The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by oilly2012, 2022-03-25 13:10:37

แผนการจัดการเรียนรู้ อาชีวะ

รวมเล่ม 1

แผนการจัดการเรยี นรู้มุง่ เน้นสมรรถนะ

ชือ่ วิชา วทิ ยาศาสตรเ์ พือ่ พฒั นาทกั ษะชีวติ รหัสวิชา 20000-1301
ทฤษฎี 1 ปฏิบตั ิ 2 หน่วยกิต 2

หลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศักราช 2562
หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง กลุ่มวชิ าวทิ ยาศาสตร์

จัดทาโดย
นางสาวณฐั วดี หอมบปุ ผา

สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ



คานา

วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000-1301 จัดอยู่ในหมวดวิชาสมรรถนะ
แกนกลาง กลุ่มวิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 สานักงาน
คณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ โดยแบ่งหน่วยการเรียนรู้ออกเป็น 9 บทเรียน
และได้จัดแผนการจัดการเรียนรู้ / แผนการสอนมุ่งเน้นฐานสมรรถนะ Competency Based และการบูรณาการ
Integrated ตรงตามจุดประสงค์รายวิชา มาตรฐานรายวิชา คาอธิบายรายวิชา ในแต่ละบทเรียนมุ่งให้
ความสาคัญ ส่วนที่เป็นความรู้ ทฤษฎี หลักการ กระบวนการ และส่วนที่เป็นทักษะประสบการณ์ เร่งพัฒนา
บทบาทของผู้เรียนเป็นผู้จัดการแสวงหาความรู้ Explorer เป็นผู้สอนตนเองได้ สร้างองค์ความรู้ใหม่ และ
บทบาทของผู้สอนเปลี่ยนจากผู้ให้ความรเู้ ปน็ ผู้จดั การชแี้ นะ Teacher Roles จดั สิง่ แวดล้อมเอือ้ อานวยต่อความ
สนใจเรียนรู้ และเป็นผู้ร่วมเรียนรู้ Co-Investigator จัดห้องเรียนเป็นสถานที่ทางานร่วมกัน Learning Context
จัดกลุ่มเรียนรู้ให้รู้จักทางานร่วมกัน Grouping ฝึกการยอมรับความคิดเห็นร่วมกัน สามารถนาความรู้ไป
ประยุกต์ใชใ้ นการทางานได้ โดยจะต้องมีความเชื่อมนั่ ความซ่อื สัตย์ Trust และเหนือสิ่งอืน่ ใด เป็นคนดีทง้ั กาย
วาจา มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000-1301 ประกอบด้วย
แผนการจัดการเรียนรู้ จานวน 1 แผน โดยผู้สอนได้จัดทาและเรียบเรียงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ
สมรรถนะการเรียนรู้และได้นาเสนอมาพร้อมนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้สืบค้นหรือผู้ที่เก่ียวข้องในการจัด
การศึกษา และหวงั อย่างยิง่ ว่าแผนการจัดการเรียนรนู้ จี้ ะเปน็ ประโยชน์ต่อทกุ ท่าน

ณัฐวดี หอมบุปผา
ผู้จัดทา



สารบญั

เรือ่ ง หน้า

คานา ก

สารบัญ ข

หลกั สตู รรายวิชา……………………………………………………………….......................................……....… 1

ลกั ษณะรายวิชา……………………………………………………………………………………………………………......... 2

ตารางวิเคราะห์หลกั สูตร………………………………………………………………………………………………………. 3

หน่วยการเรยี นรู้……………………………………………………………………………………………………………......... 4

หน่วยการเรยี นรแู้ ละสมรรถนะประจาหน่วย………………………………………………………………………… 8

แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ…………………………………………………………………………....…. 10

สาระสาคัญ……………………………………………………………………………………………………………………. 10

สมรรถนะประจาหน่วย………………………………………………………………………………………………….. 10

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้……………………………………………………………………………………………………. 10

สาระการเรียนรู้……………………………………………………………………………………………………………… 10

เนอื้ หาสาระการเรียนรู้…………………………………………………………………………………………………… 10

กจิ กรรมการเรียนรู้………………………………………………………………………………………………………… 11

สอื่ การเรยี นร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้……………………………………………………………………………………… 13

เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้……………………………………………………………………………….. 13

การบรู ณาการ/ความสัมพันธ์กบั วิชาอืน่ ………………………………………………………………………… 13

การวดั และประเมนิ ผล…………………………………………………………………………………………………… 13

บันทึกหลังสอน……………………………………………………………………………………………………………… 14

รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้……………………………………………………………………………… 15

ภาคผนวก 16

ภาคผนวก ก สื่อการจัดการเรยี นรู้ เรื่อง สถานะของสาร.................................................... 17

หนังสือเรียน วิชาวิทยาศาสตรเ์ พอ่ื พฒั นาทักษะชีวติ ของสานักพมิ พ์เอมพันธ์………..…… 18

กลอ่ ง The Box States เรอ่ื ง สถานะของสาร…………………............................................. 18

โปรแกรม Plickers เรื่อง สถานะของสาร…………………............................................……… 19

ภาคผนวก ข ใบความรแู้ ละใบงาน เรื่อง สถานะของสาร..................................................... 21

ใบความรู้ เรือ่ ง สถานะของสาร............................................……………………………………… 22

ใบงาน เรื่อง สถานะของสาร............................................…………………………………………… 23

เฉลยใบงาน เร่อื ง สถานะของสาร…………………………............................................……….. 24

ภาคผนวก ค แบบประเมนิ ผลการเรียนรผู้ ู้เรยี น……………………………………………………………........ 25

แบบประเมนิ แบบทดสอบจากโปรแกรม Plickers………………………………………………………….. 26



แบบประเมนิ ใบงาน………………………………………………………………………………………………………… 28
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงานกลมุ่ ……………………………………………………………………………. 31
แบบประเมนิ พฤติกรรมตามคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์……………………………………………….. 33

1

หลกั สูตรรายวชิ า

ชื่อวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ พือ่ พัฒนาทกั ษะชีวติ รหัสวิชา 20000-1301
ทฤษฎี 1 ปฏิบตั ิ 2 หน่วยกิต 2

หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562
หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง กลุ่มวชิ าวทิ ยาศาสตร์

จุดประสงคร์ ายวิชา เพอ่ื ให้
1. รแู้ ละเข้าใจเกีย่ วกบั หน่วยและการวัด แรงและการเคลื่อนที่ นาโนเทคโนโลยี อะตอมและตารางธาตุ

สารและการเปลีย่ นแปลง
2. สามารถสารวจตรวจสอบเก่ียวกับการวัด การเคลื่อนที่ อะตอมและธาตุ สาร และทากิจกรรม

โครงงานวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพ่อื นาไปประยกุ ต์ใช้ในวิชาชีพและชีวติ ประจาวนั
3. มีเจตคติและกจิ นิสยั ที่ดีต่อการศึกษาและสารวจตรวจสอบด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เก่ียวกับหลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์

