โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้กรมราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ โดยกองพัฒนาพฤตินิสัย กลุ่มงานฝึกวิชาชีพ ได้ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้ กรมราชทัณฑ์ในทุกมิติ เพื ่อเป็นการยกระดับทักษะของผู้ต้องขัง สร้างมาตรฐาน และคุณภาพงาน เครื่องเรือนไม้ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทสังคมการอยู่อาศัย ควบคู่กับการดำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ เครื ่องเรือนไม้ของกรมราชทัณฑ์ พร้อมทั้งสามารถเพิ ่มมูลค ่าและขยายฐานการตลาดของผลิตภัณฑ์ จึงได้ดำเนินการสืบเนื่องมาจากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้กรมราชทัณฑ์จำนวน 4 โครงการ ดังนี้ 51
1. โครงการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้กรมราชทัณฑ์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ กรมราชทัณฑ์เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาแบบผลิตภัณฑ์เครื ่องเรือนไม้กรมราชทัณฑ์ ให้มีความทันสมัยและสามารถเพิ่มมูลค่าทางการตลาดได้กอปรกับส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้บุคคลทั่วไป ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์แบบผลิตภัณฑ์ โดยมีการแบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท คือ Collection สินค้าเฟอร์นิเจอร์ชุดห้องนั ่งเล ่นสำหรับ 3 - 4 ที ่นั ่ง และ Collection สินค้าเฟอร์นิเจอร์ ชุดรับประทานอาหาร สำหรับ 4-6 ที่นั่ง ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักศึกษาและบุคคล ทั่วไปร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวด จำนวนทั้งสิ้น 163 คน ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการส่งแบบที่ได้รับรางวัล ให้เรือนจำผลิตเพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้กรมราชทัณฑ์ 2. โครงการจัดทำชุดสื่อวิดิทัศน์เพื่อเพิ่มทักษะเจ้าหน้าที่งานฝึกวิชาชีพ (งานเครื่องเรือนไม้) จำนวน 30 ชั่วโมง โครงการนี้เป็นกา รจัดท ำสื่อก ารอบ รมเพื่อก ารพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มทักษะเจ้าหน้าที่ งานฝึกวิชาชีพผู้รับผิดชอบงานเครื่องเรือนไม้ โดยมุ่งหวังให้เจ้าหน้าที่ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถศึกษารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื ่องเรือนไม้ชนิดต่างๆ เกี่ยวกับเทคนิค สีสันลวดลาย รูปแบบรูปทรง ที่อยู่ในความสนใจในท้องตลาด เพื่อนำมาปรับปรุงดัดแปลงให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของเรือนจำ/ทัณฑสถาน รวมทั้งสามารถนำไปถ่ายทอดให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน 3. โครงการประกวดผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้จากฝีมือผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์ ประจำปีพ.ศ. ๒๕๖5 กรมราชทัณฑ์มุ่งหวังให้เรือนจำ/ทัณฑสถานพัฒนาแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยและมีอรรถประโยชน์ สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ทั้งยังต้องคงไว้ซึ ่งอัตลักษณ์ด้านความแข็งแรงและทนทาน ของผลิตภัณฑ์ การประกวดในครั้งนี้ดำเนินการภายใต้ประเภทเก้าอี้นั ่งพักผ ่อน (อาร์มแชร์) และโต๊ะข้าง จำนวนอย่างละ 1 ตัว โดยเรือนจำ/ทัณฑสถานต้องใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งจากการประชาสัมพันธ์ มีเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศที่สนใจและมีความพร้อมในด้านโรงงานไม้ร่วมส่งผลงานผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้ จากฝีมือผู้ต้องขังเข้าร่วมประกวดจำนวน ๖๖ แห่ง จำนวนทั้งสิ้น 83 ชุด ผลการตัดสินการประกวดผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้จากฝีมือผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖5 รางวัลชนะเลิศ เรือนจำกลางเชียงราย รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ เรือนจำกลางบางขวาง 52
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๒ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี รางวัลชมเชย เรือนจำกลางบางขวาง รางวัลชมเชย เรือนจำอำเภอบัวใหญ่ รางวัลชมเชย ทัณฑสถานเปิดหนองน้ำขุ่น 4. โครงการนำร่องการฝึกปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนไม้ กองพัฒนาพฤตินิสัยได้มุ ่งเน้นให้ผู้เชี ่ยวชาญด้านการออกแบบเป็นผู้ฝึกสอนอย่างใกล้ชิด (Coach) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญฯ แต ่ละท ่านจะมีอิสระในการดำเนินการสอนและฝึกปฏิบัติการ (Workshop) ตามแนวทาง ของตนเอง โดยระบุให้ผู้เชี ่ยวชาญ ๑ ท ่าน ร ่วมกับเรือนจำ 1 แห ่ง ออกแบบและผลิตชิ้นงานที ่เป็นรูปธรรม อีกทั้ง โครงการได้กำหนดเรือนจำกลุ่มเป้าหมายเพื่อดำเนินการนำร่อง 6 แห่ง คือ เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำกลางเพชรบุรี เรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และเรือนจำพิเศษมีนบุรี 53
โครงการการแก้ไข ฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ประเภทเกษตรกรรม (เรือนจำแก้ไข ฟื้นฟูเฉพาะทางประเภทเกษตรกรรม) ๗ กองพัฒนาพฤตินิสัยได้ดำเนินการตามแผนการแก้ไขฟื้นฟูเฉพาะทาง เพื ่อพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 - 2562 (เรือนจำเฉพาะทางประเภทเกษตรกรรม) สู่การปฏิบัติ อย ่างต ่อเนื ่อง โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถานที ่ให้ความรู้และฝึกทักษะวิชาชีพด้านเกษตรกรรมสาขาต ่างๆ ให้แก่ผู้ต้องขัง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ได้กำหนดเป้าหมายเรือนจำทัณฑสถาน ดำเนินการจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ 1) ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก 2) ทัณฑสถานเปิดบ้านนาวง 3) ทัณฑสถานเปิดหนองน้ำขุ่น 4) เรือนจำกลางสุรินทร์ 5) เรือนจำจังหวัดตรัง 6) ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง 7) เรือนจำกลางระยอง 8) เรือนจำกลางราชบุรี 9) เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 9 แห่งสรุปผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. ผู้ต้องขังผ่านการฝึกอบรม จำนวน 900 คน 2. หน่วยงานวิทยากร ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระยอง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ชลบุรีบ้านสวนเพียงพอดีและเจ้าหน้าที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน การฝึกวิชาชีพด้านเกษตร ผู้ต้องขัง 54
โครงการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษเพื่อประชาชน ด้วยสถานการณ์อุทกภัยที ่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้พื้นที ่เพาะปลูกพืชผักในหลายจังหวัด ได้รับความเสียหายอย่างมากและขยายวงกว้าง เป็นเหตุให้พืชผักในท้องตลาดปรับราคาสูงขึ้น ประชาชนได้รับ ผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์ (นายอายุตม์ สินธพพันธุ์) จึงได้มีแนวคิดที่จะช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระประชาชน โดยมอบหมายให้เรือนจำ/ทัณฑสถานดำเนินการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ปลูกผักปลอดสารพิษ และแจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อช่วยลดค่าครองชีพในช่วงวิกฤตนี้ สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้ 1. เรือนจำ/ทัณฑสถาน ดำเนินการแจกจ่ายให้กับประชาชน จำนวน 42 แห่ง 2. ชนิดพืชผักที่แจกจ่าย จำนวน 38 ชนิด อาทิ ผักบุ้ง ผักชี ผักคะน้า ผักกาดขาว ต้นหอม ผักกวางตุ้ง ผักสลัด มะเขือยาว ถั่วฝักยาว มะละกอ กล้วยน้ำว้า ตะไคร้ ถั่วพู บวบ หัวปลี ผักหวาน ยอดแค ดอกแค แตงกวา มะนาว ข่า ใบมะกรูด ผักแพว ใบเตย กล้วยหอมทอง กะหล่ำดอก ชะอม กระเจี๊ยบ กระเพรา พริก ฝักเขียว มะเขือเปราะ ผักกาดเขียวปลี กระเจี๊ยบแดง ข้าวโพด โหระพา ผักชีฝรั่ง และมะระ 3. จำนวนการแจกจ่าย รวมทั้งสิ้น 5,905 กิโลกรัม 4. จำนวนประชาชนที่รับการแจกจ่าย รวมทั้งสิ้น 4,029 คน 55
โครงการพัฒนาการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านการเลี้ยงควายไทย เพื่อเตรียมความพร้อม การประกวดควายไทยในพื้นที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน กรมราชทัณฑ์ มีนโยบายการฝึกวิชาชีพ ผู้ต้องขังด้านการเลี้ยงสัตว์ ในการนี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ (นายอายุตม์ สินธพพันธุ์) ได้มอบหมายให้กองพัฒนา พฤตินิสัย ดำเนินโครงการเกี ่ยวกับการเลี้ยงควาย สวยงาม เนื่องจากเรือนจำ/ทัณฑสถานเปิดหลายแห่ง มีการเลี้ยงควายอยู ่แล้ว และจะนำมาประกวด คัดเลือกควายสวยงาม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว กองพัฒนาพฤตินิสัย จึงได้ดำเนินการสำรวจเรือนจำ/ ทัณฑสถาน การฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านการเลี้ยงควาย พร้อมทั้งจัดทำโครงการพัฒนาการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ด้านการเลี้ยงควายไทย เพื่อเตรียมความพร้อมการประกวดควายไทยในพื้นที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน ผลการดำเนินงาน สรุปได้ดังนี้ 1. เรือนจำ/ทัณฑสถาน ดำเนินการ จำนวน 28 แห่ง 2. จำนวนผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึกอบรมเลี้ยงควายไทย จำนวน 711 คน 3. หน่วยงานวิทยากร ได้แก่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลสุรินทร์มหาวิทยาลัยพะเยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยทักษิณ และวิทยากรภายใน 4. จำนวนควายไทยอยู่ในความครอบครองของเรือนจำ/ทัณฑสถาน รวมทั้งสิ้น 71 ตัว ประกอบด้วย - ควายไทย เพศผู้ จำนวน 27 ตัว - ควายไทย เพศเมีย จำนวน 44 ตัว 56
