The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by najmi949, 2020-02-26 09:54:13

watarun

watarun

วดั อรณุ ราชวราราม
ราชวรมหาวิหาร

เกรด็ ประวตั ิทห่ี ลายคนอาจไมเ่ คยรเู้ กย่ี วกบั
วดั อรุณราชวราราม

ช่ือนมี้ ีทมี่ า : จากวดั มะกอก ถงึ วดั แจง้ แปรเปลยี่ นเป็นวดั อรณุ ฯ

วัดอรุณราชวรารามเปน็ วัดเก่าแกต่ ้งั แตค่ ร้ังกรุง
ศรีอยุธยา เดมิ ชอื่ วัดมะกอก (เรียกตามชื่อตาบล
ท่ีต้ัง) เล่ากันว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ทรงมีพระราชประสงคจ์ ะย้ายราชธานีใหม่มายัง
กรุงธนบุรี พระองค์จึงเสด็จทางชลมารค ล่อง
ตามแมน่ า้ เจา้ พระยาเรอื่ ยมาจนถงึ หนา้ วัดมะกอก
เมื่อรุ่งแจ้งพอดี คราน้ันจึงมีพระราชดาริว่า
นับเป็นมงคลมหาฤกษน์ กั คร้ันแลว้ จงึ เสดจ็ ขนึ้ จาก
เรือพระท่ีนั่งไปถวายสักการะพระเจดีย์ (พระ
ปรางคอ์ งค์เก่า)

คร้นั ต่อมาโปรดฯ ให้บรู ณปฏสิ งั ขรณว์ ดั แลว้ เปลยี่ นชื่อ
ใหมว่ า่ วดั แจง้ เพื่อระลึกถงึ มงคลมหาฤกษค์ รงั้ นนั้ พรอ้ มกับ
สร้างพระราชวงั ขึ้นทางฝัง่ ตะวนั ตกของแม่นา้ เจ้าพระยา
นัน่ เอง หากต่อมามกี ารขยายพน้ื ทพี่ ระราชวงั ออกไปอกี
จนถงึ บรเิ วณวดั เปน็ ผลให้วดั แจง้ ยกฐานะขึน้ เปน็ พระ
อารามหลวงในพระราชวงั ในสมัยกรงุ ธนบุรี เม่ือถึงรัชกาล
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดฯ
ให้สรา้ งพระบรมมหาราชวังข้นึ ใหมท่ างฝงั่ ตะวนั ออกของ
แมน่ า้ เจ้าพระยาวดั แจง้ จึงไม่ได้เปน็ พระอารามหลวงในเขต
พระราชวังอกี ต่อไป
วดั แจง้ ได้รบั การบรู ณปฏสิ ังขรณเ์ รื่อยมาตามลาดับ
จนกระทั่งในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้
นภาลยั ได้รับพระราชทานนามใหมต่ ามนยั ความหมายเดมิ
ว่า “วดั อรณุ ราชวราราม” จากนั้นจึงได้รบั การยกฐานะ
เป็น “พระอารามหลวงช้ันเอกชนดิ ราชวรมหาวหิ าร” และ
ได้กลายเปน็ วดั ประจารัชกาลท่ี 2 ในเวลาต่อมา

ศลิ ปะโบราณและคตคิ วามเช่อื บนพระปรางค์
วดั อรณุ

พระปรางคว์ ดั อรุณฯ

พระปรางค์วดั อรุณได้ชอื่ ว่าเปน็ “พระมหาเจดียท์ ่ี
ย่งิ ใหญแ่ ละสง่างามท่ีสุดแหง่ กรงุ รัตนโกสนิ ทร์” และอยู่
คกู่ บั วดั มาแต่คร้งั กรุงเกา่ กระท่งั แผน่ ดินรชั กาลท่ี 2
ทรงมีพระราชดาริโปรดฯ ใหส้ ร้างพระปรางคข์ ึ้นใหม่
เพื่อให้ย่ิงใหญ่สมกบั เปน็ พระมหาธาตแุ ห่งพระนคร
การกอ่ สร้างจงึ เร่ิมมาแตบ่ ดั นัน้ ทวา่ เพียงแคเ่ รม่ิ ต้นขดุ
ขยายฐานรากพระปรางคอ์ อก รัชกาลท่ี 2 ก็สวรรคต
เสยี ก่อน ในแผ่นดินรัชกาลที่ 3 จึงสบื สานพระราชดาริ
ดาเนนิ การกอ่ สรา้ งตอ่ จนพระปรางค์เสร็จสมบูรณ์

ความวิจติ รพสิ ดารของพระปรางค์วดั อรุณฯ ไมไ่ ด้อยู่
เพยี งแคข่ นาดและสัดส่วนเทา่ น้ัน หากแต่หมายรวมถึง
งานประดบั ต่างๆ ไมว่ า่ จะเปน็ การประดับรปู “พลแบก”
ไดแ้ ก่ ยกั ษ์แบกตามด้วย กระบ่ีแบก โดยรอบฐานพระ

ปรางคแ์ ละเทวดาแบกโดยรอบส่วนรองรับ เรือน
ธาตุ (สว่ นทเี่ ปน็ ตัวเรอื นประธานของพระปรางค์)

ใน ซุ้มจระนา หรือซมุ้ คหู า (สว่ นทท่ี าขน้ึ ประกอบเขา้ กบั องค์
พระปรางค์ เป็นช่องตนั มักเป็นที่ประดษิ ฐานพระพทุ ธรูป) ทง้ั

