The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตัวอย่างนิทานพื้นบ้านในภาคต่าง ๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by korn_kornkamol, 2022-01-23 03:35:41

ตัวอย่างนิทานพื้นบ้านในภาคต่าง ๆ

ตัวอย่างนิทานพื้นบ้านในภาคต่าง ๆ

เรื่องย่อลลิ ติ พระลอ
เมอื งสรวงและเมอื งสรองเปน็ ศัตรูกัน พระลอเป็นกษัตริย์เมืองสรวงทรงพระสิริ
โฉมย่ิงนัก จนเป็นท่ีต้องพระทัยของพระเพื่อนพระแพงราชธิดาของท้าวพิชัยพิษณุกร
กษัตริย์แห่งเมืองสรอง นางร่ืนนางโรยซ่ึงเป็นพระพี่เลี้ยงได้ขอให้ปู่เจ้าสมิงพรายช่วย
ทาเสน่หใ์ หพ้ ระลอเสด็จมาเมืองสรวง เมื่อพระลอต้องเสน่ห์ได้ตรัสลาพระนางบุญเหลือ
พระราชมารดา และนางลักษณวดีมเหสี เสด็จไปเมืองสรองพร้อมกับนายแก้วนายขวัญ
พระพี่เลี้ยง พระลอทรงเสี่ยงทายน้าท่ีแม่นา้ กาหลง ถึงแม้จะปรากฏลางร้ายก็ทรงฝืน
พระทยั เสด็จต่อไป
ไก่ผีของปู่เจ้าสมิงพรายล่อพระลอกับนายแก้วนายขวัญไปจนถึงสวนหลวง นาง
ร่ืนนางโรยออกอบุ ายลอบนาพระลอกับนายแก้วนายขวัญไปไว้ในตาหนักของพระเพื่อน
พระแพง ท้าวพิชัยพิษณุกรทรงทราบเรื่องก็ทรงพระเมตตารับสั่งจะจัดการอภิเษก
พระลอกับพระเพ่ือนและพระแพงให้ แต่พระเจ้าย่าเลี้ยงของพระเพ่ือนพระแพงยังทรง
พยาบาทพระลอ อ้างรับสั่งท้าวพิชัยพิษณุกรตรัสสั่งใช้ให้ทหารไปรุมจับพระลอ พระ
เพื่อนพระแพงและพี่เลี้ยง
พระลอ พระเพ่ือน พระแพง และพี่เลีย้ งช่วยกันต่อสู้จนสิ้นชีวติ ท้ังหมด ท้าวพิชัย
พษิ ณุกรพิโรธพระเจ้าย่าและทหาร รับสั่งให้ประหารชีวิตทกุ คน พระนางบุญเหลือทรง
ส่งทูตมาร่วมงานพระศพกษัตริย์ท้ังสาม ในท่ีสุดเมืองสรวงและเมืองสรองก็กลับมา
เป็นไมตรีต่อกนั

นทิ านล้านนา เรื่อง ปุย๋ ลาไย
ลงุ ทาเป็นชาวสวน แกทาสวนลาไยกว้างขวาง ในฤดูลาไยออกดอกออกผล
แกมีความสุขใจท่ีสุด ดังน้ันตลอดวันแกจะขลุกอยู่แต่ในสวนลาไยตลอดเวลา ลุงทาจะ
คอยเอาใจใส่ดายหญ้า พรวนดิน และใส่ปุ๋ยรดนา้
ครั้นฤดูร้อนย่างเข้ามา ทางเทศบาลวางยาเบ่ือสุนัข ลุงทาจะชื้อซากสุนัข
เหล่าน้ันจากพนักงาน แล้วนาเอาไปฝั่งไว้ท่ีโคนต้นลาไยต้นละตัว การท่ีแกทาเช่นนี้ทา
ใหส้ วนลาไยของแกงอกงามย่ิงนัก จนแกบอกกบั ใคร ๆ ว่า การเอาสัตว์ที่ตายแล้วไปฝัง
โคนต้นช่วยให้ต้นลาไยเจรญิ เติบโตรวดเร็วย่ิงนกั ถ้าใครไม่เช่ือก็ลองดูเถิด มันโตวันโต
คืนเชียว
วันหน่ึงลงุ เขียวเพ่ือนบา้ นได้แวะไปเยยี่ มลงุ ทาท่บี า้ นแต่ไม่พบ แกจึงแวะไป
หาที่สวนลาไย พอดีขณะนั้นย่างเข้าฤดูร้อน ไก่แก่กาลังเป็นโรคระบาดตายกัน และลุง
เขยี วเปน็ นกั เลีย้ งไก่ ที่บ้านแกมีไก่มากมาย ลุงทาเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงเอ่ยปากบอก
ลุงเขียววา่ “เขยี ว เขยี ว ถ้าไก่คิงตาย ฮาขอเหียเนอ่ ” (เพื่อน ถ้าไก่ตายขอเสยี นะ)
ลงุ เขียวได้ยินชักโมโหทเี่ พื่อนมาพูดเช่นนี้เป็นการแช่งให้ไก่ของตนตาย จึง
ถามออกไปอย่างโมโหนิด ๆ ว่า “ถ้าไก่ฮา (ฉัน) ตาย คิง (เพ่ือน) จะเอาไปยะหยัง”
(ทาไมล่ะ ถ้าไก่ฉันตายจรงิ จะเอาไปทาอะไรล่ะ)
ลุงทาได้ยนิ ไม่คิดว่าเพ่ือนของตนโมโหจึงกล่าวว่า “ถ้าได้ไก่ตาย ฮา (ฉัน)
กจ็ ะเอามาใส่ต้นลาไยเปน็ ปุ๋ยละก่า” (ละซิ)