โครงการส่งเสริมการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านการเพาะเลี้ยงและเทคนิคการผสมพันธุ์ปลากัด เพื่อให้มีสีสันสวยงามตามความต้องการ ปลากัดเป็นสัตว์น้ำจืดขนาดเล็ก มีความสวยงาม เลี้ยงง ่าย ผู้เลี้ยงสามารถใช้เวลาว ่างให้เกิดประโยชน์ จากการดูแลและขยายพันธุ์ เกิดความเพลิดเพลิน ประกอบกับสามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่จำกัด ปัจจุบันนิยมเลี้ยง เป็นการค้า เนื่องจากมีตลาดผู้ซื้อรองรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมให้เรือนจำ/ทัณฑสถานระบบปิด ดำเนินการให้ความรู้และฝึกทักษะวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง ประกอบกับเพื่อสร้างสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ของกรมราชทัณฑ์โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีผลการดำเนินงานดังนี้ 1. เรือนจำ/ทัณฑสถาน ดำเนินการ จำนวน 124 แห่ง 2. จำนวนผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 3,610 คน 3. หน่วยงานวิทยากร ได้แก่ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 57
โครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังปลูกต้นกระบองเพชร (Cactus) เพื่อการค้า ต้นกระบองเพชรเป็นไม้ประดับเศรษฐกิจ ที ่ผู้ต้องขังสามารถประกอบอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงตนเอง และครอบครัวภายหลังพ้นโทษ ประกอบกับในขณะต้องโทษผู้ต้องขังสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์จากการดูแล และขยายพันธุ์ เกิดความเพลิดเพลิน สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพอื่นๆ อาทิ การจำหน่ายวัสดุปลูก เครื่องมือ และอุปกรณ์ ฯลฯ จึงได้จัดทำโครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังปลูกต้นกระบองเพชร (Cactus) เพื่อการค้า ดังนี้ 1. เรือนจำ/ทัณฑสถานดำเนินการ จำนวน 91 แห่ง 2. ผู้ต้องขังเข้ารับการอบรม จำนวน 2,824 คน 3. จำนวนกระบองเพชรที่ปลูก จำนวน 10,577 ต้น 58
โครงการประกวดการจัดสวนกระบองเพชรในภาชนะ กรมราชทัณฑ์ ได้จัดทำโครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังปลูกต้นกระบองเพชร (Cactus) เพื่อการค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับความรู้ด้านการปลูกต้นกระบองเพชร สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ ภายหลังพ้นโทษ อีกทั้งให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน เป็นแหล่งรวบรวมและขยายพันธุ์ต้นกระบองเพชร ในการนี้เพื ่อเป็นการต ่อยอดและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จากต้นกระบองเพชรให้มีความหลากหลายยิ ่งขึ้น ประกอบกับเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังปลูกต้นกระบองเพชร จึงได้จัดทำโครงการ ประกวดการจัดสวนกระบองเพชรในภาชนะ ในงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ประจำปี พ.ศ. 2565 (ครั้งที่ 53) ณ บริเวณสนามด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 เวลา 09.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์มอบหมาย ให้นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประกวดการจัดสวน กระบองเพชรในภาชนะ ณ พื้นที ่จัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ครั้งที ่ 53 ประจำปี 2565 โดยมีนายวิวัฒน์ เลาหพันธกิจ นายกสมาคมไม้ดอกไม้ประดับภาคตะวันออก นางพรเอื้อง ตรีทอง รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย นางสาวอริศรา คงคะรัศมี ผู้อำนวยการกลุ่มงานโครงการในพระดำริฯ และส่งเสริม การเกษตร พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที ่กรมราชทัณฑ์ เข้าร ่วมงานในครั้งนี้ โดยมีเรือนจำ/ทัณฑสถาน เข้าร่วมการประกวดฯ จำนวนทั้งสิ้น 38 แห่ง ผลการตัดสินการประกวดฯ มีรายนามดังต่อไปนี้ รางวัลที่ 1 ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก รางวัลที่ 2 ได้แก่ เรือนจำกลางเพชรบุรี รางวัลที่ 3 ได้แก่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รางวัลชมเชย ได้แก่ เรือนำจำกลางนครปฐม ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก เรือนจำอำเภอธัญบุรี 59
โครงการส่งเสริมการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลเพื่อเพิ่มศักยภาพการตลาด การปลูกไม้ผลนอกฤดูกาล นอกจากจะช ่วยเพิ ่มมูลค่าด้านราคาให้แก่ผลไม้ยังทำให้ขยายช่วงเวลา การทำตลาดผลไม้ได้ยาวนานมากขึ้น และยังเป็นโครงการที่ผู้ต้องขังสามารถประกอบอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงตนเอง และครอบครัวภายหลังพ้นโทษ ประกอบกับในขณะต้องโทษผู้ต้องขังสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์จากการดูแล และเพาะพันธุ์ เกิดความเพลิดเพลิน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลเพื่อเพิ่มศักยภาพ การตลาด ให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ผลการดำเนินงานสรุปได้ดังนี้ 1. เรือนจำ/ทัณฑสถาน ดำเนินการ 30 แห่ง 2. ผู้ต้องขังรวมทั้งสิ้น 900 คน 3. วิทยากรจากภายนอกหน่วยงานและวิทยากรภายใน 60
การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามความร่วมมือ เรื่อง การส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านหม่อนไหม ในพื้นที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน กรมราชทัณฑ์และกรมหม่อนไหม ได้ดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การส่งเสริม การประกอบอาชีพด้านหม ่อนไหมเมื ่อวันที ่ 27 กันยายน 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื ่อดำเนินการร ่วมกัน ในการส ่งเสริม แนะนำ การประกอบอาชีพด้านหม ่อนไหมในเรือนจำและทัณฑสถาน เพื ่อพัฒนาให้ผู้ต้องขัง ได้มีความรู้ ทักษะความชำนาญ นำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับสังคม ภายนอกได้อย่างปกติสุขภายหลังพ้นโทษและเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บุคลากร ทั้งสองฝ่ายสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลได้โดยง่าย ในการนี้ กรมราชทัณฑ์ได้จัดส่งบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือดังกล ่าวให้แก่เรือนจำ/ทัณฑสถาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านหม่อนไหม ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที ่หรือท้องถิ ่นของเรือนจำ/ทัณฑสถานรวมทั้งได้บูรณาการความร ่วมมือในพื้นที่ เรือนจำ/ทัณฑสถานเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ดำเนินกิจกรรมที่เหมาะสมตามบริบทของเรือนจำ/ทัณฑสถาน ตั้งแต ่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยได้ดำเนินการปลูกหม ่อนเลี้ยงไหมครบวงจรเริ ่มตั้งแต ่การปลูกหม ่อน การเลี้ยงไหม การทอผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีผลการดำเนินงานดังนี้ 1. การจัดนิทรรศการด้านหม ่อนไหมในงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2565 กรมหม่อนไหม มีกำหนดจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2565 ในธีมงาน “90 พรรษา ผ้าไหมไทยล้ำค่า สืบสานภูมิปัญญา พระมารดาแห่งไหมไทย” ระหว่างวันที่ 24 - 28 สิงหาคม 2565 ณ อาคาร 9 ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยได้ขอความ ร่วมมือกรมราชทัณฑ์ร่วมจัดนิทรรศการผลงานด้านหม่อนไหมจากผู้ต้องขังและผลงาน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ในการส ่งเสริมและสนับสนุนด้านหม่อนไหมจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 27 สิงหาคม 2565 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มอบหมายให้นางพรเอื้อง ตรีทอง นักทัณฑวิทยาชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งนักทัณฑวิยาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกอง พัฒนาพฤตินิสัย เป็นตัวแทนเข้าร ่วมงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที ่ 17 ประจำปี 2565 ในการนี้ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม ่ เรือนจำจังหวัดลำพูน และทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก เข้าร ่วมจัดนิทรรศการ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ณ ฮอลล์ 9 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี 61
๒.การจัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กรมราชทัณฑ์ได้กำหนดจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ประจำปี พ.ศ.2565 (ครั้งที ่ 53) ณ บริเวณสนามด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ระหว ่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึงวันที่ 4 กันยายน 2565 รวม 7 วัน ดังนั้น เพื ่อเป็นการขับเคลื ่อนการดำเนินงานฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ตามบันทึกข้อตกลงความร ่วมมือดังกล ่าวกองพัฒนาพฤตินิสัยจึงได้จัดทำโครงการจัดกิจกรรมเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังปลูกหม่อนเลี้ยงไหมโดยกำหนดกิจกรรมจัดแสดงนิทรรศการ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมราชทัณฑ์และกรมหม่อนไหม รวมทั้งการแสดงกระบวนการ ปลูกหม่อน - เลี้ยงไหม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การสาวไหม การทอผ้าไหม และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม 62
ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ดังนี้ กองพัฒนาพฤตินิสัย โดยกลุ่มงานส่งเสริมทักษะการทำงาน รับผิดชอบตัวชี้วัดตามนโยบายของส่วนราชการ ๘ 1. การกำกับ ดูแล และขับเคลื่อน การดำเนินการการขับเคลื่อนและสนับสนุนภารกิจด้านการส่งเสริม ทักษะการทำงานในเรือนจำ/ทัณฑสถาน (การจ้างงานผู้ต้องขัง) ➢ การกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานด้านการฝึกวิชาชีพและการส ่งเสริมทักษะการทำงาน (ด้านการจ้างงานผู้ต้องขัง) และให้กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดอัตราค่าจ้าง และทบทวน สัญญาจ้างงาน /สัญญาจ้างทำของ ให้มีความถูกต้อง เป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและเป็นไปตามอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละท้องที่ ณ ปัจจุบัน ➢ การกำชับ เรื ่องการใช้ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว ่าด้วยเงินผลพลอยได้จากการดำเนินงานฝึกวิชาชีพ ผู้ต้องขัง พ.ศ. 2563 และข้อบังคับกรมราชทัณฑ์ว ่าด้วยการจ ่ายเงินผลพลอยได้จากการดำเนินงานฝึกวิชาชีพ ผู้ต้องขังเป็นรางวัล พ.ศ. 2563 ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว ่าด้วยเงินผลพลอยได้จากการดำเนินงานฝึกวิชาชีพ ผู้ต้องขัง พ.ศ. ๒๕๒๓ ข้อ ๗ (๑) ได้กำหนดให้เรือนจำ/ทัณฑสถานเก็บไว้เป็นทุนหมุนเวียน ร้อยละ ๙๕ ซึ่งเรือนจำ สามารถนำไปใช้ได้ ๓ กรณี คือ ๑. การฝึกวิชาชีพ ๒. การจ่ายเงินรางวัลปันผล ๓. การพัฒนาเรือนจำในการที่ทัณฑสถาน วัยหนุ ่มกลางนำเงินทุนหมุนเวียนของทัณฑสถาน ไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงสถานที ่และจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ ในการใช้ฝึกวิชาชีพได้ การใช้เงินทุนหมุนเวียนของทัณฑสถานตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว ่าด้วยเงินผลพลอยได้ จากการดำเนินงานฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง พ.ศ. ๒๕๒๓ ควรคำนึงถึงสิทธิของบุคคลเป็นอันดับแรก คือ การจ ่ายเงิน รางวัลปันผลให้ผู้ต้องขัง แล้วจึงจะนำเงินทุนหมุนเวียนดังกล่าว ไปใช้ในกิจการอื่นๆ การส่งเสริมทักษะการท างานผู้ต้องขัง 63
➢การกำกับ ดูแล และขับเคลื่อน ตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของการพัฒนาและยกระดับส่งเสริม ทักษะการทำงานผู้ต้องขังให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล นำไปสู ่องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน กรมราชทัณฑ์ตระหนักถึงความสำคัญ ในการเคารพสิทธิมนุษยชน เพื ่อให้กระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ด้านการฝึกวิชาชีพและส ่งเสริมทักษะการทำงานผู้ต้องขัง เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล จึงกำชับเรือนจำ และทัณฑสถานที ่มีการดำเนินการฝึกวิชาชีพและส ่งเสริมทักษะการทำงานให้กับผู้ต้องขัง คำนึงและปฏิบัติ ให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่งมีสาระสำคัญ คือต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจและเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขัง ในการได้รับโอกาสการทำงานภายหลังพ้นโทษ รวมถึงต้องมีความปลอดภัยและอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย โดยให้ยึดถือเป็นแนวทางทางในการดำเนินงานที่เหมาะสม ต่อการพัฒนาพฤตินิสัยและส่งเสริม การฝึกวิชาชีพ และส่งเสริมทักษะการทำงานให้แก่ผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. การกำกับ ดูแล และขับเคลื่อน ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการเพิ่มยอดการจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ภายใต้แบรนด์“วันสุข” ผ่านช่องทาง Shopee/Lazada กรมราชทัณฑ์ ได้ส ่งเสริมสนับสนุนให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน มีการฝึกวิชาชีพอย ่างต ่อเนื ่อง โดยนำผลพลอยได้จากการฝึกวิชาชีพ (ผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์) จำหน่ายเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการฝึกวิชาชีพ และหากมีกำไรสามารถจ่ายเป็นเงินรางวัลปันผลให้ผู้ต้องขังไว้ใช้ขณะต้องโทษ และสะสมเป็นทุนเลี้ยงชีพภายหลัง พ้นโทษ และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติตเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้การจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์เปลี่ยนไปสู่การค้าออนไลน์อย่างแท้จริง ทั้งนี้ จึงได้ยกระดับและเพิ่มช่องทางการจำหน ่าย ผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขังบนเว็บสื ่อกลางการจัดจำหน่ายสินค้าออนไลน์ (e-marketplace) ภายใต้แบรนด์“วันสุข” ขึ้น ในปี 2565 มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 1,995,274 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนเก้าหมื่นห้าพันสองร้อยเจ็ดสิบสี่บาทถ้วน) 64
3. การดำเนินการการขับเคลื่อนและสนับสนุนภารกิจ การส่งเสริมทักษะการทำงานในสถานประกอบการ ภายนอกเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ ยกเลิก “ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการจ่ายนักโทษเด็ดขาดออกทำงานฝึกวิชาชีพ ในสถานประกอบการ นอกเรือนจำ พ.ศ. 2559” และประกาศใช้ “ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการจ่ายนักโทษ เด็ดขาดออกทำงานฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการนอกเรือนจำ พ.ศ. 2565” พร้อมแนวทางการดำเนินการ ตามนโยบายการฝึกอบรมวิชาชีพและส่งเสริมทักษะการทำงานผู้ต้องขังออกทำงานฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการ นอกเรือนจำ 4. การกำกับดูแล และรายงานผล การดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานเรือนจำ 10 ด้าน ด้านที่ 7 มาตรฐานด้านการทำงานและการใช้แรงงานผู้ต้องขัง (Work and Laboure Force) และการกำกับดูแล และรายงานผล การดำเนินการ มาตรฐานความโปร่งใสของเรือนจำ ๕ ด้าน ข้อ ๓. มาตรฐาน ด้านการทำงานของผู้ต้องขัง 5. การดำเนินการจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ประจำปี พ.ศ. 2565 (ครั้งที่ 53) ➢ กรมราชทัณฑ์ กำหนดจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ประจำปี พ.ศ. 2565 (ครั้งที่ 53) ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม - 4 กันยายน 2565 ณ บริเวณสนามหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ➢ มีเรือนจำ/ทัณฑสถานที ่มาร ่วมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์และ ร่วมแสดงศักยภาพผู้ต้องขัง จำนวน 87 แห่ง ➢ ปริมาณสินค้าที่นำมาจำหน่าย จำนวนเงินทั้งสิ้น 29,809,748 บาท (ยี่สิบเก้าล้านแปดแสนเก้าพันเจ็ด ร้อยสี่สิบแปดบาทถ้วน) ➢ ยอดการจำหน่ายสินค้า ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 4 กันยายน 2565 รวม 7 วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12,187,491 บาท (สิบสองล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) 65
6. การดำเนินการขับเคลื่อน งานสนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ➢ กรมราชทัณฑ์ ร ่วมกิจกรรมและร ่วมจำหน ่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ งาน “เพื ่อนพึ ่ง (ภาฯ) ๒๕๖5” ขึ้นระหว่างวันที่ ๓ - ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และจัดงานในรูปแบบเสมือนจริงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในระหว่างวันที่ ๓ - ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ สรุปยอดการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ ๓ - ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ โดยการจำหน่าย ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน Shopee “ร้านวันสุข Wansook กรมราชทัณฑ์” จำนวน 25,113 บาท และการประชาสัมพันธ์และจำหน ่ายผ ่านศูนย์จำหน ่ายผลิตภัณฑ์ ราชทัณฑ์กลาง กรมราชทัณฑ์ ชั้น 2 จำนวน 7,356 บาท รวมจำนวนทั้งสิ้น 32,469 บาท (สามหมื่นสองพันสี่ร้อยหกสิบเก้าบาทถ้วน) 66
➢ กรมราชทัณฑ์ เข้าร ่วม โครงการ Online Marketplace โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเป็นหนึ่ง ในโครงการที ่จัดทำขึ้นเนื ่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของสำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งแต ่วันที ่ 16 พฤษภาคม ถึง 14 มิถุนายน 2565 ➢ กรมราชทัณฑ์ได้รับการประสานงานจาก สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ร ่วมจัดกิจกรรม “ผ้าไทย สายใยยุติธรรม” ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เนื ่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 เพื ่อส ่งเสริม และสนับสน ุนการใช้และสวมผ้าไทย ซึ ่งเป็นพระราชปณิธานในการอน ุรักษ์ของวัฒนธรรมของชาติ ในระหว่างวันที่ 1 - 5 สิงหาคม 2565 67
โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังกลุ่มพิเศษเพื่อจัดสวัสดิการสำหรับเด็กในความดูแลผู้ต้องขัง ๙ ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว ่าด้วยเด็กในความดูแลของผู้ต้องขัง พ.ศ.2561 ได้ให้คำจำกัดความ ของเด็กในความดูแลของผู้ต้องขัง หมายความว่า เด็กอายุต่ำกว่าสามปีซึ่งอยู่ในความดูแลของผู้ต้องขังและติดมายัง เ รือนจ ำ แล ะเด็กซึ่งคลอดใน ร ะห ว่างที่ม า รด าถูกคุมขังอยู่ในเ รือนจ ำแล ะอ ายุยังต่ำก ว่าส ามปี จากการจัดเก็บสถิติข้อมูลเด็กติดผู้ต้องขังเข้าออกเรือนจำทั ่วประเทศ เฉลี ่ยเดือนละประมาณ 300 คน ทำให้กรมราชทัณฑ์มีภาระในการดูแลเด็กในความดูแลของผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ประกอบ กับสถานการณ์ในปัจจุบันซึ ่งเป็นที ่ยอมรับว ่า การช ่วยให้เด็กได้มีชีวิตเริ ่มต้นที ่ดีตั้งแต ่อยู ่ในครรภ์มารดา ช่วยในการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ทางกรมราชทัณฑ์ได้อนุมัติจัดสรร งบประมาณรายจ ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ผลผลิต : ผู้ต้องขังได้รับการควบคุม ดูแล งบดำเนินงาน (ค ่าวัสดุ) รายการวัสดุสำหรับเด็กติดผู้ต้องขัง จำนวน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) เพื ่อเป็นค ่าใช้จ ่าย ในการจัดสวัสดิการเด็กในความดูแลของผู้ต้องขัง โดยกลุ่มงานสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง จัดสรรงบประมาณ ให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน ตามอัตราส่วนที่มีกลุ่มเป้าหมายในความดูแล รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) สำหรับจัดสวัสดิการเด็กในความดูแลของผู้ต้องขัง ในอัตราค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐาน ต่อคนต่อปี ของกลุ่มผู้รับบริการสงเคราะห์ตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด รายการ ผลการดำเนินงาน เด็ก (คน) รจ./ทส. (แห่ง) จำนวนเงิน (บาท) หนังสือ 1.จัดสรรให้ รจ./ทส. ครั้งที่ 1 72 40 423,000 หนังสือกองพัฒนาพฤตินิสัย ที่ ยธ 0708.4/100495 ลว. 2 ธ.ค. 64 2.จัดสรรให้ รจ./ ทส. ครั้งที่ 2 80 39 480,000 หนังสือกองพัฒนาพฤตินิสัย ที่ ยธ 0708.4/1433 ลว. 1 เม.ย. 64 การสงเคราะห์ และจัดสวัสดิการผู้ต้องขัง 68
ทั้งนี้ กองพัฒนาพฤตินิสัย ได้ดำเนินการส ่งคืนเงินงบประมาณให้กรมราชทัณฑ์เพื ่อนำไปใช้จ ่าย ตามนโยบายจำเป็นเร่งด่วน เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 จำนวน 18,000 บาท จัดสรรงบประมาณประจำปี งบป ระม าณ พ.ศ.2565 ร ายก า รค ่ าวัสด ุส ำห รับเด็กติดผู้ต้องขัง จ ำนวน 1 ,070,000 บ าท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามโครงการจัดหาวัสดุ-อุปกรณ์สำหรับเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก ในความดูแลของผู้ต้องขัง และจัดทำมุมนมแม ่ในเรือนจำ (ที่มีแดนหญิง)/ทัณฑสถานหญิง จำนวน 107 แห่ง แห่งละ 10,000 บาท ตามหนังสือกองพัฒนาพฤตินิสัย ด่วนมาก ที่ ยธ 0708.4/866 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2565 69
โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังกลุ่มพิเศษเพื่อจัดสวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ กรมราชทัณฑ์ มีการปฏิบัติต ่อผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ ตามข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติ ต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง (ข้อกำหนดกรุงเทพ Bangkok Rules) โดยมีการปรับปรุงสถานที่รับเลี้ยงเด็กและพื้นที่สำหรับหญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น โดยกำหนดให้เรือนจำ ที่มีแดนหญิง หรือทัณฑสถานหญิงทุกแห่ง ต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์โดยกลุ่มงาน สวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง ได้จัดสรรงบประมาณให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน ตามอัตราส่วนที่มีกลุ่มเป้าหมาย ในความดูแล รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,000,000 บาท สำหรับจัดสวัสดิการผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ในอัตราค่าใช้จ ่าย จำเป็นพื้นฐานต่อคนต่อปีของกลุ่มผู้รับบริการสงเคราะห์ตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด รายการ ผลการดำเนินงาน รจ./ทส. (แห่ง) ผตข.ตั้งครรภ์ (คน) จำนวนเงิน (บาท) 1. จัดสรรให้ รจ./ทส. ครั้งที่ 1 74 159 477,000 2. จัดสรรให้ รจ./ ทส. ครั้งที่ 2 61 138 414,000 3. จัดสรรให้ รจ./ทส. ครั้งที่ 3 16 37 109,000 70
การรับบริจาคสิ่งของจากหน่วยงานภายนอกเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการ และการตอบขอบคุณ กรณีการบริจาคสิ่งของให้กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานในสังกัดกรมราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ ได้มีการประสานหน ่วยงานเครือข่ายภายนอก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม ให้เข้ามามีส ่วนร ่วมในการสนับสนุนการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ โดยการบริจาคสิ ่งของเครื ่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ซึ่งการดำเนินงานให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ.2526 และระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการ รับเงิน ทรัพย์สิน หรือสละแรงงานที ่มีมูลค ่า พ.ศ.2547 รวมถึงระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง และกรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานสำหรับเรือนจำ/ทัณฑสถาน ให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดโดยให้จัดทำคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจรับและจัดสรรสิ ่งของบริจาค การจัดทำทะเบียนคุมพัสดุสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ ของทางราชการ ตามแนวทางการรับบริจาคทรัพย์สินฯ เพื่อการจัดสวัสดิการแก่ผู้ต้องขัง ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของผู้บริจาค และนโยบายของกรมราชทัณฑ์ด้านการป้องกันการนำสิ่งของเข้าภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้ดำเนินการรับมอบสิ ่งของบริจาคจากบุคคล/หน ่วยงานเครือข ่ายภายนอก เพื่อจัดสวัสดิการแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน มีรายละเอียดดังนี้ 1. ในส่วนกรมราชทัณฑ์ โดยกลุ่มงานสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง กองพัฒนาพฤตินิสัยเป็นหน่วยงาน ที ่ดำเนินการรับมอบสิ ่งของบริจาค เพื ่อการจัดสวัสดิการผู้ต้องขัง ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค โดยมีหน่วยงานเครือข่ายที่บริจาคสิ่งของให้กรมราชทัณฑ์ จำนวน 27 แห่ง คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,404,098.81 บาท พร้อมทั้งจัดทำหนังสือตอบขอบคุณทุกหน่วยงาน 2. การดำเนินงานของเรือนจำ/ทัณฑสถาน เมื่อได้รับมอบบริจาคสิ่งจากบุคคล/หน ่วยงานเครือข่ายแล้ว จะดำเนินการตามแนวทางการรับบริจาคสิ ่งของ และระเบียบที ่เกี ่ยวข้อง พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงาน มายังกรมราชทัณฑ์ พร้อมภาพถ่ายกิจกรรม หากมีกรณีที่สิ่งของบริจาคมีมูลค่าเกินกว่าอำนาจของผู้บัญชาการ เรือนจำ/ผู้อำนวยการทัณฑสถาน กรมราชทัณฑ์จะจัดทำหนังสือตอบขอบคุณหน่วยงานเครือข่ายที่ให้การสนับสนุน ภารกิจของเรือนจำ/ทัณฑสถาน โดยถือปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการตอบขอบคุณ กรณีการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือสละแรงงานเพื่อการกุศล พ.ศ.2547 แล้วแต่กรณี โดยมีหน่วยงานเครือข่าย ที ่บริจาคสิ ่งของให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 27 แห ่ง จากผู้บริจาค จำนวน 55 ราย คิดเป็นมูลค ่าทั้งสิ้น 2,299,555.52 บาท 71
โครงการสวัสดิการผู้ต้องขังสูงอายุ สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ คิดเป็นร้อยละ 10.4 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว ่าจะเข้าสู ่สังคมผู้สูงอายุ โดยสมบูรณ์ในช ่วงปี พ.ศ.2567 - 2568 ในเรือนจำ/ทัณฑสถานทั ่วประเทศ ผู้ต้องขังสูงอายุโดยส ่วนใหญ่ มักจะมีปัญหาในด้านสุขภาพ เป็นผลจากเป็นช ่วงวัยที ่ร ่างกายมีการถดถอยและเสื ่อมลง เป็นผลทำให้โรคภัย ไข้เจ็บต ่างๆ เบียดเบียน ดังนั้น การจัดสวัสดิการให้แก ่ผู้ต้องขังสูงอายุ ได้แก ่ การจัดเครื ่องอุปโภคบริโภค อาหารเสริม และอุปกรณ์ออกกำลังกาย ฯลฯ จึงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขังสูงอายุ ส่งเสริมให้ผู้ต้องขัง สูงอายุรู้สึกว่า ตนเองยังมีคุณค่า และมีกำลังใจในการปรับปรุงตนเอง เพื่อจะเป็นพลเมืองที่ดีต่อไป กรมราชทัณฑ์ ได้อน ุมัติจัดสรรจัดสรรงบประมาณรายจ ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ผลผลิต : ผู้ต้องขัง ได้รับการควบคุม ดูแล งบดำเนินงาน ค่าวัสดุ รายการวัสดุสำหรับผู้ต้องขังสูงอายุ จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ ่งล้านบาทถ้วน) และงบประมาณโครงการกำลังใจในพระดำริฯ สำหรับใช้จ ่ายในการดำเนินงาน โ ค รง ก า ร พัฒ น า คุณ ภ า พ ชีวิต ผู้ต้อง ขัง ก ลุ่ม พิเ ศ ษ เ พื่อ จัด ส วัส ดิก า ร ส ำ ห รับ ผู้ต้อง ขัง สูง อ า ยุ จำนวน 1,500,000 บาท (หนึ ่งล้านห้าแสนบาท) รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 2,500,000 บาท (สองล้าน ห้าแสนบาท) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช ่น การจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการจัดสวัสดิการ และดูแลฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง 72
