ชายชราผู้หนึ่งมีฐานะยากจน สมบัติทั้งหมดที่เขามีก็คือบ้านเก่าๆ หลัง หนึ่งกับแม่ห่านอีกตัวหนึ่งเท่านั้น แม่ห่านจะออกไข่วันละฟองเพื่อให้ เขาน าไปขายที่ตลาดทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งแม่ห่านนึกสงสารจึงออกไข่ ทองค าฟองหนึ่งให้แก่ชายชราชายชราดีใจมาก รีบน าไข่ทองค าไปขาย ได้เงินมามากมายและท าให้ฐานะดีขึ้น แต่ชายชรายังไม่พอใจ เกิดความ โลภอยากจะได้ไข่ทองค าหลายๆ ใบในคราวเดียวกัน ชายชราคิดว่าในท้องห่านต้องมีไข่ทองค าเหลืออยู่อีกมาก วัน หนึ่งเขาจึงแอบย่องเข้าไปในเล้าห่าน แล้วเอามีดที่เตรียมไว้ผ่าท้องห่าน ทันที แต่อนิจจา นอกจากจะไม่พบไข่ทองค าเลยสักใบในท้องห่านแล้ว แม่ห่านก็ต้องมาตายลงอีกนับแต่นั้นเป็นตันมา ชายชราผู้โลภมากไม่มี ทั้งห่าน หรือแม้แต่ไข่ห่านสักใบให้น าไปขายอีกต่อไป
ครั้งหนึ่งมีกระต่ายตัวหนึ่งนอนหลับอยู่ใต้ต้นตาล ขณะที่นอนหลับอยู่ นั้นเกิดพายุใหญ่ ท าให้ลูกตาลหล่นลงที่พื้นดิน เกือบถูกกระต่าย กระต่ายตกใจตื่นขึ้น คิดว่าฟ้าถล่ม ลุกขึ้นวิ่งไปอย่างรวดเร็ว สัตว์ อื่นๆ เห็นกระต่ายวิ่งมา จึงถามกระต่ายว่า "ท่านวิ่งหนีอะไรมา" กระต่ายบอกว่า "ฟ้าถล่ม!" สัตว์เหล่านั้นได้ฟัง ก็วิ่งตามกระต่ายไปจนพบราชสีห์ตัวหนึ่ง ซึ่ง เป็นสัตว์เจ้าปัญญา เห็นสัตว์วิ่งมา ดังนั้นจึงถามว่า "พวกท่านวิ่งหนีอะไรมา" สัตว์เหล่านั้นบอกว่า "ฟ้าถล่ม" ราชสีห์จึงบอกให้สัตว์เหล่านั้น พาไปดู เมื่อได้ดูที่ต้นตาลก็เห็นลูก ตาลหล่นอยู่ที่โคนต้น ราชสีห์จึงว่า "คนที่โง่เขลา ไม่คิดอะไรให้รอบคอบ จึงได้รับ ผลตอบแทน เช่นนี้แหละ“ :
สิงโตตัวหนึ่ง ตกหลุมรักลูกสาวคนตัดไม้ มันจึงไปขอคนตัดไม้ให้ยกลูก สาวให้แต่งงานกันมัน คนตัดไม้ไม่อยากยกลูกสาวให้กับสิงโต แต่ก็ไม่ กล้าปฏิเสธ จึงนึกอุบายบอกกับสิงโตว่าจะยกลูกสาวให้ แต่มีข้อแม้ว่า "ลูกสาวข้าบอบบางยิ่งนัก ฟันและเล็บของท่านอาจท าอันตรายแก่นาง ได้ ถ้าท่านรักนางจริงก็ต้องถอนเขี้ยวเล็บของท่านออกให้หมดก่อน " สิงโตจึงตอบตกลงทันที มันรีบกลับไปถอนเขี้ยวเล็บของมันออกจนหมด แล้วมาหาคนตัดไม้และลูกสาวอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาไม่กลัวมันอีก ต่อไปแล้ว เจ้าสิงโตถูกพวกเขาใช้ไม้ไล่ตีจนต้องกลับเข้าไปอยู่ในป่ า ตามเดิม
ณ ป่ าแห่งหนึ่ง นกและแรดอาศัยอยู่ด้วยกันบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ วัน หนึ่งแม่นกออกไปหาอาหาร จึงไปฝากลูกๆ ไว้กับแรด ด้วยความหิว แรดจึงแอบกินลูกนกไปหนึ่งตัว เมื่อแม่นกกลับมาเห็นลูกหายไปจึงถาม แรดว่าลูกนกไปไหน แรดจึงตอบว่า "มีเหยี่ยวบินมาจับลูกนกของเจ้าไป แต่ข้าขึ้นไปช่วยไม่ทัน" แม่นกไม่เชื่อที่แรดพูด มันจึงแกล้งฝากลูกๆ ไว้ กับแรดอีกครั้ง และแอบซุ่มดูอยู่ใกล้ๆ เมื่อแรดเห็นว่าแม่นกไปแล้ว มัน จึงจับลูกนกกินแม่นกเห็นดังนั้นก็รีบบินออกมาช่วยลูกไว้ได้ทันและพา ลูกๆ ย้ายไปอยู่ที่อื่นทันที พร้อมประกาศให้บรรดาสัตว์ป่ าทั้งหลายรู้ถึง การกระท าของแรด จนไม่มีสัตว์ตัวไหนคบแรดเป็นเพื่อนอีกเลย
