The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน 66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sanan Suktalord, 2023-09-13 07:58:15

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน 66

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน 66

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน โดย นางสาวภณัฐญา สุขตลอด ต าแหน่ง ครูโรงเรียนวัดโพธิ์แทน อ าเภอ องครักษ์ จังหวัดนครนายก ปีการศึกษา 2566


รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ด้วย การสร้างแบบจ าลองเซลล์ ผู้วิจัย นางสาวภณัฐญา สุขตลอด ต าแหน่ง ครู โรงเรียนวัดโพธิ์แทน รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปัญหาในชั้นเรียนที่พบ จากประสบการณ์การสอนของผู้สอน พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มักมีปัญหาต่อการ ปรับตัวกับเนื้อหารายวิชาวิทยาศาสตร์ที่มีรายละเอียด ความซับซ้อนมากขึ้น มีความเป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้ อีกทั้งคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่คุ้นเคย และยากขึ้น ทำให้ยากต่อการจดจำ เรียนรู้ และทำความเข้าใจ การ จัดการเรียนการสอนแบบเก่าที่ครูเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้จึงไม่สามารถทำให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) หมายถึง กิจกรรมการเรียนการสอนที่ แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ส่งเสริมให้นักเรียนทำงานร่วมกันโดยในกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มี ความสามารถแตกต่างกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน และมีความ รับผิดชอบร่วมกัน ทั้งในส่วนตนและส่วนรวม เพื่อให้ตนเองและสมาชิกทุกคนในกลุ่มประสบความสำเร็จตาม เป้าหมายที่วางไว้ การเรียนรู้โดยการสร้างแบบจำลองเป็นฐาน เป็นการที่นักเรียนนำความรู้นามธรรมที่ได้เรียนรู้มา มาสร้างเป็นแบบจำลองตามความคิด เพื่อใช้อธิบายความเข้าใจของตนเอง ซึ่งจะออกมาเป็นรูปธรรมและเข้าใจ ได้ง่ายมากขึ้น และครูจะสามารถประเมินความเข้าใจ และให้คำแนะนำเพิ่มเติมให้นักเรียนได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ ผู้สอนจึงต้องการนำเทคนิคการจัดการเรียนการสอนนี้มาปรับใช้ในการจัดการเรียนการ สอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต ที่มีเนื้อหาเป็นนามธรรม และให้นักเรียน สร้างแบบจำลองเซลล์หลังจากการเรียนเนื้อหาทั้งหมด และประเมินการเรียนรู้อย่างหลากหลาย วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนรู้ด้วยการสร้างแบบจำลองเป็นฐาน 2. เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ต่อไปนี้ 2.1 นักเรียนสามารถบอกความแตกต่างของเซลล์พืชเซลล์สัตว์ได้ 2.2 นักเรียนสามารถบอกหน้าที่ของส่วนประกอบต่าง ๆของเซลล์ได้ 2.3 นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองเซลล์โดยใช้ดินน้ำมันได้ 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย/นวัตกรรม 1. แผนการสอน 2. ใบกิจกรรม 3. บัตรภาพเซลล์ 4. หนังสือเรียน สสวท 5. อุปกรณ์การทดลอง 6. แบบทดสอบท้ายหน่วย หลักการทฤษฎีที่น ามาใช้ การเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน สามารถแบ่งได้ เป็น 4 ประเภท ตามการแบ่งของ Frigg และ Hartmann ; 2006 ดังนี้ 1. แบบจำลองมาตราส่วน (scale models) เป็นแบบจำลองพื้นฐาน ซึ่งคัดลอก จากเป้าหมาย อาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่าก็ได้ เป็นรูปจำลองที่เหมือนจริง 2. แบบจำลองแนวคิด (idealized model) เป็นแบบจำลองที่นำเสนอสิ่งที่ซับซ้อนให้ดูง่ายขึ้น 3. แบบจำลองเปรียบเทียบ (analogical models) เป็นแบบจำลองเปรียบเทียบปรากฏการณ์ การเปรียบเทียบจะอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่เหมือนกัน หรือ คล้ายกันของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ระบบ โดยงานวิจัยในชั้นเรียนนี้จัดเป็นแบบจำลองแนวคิด วิธีการด าเนินการวิจัย 1. นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต 2. ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นความรู้เกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของเซลล์ จากบัตรภาพ 4. นักเรียนน าความรู้ไปใส่ในใบกิจกรรม 5. ครูตั้งโจทย์ให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ เกี่ยวกับลักษณะโครงสร้างว่าแตกต่างกัน อย่างไร แล้วให้นักเรียนสร้างแบบจ าลองเพื่อน าเสนอโดยใช้ดินน ้ามัน พร้อมระบุชื่อของส่วนต่าง ๆ 6. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน าแบบจ าลองออกมาน าเสนอ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นของแต่ละกลุ่มเพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่เติมเต็มมากขึ้น 8. นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียนท้ายหน่วย ผลการด าเนินการวิจัย 1. คะแนนก่อนเรียนเฉลี่ย 2.83 คะแนน และคะแนนหลังเรียน 15.78 คะแนน 2. คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญที่ระดับ 0.05


