19/12/65 1 ระเบียบงานสารบรรณ และ หลกัการเข ี ยนหนังส ื อราชการท ี่ด ี โดยนายขจรชัย วัฒนาประยูร อดีตรองผูวาราชการจังหวัดอางทอง
19/12/65 2 งานสารบรรณ หมายความวา่งานทเกีÉีÉยวกบัการบริหารงานเอกสาร เริÉมตังÊแต่การจดัทาํการรบัการส่ง การเก็บรกัษา การยมืจนถงึการทาํลาย งานสารบรรณ แบ่งเป็น 2 สว่น คือ ส่วนทีÉ 1 การจดัทาํ ส่วนทีÉ 2 การรบัการส่ง การเก็บรกัษา การยมืการทาํลาย ตังแต่ พ.ศ. 2526-2564 Ê ทังÊสองส่วนใชค้นเป็นผูด้าํเนินการทงหมดÊั เมือÉระเบยีบสาํนกันายกรฐัมนตรีว่าดว้ยงานสารบรรณ ฉบบัท 4 พ.ศ. 2564 Éี ไดม้ผีลบงัคบัใช้1 ม.ค 2565 ส่วนทีÉ 1 การจดัทาํยงัใชค้นเป็นผูด้าํเนินการ ส่วนทีÉ 2 การรบัการส่ง และการเก็บขอ้มูลข่าวสาร หรอืหนงัสอืผ่าน ระบบสือÉสารดว้ยวธิกีารทางอเิลก็ทรอนิกส์ทเÉีรยีกว่าระบบสารบรรณ อเิลก็ทรอนิกส์หลกัการเขียนหนงัสอืราชการทÉดีี เขยีนใหถ้กูแบบ เขยีนใหถ้กูเนÊอหาื เขยีนใหถ้กูหลกัภาษา เขยีนใหถ้กูความนิยม 8
19/12/65 3 เขียนใหถู้กแบบ การเขยีนหนงัสอืราชการขององคก์รปกครองส่วนทอ้งถน (อปท.) จะต้Éิอง เขยีนใหถ้กูตอ้งตามแบบทกÉีาํหนดไว้ในระเบยีบสาํนกันายกรฐัมนตรีว่าดว้ย งานสารบรรณ พ.ศ.2526 โดยจะตอ้งเขยีนใหถ้กูตอ้งทงัÊโครงสรา้งของหนงัสอืและเขยีนรายละเอยีดใหถ้กูตอ้งตามแบบของหนงัสอืแต่ละชนิด 9 10 คาํถาม ขอ้สงสยัในการจดัทาํหนงัสอืภายนอก หนงัสอืภายใน และหนงัสอืประทบัตราแทนการลงชÉอืขา้งหนา้จะตอ้งเวน้กÉปีดัและขา้งหลงัจะตอ้งเหลอืกÉปีดัคาํตอบ ปลัดสาํนักนายกรฐัมนตรีไดมีหนงัสือ ที่นร 0106/ว2019 ลงวันที่30 พฤศจิกายน 2553 แจงเวียนปลัดกระทรวงทุกกระทรวง และผูวาราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทราบวา คณะรัฐมนตรีไดมีมติ เมื่อวันที่7 กันยายน 2553 เหน็ชอบใหหนวยงานภาครัฐทกุหนวย ดําเนินการติดตั้งรูปแบบตัวพิมพ(ฟอนด) สารบรรณ
19/12/65 4 และรูปแบบตวัพมิพ์(ฟอนด) อื ์ Éนๆ ทังÊหมด จาํนวน 13 รูปแบบตวัพมิพ์ของสาํนกังานส่งเสรมิอตุสาหกรรมซอฟแวรแ์ห่งชาติ(องคก์รมหาชน) และกรมทรพัยส์นิทางปญัญา เพมÉิเขา้ไปในระบบปฏบิตักิาร Thai os เพือÉ ใหเ้อกสารของทางราชการเป็นไปอย่างมมีาตรฐาน ไม่มปีญัหาละเมดิลขิสทิธÍ และขึ ิÊนกบัปฏบิตักิารระบบใดระบบหนึÉง ตามทีกÉระทรวงเทคโนโลยสีารสนเทศและการสอÉืสารไดเ้สนอ นอกจากนีÊปลดัสาํนกันายกรฐัมนตรีเหน็ควรใหใ้ชรู้ปแบบตวัพมิพ์ไทยสารบรรณ (TH Sarabun PSK) ขนาด 16 พอ้ยท์ อนัจะเป็นประโยชนต์ ่อการพฒันา ระบบจดัเก็บขอ้มูลข่าวสารหรอืหนงัสอืราชการในระบบอเิลก็ทรอนิกสข์องส่วนราชการต่อไป ทังนีÊ Êสารมารถดาวนโ์หลดแผ่นแบบ (Template) มาตรฐาน การพมิพห์นงัสอืภายนอก หนงัสอืภายใน และหนงัสอืประทบัตรา ไดท้Éีwww.opm.go.th 16
19/12/65 5 17 18 19 20
19/12/65 6 21 22 23 24
19/12/65 7 25 เขียนใหถู้กเนÊือหา เนืÊอหาของหนงัสอืราชการของอปท. ประกอบดว้ย 1. เหตทุมÉีหีนงัสอืไป 2. จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป 26 เหตทุÉมีีหนงัสอืไป เหตจุากผูม้หีนงัสอืไป เหตจุากบคุคลภายนอก เหตจุากเหตกุารณ์ทปรากฏขึÉีÊน เหตจุากผูร้บัหนงัสอื 27 จุดประสงคท์ Éมีีหนงัสอืไป จะตอ้งแสดงจดุประสงคใ์นการทมÉีหีนงัสอืไปใหช้ดัเจน และถกูตองว่าจะให้ ้ผูร้บัหนงัสอืทาํอะไร หรอืทาํอย่างไร 28
