี (4 ป)ี สําเรจ็ การศกึ ษาไดไ้ ม่กอ่ น 6 ภาคการศึกษาปกติ สาํ หรบั การ
ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และไมก่ ่อน 14 ภาคการศึกษาปกติ สาํ หรบั การลงทะเบียนเรียนไมเ่ ตม็ เวลา
46.2 หลกั สตู รปรญิ ญาตรี (5 ปี) สําเร็จการศึกษาไดไ้ ม่ก่อน 8 ภาคการศึกษาปกติ สาํ หรบั การ
ลงทะเบียนเรยี นเต็มเวลา และไมก่ ่อน 17 ภาคการศึกษาปกติ สาํ หรับการลงทะเบียนเรียนไม่เตม็ เวลา
ทั้งนี้ นักศึกษาจะต้องเรียนและสอบได้หน่วยกิตครบตามหลักสูตร และปฏิบัติตามเงื่อนไขของ
หลักสตู ร ขอ้ บงั คับ ระเบยี บ และประกาศของหาวิทยาลัยเกยี่ วกับการศึกษาและหรือการปฏิบัติของนักศึกษา ซ่ึงได้
กําหนดไว้เป็นการเฉพาะเรื่องโดยครบถว้ นแลว้ จงึ จะไดร้ ับการพิจารณาใหเ้ ป็นผสู้ าํ เรจ็ การศึกษา
คู่มอื นกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
157
ข้อ 47 การขอจบการศึกษา ในภาคการศึกษาสุดท้ายท่ีนกั ศึกษาได้ลงทะเบยี นเรียนและสอบได้ หน่วย
กิตครบตามหลกั สตู รของมหาวิทยาลัย รวมทั้งได้ปฏบิ ัติตามเงื่อนไขของหลกั สตู รและเงื่อนไขทางการ การศึกษาอ่ืน
ของมหาวิทยาลยั ครบถ้วนแลว้ หากมีคะแนนเฉล่ยี สะสมตงั้ แต่ 2.00 ขึน้ ไป มีสิทธยิ ืน่ คาํ รอ้ ง ขอจบการศกึ ษาต่อนาย
ทะเบียนของมหาวิทยาลัย
ข้อ 48 การใหป้ ริญญา
48.1 นักศึกษาท่ีจะไดร้ ับปรญิ ญาต้องมีคณุ สมบัติ ดังน้ี
(1) สอบได้จํานวนหน่วยกิตครบตามหลักสูตรในสาขาวิชาที่ศึกษาและได้คะแนน เฉล่ีย
สะสมต้ังแต่ 2.00 ขนึ้ ไป
(2) สอบได้นักธรรมหรือธรรมศึกษาชั้นใดชั้นหนึ่ง หรือมีผลการทดสอบผลสัมฤทธิ์ ทาง
การศกึ ษาพระพุทธศาสนาตามเกณฑ์มาตรฐานความรวู้ ชิ าการพระพุทธศาสนาท่ีมหาวิทยาลัยกําหนด
(3) มคี วามประพฤตเิ รียบรอ้ ยเหมาะสมกบั ปรญิ ญาท่ีไดร้ บั
(4) ไม่มพี นั ธะผกู พนั ใด ๆ กบั มหาวิทยาลัย
(5) ผ่านการปฏิบตั ิกรรมฐานตามขอ้ 43 และผ่านการปฏิบตั ิศาสนกิจข้อใดข้อ หนง่ึ ในขอ้ 44
48.2 คณบดี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจําคณะ เป็นผู้เสนอรายชื่อ นักศึกษา
ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 44.1 ให้เป็นผู้สมควรได้รับปริญญาและปริญญาเกียรตินิยมต่อนาย ทะเบียนของ
มหาวิทยาลัย เพื่อเสนอสภาวิชาการพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติ การให้
ปริญญา
ข้อ 49 การขอรับปริญญา
นักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 48 จะต้องยื่นคําร้องขอรับปริญญาต่อนายทะเบียนของ
มหาวทิ ยาลัยภายในระยะเวลาที่กาํ หนด มฉิ ะน้ันจะต้องเสยี คา่ ปรับตามประกาศมหาวิทยาลัย และอาจไมไ่ ด้รับ การ
พจิ ารณาเสนอชือ่ ตอ่ สภามหาวทิ ยาลัยเพ่อื อนมุ ตั ิปริญญาในภาคการศกึ ษาน้ัน
ข้อ 50 การใหป้ ริญญาเกยี รตนิ ยิ มและการให้เหรียญรางวัล ใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบงั คับของ มหาวทิ ยาลัย
ข้อ 51 พิธีประทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยจะจัดให้มีพิธีประทานปริญญาบัตรสําหรับผู้สําเร็จ
การศกึ ษาปลี ะ 1 ครัง้ หรอื ตามทีม่ หาวทิ ยาลัยกาํ หนด
หมวด 11 ค่าหนว่ ยกิตและค่าบาํ รุงการศึกษา
ข้อ 52 ค่าหน่วยกิต ค่าบํารุงการศึกษาและค่าธรรมเนียมทางการศึกษา ให้เป็นไปตามที่ สภาวิชาการ
กําหนด โดยทาํ เปน็ ประกาศประกาศของมหาวทิ ยาลัย
ข้อ 53 กรณีมีความจําเป็น นักศึกษาที่ไม่สามารถชําระค่าหน่วยกิต ค่าบํารุงการศึกษา และหรือ
ค่าธรรมเนียมทางการศกึ ษาไดท้ ั้งหมดหรือบางส่วน ให้ยื่นเรื่องขอผอ่ นผันการชาํ ระค่าหนว่ ยกิต ค่าบํารุง การศึกษา
และหรือค่าธรรมเนียมทางการศกึ ษา
คูม่ อื นกั ศกึ ษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
158
การขอผ่อนผันการชําระคา่ หนว่ ยกติ ค่าบํารุงการศกึ ษา และหรอื คา่ ธรรมเนียมทางการศกึ ษา ใหย้ ่ืนขอ
ผ่อนผันต่อคณบดี และอธิการบดีหรือผูท้ ่ีอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้อนมุ ัติการขอผ่อนผันชาํ ระค่าหน่วยกิต ค่าบํารุง
การศึกษาและหรือค่าธรรมเนียมทางการศึกษา ทั้งนี้ จะต้องไม่เกินก่อนสอบปลายภาคการศึกษา และไม่ได้รับ
ยกเวน้ ค่าปรบั การลงทะเบยี นล่าช้า
ข้อ 54 นักศึกษาที่อยู่ระหว่างรอรับเงินทุนการศึกษาทุกประเภท ทั้งทุนภายในและภายนอก
มหาวิทยาลัย จะได้รับผอ่ นผนั การชาํ ระค่าหน่วยกิต คา่ บํารงุ การศึกษา และหรือคา่ ธรรมเนยี มทางการศกึ ษา จนกวา่
จะได้รับเงินทุนการศึกษา โดยนักศึกษาจะต้องยื่นเรื่องขอผ่อนผันการชําระตามข้อ 54 วรรคสอง พร้อมเอกสาร
หลักฐานการไดร้ บั ทนุ การศึกษา ทั้งนี้ จะตอ้ งไม่เกินก่อนสอบปลายภาคการศึกษา
ข้อ 55 มหาวิทยาลัยอาจพิจารณายกเว้นค่าหน่วยกิตและหรือค่าบํารุงการศึกษาก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไป
ตามหลักเกณฑ์ท่สี ภาวิชาการกาํ หนดโดยทําเป็นประกาศของมหาวิทยาลยั
หมวด 12
การประกันคุณภาพหลกั สูตร การพัฒนาหลกั สูตร และมาตรฐานความรภู้ าษาองั กฤษ
ข้อ 56 การประกันคุณภาพของหลักสูตร ให้ทุกหลักสูตรกําหนดระบบการประกันคุณภาพของ
หลักสูตร โดยมีองค์ประกอบในการประกันคุณภาพอย่างน้อย 6 ด้าน คือ การกํากับมาตรฐาน, บัณฑิต, นักศึกษา,
อาจารย์, หลกั สูตร การเรยี นการสอน การประเมินผู้เรียน และสง่ิ สนบั สนุนการเรยี นรู้
ข้อ 57 การพัฒนาหลักสูตร ให้ทุกหลักสูตรมีการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย โดยมีการประเมิน และ
รายงานผลการดําเนินการของหลักสูตรทุกปีการศึกษา เพื่อนําข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรเป็นระยะ ๆ
อยา่ งนอ้ ยตามรอบระยะเวลาของหลักสูตร หรอื ทุกรอบ 5 ปี
ขอ้ 58 มาตรฐานความรู้ภาษาอังกฤษ ให้มหาวทิ ยาลยั จัดใหม้ รี ะบบมาตรฐานการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ
และกําหนดเกณฑ์มาตรฐานการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสําหรับนักศึกษา รวมทั้งการส่งเสริมและ พัฒนาการเรียนรู้
ภาษาอังกฤษของนักศึกษา ซึ่งสามารถเทียบเคียงกันได้กับมาตรฐานการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ตามประกาศของ
สํานกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา
ท้ังนี้ นักศกึ ษาจะตอ้ งมีผลการเรียนรภู้ าษาอังกฤษและผา่ นการทดสอบความรูภ้ าษาอังกฤษ ตามเกณฑ์
มาตรฐานการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาวิชาการกําหนด โดยทําเป็น ประกาศของ
มหาวิทยาลยั
หมวด 13 การพัฒนาอาจารย์และกจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้ของนักศกึ ษา
ข้อ 59 การพัฒนาอาจารย์ ให้คณะ ภาควิชา หลักสูตร จัดวางระบบผู้สอนและกระบวนการ จัดการ
เรียนการสอน ระบบการบริหารอาจารย์และการสง่ เสริมและพัฒนาอาจารย์ การกําหนดผู้สอนโดย คํานึงถึงคุณภาพ
ของอาจารย์ ใหส้ อดคลอ้ งกบั การเกณฑม์ าตรฐานหลกั สตู รและเกณฑ์การประกนั คุณภาพ
การศึกษา
คู่มอื นกั ศึกษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศึกษา 2565
159