อภิปรายผล 1. การสอนโดยใช้แบบจ าลองที่ประยุกต์น าเอาสิ่งรอบตัวมาใช้ ท าให้นักเรียนมีความสนุกในการ เรียน และจดจ าเนื้อหายากๆได้ดีขึ้น 2. การใช้แบบจ าลองช่วยท าให้เนื้อหาที่เป็นนามธรรมเกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น 3. นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ และสามารถตั้งค าถามจากสิ่งที่เรียนรู้ได้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติ บวกต่อเรื่องที่เรียนว่าอยากเรียนรู้เพิ่มขึ้น ข้อเสนอแนะ การเตรียมอุปกรณ์เพื่อสร้างแบบจ าลองต้องมีการวางแผน เลือกวัสดุให้เหมาะสม


แผนการจัดการเรียนรู้ที่19 เรื่อง โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว21101 เวลา 3 คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่3 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต รวม 12 คาบ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่1 สาระที่ 1 ชื่อสาระ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ - ว 1.2เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลําเลียงสารเข้าและออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทํางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทํางานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชี้วัด - ม.1/2 เปรียบเทียบรูปร่างของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ รวมทั้งบรรยายหน้าที่ของผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพลาสต์ - ม.1/3 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับการทําหน้าที่ของเซลล์ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สาระสําคัญ เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตสิ่งมีชีวิตบางชนิดมีเซลล์เพียงเซลล์เดียว เช่น อะมีบา พารามีเซียม ยีสต์บางชนิดมีหลายเซลล์เช่นพืช สัตว์โครงสร้างพื้นฐานที่พบทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์และ สามารถสังเกตได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ใช้แสง ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส โครงสร้างที่พบใน เซลล์พืชแต่ไม่พบในเซลล์สัตว์ ได้แก่ผนังเซลล์และคลอโรพลาสต์โครงสร้างต่างๆของเซลล์มีหน้าที่แตกต่างกัน ผนังเซลล์ทําหน้าที่ให้ความแข็งแรงแก่เซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ทําหน้าที่ห่อหุ้มเซลล์และควบคุมการลําเลียงสารเข้า และออกจากเซลล์ นิวเคลียส ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานของเซลล์ ไซโทพลาซึม มีออร์แกเนลล์ที่ทําหน้าที่ แตกต่างกัน แวคิวโอล ทําหน้าที่เก็บน้ำและสารต่าง ๆ ไมโทคอนเดรีย ทําหน้าที่เกี่ยวกับการสลายสารอาหาร เพื่อให้ได้พลังงานแก่เซลล์ คลอโรพลาสต์เป็นแหล่งที่เกิดการสังเคราะห์ด้วยแสง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างเซลล์พืชกับเซลล์สัตว์ได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองเซลล์ได้ 3) ด้านเจตคติ (A) นักเรียนตั้งใจเรียนและมีวินัยในการเรียน