19/12/65 8 1. เหตจุากผูม้ีหนงัสอืไป ตวัอย่างทÉี1 องคก์ารบรหิารส่วนจงัหวดัสระบรุมีหีนงัสอืถงึ ประธานกรรมการขา้ราชการ องคก์ารบรหิารส่วนจงัหวดัสระบรุีโดยกลา่วถงึเหตจุากผูม้หีนงัสอืไปองคก์าร บรหิารส่วนจงัหวดัสระบรุดีงันÊี 29 “ดว้ยองคก์ารบรหิารส่วนจงัหวดัสระบรุปีระสงคจ์ะต่อสญัญาจา้ง พนกังาน จา้งตามภารกจิจาํนวน 21 ตาํแหน่ง 39 อตัรา มกีาํหนดระยะเวลา 3 ปี ตังÊแต่วนัทÉี1 ตลุาคม 2560 ถงึวนัทÉี30 กนัยายน 2563 และ พนกังานจา้งทวัÉ ไป จาํนวน 2 ตาํแหน่ง 26 อตัรา มกีาํหนดระยะเวลา 1 ปี ตังÊแต่วนัทÉี1 ตลุาคม 2560 ถงึวนัทÉี30 กนัยายน 2561 รายละเอยีดตามบญัชรีายชÉอที ืสÉ่งมาพรอ้มนÊ”ี 30 จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป จงึเรยีนมาเพอÉืโปรดพจิารณาเสนอ ก.จ.จ. สระบรุีเพอÉืพจิารณาใหความ้ เหน็ชอบในการประชมุครงต่อไป Êั 31 ตวัอย่างทÉี2 เทศบาลเมอืงลาํตาเสา มหีนงัสอืถงึประธานคณะกรรมการพนกังานเทศบาล จงัหวดัพระนครศรอียุธยา โดยกลา่วถงึเหตทุมÉีหีนงัสอืไปจาก เทศบาลเมอืงลาํตาเสา ดงันÊี 32
19/12/65 9 “ดว้ยเทศบาลเมอืงลาํตาเสา มคีวามประสงคเ์ลอÉืนระดบัและแต่งตงัÊพนกังานเทศบาลให้ดาํรงตาํแหน่งในระดบัสูงขÊนึสาํหรบัตาํแหน่งประเภทวชิาการ จากระดบัปฏบิตัการ เพื ิ อแต่งตัÉงÊใหด้าํรงตาํแหน่งระดบัชาํนาญการ รายนางสาว แกว้ตา ดวงใจ ตาํแหน่งนกัวชิาการ สวนสาธารณะปฏบิตักิาร เลขทตÉีาํแหน่ง 32-2-05-3403-001 อตัราเงนิเดอืน 24,480 บาท งานสวนสาธารณะ ฝ่ายการโยธา สงักดักองช่าง ของประเมนิเพอเลืÉือÉนระดบัและแต่งตังÊพนกังานเทศบาลใหด้าํรงตาํแหน่งทสูงขึÉีÊนในตาํแหน่งนกัวชิาการสวนสาธารณะ ชาํนาญการ เลขทตÉีาํแหน่ง 32-2-05-30403-001 อตัราเงนิเดอืน 24,490 บาท งานสวนสาธารณะ ฝ่ายการโยธา สงักดักองช่างเทศบาลเมอืงลาํตาเสา เทศบาลเมอืงลาํตาเสา ไดแ้ต่งตงÊัคณะกรรมการพจิารณาคุณสมบตัคิรบถว้น สมควรเลอนÉืระดบัและแต่งตงัÊใหด้าํรงตาํแหน่งทสูงขึÉีÊนได้” 33 จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป จงึเรยีนมาเพอโปรดเสนอ ก Éื .ท.จ. พระนครศรอียุธยา เพอÉืพจิารณาใหค้วาม เหน็ชอบต่อไป 34 ตวัอย่างทÉี3 องคก์ารบรกิารตาํบลลาํไทร มหีนงัสอืถงึจงัหวดัพระนครศรอียุธยา โดย กลา่วถงึเหตทุมÉีหีนงัสอืไปจาก ผูม้หีนงัสอืไป (องคก์ารบรหิารส่วนตาํบลลาํไทร) ดงันÊี 35 “เนืÉองจากจงัหวดัพระนครศรอียุธยา ไดม้คีาํสงัÉมอบหมายใหอ้งคก์ารบรหิารสว่นตาํบลลาํไทร จดัเก็บภาษโีรงเรอืนและทดÉีนิ โดยแต่งตงÊัใหป้ลดัองคก์ารบรหิารส่วนตาํบลและหวัหนา้ส่วน การคลงัองคก์ารบรหิารส่วนตาํบลลาํไทร เป็นพนกังานเจา้หนา้ทแÉีละพนกังานเก็บภาษโีรงเรอืน และทีดÉนิตามลาํดบัแต่พนกังานส่วนตาํบลทไÉีดร้บัมอบหมายดงักลา่ว ยงัขาดความรู้ประสบการณ์ในการจดัทาํแผนทภÉีาษแีละทะเบยีนทรพัยส์นิดงันน เพืÊัอÉ ใหบ้คุลากรทไÉีดร้บัมอบหมายดงักลา่ว จะไดม้คีวามรู้ความเขา้ใจและเพมพูนÉิทกัษะ และความสามารถในการจดัทาํแผนทภÉีาษีและทะเบยีนทรพัยส์นิใหม้ปีระสทิธภาพ และิประสทิธผิล องคก์ารบรหิารส่วนตาํบล จงึขอส่งพนกังานส่วนตาํบลตามบญัชภีาคชÉอปรากฏตาม ืสิงทีÉสÉ่งมาดว้ย เขา้รบัการฝึกอบรมหลกัสูตรการจดัทาํแผนทภÉีาษแีละทะเบยีนทรพัยส์นิของกรมส่งเสรมิการปกครองทอ้งถนÉิ ในรุ่นต่อไป 36