นทิ านล้านนา เรื่อง ป๋ยุ ลาไย (ต่อ)
ลุงเขียวชักฉุน เลยกล่าวต่อไปว่า “ถ้าจะอัน้ กันงัวของฮาต๋ายลอ คิงจะเอา
ก่อ” (ยังนน้ั ถ้าวัวของฉนั ตายจะเอาไหมล่ะ)
ลุงทาหัวเราะว่า “เอาก่า เอาก่า ถ้างัวของคิงตาย ฮาจะแบ่งใส่ได้หลาย
ต้น ขอคงิ ฮื้อแต้ ๆ เตอ๊ ะ” (เอาซี เอาซี ถ้าวัวเพื่อนตาย จะได้แบ่งฝังได้หลายต้น ขอให้
กแ็ ล้วกนั ) แกตอบไปอย่างพาซื่อ
ลุงเขียวชักหมั่นไส้ในความเห็นแก่ตัวของเพ่ือนจึงพูดตัดบทว่า “ถ้าจะอั้น
รถบดถนนต๋ายคงิ จะเอาก่อ บ่าเดี๋ยวนี้มีหลายกันจอดอยู่ในโฮงรถข้างก๋มทาง” (ถ้างั้น
รถบดถนนตายล่ะจะเอาไหมเดี๋ยวนี้มีหลายคันอยู่ในโรงรถน้ัน)
ลุงทาได้ฟังจึงรู้ว่าลุงเขียวพูดเล่นแง่กับตน จึงโมโหและโพล่งออกมาโดย
ไม่รู้ตัวว่า ”ดีก่าบ่าถ้ารถบดต๋ายแต้ ๆ ฮาจะเอาเป็นปุ๋ยสากมอง ไปไป้ปู่เขียว กาเดียว
จะหัวแตก” (ดีซี ถ้ารถบดถนนตายกัน จะเอาเป็นปุย๋ สากตาข้าว)
ลุงเขียวร้ทู า่ ว่าเพ่ือนของตนโกรธจึงรีบก้าวเท้าจ้าเดินจากไปโดยไม่เหลียว
หลัง พร้อมกับบ่นพึมพาว่า “คนอะหยังจะใดจะเอาก่าได้ฝ่ายเดียว” (คนอะไรจะเอาแต่
ได้ฝ่ายเดียว)

จาปาสตี่ น้
มีเมืองใหญ่แห่งหน่ึง ชื่อเมืองจักขิน ครั้งหน่ึงเกิดภัยใหญ่ข้ึน คือมีฮุ้งใหญ่
หรือเหยี่ยวใหญ่สองตัวผัวเมียมาจับประชาชนกินเป็นอาหารเป็นประจา เจ้าเมืองหมด
ทางสู้จึงนาธิดาสาวชื่อปทุมาไปซ่อนไว้ในกลองยักษ์ในพระราชวัง ในท่ีสุดฮุ้งใหญ่จับ
คนกินหมด
ต่อมาท้าวจุลละนีแห่งเมืองปัญจานครได้ออกล่าสัตว์ได้หลงเข้าไปในเมือง
จักขิน ได้เห็นเป็นเมืองร้างเต็มไปด้วยซากกระดูก จึงไปตีกลองได้ยินเสียงนางปทุมา
ร้องออกมาจากในกลอง จึงเอานางออกมา ดังนั้นนางจงึ มีช่ือหน่ึงว่านางคากลอง ท้าว
จุลละนีจึงได้นางเป็นมเหสีคนที่สองรองจากนางอัคคี เม่ือนางปทุมาประสูตินางอัคคี
เอาผ้าผูกตา แล้วเอาลูกสุนัขมาเปลี่ยนพร้อมท้ังใส่ร้ายนางว่ามีความผูกพันกับสุนัข
ท้าวจุลละนีจึงเนรเทศนางออกจากเมืองไปเป็นคนเลี้ยงหมู แสนทุกข์ทรมานกายใจ
ส่วนกุมารท้ังสี่องคถ์ ูกนางอัคคีจับใส่ไหลอยน้าไปติดอยู่ท่ีสวนดอกไม้ ตา
ยายเจา้ ของสวนเอาศพทั้งสี่กุมารไปเผา ตรงเชิงตะกอนที่เผาน้ันเกิดมีต้นจาปาขึ้นสี่ต้น
นางอคั คีสบื ทราบความจริงอีก จึงใหเ้ สนามาโค่นแล้วให้ลอยน้าไป จาปาทั้งสี่ต้นลอยไป
ถึงพระฤาษี พระฤาษีชุบชีวติ ให้เป็นมนษุ ย์ดังเดิมแล้วสอนวิชาอาคมต่าง ๆ ให้กุมารท้ัง
สี่คนได้เท่ียวรบชนะยักษ์มารและมนุษย์ได้เมืองข้ึนมากมายแล้วกลับมาหาตายาย
เจ้าของสวน และออกเดินทางติดตามหาแม่จนพบแล้วเข้าเฝ้าท้าวจุลละนี เล่าความจริง
ใหท้ ราบแล้วอย่คู รองเมืองต่อไป ส่วนนางอัคคถี ูกลงโทษให้เป็นทาสเลีย้ งหมู

