The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by callmeloma, 2022-08-20 10:27:22

ชีวภาค

ชีวภาค

ชีวภาค

Biosphere

ชวี ภาค (Biosphere)

Biosphere

ชีวภาค หรือชวี มณฑล (Biosphere)
คอื สว่ นของสิง่ มีชวี ติ ทัง้ หมดบนโลก ท้งั พืช สัตว์ แบคทเี รยี

เช้ือราและส่งิ มชี วี ิตเซลล์เดียวรวมถงึ มนษุ ย์ จากองคป์ ระกอบหลกั ทง้ั
3 ไดแ้ ก่ ธรณภี าค อุทกภาค และชั้นบรรยากาศ สง่ ผลใหเ้ กิดการ
สร้างสมดุลและสภาวะแวดล้อมทเ่ี หมาะสม กลายเปน็ จุดกาเนิดของ
ชีวมณฑล

ชีวภมู ิศาสตร์

ชีวภูมิศาสตรใ์ นความหมายอยา่ งกว้างๆ คือ การศกึ ษาปรากฏการณข์ องชวี ภาค (Biosphere)
แต่ความหมายท่แี คบลง หมายถงึ การศึกษาคณุ ลักษณะทางภูมิศาสตรข์ องพืช และของสตั ว์โดยเฉพาะ
อยา่ งยิง่ ในลกั ษณะของการกระจาย (Distribution) ซึ่งจาแนกเป็น 2 สาขา คือ
ภูมศิ าสตรพ์ ชื (Phytogeography หรอื Geography of Plants) และ
ภูมศิ าสตร์สตั ว์ (Zoogeography หรอื Geography of Animals)

ภมู ิศาสตร์พืช

ภูมิศาสตร์พชื (Phytogeography หรือ Geography Of Plant)
เป็นการศึกษาลักษณะการแพร่กระจายพันธุ์ของพชื และอิทธริ ะหว่างพืช
ต่อสงิ่ แวดลอ้ มของกนั และกนั เปน็ ศาสตร์ทมี่ กี ารศกึ ษากนั อย่างลกึ ซ้งึ โดย
นักชีววทิ ยา จนไดม้ ีการพฒั นาเปน็ สาขาเฉพาะ และโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ใน
ดา้ นนิเวศวิทยา

ภมู ศิ าสตรส์ ตั ว์

ภูมิศาสตร์สัตว์ (Zoogeography หรอื Geography Of Animals)
เปน็ การศึกษาเกยี่ วกบั การแพรก่ ระจายพนั ธข์ุ องสัตว์ และอทิ ธิพลระหวา่ ง
สัตวต์ อ่ ส่งิ แวดลอ้ มของกันและกัน เปน็ ศาสตรท์ ่ีพัฒนาไปไดไ้ มม่ าก ไมใ่ ช่
เพราะไม่มกี ารศึกษาวจิ ัย แต่เปน็ เพราะความซบั ซ้อนของปจั จยั ที่มผี ลตอ่
สัตว์ และปฏกิ ริ ยิ าทแ่ี ตกต่างกนั ของสตั วน์ านาชนดิ ตอ่ ตัวแปรควบคุม
และข้อเท็จจริงท่ีวา่ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสตั ว์และสงิ่ แวดลอ้ ม น้ันไม่
เกีย่ วขอ้ งกันโดยตรงและไม่สามารถเห็นได้ชดั เทา่ กบั กรณีของการศึกษา
พชื พรรณต่างๆ ทาให้การศึกษาภมู ศิ าสตรส์ ตั ว์เปน็ ไปไดย้ าก

