อทุ ยานประวัตศิ าสตร์เจ้าพ่อขนุ ตาน (พญาเบิก)
หมู่ท่ี 5 บ้านหวั วงั ตำบลเวียงตาล อำเภอหา้ งฉตั ร จังหวัดลำปาง
พพิ ิธภัณฑศ์ าสตราวุธโบราณลำปาง
วัดเหลา่ ดอนไชย หมทู่ ี่ 2 บา้ นเหลา่
ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวดั ลำปาง
เทศบาลตำบลเวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง
www.viangtan-sao.go.th
โทร 054 338 675 โทรสาร 054 239 027
บทนำ
มากกว่า ๑,๓๐๐ ปี คือ ช่วงเวลาที่ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อันยาวนานบนแผ่นดิน ที่เรียกว่า
จังหวัดลำปางในปัจจุบัน ความรุ่งเรืองแต่ละยุคสมัยมีเหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และ
แผ่นดิน แม้นจะต้องสละเลือดเนื้อและชีวิต จึงสมควรเป็นอย่างยิ่งจะได้จดจำจารึก เรียนรู้ และถ่ายทอดสู่อนุชนรุ่น
ตอ่ ๆ ไป อยา่ งไม่มที ีส่ นิ้ สดุ
ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง คือ พื้นท่ีที่มีเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์
ทย่ี งั คงร่องรอยสำคัญทงั้ ในเชิงรปู ธรรม และภูมิปัญญาในวถิ ีชีวติ ชมุ ชน อยา่ งนอ้ ย ๓ ยคุ อาทิ
ยุค ๑ พ.ศ.๑,๒๒๓ (๑,๓๓๓ ปีท่ีผ่านมา สมัยหริภุญไชย) สถานท่ีบริเวณน้ีคือเวียงรมณีย์ สถานท่ีพัก
ทัพของพระนางจามเทวีเพ่อื เขา้ สักการะวัดพระธาตุลำปางหลวงก่อนเขา้ มาสรา้ งเมืองลำปาง
ยุค ๒ ประมาณ พ.ศ. ๑๘๑๔ (๗๔๒ ปีท่ีผ่านมา สมัยพญามังรายรวบรวมอาณาจักรล้านนา)
สถานท่ีแห่งน้ี คือ อุทยานประวัติศาสตร์พ่อขุนเวียงต้าน ท่ตี ั้งอนุสาวรีย์เจ้าพ่อขุนตาน เป็นสถานที่ ท่ีพญาเบิก(เจ้าพ่อ
ขุนตาน) ใช้ซ่องสุมผู้มีฝีมือเพื่อป้องกันเมือง และช่วยบิดา (พญายีบา) ยึดเมืองลำพูนคืนจาก พญามังราย ถึงแม้ว่า
จะต้องสิ้นพระชนม์ในสนามรบด้วยความกล้าหาญ
ยคุ ๓ ประมาณ พ.ศ. ๒๒๗๕ (๒๘๑) ปีทผี่ ่านมา สมยั กอู้ าณาจักรล้านนาจากการปกครองของพม่า
พ่อเจ้าทิพย์ช้าง ชาวบ้านปงยางคก ร่วมกับตนบุญนายาง คุมกำลังเข้าขับไล่กองทัพพม่าท่ีต้ังอยู่ ณ วัดพระธาตุลำปาง
หลวง ไดส้ ำเรจ็
การต่อสู้ที่แสดงถึงความกตัญ ญูต่อแผ่นดินและผู้ให้กำเนิ ดเพ่ือรักษาไว้ซึ่งความเป็นเอกราชแห่ ง
แผ่นดินของตน ท้งั ๓ ยุค นั้น ล้วนแลกมาด้วยความกลา้ หาญและภูมิปัญญา และสามารถสืบทอดมาได้ถงึ ปัจจุบัน ดัง
จะเหน็ วา่ ชมุ ชนแห่งน้ียงั คงมคี วามสามารถในการผลิตดาบโบราณท่ียังคงมคี วามงดงามและใช้ไดจ้ ริง อีกท้ังยังคงมี ผู้
ทเี่ ก็บรกั ษาศาสตราวุธ และดาบโบราณไว้เป็นจำนวนมาก
สิง่ หนึ่งท่ีอยู่คกู่ บั ประวัติศาสตร์ นกั รบล้านนาโบราณกับการตอ่ สู้เพื่อแผน่ ดินนก้ี ็คือ ศาสตราวธุ และท่ี
ยังคงมีให้เห็นอย่างเป็นรูปประธรรม ในการผลิตศาสตราวุธโบราณ อาทิ ดาบ หอก ง้าว กุบละแอ ฯลฯ ซึ่งมีการผลิต
อยู่ในพ้ืนท่ีเขต อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ได้แก่ บ้านขามแดง ตำบลห้างฉัตร และบ้านสัน
ทราย,บ้านเหล่า,บ้านใหม่แม่ปาง ตำบลเวียงตาล ทำการตีใบดาบ ใบหอก ใบง้าว เหลาฝักดาบ ถักถวาย ตอกตะวา
กระบังดาบ ถักสายมัดดาบ ฯลฯ รวมถึงการประกอบ ประดบั ตกแตง่ ตัวดาบ ให้สำเรจ็ สมบรู ณแ์ ละสวยงาม
ดังนน้ั การพฒั นาส่งิ กอ่ สร้างท่เี ป็นหลกั ฐานเชงิ รูปธรรมใหค้ งอยู่อยา่ งงดงาม และการสืบต่อภูมิปัญญา