ขอ้ 60 กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้ของนักศึกษา ใหค้ ณะ ภาควชิ า หลกั สูตร จัดวางระบบการ กิจกรรม
การเรียนการสอนใหผ้ ้เู รียนมีความรใู้ นวิชาการและวิชาชีพ มีคณุ ลกั ษณะตามหลกั สตู ดังน้ี
60.1 จัดให้มีระบบอาจารย์ที่ปรึกษา การควบคุมดูแลการให้คําปรึกษาวิชาการแก่ นักศึกษา
และแนะแนวแก่นักศึกษา จัดบริการให้คําปรึกษาแนะแนวด้านการใช้ชีวิต และการเข้าสู่อาชีพแก่ นักศึกษา จัด
กจิ กรรมเตรยี มความพร้อมเพอ่ื การทํางานเม่ือสาํ เรจ็ การศึกษา
คุณสมบตั อิ าจารยท์ ่ีปรึกษาและการแตง่ ตง้ั อาจารย์ทีป่ รึกษา หนา้ ทแ่ี ละความรับผิดชอบ ของ
อาจารย์ท่ีปรกึ ษา ให้เปน็ ไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย โดยความเหน็ ชอบของสภาวชิ าการ
60.2 ในการจัดกจิ กรรมพฒั นาการเรียนรขู้ องนกั ศึกษา ให้เปน็ ไปตามหลักการดงั นี้
(1) การจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา ให้มีกิจกรรมพัฒนานักศึกษาครอบคลุม ประเภท
กิจกรรม ไดแ้ ก่ กิจกรรมสง่ เสริมคุณลักษณะนักศึกษาที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัย กจิ กรรมกีฬาหรือ การส่งเสริม
สุขภาพกิจกรรมบําเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม กิจ กรรมส่งเสริม
ศิลปะและวัฒนธรรม
(2) ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมนักศึกษาอย่างเหมาะสม ให้นักศึกษาที่เข้าร่วม กิจกรรมมี
โอกาสได้รับการพัฒนาสติปัญญา สังคม อารมณ์ ร่างกาย และคุณธรรมจริยธรรม ส่งเสริม คุณลักษณะบัณฑิตตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ รวมทั้งกิจกรรมการพัฒนา ศักยภาพนักศึกษาและการ
เสริมสร้างทักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21
บทเฉพาะกาล
ขอ้ 61 ให้ใช้ระเบียบน้ี สาํ หรบั นักศึกษาระดบั ปริญญาตรที ม่ี หาวทิ ยาลัยรับเขา้ ศึกษาต้ังแต่ ปกี ารศึกษา
2559 เป็นต้นไป
สําหรับนักศึกษาทีม่ หาวิทยาลัยรบั เข้าศึกษาก่อนปกี ารศึกษา 2559 ให้ใช้ระเบียบมหาวทิ ยาลัย มหาม
กุฏราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาปรญิ ญาตรี พ.ศ. 2554 หรือให้ปฏิบัตติ ามระเบยี บและหลักเกณฑ์ที่ รับเข้าศึกษา
ในขณะน้ัน ไปจนกว่าจะสําเร็จการศึกษา
ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่ได้ออกประกาศหรือหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามระเบียบนี้ ให้ใช้ ประกาศหรือ
หลักเกณฑ์ที่ออกโดยอาศัยระเบียบของมหาวิทยาลัยว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี ฉบับก่อนไปพลาง
จนกวา่ จะได้ออกประกาศหรอื หลักเกณฑต์ ามระเบียบฉบับนี้
คู่มือนักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
160
หมายเหตุ: เหตุผลที่ประกาศใช้ระเบียบนี้ เนื่องจากคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพ
ภายในระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2557 โดยมีการปรับปรุงมาตรฐาน ตัวบ่งชี้และเกณฑ์ประเมินคุณภาพ แบ่งเป็น 3
ระดับ คือ ระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน ประกอบกับกระทรวงศึกษาธิการ ได้ยกเลิกเกณฑ์
มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2548 และประกาศบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี
พ.ศ. 2554 มหาวิทยาลัยจึงปรับปรุงแก้ไขระเบียบมหาวิทยาลัยว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี ให้
สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรและเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา จึงประกาศใช้
ระเบียบนี้
คู่มือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศึกษา 2565
161
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
162
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
163
ประกาศมหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั
เรื่อง ระเบียบปฏบิ ัตขิ องนกั ศกึ ษา
พ.ศ. 2543
********
เพื่อให้กิจกรรมของนักศึกษามหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและความเจ
รญิ ก้าวหนา้ ของมหาวทิ ยาลยั
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (1) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.
2540 และมติสภาวิชาการครั้งที่ 11/2542 วันท่ี 14 ธันวาคม 2542 จึงประกาศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช
วิทยาลัย เรอื่ ง ระเบยี บปฏบิ ตั ขิ องนักศึกษา ดงั ต่อไปนี้
หมวด 1
บทท่ัวไป
ขอ้ 1 ระเบียบนเ้ี รียกวา่ “ระเบียบปฏบิ ตั ิของนกั ศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2543”
ข้อ 2 ให้ใชร้ ะเบียบปฏบิ ัตนิ ี้ ต้งั แตว่ ันถดั จากวนั ประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบปฏิบัติของนักศึกษา พ.ศ. 2497 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2531) หรือระเบียบ
อืน่ ใดท่ขี ดั หรือแยง้ กับระเบียบปฏบิ ตั นิ ้ี แลว้ ใหใ้ ชร้ ะเบียบนแ้ี ทน
ข้อ 4 ในระเบยี บข้อปฏบิ ตั ินี้
“มหาวทิ ยาลัย” หมายความว่า มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลยั รวมถึงวิทยาเขต
“นกั ศกึ ษา” หมายความว่า พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ ที่ลงทะเบียนเป็นนักศึกษา
นักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และได้รับอนุมัติ
ให้เข้าศึกษาอบรมในมหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นใด
ชั้นหนึ่ง และนักศึกษาที่อธิการบดีมีคำสั่งพักการเรียน หรือลาพัก
และที่ถูกลงโทษใดๆที่มีเหตุจำเป็นอื่น ๆ ที่จำต้องพักการเรียน
แต่ในกรณีที่ขอพักการเรียนต้องไม่เกิน 6 เดือนของปีการศึกษา
ข้อ 5 ให้รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและรองอธิการบดีประจำวิทยาเขต รักษาการให้เป็นไปตาม
ระเบียบน้ี
หมวด 2
ห้อง คณะและชัน้ เรยี น
ขอ้ 6 คำวา่ หอ้ งเรยี น คณะ และชน้ั เรียน ในระเบียบนม้ี ีความหมาย ดังตอ่ ไปนี้
“หอ้ งเรียน” หมายความวา่ ชั้นทแ่ี บง่ เป็นหอ้ ง ก. ข. ค. ง. เป็นต้น
“คณะ” หมายความวา่
- คณะศาสนาและปรชั ญา
- คณะสงั คมศาสตร์
- คณะมนษุ ยศาสตร์
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศึกษา 2565
164
- คณะศึกษาศาสตร์
“ชนั้ เรยี น” หมายความวา่
- ช้นั ศาสนศาสตร์ปที ี่ 1
- ชน้ั ศาสนศาสตร์ปที ่ี 2
- ช้ันศาสนศาสตร์ปีท่ี 3
- ชั้นศาสนศาสตร์ปที ี่ 4
หมวด 3
สิทธิ และหนา้ ที่นกั ศกึ ษา
ข้อ 7 การกระทำหรือการแสดงออกใดๆ ของนักศึกษาจะกระทำได้โดยที่การกระทำหรือการแสดงออกน้ัน
เปน็ ไปเพื่อสร้างสรรค์มหาวทิ ยาลยั หรือสงั คมส่วนรวม ทัง้ นี้ ตอ้ งไม่ขัดหรือแยง้ กบั ระเบียบปฏิบัตนิ ี้
ขอ้ 8 นกั ศกึ ษายอ่ มมีสทิ ธทิ ่จี ะพงึ มีพงึ ไดท้ ัดเทยี มกนั ตามระเบียบน้ี
ข้อ 9 นกั ศึกษาต้องช่วยกิจกรรมทกุ อยา่ งทเี่ กดิ ขนึ้ ในมหาวทิ ยาลยั หรอื ภายนอกมหาวทิ ยาลยั และกิจกรรม
ที่กองพฒั นานกั ศกึ ษาหรอื วิทยาลัยศาสนศาสตร์หรือคณะกรรมการนักศึกษาขอความช่วยเหลอื