หน่วยและการวัด อะตอมและตารางธาตุ สารและการเปลี่ยนแปลง นาโนเทคโนโลยี และระบบนิเวศ
2. คดิ คานวณเกี่ยวกบั หน่วยและการวัด แรงและการเคลือ่ นที่ตามหลกั การ
3. ปฏิบัติกจิ กรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
4. ปฏิบัติทดลองเกี่ยวกบั สาร การเปลีย่ นแปลงและปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั โดยใช้กระบวนการ

ทางวิทยาศาสตร์
คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ หน่วยและ
การวัด แรง การเคลื่อนที่ นาโนเทคโนโลยี โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ สารและการเปลี่ยนแปลง
ปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพและระบบนิเวศ

2

ลกั ษณะรายวิชา

หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.)
ชื่อวิชา วิทยาศาสตรเ์ พ่อื พฒั นาทักษะชวี ิต รหสั วิชา 20000-1301
ทฤษฎี 1 ปฏิบตั ิ 2 หน่วยกติ 2 (3 ชัว่ โมง) เวลาเรียนตอ่ ภาค 54 ช่ัวโมง

จุดประสงคร์ ายวชิ า คาอธบิ ายรายววชิ า ช่วั โมง

1. รแู้ ละเข้าใจเกีย่ วกบั หน่วยและการวดั แรงและ ศึกษาและปฏิบตั ิเก่ยี วกบั กระบวนการทาง 54
การเคลื่อนที่ นาโนเทคโนโลยี อะตอมและตาราง วิทยาศาสตร์ กจิ กรรมโครงงาน
ธาตุ สารและการเปลยี่ นแปลง วิทยาศาสตร์ หน่วยและ การวัด แรง
2.สามารถสารวจตรวจสอบเกีย่ วกับการวดั การเคลือ่ นที่ นาโนเทคโนโลยี โครงสรา้ ง
การเคลือ่ นที่ อะตอมและตารางธาตุ สารและทา อะตอมและตารางธาตุ สารและการ
กจิ กรรมโครงงานวิทยาศาสตรโ์ ดยใช้กระบวนการ เปลีย่ นแปลงปฏิกิริยาเคมีในชวี ิต
ทางวิทยาศาสตร์ เพอ่ื นาไปประยุกต์ใชใ้ นวิชาชีพ ประจาวัน ความกา้ วหน้าทาง
และชีวติ ประจาวนั เทคโนโลยีชีวภาพและระบบนเิ วศ
3.มีเจตคติและกิจนสิ ัยทดี่ ีต่อการศึกษาและสารวจ
ตรวจสอบด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความเกีย่ วกับหลกั การและกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ กจิ กรรมโครงงานวิทยาศาสตร์
หน่วยและการวัด อะตอมและตารางธาตุ สารและ
การเปลีย่ นแปลง นาโนเทคดนดลยีและระบบนิเวศ
2. คดิ คานวณเกี่ยวกบั หน่วยการวดั แรงและ
การเคลือ่ นทีต่ ามหลักการ
3. ปฏิบตั ิกิจกรรมโครงงานวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
4. ปฏิบัติทดลองเกีย่ วกบั สาร การเปลีย่ นแปลงและ
ปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั โดยใช้กระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์

รวม 54

3

ตารางวเิ คราะหห์ ลกั สูตร

หลักสูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.)
ชือ่ วิชา วิทยาศาสตรเ์ พ่อื พฒั นาทักษะชวี ิต รหสั วิชา 20000-1301 ทฤษฎี 1 ปฏิบตั ิ 2 หน่วยกิต 2

พทุ ธิพิสยั

พฤติกรรม

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ความ ู้ร
ความเข้าใจ
การนาไปใช้
การวิเคราะ ์ห
การ ัสงเคราะห์
การประเมิน
ทักษะพิ ัสย
จิตพิสัย
รวม
ลา ัดบความสาคัญ
จานวนชั่วโมง

1. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 1 1 1 1 1 2 2 10 2 6
1 1 1 1 1 1 4 4 14 1 6
2. กจิ กรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ 1 1 1 1 - -2 2 8 33
3. หน่วยและการวดั 1 1 1 1 1 1 3 3 12 7 6
4. แรงและการเคลอื่ นที่ 1 1 1 1 1 1 3 3 12 7 6
5. นาโนเทคโนโลยี 1 1 1 1 1 1 3 3 12 6 6
6. โครงสรา้ งอะตอมและตารางธาตุ
7. สารและการเปลยี่ นแปลง และ 1 1 1 1 1 1 3 3 12 5 6
ปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั
8. ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีชีวภาพ 1 1 1 1 1 1 3 3 12 5 6
9. ระบบนิเวศ 1 1 1 1 - -2 2 8 33

สอบกลางภาค 3
สอบปลายภาค 3
9 9 9 9 7 7 25 25 100 - 54
รวม 1 2356-4 7 - --
ลาดบั ความสาคญั

4

หน่วยการเรียนรู้

หลักสูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.)
ชื่อวิชา วิทยาศาสตรเ์ พอ่ื พฒั นาทักษะชวี ิต รหัสวิชา 20000-1301
ทฤษฎี 1 ปฏิบัติ 2 หน่วยกติ 2 จานวน 3 ช่ัวโมงต่อสัปดาห์

หนว่ ย ชื่อหน่วย/สาระการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน สัปดาห์
ท่ี ชั่วโมง ท่ี
1. อธิบายความหมายและบอกประเภทของ 1-2
1 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตรไ์ ด้ 6
2. อธิบายวธิ ีการทางวิทยาศาสตรไ์ ด้ 3-4
1. ความหมายและประเภทของ 3. อธิบายหลกั การและกระบวนการทาง 6
วิทยาศาสตรไ์ ด้ 5
วิทยาศาสตร์ 4. มีเจตคติทด่ี ีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และ 3
กจิ นิสัยทดี่ ีในการทางาน
2. กระบวนการหาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์
1. อธิบายความรทู้ วั่ ไปของโครงงาน
2 กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตรไ์ ด้
1. ความรทู้ ่วั ไปของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ 2. บอกประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์
2. ประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ ได้
3. การจัดทาโครงงานวิทยาศาสตร์ 3. ปฏิบตั ิกิจกรรมโครงงานวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
4. มีเจตคติทด่ี ีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และ
3 หน่วยและการวดั กจิ นิสัยทดี่ ีในการทางาน
1. ความหมายของการวัด
2. หน่วยวดั ระบบเอสไอ (SI) 1. อธิบายความหมายของการวดั ได้
3. คานาหน้าหน่วย 2. แสดงความรแู้ ละใช้หน่วยในการวดั ระบบ
4. การเปลีย่ นหน่วย เอสไอได้
5. เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้วัด 3. ใช้คานาหน้าหน่วยเปลี่ยนหน่วยให้ใหญ่
6. คา่ ความคาดเลอื่ นในการวดั ขนึ้ หรอื เล็กลงได้
7. เลขนยั สาคญั 4. คานวณและสามารถเปลยี่ นหน่วยได้
8. สญั กรณ์วทิ ยาศาสตร์ 5. เลอื กใช้เครือ่ งมือวดั ให้เหมาะสมกบั
9. การบันทึกผลการคานวณ สิ่งที่ตอ้ งการวัดได้