ท่ีสามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ให้สามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างสอดคล้องกับสังคมปัจจุบันย่อมจะทำให้ส่ิงท้ังหลาย
เหล่านคี้ งอยูอ่ ย่างมคี ุณคา่ กบั ประเทศชาตไิ ดต้ ราบนานเทา่ นาน
ประวัตเิ จ้าพ่อขนุ ตาน
เจ้าพ่อขุนตาน มีพระนามว่า “พญาเบิก” เป็นเจ้าเมือง
เขลางค์นคร (ลำปาง) และเป็นเจ้าเมืองเวียงต้าน (เวียงตาน) ในอำเภอ
ห้างฉัตร เป็นราชบุตรของพญายีบา เจ้านครหริภุญชัย(ลำพูน)
ในราชวงศ์จามเทวีเป็นธรรมเนียมและราชประเพณีแห่งราชวงศ์จาม
เทวีราชบุตรองค์ใดก่อนจะขึ้นครองนครหริภุญชัย (ลำพูน) สืบต่อใน
ราชวงศ์จามเทวี จะแต่งต้ังเป็นยุพราชไปครองเมืองเขลางค์นคร
(ลำปาง) เสียก่อน ในปี พ.ศ.๑๘๑๔ คร้ังพญายีบาเป็นเจ้าเมืองนครหริ
ภญุ ชยั (ลำพูน) ก็ได้ใหพ้ ญาเบิกราชบุตรในฐานะยุพราช ไปครองเมืองเข
ลางค์นคร (ลำปาง) จนกระท่ัง ปี พ.ศ. ๑๘๒๔ กองทัพพญาเม็งรายเจ้า
เมืองเชียงรายและเจ้าเมืองฝาง ได้ยกไพร่พลมาตีเมืองหริภุญชัยแตก
และยึดเมืองได้ พญายีบาจึงเสด็จหนีไปพึ่งพญาเบิกผู้เป็นราชบุตรท่ี
เมอื งเขลางค์นคร
พญาเบิกเจ้าเมืองเขลางค์นคร จึงสะสมไพร่พลไว้ป้องกันเมืองและเพ่ือความมั่นคงของเมืองเขลางค์นคร
จึงไปสร้างเมืองต้านศึกขึ้นในพื้นที่บริเวณแห่งหนึ่งในเขตอำเภอห้างฉัตรใกล้ทิวเขาสูงใหญ่ เมืองนั้นต่อมามีนามว่า
“เวียงต้าน” (เวียงตาลในปัจจุบัน) ส่วนทิวเขาสูงยาวเหยียดค่ันระหว่างลำปางและลำพูน ซึ่งเป็นแนวทางวางกำลัง
ไพรพ่ ล เพ่ือทจี่ ะตสี กัดกองทัพพญาเม็งราย ต่อมาเรียกวา่ “ดอยขนุ ตา้ น” (ดอยขุนตาลในปจั จุบัน)
การสู้รบท่ีเมืองต้านศึกและตามแนวทิวเขาขุนต้านเป็นการสู้รบอย่างหนัก ในที่สุดก็พ่ายแพ้แก่กองทัพ
พญาเม็งรายเจ้าพญาเบิก เจ้าพญายีบา จึงถอยทัพร่นมาติดหนองหล่มใหญ่แห่งหนึ่ง ปัจจุบันคือบ้านหนองหล่ม และ
แพอ้ ย่างส้ินเชงิ ที่เนินทงุ่ แหง่ หนึ่ง ปจั จุบันคอื บ้านหลงิ่ ก้าน ตำบลหนองหล่ม อำเภอห้างฉัตร จงั หวดั ลำปาง นั่นเอง
ร่องรอยการเดินทัพของพญายีบา พญาเบิก และพญาเม็งรายในการสู้รบกันครั้งนั้นยังมีอยู่บนทิวเขาดอย
ขุนตาลจนกระท่ังบัดนี้ เช่น ที่แนวขุนห้วยสาน แนวที่ต่อลงมาในทิวเขาเขตอำเภอแม่ทา และตอนใกล้วิทยาลัย
เกษตรและเทคโนโลยีลำพูนในปัจจุบัน บนสันเขายังมีทางเดินเช่ือมกัน บนยอดเขาตอนกลางจะราบเรียบ กว้าง
ประมาณ ๖ เมตร มีก้อนหินวางเรียงสองฟากติดต่อกันตลอดแนว ดุจถนนบนภูเขา จนถงึ ดอยกู่พญายีบา ดอยบาไห้
(พญายบี ารอ้ งไห้ด้วยความเสียใจในขณะท่ีหนขี ึ้นอยบู่ นดอย มองเห็นเมืองหริภญุ ชัยถกู ไฟไหม)้ เนอ่ื งจากพญาเม็งราย
ยดึ เมอื งไดจ้ ึงเอาไฟเผาเมอื ง
พญาเบิก (เจ้าพ่อขุนตาน) เป็นยอดนักรบที่มีความคงกระพันชาตรี และมีกุศโลบายในการวางแผนการรบ
อย่างลึกซ้ึงและฉกาจฉกรรจ์ เช่น การต้ังทำเลเวียงต้าน การซุ่มรี้พลตามแนวเขาราบแบบกองโจร รบกวนกองทัพ
พญาเม็งรายที่จะเข้าตีให้ถึงเมืองเขลางค์นคร นับว่าเป็นอัจฉริยะในการรบเป็นอย่างย่ิง ขณะท่ีพญาเบิกเสียทัพอย่าง
สิ้นเชิง จนถึงถูกจับได้ก็ไม่อาจใช้ศาสตราวุธ ใดๆ ปลงพระชนม์ได้ เนื่องจากคงกระพันชาตรีเป็นท่ีย่ิง ทหารจึงนำตัว