ข้อ 10 นักศึกษามหี นา้ ท่ีต้องชำระคา่ กิจกรรมนกั ศกึ ษาตามระเบยี บท่ีมหาวทิ ยาลยั กำหนด
ข้อ 11 นักศึกษาชั้นศาสนศาสตร์ปีที่ 2 มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็นรองประธาน นักศึกษาในปี
การศึกษาต่อไปได้
ข้อ 12 นกั ศึกษาชน้ั ศาสนศาสตร์ปีท่ี 3 มีสิทธลิ์ งสมัครรบั เลอื กตง้ั เพ่ือเปน็ ประธาน นักศึกษาในปีการศึกษา
ต่อไปได้ สว่ นวิธีการ หลกั การสรรหาให้เปน็ ไปตามข้อ 19 แห่งระเบยี บน้ี
ขอ้ 13 นักศึกษามีสิทธเิ ลอื กเรยี นคณะใดก็ได้ ทั้งนตี้ อ้ งไม่ขัดกับระเบยี บมหาวิทยาลัย
ข้อ 14 ใหม้ หี วั หนา้ หอ้ ง หวั หน้าคณะ หัวหน้าช้นั รองหัวหนา้ ห้อง รองหัวหน้าคณะ รองหวั หน้าชัน้ ดังนี้
(1) ให้นักศึกษาแต่ละห้อง แตล่ ะคณะ แตล่ ะชนั้ เลอื กหวั หน้า รองหัวหนา้ ตามลำดบั
(2) ในกรณีทีช่ ้ันเรียนไมไ่ ด้แบง่ เป็นหอ้ งหรือคณะ ให้แต่ละชัน้ เลอื กหัวหนา้ ชน้ั และรองหวั หนา้ ชั้น
ข้อ 15 นักศึกษามีหน้าที่ต้องเข้าห้องประชุมประจำวันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ต่อ 1 ภาค การศึกษา เพ่ือ
แสดงความคิดเห็น รับฟังโอวาทและไหว้พระสวดมนต์ประจำวัน ณ ห้องประชุมใหญ่ หรือสถานที่ที่มหาวิทยาลัย
กำหนด และเพือ่ แสดงออกถงึ ความสามคั คีมนี ำ้ หน่ึงใจเดยี วกันและนักศกึ ษาจะต้องลงช่ือการเข้าประชมุ ทกุ ครง้ั ซงึ่ มี
ผลต่อการพิจารณาเสนอรับทุนการศึกษา และทุนอื่นๆ ตลอดถึงประเมินผลการเรียนในใบแสดงผลการเรียน
(Transcript) เกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัยด้วย หากนักศึกษามีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถจะเข้าร่วม
กิจกรรมดังกล่าวได้ ให้ทำหนังสือขออนุญาตลาเป็นลายลักษณ์อักษรถึงประธานนักศึกษาหรือคณะกรรมการนักศึกษา
โดยให้กองพฒั นานกั ศกึ ษาและผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั ศาสนศาสตร์ จัดทำบญั ชีควบคุมในเรือ่ งนี้
ข้อ 16 หา้ มนักศกึ ษาแสดงอาการอันไม่เคารพและเหมาะสมต่อสถานที่ เช่น สบู บุหรีเ่ ดนิ เคี้ยวของขบเคี้ยว
สง่ เสยี งดัง นงุ่ ห่มอนั ไม่สมควร บรเิ วณมหาวิทยาลัยโดยเด็ดขาด
ข้อ 17 หัวหน้าห้อง หัวหน้าคณะ หัวหน้าชั้น มีหน้าที่ควบคุมดูแลนักศึกษาภายในห้อง หรือคณะ หรือช้ัน
ของตนเท่านั้น และมีหน้าที่รับนโยบายจากกองพัฒนานักศึกษา ผู้อำนวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์หรือ
คณะกรรมการนักศกึ ษามอบหมายให้ไปปฏิบัติ
คมู่ อื นักศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
165
ในกรณีหัวหน้าห้อง หัวหน้าคณะ หัวหน้าช้ัน ไม่อยู่หรืออยู่แต่ไม่อาจจะปฏบิ ัติหน้าที่ได้ ให้รองหัวหนา้ หอ้ ง
รองหวั หนา้ คณะ รองหัวหนา้ ชั้นปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีแทน
ในกรณีหัวหน้าและรองหัวหน้าตามวรรคสองไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นักศึกษาในห้องคณะ หรือชั้นนั้นๆ
เลอื กตวั แทนขน้ึ มาปฏิบตั หิ นา้ ที่แทน
ข้อ 18 ให้นักศึกษาเคารพเชื่อฟังคำสั่งของประธานและรองประธานนักศึกษาที่ประกาศหรือขอความ
รว่ มมือในแนวทางทถ่ี กู ต้องและเป็นธรรม
หมวด 4
ประธานและรองประธานนักศกึ ษา
ข้อ 19 ความเป็นประธานและรองประธานนักศึกษา และวิธีการเป็นประธานและรองประธานนักศึกษา ให้
เป็นไปตามระเบียบวิธีการสรรหา หรือประกาศของมหาวิทยาลัย แต่ต้องกระทำก่อนสอบปลายภาคเรียนท่ี 2
ภายใน 15 วัน
ข้อ 20 ให้มหาวิทยาลยั และวิทยาเขตมีประธานนักศึกษาแห่งละ 1 ตำแหน่ง รองประธานนกั ศึกษาแห่งละ
2 ตำแหน่ง เลขานกุ ารแหง่ ละ 1 ตำแหน่ง โดยไดร้ ับค่าตอบแทนตามท่มี หาวทิ ยาลยั กำหนด
ขอ้ 21 ประธานนักศึกษามอี ำนาจและหน้าท่ี ดงั นี้
(1) ควบคุม ดูแล รับผิดชอบ และส่งั งานในนามประธานคณะกรรมการนกั ศึกษา
(2) เป็นผู้ตรวจการ หรืออาจจัดตั้งบุคคล หรือคณะกรรมการในการสอดส่องดูแลพฤติกรรมของ
นักศึกษาทกุ ช้นั ทกุ คณะ และทุกห้อง
(3) เมื่อพบพฤติกรรมที่เห็นว่าไม่เหมาะสม อันขัดต่อพระธรรมวินัย และประเพณีอันดีงาม
อนั อาจนำมาซึ่งความเส่ือมเสียแกน่ ักศึกษาและมหาวิทยาลัย ใหป้ ระธานนักศึกษารายงานต่อหนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้องเพ่ือ
พิจารณาโทษ
(4) มีอำนาจยับยั้ง ยกเลิก การประกอบกิจกรรมของแผนก ชมรมหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่ผ่าน
ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการนกั ศึกษา ให้งดจัดตง้ั เวน้ ไว้แตก่ ิจกรรมทีไ่ ด้รับการอนุมัติจากอธิการบดี
(5) ประสานงานกบั หน่วยงานต่างๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง เพอ่ื ผลประโยชนข์ องนกั ศึกษาโดยตรง
(6) เปน็ หัวหนา้ แผนกพระธรรมวิทยากรโดยตำแหนง่
(7) สามารถรับคำร้องเรียน คำเสนอแนะ ที่เห็นสมควรหรือเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา และ
ดำเนินการในสิ่งทเี่ ป็นประโยชน์ แกน่ ักศกึ ษาและมหาวทิ ยาลัย
(8) มีอำนาจแตง่ ตงั้ คณะกรรมการนักศกึ ษาท้ังคณะ
(9) มีอำนาจถอดถอนคณะกรรมการท่านใดทา่ นหน่ึงได้ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการนักศึกษา
(10) มีหนา้ ทเ่ี สนอรายรบั รายจ่ายของคณะกรรมการนกั ศกึ ษาต่อกองพัฒนานกั ศกึ ษา
(11) มีอำนาจลงนามในหนงั สอื ต่างๆ ทอี่ อกในนามคณะกรรมการนกั ศึกษา
(12) เปน็ ผเู้ สนอผลงานของคณะกรรมการนกั ศึกษาต่ออธิการบดี
(13) สามารถเบิก – จ่ายเงินในการดำเนินกิจกรรมของคณะกรรมการนักศึกษาได้โดยตรงจาก
กองพฒั นานักศึกษา ทง้ั น้ี โดยความเหน็ ชอบจากกองพัฒนานกั ศกึ ษาและคณะกรรมการนักศึกษา
(14) เป็นตัวแทนในการเรียกร้องสิทธิของนักศึกษา หากเห็นว่าไม่เป็นธรรม ทั้งนี้โดยความ
เหน็ ชอบของคณะกรรมการนกั ศกึ ษา
ค่มู ือนักศกึ ษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศึกษา 2565
166
ข้อ 22 หน้าท่ขี องรองประธานนักศกึ ษา
(1) ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีตามที่ประธานนกั ศึกษามอบหมายในภารกิจนั้นๆ
(2) ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานนักศึกษา เมื่อประธานนักศึกษา ไม่อยู่ หรือ อยู่แต่ไม่สามารถ
ปฏิบตั งิ านได้
(3) ปฏบิ ตั งิ านอ่ืนๆ ทีม่ หาวทิ ยาลัยมอบหมาย
หมวด 5
คณะกรรมการนักศึกษา
ข้อ 23 คณะกรรมการนักศกึ ษาประกอบดว้ ย
(1) ประธานนกั ศกึ ษา และรองประธานนักศึกษา หัวหนา้ หอ้ ง หัวหนา้ คณะ หัวหนา้ ช้ันเปน็ กรรมการ
โดยตำแหน่ง
(2) ใหแ้ ต่ละหอ้ ง คณะ ชน้ั คัดเลือกตัวแทน เป็นกรรมการนักศึกษาโดยแตง่ ตั้ง
(3) ให้ประธานนักศึกษา รองประธาน และหัวหน้าแผนกคัดเลือกกรรมการมาใหค้ รบ ทงั้ น้ี เมื่อรวม
แลว้ ตอ้ งไมเ่ กนิ 60 ท่าน โดยไม่รวมกับกรรมการทป่ี รกึ ษาและอุปถัมภ์
ข้อ 24 สมาชกิ ภาพของคณะกรรมการนกั ศึกษาจะหมดวาระเมอื่
(1) ออกตามวาระ
(2) มรณภาพ/ตาย
(3) ลาออก และได้รบั อนมุ ัติ
(4) พน้ สถานภาพความเป็นนักศึกษา
(5) คณะกรรมการนักศกึ ษามมี ติ 3 ใน 4 ใหอ้ อก โดยส่งเรือ่ งเสนอผบู้ งั คับบัญชา
