The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Boonyawee Sinjanthuek, 2023-01-19 10:47:54

การพยาบาลมารดาทารก และการผดุงครรภ์

วิเคราะห์กรณีศึกษา

การพยาบาล มารดา ทารกและ การผดุง ดุ ครรภ์ การพยาบาล มารดา ทารกและ การผดุง ดุ ครรภ์


ข้อมูลมารดา ทารก หญิงไทย อายุ 22 ปี น้ําหนัก 58 กิโลกรัม ส่วนสูง 162 เซนติเมตร Blood group A สถานภาพสมรส คู่ เชื้อชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ การศึกษาระดับ ปวช. อาชีพ แม่บ้าน รับผู้คลอดไว้ในความดูแล วันที่ 11 มิถุนายน 2565 เวลา 10.15 น. สัญญาณชีพแรกรับ T 37.2C , PR 72 bpm., RR 20 bpm., BP 120/70 mm.Hg. ประวัติการแพ้ ยาแพ้อาหาร การผ่าตัด ไม่เคยผ่าตัด โรคประจำ ตัว ไม่มีโรคประจําตัว ไม่มีประวัติโรคทางพันธุกรรม กรณีศึกษา


1.สตรีตั้งครรภ์รายนี้อยู่ในภาวะใด จากเหตุใด สตรีตั้งครรภ์นี้อยู่ในภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ GDMA1 จากปัจปัจัยเสี่ยงต่อ การเกิดโรคเบาหวานที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งในกรณีศึกษาเข้าข่าย 2 ข้อก็คือ อายุ > 35 ปี และ การตรวจพบน้ำ ตาลในปัสปัสาวะ (Glucosuria) 1.ในกรณีศึกษาหญิงตั้งครรภ์มีอายุ 35 ปี 2.ค่าน้ำ ตาลในปัสปัสาวะในกรณีศึกษา ฝากครรภ์ครั้งที่ 2 พบว่า albumin = negative /sugar = trace ฝากครรภ์ครั้งที่ 3 พu albumin/sugar = +1 ซึ่งปกติจะไม่พบ Fasting blood sugar Class A1 จะ < 105 mg/dL ซึ่งในกรณีศึกษามีค่าเท่ากับ 79 mg/dL จึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ป็ GDMA1 2.อธิบายผลของโรคนี้ต่อสตรีตั้งครรภ์และทารก โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) เป็น ป็ โรคเบาหวานชนิดหนึ่ง ที่สามารถ เกิดขึ้นได้ทุกระยะของการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มักถูกวินิจฉัยในช่วงสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์ เกิดจากภาวะน้ำ ตาลในเลือดสูงเนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ได้เพียง พอ สามารถส่งผลเสียต่อมารดาและทารกได้ ผลของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ต่อทารก ㆍ ทารกคลอดก่อนกำ หนด ㆍ น้ำ หนักทารกแรกคลอดมากกว่าปกติที่ควรจะเป็น ป็ เช่น ทารกมีตัวใหญ่มากขึ้นกว่าปกติ ทำ ให้คลอด ยาก หรืออาจเกิดอันตรายขณะคลอด ㆍ ทารกมีระดับน้ำ ตาลในเลือดต่ำ ทันทีหลังคลอด ㆍ ทารกมีปัญปัหาเกี่ยวกับระบบหายใจ ㆍ ทารกอาจเสียชีวิตในครรภ์ได้ ㆍทารกที่คลอดจากมารดาที่มีภาวะนี้จะมีโอกาสเป็น ป็ โรคอ้วน และอาจเป็น ป็ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ใน อนาคตได้ ผลของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ต่อมารดา ㆍ หญิงที่เป็น ป็ โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะมี โอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็น ป็ พิษ (Pre-clampsia) ได้ ซึ่ง เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีความดันโลหิตสูงร่วมกับมีโปรตีนรั่วในปัสปัสาวะมากกว่าปกติ พบในช่วงครึ่งหลัง ของการตั้งครรภ์ .โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะ เพิ่มความเสี่ยงทำ ให้ต้องการการผ่าท้องคลอดมากขึ้น เพราะว่าทารก อาจตัวใหญ่เกินกว่าจะคลอดปกติ ㆍ เมื่อเป็น ป็ โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จะมีโอกาสพัฒนาเป็น ป็ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในอนาคต มากกว่าหญิงปกติถึง 7.4 เท่า ㆍ การมีระดับน้ำ ตาลในเลือดสูงติดต่อกันเป็น ป็ ระยะเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น เบาหวานขึ้น ตา (Diabetic retinopathy) โรคหัวใจ โรคไต การทำ ลายของเส้นประสาท เป็น ป็ ต้น