พญาเบิกไปขุดหลุมฝังท้ังเป็นจนส้ินพระชนม์ ณ ยอดดอยแห่งหนึ่งบนทิวเขาขุนตาล ปัจจุบันเรียกว่า “ดอยพญา
ลำปาง” อยู่ในเขตรอยต่อบ้านทุ่งเกวียน ตำบลเวียงตาลกับบ้านแม่ยามเหนือ ตำบลเมืองยาว อำเภอห้างฉัตร
จงั หวดั ลำปาง เขตติดต่ออำเภอแม่ทา จังหวดั ลำพูน
เพอ่ื เทิดทนู พญาเบกิ หรอื เจ้าพ่อขุนตานให้เปน็ มง่ิ ขวัญของชาวอำเภอห้างฉัตร และเป็นปูชนียบุคคลพร้อมท้ัง
ช้างเผือกคู่บารมี ชาวอำเภอห้างฉัตรจึงพร้อมใจกันก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพ่อขุนตาน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม
2528 ในสมัยร้อยตรชี ัยโรจน์ ประภาสวัต ดำรงตำแหน่งนายอำเภอห้างฉัตร โดยมฯี พณฯบญุ เท่ง ทองสวัสด์ิ รอง
นายกรัฐมนตรเี ป็นประธานพิธีวางศลิ าฤกษ์ ไว้เป็นเกียรติประวัตินักรบช่ือก้องของอำเภอห้างฉตั ร จงั หวดั ลำปาง และ
จงั หวัดลำพนู สืบไป
ทม่ี า : นายอดุ ม สบื หลา้ อดตี ศกึ ษาธกิ ารอำเภอหา้ งฉตั ร
ประวัตกิ ารสรา้ งอนุสาวรยี เ์ จ้าพอ่ ขุนตาน (พญาเบิก)
อนุสาวรีย์เจ้าพ่อขุนตาน (พญาเบิก) สร้างเพื่อให้ประชาชน
โดยท่วั ไปได้กราบสกั การะแด่ดวงวิญญาณของทา่ นตลอดจนได้รับรู้รับทราบ
ร่องรอยหลักฐานปูชนียบุคคลทางประวัติศาสตร์ของเมืองเขลางค์นครใน
อดีตและเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติประวัติ วีรกรรมความกล้าหาญความ
กตัญญกู ตเวทติ าของพญาเบกิ ราชบตุ รพญายบี า
ประวัติความเป็นมาในการสร้างองค์อนุสาวรีย์เจ้าพ่อขุนตานองค์
เดิมน้ัน ในปีพุทธศักราช 2528 นายชัยโรจน์ ประภาสวัต นายอำเภอ
ห้างฉัตร พร้อมคณะสงฆ์เขตอำเภอห้างฉัตร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ
ประชาชนได้ร่วมกันจัดทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำเงินมาจัดสร้างอนุสาวรีย์
โดยใช้งบประมาณทั้งส้ิน 10,000 บาท (หนง่ึ หมื่นบาทถ้วน) และไดว้ ่าจ้าง
ช่าง จากอำเภอหางดง จังหวดั เชยี งใหม่ เป็นผู้ดำเนินการก่อสรา้ ง ส่วนการ
ท่ีสร้างอนุสาวรีย์หันหลังให้ทางเข้า สืบเน่ืองมาจาก หลวงพ่อเกษม เขมโก
ได้นิมติ ว่าจะตอ้ งหนั หนา้ ไปทางทิศตะวันออก เพราะเจ้าพ่อขนุ ตานจะไดป้ ก
ปักรกั ษาเมืองลำปางไว้
ต่อมาองค์อนุสาวรีย์ซ่ึงได้ก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนกว่า 30 ปี ได้ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา เหลือวิสัยที่จะ
บูรณะซ่อมแซมได้ ในปีพุทธศักราช 2558 โดยการนำของนายนิวัฒน์ ปะระมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
เวยี งตาลพรอ้ มด้วยนายวฒุ ิพล มณฑาทอง ปลดั องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงตาล ร่วมกบั หัวหนา้ ส่วนราชการ ผูน้ ำ
ท้องท่ที ้องถน่ิ ในเขตอำเภอห้างฉตั ร คณะคชสารมงคล จังหวัดลพบุรี คณะกรรมการกองทุนพฒั นาอนุสาวรยี ์เจ้าพ่อขุน
ตาน ประชาชนชาวตำบลเวียงตาล และ ผู้มีจิตศรัทธา ผู้มีความเลื่อมใสในวีรกรรมและความเสียสละของเจ้าพ่อขุน
ตาน (พญาเบิก) ได้ร่วมกันจัดสร้างรูปหล่อองค์สัมฤทธิ์เจ้าพอ่ ขุนตาน ด้วยงบประมาณจำนวนท้ังสิ้น 630,000 บาท
(หกแสนสามหมืน่ บาทถว้ น)
แผนที่แหลง่ ท่องเทยี วเชงิ วฒั นธรรมและประวตั ิศาสตร์