(6) อธกิ ารบดมี คี ำส่งั ใหอ้ อก
หมวด 6
อำนาจหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการนกั ศกึ ษา
ขอ้ 25 คณะกรรมการนักศึกษามีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) ดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามระเบยี บน้ี
(2) ช่วยเหลือกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของมหาวิทยาลยั
(3) วางระเบียบต่าง ๆ ไว้สำหรบั ปฏบิ ัตริ ่วมกนั ของนกั ศึกษาทัว่ ไป
(4) จัดต้ังอนกุ รรมการตา่ ง ๆ หรือเจ้าหนา้ ทต่ี ามความเหมาะสม
(5) รเิ ริ่มดำเนินการต่าง ๆ อนั จะก่อให้เกิดผลดตี อ่ มหาวทิ ยาลยั และส่วนรวม
ข้อ 26 คณะกรรมการนักศึกษาอาจแบ่งเป็นแผนกต่าง ๆ ดงั น้ี
(1) แผนกเลขานกุ าร
(2) แผนกพระธรรมวทิ ยากร
(3) แผนกวิชาการ
(4) แผนกปฏิคมและสวสั ดกิ าร
(5) แผนกวาทศิลป์
คู่มือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศึกษา 2565
167
(6) แผนกเหรัญญกิ
(7) แผนกประชาสัมพนั ธ์
(8) แผนกธรุ การ – สถานท่ี
(9) แผนกศลิ ปกรรมและวรรณกรรมศลิ ป์
ข้อ 27 เพื่อความเจริญก้าวหน้าของแผนกนั้น ๆ คณะกรรมการแต่ละแผนกมีอำนาจวางกฎระเบียบข้ึนมา
ใช้ในแผนกของตนได้ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการนักศึกษา และใช้ประธานนักศึกษานำเสนอใช้ระเบียบนนั้ ๆ
ต่อกองพัฒนานักศึกษาหรือวิทยาลยั ศาสนศาสตร์เพ่ือนำเสนอรองอธิการบดผี ู้รับผดิ ชอบ หัวหนา้ แผนกตอ้ งรายงาน
ผลการปฏิบัติงานในแผนกเสนอต่อคณะกรรมการนักศึกษาทุกครั้งที่มีการประชุมสามัญประจำเดือน หรือเมื่อ
คณะกรรมการนักศึกษาตอ้ งการทราบหรอื สอบถามมา
ข้อ 28 คณะกรรมการนักศึกษาต้องแถลงกิจกรรมและผลงานที่ได้ดำเนินไปให้นักศึกษาทราบทุกครั้งที่มี
การประชมุ โดยใหป้ ระธานนักศกึ ษาหรอื เลขานกุ ารเรียกประชมุ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
ข้อ 29 ในกรณีเห็นสมควรที่จะแต่งตั้งที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการประจำแผนกก็ได้ แต่ต้องได้รับความ
เห็นชอบจากประธานนกั ศกึ ษา
ข้อ 30 ให้ประธานนักศึกษารายงานกิจกรรมต่างๆ ที่คณะกรรมการนักศึกษาได้ดำเนินไปให้อธิการบดีทราบ
ปีละ 2 ครัง้ หรอื เมื่ออธกิ ารบดตี อ้ งการทราบ
ข้อ 31 เมื่อตำแหน่งของคณะกรรมการนักศึกษาว่างลง เพราะเหตุใดก็ตาม นอกจากออกตามวาระ ให้
ประธานนักศกึ ษาแต่งตงั้ ผูท้ ่เี ห็นสมควร เปน็ คณะกรรมการนักศึกษาแทนภายใน 10 วัน
ข้อ 32 วาระประธานและรองประธานนักศกึ ษาพร้อมทั้งคณะกรรมการนกั ศึกษาสิ้นสุดลงในวนั ที่อธกิ ารบดี
ลงนามแต่งตั้งประธานและรองประธานนักศึกษาชุดใหม่ และให้คณะกรรมการนักศึกษาชุดเก่ามอบหมายงานให้
คณะกรรมการชุดใหม่ภายใน 15 วนั
การประกาศแตง่ ต้ังประธานและรองประธานนักศึกษาต้องประกาศ ในวนั สอบสุดท้ายของการสอบปลายภาคท่ี
2 ของปีการศึกษานั้น ๆ เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่และดำเนินงาน ในกิจกรรมของคณะกรรมการนักศึกษาต่อจาก
ประธานและรองประธานนกั ศึกษาชดุ เดมิ ท่ีหมดวาระลง
หมวด 7
การประชุม
ข้อ 33 คณะกรรมการนักศึกษาต้องเข้าประชุมปรึกษาหารือในกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อยเดือนละ 1 คร้ัง
ประธานนักศึกษาหรือเลขานุการ เป็นผู้นัดประชุมโดยมีหนังสือไปถึงผู้ต้องการให้เข้าร่วมประชุมทุกครั้ง
เว้นไว้แต่กรณีเร่งด่วน หากมีกรณีพิเศษหรือคณะกรรมการเข้าชื่อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งขอให้เปิดการประชุม ประธาน
นกั ศกึ ษาอาจเรยี กประชุมกไ็ ด้
ข้อ 34 การประชุมคณะกรรมการนักศึกษา ต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าประชุมจึงจะนับเป็นองค์
ประชุม
ข้อ 35 ห้ามมใิ ห้ผู้ใดพดู จาสอ่ เสียด ก้าวรา้ วประธานหรอื สมาชกิ ในที่ประชมุ
ข้อ 36 ถ้าประธานในที่ประชุมเห็นว่าสมาชิกในที่ประชุมไม่เคารพต่อที่ประชุม ก็อาจนิมนต์หรือเชิญออก
จากห้องประชุมก็ได้
ข้อ 37 ห้ามผทู้ ่ีมิไดร้ บั นิมนต์/เชิญเข้าร่วมประชุม เวน้ ไวแ้ ต่ไดร้ บั อนญุ าตจากประธานท่ีประชมุ
คูม่ อื นักศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศึกษา 2565
168
ข้อ 38 ผเู้ ข้ารว่ มประชุมตอ้ งแตง่ กายสภุ าพเรยี บรอ้ ย และรกั ษากิริยามารยาทของท่ีประชมุ
ข้อ 39 เมื่อสมาชิกในที่ประชุมต้องการแสดงความคิดเห็น ให้ยกมือขออนุญาตก่อน เมื่อได้รับอนุญาตจาก
ประธานท่ีประชมุ แล้วจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
หมวด 8
กรรมการทีป่ รึกษาและอุปถมั ภ์
ข้อ 40 กรรมการท่ีปรกึ ษาประกอบด้วย
(1) รองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา หรือรองอธิการบดีประจำวิทยาเขตเป็นกรรมการที่ปรึกษาโดย
ตำแหน่ง
(2) หัวหน้ากองพัฒนานักศึกษา หรือผู้อำนวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ เป็นกรรมการที่ปรึกษาโดย
ตำแหน่ง
ข้อ 41 ให้คณะกรรมการนักศึกษานิมนต์/เชิญ บุคคลที่มีความเหมาะสมเป็นกรรมการที่ปรึกษาและ
อุปถัมภ์ เฉพาะกรรมการที่ปรึกษา ให้ประธานนักศึกษาและคณะกรรมการนักศึกษาพิจารณาแต่งตั้ง โดยคัดเลือก
จากคุณสมบัติของนักศึกษาในช้ัน/คณะ และปีทนี่ ักศึกษากำลังศึกษาอยู่ตามลำดับอาวุโส ทัง้ น้ี เพอ่ื ให้เกิดความเหมาะสม
และการประสานงานในการบริหารของคณะกรรมการนักศึกษาดำเนนิ ไปด้วยความเรยี บร้อย
ข้อ 42 ให้ประธานนักศึกษาและคณะกรรมการนักศึกษามีอำนาจหน้าที่ในการคัดเลือกบุคคล ทั้งที่เป็น
บรรพชิตและคฤหัสถ์ ภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย แต่งตั้งเป็นกรรมการอุปถัมภ์ ทั้งนี้ต้องพิจารณาดูความ
เหมาะสมวา่ มคี ุณสมบตั ิเพอ่ื เอ้ือประโยชน์ตอ่ กิจกรรมของคณะกรรมการนักศึกษาโดยรวมหรอื ไม่
ขอ้ 43 สถานภาพของกรรมการทปี่ รกึ ษาและอปุ ถมั ภ์ จะสิน้ สดุ ลงต่อเมอื่ หมดวาระการทำงานตามระเบียบ
ของคณะกรรมการนักศึกษา หรอื ในกรณีมีความจำเป็น สามารถถอดถอนสถานภาพจากการเป็นกรรมการที่ปรึกษา
และอุปถัมภ์ได้ โดยความเห็นชอบของประธาน นักศึกษาและคณะกรรมการนักศึกษาเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ การ
พิจารณาแต่งตั้งและการถอดถอนสถานภาพในการเป็นกรรมการที่ปรึกษาและอุปถัมภ์ ต้องผ่านความเห็นชอบของ
รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาหรือรองอธิการบดีประจำวิทยาเขต โดยให้หัวหน้ากองพัฒนานักศึกษาหรือ
ผู้อำนวยการวิทยาลยั ศาสนศาสตรเ์ ปน็ ผู้นำเร่อื งเสนอ
ข้อ 44 หน้าที่ของกรรมการที่ปรึกษาและอุปถัมภ์ เฉพาะกรรมการที่ปรึกษามีหน้าที่ในการให้คำแนะนำต่างๆ
ในการบริหารงานของคณะกรรมการนักศึกษารวมทั้งการให้ความร่วมมือ ประสานงานในแผนกต่างๆ ที่มี
ความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในการทำงานระหว่างคณะกรรมการนักศึกษากับสำนักงานอธิการบดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ี
เพื่อให้เกดิ ความคลอ่ งตัวและเกิดประสิทธภิ าพต่อการบริหารงานของคณะกรรมการนักศกึ ษา
หมวด 9
การเงนิ และงบประมาณ