ส่ขี องเรือนธาตุ ประดษิ ฐานพระอนิ ทร์ทรงชา้ งสามเศยี ร
(ชา้ งเอราวณั ) แทนการประดิษฐานพระพทุ ธรปู ตามธรรม
เนยี มนิยม รวมทัง้ ประดบั กระเบอื้ งสี ถว้ ยชามกระเบอื้ งจาก
เมอื งจีน เป็นลวดลายพรรณพฤกษาและหมกู่ ินรี งานประดับ
ทัง้ หมดน้ลี ว้ นเก่ยี วโยงกบั คตคิ วามเช่อื เร่อื งเขาพระสุเมรุ
ศูนย์กลางแห่งจักรวาลทั้งสิน้
ไม่เพยี งเทา่ นัน้ คติความเชื่อน้ียังได้รบั การตอกยา้ ใหช้ ดั เจน
ยิ่งขึ้นด้วยการจดั วางตาแหนง่ พระปรางค์ขนาดยอ่ ม 4 องค์
ให้ทาหนา้ ทเี่ ป็นเจดีย์บรวิ ารประจามมุ ของปรางคป์ ระธาน
เชน่ เดียวกบั การมมี ณฑปประจาดา้ นทง้ั สด่ี ้าน (ภายใน
มณฑปแตล่ ะหลังมรี ูปปั้นเลา่ เรื่องพทุ ธประวตั ิตงั้ แต่ประสูติ
จนถึงปรนิ พิ พานเรียงตอ่ กันไป)
ท้งั น้ีพระปรางคป์ ระจามมุ และมณฑปประจาดา้ นตา่ งมี
ความหมายเทยี บเทา่ กบั “ทวปี ต่างๆ ท่อี ยูร่ ายล้อมเขาพระ
สุเมรุ” นน่ั เอง



พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตดุ ิลก
พระพทุ ธรูปจากฝีพระหตั ถข์ องรชั กาลท่ี 2

ภายในพระอุโบสถของวดั อรณุ ราชวราราม
เปน็ ทปี่ ระดษิ ฐานของมีพระพทุ ธรปู ประธานชื่อ
วา่ “พระพทุ ธธรรมมศิ รราชโลกธาตดุ ิลก” เป็น
พระพทุ ธรปู ปางมารวชิ ัย มีขนาดหนา้ ตกั กว้าง
3 ศอกคืบ หรอื 1.75 เมตร ศิลปะสมัย
รตั นโกสนิ ทร์ประดิษฐานเหนือแท่นไพทบี น
ฐานชุกชีกล่าวกนั ว่า รชั กาลท่ี 2 ทรงปั้นวงพระ
พักตร์พระพุทธรูปองค์น้ีด้วยพระองค์เอง
นอกจากนี้ใต้พระพุทธอาสน์พระพทุ ธธรรมิศ
ราชโลกธาตดุ ิลกนี้ยังเป็นทีบ่ รรจพุ ระบรมอฐั ิ
ในรัชกาลที่ 2 อีกดว้ ย

ยกั ษ์วดั แจง้ ในตานาน

ยักษ์วัดแจ้งซุ้มประตทู างเขา้ สพู่ ระอุโบสถดา้ นตะวันออกมที วาร
บาลยนื จังก้าพร้อมกระบองคู่ใจ ทาหน้าทเ่ี ปน็ ผ้พู ทิ กั ษป์ ้องกนั มิ
ให้สิ่งช่วั ร้ายกล้ากรายเข้าไปในเขตพระอโุ บสถ

ยักษ์หนึ่งนน้ั อยูท่ างขวากายเขยี ว ชือ่ วา่ “ทศกัณฐ์” ราชาแหง่
ยกั ษ์ เจา้ ครองกรงุ ลงกา อีกยักษ์หนึ่งนั้นอยู่ทางซา้ ย กายสีขาว
ชอื่ วา่ “สหัสเดชะ” เจ้าครองเมอื งปางตาล มีฤทธ์มิ าก
เช่นเดยี วกบั ทศกัณฐ์

ยกั ษ์ท้งั สองตนเปน็ ยักษ์ปูนปัน้ ประดบั กระเบอ้ื งเคลือบสเี ป็น
ลวดลายและเครือ่ งแตง่ ตวั ของเดมิ สร้างขึ้นตั้งแต่สมยั
พระบาทสมเด็จพระนัง่ เกล้าเจ้าอย่หู วั รัชกาลที่ ๓ ทาหน้าท่ี
เป็น ‘นายทวารบาล’ ตามคตคิ วามเชือ่ เทพผู้พทิ ักษ์รักษาประตู
เพื่อให้เทพได้ปกปักรกั ษาสถานท่สี าคญั ทางศาสนา

ตามตานานเรื่องเล่าว่ายกั ษว์ ัดโพธิม์ าตตี อ่ สู้กับยกั ษ์วดั แจง้
โดยมยี กั ษว์ ัดพระแก้วเปน็ ผ้หู ้ามทัพ ตีกันจนบา้ นเมอื งแถวนัน้
ราบเปน็ หน้ากลอง เป็นพ้ืนท่ีโลง่ เตยี น เลยเรียกกนั ต่อมาวา่ ทา่
เตียน

พระอโุ บสถ

ปรางค์
ประธาน
มณฑปหรอื
ปราสาททศิ ,
ปรางคท์ ศิ

พระวหิ าร

โบสถน์ อ้ ย , วิหารนอ้ ย , หอไตร

หอระฆงั

มณฑปพระพทุ ธบาทจาลอง

ศาลาทา่ นา้ รปู เกง๋ จนี
อนุสาวรยี พ์ ระธรรมเจดยี ์

ลักษณะของวดั อรณุ ราชวราราม ราช
วรมหาวหิ าร : เปน็ สถาปตั ยกรรมใน
สมยั กรุงศรีอยุธยา


Click to View FlipBook Version