ภาพบรรยากาศงานพิธีบวงสรวงอนสุ าวรยี ์เจ้าพ่อขุนตาน ประจำปี 2562
ฮตี ฮอยแห่งศรทั ธา ไหวส้ าพญาเบิก "ศภุ ฤกษ์ นำสริ ิ สามัคค"ี
ภาพบรรยากาศงานพิธีบวงสรวงอนสุ าวรยี ์เจ้าพ่อขุนตาน ประจำปี ๒๕62
ฮตี ฮอยแห่งศรทั ธา ไหวส้ าพญาเบิก "ศภุ ฤกษ์ นำสริ ิ สามัคค"ี
ภาพบรรยากาศงานพิธีบวงสรวงอนสุ าวรยี ์เจ้าพ่อขุนตาน ประจำปี 2562
ฮตี ฮอยแห่งศรทั ธา ไหวส้ าพญาเบิก "ศภุ ฤกษ์ นำสริ ิ สามัคค"ี
ภาพบรรยากาศงานพิธีบวงสรวงอนสุ าวรยี ์เจ้าพ่อขุนตาน ประจำปี ๒๕๕9
ฮตี ฮอยแห่งศรทั ธา ไหวส้ าพญาเบิก "ศภุ ฤกษ์ นำสริ ิ สามัคค"ี
ภาพบรรยากาศงานพิธีบวงสรวงอนสุ าวรยี ์เจ้าพ่อขุนตาน ประจำปี ๒๕62
ฮตี ฮอยแห่งศรทั ธา ไหวส้ าพญาเบิก "ศภุ ฤกษ์ นำสริ ิ สามัคค"ี
ภาพบรรยากาศงานพิธีบวงสรวงอนสุ าวรยี ์เจ้าพอ่ ขุนตาน ประจำปี 2562
ฮตี ฮอยแห่งศรทั ธา ไหวส้ าพญาเบิก "ศภุ ฤกษ์ นำสริ ิ สามัคค"ี
ภาพบรรยากาศงานพิธีบวงสรวงอนสุ าวรยี ์เจ้าพ่อขุนตาน ประจำปี 2562
ฮตี ฮอยแห่งศรทั ธา ไหวส้ าพญาเบิก "ศภุ ฤกษ์ นำสริ ิ สามัคค"ี
ภาพบรรยากาศงานพิธีบวงสรวงอนสุ าวรยี ์เจ้าพ่อขุนตาน ประจำปี 2562
ฮตี ฮอยแห่งศรทั ธา ไหวส้ าพญาเบิก "ศภุ ฤกษ์ นำสริ ิ สามัคค"ี
พิพิธภัณฑ์ศาสตราวุธโบราณลำปาง (วัดเหล่าดอนไชย) เป็นศูนย์การเรียนรู้ศาสตราวุธโบราณ
ลำปางก่อต้ังข้ึนเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เน่ืองใน
โอกาสมหามงคลทรงมพี ระชนมายุ ครบ 5 รอบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558
จากท่ี ต.เวยี งตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เป็นสถานท่ที ม่ี ีประวตั ิศาสตร์ยาวนานคกู่ ับการสร้างเมอื ง
นครลำปางทมี่ ีประวัตศิ าสตร์แห่งความรุ่งเรืองและการตอ่ ส้เู พือ่ รกั ษาแผ่นดินน้ีมาอย่างนอ้ ย 3 ยุค
ยุคท่ี ๑ สมัยหริภุญไชย พ.ศ. ๑,๒๒๓ พระนางจามเทวี สร้างเวยี งรมณีย์ ก่อนเข้าไปสรา้ งเมอื ง
ลำปาง (อาลมั ภางค์เขลางคน์ คร)
ยุคที่ ๒ สมัยล้านนา พ.ศ. 1814 เจ้าพ่อขุนตาน (พญาเบิก) สร้างเวียงต้าน ป้องกันการ
รุกรานจากพญามงั ราย
ยุคท่ี ๓ สมัยราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ พ.ศ.2275 พ่อเจ้าหนานทิพย์ช้าง ได้รวบรวมกำลังคน
ลำปางเขา้ ตอ่ ส้ขู ับไล่ทำใหไ้ ทยลา้ นนาไดเ้ ปน็ อสิ ระจากการปกครองของพม่า
ส่ิงหนง่ึ ท่ีอย่คู ูก่ บั ประวัติศาสตร์ นกั รบลา้ นนาโบราณกับการต่อสเู้ พื่อรักษาแผ่นดินนี้ก็คือ ศาสตราวธุ และ
ทยี่ งั คงมีให้เหน็ อย่างเปน็ รูปธรรม ในการผลติ ศาสตราวุธโบราณ อาทิ ดาบ หอก ง้าว กุบละแอ ฯลฯ ซึ่ง
มีการผลติ อยใู่ นพ้นื ท่ี
เขต อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
ได้แก่ บ้านขามแดง ตำบลห้างฉัตร และบ้านสันทราย ,บ้านเหล่า,
บ้านใหม่แม่ปาง ตำบลเวียงตาล ทำการตีใบดาบ ใบหอก ใบง้าว
เหลาฝักดาบ ถักถวาย ตอกตะวากระบังดาบ ถักสายมัดดาบ ฯลฯ
รวมถึงการประกอบ ประดับตกแต่งตัวดาบ ให้สำเร็จ สมบูรณ์และ
สวยงาม
ปัจจุบันช่างฝีมือที่มีความสามารถในการผลิตศาสตราวุธ
โบราณด้วยรูปแบบและวิธีการดังกล่าว ยังคงมีอยู่เฉพาะในเขตพื้นท่ี
อำเภอหา้ งฉตั รเท่าน้นั
พระปลดั ขจรศักดิ์ ธมมฺวโร ผู้ท่ีเห็นคุณคา่ แห่งงานฝีมือและมีความภาคภูมิใจในประวตั ิศาสตร์