5

หน่วย จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน สัปดาห์
ท่ี ชื่อหน่วย/สาระการเรียนรู้ ช่วั โมง ท่ี
6. อ่านและคานวณค่าความคาดเคลือ่ นที่
4 แรงและการเคลื่อนท่ี เกิดจากการวัดได้ 6 6-7
1. ปรมิ าณทางวิทยาศาสตร์ 7. แสดงความรเู้ กีย่ วกบั เลขนยั สาคญั ได้ 6 8-9
2. แรง 8. แสดงความรเู้ กี่ยวกับสญั กรณ์
3. การเคลื่อนที่ วิทยาศาสตรแ์ ละเขียนจานวนหรอื ปริมาณ
ในรปู สญั กรณ์วทิ ยาศาสตรไ์ ด้
5 นาโนเทคโนโลยี 9. บนั ทึกผลการวัดปรมิ าณได้
1. ความหมายและความเปน็ มาของนาโน 10. ให้มีเจตคติทด่ี ีตอ่ วิชาวิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี กจิ นิสยั ทดี่ ีในการทางานที่ดใี นการทางาน
2. ประเภทของนาโนเทคโนโลยี
3. นาโนเทคโนโลยใี นธรรมชาติ 1. อธิบายปรมิ าณทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
4. ประโยชน์ของนาโนเทคโนโลยีในดา้ น 2. อธิบาย และคิดคานวณเกี่ยวกับแรงได้
ต่างๆ 3. อธิบาย และคิดคานวณเกี่ยวกบั
5. ผลิตภัณฑ์นาโนเทคโนโลยที ี่ควรรู้จัก การเคลื่อนที่ตามหลกั การได้
4. มีเจตคติทด่ี ีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และ
กจิ นิสัยทดี่ ีในการทางานที่ดใี นการทางาน

1. แสดงความรเู้ กีย่ วกบั ความหมาย และ
ความเป็นมาของนาโนเทคโนโลยีได้
2. บอกประเภทของนาโนเทคโนโลยีได้
3. แสดงความรใู้ นการประยุกต์ใชข้ อง
นาโนเทคโนโลยีในธรรมชาติได้
4. บอกประโยชน์ของนาโนเทคโนโลยีใน
ด้านต่างๆ ได้
5. ยกตวั อย่างผลิตภณั ฑน์ าโนเทคโนโลยีท่ี
ควรรจู้ กั ได้
6. ให้มีเจตคติทด่ี ีตอ่ วิชาวิทยาศาสตร์ และ
กจิ นิสัยทดี่ ีในการทางาน

ทบทวนและสอบกลางภาคเรยี น 3 10

6

หนว่ ย ชื่อหนว่ ย/สาระการเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน สปั ดาห์
ท่ี ช่วั โมง ท่ี
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับวิวัฒนาการของ
6 โครงสรา้ งอะตอมและตารางธาตุ แบบจาลองอะตอมได้ 6 11-12
2. แสดงความรู้ และสารวจตรวจสอบ
1. วิวฒั นาการของแบบจาลองอะตอม เกีย่ วกบั อนภุ าคมลู ฐานของอะตอมได้ 6 13-14
3. แสดงความรู้ และสารวจตรวจสอบ
2. อนุภาคมลู ฐานของอะตอม เกีย่ วกับเลขอะตอม เลขมวล ไอโซโทปได้
4. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั ตารางธาตุได้
3. เลขอะตอม เลขมวล ไอโซโทป 5. แสดงความรแู้ ละจดั เรียงอเิ ล็กตรอนใน
อะตอมได้
4. ตารางธาตุ 6. แสดงความรู้ และสารวจเกย่ี วกบั โมเลกลุ
และไอออนได้
5. การจัดเรยี งอิเล็กตรอนในอะตอม 7. แสดงความรแู้ ละสารวจตรวจสอบ
เกีย่ วกบั ธาตแุ ละสารประกอบได้
6. โมเลกลุ และไอออน 8. มีเจตคติทด่ี ตี ่อวิชาวิทยาศาสตร์ และ
กจิ นิสยั ทดี่ ีในการทางาน
7. ธาตุและสารประกอบ
1. แสดงความรเู้ กีย่ วกบั การเปลี่ยนแปลง
7 สารและการเปลีย่ นแปลง และปฏิกริ ยิ า ทางสารได้
เคมีในชีวติ ประจาวัน 2. สามารถจาแนกชนิดของปฏิกิริยาเคมีได้
1. การเปลยี่ นแปลงของสาร 3. เกีย่ วกบั ปฏิกริ ยิ าเคมี พรอ้ มยกตวั อย่าง
2. ปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีได้
3. ชนดิ ของปฏิกิริยาเคมี 4. อธิบายเกีย่ วกับปจั จยั ทีท่ าให้
4. อตั ราการเกดิ ปฏิกิริยา เกิดปฏิกิริยาเคมีได้
5. ปัจจยั ที่มีผลต่ออัตราการเกดิ ปฏิกิริยา 5. อธิบายเกี่ยวกบั ปฏิกริ ยิ าเคมีทเ่ี กิดขึ้นใน
เคมี ชีวติ ประจาวันได้ พรอ้ มเหตผุ ลประกอบ
6. ปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั 6. ให้มีเจตคติท่ดี ีตอ่ วิชาวิทยาศาสตร์ และ
กจิ นิสยั ทดี่ ีในการทางาน

7

หน่วย จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน สัปดาห์
ท่ี ชื่อหนว่ ย/สาระการเรียนรู้ ช่วั โมง ท่ี

8 ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพ 6 15-16

1. ความหมายของเทคโนโลยชี ีวภาพ 1. อธิบายความหมายของเทคโนโลยีชีวภาพ 3 17

2. ความกา้ วหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพ ได้

3. ประโยชน์ของเทคโนโลยีชีวภาพ 2. แสดงความรเู้ กีย่ วกบั ความกา้ วหน้าของ

4. ความกา้ วหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพได้

5. ประโยชน์ของเทคโนโลยีชีวภาพ 3. บอกประโยชน์ของเทคโนโลยีชีวภาพได้

4. มีเจตคติทด่ี ีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และกิจ

นิสัยทดี่ ีในการทางาน

9 ระบบนิเวศ

1. ความหมายของระบบนิเวศ 1. อธิบายความหมายของระบบนิเวศได้

2. โครงสรา้ งของระบบนิเวศ 2. อธิบายโครงสรา้ งของระบบนิเวศได้

3. การถ่ายทอดพลงั งานในระบบนิเวศ 3. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั การถ่ายทอด