19/12/65 10 จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป จงึเรยีนมาเพอÉืโปรดพจิารณาดาํเนินการต่อไป 37 2. เหตจุากบคุคลภายนอก คือ สาเหตทุÉีมีหนงัสอืไป มาจาการกระทาํอย่างใด อย่างหนึÉง ของบคุคลภายนอก ตวัอย่างทÉี1 มผีูร้อ้งเรยีนไปยงัศูนยด์าํรงธรรมจงัหวดัพระนครศรอียุธยาเกÉยีวกบัโครงการก่อสรา้งถนน คอนกรตีเสรมิเหลก็ของเทศบาลเมอืงลาํพระยา ว่าไม่ไดด้าํเนินการตามแบบแปลน ศูนย์ดาํรงธรรมจงัหวดัพระนครศรอียุธยา จงึมหีนงัสอืถงึเทศบาลเมอืงลาํพระยา โดยเขยีนเหตุทีมÉหีนงัสอืไป ดงันÊี 38 “ดว้ยมผีูใ้ชน้ามว่า ผูต้่อตา้นการทจุรติ ไดร้อ้งเรยีนต่อศูนยด์าํรงธรรมจงัหวดัพระนครศรอียุธยา ว่า การดาํเนินการโครงการก่อสรา้งคอนกรตีเสรมิเหลก็ถนนรงิคลอง ชลประทาน หมู่ทีÉ 10 ตาํบลลาํพระยา อาํเภอวงันอ้ย จงัหวดัพระนครศรอียุธยา ซงเป็นÉึ โครงการของเทศบาลเมอืงลาํพระยาว่าไม่ไดด้าํเนินการตามแบบแปลนโครงการ ซงÉึดาํเนนการิแบบไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทจุรติจงึขอใหเ้ทศบาลเมอืงลาํพระยาดาํเนินการตรวจสอบขอ้เทจ็จรงิตามอาํนาจหนา้ทÉีแลว้รายงานศูนยด์าํรงธรรมจงัหวดัภายใน 7 วนั” 39 จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป จงึเรยีนมาเพอÉืพจิารณาดาํเนินการต่อไป 40
19/12/65 11 3. เหตจุากเหตกุารณ์ทÉีปรากฏขึÊนเป็นเหตใุหต้อ้งมีหนงัสอืไป เมือÉมภียัธรรมชาตเิกดิขÊนึ ไม่ว่าจะเป็นอทุกภยัวาตภยัภยัแลง้อคัคีภยัจงัหวดัอาํเภอ ซงÉึมหีนา้ทกÉีาํกบัดูแลองคก์รปกครองส่วนทองถิ ้นÉจะมหีนงัสอืแจง้ไปยงัองคก์รปกครองส่วนทอ้งถนÉิ ใหด้าํเนินการ ป้องกนัแกไข และ ้บรรเทาความเดอืดรอ้นใหแ้ก่ราษฎรในความรบัผดิชอบ 41 ตวัอย่างทÉี1 จงัหวดัสมทุรปราการมหีนงัสอืถงึองคก์ารบรหิารส่วนทอ้งถนÉิ ใหด้าํเนินการช่วยเหลอืและ บรรเทาความเดอืดรอ้นใหแ้ก่ราษฎรในความรบัผดิชอบ โดยเขยีนเหตทุมÉีหีนงัสอไป จากเหตุ ืปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ(อทุกภยั) โดยเขยีนเหตทุมÉีหีนงัสอืไป ดงันÊี 42 “เนืÉองจาก จงัหวดัสมทุรปราการ ไดเ้กดิฝนตกหนกัตดิต่อกนัเป็นเวลาหลายวนัจงึเกดินําÊท่วมขงัเป็นบรเิวณกวา้ง ประกอบกบันาํÊทะเลหนุน จงึไม่สามารถระบายนาํÊลงสู่ทะเลไดท้นัทาํใหเ้กดินาํÊท่วมขงัเป็นบรเิวณกวา้งในพÊนที ือÉงคก์รปกครองส่วนทอ้งถนÉิทกุแห่ง ทาํใหป้ระชาชน ไดร้บัความเดอืดรอ้น เนÉืองจากนําÊท่วมขงัทอÉียู่อาศยัและประชาชนขาดแคลนเครÉอืงอปุโภค และ บรโิภคเป็นอย่างมาก จงึขอใหอ้งคก์ารปกครองส่วนทอ้งถนทีÉิมÉรีาษฎรประสบปญัหาความเดอืดรอ้นดงักลา่ว ได้ดาํเนินการแกไ้ขปญัหาและบรรเทาความเดอืดรอ้นดว้ยการเร่งระบายนาํÊออกจากบา้นเรอน และืจดัทาํถงุยงัชพีเพอÉืช่วยเหลอืผูป้ระสบภยัดงักลา่วเป็นการด่วน หากเกนิอาํนาจหนา้ทใÉีหร้ายงาน ขอรบัการสนบัสนุนจากจงัหวดัสมทุรปราการต่อไป” 43 จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป จงึเรยีนมาเพอÉืพจิารณาดาํเนินการต่อไป 44
19/12/65 12 4. เหตจุากผูร้บัหนงัสอื คือ ผูส้่งหนงัสอืกระทาํการอย่างใดอย่างหนÉงึทาํใหผู้ส้่งหนงัสอืตอ้งมหีนงัสอื ไปยงัผูร้บัหนงัสอื โดยมเีหตจุากผูร้บัหนงัสอืแสดงว่าเคยมหีนงัสอืตดิต่อกนัมาก่อน โดยผูร้บัหนงัสอืเคยมหีนงัสอืตดิต่อมายงัผูส้่งหนงัสอื ในครงนี ัÊ Êผูส้่ง หนงัสอืจงึมหีนงัสอืถงึผูร้บัหนงัสอืเป็นการต่อเนÉอืงจากการตดิต่อทางหนงัสอืฉบบัทแÉีลว้ ในหนงัสอืฉบบันÊีจงึมกัจะใชค้าํขÊนึตน้แจง้เหตทุมÉีหีนงัสอืไป มกัใช้คาํว่า “ตาม _ _ _ _ _ _ นันÊ ”หรอื “ตามทีÉ _ _ _ _ _ _ นันÊ ” 45 ตวัอย่างทÉี1 จงัหวดัอ่างทองแจง้ใหอ้งคก์ารบรหิารส่วนจงัหวดัอ่างทอง สรุปผลการ ดาํเนินงานตามพระราชบญัญตักิารอาํนวยความสะดวก