ของตนได้ทุ่มเทสรรพกำลังทำการรวบรวมศาสตราวุธโบราณองค์ความรู้ และช่างฝีมือผู้ผลิตศาสตราวุธ
โบราณที่มีอยู่ในชุมชน โดยการสนับสนุนของ นายนิวัฒน์ ปะระมา นายกเทศมนตรีตำบลเวียงตาล
นายวุฒิพล มณฑาทอง ปลัด เทศบาลตำบลเวียงตาลและกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬาจึงได้ร่วมกัน
จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ศาสตราวุธโบราณลำปาง (วัดเหล่าดอนไชย) เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ศาสตราวุธ
โบราณ ท่ีมรี ูปแบบสถาปตั ยกรรมเรือนล้านนาลำปาง ใหเ้ ป็นถานท่ีเพอื่ การเรยี นรู้ ถา่ ยทอด และเผยแพร่
ประวัติศาสตร์ ข้ันตอนการผลติ ศาสตราวุธ และวถิ ชี ีวติ คนเมืองลำปาง เพื่อให้เปน็ ท่ีประจักษแ์ ก่อนุชนรุ่น
หลัง และเปน็ มรดก ท่ีทรงคุณค่าของแผ่นดนิ สืบตอ่ ไป
ภาพการจัดสถานท่บี รเิ วณนิทรรศการ “ศาสตราวุธคูแ่ ผน่ ดิน”
ตามโครงการสง่ เสรมิ การจัดงานประเพณบี วงสรวงอนสุ าวรยี ์เจา้ พอ่ ขุนตาน ปี ๒๕๕9
การตีใบดาบ
ภาพการเหลาฝกั ดา้ มดาบโดยชา่ งผ้ชู ำนาญ
ภาพการชักเลียดหวาย และการเตรียมด้ายในการถักหวายด้ามดาบ และปลอกดาบ
ความละเอียดในการนำหวายทีถ่ กั แล้วมาประกอบใส่ดา้ มดาบ และปลอกดาบ
ภาพบ่อน้ำทิพย์ บริเวณอุทยานประวตั ิศาสตรเ์ จ้าพอ่ ขนุ ตาน (พญาเบกิ )
หมทู่ ี่ 5 บา้ นหัววัง ตำบลเวียงตาล อำเภอหา้ งฉตั ร จังหวัดลำปาง
ภาพโบราณสถานวดั กอกชมุ บรเิ วณอุทยานประวัตศิ าสตรเ์ จ้าพอ่ ขุนตาน (พญาเบิก)
หมู่ที่ 5 บา้ นหัววัง ตำบลเวียงตาล อำเภอหา้ งฉัตร จังหวดั ลำปาง
ภาคผนวก
ประวตั กิ ารสรา้ งอนสุ าวรีย์เจ้าพ่อขนุ ตาน
มีพระภิกษุรูปหน่ึงมาเป็นวิทยากรที่ศูนย์วางแผนครอบครัว มาพักท่ี
ศาลาของหลวงพ่อบุญเย็น และได้ฝันว่ามีคนแต่งตัวเป็นนักรบสมัยโบราณมาหา
แล้วชี้บอกว่าเมืองของเขาอยู่ตรงน้ัน (ตรงท่ีสร้างอนุสาวรีย์ในปัจจุบัน) อะไรก็มี
หมด ช้างก็มี เสือก็มี แต่อยากได้ม้าสีแดง พระภิกษุจึงได้นำเร่ืองน้ีไปบอก
นายอำเภอชัยโรจน์ ประภาสวัต นายอำเภอได้สอบถามคณุ ชล ว่องสวัสดิ์ ว่า
เมืองเก่าท่ีอยู่บริเวณนี้อยู่ตรงไหน คุณชล ได้แนะนำให้ไปหากำนันยัง อินถานะ
กำนันยงั บอกวา่ ตั้งอยทู่ ่ีตำบลเวยี งตาลเปน็ พน้ื ท่ี ทีม่ คี ูน้ำ
ล้อมรอบ มีเนื้อท่ีประมาณ ๒๐๔ ไร่ เป็นบริเวณที่ศักด์ิสิทธิ์ จากนั้นจึงตกลงกัน ในที่ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของ
อำเภอห้างฉตั ร ใหส้ ร้างอนสุ าวรีย์ เป็นรูปเจ้าพ่อขนุ ตานทรงม้า โดยมีคุณชล ว่องสวัสดิ์ เป็นประธานในการก่อสร้าง
แต่ไม่มีงบประมาณ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะสงฆ์ทั้งอำเภอห้างฉัตรได้ร่วมกันจัดทอดผ้าป่า เพ่ือนำเงินมาก่อสร้าง
อนุสาวรีย์ ได้เงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท โดยจ้างช่างศิลปกรรมจากอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นช่าง
ก่อสร้าง
กอ่ นการก่อสร้างได้ไปดูสถานที่ ซึ่งครั้งแรกจะสร้างตรงบริเวณด้านซ้ายมือของอนุสาวรีย์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ตั้ง
คุ้มหลวงของเจ้าพ่อขุนตาน (มีอิฐเก่าก้อนขนาดใหญ่ อยู่บริเวณนั้น) นายอำเภอได้ไปขอให้ศูนย์พัฒนาที่ดินเอา