โครงการสวัสดิการผู้ต้องขังพิการ เพื ่อเป็นการยกระดับการปฏิบัติต ่อผู้ต้องขังพิการ ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดอนุสัญญาระหว ่างประเทศ และแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเพื่อพัฒนาสู่มาตรฐานองค์กรด้านคนพิการ จึงได้มีการพัฒนาศูนย์พัฒนา และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการขึ้นในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการพิทักษ์สิทธิ และพัฒนาคนพิการ ได้แก ่ เรือนจำกลางบางขวาง และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อจัดกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย การฝึกวิชาชีพ การส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ กิจกรรมนันทนาการ และการอบรมเพื ่อปรับสภาพทางร ่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือเสริมสร้างสมรรถภาพให้ดีขึ้น รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมสำหรับผู้ต้องขังพิการ ซึ่งจะช่วย เพื่อให้ผู้ต้องขังพิการเหล่านี้ กองพัฒนาพฤตินิสัย ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลสถิติผู้ต้องขังพิการจากเรือนจำ/ทัณฑสถานทั ่วประเทศ พบว่า เรือนจำ/ทัณฑสถานที่มีกลุ่มเป้าหมาย รวม 132 แห ่ง มีผู้ต้องขังพิการทั้งสิ้นจำนวน 3,812 คน กรมราชทัณฑ์ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 แผนงานพื้นฐาน ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ผลผลิต : ผู้ต้องขังได้รับการควบคุม ดูแล งบดำเนินงาน ค่าวัสดุ รายการผู้สำหรับผู้ต้องขังพิการ จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และงบประมาณโครงการ กำลังใจในพระดำริฯ สำหรับใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังกลุ่มพิเศษเพื่อจัดสวัสดิการ สำหรับผู้ต้องขังพิการ จำนวน 906,000 บาท (เก้าแสนหกพันบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,906,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนหกพันบาทถ้วน) ให้เรือนจำ/ทัณฑสถานเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง พิการให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น การจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการจัด สวัสดิการและดูแลฟื้นฟูอย ่างต ่อเนื ่องได้ดำเนินการจัดสวัสดิการผู้ต้องขังพิการ การจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้สามารถบริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผู้ต้องขังพิการได้รับการจัดสวัสดิการได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรม จึงเห็นควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับผู้ต้องขังพิการ คนละ 500 บาทต่อคนต่อปีรวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 1,906,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนหกพันบาทถ้วน) 73
การจัดสรรเงินผลพลอยได้ประเภทเงินทุนพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อการจัดสวัสดิการผู้ต้องขัง (ร้อยละ 60) กรมราชทัณฑ์ ได้ออกระเบียบว ่าด้วยเงินผลพลอยได้ จากการดำเนินงานฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง พ.ศ.2563 โดยกำหนด ให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน ดำเนินการจัดเก็บเงินผลพลอยได้ ร้อยละ 95 ไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อใช้จ่ายในการดำเนิน กิจการฝึกวิชาชีพ และกิจการที่เป็นประโยชน์โดยตรงหรือต่อเนื่อง กับการฝึกวิชาชีพ และจ่ายเป็นเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขัง และเจ้าพนักงานเรือนจำ และร้อยละ 5 ให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน นำส ่งกรมราชทัณฑ์เป็นเงินทุนพัฒนาพฤตินิสัย เพื ่อใช้จ ่าย ในการจัดสวัสดิการผู้ต้องขัง การส ่งเสริมสนับสนุนกิจกรรม ที่เกี่ยวกับการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง และกำหนดให้นำส่งกรมราชทัณฑ์ ทุกสิ้นเดือนกันยายน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2565 มีการจัดสรรเงินผล พลอยได้ ประเภทเงินทุนพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อการจัดสวัสดิการ ผู้ต้องขัง (ร้อยละ 60) เป็นเงินจำนวน23,842,403.34 บาท (ยี่สิบสามล้านแปดแสน สี่หมื่นสองพันสี่ร้อยสามบาทสามสิบสี่ สตางค์) โดยมีการดำเนินการดังนี้ 1. จัดสรรเงินผลพลอยได้ฯ วงเงินร้อยละ 40 และ วงเงินร้อยละ 30 ในการดำเนินงานโครงการภายในเรือนจำ/ ทัณฑสถาน จำนวน 86 แห่ง จำนวน 158 โครงการ รวมเป็นเงิน ทั้งสิ้น 17,575,461.48 บาท (สิบเจ็ดล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นห้า พันสี่ร้อยหกสิบเอ็ดบาทสี่สิบแปดสตางค์) 2. จัดสรรเงินผลพลอยได้ฯ วงเงินร้อยละ 15 สำหรับ สำนัก/กอง ในการดำเนินงานโครงการภายในสำนัก/กอง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,204,091.50 บาท (หกล้านสองแสนสี่ พันเก้าสิบเอ็ดบาทห้าสิบสตางค์) 3. จัดสรรเงินผลพลอยได้ฯ วงเงินร้อยละ 15 สำนัก/กอง ในการเบิกจ ่ายค ่าธรรมเนียมการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12,850 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันแปดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) 4. จัดสรรเงินผลพลอยได้ฯ วงเงินร้อยละ 15 สำนัก/กอง ในการดำเนินงานโครงการจ่ายเงินรางวัลให้ผู้ต้องขัง ที่ประสบอันตรายจากการกระทำการตามหน้าที่ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) 74
การจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์ให้การสนับสนุนการดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณสถาน ให้เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ประเภทเงินทุนพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อการจัดสวัสดิการ พ.ศ.2548 โดยกำหนดกรอบแนวทางการปฏิบัติและเกณฑ์การจัดสรรเงินผลพลอยได้ฯ เพื่อใช้ในการจัดสวัสดิการสำหรับผู้ต้องขัง ส่วนที่ 3 ร้อยละ 30 กรณีร้อยละ 15 ใช้สำหรับการจัดสวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังกรณีพิเศษ ได้แก่ การจ่ายเงินรางวัล ให้แก่ผู้ต้องขังที่ประสบอันตรายจากการปฏิบัติงานตามหน้าที ่ ค ่าใช้จ ่ายสำหรับการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ต้องขัง ค ่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ต้องขังกรณีเจ็บป ่วยรุนแรงและไม ่ได้รับสิทธิค ่ารักษาพยาบาลจากรัฐบาล รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขัง ที่หน่วยงานระดับกองหรือหน่วยงานส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ที่มีฐานะเทียบเท่ากอง เป็นผู้ดำเนินการเอง กองพัฒนาพฤตินิสัย ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนงานการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ให้กับผู้ต้องขัง เพื่อเป็นการจัดสวัสดิการและให้การสงเคราะห์แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน โดยจัดสรร เงินผลพลอยได้ประเภทเงินทุนพัฒนาพฤตินิสัย เพื ่อการจัดสวัสดิการผู้ต้องขัง จากวงเงินร้อยละ 15 สำนัก/กอง เป็นค่าธรรมเนียมการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้กับผู้ต้องขัง ให้กับเรือนจำ/ทัณฑสถาน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12,850 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันแปดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) ในไตรมาสที่ 4 สำหรับเรือนจำ/ทัณฑสถาน 13 แห่ง เป็นเงิน 12,850 บาท 75
การจ่ายเงินรางวัล กรณีผู้ต้องขังประสบอันตรายจากการทำงานตามหน้าที่ (อันเกิดจากการฝึกวิชาชีพ) กรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดแนวทางการขอรับสวัสดิการผู้ต้องขัง กรณีผู้ต้องขังประสบอันตรายจากการทำงาน ตามหน้าที่ อันเนื่องมาจากการฝึกวิชาชีพในเรือนจำตามที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานเรือนจำให้ปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกวิชาชีพ หรือเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะฝึกวิชาชีพ เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตาม ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลให้ผู้ต้องขังที่กระทำการตามหน้าที่ซึ่งต้องประสบอันตราย พ.