ในการพจิารณา อนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 รายงานจงัหวดัอ่างทอง เพอÉืรายงานใหก้รมส่งเสรมิการปกครองส่วนทอ้งถนÉิต่อไป และองคก์ารบรหาริส่วนจงัหวดัอ่างทองจงึไดม้หีนงัสอืถงึจงัหวดัอ่างทองโดยเรÉมิตน้เหตทุมีÉีหนงัสอืไป เรÉมิตน้ดว้ยคาํว่า “ตามทีÉ _ _ _ _ _ นันÊ ” ดังนีÊ 46 “ตามทีจÉงัหวดัอ่างทอง แจง้ใหอ้งคก์ารบรหิารส่วนจงัหวดัอ่างทอง สรุปผลการดาํเนินงาน ตามพระราชบญัญตักิารอาํนวยความสะดวกในการพจิารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และรายงานจงัหวดัอ่างทอง เพอÉืสรุปภาพรวมรายงานกรมส่งเสรมิการปกครอง ทอ้งถน นัÉินÊองคก์ารบรหิารส่วนจงัหวดัอ่างทองไดส้รุปผลการดาํเนินงานตามคู่มอืสาํหรบประชาชน ที ั ได้ Éจดัทาํตามพระราชบญัญตักิารอาํนวยความสะดวก ในการพจิารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ประจาํเดอืน มกราคม 2561 จาํนวน 12 กระบวนงาน รายละเอยีด ปรากฏตามสิงทีÉแÉนบมาดว้ย” 47 จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป จงึเรยีนมาเพอÉืโปรดพจิารณาดาํเนินการต่อไป 48
19/12/65 13 ตวัอย่างทÉี2 เทศบาลตาํบลป๊อกแป๊ก (ผูส้่งหนงัสอื) มหีนงัสอืถงึเทศบาลตาํบลสวน ดอกไม้(ผูร้บัหนงัสอื) โดยมเีหตทุมÉีหีนงัสอืไปจากผูร้บัหนงัสอื (เทศบาล ตาํบลสวนดอกไม) ้ เริÉมตน้ดว้ยคาํว่า “ตามทีÉ _ _ _ _ _ _ นันÊ ” ดงันÊี 49 “ตามทีเÉทศบาลตาํบลสวนดอกไม้มพีนกังานเทศบาลทมÉีคีุณสมบตัใินการเลอนและแต่งตัÉืงÊใหด้าํรงตาํแหน่งในระดบัสูงขÊนึสาํหรบัตาํแหน่งทกÉีาํหนดเป็นตาํแหน่งผูป้ฏบิตังิานทมีÉีประสบการณ์ สายงานทีเริÉ Éมตน้จากระดบั 2 ตาํแหน่งเจา้พนกังานทะเบยีน ระดบั 4 ขอรบัการประเมนิฯ เป็นตาํแหน่ง เจา้พนกังานทะเบยีนระดบั 5 และไดข้อความอนุเคราะหพ์นกังาน เทศบาลในสงักดัเทศบาลตาํบลป๊อกแป๊ก จาํนวน 1 ราย คือ นางอรปียา กาญจนแ์กว้ตาํแหน่ง เจา้พนกังานทะเบยีน เขา้ร่วมเป็นกรรมการพจิารณาคุณสมบตัแิละประเมนิผลงาน นนัÊ เทศบาลตาํบลป๊อกแป๊ก ไดพ้จิารณาแลว้ไม่ขดัขอ้ง และอนุญาตใหพ้นกังานเทศบาลราย ดงักลา่ว เป็นกรรมการประเมนิบคุคลและผลงานฯ ได”้ 50 จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป จงึเรยีนมาเพอÉืพจิารณาดาํเนินการต่อไป 51 ตวัอย่างทÉี3 องคก์ารบรหิารส่วนตาํบลหนองกบ (ผูส้่งหนงัสอื) มหีนงัสอืถงึนายอาํเภอ หนงอแซง (ผูร้บัหนงัสอื) โดยมเีหตทุมÉีหีนงัสอืจากผูร้บัหนงัสอื (นายอาํเภอหนองแซง) โดยเริÉมตน้ดว้ยความว่า “ตาม _ _ _ _ _ _นันÊ ” ดงันÊี 52
19/12/65 14 “ตามหนงัสอืทอÉีา้งถงึอาํเภอหนองแซง ไดแ้จง้ใหท้ราบว่า กรมส่งเสรมิการปกครองทอ้งถนÉิ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ก.จ., ก.ท. และ ก. อบต. มนีโยบายทจÉีะส่งเสรมิและสนบัสนุน องคก์ารปกครองส่วนทอ้งถนÉิใหส้ามารถจดัการศึกษาระดบัปฐมวยัอายุ2-5 ปี ในศูนย์ พฒันาเด็กเลก็ใหม้มีาตรฐาน และคุณภาพ สามารถดูแล และพฒันาเด็กปฐมวยัก่อนวยัเรยีนใน ทอ้งถนÉิใหม้พีฒันาการสมบูรณ์ตามวยัและมคีวามพรอ้มทจÉีะเขา้มารบัการศึกษาต่อในระดบัการศึกษาขันพืÊ Êนฐานต่อไป สอดคลอ้งกบัรฐัธรรมนูญแห่งราชอาณาจกัรไทย พทุธศกราช ั 2560 มาตรา 54 จงึขอใหอ้งคก์ารปกครองส่วนทอ้งถนÉิทกุแห่ง สาํรวจขอ้มูลบคุลากรทÉีปฏบิตัหินา้ทใÉีนศูนยพ์ฒันาเด็กเลก็ขององคก์ารปกครองส่วนทอ้งถนÉิประกอบดว้ย ขา้ราชการ หรอืพนกังานจา้ง