ตานานพญาคันคาก
พระนางสีดา มเหสีของพระยาเอกราชผู้ครองเมือง ได้กาเนิดพระโอรส
ลักษณะแปลกประหลาด คือผิวกายเหลืองอร่ามดังทองคา แต่เป็นตุ่มตอเหมือนผิว
คางคก คนท้งั หลายจึงขนานนามพระกุมารวา่ ทา้ วคนั คาก ซึ่งคนั คากแปลว่าคางคก
เม่ือเติบโตพระกุมารได้หมายพระชายาที่มีสิริโฉมงดงาม แต่พระยาเอก
ราชได้ปรามไว้ เพราะทรงอับอายในรูปกายของท้าวคันคาก แต่ท้าวคันคากไม่ย่อท้อ
จึงตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากพระอินทร์ ด้วยบุญบารมีมาแต่ชาติปางก่อนของท้าวคัน
คาก พระอินทร์จึงเนรมิตปราสาทพร้อมอุตรกุรุทวีปผู้เป็นเน้ือคู่ให้เป็นพระชายา ส่วน
ท้าวคันคากก็ถอดรูปคันคากออกให้เห็นเป็นชายหนุ่มรูปงาม พระยาเอกราชยินดีกับ
พระโอรส จึงยกราชบัลลังก์ให้ครองต่อ ทรงพระนามว่า พญาคันคาก และครอง
บัลลังก์โดยตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม เดชานุภาพเป็นที่เล่ืองลือ จนเมืองน้อยใหญ่มา
สวามิภักดิ์ ทาให้เดือดร้อนไปจนถึงพญาแถนที่อยู่บนฟ้า เพราะคนหันไปส่งส่วยให้พญา
คนั คากแทนจนลืมบูชาพญาแถน จึงสั่งให้พญานาคงดให้น้าในฤดูทานา ทาให้เกิดเข้ายุค
ข้าวยากหมากแพง และความแห้งแล้ง ผู้คนเลยรวมตัวไปขอใหพ้ ญาคันคากช่วย

ตานานพญาคันคาก (ต่อ)

พญาคันคากรวบรวมกองทัพสัตว์มีพิษ เช่น มด ผึ้ง แตน ตะขาบ กบ
เขียด ให้ทาทางยกทัพข้ึนไปสู่กับพญาแถน โดยส่งมดปลวกไปกัดกินศัตราวุธของพญา
แถนที่เตรียมไว้

เม่ือถึงเวลารบพญาแถนจึงไม่มีอาวุธ ยามร่ายมนต์ ก็ถูกเสียงเขียด กา
ไก่ กลบไปหมด จะเสกงูมากินเขียดกถ็ ูกแร้งของพญาคันคากจับกิน พญาแถนจึงยอมแพ้
พญาคันคากเลยว่า ขอเมตตาประทานฝนให้คนตรงตามฤดูกาล พญาแถนว่า ถ้าข้าลืม
เล่า พญาคันคากตอบว่า จะให้คนจุดบ้ังไฟขึ้นมาบอก ตั้งแต่น้ันมาชาวอีสานจึงมี
ประเพณีบุญบัง้ ไฟเพื่อบูชาพญาแถน