ศ.2552 ทั้งนี้ได้กำหนดให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และรายงานความเห็นโดยความเห็นชอบของผู้บัญชาการเรือนจำ/ผู้อำนวยการทัณฑสถาน ตามกรอบแนวทาง ปฏิบัติและเกณฑ์การจัดสรรเงินผลพลอยได้ฯ เพื่อใช้ในการจัดสวัสดิการสำหรับผู้ต้องขัง โดยใช้จ่าย วงเงินร้อยละ 15 สำหรับการจัดสวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังกรณีพิเศษ ได้แก่ การจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขัง ที่ประสบอันตราย จากการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ค ่าใช้จ ่ายสำหรับการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ต้องขัง ค ่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ต้องขังกรณีเจ็บป ่วยรุนแรงและไม ่ได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาลจากรัฐบาล รวมถึงกิจการเกี ่ยวเนื ่อง กับการจัดสวัสดิการผู้ต้องขัง ที่หน่วยงานระดับกองหรือหน่วยงานส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ที่มีฐานะเทียบเท่ากอง เป็นผู้ดำเนินการเอง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีเรือนจำ/ทัณฑสถาน ได้แจ้งความประสงค์ขอรับเงินรางวัลให้แก ่ผู้ต้องขัง ที่ประสบอันตรายจากการทำงานตามหน้าที่ ซึ่งกองพัฒนาพฤตินิสัย ได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารการขอรับเงิน รางวัล ประกอบกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของเรือนจำ/ทัณฑสถาน เพื ่อขอรับการจัดสรร เงินผลพลอยได้ ประเภทเงินทุนพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อการจัดสวัสดิการผู้ต้องขังสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ต้องขัง ที ่ประสบอันตรายจากการทำงานตามหน้าที ่ให้กับผู้ต้องขัง จำนวน 5 คนรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) การมอบทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขังและบุตรผู้พ้นโทษ ประจำปีการศึกษา 2565 กรมราชทัณฑ์ ได้รับทราบความเดือดร้อนของครอบครัวผู้ต้องโทษอยู ่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน โดยเมื ่อครอบครัวขาดบุคคลที ่เป็นเสาหลักหรือหัวหน้าครอบครัว ซึ ่งเป็นผู้ที ่หารายได้มาเจือจุนสมาชิก ภายในครอบครัวให้อยู่ดีกินดี ทำให้รายได้ของครอบครัวลดลง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพทำให้มีความเดือดร้อน และผู้ต้องโทษ ก็มีความวิตกกังวลและห่วงใยครอบครัว ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้ ต้องโทษ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ต้องโทษในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ได้สำนึกในความห่วงใยของสังคม ภายนอก เพื่อเป็นแรงจูงใจในประพฤติปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม กรมราชทัณฑ์จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิ พิบูลสงเคราะห์ มูลนิธิส ่งเสริมพลเมืองดี องค์กรการกุศล สำนักงานสลากกินแบ ่งรัฐบาลและผู้มีจิตศรัทธา เข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจของกรมราชทัณฑ์โดยให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือบุตรผู้ต้องขังที่ประสบความเดือดร้อน เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์และอุปกรณ์การเรียน เป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้ต้องขัง เนื ่องจากบิดาหรือมารดาต้องโทษ ด้วยการบริจาคเงินสนับสนุนช ่วยเหลือเป็นทุนการศึกษา แก ่บุตรผู้ต้องขัง ซึ่งได้ดำเนินการมอบทุนการศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน 76
กองพัฒนาพฤตินิสัย โดยกลุ่มงานสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง ได้ดำเนินการมอบทุนการศึกษา แก่บุตรผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถานต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเป็นการบรรเทาปัญหา ความเดือดร้อนของครอบครัวผู้ต้องขังและบุตรผู้พ้นโทษ สำหรับการดำเนินงานมอบทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขัง และบุตรผู้พ้นโทษ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 มีรายละเอียดดังนี้ 1. การมอบทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ประจำปีการศึกษา 2565 เป็นการดำเนินการ ต ่อเนื ่องมาจากปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยพิจารณาจากระยะเวลาปีการศึกษาของนักเรียน/นักศึกษา เป็นหลัก และได้ดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2565 1.1 ได้รวบรวมข้อมูลผู้ต้องขังที ่แจ้งความประสงค์ขอรับทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขัง และบุตร ผู้พ้นโทษจากเรือนจำ/ทัณฑสถาน และดำเนินการคัดเลือกบุตรผู้ต้องขังและบุตรผู้พ้นโทษที่มีคุณสมบัติ ตามเกณฑ์ให้ได้รับทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขังของมูลนิธิพิบูลสงเคราะห์ และมูลนิธิส่งเสริมพลเมืองดี ซึ่งได้แจ้ง การอนุมัติวงเงินเพื่อให้การสนับสนุนทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขังและบุตรผู้พ้นโทษ ประจำปีการศึกษา 2564 เพื่อพิจารณาสั่งจ่ายเช็ค รวม 165 ฉบับ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 377,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) 1.๒ เรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 59 แห่ง ได้ดำเนินการมอบเช็คของขวัญธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาท่าน้ำนนทบุรี และสาขารัตนาธิเบศร์ให้แก่บุตรผู้ต้องขังและบุตรผู้พ้นโทษ รวม 164 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 375,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) 2. การมอบทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ประจำปีการศึกษา 2564 ได้แจ้ง ให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน ดำเนินการดังนี้ 2.1 สำรวจผู้ต้องขังที่มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่บุตรผู้ต้องขัง 2.2 แจ้งให้บุตรผู้ต้องขังที ่ขอรับทุนการศึกษา กรอกรายละเอียดในใบสมัครขอรับทุนการศึกษา (มพส.002) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา/ปวช./ปวส. และระดับอุดมศึกษา (ผู้ที่ศึกษาอยู่ในระดับอนุบาล ไม่เข้าเกณฑ์การพิจารณารับทุนการศึกษา) พร้อมติดรูปถ่าย จำนวน 2 ใบ และเขียนจดหมาย ขอทุนการศึกษา 2.3 ดำเนินการสัมภาษณ์ และประสานงานกับผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือครู/อาจารย์ประจำชั้น ของสถานศึกษาที่บุตรผู้ต้องขังศึกษาอยู่ เพื่อติดต่อขอผลการเรียนของบุตรผู้ต้องขัง (ตามแบบ สค. 4) 2.4 ดำเนินการสัมภาษณ์ และเยี่ยมบ้าน (ตามแบบ สค.5) สำหรับการดำเนินการมอบทุนการศึกษา แก่บุตรผู้ต้องขัง ประจำปีการศึกษา 2565 กำหนดให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน จัดส่งใบสมัคร ข อ รับทุน ฯ กลับมายังกรมราชทัณฑ์ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ขณะนี้ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบ ความถูกต้อง เพื่อส่งต่อมูลนิธิพิบูลสงเคราะห์ และองค์กรการกุศล ดำเนินการในส่วน ที่เกี่ยวข้องต่อไป 77
การใช้จ่ายเงินกองทุนสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์ มีนโยบายให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน พิจารณาหาแนวทางจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ และการสงเคราะห์ผู้ต้องขังขึ้น ตามความเหมาะสมของเรือนจำ/ทัณฑสถาน แต ่ละแห ่ง โดยให้ขอรับการสนับสนุน จากองค์กรเอกชน มูลนิธิ สมาคม และองค์กรการกุศลในท้องถิ ่น เพื ่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ต้องขัง ในด้านต่างๆ เช่น ทุนการศึกษาสำหรับผู้ต้องขัง ทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขัง การสงเคราะห์ผู้ต้องขังไม่มีญาติเยี่ยม ในการสนับสนุนการดำเนินงานของเรือนจำ/ทัณฑสถาน เพื่อให้การสงเคราะห์ผู้พ้นโทษ และการจัดหายาเพิ่มเติม สำหรับผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย รวมถึงกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ และให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการรับ จ่ายและเก็บรักษาเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ผู้ต้องขัง พ.ศ.๒๕๔๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๖ กรมราชทัณฑ์ อนุมัติให้เรือนจำกลางเขาบินใช้จ่ายเงินต้นกองทุนสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง จำนวน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เป็นค ่าแว ่นสายตาสำหรับผู้ต้องขังที่มีปัญหาทางสายตา และมีเรือนจำ/ ทัณฑสถาน จำนวน 16 แห่ง รายงานผลการใช้จ ่ายเงินกองทุนฯ จำนวน 79,768.47 บาท (เจ็ดหมื่นเก้าพัน เจ็ดร้อยหกสิบแปดบาทสี่สิบเจ็ดสตางค์) และรับบริจาคเข้ากองทุนฯ จำนวน 105,958.90 บาท (หนึ่งแสนห้าพันเก้า ร้อยห้าสิบแปดบาทเก้าสิบสตางค์) 78
การดำเนินงานมาตรฐานเรือนจำด้านที่ 9 มาตรฐานการให้บริการผู้ต้องขัง (Services) ตามมาตรฐานเรือนจำ 10 ด้าน ของกรมราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ ได้จัดทำมาตรฐานเรือนจำ 10 ด้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้งานราชทัณฑ์มีแนวทาง การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบทของค่านิยม พฤติกรรม และวัฒนธรรมของสังคมไทย สอดคล้องกับหลักการหรือปรัชญาที ่เป็นมาตรฐานสากล และเป็นที ่ยอมรับของนานาอารยประเทศ โดยได้กำหนด ให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน ดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง กองพัฒนาพฤตินิสัย กลุ่มงานสวัสดิการ และสงเคราะห์ผู้ต้องขัง ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานตามมาตรฐานเรือนจำด้านที่ 9 ด้านการให้บริการผู้ต้องขัง (Services) โดยพิจารณาว ่า ผู้ต้องขังพึงได้รับสิทธิหรือประโยชน์ของผู้ต้องขัง และการบริการจากเรือนจำ/ ทัณฑสถาน ตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ทุกประการ ทั้งนี้ ต้องดำเนินการ ให้สภาพความเป็นอยู่ผู้ต้องขังภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน มีความแตกต่างจากสภาพภายนอกน้อยที่สุด โดยความแตกต่างดังกล่าว ต้องคำนึงถึงจุดดุลยภาพระหว่างหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการลงโทษ รวมถึงต้องอยู่ภายใต้ระบบการตรวจสอบเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัย กองพัฒนาพฤตินิสัย ได้ดำเนินงานตามมาตรฐานเรือนจำด้านที ่ 9 ด้านการให้บริการผู้ต้องขัง (Services) ด้านสังคมสงเคราะห์ มีผลการดำเนินงานดังนี้ 1. เรือนจำ/ทัณฑสถาน เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้เข้าพบนักสังคมสงเคราะห์ ผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ หรือนักจิตวิทยา เพื่อขอคำปรึกษา โดยมีสถิติผู้ต้องขังขอรับคำปรึกษาด้านสังคมสงเคราะห์ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ตามตัวชี้วัดข้อ 74 คิดเป็นร้อยละ 98.20 ตามช่องทางที่จัดให้ผู้ต้องขังได้ยื่นคำร้องขอเข้าพบและรับบริการตาม เกณฑ์ที่กำหนด 2. เรือนจำ/ทัณฑสถาน มีการดำเนินการให้บริการด้านสวัสดิการ ด้านสงเคราะห์ และหรือด้านบำบัด โดยใช้กระบวนการทางด้านสังคมสงเคราะห์ จัดให้มีสถานที่หรือห้องที่เหมาะสม ปลอดภัย สำหรับให้บริการด้าน สวัสดิการ ด้านสงเคราะห์ และด้านการบำบัดทางจิต ตามตัวชี้วัดข้อ 75 ดังนี้ 2.1 จัดให้มีสถานที่/ห้องที่เหมาะสมปลอดภัย สำหรับให้บริการด้านสวัสดิการ ด้านสงเคราะห์และด้านการบำบัด ทางจิต 2.2 มีการประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจ ให้แก่ผู้ต้องขัง โอกาสที่จะขอรับการสงเคราะห์ภายในเรือนจำ 2.3 มีการจัดบริการด้านสวัสดิการ ด้านสงเคราะห์ และหรือด้านบำบัดโดยใช้กระบวนการทางด้านสังคมสงเคราะห์ เช่น การสังคมสงเคราะห์เฉพาะราย และ/หรือการสังคม สงเคราะห์กลุ่มชน 2.4 มีการจัดแบบฟอร์มขอรับบริการไว้ในแต่ละแดน 2.5 มีการประสานงาน และส่งต่อผู้ต้องขังที่ขอรับบริการกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.6 มีการติดตาม และประเมินผลผู้ต้องขังที่ขอรับบริการ 2.7 รายงานผลการดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชาทราบ 79
โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้ ๑๐ าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจ และความหวัง กรมราชทัณฑ์” กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจ และความหวัง กรมราชทัณฑ์” ดังนี้ ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ รุ่นที่ ระยะเวลาการฝึกอบรม จำนวนผู้เข้ารับ การอบรม (คน) ผู้ต้องขัง วันที่ 5 ธันวาคม 2564 4/1 10 มกราคม – 23 มกราคม 2565 12,806 4/2 31 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์ 2565 7,523 4/3 18 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2565 4,032 4/4 9 - 22 มีนาคม 2565 2,312 4/5 23 มีนาคม - 6 เมษายน 2565 1,643 รวมผู้เข้ารับการอบรม 28,316 ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ รุ่นที่ ระยะเวลาการฝึกอบรม จำนวนผู้เข้ารับ การอบรม (คน) ผู้ต้องขัง วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 3/3 29 กันยายน - 12 ตุลาคม 2564 5,060 3/4 18 - 31 ตุลาคม 2564 2,163 3/5 5 - 18 พฤศจิกายน 2564 1,332 3/6 24 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2564 558 รวมผู้เข้ารับการอบรม 9,113 การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย 80
ศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู ่หัว “โคกหนองนาแห ่งน้ำใจ และความหวัง กรมราชทัณฑ์” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบโครงการพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์ ” เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห ่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” และเพื ่อเป็นการเผยแพร ่ประชาสัมพันธ์โครงการ พระราชทานในพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ให้กับผู้ต้องขังญาติผู้ต้องขัง และประชาชนที่สนใจ 1. แต่งตั้งศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” จำนวน 30 แห่ง 2. จัดแสดงนิทรรศการและการประกวดศูนย์ศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ณ ห้องสัมมนากรมราชทัณฑ์ ชั้น 3 3. การศึกษาดูงานและอบรมสัมมนาถอดบทเรียนศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ระหว่างวันที่ ๒ ถึง ๕ สิงหาคม 2565 ณ ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก (ศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ) ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์ พอเพียงพรรณา และโรงแรมเดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คณะผู้บริหารระดับสูง ของกรมราชทัณฑ์ คณะกรรมการกิตติมศักดิ์ ผู้ตัดสินการประกวดศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานฯ และเจ้าหน้าที ่ครูพาทำ ผู้รับผิดชอบการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้จากเรือนจำ/ทัณฑสถานตัวอย ่างความสำเร็จ จำนวน 30 แห่ง ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ รุ่นที่ ระยะเวลาการฝึกอบรม จำนวนผู้เข้ารับ การอบรม (คน) ผู้ต้องขัง วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 5/1 1 กันยายน - 14 กันยายน 2565 11,109 5/2 19 กันยายน - 2 ตุลาคม 2565 6,036 รวมผู้เข้ารับการอบรม 17,145 81
กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ จากเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศแห่งละ 1 คน รวมจำนวน 137 คน และเจ้าหน้าที่ ส่วนกลาง กรมราชทัณฑ์ จำนวน 4 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 141 คน เข้ารับการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาระบบ กสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง” ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรีโดยหลักสูตรดังกล ่าว มีระยะเวลาในการฝึกอบรม จำนวน 5 วัน วิทยากรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เกี่ยวกับเกษตร ทฤษฎีใหม่และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยรุ่นที่ 1 สำหรับเรือนจำ/ทัณฑสถาน เขต 1 - 5 ดำเนินการฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 23 – 27 มิถุนายน 2565 และรุ่นที่ 2 สำหรับเรือนจำ/ทัณฑสถาน เขต 6 - 10 ดำเนินการฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2565 82
โครงการคืนคนดีสู่สังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โครงการคืนคนดีสู่สังคมเพื่อรับแนวทางการเรื่องงบประมาณและการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ กรมราชทัณฑ์ กำหนดวันที่จะให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน ดำเนินการจ้างงานผู้พ้นโทษโดยเงื ่อนไขคือ จะต้องเป็น ผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมประพฤติรายใหม ่ หรือเป็นผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมประพฤติที ่มีการจ้างงานมาแล้วติดต ่อกัน ไม ่เกิน 9 เดือน เนื ่องจากวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เป็นการให้ความช ่วยเหลือผู้พ้นโทษในช ่วงแรก และสนับสนุนให้หางานตามความถนัดต่อไป ตำแหน่งการจ้างงานมี 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย - ตำแหน่งพนักงานขับรถ อัตราเงินเดือน 9,000 บาท - ตำแหน่งพนักงานทั่วไป อัตราเงินเดือน 9,000 บาท - ตำแหน่งพนักงานครูสอนนวด/เสริมสวย อัตราเงินเดือน 9,000 บาท การจัดสรรเงินงบประมาณ จะดำเนินการจัดสรรเงินงบประมาณ ให้เรือนจำและทัณฑสถานเป็นระยะเวลา 4 งวด คือ งวดที ่ 1 ภายในเดือนพฤศจิกายน งวดที ่ 2 ภายในเดือนมกราคม งวดที ่ 3 ภายในเดือนมีนาคม และงวดที่ 4 ภายในเดือนมิถุนายน โดยจะติดตามความคืบหน้าในการเบิกจ่ายงบประมาณแล้วจะพิจารณาจัดสรร งบประมาณ งวดต่อไปให้ตามลำดับ และจะมีหนังสือสำรวจอัตราและเงินค่าจ้างงาน ผู้พ้นโทษไปยังเรือนจำ/ทัณฑสถาน ในแต่ละงวด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กรมราชทัณฑ์ ได้รับการจัดสรรเงินสำหรับเป็นค่าจ้างผู้พ้นโทษ จำนวน 5,560,213.01 บาท (ห้าล้านห้าแสนหกหมื่นสองร้อยสิบสามบาทหนึ่งสตางค์) และได้รับจัดสรรอัตรา การจ้างงานผู้พ้นโทษ ซึ ่งกรมราชทัณฑ์ ได้จัดสรรอัตราการจ้างงานผู้พ้นโทษให้กับเรือนจำ/ทัณฑสถาน ทั่วประเทศที่มีความต้องการในการจ้างงานผู้พ้นโทษในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รวมจำนวนทั้งสิ้น 95 อัตรา ผลการดำเนินงานเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย เป็นการช่วยเหลือผู้พ้นโทษให้สามารถปรับตัว และปรับสภาพจิตใจ ก่อนที่จะออกไปสู่สังคมภายนอกได้อย่างแท้จริง ตลอดจนผู้พ้นโทษเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในศักดิ์ศรี ศักยภาพ และคุณค่าของตนเอง ซึ่งเป็นเกราะป้องกันที่จะมิให้ผู้พ้นโทษหวนกลับไป กระทำผิดซ้ำ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ สังคม ชุมชน ควรให้โอกาสและยอมรับว่าผู้พ้นโทษเหล่านี้ได้กลับตนเป็นคนดีของสังคมแล้ว ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (CARE : Center for Assistance to Reintegration and Employment) กรมราชทัณฑ์ ได้มีนโยบายให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (CARE : Center for Assistance to Reintegration and Employment) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือ ผู้พ้นโทษให้มีงานทำทั้งขณะต้องโทษในเรือนจำ และการนำความรู้จากการอบรมวิชาชีพไปประกอบอาชีพภายหลัง พ้นโทษ รวมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้พ้นโทษในด้านต่างๆ เพื่อดำเนินการตามนโยบายในการคืนคนดี สู่สังคม เพื่อให้ผู้พ้นโทษมีอาชีพ มีงานทำภายหลังพ้นโทษ สามารถช่วยเหลือตนเอง ไม่เป็นภาระแก่ครอบครัว และสังคม และไม ่กลับมากระทำผิดซ้ำ และเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐมนตรีว ่าการกระทรวงยุติธรรม ในการให้หน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมบูรณาการการทำงานเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้กระทำผิดอย่างยั่งยืน ในขณะนี้ได้มีการดำเนินการโครงการดังกล่าวภายใน เรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 137 แห่ง 83