เพอÉืปรบัปรุงฐานขอ้มูลใหเ้ป็นปจัจบุนัและรองรบัแนวนโยบายในการ พฒันาการจดัการศึกษาในศูนยพ์ฒันาเด็กเลก็ขององคก์รปกครองส่วนทอ้งถนต่อไป โดยขอให้ Éิรายงานขอ้มูลตามแบบสาํรวจขอ้มูลทสÉี่งมาพรอ้มนÊีใหอ้าํเภอหนองแซงภายในวนัทÉี30 มถินุายน 2560 นันÊ 53 ดงันนÊัองคก์ารบรหิารส่วนตาํบลหนองกบ จงึขอส่งรายงานตามแบบดงักลา่ว ขา้งตน้รายละเอยีดปรากฏตามสงทีÉิแÉนบมาดว้ย” 54 จดุประสงคท์มÉีหีนงัสอืไป จงึเรยีนมาเพอÉืโปรดพจิารณาดาํเนินการต่อไป 55 เขียนคาํใหถู้กหลกัภาษา เขยีนคาํ ใหถ้กูตอ้งตามอกัขรวธิขีองภาษาไทย รูปประโยค ความสมัพนัธข์องขอ้ความ 56
19/12/65 15 เขยีนคาํ ใหถ้กูตอ้งตามอกัขรวธิขีองภาษาไทยคําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็น คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็ฯกญัชา กนัชา เกลด็ปลา เกร็ดปลากนัดาร (อตัคดั) กนัดาล (กลาง) เกศา เกษากปักปัป์เกษยีณอายุเกษยีนอาย,ุเกษยีรอายุกลัป์กลัเกษยีนหนงัสอืเกษยีณหนงัสอื, เกษยีรหนงัสอืกากบาท กากะบาท, กากบาด เกษยีรสมทุร เกษยีณสมทุร, เกษยีนสมทุรกามารมณ์ กามารมย์ เกสร เกษรการบูร การะบูร, การะบูน, การบูน เกินดุล เกินดุลย์กาลเทศะ กาละเทศะ โกฏิ(10 ลา้น) โกฏ กา้วรา้ว กรา้วรา้ว โกศ (ทีÉใสศ่พ) โกฐ (เครืÉองยาสมนุไพร)กาํเนิด กาํเหนิด 57คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็น คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็ฯกรรไกร กนัไกร กระเบยีดกระเสยีร กระเบยีดกระเสยีน กรรเชียง กนัเชียง กระปรÊกระเปร่า กะปรี ีÊกะเปร่ากรรโชก กนัโชก กระสนักะสนัต์กรรมพนัธุ์กรรมพนัธ์กระแสนาํÊกนะแสรน์า ํÊกรวดนํา กรวจนํÊาÊกว๋ยเตียÌวราดหนา้กว๋ยเตียÌวลาดหนา้กระตอืรือรน้กระตือรือลน้ก๊อก ก็อก กระทะ กะทะ กะทดัรดักระทดัรดักะเพรา กระเพรา กะทิ กระทิกะหรีÉปับ กระหรีË Êปับ ËกติติมศกัดÍิกติิมศกัดÍิกกัขฬะ กกัขละ เกร็ดความรู้เกลด็ความรู้ 58 คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็น คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็ฯ ขน้ค่น ขากรรไกร ขากนัไกรขน้แคน้ค่นแคน้ขาดดุล ขาดดลุย์ขบถ ขบฎ ขา้วราดแกง ขา้วลาดแกงขมขีมนัขมขีะหมนัขÊเีถา้ขÊเฒ่า, ขี ีÊเท่า ขลกุขลกิขรุกขริก ขÊนฉ่าย คึ ึÉนช่าย ขะมกัเขมน้ขมกัเขมน้เขยก ขเยก, ขะเหยก ขะมกุขะมอม ขมกุขมอม เขยนิขะเหยนิขณัฑสกร ขนัฑสกร เขา้ฌาน เขา้ฌาณ ขนัชะเนาะ ขนัเชนาะ เขา้รีต เขา้รีด ขโมย ขะโมย ไข่มกุไข่มกุข, ์ ไข่มกุด์ 59คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็น คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็ฯครรลอง คนัลอง, คลัลอง ควนัÉออ้ย ขวนัÊออ้ยครองแครง คลองแคลง ควนิิน ควนินิน ครองราชย์ครองราช ค่อนขอด ขอ้นขอด คริสตศ์ตวรรษ ครสิตศวรรษ คอนกรีต คอนกรีด ครุฑ ครธุคอนแวนต์คอนแวนท์คฤหสัต์คฤหสัคอนเสริต์คอนเสริท์คฤหาสน์คฤหาสต์คะนอง คนองคลาคลํา คราครํÉา, คลาครํÉา คะยัÉนคะยอ ขยัÊนขะยอ Êคลางแคลง คลางแคลง คมัภรี์คาํภรี์คลนิิก คลนีิค, คลนีิก คาํนวณ คาํนวน คลมุเครือ คลมุเคลอื, ครุมเคลอืเครÉืองราชอสิริยาภรณ์เครÉืองราชอสิสยาภรณ์ ์ 60