ไกรทอง
ณ เมอื งพจิ ิตร

ชาวบา้ นพากันแตกต่ืนเม่ือไอ้ด่างเกยชัย จระเข้ร้ายออกอาละวาด ขุนไกร
หมอจระเข้จากนนทบุรีและ ไกรทอง ลูกชายได้ล่องแพผ่านมาพอดี จึงได้ช่วยชาวบ้าน
ปราบไอ้ด่างเกยชัย แต่ขณะท่ีขุนไกรจับไอ้ด่างได้ ท้าวโคจร พญาจระเข้ได้โผล่ขึ้นมา
งาบขุนไกรจมหายไปในน้าท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ท้าวโคจรอาศัยอยู่ในถ้า
จระเข้กับทา้ วราไพผเู้ ป็นพ่อ และลูกชายช่ือว่าชาละวัน

ท้าวราไพพยายามดุด่าวา่ ท้าวโคจรที่เอาแต่เกเร เที่ยวกัดกินคนไปทั่ว แต่
ท้าวโคจรไม่สนใจ จนวันหนึ่งท้าวโคจรเกิดไปมีเรื่องกับท้าวพันตา และท้าวพันวัน
จระเข้ต่างถ่ิน จนเกิดการกัดกันตายท้ังสามฝ่าย ทาให้จระเข้ร้ายหมดไป สร้างความ
ยินดีให้กบั ชาวบา้ นเปน็ อันมาก

สิบปีผ่านไป
ณ บ้านริมน้าที่เมืองพิจิตร เศรษฐีมีลูกสาวสองคนคือ ตะเภาแก้วและ

ตะเภาทอง ท้ังสองได้ออกไปเล่นน้า ชาละวันซ่ึงโตเป็นหนุ่มแล้วเห็นเข้าก็รู้สึกถูกใจ จึง
จับตัวตะเภาทองไป สร้างความต่ืนตะลึงให้กับเศรษฐีเป็นอันมาก เศรษฐีจึงรีบป่าว
ประกาศตามหาหมอจระเข้ให้มาช่วยกันจับตัวชาละวัน พร้อมกับจะใหร้ างวัลอยา่ งงาม

ไกรทอง (ต่อ)
พญาชาละวันมีเมียอยู่แล้วสองคน คือวิมาลาและเล่ือมลายวรรณ ซึ่งรู้สึก
ไม่พอใจท่ีชาละวันจะเอาตะเภาทองมาเป็นเมียอีก แต่ก็ไม่สามารถขัดชาละวันได้
ชาละวนั ไม่สนใจคาเตือนของท้าวราไพว่าจะนาเคราะห์มาสู่ตน
ไกรทองได้ล่องแพส่งสินค้ามาจากเมืองนนทบุรี ได้เห็นประกาศของ
เศรษฐีก็สนใจรับอาสาปราบเจ้าชาละวัน โดยมีคู่แข่งคือเสี่ยเฮง เจ้าของฟาร์มจระเข้ ที่
หวังจะได้ตะเภาแก้วมาเป็นเมีย ไกรทองใช้มนต์ล่อชาละวันออกมา หวังใช้หอกจัดการ
กับเจ้าชาละวัน แต่หอกทาอันตรายชาละวันไม่ได้ ก่อนที่ไกรทองจะถูกชาละวันเล่นงาน
อาจารย์คงก็มาช่วยไกรทองเอาไว้ได้ ไกรทองรู้ว่าอาจารย์คงเป็นอาจารย์ของขุนไกร
พ่อของตน จึงขอให้อาจารย์คงช่วยฝึกวิชาให้จนเก่งกล้า อาจารย์คงบอกว่าการจะฆ่า
ชาละวนั ได้ต้องใช้หอกสัตตโลหะเท่านัน้
ไกรทองจงึ ไปหาช่างตีเหล็กที่บึงจระเข้สามพันโดยมีเสี่ยเฮงแอบติดตามไป
หวังจะแย่งหอกมาจากไกรทอง แต่กรรมตามทันเม่ือเสี่ยเฮงพลาดท่าตกลงไปในบึงถูก
จระเข้กัดกินจนตาย ท้าวราไพเตือนชาละวันว่า กาลังมีเคราะห์ ให้ชาละวันบาเพ็ญศีล
อยู่แต่ในถ้า แต่ชาละวันทนมนตร์เรียกจระเข้ของไกรทองไม่ไหวจึงระเบิดถ้าออกมา
ไกรทองได้ใช้เทียนระเบิดน้าบุกเข้าไปเพื่อช่วยตะเภาทองและเกิดการต่อสู้กับชาละวัน
ข้ึน ไกรทองได้โอกาสใช้หอกสัตตะโลหะแทงชาละวันจนตาย ชาวเมืองพิจิตรกลับสู่
ความสงบอีกครัง้