ขอ้ 45 การควบคุมรายรบั /รายจ่าย ของคณะกรรมการนักศกึ ษาให้ขึ้นตรงต่อประธานนกั ศึกษา คือ
(1) การขอความอุปถัมภ์ในนามของคณะกรรมการนักศึกษา หรือแผนกฯ ชมรมฯ ต่าง ๆ ให้
เจา้ ของโครงการนำเรอ่ื งเขา้ ชแี้ จงในทป่ี ระชุมคณะกรรมการนักศึกษาทราบก่อน ไมน่ อ้ ยกวา่ 15 วนั
(2) ให้แต่ละแผนก เสนอผลงาน และรายรับ/รายจ่าย ต่อประธานนักศึกษา เมื่อกิจกรรมหรือ
โครงการนน้ั ๆ ส้ินสดุ อย่างนอ้ ย ภายใน 15 วัน
คู่มือนักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
169
(3) ให้ประธานนักศึกษา แจ้งผลรายรับ/รายจ่าย ต่อกรรมการนักศึกษาเมื่อมี การประชุมสามัญ
ประจำเดือน แล้วรายงานให้กองพฒั นานักศึกษา หรือวิทยาลยั ศาสนศาสตร์ทราบตามลำดบั
หมวด 10
เบด็ เตลด็
ข้อ 46 การปฏิบัติงานของคณะกรรมการนักศึกษา ในกรณีที่มีการใช้อำนาจหน้าที่ตามข้อระเบียบปฏิบัติ
หรอื ขอ้ บังคับน้ัน ขัดขอ้ งมีนัยไมช่ ัดเจน หรอื เพราะเร่ืองอน่ื ใด ให้คณะกรรมการนักศึกษาโดยประธานนักศึกษาประชุม
พิจารณาตามหน้าที่นั้น ๆ โดยผ่านความเห็นชอบของหัวหน้ากองพัฒนานักศึกษาหรือวิทยาลัยศาสนศาสตร์ นำขึ้น
เสนอต่อรองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา หรือรองอธิการบดีประจำวิทยาเขตพิจารณาดูความเหมาะสมถูกต้อง
แลว้ จึงนำเสนออธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลยั เปน็ ผู้ลงนามอนุมตั ิ
ขอ้ 47 กิจกรรมใด ๆ ของนักศึกษาทจ่ี ดั ขน้ึ ตอ้ งไดร้ บั การพจิ ารณาอนมุ ตั โิ ดยอธิการบดี
ข้อ 48 การลิดรอนสิทธิหรือการลงโทษนักศึกษาผู้ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ จะทำได้โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการนกั ศึกษา ให้ประธานนกั ศกึ ษาเสนอเรอ่ื งพิจารณาโทษไปยงั แผนกทเ่ี ก่ียวขอ้ งตามลำดับ
ข้อ 49 อธิการบดีสามารถลงโทษนักศึกษาที่ละเมิดต่อข้อระเบียบบังคับหรือการกระทำผิดอื่นใด อันเข้าข่าย
ละเมิดระเบยี บข้อบังคบั น้ันๆ ทงั้ ภายในและภายนอกมหาวิทยาลยั
ขอ้ 50 การลงโทษผกู้ ระทำความผิดตอ่ ระเบียบปฏบิ ตั ินี้ คือ
(1) ตกั เตือน
(2) ภาคทณั ฑ์
(3) สง่ั พักการเรยี น
(4) ให้พ้นสถานภาพนักศึกษา
การลงโทษต่อคณะกรรมการนักศึกษาหรือนักศึกษารูปใดรูปหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมเป็นบ่อนทำลายศาสนาหรือทำ
ความเสยี หายให้แก่คณะกรรมการนักศึกษา รวมทั้งมหาวิทยาลัยในเรื่องใดเร่ืองหน่ึง การกระทำดังกล่าวเกิดข้ึนภายใน
หรือภายนอกมหาวิทยาลัยก็ตาม สามารถลงโทษนักศึกษาที่กระทำผิดนั้นตามระเบียบข้อบังคับอย่างเด็ดขาด โดย
กองพัฒนานกั ศึกษาหรือวิทยาลัยศาสนศาสตร์เป็นผู้นำเรื่องเสนอในการลงโทษต่ออธกิ ารบดี
ประกาศ ณ วันที่ 2 เดือน พฤษภาคม พทุ ธศักราช 2543
(พระธรรมปัญญาจารย์)
อธกิ ารบดี
มหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัย
คูม่ อื นักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
170
ระเบียบมหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวทิ ยาลัย
ว่าด้วย การอบรมกรรมฐานภาคปกติ
พ.ศ. 2543
โดยที่เห็นเป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วย การอบรมกรรมฐานภาคปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 (2) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.
2540 และมติสภามหาวทิ ยาลยั ในการประชมุ ครัง้ ที่ 1/2543 วนั ที่ 21 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2543 จึงวางระเบยี บไว้
ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยว่าด้วยการอบรมกรรมฐาน
ภาคปฏบิ ตั ิ พ.ศ. 2543”
ขอ้ 2 ระเบียบนใ้ี ห้ใช้บงั คบั ต้งั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศเปน็ ตน้ ไป
ข้อ 3 บรรดาระเบยี บข้อบงั คบั คำสัง่ หรือประกาศอื่นใดที่ขัดหรือแยง้ กบั ระเบยี บน้ี ใหใ้ ช้ระเบยี บนแี้ ทน
ข้อ 4 ในระเบยี บน้ี
“มหาวทิ ยาลยั ” หมายความวา่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลัยรวมทง้ั วิทยาเขต
“นกั ศึกษา” หมายความวา่ พระภกิ ษสุ ามเณรและคฤหัสถท์ ่ลี งทะเบยี นเขา้ เรยี น
เป็นนกั ศึกษาของมหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย
ข้อ 5 เมื่อนักศึกษาสอบภาคสุดท้ายของหลักสูตรศาสนศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรบัณฑิตศึกษาแล้วต้อง
ออกปฏิบัตกิ รรมฐานตามทมี่ หาวิทยาลยั กำหนด
ข้อ 6 ในขณะออกปฏิบัติกรรมฐาน นักศึกษาต้องตั้งใจปฏิบัติและไม่ฝ่าฝืนกฎระเบียบที่อาจารย์ผู้ให้การ
อบรมและอาจารยผ์ คู้ วบคมุ ไดว้ างไว้
ข้อ 7 การอบรมกรรมฐานใหเ้ ป็นไปตามวันเวลาและสถานทท่ี ม่ี หาวิทยาลัยกำหนดเป็นคราว ๆ ไป
ขอ้ 8 ก่อนออกเดินทางไปอบรมกรรมฐานในสำนักปฏิบัติ นักศกึ ษาท้ังหมดต้องเข้ารับปฐมนิเทศตามวัน เวลา
และสถานท่ี ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ 9 นักศึกษาตามหลักสูตรศาสนศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรบัณฑิตศกึ ษาจะต้องอยู่ฝึกอบรมกรรมฐาน
ในสำนักปฏบิ ตั ไิ มน่ ้อยกวา่ 15 วนั
ข้อ 10 การอบรมกรรมฐานตามระเบียบนี้ ให้มีการประเมินโดยอาจารย์ผู้ให้การอบรมและอาจารย์ผู้
ควบคุมเป็นผ้ปู ระเมิน ส่วนวิธีการประเมินนนั้ อาจารยผ์ ูใ้ ห้การอบรมและอาจารย์ผคู้ วบคมุ เปน็ ผู้กำหนด
นักศึกษาผู้ได้คะแนนการอบรมกรรมฐานไม่ถึงร้อยละหกสิบ ถือว่าไม่ผ่านการประเมินสภามหาวิทยาลัยอาจไม่
อนุมัติให้ปรับตามมาตรา 19 (3) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยแก่นักศึกษาผู้ไม่ผ่านการ
ประเมนิ ตามข้อ 10 วรรคสอง หรือ อาจจะให้อบรมกรรมฐานเพมิ่ อกี 1 ภาคปฏบิ ตั หิ รอื ตามทีเ่ ห็นสมควร
ขอ้ 11 ใหอ้ ธกิ ารบดี รกั ษาการให้เป็นไปตามระเบียบน้ี
ประกาศ ณ วนั ท่ี 24 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ.2543
(สมเดจ็ พระญาณสังวร)
นายกสภามหาวทิ ยาลยั
คู่มอื นักศกึ ษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2565
171
ระเบยี บมหาวิทยาลยั มหามกุฎราชวิทยาลัย
วา่ ด้วยการใชห้ อ้ งสมดุ
พ.ศ. 2542
********
โดยทีเ่ หน็ เปน็ การสมควรกำหนดข้อปฏบิ ตั เิ ก่ียวกับการใชห้ ้องสมุด เพ่ือให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 (2) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.
2540 และมติสภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งท่ี 6/2542 เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2542 จึงออกระเบียบไว้
ดงั ตอ่ ไปน้ี
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ว่าด้วยการใช้ห้องสมุด พ.ศ.
2542”
ข้อ 2 ระเบยี บนี้ให้ใชบ้ งั คับตง้ั แต่วันถดั จากวันประกาศเป็นตน้ ไป
ข้อ 3 บรรดาระเบยี บ ประกาศ กฎ หรือคำสงั่ อืน่ ใด ซึ่งขัดหรอื แย้งกับระเบยี บนใ้ี หใ้ ช้ระเบียบนแี้ ทน
ข้อ 4 ให้อธิการบดีรกั ษาการตามระเบียบน้ี
หมวด 1
เวลาทำงาน
ขอ้ 5 ใหห้ ้องสมุดกำหนดเวลาทำงานดงั น้ี
5.1 เปิดวนั จันทร์ – เสาร์ เวลา 08.30 ถึง 18.30 น.