หมาป่ าตัวหนึ่งลอบเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อหาอาหาร ขณะที่เดินผ่านบ้าน หลังหนึ่ง มันบังเอิญได้ยินพี่เลี้ยงขู่เด็กทารกที่ก าลังร้องไห่ไม่หยุด ว่า "หยุดร้องเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะจับโยนให้หมาป่ ากินเลย" หมาป่ าได้ยินดังนั้นก็ดีไจ รีบเข้าไปซ่อนคอยที่อยู่ใต้ถุนบ้าน พลางนึกในใจว่าวันนี้คงได้กินอาหารเต็มอิ่มแน่ แต่มันเฝ้ารออยู่จนมืด ค ่าก็ไม่ได้ยินเสียงเด็กร้องอีกเลย เห็นแต่พี่เลี้ยงอุ้มเด็กขึ้นมากอดแล้ว พูดกับเด็กว่า "หนูไม่ร้องไห้แล้วน่ารักมาก พี่จะไม่โยนให้หมาป่ ากินแล้ว แต่ถ้า หมาป่ ามันเข้ามา เราจะช่วยกันตีให้ตายเลย" เมื่อหมาป่ าได้ยิน มันตกใจลนลานวิ่งหนีออกจากบ้านหลังนั้นไป ทันที ขณะที่มันวิ่งคอตกกลับรังด้วยความหิวนั้น มันนึกร าพึงในใจด้วย ความโมโหว่า "เราต้องอดอาหารจนแสบท้องอย่างนี้ เพราะหลงเชื่อค าพูดกลับ กลอกของมนุษย์นี่เอง“ :
บ้านหลังหนึ่งเลี้ยงสุนัขเอาไว้เฝ้าบ้าน สุนัขตัวนั้นซื่อสัตย์มากในยาม กลางคืนขณะที่มันนอนหลับ หากได้ยินเสียงผิดปกติมันก็จะลุกขึ้นมา เห่าเสมอเพื่อเตือนภัยแก่เจ้าของบ้าน คืนหนึ่งมันได้ยินเสียงฝีเท้าคนย ่าใบไม้ดังกรอบแกรบ แผ่วเบาที่ ใกล้รั้วบ้าน แม้จะได้เห็นว่าเป็นใครมันก็ส่งเสียงเห่าค ารามขู่ไว้ก่อน เจ้าหัวขโมยจึงโยนเนื้อชุบยาเบื่อชิ้นหนึ่งเข้ามาในรั้ว สุนัขเฝ้าบ้าน เดินเข้าไปดมๆ ใกล้ๆ แต่ก็ไม่กิน มันยังคงเห่าต่อไปจนกระทั่งเจ้าของ บ้านออกมาดู แล้วก็ช่วยกันจับขโมยได้ในที่สุด
สุนัขจิ้งจอกงจอกตัวหนึ่งอยากกินไก่บ้านมากจึงแกล้งถามด้วยอุบาย ว่า "เจ้าขันเสียงไพเราะเหมือนพ่อของเจ้าได้หรือไม่" ไก่บ้านหลงกลจึงหลับตาโก่งคอขันทันที สุนัขจิ้งจอกจึงฉวย โอกาสงับคอไก่แล้วพาวิ่งไป ชาวนาจึงตะโกนร้องว่าสุนัขจิ้งจอกขโมยไก่ของตน ไก่จึง หลอกให้สุนัขจิ้งจอกร้องบอกชาวบ้านว่า...ไก่ตัวนี้เป็นของมันไม่ใช่ของ ชาวบ้าน... จิ้งจอกเจ้าเล่ห์คิดว่าตนฉลาดแต่ที่แท้ยังขาดความเฉลียว ดังนั้นมันจึงอ้าปากร้องบอกชาวบ้านตามที่ไก่แนะน า ไก่จึงได้ทีรีบบิน ปรื๋อ...ออกจากปากหนีไปหาเจ้าของอย่างรวดเร็ว แล้วก็หัวเราะเยาะ สุนัขจิ้งจอกเป็นการใหญ่
เม่นตัวหนึ่งเดินผ่านมาเห็นสุนัขจิ้งจอกบาดเจ็บติดอยู่ในซอกหินริมล า ธาร มีเหลือบฝูงใหญ่ตอมดูดเลือดของมัน เม่นเวทนาจึงเอ่ยว่า "ข้า จะช่วยไล่พวกเหลือบเหล่านั้นให้ดีไหม" สุนัขจิ้งจอกส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ขอบใจเพื่อนเอ๋ย ถ้าท่านไล่ เหลือบฝูงนี้ไป ฝูงใหม่ที่หิวโซก็จะมาตอมดูดเลือดข้าอีก และฝูงนี้มันก็ ใกล้จะอิ่มแล้วมันก็อยู่เฉยๆ ข้าจึงไม่เจ็บปวดมากนัก“
เด็กชายคนหนึ่งได้รับอนุญาตให้ล้วงมือไปในคนโทเพื่อหยิบลูกเกาลัด ขึ้นมา แต่เขาหยิบขึ้นมาก าใหญ่เกินไปจึงไม่อาจดึงมือออกมาได้ เขาจึง ลุกขึ้นยืน ใจก็ดื้อดึงหาได้ยอมทิ้งลูกเกาลัดจากมือแม้เพียงลูกเดียว ใน ที่สุดเมื่อไม่ได้ลูกเกาลัดเต็มก ามือตามใจหมาย เขาก็เริ่มผิดหวัง วิตก กังวล และเริ่มร้องไห้ "ลูกเอ๋ย" แม่ของเขาเอ่ยขึ้น "จงพอใจกับเกาลัดเพียงครึ่งเดียวที่ เจ้าหยิบ เจ้าถึงจะดึงมือของเจ้าออกมาได้อย่างง่ายดาย จากนั้นค่อย กลับมาเอาลูกเกาลัดเพิ่มทีหลังก็ได้“