4. ปัจจัยทีม่ อี ิทธิพลตอ่ การดารงชีวติ ของ พลังงานในระบบนิเวศได้

สิ่งมีชีวติ ในระบบนิเวศ 4. อธิบายปัจจยั ที่มอี ิทธิพลตอ่ การ

5. ความสมั พนั ธ์ของสงิ่ มีชีวติ ต่างชนดิ กัน ดารงชีวติ ของสงิ่ มีชีวติ ในระบบนิเวศได้

6. การหมุนเวยี นของสารและธาตอุ าหารใน 5 สามารถระบุความสมั พนั ธข์ องสงิ่ มีชีวติ

ระบบนิเวศ ต่างชนดิ กันได้

6. แสดงความรเู้ กี่ยวกับการหมนุ เวียนของ

สารและธาตอุ าหารในระบบนเิ วศได้

7.มีเจตคติทด่ี ีตอ่ วิชาวิทยาศาสตร์ และกิจ

นิสยั ทดี่ ีในการทางาน

ทบทวนและสอบปลายภาคเรียน 3 18
รวม 54 18

8

หนว่ ยการเรียนรู้และสมรรถนะประจาหน่วย

หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.)
ชื่อวิชา วิทยาศาสตรเ์ พ่อื พฒั นาทกั ษะชวี ิต รหสั วิชา 20000-1301
ทฤษฎี 1 ปฏิบัติ 2 หน่วยกติ 2 จานวน 3 ชั่วโมงต่อสปั ดาห์

หนว่ ย ความรู้ สมรรถนะ
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้
(K) ทกั ษะ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
ท่ี แสดงความรู้ (P) (A)
1 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกบั ทักษะ - มีเจตคติและกจิ นสิ ัยทดี่ ีตอ่
กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ การศึกษาด้วยกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์

2 กจิ กรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ แสดงความรู้ ปฏิบตั ิกจิ กรรม มีเจตคติและกจิ นสิ ยั ทดี่ ีตอ่

เกีย่ วกบั โครงงาน โครงงาน การศึกษาและสารวจ

วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตรวจสอบด้วยกระบวนการ

ทางวิทยาศาสตร์

3 หน่วยและการวัด แสดงความรู้ - มีเจตคติและกจิ นสิ ัยทดี่ ีตอ่
เกีย่ วกับการ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์
เลือกใชห้ น่วยและ
เคร่อื งมือวดั ได้
เหมาะสมกบั
ปรมิ าณต่าง ๆ

4 แรงและการเคลื่อนที่ แสดงความรู้ คานวณแรงลพั ธ์ มีเจตคติและกจิ นสิ ัยทดี่ ีตอ่
5 นาโนเทคโนโลยี เกี่ยวกับแรงและ ด้วยวิธีการสรา้ ง การศึกษาทางวิทยาศาสตร์
การเคลือ่ นที่ รูปและวิธีการ
คานวณ มีเจตคติและกจิ นสิ ัยทดี่ ีตอ่
แสดงความรู้ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์
เกีย่ วกบั นาโน -
เทคโนโลยีใน
ประเทศและ

9

หนว่ ย ความรู้ สมรรถนะ
ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ทกั ษะ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
(K) (P) (A)
ท่ี ต่างประเทศ
แสดงความรู้ - มีเจตคติและกจิ นสิ ัยทดี่ ีตอ่
6 โครงสรา้ งอะตอมและ เกีย่ วกับโครงสรา้ ง การศึกษาทางวิทยาศาสตร์
ตารางธาตุ อะตอมและ
ตารางธาตุ ปฏิบตั ิการทดลอง มีเจตคติและกจิ นสิ ยั ทดี่ ีตอ่
7 สารและการเปลี่ยนแปลง แสดงความรู้ เกี่ยวกับสารและ การศึกษาและสารวจ
และปฏิกิริยาเคมใี น เกี่ยวกับสารและ การเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบด้วยกระบวนการ
ชีวติ ประจาวนั การเปลี่ยนแปลง และปฏิกิริยาเคมี ทางวิทยาศาสตร์
และปฏิกิริยาเคมใี น ในชีวติ ประจาวัน
8 ความกา้ วหนา้ ทาง ชีวติ ประจาวัน
เทคโนโลยีชีวภาพ - มีเจตคติและกจิ นสิ ยั ทดี่ ีตอ่
แสดงความรู้ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์
9 ระบบนิเวศ เกี่ยวกบั ความ
กา้ วหน้าทาง - มีเจตคติและกจิ นสิ ัยทดี่ ีตอ่
เทคโนโลยีชีวภาพ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์
แสดงความรู้
เกีย่ วกบั ระบบนิเวศ

10

แผนการจดั การเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท่ี 7
วิชา วิทยาศาสตรเ์ พ่อื พัฒนาทักษะชวี ิต (1-2-2) รหสั วิชา 20000-1301 สอนครงั้ ที่ 13
ชือ่ หน่วย สารและการเปลยี่ นแปลง และปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั ช่วั โมงรวม 1

1. สาระสาคญั
การเปลี่ยนแปลงของสารที่เกิดขึ้นในชีวิตประจาวัน ได้แก่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เป็น

การเปลี่ยนแปลงรูปทรง รูปร่างเฉพาะภายนอก และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เป็นการสลับเปลี่ยนตาแหน่งของ
อะตอมของธาตุทีอ่ ยภู่ ายในโมเลกลุ จึงทาให้เกดิ สารใหม่ท่มี ีสมบตั ทิ ีแ่ ตกต่างไปจากสารเดิม เรียกว่าเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
เช่น การเกิดรสเปร้ียวของนม การที่เหล็กเป็นสนิมเป็นต้น ปฏิกิริยาบางอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ทันที แต่บางอย่าง
อาจจะต้องอาศัยปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ ความดัน เป็นต้น และสามารถวัดการเปลี่ยนแปลงของสารใน
ปฏิกิริยาทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปในหนึง่ หน่วยเวลาได้จากอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
2. สมรรถนะประจาหน่วย

นาองคค์ วามรเู้ รื่องสารและการเปลี่ยนแปลงปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวันและในงานอาชีพ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ด้านความรู้ (K : Knowledge)
1) แสดงความรเู้ กี่ยวกับการเปลีย่ นแปลงของสารได้

3.2 ด้านทกั ษะ (P : Process)
1) นาเสนอความรเู้ กีย่ วกับการเปลีย่ นแปลงของสารได้

3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ (A : Attitude)
1) ความสนใจใฝ่รู้
2) ความรบั ผดิ ชอบ