4. คุณลักษณะผู้เรียน 4.1 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 5. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด : นักเรียนสามารถอธิบายรูปร่างความแตกต่างระหว่างเซลล์เดี่ยวและเซลล์ หลายเซลล์ได้ 6. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างพื้นฐานที่พบทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์และสามารถสังเกตได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ใช้แสง ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ไซโทพลาซึม และนิวเคลียสโครงสร้างที่พบในเซลล์พืชแต่ไม่พบในเซลล์สัตว์ได้แก่ผนังเซลล์ และคลอโรพลาสต์ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (120 นาที) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1) ครูร่วมกับนักเรียนทบทวนความรู้ดังนี้ - สิ่งมีชีวิตประกอบด้วยเซลล์เซลล์เป็นหน่อยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต - สิ่งมีชีวิตบางชนิดประกอบเซลล์เพียงเซลล์เดียว เรียกว่าสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น แบคทีเรีย อะมีบา พารามีเซียม กิจกรรมในการดำรงชีวิตทุก ๆอย่างเกิดขึ้นเพียง 1 เซลล์เท่านั้น - สิ่งมีชีวิตบางชนิดประกอบด้วยเซลล์จำนวนมาก เรียกว่าสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เช่น พืชและสัตว์ต่าง ๆ สิ่งมีชนิดหลายเซลล์ประกอบด้วยเซลล์หลายชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะ - สิ่งมีชีวิตเซลล์เดี่ยวแต่ละเซลล์แยกกันอยู่ แม้บางครั้งจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่จะ มีการประสานงานระหว่างเซลล์น้อยมาก เซลล์สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์รวมกันเป็นเนื้อเยื้อ แต่ก็มีเซลล์ที่อยู่กัน เดี่ยวๆ เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์อสุจิ 2) ครูนำภาพเซลล์ 2 เซลล์ที่มีความแตกต่างกันในลักษณะรูปร่าง ดังภาพ


ที่มา https://th.pngtree.com/freepng/figure-animal-and-plant-cells_2137587.html 3) ครูถามต่อไปว่า เซลล์ 2 เซลล์นี้ รูปใดเป็นเซลล์พืช รูปใดเป็นเซลล์สัตว์ โดยครูให้นักเรียน เขียนลงสมุดของตัวเองโดยครูไม่อธิบายคำตอบให้นักเรียนได้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเองต่อไปการจากเรียน ขั้นที่2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1) ครูให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่มตามที่ได้จัดไว้ โดยจะมีสมาชิกกลุ่มอยู่ประมาณ 4- 5 คนต่อ กลุ่ม 2) ครูแจกบัตรภาพเซลล์ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นเกี่ยวกับลักษณะของเซลล์และทำลง ในใบงาน 2) ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้มาสร้างแบบจำลองเซลล์โดยครูเตรียม อุปกรณ์ทุกอย่างไว้ให้ ได้แก่ดินน้ำมันหลากสี ไม้เสียบลูกชิ้น คัตเตอร์ ฟิวเจอร์บอร์ดและอุปกรณ์อื่นๆ โดยครู ให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มมากลุ่มละ 1 คนเพื่อรับอุปกรณ์ในการสร้างแบบจำลอง และให้นักเรียนอีก 1 คนเป็น ตัวแทนกลุ่มในการจับสลาก โดยครูจะทำสลากเอาไว้โดยจะได้เซลล์พืชจำนวน 4 กลุ่มและเซลล์สัตว์จำนวน 4 กลุ่ม 3) ครูให้นักเรียนหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสื่ออินเทอร์เน็ตหรือแหล่งอื่นๆเพื่อสร้างแบบจำลอง เซลล์ให้มีความถูกต้อง ทั้งนี้ในการทำกิจกรรมครูพยายามเดินสำรวจความถูกต้องของการสร้างแบบจำลองและ การระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีคม เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขั้นที่3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1) ครูให้ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆในห้องเรียน ขั้นที่4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งคำถาม โดยให้แต่ละกลุ่มตั้งคำถามมา 1 ข้อ 2) ครูให้ใบงาน โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ไปทำเป็นการบ้าน ขั้นที่5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1) การตอบคำถามในชั้นเรียน 2) การทำใบงาน โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ 3) การตรวจแบบจำลองเซลล์ 8. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 8.1 ใบงาน โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ 8.2 บัตรภาพเซลล์


8.2 สื่อ power point 8.3 หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ม.1 8.4 กิจกรรมการสร้างแบบจำลองเซลล์ 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน 1ด้านความรู้ :นักเรียน สามารถอธิบายความ แตกต่างระหว่างเซลล์พืช กับเซลล์สัตว์ได้ - ตรวจใบงาน โครงสร้าง และหน้าที่ของเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ - ใบงาน โครงสร้างและ หน้าที่ของเซลล์พืชและเซลล์ สัตว์ ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2 2. ด้านกระบวนการ : นักเรียนสามารถสร้าง แบบจำลองเซลล์ได้ - การตรวจแบบจำลอง เซลล์ - แบบประเมินการทำงาน กลุ่ม ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2 3. ด้านเจตคติ : นักเรียน ตั้งใจเรียนและมีวินัยใน การเรียน - การสังเกตพฤติกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมินการสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2