รถแทรกเตอร์มาไถแต่ไมส่ ามารถไถได้ ทง้ั ๆท่ีเวลาเอามือจับอิฐโยกก็สามารถโยกได้ (คนขบั รถแทรกเตอรเ์ ลา่ ให้ฟังว่ามี
คนแก่ ใส่หมวกแบบสมัยโบราณมาบอกว่าอย่าไถท่ีนี่ เพราะเป็นสถานท่ีศักดิ์สิทธ์ิ และได้กล่ิน คาวเลือดจึงหยุดไถ)
นายอำเภอชัยโรจน์ คุณชล และคณะได้ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร จึงตกลงกันจุดธูปตรงบริเวณที่สร้างอนุสาวรีย์
ปจั จบุ นั แลว้ อธิษฐานวา่ จะขอสร้างอนุสาวรียต์ รงบรเิ วณนถ้ี ้าสร้างไม่ไดใ้ ห้มาเข้าฝัน ถา้ สรา้ งได้ก็ไมต่ อ้ งมาเขา้ ฝัน เวลา
ล่วงไป ๖ – ๗ วัน ไม่มีใครมาเข้าฝันก็เลยตกลงกันสร้าง ตรงบริเวณที่สร้างอนุสาวรีย์ปัจจุบันนี้ เม่ือวันท่ี ๑๒
พฤษภาคม ๒๕๒๘ และไดเ้ ขยี นประวตั ิไว้ทอี่ นุสาวรยี ์ โดยศกึ ษาธกิ าร อดุ ม สบื หล้า
ส่วนสาเหตุท่ีอนุสาวรีย์สร้างหันหลังให้ทางเข้า เพราะหลวงพ่อเกษม เขมโก ฝันว่าจะต้องหันหน้าไปทาง
เมอื งลำปาง เพราะเจา้ พ่อขุนตานปกปกั รกั ษาเมืองลำปางอยู่
ทีม่ า : นายชล วอ่ งสวัสด์ิ
ศาลเจ้าพ่อขุนตาน (พญาเบิก) ปรากฏอยตู่ ามสถานทสี่ ำคญั ต่างๆหลายแห่ง ซ่ึงพอจะรวบรวมข้อมลู ได้ดงั น้ี
1. ศาลเจา้ พ่อขุนตาน (หมู่ 2 บา้ นห้างฉัตรเหนือ ตำบลหา้ งฉัตร อำเภอห้างฉัตร จงั หวัดลำปาง)
เป็นสถานท่ีประกอบพิธีกรรมทางด้านความเชื่อและวัฒนธรรมต่าง ๆ อันเป็นจารีตประเพณีของคน
ในชุมชนบา้ นห้างฉัตร เชื่อมโยงผนวกเขา้ กับความศรัทธา ทบ่ี ังเกดิ จากบุญบารมีที่เจา้ พอ่ ขุนตานได้ปกป้องคุ้มครองให้
รอดพ้นจากสิ่งท่ีไมด่ ี ถือเป็นผูน้ ำทางจิตวิญญาณวีระกษัตริย์ ผู้กลา้ ชาตินกั รบ มอี ิทธฤิ ทธ์เิ หนือบุคคลธรรมดา ชาวบา้ น
ได้ร่วมกันจารึก ร่วมบันทึกคำยืนยัน เป็นอนุสาวรีย์วีระชนท้องถ่ินที่เด่นเป็นสง่า ในท่าน่ังขี่เสืออันแสดงความ
หมายถึง เป็นผูน้ ำท่ีมบี ุญบารมี สามารถปราบศัตรู ส่ิงช่ัวร้ายให้พน้ ภยั ซึ่งพิธีกรรมในประเพณีท่ีเกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อขุน
ตานในหน่งึ ปีท่คี นบา้ นห้างฉตั รรว่ มสืบทอด ไดแ้ ก่
เดอื น ๕ เหนือ ขน้ึ ๖ คำ่ ถวายไก่ ๑๒ คู่ ณ หอเจ้าพอ่ ขุนตาน
เดอื น ๖ เหนอื ข้นึ ๑๕ คำ่ ถวายปลาส้า จากวังอนี าคร้งั ละ ๑๖ คู่ ณ หอเจ้าพ่อขุนตาน
เดอื น ๗ วนั พญาวนั ถวายปลาสา้ จากโหลงใหม่ครัง้ ละ ๓๖ตัว ณ หอเจ้าพ่อขนุ ตาน
เดือน ๙ เหนือ ขน้ึ ๑๕ คำ่ ถวายไก่ ๑๒ คู่ และจุดบอกไฟถวาย ณ หอเจ้าพอ่ ขุนตาน
อันเป็นกุศโลบายที่มาจากภูมิปัญญาของคนเฒ่าคนแก่ที่เอาช่วงเวลาการเปล่ียนแปลงของสภาพอากาศ หรือช่วง
เปลย่ี นฤดูกาล มาเช่ือมโยงเอาพิธีกรรมเข้ามาให้เกดิ เป็นกจิ กรรมรวมคนในชุมชน อาทิ การทำอาหาร จดั เตรยี มเครอื่ ง
ดาถวายเจ้าพ่อขุนตานร่วมกัน เป็นกลไกสร้างความเข้มแข็งในหมู่บ้านให้เกิดข้ึน ทั้งยังทำให้ลูกหลานเจ้าพ่อขุนตาน
รว่ มสืบทอดประเพณีโบราณที่สำคญั เหล่าน้ีไว้ อย่างน้อยที่สุดก็ไดร้ ่วมสัมผัสกับคุณค่าความงดงามในบารมีของเจ้าพ่อ
ขุนตาน และความเสียสละเอื้ออาทรของผู้สูงอายุในชุมชนท่ีต้ังใจสบื ทอดจารีตพธิ กี รรมเหลา่ น้ีใหก้ บั ลูกหลาน
2. ศาลเจา้ พอ่ ขุนตาน (หมู่ 12 บา้ นดอยแก้ว ตำบลทาสบเสา้ อำเภอแมท่ า จงั หวัดลำพูน)
ตงั้ อยู่บนดอยขุนตาล บรเิ วณเขตตดิ ต่อระหว่าง จ.