พิกลุ ทอง
กาลครั้งหน่ึงนานมาแล้วมีหญิงสาวคนหนึ่งช่ือว่าพิกุล กล่าวกันว่าเธอมี
ความสวยท้ังหน้าตาและกิริยามารยาท มารดาของเธอตายตั้งแต่เธอยังเล็กมาก
ดังน้ันเธอจึงได้รับการเลี้ยงดูจากแม่เลี้ยงซ่ึงมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อว่ามะลิ แม่เลี้ยงและลูก
สาวของเธอน้นั เป็นคนใจร้าย ทง้ั คจู่ ะบงั คับใหพ้ กิ ลุ ทางานหนกั ทุกวัน
อยู่มาวันหน่ึงหลังจากตาข้าวเสร็จแล้วพิกุลก็ออกไปตักน้าที่ลาธารซึ่งอยู่
ไม่ไกลจากบ้านนัก ในขณะเดินทางกลับ ทันใดน้ันก็มีหญิงชราคนหน่ึงปรากฏอยู่เบื้อง
หนา้ ของพกิ ลุ และขอน้าเธอด่ืม พิกลุ ดีใจมากที่ได้ ช่วยหญงิ ชราคนนัน้ เธอเอานา้ ให้หญิง
ชราและบอกให้เธอเอาน้าไปอีกเพื่อจะได้ล้างหน้า และล้างตัวให้สดช่ืน พิกุลบอกหญิง
ชราว่าไม้ต้องห่วงเพราะถา้ นา้ ไม่พอเธอจะไปตักมาอกี
หญิงชราย้ิมและกล่าวว่า “เธอน่ีนอกจากจะสวยแล้วยังใจดีอีกถึงแม้ว่าฉัน
จะดูยากจน และมอมแมมเธอกป็ ฏิบตั กิ ับฉันเปน็ อย่างดี”
หลังจากกล่าวชื่นชมพกิ ุลแล้ว หญิงชราก็ให้พรวิเศษกบั เธอและด้วยอานาจ
ของพรวิเศษนีจ้ ะทาให้ ดอกพิกลุ ทองคาร่วงออกมาจากปากของเธอ เมื่อใดก็ตามท่ีเธอ
รู้สึกสงสารใครหรือสิ่งใด หลังจากให้พรวิเศษแก่พิกุลแล้ว หญิงชราก็หายวับไปต่อหน้า
ต่อตาของเธอ พิกุลก็รู้ทันทีว่าแท้ท่ีจริงแล้วหญิงผู้น้ันเป็นนางฟ้าจาแลงมาให้พรวิเศษ
แก่ตน

พกิ ุลทอง (ต่อ)

ทันทีท่ีกลับถึงบ้านช้า เธอก็ถูกแม่เลี้ยงดุด่าว่าไปเถลไถลเพ่ือหนีงาน
ดังน้ันพิกุลจึงเล่าเร่ืองท้ังหมด ให้ผู้เป็นแม่เลี้ยงฟังพร้อมกับเกิดความรู้สึกสงสารใน
ขณะเล่าจึงทาให้ดอกพิกลุ ทองคาร่วงออกมาจากปากของเธอด้วย แม่เลี้ยงจอมละโมบก็
เปลี่ยนอารมณ์จากโกรธเปน็ ละโมบในทันทีพร้อมกับตะครุบดอกพิกุลทองท้ังหมดไว้ใน
ขณะทปี่ ากก็สงั่ ใหพ้ กิ ลุ พูดต่อไปเร่ือย ๆ เพื่อสนองความละโมบของเธอนั่นเอง

นบั จากวันน้ันเป็นต้นมา แม่เลี้ยงของพิกุลก็เก็บรวบรวมดอกพิกุลทองคา
ไว้ให้มากท่ีสุดเท่าท่ีจะทาได้ เพื่อนาไปขายและได้เงินมามากมาย ชีวิตทุกคนตอนน้ีก็มี
ความเปน็ อยู่ที่ดีข้ึน พิกุลเองกไ็ ม่ต้องทางานหนกั เหมอื นแต่ก่อน แต่ก็ถูกบังคับให้พูดท้ัง
วันเพื่อให้ดอกพิกุลทองคาออกมาจากปากของเธอมาก ๆ น่ันจึงทาให้พิกุลเองเกิดเจ็บ
คอและกลายเป็นคนเสียงแหบเสียงแห้ง อาการเช่นนี้ทาให้แม่เลี้ยงโมโหมากขึ้นจนถึงขั้น
ตบตี พิกุลเพื่อพยายามยังคับให้เธอพูดแต่พิกุลก็พูดไม่ได้แม้แต่คาเดียว เพ่ือ
ตอบสนองความละโมบของตน ตัวแม่เลี้ยงเองจึงตัดสินใจส่งลูกสาวของตนนามว่ามะลิ
ไปทาตามอยา่ งพกิ ุลบ้าง

พกิ ุลทอง (ต่อ)