5.2 ปิดวันธรรมสวนะ วนั อาทิตย์ และวนั หยุดเทศกาลตา่ ง ๆ
ข้อ 6 กำหนดเวลาในข้อ 5 นั้น ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการหรือหัวหน้าฝ่ายห้องสมุดมีอำนาจ
เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม และเมื่อมีเหตุจำเป็นต้องงดใช้ห้องสมุด ให้ประกาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน
ยกเวน้ ในกรณีฉกุ เฉินหรอื มีส่งิ สุดวสิ ัยเกิดขนึ้ ใหป้ ิดหอ้ งสมุดได้ทันที
หมวด 2
ผู้มีสทิ ธิใชห้ อ้ งสมดุ ผมู้ สี ทิ ธิยืมหนงั สอื และการทำบตั ร
ขอ้ 7 ผ้มู ีสิทธใิ ช้และยมื หนังสอื ของหอ้ งสมดุ ไดแ้ ก่
7.1 อาจารยป์ ระจำ อาจารย์พเิ ศษ
7.2 นักศึกษามหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยทีล่ งทะเบยี นเรียนในภาคการศึกษานน้ั
7.3 เจ้าหนา้ ท่ีและลกู จ้างของมหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลยั
ค่มู อื นกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
172
ข้อ 8 บคุ คลภายนอก นอกจากข้อ 7 หัวหนา้ ฝา่ ยห้องสมุดอาจพิจารณาอนุญาตให้ใชห้ ้องสมุดได้เป็นราย ๆ ไป
ตามที่เห็นสมควร ในช่วง 1 เดือนก่อนสอบ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าใช้ห้องสมุด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าฝ่าย
ห้องสมดุ
ข้อ 9 บุคคลดังกล่าวในข้อ 7 ที่ประสงค์จะยืมหนังสือออกจากห้องสมุด ต้องปฏิบัติตามข้อ 10 ถึงข้อ 13
ขอ้ 10 การยมื หนงั สอื และการทำบัตรห้องสมุด ใหป้ ฏิบัติดงั นี้
10.1 นกั ศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตอ้ งย่ืนความจำนงขอทำบัตรห้องสมุด พร้อมด้วยรูป
ถ่ายหน้าตรง ขนาด 1 นิ้ว 2 รูป และหลักฐานอื่น ๆ คือ ใบสำคัญที่แสดงว่าได้ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาประจำปี
การศึกษานน้ั และบตั รประจำตวั นกั ศกึ ษา
10.2 อาจารย์ เจ้าหน้าท่ี และลูกจ้างของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยต้องยื่นความจำนงขอทำ
บัตรห้องสมดุ พรอ้ มท้ังแสดงบัตรประจำตวั เจ้าหนา้ ท่ีหรือลูกจ้าง และ รปู ถา่ ยหน้าตรงขนาด 1 นิว้ 2 รูป
10.3 การต่ออายุบัตรสมาชิก บัตรห้องสมุดจะใช้ในการยืมหนังสือได้จนถึงวันหมดอายุบัตร เม่ือ
บัตรหมดอายุแล้วให้ผู้ใช้นำบัตรมาต่ออายุใหม่พร้อมหลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาประจำปีการศึกษา
น้นั
10.4 ทกุ ครง้ั ทีม่ ีการเปลย่ี นแปลงสถานที่อยู่ ตอ้ งแจ้งใหท้ างห้องสมดุ ทราบด้วย
ขอ้ 11 การกำหนดเวลาและจำนวนหนังสือท่ยี ืมได้ ใหป้ ฏิบตั ิดงั นี้
11.1 อาจารยม์ สี ทิ ธยิ มื หนังสือไวใ้ นครอบครองได้ไมเ่ กนิ 20 เลม่ กำหนดเวลายมื เลม่ ละไม่เกินภาค
การศกึ ษาน้นั ๆ
11.2 นกั ศกึ ษาปริญญาตรี มสี ิทธิยืมหนังสอื ไว้ในครอบครองได้ไมเ่ กิน 5 เลม่ กำหนดเวลายืมเล่มละ
ไม่เกิน 10 วัน
11.3 นักศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี มีสิทธิยืมหนังสือไว้ในครอบครองได้ไม่เกิน 7 เล่มกำหนด
เวลายมื เล่มละไม่เกนิ 15 วัน
11.4 นักศึกษาที่กำลังทำวิทยานิพนธ์ มีสิทธิยืมหนังสือไว้ในครอบครองได้ไม่ เกิน 10 เล่ม
กำหนดเวลายืมเล่มละไม่เกิน 1 เดือน ทั้งนี้จะต้องมีหนังสือรับรอง จากหัวหน้าภาควิชาหรืออาจารย์ที่ปรึกษา
วิทยานิพนธว์ ่านกั ศกึ ษารูปนนั้ กำลังทำวิทยานิพนธ์สาขาวชิ าใด
11.5 เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของมหาวิทยาลัย มีสิทธิยืมหนังสือไว้ในครอบครอง ได้ไม่เกิน 5 เล่ม
กำหนดเวลายมื เลม่ ละไม่เกนิ 10 วัน
11.6 หนังสือสำรอง จะยืมออกนอกห้องสมุดและส่งคืนได้ตามเวลาที่ห้องสมุด ประกาศให้ทราบ
ทง้ั นี้ ห้องสมดุ อาจกำหนดเวลาและจำนวนหนังสอื ทย่ี ืมได้ ตามความเหมาะสมแตร่ วมแล้วต้องไม่เกินขอบเขตท่ีกำหนด
ไวข้ า้ งตน้ และสงวนสทิ ธิท่จี ะเรียกหนงั สอื ท่ใี ห้ยืมคนื ก่อนกำหนดไดใ้ นกรณที ่มี ีความจำเปน็
ขอ้ 12 การยมื หนังสอื ใหป้ ฏบิ ัติดังน้ี
คมู่ อื นกั ศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2565
173
12.1 ผูย้ มื ตอ้ งมายมื หนงั สอื ด้วยตนเอง และตอ้ งนำบัตรห้องสมุดมาดว้ ยทกุ คร้งั
12.2 ลงช่ือและรายละเอยี ดทห่ี ้องสมุดกำหนดลงในบตั รหนงั สือดว้ ยลายมือท่ีอา่ นงา่ ย
12.3 แสดงบัตรสมาชิกพร้อมหนังสอื ทีจ่ ะยมื เพอ่ื ให้เจ้าหน้าทีป่ ระทบั วันกำหนดสง่
ข้อ 13 การต่ออายุหนังสือที่ยืมให้กระทำได้ โดยผู้ยืมต้องนำหนังสือเล่มที่ต้องการยืมต่อมาแสดงต่อ
เจ้าหน้าท่ี พร้อมทั้งบัตรห้องสมุด และผู้ยืมอาจยืมหนังสือต่ออีกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีผู้อื่นสั่งจอง
หนังสอื เลม่ นั้น ๆ ไว้แลว้ เจ้าหนา้ ที่อาจงดต่อการยืมเพือ่ ให้ผซู้ งึ่ สง่ั จองหนังสือนั้นไดม้ ีสิทธใิ นการยมื
หมวด 3
ประเภทของหนังสอื
ข้อ 14 หนังสือในห้องสมดุ แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท คือ
14.1 หนงั สอื ทัว่ ๆ ไปทยี่ มื ออกนอกหอ้ งสมดุ ได้
14.2 หนงั สอื ทหี่ า้ มยืมออกนอกหอ้ งสมุด
14.3 หนงั สอื อ้างอิง
ข้อ 15 หนังสือทั่วไปที่ยืมออกนอกห้องสมุดได้ ได้แก่หนังสือตำรา และหนังสืออื่น ๆ ซึ่งห้องสมุดมิได้ระบุ
หา้ มยมื
ข้อ 16 หนังสือที่ห้ามยืมออกนอกห้องสมุดได้แก่ หนังสืออ้างอิงทุกประเภท (เช่น สารานุกรม พจนานุกรม
ปทานุกรม ดรรชนีค้นเรื่อง หนังสือคู่มือ รายงานประจำปี) วารสาร หนังสือพิมพ์รายวัน หนังสือ
หายาก หนังสอื ทม่ี รี าคาแพงมาก ตลอดจนหนงั สอื อน่ื ๆ ท่ีหอ้ งสมุดระบหุ ้ามยมื
ข้อ 17 หนังสือรับรอง ได้แกห่ นังสือที่อาจารยผ์ ู้บรรยายแต่ละวิชาในมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ขอให้
เจ้าหน้าที่ห้องสมุดจัดสำรองไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้นักศึกษาในวิชาใดวิชาหนึ่งใช้โดยเฉพาะ หรือเป็นหนังสือท่ี
บรรณารักษ์เห็นสมควรจดั สำรองไว้เพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษาได้ใชอ้ ยา่ งทั่วถึง
หมวด 4
การใช้บริการของห้องสมดุ
ขอ้ 18 ผใู้ ชบ้ รกิ ารของหอ้ งสมดุ ตอ้ งปฏิบตั ดิ งั ตอ่ ไปน้ี
18.1 เมื่อจะเข้าในห้องสมุด ต้องฝากย่าม กระเป๋าใส่หนังสือหรือเอกสารถุงกระดาษหรือหีบห่อไว้
กบั เจ้าหน้าท่ขี องห้องสมุดหนา้ ประตทู างเข้าเจ้าหน้าท่ีจะ จา่ ยบตั รเลขฝากของไว้ให้เป็นหลักฐานเม่ือมาขอรับส่ิงของ
ทฝี่ ากไว้คืน
18.2 เมื่อจะออกจากห้องสมุด ต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจหนังสือ หรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่นำ
ออกมาดว้ ยทุกคร้งั
คู่มอื นกั ศกึ ษาระดับปริญญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
174
18.3 การอ่านหนังสือภายในห้องสมุด จะต้องอ่าน ณ ที่ซึ่งจัดไว้ให้ห้ามนำวารสาร หนังสือพิมพ์รายวัน
และหนงั สอื อา้ งองิ ออกจากห้องสมุดโดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าตจากบรรณารักษ์
18.4 ผใู้ ชอ้ าจหยิบหนังสือเล่มท่ีต้องการจากช้ันได้เอง และเม่ืออ่านเสร็จแล้วให้วางหนังสือไว้บนโต๊ะ
อ่าน เจา้ หน้าทีจ่ ะเป็นผเู้ ก็บเขา้ ชัน้ เอง
18.5 หา้ มนำอาหารหรอื เครือ่ งด่ืมทกุ ชนดิ เขา้ มาภายในห้องสมุด
18.6 ห้ามสูบบหุ รี่ในห้องสมุด
18.7 ห้องสมุดจะไม่รับฝากสิ่งของมีค่า และจะไม่รับผิดชอบต่อสิ่งของมีค่าที่สูญหายหรือเสียหาย
เพราะผู้มาใชบ้ ริการวางท้งิ ไวใ้ นห้องสมุด
18.8 ผู้ใช้ต้องมีความเคารพต่อสถานท่ี ด้วยการรักษาความสงบอย่างเคร่งครัด ไม่ส่งเสียงดังหรือ