4. สาระการเรียนรู้
1) การเปลยี่ นแปลงของสาร

5. เนื้อหาสาระการเรียนรู้
สสาร (Matter) หมายถึง สิ่งที่มีมวลต้องการที่อยู่และสามารถสัมผัสได้ หรืออาจหมายถึงสิ่งต่าง ๆ

ทีอ่ ยู่รอบตวั เรา มีตัวตน ต้องการที่อยู่ สมั ผัสได้โดยประสาทสัมผัสทั้ง 5 อาจมองเห็นหรอื มองไม่เห็นกไ็ ด้ เช่น ดิน น้า
อากาศ และหิน เปน็ ต้น นกั วทิ ยาศาสตรเ์ รียกสสารทีร่ ู้จักว่า สาร (Substance)

สาร (Substance) หมายถึง สสารที่ศึกษาค้นคว้าจนทราบสมบัติและองค์ประกอบที่แน่นอน สมบัติของสาร
หมายถึง ลักษณะเฉพาะตัวของสาร เช่น เนื้อสาร สี กลิ่น รส การนาไฟฟ้า การละลายน้า จุดเดือด จุดหลอมเหลว
ความเปน็ กรด-เบส เปน็ ต้น
สถานะของสาร แบ่งเปน็ 3 สถานะ คือ

1. ของแข็ง (Solid) หมายถึง สารที่มีลักษณะรูปร่างแน่นอน ไม่ขึ้นกับภาชนะที่บรรจุ เนื่องจากอนุภาคใน
ของแข็งจัดเรียงชิดติดกันและอัดแน่นอย่างมีระเบียบไม่มีการเคลือ่ นที่หรือเคลือ่ นที่ได้น้อยมาก ไม่สามารถทะลผุ ่าน
ได้ เช่น หิน เหลก็ ดิน ทราย พลาสติก เปน็ ต้น

11

แผนการจดั การเรียนรมู้ งุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 7
วิชา วิทยาศาสตรเ์ พ่อื พัฒนาทกั ษะชวี ิต (1-2-2) รหัสวิชา 20000-1301 สอนครัง้ ที่ 13
ชือ่ หน่วย สารและการเปลยี่ นแปลง และปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั ชัว่ โมงรวม 1

2. ของเหลว (Liquid) หมายถึง สารที่มีปริมาตรที่แน่นอนแต่มีรูปร่างไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตามลกั ษณะ
ของภาชนะที่บรรจุ เนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็ง ทาให้อนุภาคไม่ได้อยู่ชิดกันอย่าง
ของแข็ง เช่น น้า น้ามนั และแอลกอฮอล์ เป็นต้น

3. แก๊ส (Gas) หมายถึง สารที่มีรูปร่างและปริมาตรไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงไปตามภาชนะที่บรรจุเนื่องจาก
อนุภาคของแก๊ส อยู่ห่างกันมาก มีพลังงานในการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปได้ทุกทิศทางตลอดเวลา จึงมีแรงดึงดูด
ระหว่างอนภุ าคน้อยมากสามารถทะลุผ่านได้ง่าย เช่น อากาศ แก๊สออกซิเจน แก๊สหุงต้ม เปน็ ต้น
6. กิจกรรมการเรยี นรู้ (การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es)

1. การสรา้ งความสนใจ (Engage)

1.1 กล่าวทกั ทายพดู คุยกับนักเรียน เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มกอ่ นการเรียน
1.2 ครูเกร่นิ บทนาในบทเรียน โดยการถามคาถาม ดงั นี้

- นักเรยี นรจู้ ักสถานะของสารหรอื ไม่ (แนวคำตอบ นกั เรยี นตอบตำมควำมเข้ำใจ)
- สถานะของสารมีกีส่ ถานะ อะไรบา้ ง (แนวคำตอบ สถำนะของสสำรมี 3 สถำนะ ได้แก่
1) ของแข็ง (Solid) 2) ของเหลว (Liquid) และ 3) แก๊ส (Gas))
1.3 ครยู กตัวอย่างสสารและสารในแต่ละสถานะให้นักเรียนพิจารณา เช่น หมอก น้านม เหล็ก
มีสถานะอะไร และมีลกั ษณะอย่างไร เปน็ ต้น จากนั้นนาเข้าสู่กิจกรรม

2. การสารวจและค้นควา้ (Explore)

2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่มโดยคละชายหญิง และแบ่งจานวนแต่ละกลุ่มให้เท่า ๆ กัน (กลุ่มละ5– 6คน)โดยให้
แต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากหัวข้อกิจกรรม ดังนี้

- ของแขง็ (Solid)
- ของเหลว (Liquid)
- แก๊ส (Gas)
2.2 ครูอธิบายกิจกรรมที่ 1 เร่ือง สถานะของสาร โดยละเอียด จากน้ันแจกกล่อง The Box States เร่ือง
สถานะของสาร ภายในประกอบไปด้วย 1) โมเดลแบบจาลองสถานะของสาร 3 สถานะ ได้แก่ ของแข็ง ของเหลว และ
แก๊ส 2) เนื้อหาความรู้สถานะของสาร 3) คิวอาร์โค้ดเนื้อหาความรู้สถานะของสาร และ 4) คิวอาร์โค้ดการตอบ
คาถามโดยใช้โปรแกรม Plickers เรื่อง สถานะของสาร ให้นักเรียนศึกษาภายในกลุ่มของตนเอง และแจกใบความรทู้ ี่ 1
เรื่อง สถานะของสารให้นักเรียน เพอ่ื ให้นกั เรียนทราบถงึ วิธีการดาเนินกิจกรรม และศึกษาการเปลีย่ นแปลงของสาร
2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มทากจิ กรรมที่ 1 เรื่อง สถานะของสาร โดยให้แต่ละกลุ่มทากิจกรรมภายใต้หัวข้อที่
นักเรยี นจับฉลากได้

12

แผนการจัดการเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 7
วิชา วิทยาศาสตรเ์ พอ่ื พฒั นาทกั ษะชวี ิต (1-2-2) รหสั วิชา 20000-1301 สอนครั้งที่ 13
ชื่อหนว่ ย สารและการเปลยี่ นแปลง และปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวัน ชัว่ โมงรวม 1

2.4 นักเรียนศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสารที่จับฉลากได้ในแต่ละสถานะ และอภิปรายกับเพื่อนในกลุ่ม
เพอ่ื ให้ได้ขอ้ สรุปวา่ สารในแต่ละสถานะที่ศึกษามีการจดั เรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่
ของอนภุ าคของสารชนิดเดียวกันในสถานะเปน็ อย่างไร

3. การอธบิ าย (Explain)