19/12/65 16 คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็น คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็ฯ เสถยีร เสฐยีร เสนียด สะเหนียด, เสนียจ เสบยีง สะเบยีง เสลด สะเหลด เสาวนีย์เสาวณีย์เสยีศูนย์เสยีสูญ เสืÊอเชิÊต เสืÊอเชิต, เสืË ÊอเชิÊรต์หนา้ปดัหนา้ปทัม์หญา้ลเิภา หญา้ลเิพา หมหูย็อง หมหูยองมอ่หอ้ม, มอ่ฮ่อม หมอ้ฮ่อม หลงใหล หลงไหลหยากไย่, หยกัไย่หยากใย่, หยกัใย่หลมุพราง หลมุพลางหลดุลยุ่หลดุร่ยุหอยแมลงภู่หอยแมงภู่หวนคะนึง หวนคนึง เหมน็สาบ เหมน็สาป เหตุการณ์ เหตุการ โหยหวน โหยหวล เหลก็ใน เหลก็ไน ไหม้ ใหม้แหลกลาญ แหลกราญ, แหลกราน 61คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็น คําทีÉถกูตอ้ง มกัเขียนผิดเป็ฯอนิจกรรม อนิจจกรรม อนิจจา อนิจาอนุญาต อนุญาติอนุมตัิอนุมตัอเนจอนาถ อะเน็จอนาถ อภชิาต อภชิาติอลงัการ อลงัคก์าร อภริมย์อภริมณ์อวสาน อวสานต์ อะไหล่ อาหลัยÉ , อาไหล่อะลมุ่อลว่ย อลมุ่อลว่ย อตัคดัอตัตะคดั, อตัคตัอะลมุ้อลว่ย อลมุ้อลว่ย อาเจยีน อาเจยีรอตัชีวประวตัิอตัชีวะประวตัิอาพาธ อาพาท อนิทรียวตัถุอนิทรยีว์ตัถุอาํมหติอาํมะหติอเิลก็ทรอนิกส์อเิลค็ทรอนิกส,์อเิลค็ โทรนิกส์อริิยาบถ อริิยาบท, อริยาบท 62 ความสมัพนัธข์องขอ้ความ 1. ความสมัพนัธร์ะหว่างประโยคกบัประโยค 2. ความสมัพนัธใ์นลกัษณะประโยคซอ้น 3. ความสมัพนัธร์ะหว่างคาํทแÉียกคร่อมขอ้ความ 4. ความสมัพนัธข์องการเรยีงลาํดบัประโยค 63 1. ความสมัพนัธร์ะหว่างประโยคกบัประโยค ในกรณีทีมÉปีระโยคเป็นเหตแุลว้จะตอ้งมปีระโยคเป็นผลตามมา ตวัอย่าง เนÉืองจาก อบจ. ไดแ้ต่งตงÊัท่านเป็นคณะทาํงานจดัทาํแผนพฒันา อบจ. เพือÉร่วมพจิารณาจดัทาํตลอดจนร่วมประเมนิผลในการวางแผนพฒันา อบจ. ดงัสาํเนาคาํสงแต่งตั ัÉงÊคณะทาํงาน ซงÉึส่งมาพรอ้มกบัหนงัสอืนÊีส่วนกาํหนดนดัประชมุคณะทาํงานเมอÉืใด จะไดเ้รยีนมาเพอÉืใหท้ราบภายหลงั 64
19/12/65 17 วเิคราะห์จะเหน็ ไดว้่าการร่างหนงัสอืฉบบันÊ ขึ ีÊนตน้ดว้ยประโยคเหตวุ่า “เนืÉองจาก” แลว้ไม่มปีระโยคผลตามมา จงึขาดความสมัพนัธร์ะหว่างประโยค เหตกุบัประโยคผล ดงันนัÊควรจะแกไ้ขใหเ้กิดความสมัพนัธร์ะหว่างประโยคเหตุกบัประโยคผล ดงันÊี “ดว้ย อบจ. ไดแ้ต่งตงÊัท่านเป็นคณะทาํงานจดัทาํแผนพฒันา อบจ. เพือÉร่วมคิดร่วมพจิารณาและร่วมจดัทาํแผนงาน ตลอดจนร่วมประเมนิผลในการ วางแผนของ อบจ. ดงัสาํเนาคาํสงแต่งตั ัÉงÊคณะทาํงานฯ ซงÉึส่งมาพรอ้มกบัหนงัสอืนÊีจงึเรยีนมาเพอÉืทราบ ส่วนกาํหนดนดัประชมุคณะทาํงานคณะนÊีจะไดเ้รยีนมา ใหท้ราบภายหลงั” 65 2. ความสมัพนัธใ์นลกัษณะประโยคซอ้น ประโยคซอ้น จะตอ้งดูใหเ้กดิความสมัพนัธก์ลมกลนืระหว่างประธาน กรยิา และ กรรมทกุประโยคร่วมกนัตวัอย่าง นายกเทศมนตรีมอบหมายใหร้องนายกเทศมนตรฝี่ายการโยธา จดัหา สถานทีทÉาํงานและเรÉองอื ืÉนๆ ใหแ้ก่บณัฑติอาสา วเิคราะห์รองนายกเทศมนตรีเป็นประธาน ฝ่ายการโยธา เป็นคาํขยายประธาน จดัหา เป็นกรยิา สถานทีทÉาํงานและเรÉองอื ืÉนๆ เป็นกรรมร่วม 66 เมือแยกเป็น É 2 ประโยค คือ ประโยคทีÉ 1 รองนายกเทศมนตรฝี่ายการโยธาจดัหาสถานททÉีาํงานใหแ้ก่บณัฑตอาสาิประโยคทีÉ 2 รองนายกเทศมนตรฝี่ายการโยธาจดัหาเรÉองอื ืÉนๆ ใหแ้ก่บณัฑติอาสา เมือÉพจิารณาแลว้จะเหน็ว่า ประโยคทÉี2 ไม่ถกูหลกัภาษาไทย เพราะเรÉองอื ืÉนๆ จดัหาไม่ได้ดงันนประโยคที ÊัÉ 2 ควรแกไ้ขเป็น รองนายกเทศมนตรฝี่ายการโยธาจดัการเรÉองอื ืÉนๆ ใหแ้ก่บณัฑติอาสา เมอรวมÉื 2 ประโยค จงึควรแกไ้ขเป็น “นายกเทศมนตรีมอบหมายใหร้องนายกเทศมนตรฝี่ายการโยธา จดัหาสถานททÉีาํงานและ จดัการเรÉองอื ืÉนๆ ใหแ้ก่บณัฑติอาสา” 67 3. ความสมัพนัธร์ะหว่างคาํทÉแียกคร่อมขอ้ความ ขอ้ความในภาษาไทย จะมคีาํทแÉียกคร่อมขอ้ความ ดงันÊีหาอาจ (ดาํเนินการ) ไดไ้ม่มอิาจ (ดาํเนินการ) ได้ หาได้ (ดาํเนินการ) ไม่ จะ (ดาํเนินการ) ก็ได้ จงึ (ดาํเนินการ) มไิด้ ไม่ว่าจะ (พจิารณาในทางนิตนิยั) หรอื (ในทางพฤตนิยั) 68