กระทำการใด ๆ อันอาจเปน็ ทร่ี ำคาของผู้อ่ืน
18.9 ห้ามตัด ฉีกหนงั สือ วารสาร หรือสิ่งพิมพข์ องหอ้ งสมุด ผู้ฝา่ ฝืนจักตอ้ งได้รบั การพิจารณาโทษตาม
ความเหมาะสม
18.10 ห้ามนำหนงั สอื หรอื สิง่ พิมพ์อื่น ๆ ออกนอกหอ้ งสมดุ โดยมไิ ด้ยมื ตามระเบยี บ ผู้ทจี่ งใจฝา่ ฝนื
จักตอ้ งได้รบั การพจิ ารณาโทษตามความเหมาะสม
หมวด 5
หน้าท่ีและความรับผิดชอบของผใู้ ชห้ อ้ งสมดุ และผู้ยมื หนงั สอื
ข้อ 19 ผู้ที่ใช้บริการห้องสมุดทุกคน มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้หากฝ่าฝืนให้บรรณารักษ์ หรือ
หัวหนา้ ฝ่ายห้องสมดุ มอี ำนาจพจิ ารณาดำเนนิ การดงั ต่อไปน้ี
19.1 ตักเตือน
19.2 เชิญให้ออกนอกหอ้ งสมดุ
19.3 ประกาศใหท้ ราบพฤติการณ์แหง่ การกระทำผิด
19.4 ตัดสิทธกิ ารใช้หอ้ งสมุด
19.5 เสนอใหห้ ัวหนา้ หนว่ ยงานของผูฝ้ า่ ฝนื พิจารณาโทษ
19.6 ในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนระเบียบเป็นนักศึกษาของสถาบันการศึกษาอื่น อาจขอให้สถาบัน
การศึกษานน้ั พจิ ารณาโทษทางวินัยของนักศึกษาผู้นนั้
การพิจารณาดำเนินการตามความในข้อน้ี ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าฝ่ายห้องสมุดผ่านความเห็นชอบ
ผ้อู ำนวยการศนู ยบ์ ริการวิชาการท่จี ะกระทำได้ตามควรแก่กรณี
ข้อ 20 ความรบั ผดิ ชอบของผู้ยืมหนงั สอื มดี งั ตอ่ ไปน้ี
คมู่ อื นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
175
20.1 ผ้ยู มื ตอ้ งรบั ผิดชอบในการชำรุดเสียหาย หรอื สูญหายของหนังสือท่ียืมทุกกรณีนับต้ังแต่เวลาท่ียืม
ออกจากห้องสมุด จนกระทั่งถึงเวลาส่งคืน และให้เป็นหน้าที่ของผู้ยืมที่จะต้องตรวจสิ่งที่ชำรุดเสียหายก่อนที่จะนำ
หนังสอื ทย่ี ืมออกจากห้องสมดุ
20.2 เมอ่ื มีการชำรดุ เสียหายเกิดข้ึน ผยู้ มื จะตอ้ งชดใชค้ ่าเสียหายเพื่อการซ่อมแซมตามจำนวนเงิน
ท่หี ้องสมุดไดจ้ า่ ยไปเพื่อการนนั้
20.3 กรณีที่ผู้ยืมทำหนังสือห้องสมุดชำรุดเสียหายและไม่สามารถซ่อมแซมได้หรือสู ญหาย
ผ้ยู มื จะต้องจดั หาหนังสอื เรอ่ื งเดียวกันและอยู่ในสภาพดีมาแทน หรอื ชำระเงินชดใชเ้ ปน็ เงินจำนวนสองเท่าของราคา
หนังสือ หรือตามราคาประเมินของห้องสมุดบวกกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับการสั่งซื้อและทำ
บัตรรายการ ตลอดจนเตรียมหนังสอื เลม่ นนั้ เพื่อให้บรกิ ารด้วย
20.4 ถ้าผู้ยืม เว้นบุคลากรมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยไม่ส่งหนังสือตรงตามเวลาที่กำหนด
ไว้ และมิไดน้ ำหนงั สอื มาตอ่ อายุการยมื จะตอ้ งชำระค่าปรบั ตามประเภทของหนังสือต่อไปน้ี
ก. หนงั สอื ท่วั ไป ผู้ยืมจะตอ้ งชำระเงนิ ค่าปรบั เล่มละ 2 บาท ตอ่ 1 วัน
ข. หนงั สือสำรอง ผู้ยืมจะตอ้ งชำระเงินคา่ ปรบั เล่มละ 5 บาทตอ่ 1 วนั
ในกรณีผ้ยู ืมเป็นอาจารย์ หรอื เจา้ หน้าที่ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้า
ฝา่ ยห้องสมดุ
การนับวันปรับ ให้เริ่มตั้งแต่วันถัดจากวันกำหนดส่งโดยไม่เว้นวันหยุด ถ้าวันกำหนดส่งตรงกับวันหยุดทำการ
ของห้องสมุดให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ห้องสมุดเริ่มเปิดทำการใหม่และให้นับต่อไปจนถึงวันที่นำหนังสือมาส่งคืนโดยไม่
เว้นวันหยุด
นักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หากการชำระค่าปรับหรือค่าหนังสือหายไม่เสร็จส้ิน
มหาวิทยาลยั อาจงดการออกปรญิ ญาบตั รใหแ้ กน่ ักศึกษาผู้นั้นเมอ่ื จบการศึกษาแลว้ กไ็ ด้
ประกาศ ณ วนั ท่ี 30 กนั ยายน พ.ศ. 2542
(พระธรรมปัญญาจารย์)
อธิการบดี
คู่มือนักศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565
176
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
177
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
178
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
179
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
180
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
181
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
182
ข้อบงั คบั มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลัย
วา่ ด้วย เครือ่ งแบบนกั ศึกษาคฤหัสถ์ พ.ศ. 2544
โดยท่เี หน็ เปน็ การสมควรให้มขี ้อบงั คับว่าดว้ ยเคร่ืองแบบนักศึกษาคฤหสั ถ์ เพื่อให้การแต่งกายของนักศึกษา
เปน็ ระเบยี บเดียวกัน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 (2) และมาตร 59 แหง่ พระราชบัญญตั ิมหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัย
พ.ศ. 2540 และมติการประชมุ สภามหาวทิ ยาลยั ในการประชุมครั้งที่ 3/2544 วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2544 จึงออก
ขอ้ บังคบั นีไ้ วด้ ังตอ่ ไปน้ี
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยว่าด้วยเครื่องแบบนักศึกษา
คฤหสั ถ์ พ.ศ. 2544”
ขอ้ 2 ให้ใชข้ ้อบงั คบั นต้ี ั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือประกาศอื่นใดที่ระบุไว้แล้วในข้อบังคับหรือซึ่งขัดหรือแย้งกับ
ข้อบงั คบั นี้ ให้ใช้ข้อบงั คบั น้ีแทน
ข้อ 4 ในข้อบงั คบั นี้
“มหาวิทยาลัย” หมายถึง มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย
“อธิการบดี” หมายถึง อธิการบดีมหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลัย
“นักศึกษา” หมายถงึ นกั ศึกษาคฤหัสถข์ องมหาวทิ ยาลัย
“เครื่องแบบ” หมายถงึ เครือ่ งแต่งกายของนกั ศึกษา
“เครอ่ื งแบบปกติ” หมายถงึ เคร่ืองแบบทนี่ กั ศกึ ษาใช้ในเวลาท่ไี ม่ใช่พิธีการ
“เคร่อื งแบบพิธกี าร” หมายถงึ เครือ่ งแบบทน่ี ักศึกษาใช้ในโอกาสทม่ี ีงานพิธขี อง
มหาวิทยาลยั หรือตามทม่ี หาวทิ ยาลยั กำหนด
ข้อ 5 เครื่องแบบปกตขิ องนักศึกษา
5.1 นกั ศึกษาหญงิ
(1) เสื้อเชิ้ตสีขาว แขนเสื้อเหนือศอก เนื้อเรียบ ไม่มีลวดลาย มีความหนาพอประมาณ
คอเสื้อแบบตั้ง สาบด้านหลังเรียบ ด้านหน้าผ่าอกตรงโดยตลอดติดกระดุมโลหะสีเงินเป็นรูปตรามหาวิทยาลัย ขนาด
1.6 เซนติเมตร จำนวน 5 ดมุ ท่ีคอเสอ้ื ดา้ นซ้ายห้อยเคร่ืองหมายตรามหาวิทยาลยั มสี ายยาว 6 เซนติเมตร เครือ่ งหมาย
ตรามหาวทิ ยาลัยขนาด 2.5 เซนติเมตรประดบั ท่ีอกเสอ้ื เบอื้ งซ้าย
(2) กระโปรงผ้าสีน้ำเงินเข้ม สีกรมท่าหรือสีดำ เนื้อเรียบ ความหนาพอควรทรงสุภาพไม่มี
ลวดลาย ชายกระโปรงเสมอกนั ยาวคลมุ เขา่
(3) เข็มขัดทำด้วยหนังเกลี้ยงสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม กว้าง 3.5 เซนติเมตรเป็นเข็มขัดรูปปลาย
แหลม หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีเงินเปน็ รูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้าขนาด 3.5 x 6 เซนตเิ มตร ดุนนนู เป็นรูปเครื่องหมายตรา
คมู่ อื นกั ศึกษาระดับปริญญาตรี ปกี ารศึกษา 2565
183
มหาวิทยาลัยอยู่ตรงกึ่งกลาง ใต้เครื่องหมายตรามหาวิทยาลัยมีคำว่า มหาวิทยาลัยมหา
มกฏุ ราชวทิ ยาลัย”
(4) รองเท้าหมุ้ สน้ แบบสภุ าพ สีดำ หรือสีขวา
5.2 นักศึกษาชาย
(1) เสื้อเชิต้ สีขาว ไม่มีลวดลาย แขนสั้นเหนอื ศอกหรอื แขนยาว
(2) กางแกงขายาวแบบสภุ าพ สีนำ้ เงนิ เขม้ สีกรมทา่ หรือสดี ำ ขอบเอวมีหสู อดเข็มขัด
(3) เข็มขัดหนังเกลี้ยงสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม กว้าง 3.5 เซนติเมตร เป็นเข็มขัดรูปปลายแหลม
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีเงิน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 3.5 x 6 เซนติเมตร ดุนนูนเป็นรูปเครื่องหมายตรา