ลำพูน และ จ.ลำปาง ระยะห่างจาก จ.ลำพูนไปตามทางหลวงสาย
เชียงให ม่ -ล ำป าง ป ระม าณ 40 กิ โล เม ต ร เป็ น สถาน ท่ี
สักการะบูชา ดวงวิญญาณเจ้าพ่อขุนตาล (พญาเบิก) ซ่ึงในอดีต
เปน็ นักรบท่ีมีวรี กรรมกลา้ หาญ ในการสู้รบปกปอ้ งบ้านเมือง ทงั้ ยัง
มคี วามกตญั ญกู ตเวทิตาตอ่ พระยาญบี า พระบดิ า เปน็ อย่างยิ่ง
แตเ่ ดมิ สร้างเป็นศาลเล็กๆ ต่อมามกี ารสรา้ งรูปหลอ่ เจา้ พ่อ
ขุนตาลและศาลขึ้นควบคู่กับศาลเดิม เพ่ือให้ประชาชนได้
สักการะบูชากราบไหว้มีความเชื่อกันว่าหากผู้ใดได้อธิษฐาน บน
บานกับเจ้าพ่อแล้วประสบผลสำเร็จก็จะนำสิ่งของเคร่ืองสักการะ
หรือศาลพระภมู ิ ดงั ท่เี หน็ เรียงรายกันอยู่มากมาย มาถวายเป็นการ
แกบ้ น
3. ศาลพระยาเบกิ (เจา้ พ่อขนุ ตาน) หมู่ 8 บ้านขุนตาน ต.ทาปลาดกุ อ.แมท่ า จ.ลำพูน
สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างโดยท่านยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และคณะศรัทธา
โดยตัง้ อยูบ่ ริเวณด้านหน้าอุโมงค์รถไฟถ้ำขุนตาน ซ่ึงเป็นอโุ มงค์ทางรถไฟลอด ในสมยั รัชกาลท่ี ๕ พ.ศ.๒๔๔๐ ไดม้ ีการ
ดำเนินกิจการรถไฟในประเทศไทย ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๔๘ได้มีการขยายเส้นทางรถไฟสู่สายเหนือจึงมีการสำรวจเพ่ือ
เจาะอุโมงค์รถไฟทะลุผ่านเข้าไปใน ดอยงาช้างของเทือกเขาขุนตานท่ีเป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ขวางกั้นเส้นทางจาก
จงั หวัดลำปาง สู่ จังหวัดลำพูน การสำรวจใช้เวลา ๒ ปี ส่วนการขุดเจาะและการดำเนนิ การก่อสร้างจนแล้วเสร็จต้อง
ใชเ้ วลาถงึ 14 ปี ในสามรัชกาล มีความเป็นทสี่ ุดของประเทศถงึ สามประการคอื ประการแรกนับเป็นอุโมงคร์ ถไฟลอด
ภูเขาท่ียาวท่ีสุดในประเทศ ความยาว ๑,๓๖๒,๐๕ เมตร ปากอุโมงค์ด้านทิศเหนือสูงกว่าปากอุโมงคด์ ้านทิศใต้ ๑๔
เมตร ประการที่สองนับเป็นจดุ ท่ีทางผ่านรถไฟ พาดผ่านสงู ท่ีสุดในประเทศไทย คืออยู่สงู จากระดับน้ำทะเลปาน
กลาง ๕๗๘ เมตร ประการทส่ี ามนับเป็นช่วงที่ลาดชันท่ีสดุ ของทางรถไฟท่ัวประเทศนบั จาก สถานีแม่ตานนอ้ ย จังหวัด
ลำปาง ถึงสถานขี นุ ตาน จังหวดั ลำพนู ยาว ๘ กิโลเมตร แตม่ ีระดับต่างกัน ๒๐๐ เมตร
ปริมาณหินท่ีขุดเจาะขนออกมาทั้งสิ้นกว่า ๖๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรออกมาถมลำห้วยบริเวณปากถ้ำ จน
กลายเป็นท่ตี ง้ั ของตัวสถานีรถไฟขุนตานทรี่ าบเรยี บในปัจจุบนั มีสวนไม้ดอกตกแต่งไวอ้ ย่างสวยงาม มศี าลพระ
ยาเบิก (เจ้าพ่อขุนตาน) เพื่อให้ประชาชนท่ีเดินทางโดยรถไฟได้สักการะบูชากราบไหว้ให้เดินทางปลอดภัย ทั้งน้ียังมี
อนุสาวรีย์ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์แก่ Emil Eisenhofer ชาวเยอรมัน ผู้ดำเนินการควบคุม การสร้างอุโมงค์ทางรถไฟ
“ถำ้ ขนุ ตาน” นี้
การจดั งานพธิ บี วงสรวงอนสุ าวรียเ์ จา้ พ่อขุนตาน
ในวันท่ี ๑๒ พฤษภาคม ของทุกปี ได้ถือกำหนดให้มีประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อขุนตานของประชาชนชาว
อำเภอห้างฉัตร โดยเทศบาลตำบลเวยี งตาล(องค์การบริการสว่ นตำบลเวียงตาลเดิม) , สภาวัฒนธรรมตำบลเวยี งตาล ,
สภาวัฒนธรรมอำเภอห้างฉัตร และองค์กรทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมการถวายเคร่ืองสักการะ เพื่อเป็น
การยกย่องเชิดชูเกียรติประวัติของบรรพชน ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองในอดีตกาล ซ่ึงเช่ือกันว่าเป็นการ
เสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวของผู้ท่ีมาร่วมงาน หรือให้ความเคารพนับถือ ควรที่จะสืบทอด
และรักษาไว้เป็นประเพณขี องท้องถ่ินสืบไป
วตั ถุประสงค์
๑. เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรกั ษ์ไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถ่ินสืบต่อไป