3.ปัญหาทางการพยาบาลของสตรีตั้งครรภ์รายนี้ S: - O: -G2P,AoL1 -albumin/sugar = +1 -BP 126/70 mmHs วัตถุประสงค์ : เพื่อป้อ ป้ งกันการเกิดความรุนแรงของโรคและป้อ ป้ งกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน เกณฑ์การประเมิน : ไม่มีภาวะน้ำ ตาลในเลือดสูงและไม่มีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม ข้อวินิจฉัยที่ 1 เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจาก ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์เนื่องจากมารดามีระดับน้ำ ตาลในเลือดสูง 1. ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะแทรกช้อนจากภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เช่น น้ำ ตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ความดันโลหิตสูง (Hypertension) และ การติดเชื้อง่าย (Infection)เป็น ป็ ต้น 2. ตรวจวัดสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิร่งกาย อัตราการหายใจ อัตราการเต้นหัวใจ ความดันโลหิต และระดับความปวด รวมถึงค่ 02Saturation เพื่อประเมินภาวะผิดปกติ ที่สำ คัญ ชั่งน้ำ หนักและวัดระดับน้ำ ตาลในเลือด เพื่อประเมินความรุนแรงและระดับน้ำ ตาล ในเลือด 3. แนะนำ หญิงตั้งครรภ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในการควบคุมเบาหวาน เพื่อป้อ ป้ งกัน ความรุนแรงของโรคและป้อ ป้ งกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยควบคุมระดับน้ำ ตาลให้อยู่ใน เกณฑ์ปกติ และจำ กัดให้ได้รับพลังงาน 30-35 แคลอรี่น้ำ หนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน แบ่งเป็น ป็ โปรตีนร้อยละ 12- 20 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 50-60 และไขมันร้อยละ 20-30 กิจกรรมการพยาบาล


4. ควรตรวจคีโตนในปัสปัสาวะ เพื่อดูว่าจำ นวนแคลอรี่ที่ได้รับเพียงพอหรือไม่ 5. ดูแลแนะนำ การฉีดอินซูลิน โดยจะเริ่มให้อินซูลินเมื่อตรวจพบระดับ น้ำ ตาลในเลือดขณะ อดอาหารมากกว่า105 mg/d และระดับน้ำ ตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง มากกว่า 120 mg/dและควรจดบันทึกการใช้อินซูลินและระดับน้ำ ตาลเพื่อช่วย ปรับระดับ อินซูลินและลดอาการแทรกซ้อน ทีสำ คัญบริเวณทีฉีดควร หมุนเวียนบริเวณใดบริเวณ หนึ่งเป็น ป็ สัปดาห์พอให้ผิวหนัง บริเวณนั้นมีเวลาได้หายจากความบอบช้ำ เนื่องจากรอยเข็ม และการดูดซึมของอินซูลินจะแตกต่างกัน 6. แนะนำ หญิงตั้งครรภ์ออกกำ ลังกายอย่างสม่ำ เสมอ โดยจะเพิ่มความไวต่ออินซูลินและ เพิ่มฤทธิของอินซูลิน จึงช่วยลดภาวะดื้ออินชูลิน ช่วยกระตุ้นหลอดเลือด และหัวใจให้ ทำ งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 7. แนะนำ หญิงตั้งครรภ์ดูแลความสะอาดร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเช็ดจากหน้าไป หลังไม่เช็ดย้อน 8. แนะนำ หญิงตั้งครรภ์นับการดิ้นของทารกในครรภ์ ควรนับหลังรับประทานอาหารแต่ละ มื้อ โดยนั่งนับเป็น ป็ เวลา 1 ชม ข้อวินิจฉัยที่ 1 เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจาก ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์เนื่องจากมารดามีระดับน้ำ ตาลในเลือดสูง กิจกรรมการพยาบาล ผลการประเมิน หญิงตั้งครรภ์ปฏิบัติตัวควบคุมระดับน้ำ ตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน


ข้อวินิจฉัยข้อที่2 ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการเจริญเติบโต ไม่เหมาะสมกับอายุครรภ์เนื่องจากมารดาตั้งครรภ์มีภาวะน้ำ ตาลในเลือดสูง S: - O: -G2PIAL1 -albumin/sugar = +1 -BP 126/70 mmHg วัตถุประสงค์ : เพื่อป้อ ป้ งกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อทารก เช่น ทารกตัวโต ,ทารกคลอด ก่อนกำ หนด , fetal distressและทารกเสียชีวิตในครรภ์ เป็น ป็ ต้น เกณฑ์การประเมิน : 1.ทารกเจริญเติโตเหมาะสมตามอายุครรภ์ 2.ไม่มีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ 3.มารดาสามารถปฏิบัติตัวได้เหมาะสม กิจกรรมการพยาบาล 1. แนะนำ หญิงตั้งครรภ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในการควบคุมเบาหวาน รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และดื่มน้ำ ให้เพียงพอต่อความต้องการ 2-3 ลิตร/วัน เลือกรับประทานอาหารประเภทข้าวกล้องแทนข้าวขาว เน้นโปรตีนที่มาจากสัตว์ไขมัน ต่ำ และโปรตีนจากพืช เช่น ปลา เนื้อหมูแดง เนื้อไก่ ถั่วแดง ถั่วลิสง นมสดชนิดจืด พร่องมันเนย และเลือกใช้สารให้ความหวานเทียมแทนการใช้น้ำ ตาล เพื่อป้องกัน ความรุนแรงของโรคและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยควบคุมระดับน้ำ ตาลให้ อยู่ ในเกณฑ์ปกติ 2. แนะนำ หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ตามนัด และสังเกตอาการผิดปกติที่ต้องมาพบ แพทย์ ได้แ ด้ ก่ มีใข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะอย่างรุนแรงโดยไม่ทุเลา มองเห็นภาพพร่ามัวไม่ชัด ข้อเท้าบวมมาก ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องอย่างรุนแรง เป็น ป็ เวลานานหรือปวดเกร็งบริเวณมดลูก ทารกในครรภ์ไม่เคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหว น้อยกว่า3 ครั้งในหนึ่งชั่วโมง ทั้งที่มีอายุครรภ์เกิน 28 สัปดาห์ มีเลือดออกทางช่อง คลอดหรือมีน้ำ คร่ำ ไหลออกจากช่องคลอดปริมาณค่อนข้างมาก เป็นต้น เพื่อรับการรักษา หรือการตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำ Ultrasound และ NT


ผลการประเมิน 1.หญิงตั้งครรภ์ปฏิบัติตัวควบคุมระดับน้ำ ตาลอยู่ในเกณฑ์ปกติ 2.ไม่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน 3.หญิงตั้งครรภ์มาตรวจตามนัดไม่มีอาการผิดปกติ ข้อวินิจฉัยข้อที่2 ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการเจริญเติบโต ไม่เหมาะสมกับอายุครรภ์เนื่องจากมารดาตั้งครรภ์มีภาวะน้ำ ตาลในเลือดสูง