มะลถิ ูกส่งไปยังสถานที่เดียวกับท่ีพิกุลบอกไว้แต่ว่าแทนท่ีจะได้พบกับหญิง
ชราก็กลับเป็นพบหญิงสาวสวยสวมเสื้อผ้างดงามยืนอยู่ใต้ร่มใหญ่ หญิงสาวผู้นั้นขอน้า
มะลิดื่มแต่ด้วยความริษยามะลแิ สดงอาการโกรธและคิดว่าหญงิ ผนู้ น้ั ไม่ใช่นางฟ้า เธอจึง
ปฏิเสธและใช้วาจาหยาบคายด่าทอนางฟ้าจาแลง ดังนั้นนางฟ้าจึงสาปแช่งมะลิว่า
เม่ือใดกต็ ามท่เี ธอโกรธและพูดออกมาแล้วไซร้ กจ็ ะมีหนอนร่วงออกมาจากปากของเธอ

เม่ือกลับมาถึงบ้านมะลิก็เล่าเรื่องท้ังหมดให้ผู้เป็นแม่ฟังและด้วยความ
โกรธ ในขณะเล่าเร่ืองน้ันก็ทาให้บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยตัวหนอน ผู้เป็นแม่คิดว่าพิกุล
อิจฉาลูกสาวของตน ดังน้ันจึงแกล้งบิดเบือนเร่ืองท่ีเล่าจึงเป็นเหตุให้ลูกสาวของตน
ไม่ได้พบกับหญงิ ชรา แม่เลีย้ งจงึ ทุบตีพิกลุ และไล่เธอออกจากบ้านไป

ด้วยความเสียใจอย่างสดุ ซึ้งพิกุลจึงท่องเที่ยวไปในป่าแต่เพียงลาพัง โชคดี
ท่ีว่าเธอเดินไปในทิศทางท่ีเจ้าชายหนุ่มกาลังเพลิดเพลินอยู่กับการขี่ม้าประพาสป่ากับ
ข้าราชบริพารผ่านมาพอดี เม่ือทอดพระเนตรเห็นสาวน่ังร้องไห้อยู่ทรงถามเร่ืองราว
ความเป็นมาทั้งหมด ทันทีที่พูดจบท่ีบริเวณน้ันก็เต็มไปด้วยดอกพิกุลทองคา เจ้าชายดี
พระทัยย่ิงนกั จึงขอนางอภิเษกสมรสด้วยและหลังจากการอภเิ ษกสมรสท้ังสองพระองค์
กไ็ ด้ ขนึ้ ครองราชย์และปกครองเมืองของพระองคด์ ้วยความร่มเย็นเป็นสขุ ตลอดมา

ตัวอย่างนิทานภาคตะวนั ออก
ตานานสระแก้ว

สระแก้ว เป็นช่ือของหมู่บ้านแห่งหนึ่งท่ีอยู่ ต.เขาพลอยแหวน อ.ท่าใหม่
จ.จันทบุรี มีวัดประจาหมู่บ้าน โดยเรียกวัดนี้ว่า วัดสระแก้ว โดยวัดนี้มีประวัติเล่าขาน
สืบต่อกันมาว่า ณ ท่ีน้ีมีภูเขาเตี้ย ๆ อยู่ลูกหนึ่ง บนยอดเขามีสระน้า โดยน้าในสระท่ี
เขานน้ั มีความใสสะอาด และมีตายายคู่หนึ่งอาศัยอยู่บริเวณตีนเขา โดยสองคนตายาย
เป็นคนยากจนและเป็นโรคเรื้อนท่ีมีแผลพุพองอยู่ท่ัวร่างกาย วันหนึ่งตาได้ออกไปล่า
กระต่ายและตามรอยเลือดของกระต่ายไปจนถึงยอดเขา พบว่ากระต่ายตัวน้ันได้
กระโดดลงไปในสระน้าแห่งน้ัน และเม่ือกระต่ายขึ้นมาบาดแผลของกระต่ายตัวน้ันก็
หายไป ตาเห็นจึงลงไปแช่ในสระบ้าง แผลพุพองต่าง ๆ ที่เกิดจากโรคเรื้อนของตนก็
หายไป จึงไปบอกยายให้มาแช่น้า บาดแผลของยายกห็ ายเช่นเดียวกนั กับตา

ไม่นานข่าวเรื่องของการค้นพบสระน้าศักด์ิสิทธิ์ก็ไปถึงหูของพระเจ้า
แผ่นดิน จึงกาหนดให้ใช้น้าในสระน้ีเป็นน้าศักดิ์สิทธ์ิท่ีใช้ในพิธีสาคัญ ๆ (บางคนก็ว่า
เพราะนา้ ในสระน้ใี สมากเหมือนแก้ว บา้ งกว็ า่ เพราะเคยมีแก้วรัตนชาตอิ ยู่ในสระน้ี)