๒. เพ่อื ใหป้ ระชาชนโดยท่ัวไปได้รับรูร้ บั ทราบประวตั ิ ร่องรอย หลกั ฐาน ของปชู นียบุคคลทางประวตั ศิ าสตร์
๓. เพ่อื เปน็ การส่งเสรมิ การทอ่ งเที่ยวของหมบู่ ้าน ตำบล อำเภอ จงั หวัด
๔. เพือ่ ให้ประชาชนทุกหมูเ่ หลา่ ได้มสี ว่ นรว่ มในกิจกรรม และเป็นการสร้างความเข้มแข็งใหก้ ับชมุ ชน
กิจกรรมดำเนินการ
๑. จัดพิธีบวงสรวงเพือ่ สักการะเจ้าพ่อขนุ ตาน
๒. จัดกจิ กรรมการแสดงดนตรี ศลิ ปวฒั นธรรมพ้นื บา้ นทอ้ งถิน่ ภาคเหนือ
ระยะเวลาการดำเนนิ การ
วนั ที่ ๑๒ พฤษภาคม ของทุกปี
สถานท่ดี ำเนนิ การ
อุทยานประวัตศิ าสตร์เจ้าพอ่ ขุนตาน หมทู่ ่ี ๕ บ้านหัววัง ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัด
ลำปาง
ผรู้ ับผิดชอบโครงการ
สภาวัฒนธรรมตำบลเวียงตาล ร่วมกบั เทศบาลตำบลเวียงตาล
ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
๑. เด็กเยาวชน ประชาชนไดม้ สี ่วนรว่ มส่งเสรมิ กจิ กรรมดา้ นวฒั นธรรม ประเพณี และภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่
๒. ท้องถ่ินได้จดั กจิ กรรมเพ่ือสร้างใหช้ ุมชนมีสว่ นร่วมในกจิ กรรม และเป็นการสรา้ งความเข้มแขง็ ให้กบั ชุมชน
เคร่ืองบวงสรวงเจา้ พอ่ ขนุ ตาน ประชาชนจะถวายเคร่ืองเซ่นประจำปใี ห้เจา้ พ่อขุนตาน ดงั น้ี
๑. เดอื น ๕ เหนอื ขน้ึ ๖ คำ่ ถวายไก่ ๑๒ คู่ ณ หอเจ้าพ่อขนุ ตาน
๒. เดือน ๖ เหนือ ข้ึน ๑๕ ค่ำ ถวายปลาส้า จากวังอีน่ าคร้ังละ ๑๖ คู่ ณ หอเจ้าพ่อขุนตาน
๓. เดือน ๗ เหนอื วนั สงกรานต์ วันพญาวนั แหห่ อผ้ากัณฑ์เทศนเ์ จา้ พอ่ ขนุ ตานไปถวาย วดั หา้ งฉัตร
๔. เดอื น ๗ วันพญาวัน ถวายปลาส้า จากโหลงใหมค่ ร้งั ละ ๓๖ตวั ณ หอเจ้าพ่อขนุ ตาน
๕. เดอื น ๗ วันปากปี จดุ บอกไฟถวายเจ้าพ่อ
๖. เดือน ๘ ข้ึน ๑๕ ค่ำ แหห่ อผา้ ไปถวายงานประเพณีวัดพระธาตุดอยน้อย (สันทราย)
๗. เดอื น ๘ แรม ๘ ค่ำ แห่หอผา้ ไปถวายงานประเพณวี ัดพระธาตดุ อยนาย (ปางมว่ ง)
๘ . เดื อ น ๙ ข้ึ น ๑ ๔ ค่ ำ ป ร ะ เพ ณี แ ห่ ช้ า ง เผื อ ก จ า ก พ ญ า ท้ า ย น้ ำ บ้ า น ล ำ ป า ง ห ล ว ง
ไปแท่น ชา้ งเผือกเวียงลม
๙. เดอื น ๙ เหนือ ขนึ้ ๑๕ คำ่ ถวายไก่ ๑๒ คู่ และจุดปอกไฟถวาย ณ หอเจ้าพ่อขุนตาน
๑๐. เดือน ๑๐ แรม ๗ ค่ำ ถวายไก่ ๑๒ ตัว หมู ๑ ตัว พิธีไขประตูดอย ริมฝั่งน้ำแม่ตานใกล้วัดพระธาตุดอยนาย
(ปางม่วง)
๑๑. เดือน ๑๐ แรม ๑๓ คำ่ เล้ียงเหล้า และไก่ ๒ ตัว แดอ่ ารกั ษ์ผู้รักษาต้น และลำห้วยพธิ เี ล้ียงห้วยเลี้ยงฮอ่ ง ณ
สบต่าง ๆ จำนวน ๕ สบ จนถงึ เทือกเขาขนุ ตาน
๑๒. วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ของทุกปี จะจัดพิธบี วงสรวงอนสุ าวรยี ์เจา้ พ่อขนุ ตาน
ของถวายเจา้ พอ่
หัวหมู ๗ หัว
ไก่ ๑๔ ตวั
มะพร้าวอ่อน ๗ ผล
ขนมหวาน ๗ ท่ี
ผลไม้ ๗ ที่
พวงมาลัยเจา้ พ่อขุนตาล ๑ พวง
พวงมาลยั มา้ ต้น ๑ พวง
ความศักด์ิสิทธิ์ของเจ้าพ่อขุนตานจะเป็นศูนย์กำลังใจกำลังความคิด ขอความเมตตาและขอความ
คุ้มครอง โดยท่ีผู้เฒ่าผู้แก่จะเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เช่น ผู้ที่จะอุปสมบทจะต้องมากราบไหว้ขอพรให้เป็นศิริมงคลแก่
ครอบครัว ประชาชน ทั่วๆไป ผ้โู ดยสารรถประจำทางลำปาง – เชียงใหม่ เมอ่ื รถจะผ่านศาลเจ้าพ่อขุนตานจะเปิดแตร
รถยนต์๓ ครง้ั เพื่อขอทางผ่าน
สำหรบั ชาวไร่ ชาวนาอำเภอห้างฉัตรฟ้าฝนไม่ตกตามฤดกู าล จะรวมกันจัดขบวนแหบ่ ้องไฟขอฝนให้
ฝนตกเขา้ ในนา ขอใหป้ ลาไหลเขา้ ทงุ่ (ในน้ำมีปลา ในนามขี า้ ว) ความศกั ดส์ิ ทิ ธนิ์ ี้ ผเู้ ฒ่าผู้แกเ่ ล่าใหฟ้ งั ว่ามอี ิทธฤิ ทธิ์
หนังสืออ้างอิง : ประวัติเจ้าพ่อขุนตาล ณ ศาลเจ้าพ่อขุนตาน ของ สภาธรรมปาฐิกลำปาง โดย นายอุดม สืบหล้า
ฉบับออกพรรษา ๒๕๐๕ (อดีตศึกษาธกิ ารอำเภอห้างฉัตร)