S: - O: -ฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์ 8 สัปดาห์ น้ำ หนัก 52 กิโลกรัม -ฝากครรภ์ครั้งที่ 2 อายุครรภ์ 13 สัปดาห์ น้ำ หนัก 52 กิโลกรัม -ฝากครรภ์ครั้งที่ 3 อายุครรภ์ 17 สัปดาห์ น้ำ หนัก 53 กิโลกรัม -ฝากครรภ์ครั้งที่ 4 อายุครรภ์ 21 สัปดาห์ น้ำ หนัก 53 กิโลกรัม วัตถุประสงค์ : มารดาสามารถปฏิบัติตัวได้เหมาะสมกับช่วงอายุครรภ์ เกณฑ์การประเมิน : น้ำ หนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 500 กรัม/สัปดาห์ ข้อวินิจฉัยที่ 3 ส่งเสริมการปฏิบัติตัวตามไตรมาสเนื่องจากมีน้ำ หนัก ตัวไม่เหมาะสมกับช่วงอายุครรภ์ 1. แนะนำ หญิงตั้งครรภ์ชั่งน้ำ หนัก โดยชั่งเวลาเดิม แบบเดิมทุกวันน้ำ หนักใน ไตรมาสที่ 2และ3 ควรเพิ่มขึ้น 1.4-2 กิโลกรัม /เดือน หรือ0.35-0.5 กิโลกรัม/สัปดาห์ เพื่อประเมินปัญปัหาสุขภาพและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้หากน้ำ หนักเพิ่มเกินเกณฑ์ เช่น ทารกตัวโต หรือทารกคลอดก่อนกำ หนด เป็น ป็ ต้น และนับการดิ้นของทารกในครรภ์ ควร นับหลังรับประทานอาหารแต่ละมื้อ โดยนั่งนับเป็น ป็ เวลา 1 ชม. 2. แนะนำ ให้สตรีตั้งครรภ์ให้ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม จำ กัดและควบคุมสัดส่วน ของอาหารในทุกไตรมาส โดยคงสารอาหารให้ครบทุกหมู่ตามหลังโภชนาการ ควรได้รับ พลังงาน 30-35 แคลลอรี่ต่อน้ำ หนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน ไตรมาสที่2และ3 ของการ ตั้งครรภ์ จึงอาจเพิ่มหลังงานเป็น ป็ 35 กิโลแคลอรีต่อน้ำ หนักตัว โดยให้ได้รับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และอาหารว่างอย่างเหมาะสมตามอายุครรภ์ โดยควบคุมการรับประทาน อาหารที่มีน้ำ ตาลสูง เพื่อจำ กัดจำ นวนน้ำ ตาลที่เข้าสู้ร่างกาย กิจกรรมการพยาบาล ผลการประเมิน หญิงตั้งครรภ์สามารถปฏิบัติตัวได้เหมาะสมกับช่วงอายุครรภ์ มีน้ำ หนักตัวเหมาะสมกับช่วงอายุครรภ์


คณะผู้จัดทำ อาจารย์ที่ปรึกษา 1.นายสุรวุฒิ จันทร์เมืองไทย เลขที่ 13 รหัสนักศึกษา 11612201009-8 2.นางสาวเขมมิกา สอาดโฉม เลขที่ 15 รหัสนักศึกษา 116312201029-6 3.นางสาวมณฑิตา พันธุ์ศักดิ์ เลขที่ 16 รหัสนักศึกษา 116312201030-4 4.นางสาวนพรดา ใจเด็ด เลขที่ 17 รหัสนักศึกษา 116312201032-0 5.นางสาวพรทิตา จันทร์สุข เลขที่ 18 รหัสนักศึกษา 116312201034-6 6.นางสาวบุญญิกา แก่นโพธิ์ เลขที่ 19 รหัสนักศึกษา 116312201035-3 7.นางสาวกุลธิดา อินทร์ด่านกลาง เลขที่ 20 รหัสนักศึกษา 116312201036-1 8.นางสาวศิริพร ท้าวแป้ง เลขที่ 21 รหัสนักศึกษา 116312201038-7 9.นางสาวประภาพร ฉัตรจังหรีด เลขที่ 22 รหัสนักศึกษา 116312201039-5 10.นางสาววรัญญา เณรเถื่อน เลขที่ 23 รหัสนักศึกษา 116312201041-1 11.นางสาวสุธาสิณี สนิทสตรี เลขที่24 รหัสนักศึกษา 116312201042-9 12.นางสาวบุณยวีร์ สินจันทึก เลขที่ 25 รหัสนักศึกษา 116312201044-5 13.นางสาวปัทมา แซ่คู เลขที่ 26 รหัสนักศึกษา 116312201045-2 นักศึกษาชั้นปีที่ 3 อาจารย์ ดร.อัญชลี จันทาโภ การพยาบาลมารดาทารกและผดุงครรภ์2 หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณทิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


Click to View FlipBook Version