19/12/65 18 ส่ง (เอกสารหลกัฐาน) ไป (มา) จดัหา (สถานศึกษา) ให้ กระทาํ (การใดๆ) ได้ จดัทาํ (หลกัสูตรใหม)่ ขึÊน เสนอ (ความเหน็) ต่อ ให้ (คาํแนะนาํ) แก่ 69 ตวัอย่าง กรมส่งเสรมิการปกครองทอ้งถนÉิพจิารณาแลว้เหน็ว่า การพฒันาบคุลากรขององคก์ร ปกครองส่วนทอ้งถน เป็นเรืÉิÉองทีมÉคีวามสาํคญัจงึไดร้่วมมอืกบัมหาวทิยาลยัราชภฎัสวนสุนนัทา จดัทาํหลกัสูตรการฝึกอบรมใหแ้ก่พนกังานองคก์ารปกครองส่วนทอ้งถน เพืÉิ อเพิÉมÉพูนความรู้ความสามารถ ทกัษะ และคุณธรรมและจรยิธรรม 70 วเิคราะห์จากตวัอย่าง จะเหน็ว่า ขอ้ความดงักลา่วเป็นการใชค้าํทแยกคร่อมข้Éี อความ คือ “จดัทาํ (หลกัสูตรใหม) ่ ขึÊน”แต่ขอ้ความขา้งตน้ไม่มคีาํว่า “ขึÊน” แสดงว่า ผูร้่างลมืคาํว่า “ขึÊน” ดงันนÊัจงึควรเตมิคาํว่า “ขึÊน” หลงัคาํว่าพนกังานองคก์ารปกครองส่วนทอ้งถนÉิจงึควรแกไ้ขประโยคดงักลา่ว ดงันÊี “กรมส่งเสรมิการปกครองทอ้งถนÉิพจิารณาแลว้เหน็ว่า การพฒันาบคุลากรขององคก์ร ปกครองส่วนทอ้งถน เป็นเรืÉิÉองทีมÉคีวามสาํคญัจงึไดร้่วมมอืกบัมหาวทิยาลยัราชภฎัสวนสุนนัทา จดัทาํหลกัสูตรการฝึกอบรมใหแ้ก่พนกังานองคก์ารปกครองส่วนทอ้งถนขึÉิÊน เพือเพิÉมÉพูนความรู้ความสามารถ ทกัษะ และคุณธรรมและจรยิธรรม” 71 ความสมัพนัธข์องการเรียงประโยค ประโยคภาษาไทย จะเรยีงลาํดบัประโยค ประธาน + กรยิา + กรรม ประโยคภาษาบาลสีนัสกฤต (ทีมÉวีภิตัตปิจัจยั) จะเรยีงลาํดบัประโยค กรรม + กรยิา + ประธาน ประโยค Passive Voice ในภาษาองักฤษ (ประธานถกูกระทาํ) เรยีงลาํดบัประโยค กรรม + กรยิา + ประธาน 72
19/12/65 19 การเขียนใหถู้กความนิยม แบ่งออกเป็น ความนิยมในการใชส้รรพนาม ความนิยมในการใชถ้อ้ยคาํสาํนวน ความนิยมในการแบ่งวรรคตอน ความนิยมในรูปแบบ 73 ความนิยมในการใชส้รรพนาม มี2 ลกัษณะ 1. สรรพนามแทนผูม้หีนงัสอืไป 2. สรรพนามแทนผูร้บัหนงัสอื 74 1. สรรพนามแทนผูม้ีหนงัสอืไป 1. ถา้เป็นหนงัสอืจากส่วนราชการ นยิมใชช้Éอืสรรพนามแทนผูม้หีนงัสอืไป หรอืไมก่ ็ละไวต้ามความนยิม ตวัอย่าง องคก์ารบรหิารส่วนตาํบลหนองหนิขอเรยีน หรอืขอเรยีนวา่ (ละชืÉอส่วน ราชการ) ตามความนยิม 2. ถา้เป็นหนงัสอืจากบคุคล นยิมใช้“ขา้พเจา้” เป็นสรรพนามแทนผู้มหีนงัสอืไป หรอืไมก่ ็ละไวใ้นฐานทเÉีขา้ใจตวัอย่าง ขา้พเจา้ขอเรยีนชÊแีจงวา่หรอื “ขอเรยีนชÊแีจงวา่ (ละขา้พเจา้) ตามความ นยิม 75 1. สรรพนามแทนผูร้บัหนงัสอืมี2 ลกัษณะ คือ 1. ถา้เป็นหนงัสอืถงึสว่นราชการ นิยมใชช้Éอืสว่นราชการเป็นสรรพนามแทนผูร้บัหนงัสอื ไป หรือไมก่ ็ละไวต้ามความนิยม ตวัอย่าง ขออาํเภอเมอืงรอ้ยเอด็ ไดโ้ปรด หรือ ขอไดโ้ปรด…. (ละชืÉอสว่นราชการ) ตามความนิยม 2. ถา้เป็นหนงัสอืถงึบุคคล นิยมใช้“ท่าน” เป็นสรรพนามแทนบุคคลทีÉรับหนงัสอืหรือละไวใ้นฐานทÉเีขา้ใจตวัอย่าง ขอท่านไดโ้ปรด…. หรือ “ขอไดโ้ปรด…. (ละท่านไว้) ตามความนิยม 76