3.1 ส่งตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอสถานะของสารที่จบั ฉลากได้หน้าชนั้ เรียน
3.2 นักเรยี นและครูอภิปรายกจิ กรรมรว่ มกัน โดยการอธิบายและเปรียบเทียบแบบจาลองอนุภาค
ของสสารในแต่ละสถานะ เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า แบบจาลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะมี 3 สถานะ ดังนี้
1) ของแขง็ (Solid) มีลกั ษณะรปู ร่างแน่นอน ไม่ข้ึนกับภาชนะที่บรรจุ เนื่องจากอนภุ าคในของแขง็ จดั เรียงชิดติดกนั และ
อัดแน่นอย่างมีระเบียบไม่มีการเคลื่อนที่หรือเคลื่อนที่ได้น้อยมาก ไม่สามารถทะลุผ่านได้ เช่น หิน เหล็ก ดิน ทราย
พลาสติก เป็นต้น 2) ของเหลว (Liquid) มีปริมาตรที่แน่นอนแต่มีรูปร่างไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะของ
ภาชนะที่บรรจุ เนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็ง ทาให้อนุภาคไม่ได้อยู่ชิดกันอย่างของแข็ง
เช่น น้า น้ามัน และแอลกอฮอล์ เป็นต้น และ 3) แก๊ส (Gas) มีรูปร่างและปริมาตรไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงไปตาม
ภาชนะที่บรรจุเนื่องจากอนุภาคของแก๊ส อยู่ห่างกันมาก มีพลังงานในการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปได้ทุกทิศทาง
ตลอดเวลา จึงมีแรงดึงดูดระหว่างอนุภาคน้อยมากสามารถทะลุผ่านได้ง่าย เช่น อากาศ แก๊สออกซิเจน แก๊สหุงต้ม
เปน็ ต้น
3.3 ครอู ธิบายเพิ่มเติม สาหรบั นกั เรียนที่ยังไม่เข้าใจ

4. การขยายความรู้ (Evaborate)

4.1 นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมเร่ือง สถานะของสาร ได้จากคิวอาร์โค้ดภายในกล่อง The Box States
เรือ่ ง สถานะของสาร เพอ่ื ทาให้นกั เรียนเข้าใจในเนื้อหามากยิ่งขึ้น

4.2 จากนั้นสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนระหว่างการเรียนการสอน คอยซกั ถามนกั เรียนตลอดการเรียน
การสอนว่านกั เรียนสงสยั หรอื ไม่เข้าใจเนือ้ หาทีก่ าลงั อธิบาย

5. การประเมิน (Evaluate)

5.1 นักเรียนสแกนคิวอาร์โค้ดในการตอบคาถามโดยใช้โปรแกรม Plickers เร่ือง สถานะของสาร เพื่อ
ตรวจสอบความเข้าใจและเปน็ การทบทวนความรทู้ ี่เรยี น

5.2 เปิดโอกาสให้นกั เรียนซกั ถามในส่วนที่นกั เรียนสงสัย หรอื ไม่เข้าใจ
5.3 มอบหมายนักเรียนทาแบบฝึกหัดในใบงานที่ 1 เร่ือง สถานะของสาร เป็นการบ้าน ส่งในช่ัวโมงถดั ไป
โดยให้นักเรียนตอบคาถามในใบงาน เช่น สสารและสาร หมายถึงอะไร?, สสารมีก่ีสถานะ อะไรบ้าง? และจงอธิบาย
สมบัติของแข็ง ของเหลว และแก๊ส? เป็นต้น เพอ่ื เป็นการทบทวนความรทู้ ี่เรียน

13

แผนการจัดการเรียนรมู้ งุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 7
วิชา วิทยาศาสตรเ์ พอ่ื พฒั นาทักษะชวี ิต (1-2-2) รหัสวิชา 20000-1301 สอนครั้งที่ 13
ชือ่ หนว่ ย สารและการเปลยี่ นแปลง และปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั ชวั่ โมงรวม 1

7. สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งการเรียนรู้

7.1 สือ่ ส่งิ พิมพ์

1) หนังสอื เรียน วิชาวิทยาศาสตรเ์ พอ่ื พัฒนาทักษะชีวติ ของสานักพมิ พ์เอมพันธ์
7.2 สือ่ โสตทศั น์

1) โปรแกรม Plickers เรือ่ ง สถานะของสาร เข้าถงึ ได้จาก https://www.plickers.com/classes/6220fdb
44bec7300110fd953#now-playing

2) สือ่ วีดิทศั น์ เรอ่ื ง สารและการเปลีย่ นแปลงและปฏิกิริยาเคมใี นชีวติ ประจาวนั เข้าถงึ ได้จาก
https://www.youtube.com/watch?v=z_4EqZaev0Y&list=PLZl8rO9KYaBMgQypPs7XvF0UiHiup Zlhk&index=7

3) สื่อ วีดิทัศน์ เร่ือง สถานะกับการจัดเรียงอนุภาคของสาร เข้าถึงได้จาก https://www.youtube.com/
watch?v=ZN2Y1IiTGB4

7.3 หุ่นจาลองหรือของจริง
1) กล่อง The Box States เรือ่ ง สถานะของสาร

7.4 อื่นๆ

-
8. เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรู้

1) ใบความรทู้ ี่ 1 เรื่อง สถานะของสาร
2) ใบงานที่ 1 เรือ่ ง สถานะของสาร
9. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธก์ ับวิชาอนื่
บรู ณาการวชิ าภาษาอังกฤษ เรื่อง คาศัพท์ของสารและสสาร
10. การวัดและประเมินผล
10.1 กอ่ นเรียน

1) การถามตอบคาถามกอ่ นเขา้ สู่บทเรยี น เรือ่ ง สถานะของสาร
10.2 ขณะเรียน

1) การทากิจกรรมที่ 1 เรื่อง สถานะของสาร
2) การนาเสนอ เรอ่ื ง สถานะของสาร
10.3 หลังเรยี น
1) การตอบคาถามโดยใช้โปรแกรม Plickers เรอื่ ง สถานะของสาร

14

แผนการจดั การเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 7
วิชา วิทยาศาสตรเ์ พอ่ื พัฒนาทกั ษะชวี ิต (1-2-2) รหสั วิชา 20000-1301 สอนคร้ังที่ 13
ชื่อหน่วย สารและการเปลยี่ นแปลง และปฏิกิริยาเคมีในชีวติ ประจาวนั ชัว่ โมงรวม 1

11. บนั ทกึ หลงั สอน

11.1 ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

11.2 ผลการเรียนรูข้ องนกั เรยี น นักศึกษา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

11.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..

15

รายการตรวจสอบและอนญุ าตใหใ้ ช้

ควรอนุญาตให้ใชใ้ นการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ เกี่ยวกับ........................................................................................................................
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................

ลงชื่อ .............................................................
()
หัวหน้าหมวด/แผนกวชิ า
.............../.........................../...............

เห็นควรอนุญาตใหใ้ ช้ในการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ ดังเสนอ
อืน่ ๆ ................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................
....................................................................................................... .................................................

