The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กรอบแนวคิดใหม่ : การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Janvit Pinyopisut, 2022-03-12 00:31:24

กรอบแนวคิดใหม่ : การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

กรอบแนวคิดใหม่ : การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

วารสารวิชาการไทยวิจัยและการจดั การ
Thai Research and Management Journal

กรอบแนวคดิ ใหม่: การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
New conceptual framework: with the change of governance 1932

ศวิ พร เจ่ยี สกลุ 1
Sivaporn Jiasakul

บทคดั ย่อ

การศึกษากรอบแนวคิดใหม่ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มีลักษณะการพัฒนา
ประชาธิปไตยไทย รูปแบบของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยมี
ลักษณะค่อยเป็นค่อยไปตามลาดับ ไม่ได้เป็นการพัฒนาเปล่ียนแปลงการปกครองแบบชิงสุกก่อนห่าม
หรอื บรบิ ทสงั คม

คำสำคัญ: กรอบแนวคดิ ใหม่, การปกครอง, 2475

1 นกั วชิ าการประจาสถาบนั ไทยวจิ ยั พฒั นาการจดั การ อเี มล [email protected]

87 | ปีท่ี 2 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2564)

วารสารวชิ าการไทยวจิ ัยและการจัดการ
Thai Research and Management Journal

Abstract

New conceptual framework: with the change of governance 1932
Characteristics of the development of Thai democracy The form of political
participation of the people in a democratic system is gradual, respectively. It is
not a development of a premature regime change. or social context

Keywords: New conceptual framework, governance, 1932

88 | ปีที่ 2 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2564)

วารสารวิชาการไทยวิจัยและการจดั การ
Thai Research and Management Journal

ภมู หิ ลงั ทางการเมืองไทยในอดตี

การเปล่ียนแปลงการปกครองเม่ือวันท่ี 24 มิถุนายน 2475 จากระบอบสมบูรณา
ญาณสิทธริ าชยเ์ ป็นประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ ภายใตร้ ฐั ธรรมนญู แห่ง
ราชอาณาจักรไทยวา่ มีลักษณะในรูปแบบใด เป็นการปฎิวตั ิ อภวิ ฒั น์สยามหรอื เพียงยดึ อานาจ
รัฐประหาร หรือค่อยเป็นค่อยไปตามแนวทางการพระราชทานรัฐธรรมนูญแก่ราษฎร ซึ่งหาก
พิจารณาประวตั ศิ าสตรข์ องไทยยอ้ นกลบั ไปตงั้ แต่สมัยสโุ ขทัย อยธุ ยา ธนบุรี และรตั นโกสินทร์
ก่อน24 มิถุนายน 2475 อานาจการปกครอง บริหารสูงสุดของรัฐรวมไว้ที่พระมหากษัตริย์
หรือมีการแบ่งอานาจการปกครองไว้ท่ีเช้ือพระวงศ์ ขุนนาง หรือทรงแต่งตั้งมอบหมายให้
ดาเนินการแทนพระองค์ อาทิเช่น การตัดสินคคีในสมัยสุโขทัยใน ระบบจตุสดมภ์ สมุหกลา
โหม สมุหนายก หรือการปฏิรูประบบราชการกระทรวง จนกระทั้งเม่ือวันท่ี 24 มิถุนายน
2475 คณะราษฎรได้ทาการยึดอานาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย
คณะราษฎรได้ประกาศหลักการปกครองของคณะราษฎร 6 ประกาศ และในวันท่ี
27 มิถุนายน 2475 พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดนิ สยามช่ัวคราว พุทธศักราช
2475 บัญญัติไว้ว่า อานาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรท้ังหลาย มีการจัดวาง
โครงสร้างอานาจ ออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ อานาจของกษัตริย์, อานาจของสภาผู้แทนราษฎร,
อานาจของคณะกรรมการราษฎร, และ อานาจศาล อานาจของกษตั ริย์ คอื เป็นประมุขสูงสุด
ของประเทศ กระทาในนามของกษัตรยิ ์ แต่ถ้ากษัตริย์ไม่สามารถจะทาหน้าที่ได้ หรือ ไม่อยูใ่ น
พระนคร ให้เป็นอานาจของ คณะกรรมการราษฎร ท่ีจะทาหน้าที่แทน. การกระทาใดๆของ
กษัตริย์ ต้องได้รับความยินยอมของคณะกรรมการราษฎร และมีกรรมการราษฎร ผู้หนึ่งผู้ใด
ลงนามด้วย และอานาจของสภาผู้แทนราษฎร คือ มีอานาจออกพระราชบัญญัติ ซ่ึงหาก
กษัตริย์ได้ประกาศให้ใช้แล้ว เป็นอันบังคับใช้ได้ แต่หากกษัตริย์ มิได้ประกาศใช้
พระราชบัญญัตินั้นใน 7 วัน และสภาผู้แทนราษฎร ลงมติยืนตามมติเดิม ให้ถือว่า
พระราชบัญญัติน้ัน ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ อน่ึง สภาผู้แทนราษฎร มีอานาจถอดถอน
กรรมการราษฎร หรอื พนักงานรัฐบาลผูห้ น่งึ ผูใ้ ด กไ็ ด้ ฯลฯ

89 | ปที ี่ 2 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2564)