หลักฐานการแพร่กระจายของพชื และสตั ว์

ภมู อิ ากาศและภูมิประเทศเปน็ ตวั กาหนดที่ทาให้
มกี ารกระจายของพืช และสตั วแ์ ตกต่างกันไปโดยอย่กู ับความ
เหมาะสมของสภาพแวดลอ้ มนัน้ ๆ สง่ิ กดี ขวางตา่ งๆ เชน่ ภูเขา
ทะเลทราย ทะเลมหาสมุทรเปน็ ผลใหม้ ีการแบ่งแยกและเกดิ สปี
ชีสใ์ นที่สดุ เชน่ การเกิดสปีชสี ข์ องกุ้งที่ต่างกัน 6 สปชี ีส์ จากเดมิ
ทม่ี ีเพยี งสปีชีสเ์ ดียว แต่การเปลยี่ นแปลงและการเคลอื่ นขยบั ของ
แผน่ ทวปี ทาใหก้ ้งุ เหล่านถี้ ูกแยกจากกัน โดยสภาพทาง
ภมู ศิ าสตร์ และตา่ งก็ตอ้ งปรับตัวใหเ้ ข้ากับสภาพแวดลอ้ มเมื่อ
เวลาผ่านไป ลักษณะความแตกตา่ ง จึงเพมิ่ ขน้ึ เรือ่ ยจนไมอ่ าจผสม
พันธุก์ ันไดอ้ ีก เกิดเป็นกุ้งต่างสปีชสี ข์ ้ึน

ไบโอม (Biomes)

ไบโอม ( Biomes )

หรอื ชีวนเิ วศ คอื ระบบนเิ วศใดๆ ก็

ตามทม่ี ีองคป์ ระกอบของปัจจยั ทาง กายภาพ

เช่น อุณหภูมิ ความชนื้ และปัจจยั ทางชวี ภาพ

เช่น พืชและสตั ว์ ท่ีคล้ายคลึงกันกระจายอยู่

ในเขตภูมศิ าสตร์ต่างๆ ภาพแสดงไบโอมประเภทตา่ งๆ

Biomes

ไบโอมบนบก แบง่ ออกเปน็ 7 ประเภท
ใชอ้ ุณหภมู ิและปรมิ าณน้าฝนเป็นเกณฑ์ ได้แก่

1. ป่าดบิ ช้ืน (Tropical rain forest)
พบได้ในบริเวณใกลเ้ ขตเส้นศนู ย์สตู รของโลกใน

ทวปี อเมรกิ ากลาง ทวีปอเมริกาเอเชยี ตอนใต้ และ
บรเิ วณบางสว่ นของหม่เู กาะแปซิฟกิ
- ลักษณะของภมู ิอากาศร้อนและชนื้ มฝี นตกตลอดปี
ปริมาณนา้ ฝนเฉลี่ย 200 - 400 เซนติเมตรตอ่ ปี
- ในปา่ ชนิดนี้พบพชื และสัตว์หลากหลายพนั สปีชีส์
เป็นป่าที่มคี วามอดุ มสมบูรณส์ งู มาก

2. ปา่ ผลดั ใบในเขตอบอุ่น (Temperate
deciduous forest)

- พบกระจายทั่วไปในละติจดู กลาง ซึ่งมีปรมิ าณ
ความชน้ื เพยี งพอท่ตี น้ ไมใ้ หญ่จะเจรญิ เตบิ โตได้ดี
โดย มีปริมาณน้าฝนเฉลย่ี 100 เซนติเมตรตอ่ ปี
และมอี ากาศคอ่ นขา้ งเย็น
- ในปา่ ชนดิ นแี้ ละตน้ ไมจ้ ะทิ้งใบหรอื ผลดั ใบก่อน
ฤดูหนาว และจะเริ่มผลใิ บอกี คร้งั เมอื่ ฤดูหนาว
ผ่านพน้ ไปแลว้ ตน้ ไม้ทีพ่ บมีหลากหลายทง้ั ไมย้ ืน
ตน้ ไมพ้ มุ่ รวมถึงไมล้ ม้ ลกุ

3. ป่าสน (Coniferous forest)

- ป่าสน ป่ากา ( taiga ) และปา่ บอเรยี ล ( boreal )
เปน็ ปา่ เดยี วกัน
- เปน็ เขตหนาวเย็นและแหง้ มรี ะยะเวลาที่อณุ หภมู ิตา่
กว่าจุดเยอื กแขง็ นานกว่า 6 เดอื น ส่วนในฤดูร้อน มี
อากาศอบอุ่นข้นึ มฝี นตกในฤดูรอ้ น ปรมิ าณหยาดน้าฟ้า
500-1,000 มิลลิเมตรตอ่ ปีส่วนใหญ่ตกในรปู ของหิมะ มี
ฝนตกมากกว่าเขตทุนดรา และมีฤดรู อ้ นยาวนานกวา่
เขตทนุ ดราเลก็ น้อย
- มีสนเปน็ พรรณไม้หลกั พบในแคนาดา จีน ฟนิ แลนด์
ฯลฯ สัตวท์ ่พี บในปา่ สน เชน่ กวางมสู และนกฮูกเทาใหญ่