ลงชื่อ .............................................................
()
รองผอู้ านวยการฝา่ ยวิชาการ
.............../.........................../...............

อนญุ าตใหใ้ ช้ในการสอนได้
อืน่ ๆ ................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................
........................................................................................................................................................

ลงชื่อ .............................................................
()
ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั
.............../.........................../...............

16

ภาคผนวก

17

ภาคผนวก ก
สื่อการจดั การเรียนรู้ เรื่อง สถานะของสาร

18

ส่อื การจัดการเรียนรู้ เรือ่ ง สถานะของสาร

สื่อประกอบการทากจิ กรรม มีดังนี้
1. หนังสือเรียน วิชาวิทยาศาสตรเ์ พ่อื พัฒนาทักษะชีวติ ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์

2. กล่อง The Box States เรื่อง สถานะของสาร

19
3. โปรแกรม Plickers เรื่อง สถานะของสาร

3.1 โปรแกรม Plickers https://www.plickers.com/classes/6220fdb44bec7300110fd953#now-
playing

3.2 ป้ายคาถามจากโปรแกรม Plickers https://www.plickers.com/classes/6220fdb44bec7300
110fd 953#now-playing

20

3.3 ตัวอย่างโคด้ ของนกั เรยี นซง่ึ แตล่ ะคนจะไดโ้ คด้ ไม่ซ้ากัน และครูใส่ชือ่ ระบตุ วั ตนของนกั เรยี นใน
แต่ละโคด้ เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจและเป็นการทบทวนความรทู้ ีเ่ รยี น

21

ภาคผนวก ข
ใบความรู้ ใบงานและเฉลยใบงาน เรือ่ ง สถานะของสาร

22

ใบความรู้ เรือ่ ง สถานะของสาร

23

ใบงาน เรือ่ ง สถานะของสาร

24

เฉลยใบงาน เรือ่ ง สถานะของสาร

25

ภาคผนวก ค
แบบประเมินผลการเรียนรผู้ ู้เรียน

26

แบบประเมินแบบทดสอบจากโปรแกรม Plickers หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ

คร้ังที่ ………… เรือ่ ง ...................................................... รหสั วิชา .................. รายวิชา ..................................
ภาคเรยี นที่ ….... ปีการศึกษา ………… ชั้น ................ วิทยาลยั .......................................................................

คาชแี้ จง : ให้ผปู้ ระเมินทาเครือ่ งหมาย  ในช่องทตี่ รงกบั ความเปน็ จริง

ท่ี ชื่อ - สกุล รวมคะแนน คิดเป็นร้อยละ สรปุ ผล
การประเมิน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25

27

ท่ี ชื่อ - สกลุ รวมคะแนน คิดเปน็ รอ้ ยละ สรุปผล
การประเมิน

26

27

28

29

30

ค่าเฉลี่ย (̅X)

จานวนนักเรยี นผา่ นเกณฑ์ = …………. คน คิดเปน็ ร้อยละ .............

จานวนนกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑ์ = …………. คน คิดเป็นรอ้ ยละ .............

ลงชือ่ ……………………………………...ผู้ประเมิน
(…………………..…………………….)

วนั ท.ี่ ..........เดอื น..............................พ.ศ.................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน การตดั สิน
ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผดิ ได้ 0 คะแนน ผ่าน
ไม่ผา่ น
เกณฑ์การตัดสิน
ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ
รอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป
น้อยกวา่ ร้อยละ 60

เกณฑก์ ารผ่าน ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ขึน้ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์

28

แบบประเมินใบงาน หลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ

ครั้งที่ ………… เรื่อง ...................................................... รหสั วิชา .................. รายวิชา ..................................
ภาคเรยี นที่ ….... ปีการศึกษา ………… ชั้น ................ วิทยาลยั .......................................................................

คาชแี้ จง : ให้ผปู้ ระเมินทาเครือ่ งหมาย  ในช่องทตี่ รงกับความเปน็ จริง

ระดบั คะแนน รวม เกณฑ์

ความคิด คะ การ

ท่ี ชื่อ-สกลุ ความถูกตอ้ ง ภาษาท่ใี ช้ สรา้ งสรรคใ์ น ความเปน็ ความตรงตอ่ แนน ตัดสนิ

ของเนื้อหา (1) การนาเสนอ ระเบียบ เวลา (24)

(2) ขอ้ มูล (1) (1)

(1)

1 234 1 234 1 234 1 234 1 234

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

29

21 ระดบั คะแนน รวม เกณฑ์

ความคิด คะ การ

ท่ี ชื่อ-สกุล ความถูกตอ้ ง ภาษาท่ใี ช้ สรา้ งสรรคใ์ น ความเปน็ ความตรงตอ่ แนน ตัดสนิ

ของเนือ้ หา (1) การนาเสนอ ระเบียบ เวลา (24)

(2) ข้อมลู (1) (1)

(1)

1 234 1 234 1 234 1 234 1 234

22

23

24

25

26

27

28

29

30

ลงชือ่ ……………………………………...ผู้ประเมิน
(…………………..…………………….)

วนั ท.ี่ ..........เดอื น..............................พ.ศ.................

เกณฑก์ ารประเมนิ (คะแนนเต็ม 24 คะแนน)

พฤติกรรมที่ทาอย่างสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน

พฤติกรรมที่ทาบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน

พฤติกรรมที่ทาบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤติกรรมที่ทาน้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
20 - 24 ดมี าก
15 - 19 ดี
10 - 14 พอใช้

0-9 ปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน ระดบั ดีขึน้ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์

30

เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน

ประเด็นการ คาอธบิ ายระดบั คุณภาพ/ระดับคะแนน นา้ หนัก
จดุ เนน้
ประเมิน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2
ความถูกต้องของ เนื้อหาเปน็ ไป เนื้อหาเปน็ ไป เนื้อหาเปน็ ไป เนื้อหาไม่เป็นไป
1
เนื้อหา ตามที่กาหนด ตามที่กาหนด ตามที่กาหนด ตามที่กาหนด 1

มีรายละเอยี ด มีรายละเอยี ด มีรายละเอยี ด รายละเอียด 1

ครอบคลุม ครอบคลมุ ครอบคลุม ไม่ครอบคลุม 1
24
ทุกส่วน บางส่วน

ภาษาทีใ่ ช้ ไม่มีการสะกด การสะกดคาผิด การสะกดคาผิด การสะกดคาผิด

คาผิด ไม่เกนิ 2 แหง่ 3 แห่ง 4 แห่งขนึ้ ไป

ความคดิ สรา้ งสรรค์ แสดงออกถึง มีแนวคดิ แปลก มีความน่าสนใจ ไม่แสดงแนวคิด

ในการนาเสนอ ความคดิ ใหม่แตย่ งั ไม่เปน็ แต่ยังไม่มี ใหม่

ข้อมูล สรา้ งสรรค์ ระบบ แนวคิดแปลก

แปลกใหม่และ ใหม่

เปน็ ระบบ

ความเป็นระเบียบ งานมีความเปน็ งานส่วนใหญ่ งานมีความเปน็ งานส่วนใหญ่

ระเบียบ มีความเปน็ ระเบียบแต่ ไม่เปน็ ระเบียบ

แสดงออกถึง ระเบียบแต่ยงั มี มีขอ้ บกพรอ่ ง และมี

ความประณีต ข้อบกพร่อง บางส่วน ข้อบกพร่อง

เลก็ น้อย

ความตรงตอ่ เวลา ส่งช้นิ งานภายใน ส่งช้ินงานช้ากวา่ ส่งช้นิ งานช้ากวา่ ส่งช้นิ งานช้ากวา่