มหาวิทยาลัยอยู่ตรงกึ่งกลาง ใต้เครื่องหมายตรามหาวิทยาลัยมีคำว่า มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั ”
(4) รองเท้าหุ้มส้นแบบสภุ าพ สดี ำ หรือสขี วา ถุงเทา้ สีสภุ าพ
ขอ้ 6 เครื่องแบบพิธีการของนกั ศกึ ษา
6.1 นกั ศกึ ษาหญิงใหใ้ ชเ้ คร่ืองแบบพธิ กี ารเชน่ เดียวกับเคร่อื งแบบปกตยิ กเว้นกระโปรงให้ใช้ผ้าเรียบสี
กรมท่า และรองเทา้ ใหใ้ ชร้ องเทา้ ห้มุ สน้ แบบสภุ าพสีดำ ไม่มีลวดลาย
6.2 นักศึกษาชาย ให้ใช้เคร่ืองแบบพิธีการเช่นเดียวกับเคร่ืองแบบปกติยกเว้นเส้ือให้ใช้เส้ือเช้ิตแขนยาวสี
ขาว เนื้อราบ ผ้าผูกคอ (เน็คไท) ทำด้วยผ้าเรียบสีกรมท่าขนาดความกว้าง 6 เซนติเมตร ติดตราเครื่องหมาย
มหาวิทยาลยั ปกั ดว้ ยไหมสีแสดหรือสีทองตรงกลาง กางเกงใช้ผ้าเรียบสีกรมทา่ รองเทา้ หนงั หมุ้ สน้ สดี ำ ไมม่ ีลวดลาย ถุง
เท้าสดี ำ
ข้อ 7 ข้อบังคับนี้ให้บังคับสำหรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรีภาคปกติ ทั้งนี้นักศึกษาระดับปริญญาตรีภาค
สมทบหรือภาคพิเศษ และนกั ศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศึกษาของมหาวิทยาลัยให้มสี ิทธิแต่งเครื่องแบบตามข้อบงั คับน้ีได้
ขอ้ 8 วธิ ีแต่งกายของนักศึกษาใหเ้ ป็นตามท่ีมหาวทิ ยาลัยกำหนด โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลยั
ข้อ 9 เครื่องแบบนักศึกษานอกเหนือไปจากข้อบังคับนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของอธิการบดีโดยทำเป็นประกาศ
ของมหาวทิ ยาลยั
ขอ้ 10 ใหอ้ ธกิ ารบดี รกั ษาการตามขอ้ บังคับนี้
ประกาศ ณ วันท่ี 1 มิถนุ ายน พ.ศ.2544
(สมเด็จพระญาณสังวร)
นายกสภามหาวทิ ยาลัย
คูม่ ือนักศกึ ษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2565
184
เครื่องแบบปกติ
ค่มู ือนักศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศึกษา 2565
185
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
186
คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ปีการศกึ ษา 2565
187
ระเบยี บมหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ย วนิ ยั นกั ศกึ ษาคฤหสั ถ์ พ.ศ. 2549
********
โดยที่เห็นเป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยวินัยนักศึกษาคฤหัสถ์ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความ
เป็นศักดิ์ศรีของนักศึกษาและสถาบัน และเป็นการส่งเสริมการเรียนการสอนของนักศึกษาคฤหัสถ์ให้เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 (2) แห่งราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.
2540 และมติสภามหาวิทยาลัยในการประชุม ครั้งที่ 5/2549 เมื่อวันท่ี 29 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2549 จึงวาง
ระเบยี บไวด้ ังนี้
หมวดที่ 1
ขอ้ ความท่ัวไป
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ว่าด้วย วินัยนักศึกษาคฤหัสถ์ พ.ศ.
2549 ”
ขอ้ 2 ระเบยี บนใี้ หใ้ ช้บงั คับ ต้ังแต่วนั ถดั จากวนั ประกาศเปน็ ตน้ ไป
ข้อ 3 บรรดาระเบียบ ข้อบงั คบั คำสัง่ และประกาศ อน่ื ใดทขี่ ัดหรอื แย้งกับระเบียบการนี้ ให้ใชร้ ะเบียบนี้แทน
ขอ้ 4 ในขอ้ บังคับนี้
“มหาวทิ ยาลัย” หมายความวา่ มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย
“อธิการบดี” หมายความวา่ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลยั
“คณะ” หมายความวา่ คณะ วิทยาลัย หรือหน่วยงานอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะที่มี
การจัดการเรยี นการสอน สำหรับนกั ศกึ ษาคฤหสั ถ์
“คณบดี” หมายความว่าคณบดีที่นักศึกษาสังกัดและให้หมายถึงหัวหน้าส่วนงานอื่นที่มี
ฐานะเทียบเท่าคณบดี
“อาจารย”์ หมายความวา่ ผู้สอน ผู้บรรยาย ประจำในรายวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยรวมถึง
อาจารย์พิเศษ และอาจารย์ที่ปรึกษา
“เจ้าหนา้ ที่” หมายความวา่ พนักงาน ลกู จา้ งของมหาวิทยาลยั
“นักศกึ ษา” หมายความว่า นกั ศึกษาฝ่ายคฤหัสถข์ องมหาวิทยาลยั
“คฤหสั ถ”์ หมายความว่า บุคคลที่มใิ ช่ภิกษุและสามเณร หรอื นักบวช
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการวินัยนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งขึ้นเพ่ือ
ด ำ เ น ิ น ก า ร ค ว บ ค ุ ม ด ู แ ล ร ะ เ บ ี ย บ ว ิ น ั ย ข อ ง น ั ก ศ ึ ก ษ า ห รื อ
ดำเนินการสอบสวนความประพฤตินกั ศกึ ษา
คมู่ ือนกั ศกึ ษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2565
188
“วินัย” หมายความวา่ วนิ ยั ของนกั ศกึ ษาคฤหัสถ์
ห มวดท่ี 2
วินัยนกั ศกึ ษาคฤหสั ถ์
ข้อ 5 นักศึกษาต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัด ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่าผู้นั้น กระทำผิดวินัยจะต้อง
ไดร้ บั โทษตามทก่ี ำหนดไว้ในข้อระเบยี บนี้
ข้อ 6 นักศึกษาต้องเป็นพลเมืองดี เคารพสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ประพฤติตนให้อยู่ใน ความซื่อสัตย์
สุจริต ปฏิบัติตามหลักศีลธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย และไม่กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิด
ความเสื่อมเสียต่อวฒั นธรรมประเพณขี องชาติและของมหาวิทยาลยั
ข้อ 7 นักศึกษาต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง และ กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ข้อบังคับ ของ
มหาวทิ ยาลยั
ข้อ 8 นักศึกษาต้องแต่งกายสุภาพ เรียบร้อย ในลักษณะสุภาพชนหรือตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้
ข้อ 9 นักศึกษาต้องมีความซื่อตรง ไม่ประพฤติตนหรือปฏิบัติตนในทางที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสีย หรือเสียหาย
ต่อชื่อเสยี ง เกียรติคุณของมหาวิทยาลัย
ข้อ 10 นักศึกษาต้องมีความสามัคคี ไม่กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก หรือก่อการทะเลาะวิวาท
ระหว่างนักศึกษาดว้ ยกันหรือกบั สถาบันการศกึ ษาอนื่ รวมทั้งประชาชน
ข้อ 11 นักศึกษาต้องปฏิบัติตนต่ออาจารย์ เจ้าหน้าท่ี ด้วยความสุภาพ มีสัมมาคารวะ ไม่แสดงอาการ
กระด้างกระเดอ่ื ง ลบลู่ ดถู กู ดูหมน่ื เหยียดหยาม
ข้อ 12 นักศึกษาต้องไม่สูบบุหรี่ เสพสุรา ของมึนเมา หรือสิ่งเสพติดใด ๆ หรือแสดงกิริยาอันไม่เหมาะสม
เมอื่ อยภู่ ายในบริเวณมหาวทิ ยาลยั
ขอ้ 13 นักศึกษาต้องให้ความร่วมมือไม่ขัดขืน ไม่กลา่ วข้อความอันเป็นเท็จ ไมป่ กปิดข้อเท็จจริงอันควรบอกต่อ
อาจารย์และเจ้าหน้าท่ีและแสดงบตั รประจำตัวนักศกึ ษา เมือ่ อาจารย์หรือเจา้ หน้าทีม่ หาวิทยาลยั ขอตรวจสอบ
ข้อ 14 นักศึกษาต้องไม่ลักทรัพย์ ยักยอก ฉ้อโกง หรือทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของมหาวิทยาลัย
ข้อ 15 นักศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงและเกียรติของตนเองโดยประพฤติตนมิให้เป็นผู้ที่ชื่อว่าไม่สุจริต หรือ
ประพฤตชิ ั่ว เช่น
(1) ทจุ ริตในการศึกษา การสอบ หรือพยายามกระทำการเช่นน้นั
(2) ประพฤติหรอื กระทำการใดๆ ให้เป็นทเ่ี ส่อื มเสยี แก่ศีลธรรมในทางชู้สาว
(3) เลน่ หรือ สนับสนนุ ใหม้ กี ารพนัน
(4) เสพสุราเมรัย ของมึนเมา หรือสิงเสพติดใด ๆ จนไม่สามารถครองสติได้ หรือเป็นต้นเหตุท่ี
กระทำความเสื่อมเสียหายต่อตนเอง และมหาวิทยาลัย
(5) ครอบครองอาวธุ รา้ ยแรง วัตถรุ ะเบิด หรอื ส่ิงผดิ กฎหมาย
ค่มู อื นักศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศกึ ษา 2565