4. ทุนดรา (Tundra)

- เป็นเขตที่มีฤดูหนาวค่อนข้างยาวนาน ฤดูร้อนช่วงส้ันๆ
ลักษณะเด่นคือ ชั้นของดินที่อยู่ต่ากว่าจาก ผิวดินช้ันบน
ลงไปจะจับตวั เป็นนา้ แขง็ ถาวร
- ทุนดราพบเพียงตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ และ
ยูเรเซีย พบพืชและสัตว์อาศัยอยู่น้อยชนิด ปริมาณฝน
น้อยในฤดรู อ้ นช่วงสนั้ ๆ นา้ แข็งทผ่ี วิ หนา้ ดินละลาย
แตเ่ น่ืองจากน้าไม่สามารถซึมผ่านลง ไปในชั้นน้าแข็งได้ใน
ระยะสัน้ ๆ
- พืชท่ีพบจะเป็นพวกไม้ดอกและไม้พุ่ม นอกจากนี้ยังพบ
สิง่ มชี ีวิตชัน้ ต่า เชน่ ไลเคนด้วย

5. ทะเลทราย (Desert)

- พบได้ทวั่ ไปในโลก ในพ้ืนทีม่ ปี ริมาณฝนตก
เฉลย่ี นอ้ ยกว่า 25 เซนตเิ มตรตอ่ ปี ทะเลทราย
บางแหง่ รอ้ นมากมอี ุณหภูมเิ หนือผวิ ดินสูงถงึ 60
องศาเซลเซียสตลอดวัน บางวันมีอากาศคอ่ นขา้ ง
หนาวเยน็
- พืชทพ่ี บในไบโอมทะเลทรายน้มี กี ารปอ้ งกนั
การสูญเสยี นา้ โดยใบลดรปู เปน็ หนาม ลาต้นอวบ
เก็บสะสมน้าดี

ทะเลทรายทีร่ ู้จกั กนั โดยทวั่ ไป ได้แก่ ทะเลทรายซาฮารา
(Sahara) ในทวีปแอฟริกา ทะเลทรายโกบี (Gobi) ในประเทศ
สาธารณรฐั ประชาชนจีนและทะเลทรายโมฮาวี (Mojave)
ในรัฐแคลฟิ อรเ์ นยี ประเทศสหรฐั อเมรกิ า

6. ทุง่ หญา้ เขตอบอนุ่ (Temperate grassland)

- หรือที่รจู้ กั กนั ในช่ือทุ่งหญา้ แพรี่ (Prairie)
ในตอนกลางของทวีปอเมริกาเหนอื และทุ่งหญา้
สเตปส์ (Steppes) ของประเทศรสั เซีย
- สภาพภมู ิอากาศมีปริมาณนา้ ฝนเฉลีย่ 25 – 50
เซนติเมตรต่อปี
- ทงุ่ หญ้าเขตอบอุน่ นี้เหมาะสาหรับการทากสกิ ร
และปศุสตั ว์ เพราะดนิ มคี วามอุดมสมบูรณส์ งู มี
หญ้า นานาชนดิ ข้ึนอยู่ สว่ นใหญ่พบมีการทา
เกษตรกรรมควบคู่ในพืน้ ทนี่ ด่ี ้วย

7. สะวนั นา (Savanna)

- เปน็ ท่งุ หญา้ ทพี่ บไดใ้ นทวปี แอฟรกิ าและพบ
บ้างทางตะวันออกเฉยี งใตข้ องทวปี เอเชยี
- ลกั ษณะของภูมอิ ากาศร้อน พชื ท่ขี ้ึนส่วนใหญ่
เปน็ หญา้ และมตี ้นไมก้ ระจายเปน็ หยอ่ มๆ ใน
ฤดูร้อน มกั เกิดไฟปา่
- สตั ว์ในทงุ่ หญ้ามีทงั้ ขนาดใหญ่และขนาด
เลก็ มีทงั้ สตั ว์เลยี ้ งลกู ด้วยนา้ นม สตั ว์กีบ
สตั ว์แทะ สตั ว์ในเขตอบอนุ่ ได้แก่ ววั ไบสนั
แอนทีโลป ม้าลาย กระรอก สว่ นในทงุ่ หญ้า
เขตร้อน ได้แก่ แอนทีโลป ม้าลาย ควายป่ า
แรด สงิ โต สนุ ขั ป่ า ในออสเตรเลยี ได้แก่ จิงโจ้