19/12/65 20 ความนิยมในการใชถ้อ้ยคาํสาํนวน นิยมใชภ้าษาราชการในการเขยีนหนงัสอืราชการ ไม่นิยมใชค้าํเชÉอมซํ ืาÊกนั 77 นิยมใชภ้าษาราชการในการเขียนหนงัสอืราชการ ไม่นิยมใชภ้าษาพูด หรอืภาษาลาํลอง หรอืภาษานกัประพนัธ์ตวัอย่างทÉี1 “พรอ้มกนันÊีไดแ้จง้ใหอ้งคก์ารบรหิารส่วนตาํบลทราบแลว้ เหมอืนกนั”วเิคราะห์ “เหมอืนกนั” เป็นภาษาพูด จงึไม่นิยมใช้จงึควรเปลยนเป็นÉีภาษาราชการ ภาษาเขยีนดงันÊี “พรอ้มกนันÊีไดแ้จง้ใหอ้งคก์ารบรหาริส่วนตาํบลทราบดว้ยแลว้” 78 ตวัอย่างทÉี2 “เนืÉองจากประชาชนไดร้บัความเดอืดรอ้นอย่างแสนสาหสั”วเิคราะห์ “แสนสาหสั” เป็นภาษานกัประพนัธ์จงึไม่เหมาะสมทจÉีะใชใ้น หนงัสอืราชการ จงึควรแกไ้ขเป็น “เนืÉองจากประชาชนไดร้บัความ เดอืดรอ้นเป็นอย่างยงÉิ” 79 การใชภ้าษาในการเขียนหนงัสอืราชการ ลาํดบัทÉีภาษาพูด, ภาษาทัวไป ภาษาราชการ É 1 เดียวนีÌ ÊขณะนีÊ, บดันÊี 2 ตอ้งการ (มคีวาม) ประสงค์ 3 ช่วย อนุเคราะห์ 4 ไม่ใช่มใิช่ 5 ไม่ดีมชิอบ, ไม่สมควร 6 ไม่ได้มไิด, ้หามไิด, ้มอิาจ….ได้ 7 ในเรืÉองนีÊ ในการนีÊ, ในกรณีนีÊ 80
19/12/65 21 การใชภ้าษาในการเขียนหนงัสอืราชการ ลาํดบัทÉีภาษาพูด, ภาษาทัวไป ภาษาราชการ É 8 เรืÉองนัน เรืÊ Éอง (กรณี) ดงักลา่ว 9 เหมอืนกนัเช่นเดยีวกนั 10 ขอเชญิมา ขอเชญิ ไป 11 ยงัไม่ไดท้าํเลย ยงัไม่ไดด้าํเนินการแต่อย่างใด 12 เสร็จแลว้แลว้เสร็จ, เรยีบรอ้ยแลว้ 13 ขอเตอืนว่า ขอเรยีนใหท้ราบว่า 14 ปญัญาทบึ, โง่ขาดความรูค้วามเขา้ใจ 81 ลาํดบัทÉีภาษาพูด, ภาษาทัวไป ภาษาราชการ É 15 ใชไ้ม่ได, ้เลว ยงับกพร่อง, ยงัตอ้งปรบัปรุง 16 ขอใหด้าํเนินการ โปรดพจิารณาดาํเนินการ 17 โปรดอนุมตัิ โปรดพจิารณาอนุมตัิ 18 ใคร ผูใ้ด 19 ทีไหน ที É ใดÉ 20 แบบไหน แบบใด 82 ลาํดบัทÉีภาษาพูด, ภาษาทัวไป ภาษาราชการ É 21 อะไร สิงใดÉ , อนัใด 22 ไดไ้หม ไดห้รอืไม่ 23 เมือไหร่ เมื É อใดÉ 24 อย่างไร เช่นใด, ประการใด 25 ทาํไม เพราะอะไร, เหตใุด 83 ความนิยมในการแบ่งวรรคตอน 1. การใชค้าํเชÉอืมคาํเดยีวกนัเชÉอืมคาํหลายคาํ ใหใ้ส่เพยีงคาํเชÉอืมคาํสุดทา้ย 2. คาํแสดงความหนกัแน่น 3. คาํบงัคบั – คาํขอรอ้ง 4. หางเสยีง 84
19/12/65 22 1.การใชค้าํเชÉือมคาํเดียวกนัเชÉือมคาํหลายคาํใหใ้สเ่พยีงคาํเชÉือมคาํสุดทา้ย การเชืÉอมคาํประธานหรอืกรยิาหลายคาํเขา้ดว้ยกนัดวัยคาํวา่ “และ” หรอื “กบั” ไม่ นยิมใส่คาํเชÉอืมทกุคาํแต่นยิมใส่คาํเชÉอืมคาํสุดทา้ยเพยีงคาํเดยวีตวัอย่างทÉี1 “นายสมพงษ์และนายสมชายและนายสมบตัิมาอยู่เวรเฝ้าททÉีาํการ องคก์ารบรหิารส่วนตาํบล”ควรแกเ้ป็น “นายสมพงษ์นายสมชายและนายสมบตัิมาอยู่เวรเฝ้าททÉีาํการองคก์าร บรหิารส่วนตาํบล” 85 3. คาํบงัคบั-คาํรอ้งเรียน การเขยีนหนงัสอืราชการถงึบคุคล หรอืผูด้าํรงตาํแหน่งทไÉีม่ไดอ้ยู่ในบงัคบับญัชา ไม่นิยมใชค้าํบงัคบัแต่นิยมใชค้าํขอรอ้งทมÉีคีวามหมายเดยีวกนัคาํบงัคบัคาํขอรอ้ง ขอใหส้่ง โปรดส่ง ใหไ้ปตดิต่อ โปรดตดิต่อ ขอใหน้าํเสนอต่อไป โปรดนาํเสนอต่อไป ตวัอย่าง “จงึเรยีนมาเพอÉืขอใหน้าํเสนอ กท. จงัหวดัเพอÉืพจิารณาต่อไป”ควรแกไ้ขเป็น “จงึเรยีนมาเพอÉืโปรดนาํเสนอ กท. จงัหวดัเพอÉืพจิารณาต่อไปดว้ย จะขอบคุณ มาก” 86 4. หางเสียง การลงทา้ยประโยคในหนงัสอืราชการ นิยมใส่หางเสยีง เพอÉืใหข้อ้ความจบลงอย่างรÉนหูืตวัอย่าง “องคก์ารบรหิารส่วนตาํบลหนองแวง ยนิดทีใÉีหค้วามร่วมมอืในโครงการดงักลา่ว โปรดใหเ้จา้หนา้ทไÉีปตดิต่อกบัเจา้หนา้ท ณ ทีÉีทÉาํการองคก์ารบรหิารส่วนตาํบลหนองแวง”ควรแกไ้ขเป็น “องคก์ารบรหิารส่วนตาํบลหนองแวง ยนิดทีใÉีหค้วามร่วมมอืในโครงการดงักลา่ว โปรดใหเ้จา้หนา้ทไÉีปตดิต่อกบัเจา้หนา้ท ณ ทีÉีทÉาํการองคก์ารบรหิารส่วนตาํบลหนองแวงต่อไป” 87 THE END