เวลาที่กาหนด กาหนด 1 วัน กาหนด 2 วัน กาหนดเกิน

3 วนั ขนึ้ ไป

รวม

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก
20 – 24 ดี
15 – 19 พอใช้
10 – 14 ปรับปรุง
0–9

เกณฑก์ ารผ่าน ระดับดีขึน้ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์

31

แบบประเมินการนาเสนอผลงานกลมุ่ หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพ

กลุ่มที่ ………… เรือ่ ง ...................................................... รหสั วิชา .................. รายวิชา .................................
ภาคเรยี นที่ ….... ปีการศึกษา ………… ช้ัน ................ วิทยาลัย .......................................................................

คาชแี้ จง : ให้ผปู้ ระเมินทาเครือ่ งหมาย  ในช่องทตี่ รงกับความเปน็ จริง

รายการประเมิน ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ
123

1. ความเหมาะสมของบทบาทการนาเสนอ

2. ความถูกต้องขอ้ มลู สาระ ความรู้

3. สามารถเปรียบเทียบการจดั เรียงอนุภาค

แรงยึดเหนีย่ วระหว่างอนภุ าค และการ

เคลื่อนที่ของอนุภาคของสารชนิดเดียวกันใน

สถานะต่าง ๆ ได้

4. การมีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิงานกลุ่ม

5. ส่วนประกอบอื่น ๆ และความคดิ รเิ ริ่ม

สรา้ งสรรค์

คะแนนรวม

เกณฑก์ ารผ่าน ต้องได้คะแนนรวมตง้ั แต่ 11 คะแนนขนึ้ ไป จึงจะถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

ลงชื่อ……………………………………...ผู้ประเมิน
(…………………..…………………….)

วนั ท.ี่ ..........เดอื น..............................พ.ศ.................

32

เกณฑก์ ารประเมนิ การนาเสนอผลงานกลุ่ม

ประเด็นการประเมิน คาอธบิ ายระดบั คณุ ภาพ/ระดบั คะแนน
1. ความเหมาะสมของบทบาท
การนาเสนอ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)

2. ความถูกต้องขอ้ มลู สาระ ความรู้ แสดงบทบาท แสดงบทบาท แสดงบทบาท
3. สามารถเปรียบเทียบการจดั เรียง
อนุภาค แรงยึดเหนยี่ วระหว่างอนุภาค เหมาะสม เสยี งดงั ฟงั เหมาะสม เสยี งดงั เหมาะสม เสยี งเบา
และการเคลือ่ นที่ของอนุภาคของ
สารชนิดเดยี วกนั ในสถานะต่าง ๆ ได้ ชัด ลลี า ประกอบดี ปานกลาง ลีลา ลีลาประกอบค่อนข้าง

4. การมีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิงาน มาก ประกอบดี น้อย
กลุ่ม
เนื้อหาสาระถกู ตอ้ ง เนือ้ หาสาระถกู ตอ้ ง เนื้อหาสาระถูกตอ้ ง
5. ส่วนประกอบอื่น ๆ และความคดิ
รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ ครบถว้ น เปน็ ส่วนมาก เป็นส่วนนอ้ ย

เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ

การจดั เรียงอนภุ าค การจัดเรียงอนภุ าค การจัดเรียงอนุภาค

แรงยึดเหนีย่ วระหว่าง แรงยึดเหนี่ยวระหว่าง แรงยึดเหนีย่ วระหว่าง

อนภุ าค และการ อนุภาค และการ อนุภาค และการ

เคลื่อนที่ของอนภุ าค เคลื่อนทีข่ องอนุภาค เคลือ่ นทีข่ องอนุภาค

ของสารชนิดเดยี วกัน ของสารชนิดเดยี วกนั ของสารชนิดเดยี วกนั

ในสถานะตา่ ง ๆ ได้ ในสถานะตา่ ง ๆ ได้ ในสถานะตา่ ง ๆ ได้

ถูกต้อง ครบถว้ น ถูกต้อง แตไ่ มส่ มบรู ณ์ เป็นส่วนนอ้ ย

สมบรู ณ์ แต่ไม่สมบูรณ์

สมาชิกกลุ่มทุกคนมี สมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่ สมาชิกกลุ่มให้ความ

ส่วนร่วมในการ มีส่วนรว่ มในการ รว่ มมือในการ

ปฏิบัติงานกลุ่ม ปฏิบัติงานกลุ่ม ปฏิบัติงานกลุ่มเปน็

ส่วนนอ้ ย

มีการนาอปุ กรณ์มา มีการนาอปุ กรณ์มา มีการนาอปุ กรณ์มา

ประกอบการนาเสนอ ประกอบการนาเสนอ ประกอบการนาเสนอ

ดีมาก ดี คอ่ นข้างนอ้ ย

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดี
11 – 15 พอใช้
6 – 10 ปรบั ปรุง
0–5

เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั ดีขนึ้ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์

33

แบบประเมินพฤตกิ รรมตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ครั้งที่ ………… เรื่อง ...................................................... รหสั วิชา .................. รายวิชา ..................................
ภาคเรยี นที่ ….... ปีการศึกษา ………… ชั้น ................ วิทยาลยั .......................................................................

คาชแี้ จง : ให้ผปู้ ระเมินทาเครื่องหมาย  ในช่องทตี่ รงกบั ความเป็นจริง

ท่ี ชื่อ-สกุล ความสนใจใฝร่ ู้ ความรับผิดชอบ รวมคะแนน
123 123 (6)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

34

ท่ี ชื่อ-สกุล ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ ม่ันในการทางาน รวมคะแนน

25 123123 (6)
26
27
28
29
30

ลงชือ่ ……………………………………...ผู้ประเมิน
(…………………..…………………….)

วนั ท.ี่ ..........เดอื น..............................พ.ศ.................

เกณฑก์ ารประเมนิ (คะแนนเตม็ 6 คะแนน)

พฤติกรรมที่ทาอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน

พฤติกรรมทีท่ าบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤติกรรมทีท่ าน้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
4-6 ดี
2-3 พอใช้
0-1 ปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน ระดับดขี นึ้ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์

35


Click to View FlipBook Version