ประมวลภาพกิจกรรมในห้องเรียน


ใบงาน เรื่อง องค์ประกอบชองเซลล์ ชื่อ........................................................... เลขที่.............ชั้น ม.1 ค ำสั่ง : ให้นักเรียนวำดภำพ และบอกหน้ำที่ออร์แกเนลของเซลล์ และเติมค ำในข่องว่ำงด้ำนล่ำง ภาพ หน้าที่ ภาพ หน้าที่ ผนังเซลล์ แวคิวโอล เยื่อหุ้มเซลล์ คลอโรพลาสต์ ไมโทคอนเดรีย กอจจิคอมเพลกซ์ นิวเคลียส ไลโซโซม เซนทริโอล ไรโบโซม


แบบทดสอบย่อยครั้งที่ 1 ชื่อ.....................................................................เลขที่...................ชั้น ม.1 ตอนที่ 1 พิจารณาส่วนประกอบเซลล์ แล้วน าตัวอักษรหน้าค าต่อไปนี้ เติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง A. นิวเคลียส B. กอจจิคอมเพล็กซ์ C. ไมโทคอนเดรีย D.ผนังเซลล์ E. เยื่อหุ้มเซลล์ F.แวคิวโอล G. เซนทริโอล H. คลอโรพลาสต์ I. ไลโซโซม J.ไรโบโซม ตอนที่ 2 จงอ่านแบบทดสอบ และเลือกค าตอบที่ถูกต้องเพียงค าตอบเดียว ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง 1 6 2 7 3 8 4 9 5 10 2. 3. 1. 8. 7. 4. 9. 5. 6. 10. 11. ส่วนประกอบที่มีเฉพาะในเซลล์พืช คือ.............................. และ ....................................... 12. ส่วนประกอบที่มีเฉพาะในเซลล์สัตว์คือ............................. และ .......................................


แบบทดสอบ เรื่อง ส่วนประกอบและหน้าที่ของเซลล์ 1. อะไรเป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ก. เนื้อเยื่อ ข. เซลล์ ค. อวัยวะ ง. ร่างกาย 6. แหล่งสร้างพลังงานให้แก่เซลล์ หน้าตาคล้ายถั่ว ก. ไมโทคอนเดรีย ข. ไรโบโซม ค. แวคิวโอล ง. ผนังเซลล์ 2. โครงสร้างพื้นฐานของเซลล์ ได้แก่ ก. ผนังเซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส ข. เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส ค. เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม ไมโตคอนเดรีย ง. เยื่อหุ้มเซลล์ คลอโรพลาสต์ นิวเคลียส 7. หุ้มนอกสุดของเซลล์พืช ช่วยให้เซลล์คงรูปและแข็งแรง ก. ไมโทคอนเดรีย ข. ไรโบโซม ค. แวคิวโอล ง. ผนังเซลล์ 3.ห่อหุ้มส่วนต่างๆที่อยู่ภายในเซลล์ ยอมให้สารบาง ชนิดเท่านั้นผ่านเข้าออก เป็นเยื่อเลือกผ่าน ก. เยื่อหุ้มเซลล์ ข. ผนังเซลล์ ค. นิวเคลียส ง. ไซโทพลาซึม 8. ศูนย์บัญชาการของเซลล์ ทั้งควบคุมลักษณะพันธุกรรม ก. กอลจิบอดี ข. เอนโดพลาซึม ค. นิวเคลียส ง. ไมโทคอนเดรีย 4.พบเฉพาะในเซลล์สัตว์เท่านั้น ก. เยื่อหุ้มเซลล์ ข. ไซโทพลาซึม ค. คลอโรพลาสต์ ง. เซนทริโอล 9. ลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว เป็นที่อยู่ของออร์แกเนลล์ต่าง ๆ ก. นิวเคลียส ข. ไซโทพลาซึม ค. คลอโรพลาสต์ ง. แวคิวโอล 5. มีขนาดใหญ่มากในเซลล์พืช ช่วยเก็บสะสมน ้าและ สารต่าง ๆ ในเซลล์สัตว์เล็กมากช่วยบรรจุอาหารให้เม็ด เลือดขาว ก. เซนทริโอล ข. แวคิวโอล ค. คลอโรพลาสต์ ง. เยื่อหุ้มเซลล์ 10. เซลล์ขนิดใดพบในเซลล์พืชเท่านั้น ก. เซนทริโอล ผนังเซลล์ ข. เซนทริโอล คลอโรพลาสต์ ค. ผนังเซลล์ คลอโรพลาสต์ ง. แวคิวโอล ผนังเซลล์


Click to View FlipBook Version