Chaparral

เป็นพื้นท่ีแหง้ แล้งซึง่ มักพบในบริเวณชายฝั่ง ภมู ิ
ประเทศถูกครอบงาด้วยพุ่มไมแ้ ละหญา้ ทีเ่ ขียวชอุ่ม
ตลอดปี มีลกั ษณะท่ีร้อนและแห้งมาก สาหรับอุณหภมู ิ
ฤดหู นาวอากาศอบอ่นุ ค่อนข้างเย็นและปกติจะอยทู่ ี่
ประมาณ 10 °C จากน้นั กม็ ฤี ดูรอ้ น ร้อนและแหง้ มากที่
อณุ หภมู ิ 40 °C ซึง่ ไฟและภัยแลง้ เกดิ ขน้ึ ได้บอ่ ยมาก

พืชและสตั ว์ปรบั ตวั เขา้ กับสภาวะเหลา่ นไี้ ด้ พืชส่วน
ใหญ่มใี บแขง็ ขนาดเล็กทม่ี ีความช้ืน พชื บางชนิด ไดแ้ ก่
ตน้ โอก๊ พษิ ตน้ โอ๊คสครับ ตน้ ยคั คาวเิ ปิลและไม้พุ่ม
ตน้ ไม้ และกระบองเพชรอน่ื ๆ

ประชากร (Population)

ประชากร คอื กลมุ่ ของส่งิ มชี ีวติ ชนดิ เดยี วกัน (Single การอาศัยอยรู่ ว่ มกันเป็นกลมุ่ ของสง่ิ มีชีวติ กอ่ ใหเ้ กดิ
Species) ทอ่ี าศัยอย่รู ว่ มกนั ในพน้ื ทีห่ รือในอาณาบรเิ วณ ลกั ษณะเฉพาะของกลุม่ ประชากร เช่น ขนาดหรอื
เดยี วกัน ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีการทากจิ กรรม จานวนประชากร (Population Size) และความ
รว่ มกนั หรอื มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ระหวา่ งกันภายในกลมุ่ หนาแนน่ (Population Density) ซ่ึงเป็นคุณสมบตั ิ
ประชากรดงั กล่าว สาคญั ในการศกึ ษาประชากรในระบบนิเวศ จากทงั้ อตั รา
การเกิด-การตาย การอพยพเขา้ -ออก และการกระจาย
ตวั ของกลุ่มอายุ ตลอดจนความสมั พันธท์ ่ีเกิดข้นึ ภายใน
กลมุ่ ท้งั ในดา้ นการช่วยเหลอื เกื้อกูล การแกง่ แยง่ แข่งขนั
กัน และความสมั พันธ์หลายรปู แบบทีม่ ตี อ่ กลมุ่ ประชากร
ของส่งิ มีชวี ติ ชนดิ อน่ื ๆ ในระบบนเิ วศ

ลกั ษณะสาคัญของประชากร

ความหนาแน่นประชากร (Population Density)
คือ จานวนประชากรตอ่ หนว่ ยพน้ื ที่ สาหรับสิง่ มชี ีวติ บนบก หรือต่อ

หน่วยปรมิ าตรสาหรับสงิ่ มชี วี ิตในนา้

การกระจายตวั ของประชากร (Dispersion)
คือ การกระจายตวั ของสมาชิกภายในกลมุ่ ประชากรในพื้นท่ีอยู่

อาศัย โดยมีปจั จยั ทางสภาพแวดลอ้ มทส่ี ่งผลตอ่ ลกั ษณะการกระจาย
ตวั ของส่ิงมชี ีวิตดังกลา่ ว การกระจายของประชากรสามารถจาแนก
ออกเป็น 3 รูปแบบ