ข้อมูลการเข้าใช้บริการศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (CARE) ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 รายละเอียดตามแบบฟอร์มการรายงาน รวมทั้งสิ้น(คน) 1. จำนวนผู้เข้าใช้บริการ (คน) 80,868 2. การให้ความช่วยเหลือของศูนย์ CARE 2.1 ด้านการมีงานทำ 848 - การนำ ผตข. ออกไปฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการ - โครงการจ้างงานคืนคนดีสู่สังคม - ได้รับการจ้างงานอื่นๆ (ประสานงานโดยศูนย์ CARE) 302 211 335 2.2 การแนะนำแหล่งงาน/ตำแหน่งงานว่าง 40,759 2.3 ผู้ได้รับทุนประกอบอาชีพ (ทุนนายแพทย์ปราเสริฐฯ,ทุนมูลนิธิฯทุน ป.ป.ส. ,ทุน พ.ม. ฯลฯ) 23 2.4 การให้การสงเคราะห์ด้านต่างๆ 39,238 - ค่าพาหนะกลับภูมิลำเนา - ทุนการศึกษาบุตรผู้ต้องขัง - ที่พักอาศัยภายหลังพ้นโทษ - ด้านการรักษาพยาบาล - การสงเคราะห์ด้านอื่นๆ 8,637 0 235 915 29,451 ที่ รายการ ประมาณการ ปี พ.ศ.2565 ใช้จ่ายจริง ปี พ.ศ.2565 จำนวน (ราย) คงเหลือ หมายหตุ 1. การสงเคราะห์ทุนประกอบอาชีพ 300,900 - - 300,900 อยู่ระหว่าง การพิจารณาทุนฯ 2. การสงเคราะห์ทุนการศึกษา บุตรผู้ต้องขัง 279,000 279,000 117 - 3. การสงเคราะห์ค่าเบี้ยเลี้ยงและ ค่าพาหนะกลับภูมิลำเนา 40,000 27,696 86 12,304 84
มูลนิธิพิบูลสงเคราะห์ มูลนิธิพิบูลสงเคราะห์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2499 โดยจอมพลป. พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้บริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) เนื่องในวันวิสาขบูชา มอบให้กรมราชทัณฑ์ ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิขึ้น ต ่อมากรมราชทัณฑ์จึงได้แต ่งตั้งกรรมการขึ้นเพื ่อพิจารณา วางหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดตั้ง บริหารงานโดยคณะกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานมูลนิธิฯ และได้รับการประกาศให้เป็นองค์กรสาธารณกุศล ลำดับที่ 892 ตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2555 (ราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 129 ตอนพิเศษ 186 ง) มูลนิธิส่งเสริมพลเมืองดี มูลนิธิส่งเสริมพลเมืองดี เดิมชื่อ มูลนิธิอาสาสมัครคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้ง มูลนิธิขึ้นเมื ่อวันที ่ 3 มกราคม 2540 โดยมีวัตถุประสงค์เพื ่อให้การสงเคราะห์ช ่วยเหลือบุคคลและครอบครัว ที่เกี่ยวข้องกับการคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ ได้แก่ ผู้ถูกคุมประพฤติ ผู้พ้นโทษตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เกี ่ยวกับการคุมประพฤติ และ อาสาสมัครคุมประพฤติ รวมทั้งดำเนินการ หรือร ่วมมือกับหน ่วยงานอื่น เพื่อแก้ไข ฟื้นฟู สงเคราะห์ผู้กระทำผิดให้กลับตนเป็นพลเมืองดีเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 กรมราชทัณฑ์ จึงได้มีการเปลี ่ยนแปลงแก้ไขชื ่อของมูลนิธิอาสาสมัครคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ มาเป็นมูลนิธิส ่งเสริมพลเมืองดี เมื ่อวันที ่ 23 มกราคม 2547 และดำเนินงานเป็นต้นมา ปัจจุบันมูลนิธิส ่งเสริมพลเมืองดี ได้รับการประกาศ กระทรวงการคลังฯ ลงวันที ่ 25 พฤศจิกายน 2564 (ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั ่วไป เล ่ม 128 ตอนพิเศษ 142 ง) ที่ รายการ ประมาณการ ปี พ.ศ.2565 ใช้จ่ายจริง ปี พ.ศ.2565 จำนวน (ราย) คงเหลือ หมายหตุ 1. การสงเคราะห์ทุนประกอบอาชีพ 1,000,000 - - 1,000,000 อยู่ระหว่าง การพิจารณาทุนฯ 2. การสงเคราะห์ทุนการศึกษา บุตรผู้ต้องขัง 255,000 - - 255,000 อยู่ระหว่าง การพิจารณาทุนฯ 3. การสงเคราะห์ค่าเบี้ยเลี้ยงและ ค่าพาหนะกลับภูมิลำเนา 140,000 - - 140,000 อยู่ระหว่าง การพิจารณาทุนฯ 85
ลำดับ โครงการ เงินที่ได้รับ(บาท) ใช้ไป(บาท) คืนเงิน(บาท) ๑ โครงการจัดสวัสดิการและสงเคราะห์ ผู้ต้องขัง และขับเคลื่อนการดำเนินงาน ของเรือนจำให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล 12,000,000 11,984,820 15,180 ๒ โครงการอำนวยการปฏิบัติงานหลัก ในการขับเคลื่อนงานเพื่อพัฒนาพฤตินิสัย ผู้ต้องขัง 763,200 759,337.5 3,862.5 ๓ โครงการการพัฒนาด้านจิตใจเพื่อสร้าง คุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้ต้องขัง 6,500,000 6,100,329.26 399,670.74 ๔ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังเพื่อคืน คนดีสู่สังคม 51,294,000 51,092,033 201,967 ๕ โครงการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงาน และส่งเสริมการมีงานทำ 1,000,000 1,000,000 0 รวม 71,557,200 70,936,519.76 620,680.24 การบริหารเงินงบประมาณ ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ 86
โครงการจัดสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง และขับเคลื่อนการดำเนินงานของเรือนจำ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โครงการ เงินที่ได้รับ (บาท) ใช้ไป(บาท) คืนเงิน(บาท) โครงการจัดสวัสดิการและสงเคราะห์ ผู้ต้องขัง และขับเคลื่อนการดำเนินงาน ของเรือนจำให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล 12,000,000 10,958,214.0 1,041,786.0 รวม 12,000,000 10,958,214.0 1,041,786.0 87
เงินที่ได้รับ 763,200 บาท ใช้ไป 759,337.50 บาท คืนเงิน 3,862.50 บาท โครงการอำนวยการปฏิบัติงานหลักในการขับเคลื่อนงานเพื่อพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โครงการการพัฒนาด้านจิตใจเพื่อสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้ต้องขัง โครงการ เงินที่ได้รับ(บาท) ใช้ไป(บาท) คืนเงิน(บาท) โครงการการพัฒนาด้านจิตใจเพื่อสร้าง คุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้ต้องขัง 6,500,000 6,099,009.26 400,990.74 รวม 6,500,000 6,099,009.26 400,990.74 โครงการ เงินที่ได้รับ(บาท) ใช้ไป(บาท) คืนเงิน(บาท) โครงการอำนวยการปฏิบัติงานหลักในการ ขับเคลื่อนงานเพื่อพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง 763,200 759,337.5 3,862.5 รวม 763,200 759,337.5 3,862.5 88
เงินที่ได้รับ 51,294,000 บาท ใช้ไป 51,060,640.50 บาท คืนเงิน 233,359.50 บาท โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังเพื่อคืนคนดีสู่สังคม โครงการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ โครงการ เงินที่ได้รับ (บาท) ใช้ไป(บาท) คืนเงิน(บาท) โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังเพื่อคืน คนดีสู่สังคม 51,294,000 51,060,640.5 233,359.5 รวม 51,294,000 51,060,640.5 233,359.5 โครงการ เงินที่ได้รับ (บาท) ใช้ไป(บาท) คืนเงิน(บาท) โครงการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานและ ส่งเสริมการมีงานทำ 1,000,000 1,000,000 0 รวม 1,000,000 1,000,000.0 0.0 89
ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานเงินทุนพัฒนาพฤตินิสัย รวม 39,965,700.73 บาท การบริหารงานการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังเรือนจำ/ทัณฑสถาน 140 แห่ง รวม 1,302,716,814.41 บาท 20,104,736.00 67,708,435.59 995,802,878.34 9,341,121.55 14,514,969.89 124,197,675.09 71,046,997.95 0 400,000,000 800,000,000 1,200,000,000 ผลิตหลักเขต จ าหน่ายสินค้า จ าหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม จ าหน่ายสัตว์เลี้ยง จ าหน่ายผลิตผลการเกษตร แรงงานรับจ้าง เงินผลพลอยได้อื่น จ านวนเงิน การบริหารเงินงบประมาณ ประเภทเงินผลพลอยได้จากการด าเนินงาน ฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ 1,737,384.26 90,490.00 6,110,403.78 112,440.49 25,074,433.89 634,648.31 6,205,900.00 0 5,000,000 10,000,000 15,000,000 20,000,000 25,000,000 30,000,000 ค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าใช้จ่ายอบรม/เดินทาง ค่าวัสดุ/ค่าใช้สอย ค่าสาธารณูปโภค เงินสนับสนุนโครงการเรือนจ า ค่าเสื่อมราคา/ตัดจ าหน่าย ค่าสวัสดิการผู้ต้องขัง จ านวนเงิน 90
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารงานการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง - 1,737,384.26 - - 90,490.00 6,110,403.78 112,440.49 - 634,648.31 6,205,900.00 - 25,074,433.89 1,302,716,814.41 14,173,416.76 30,662,972.99 196,661,009.14 310,152.65 58,570,690.45 29,759,692.70 920,061,275.10 54,813,377.04 7,382,250.40 2,893,700.22 67,614,395.05 0 500,000,000 1,000,000,000 1,500,000,000 รายได้จากการด าเนินงาน ค่าใช้จ่ายบุคคลการ เงินรางวัลเจ้าพนักงาน เงินรางวัลผู้ต้องขัง ค่าใช้จ่ายอบรม/เดินทาง ค่าวัสดุ / ค่าใช้สอย ค่าสาธารณูปโภค ต้นทุนขายสินค้าและบริการ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจ าหน่าย ค่าสวัสดิการผู้ต้องขัง ค่าใช้จ่ายโครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ค่าใช้จ่ายระหว่างหน่วยงานและค่าใช้จ่ายอื่น เรือนจ า กพน. 91
ภาคผนวก 92
93
94
95