ตาม่องลา่ ย
ตาม่องล่ายและยายราพึงอยู่บ้านหลังหน่ึงริมทะเล มีลูกสาวสวยช่ือ
ยมโดย ซ่ึงความสวยเด่นกว่าหญิงอ่ืน ทาให้มีชายหมายปองหลายคน ในขณะเดียวกัน
คนหนึ่งช่ือเจ้าสายซึ่งมียายราพึงให้การสนับสนุน เนื่องจากรู้ใจ นาของมาเป็นของ
กานัลอยู่เนือง ๆ อีกคนหนึ่งคือ เจ้ากรุงจีน ซึ่งมีตาม่องล่ายให้การสนับสนุน ต่อมา
ชายท้ังสอง ได้มาสู่ขอยมโดยต่อตาม่องล่าย และยายราพึงเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
บังเอิญท่ีสองตายายนัดวันแต่งงานตรงวันเดียงกัน เม่ือวันน้ันมาถึง ขบวนขันหมาก
ของท้ังสองฝ่ายก็ยกมาประจันหน้ากัน สองตายายไม่รู้จะทาอย่างไรดี ในท่ีสุดก็หันไป
โทษกนั ถึงขัน้ ววิ าทอยา่ งรนุ แรง
ยายราพึงฉวยได้หมวกขว้างใส่ตาม่องล่าย แต่หมวกลอยตามแรงลม ลง
ทะเลกลายเป็นเขาล้อมหมวก ตาม่องล่ายก็ไม่ยอมฉวยได้กระบุง ขว้างใส่ยายราพึง
ทันที กระบุงก็ลอยไปตกในทะเลแถวจังหวัดตราด เป็นเกาะกระบุง ยายราพึงไม่ยอม
คว้าได้งอบขว้างเข้าใส่ตาม่องล่ายอีก คราวน้ีงอบลอยไปตกในทะเล กลายเป็นแหลม
งอบท่ีจันทบุรี ตาม่องล่ายก็ตอบโต้โดยการขว้างสากใส่ยายราพึง แต่สากกระดอนไป
กระทบเกาะทขี่ วางหน้า จนเกาะทะลแุ ล้วกระดอนลงไปในทะเล ไปเปน็ เกาะสาก

ตาม่องลา่ ย (ต่อ)

ยายราพึงหมดปัญญาท่ีจะตอบโต้ โมโหสุดขีด นอนด้ินเร่า ๆ ส้ินใจตรง
ริมหาดแห่งนั้น คนเรียกว่าหาดแม่ราพึง เม่ือเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ตาม่องล่ายไม่รู้จะ
ทาประการใด จึงควา้ ลูกสาวฉีกออกเปน็ สองซีก ๆ หน่ึงขว้างให้เจ้าสาย อีกซีกโยนไปให้
เจ้ากรุงจีน กลายเป็นเกาะนมสาวท่ีบางปู ปราณบุรี และจันทบุรี พร้อมกับขว้าง
ขันหมาก พลู เคร่ืองสู่ขอลงในทะเลกลายเป็นหอยมวน ขนมจีนกลายเป็นสาหร่าย
กระจกโยนไปตกท่ีเขาช่องกระจก ตะเกียบเป็นเขาตะเกียบ และจาน ตกเป็นเกาะจาน

เจ้าสายก็เสียใจสุดขีด เพราะผิดหวังอาเจียนออกมาเป็นโลหิต จนตาย
กลายเป็นเขาเจ้าสาย เจ้ากรุงจีนเลยยกขบวนกลับเมือง ตาม่องล่ายพึงนึกขึ้นได้ว่า
ตัวเองสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง จงึ เอาเหล้ามาด่ืมจนตาย ณ หาดทรายรมิ ทะเลแห่งน้ัน

เจ้าแมล่ ม้ิ กอ่ เหนยี่ ว

ลิ้มกอเหน่ียวเป็นน้องสาวของลิ้มโต๊ะเค่ียม ผู้เป็นโจรสลัดในจีน
ราชวงศ์หมิงท่ีตั้งถ่ินฐานในอาณาจักรปัตตานีในคริสต์ศตวรรษท่ี ๑๖ ไม่มีใครรู้ว่า
นางมีตัวตนจริงหรือไม่ แต่ตามตานาน เม่ือแม่เธอป่วย ล้ิมกอเหนี่ยวจงึ ตามหาล้ิม
โต๊ะเค่ียม โดยสาบานว่าจะไม่กลับมาจนกว่าจะนาเขากลับมา นางพบล้ิมโต๊ะเค่ียมท่ี
ปัตตานี โดยเขาแต่งงานกับพระราชธิดาของสุลต่าน เข้ารับอิสลามและกาลังสร้าง
มัสยิดให้ราชินี แต่เขาไม่ยอมกลับบ้าน น่ันทาให้นางฆ่าตัวตายโดยการแขวนคอบน
ต้นมะม่วงหมิ พานต์ ก่อนท่ีนางจะเสียชีวิต นางได้สาปให้มัสยิดท่ีพี่สร้าง (เชื่อว่าเป็น
มัสยิดกรือเซะ) สาปให้ไม่มีวันเสร็จ ต่อมามัสยิดท่ีพี่ชายสร้างถูกฟ้าผ่า ผู้คนจึงนับ
ถือวามศักดิ์สิทธ์ิและสักการะนางเพื่อแสดงถึงความกตัญญูและความรู้สึกรักชาติต่อ
ประเทศจีน