ลกั ษณะสาคญั ของประชากร

การกระจายแบบกลมุ่ (Clumped Dispersion) คอื การกระจายตัวของประชากรทไ่ี มส่ ม่าเสมอ
ทว่ั ท้งั บรเิ วณ โดยมกี ารกระจุกตัวเป็นกลุ่มๆ อยบู่ รเิ วณใดบริเวณหน่ึง ซง่ึ การกระจายตวั แบบกลมุ่ เปน็
รูปแบบประชากรท่ีพบเหน็ ได้มากท่ีสดุ ในธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพวกสัตว์ต่างๆ ซึ่งมี
พฤตกิ รรมการอยู่ร่วมกนั เป็นกลุ่มหรอื สังคม เน่อื งจากปจั จัยการดารงชีวติ เช่น แหลง่ นา้ แหลง่ อาหาร
ทไี่ มส่ มบูรณ์

การกระจายแบบสมาเสมอ (Uniform Dispersion) คือ การกระจายตัวของประชากรที่มกี ารจดั
ระเบยี บ จากปัจจยั การดารงชวี ติ ทีม่ อี ยอู่ ยา่ งค่อนข้างจากดั แต่กระจายอยทู่ วั่ ท้งั บรเิ วณอย่างสม่าเสมอ
ซ่ึงสง่ ผลให้ส่งิ มชี วี ิตจึงเปน็ ต้องจดั ระเบยี บการอย่รู ว่ มกนั เพ่อื ให้สามารถเข้าถงึ ปัจจัยตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ ง
ทวั่ ถงึ

การกระจายแบบสมุ่ (Random Dispersion) คือ การกระจายตัวของประชากรทปี่ ราศจากแบบ
แผนใดๆ เนือ่ งจากเป็นบริเวณทีม่ ปี ัจจัยทีจ่ าเปน็ เพียงพอตอ่ ทกุ ชีวติ อกี ทง้ั ยงั มีการกระจายตวั อยา่ ง
สมา่ เสมอ ส่งผลให้สงิ่ มีชีวิตสามารถอยอู่ าศยั ไดใ้ นทุกอาณาบริเวณ การแก่งแย่งแขง่ ขนั จึงไมส่ งู นักใน
กลมุ่ ประชากร

ลกั ษณะสาคญั ของประชากร

โครงสรา้ งอายปุ ระชากร (Age Structure) คือ ลักษณะการกระจายตวั ของอายุสมาชิกในกลุ่มประชากร โดยในทาง
นเิ วศวทิ ยาสามารถแบ่งโครงสรา้ งอายปุ ระชากรออกเปน็ 3 กลมุ่ ได้แก่
1) วยั กอ่ นเจริญพันธ์ุ (Pre-reproductive Age) คอื สมาชิกซึ่งยงั ไมพ่ ร้อมสืบพนั ธุ์
2) วยั เจริญพนั ธ์ุ (Reproductive Age) คือ สมาชกิ ในวยั สืบพันธุ์
3) วยั หลังเจรญิ พันธุ์ (Post-reproductive Age) คอื สมาชกิ ซงึ่ ไมส่ ามารถสืบพนั ธุไ์ ดอ้ กี แล้ว

โครงสรา้ งอายุประชากรทั้ง 3 กลุ่ม สามารถนามาแสดงเปน็ สัดส่วนบนแผนภาพ โดยใชก้ ารแสดงพ้ืนที่แทนจานวนโครงสร้าง
อายปุ ระชากรท่ีเรยี กว่า “พีระมิดอายุ” (Age Pyramid)
1) อตั ราสว่ นเพศ (Sex Ratio) คอื อตั ราสว่ นเพศของสง่ิ มชี วี ติ ซึ่งส่ิงมีชีวติ ตา่ งชนดิ มักมอี ัตราส่วนระหวา่ งเพศผู้และเพศเมยี
แตกตา่ งกันออกไป โดยสว่ นใหญ่ข้ึนอย่กู ับพันธุกรรมของส่ิงมชี ีวิตหรอื สภาพแวดลอ้ มที่อย่อู าศัย เป็นตน้
2) อัตราการเกดิ -การตาย (Birth – Death Rate) คือ การเพ่มิ ข้ึน-ลดลงของจานวนประชากรในหนงึ่ หน่วยเวลา
3) การอพยพเข้า-ออก (Immigration – Emigration) คอื การเคลื่อนย้ายประชากรจากกลุ่มหน่ึงไปรวมกบั อีกกล่มุ หนงึ่
ซ่ึงสง่ ผลตอ่ ขนาดและจานวนของประชากรดั้งเดิม