เกาะหนู เกาะแมว

นานมาแล้วมีพ่อค้าจีนคนหนึ่งคุมเรือสาเภาเดินทางค้าขายแถบ
ชายทะเลจากเมืองจีนมาถึงเมืองสงขลา เมื่อขายสินค้าจนหมดแล้วก็จะซ้ือสินค้าจาก
สงขลาบรรทุกสาเภากลับไปขายเมอื งจนี ปฏิบตั ิอย่เู ช่นนี้เป็นปกติ

วันหนึ่งเม่ือขายสินค้าหมดแล้วก็เข้าเมืองสงขลา เพื่อซ้ือสินค้ากลับไป
ขายเมืองจีน ระหว่างท่ีเดินซื้อสินค้าอยู่น้ันพ่อค้าได้เห็นหมากับแมวคู่หนึ่งมีรูปร่าง
หน้าตาน่าเอ็นดู จึงขอซื้อหมากับแมวคู่น้ันเอาลงเรือไปด้วย ฝ่ายหมากับแมวเมื่อลง
ไปอยู่ในเรือนาน ๆ ก็เกิดความเบ่ือหน่าย และอยากจะกลับไปอยู่ท่ีบ้านสงขลา จึง
ปรึกษากันหาวิธีการท่ีจะกลับบ้าน หมาได้บอกกับแมวว่าพ่อค้าเรือสาเภาน้ันมีแก้ว
วิเศษสาหรับกันจมน้า หากใครได้ไว้จะว่ายน้าไปไหนก็ไม่จม แมวจึงคิดอุบายที่จะได้
แก้ววิเศษน้ันโดยไปข่มขู่หนูให้ขโมยแก้ววิเศษของพ่อค้ามาให้ โดยท่ีหนูขอหนีขึ้นฝั่งไป
ด้วย

เกาะหนู เกาะแมว (ต่อ)
ครั้นเรือเดินทางมาถึงเมืองสงขลาอีกครั้งหนึ่ง หนูก็ลอบเข้าไปลักเอา
ดวงแก้วของพ่อค้ามา โดยอมเอาไว้ในปาก แล้วทั้งสามหนีลงจากเรือว่ายน้าจะไปขึ้น
ท่ีฝั่งหน้าเมืองสงขลา ขณะท่ีว่ายน้ามาด้วยกัน หนูซ่ึงว่ายนา้ นาอยู่ข้างหน้า ก็นึกข้ึน
ได้ว่าดวงแก้วที่ตนเอาไว้ในปากนั้นมีค่ามหาศาล เม่ือถึงฝั่งหมากับแมวก็คงจะแย่ง
กันเอาไป จึงคิดจะหนีหมากับแมวข้ึนฝั่งไปตามลาพัง จะได้ครอบครองดวงแก้วเป็น
สมบัติของตนตลอดไป แต่แมวซึ่งว่ายน้าตามหลังหนูมาก็คิดอย่างเดียวกันกับท่ีหนู
คดิ ก็ว่ายนา้ ตรงรี่เข้าไปหาหนู ฝ่ายหนูเห็นแมวตรงเข้ามาก็ตกใจนึกว่าแมวเข้ามาจะ
ตะปบจึงว่ายน้าหนีสุดแรง และไม่ทันระวังตัวดวงแก้ววิเศษท่ีอมไว้ในปากก็ตกลงจม
หายไปในนา้ เม่ือดวงแก้วจมน้าไปแล้วท้ังหนูและแมวต่างก็หมดแรงไม่อาจจะว่ายน้า
ต่อไปได้ สัตว์ทั้งสองจึงจมน้าตายกลายเป็นเกาะหนู เกาะแมว อยู่ที่อ่าวหน้าเมือง
สงขลา
ส่วนหมาก็ตะเกียกตะกายว่ายน้าไปจนถึงฝั่ง ด้วยความเหน็ดเหนื่อย
หมาถึงขาดใจตายกลายเป็นหินเรียกว่า เขาตังกวน อยู่ริมอ่าวสงขลา ส่วนดวงแก้ว
วิเศษท่ีหล่นจากปากของหนู ก็แตกแหลกละเอียดเป็นหาดทรายเรียกกันว่า หาด
ทรายแก้ว อย่ทู างด้านเหนือของแหลมสนยื่นออกไปในอ่าวสงขลา จงั หวัดสงขลา


Click to View FlipBook Version