ลกั ษณะสาคัญของประชากร
ตวั อยา่ งแผนภมู แิ สดงแนวโนม้ ประชากรในรูปแบบพรี ะมิดประชากร

ลกั ษณะสาคัญของประชากร

การเติบโตของประชากร (Population Growth)
การเปล่ียนแปลงขนาดของประชากรเกิดขนึ้ อยู่อยา่ งสมา่ เสมอในธรรมชาติ (Population Dynamics) ท้ังจากอัตราการ

เกิดใหม่ การตาย การอพยพเข้า และการอพยพออกของประชากรในกลมุ่ ซง่ึ การเตบิ โตของประชากรในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึง่
มักเก่ยี วขอ้ งกับการสืบพันธเ์ุ ป็นหลัก ซึ่งเป็นการเพม่ิ จานวนประชากรขึน้ สงู สุดตามวิถีทางธรรมชาติ จากรปู แบบการสืบพนั ธุข์ อง
สง่ิ มีชวี ิตใน 2 ลกั ษณะ ดังน้ี

1) สบื พนั ธุ์ครัง้ เดียวในช่วงชวี ิต (Semelparity หรือ Single Reproduction) คือ ส่งิ มีชวี ติ เม่ือเตบิ โตเต็มวยั แลว้ หลงั การผสม
พนั ธุ์และวางไข่จะเสียชวี ิตทันทีเม่อื สิ้นสุดกระบวนการดงั กลา่ ว เชน่ แมลงชีปะขาว ผเี ส้ือ และตวั ไหม
2) สืบพันธไุ์ ด้หลายคร้งั ในช่วงชวี ติ (Iteroparity หรอื Multiple Reproduction) คือ สงิ่ มชี วี ติ ทส่ี ามารถสืบพนั ธุ์ไดห้ ลายครัง้
ตลอดช่วงชีวิต เช่น สตั ว์มกี ระดูกสนั หลงั ท้งั หลาย ไม่วา่ จะเป็นมนษุ ย์ แมว นก หรอื พชื ยนื ต้น เช่น มะมว่ ง กระทอ้ น และขนนุ

ลักษณะสาคัญของประชากร

รปู แบบการเตบิ โตของประชากร
- การเตบิ โตของประชากรแบบเอกซโ์ พเนนเชียล (Exponential
Population Growth) คอื การเพิ่มจานวนขึ้นของประชากรแบบ
ทวีคณู มักพบในสง่ิ มชี วี ติ ทม่ี กี ารสบื พนั ธุ์เพียงคร้ังเดยี วในช่วงชวี ติ
เชน่ แมลงตา่ ง ๆ
- การเติบโตของประชากรแบบลอจิสตกิ (Logistic Population
Growth) คอื การเพ่มิ จานวนข้นึ ของประชากรภายใตป้ ัจจยั ทาง
สภาพแวดลอ้ มหรอื การมตี ัวตา้ นทานในธรรมชาติ เช่น ปัจจยั ที่
จาเปน็ ตอ่ การดารงชวี ิตซ่ึงมีอยู่อย่างจากัด (Carrying Capacity)
ไมว่ ่าจะเปน็ อาหาร พนื้ ท่อี ยอู่ าศัย พนื้ ท่สี าหรบั การวางไขห่ รอื การ
เล้ยี งดตู ัวอ่อน ตลอดจนขอ้ จากดั ทางสงิ่ แวดลอ้ มอน่ื ๆ เชน่
ปรมิ าณนา้ ฝน ความชื้นในอากาศ อณุ หภูมิ และสภาพความเป็น
กรดดา่ ง เป็นต้น

สมาชิกกลมุ่

นางสาวกาญจนา พทุ ธมิ า รหสั 65181100103

นางสาวแคทคริยา แสนใจ รหัส 65181100106 THANK YOU
THANK YOU
นางสาวฉัตรชฎา เสมอใจ รหสั 65181100109

นางสาวธมลวรรณ ยศวงค์ รหสั 65181100115

นางสาวปาลดิ า ตาวี รหัส 65181100119

นายภมู ทิ กั ษ์ มณฑารัตน์ รหสั 65181100121

นางสาวสุพรรษา วเิ ศษนที รหัส 65181100128

นางสาวอินทรา นอ้ ยราช รหัส 65181100130


Click to View FlipBook Version