วารสารวิชาการไทยวิจัยและการจัดการ
Thai Research and Management Journal

กฎหมายสงู สุดแห่งรฐั อานาจการปกครองของประชาชน

จากสาระสาคญั ของพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม ได้บัญญัติ
ไวช้ ัดเจนว่า อานาจสูงสุดของประเทศนัน้ เป็นของราษฎรทั้งหลาย ย่อมสะท้อนและนัยสาคัญ
ว่าสยามมีระบอบการปกครองตามแนวคิด ทฤษฏีของประชาธิปไตย (Democracy) ท่ี
ประชาชนมีอานาจสูงสุดของการปกครองในรัฐ หรือการปกครองของประชาชน โดย
ประชาชน และเพื่อประชาชน หรือการมสี ่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในฐานะเจา้ ของ
อานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แต่ทว่าก็ยังคงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า หากสยามมีความ
พร้อมในระบอบประชาธิปไตยเหตุใดคณะราษฎรเลือกพระยามโนปกรณ์นิติธาดาท่ีมีความ
ใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ดารงตาแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีเสมือนมี
การประณีประนอมกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมอยู่ ตัวบทกฎหมายธรรมนูญการปกครองสูงสุดของ
ประเทศทีใ่ หอ้ านาจสงู สุดกับราษฎรแต่เหตุใดผแู้ ทนราษฎรไมไ่ ดร้ ับการเลือกต้ังจากประชาชน
โดยตรงภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยเร็ว หรือข้อเท็จจริงคือคณะราษฎรคงมี
สิทธใิ นฝ่ายบริหารผ่านคณะกรรมการราษฎร และถ้ากษตั ริย์ไม่สามารถจะทาหน้าท่ีได้ให้เป็น
อานาจของคณะกรรมการราษฎรท่ีจะทาหน้าท่ีแทน เป็นต้น ปฏิเสธข้อเท็จจริงหน่ึงที่สาคัญ
ไม่ ได้ ว่า ก ารเป ล่ี ย น แ ป ล งจ าก ร ะบ อ บ ส ม บู ร ณ าญ า ณ สิ ท ธิ ราช ย์ เ ป็ น ป ร ะช า ธิป ไต ย อั น มี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475 ของ
กลุ่มคณะราษฎรถอื เปน็ จุดเร่ิมต้นสาคญั ทมี่ ีคุณูปการต่อการพฒั นาประชาธิปไตยอย่างยง่ิ ของ
ไทยในชว่ งตอ่ ๆ มา

ท้ังน้ีข้อเท็จจริงข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทยนั้น มีการ
ข้อเท็จจริง ข้อมูลองค์ความรู้ ชุดคาอธิบายเชิงวิชาการผ่านกรอบแนวคิดประวัติศาสตร์
การเมือง กรอบแนวคิดทางด้านรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือรฐั ประศาสนศาสตร์
ไว้หลากหลายมิติ หลายแง่มุมที่น่าสนใจสน ซ่ึงการศึกษาสังเคราะห์กระบวนทัศน์ทาง
ความคิดวิชาการผา่ นอานาจอธปิ ไตยของประชาชน การมีส่วนรว่ มทางการเมอื งของประชาชน
ตามจารีตการปกครอง หรือตามรัฐธรรมูญ บริบททางสังคม หรือลักษณะรูปแบบการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนไทย น่าเป็นส่ิงจะสามารถอธิบายใหเ้ ห็นเด่นชัดได้ว่าประเทศ

90 | ปีท่ี 2 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2564)

วารสารวชิ าการไทยวิจยั และการจดั การ
Thai Research and Management Journal

ไทยมีลาดับของพัฒนาการประชาธิปไตยอย่างไร การปฏิวัติ 2475 เป็นการชิงสุกก่อนห่าม
หรอื การเปลย่ี นแปลงการปกครองไทยมีสอดคลอ้ งเหมาะสมกับกระแสแนวคดิ บริบทการเมือง
การปกครองระบอบประชาธิปไตยในสงั คมโลกประชาธิปไตยตะวันตกอยา่ งเหมาะสมต้องกัน
ทางทฤษฏแี ละทางปฏิบัติ

ขอ้ ถกเถยี งการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันท่ี 24 มิถุนายน 2475

ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเม่ือวันท่ี 24 มิถุนายน 2475 จากระบอบสม
บู ร ณ าญ าณ สิ ท ธิ ร าช ย์ เป็ น ป ร ะ ช าธิ ป ไ ต ย อั น มี พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ ท ร งเป็ น ป ร ะ มุ ข ภ า ย ใต้
รัฐธรรมนูญน้ัน เกดิ คาถามสาคัญว่าการกระทาของคณะราษฎรเป็นการชงิ สกุ กอ่ นห่ามหรือไม่
ประชาชนชาวมีความพร้อมในการใช้อานาจอธปิ ไตยในการปกครองหรือไม่ มีความต้ังใจจริง
หรือไมก่ ารพระราชทานรัฐธรรมนญู ให้กับราษฎร ซึ่งมูลเหตุ เงอ่ื นไข ขอ้ เทจ็ จริงของเหตกุ ารณ์
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ต่างมีข้อมูล ข้ออ้างที่สนับสนุนในการปฏิวัติของคณะราษฎร
หรือมองวา่ คณะราษฎรได้ทาการยึดอานาจรัฐประหารจากรชั กาลที่ 7 เทา่ นนั้

ด้วยกระแสแนวคิด ข้ออ้างหรือความเชื่อท่ีว่าคณะราษฎรได้ทาการปฏิวัติอภิวัฒน์
สยามสู่การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยตามนานาอารยประเทศอนั จะนาพาประชาชน
สังคม เศรษฐกิจมีความเจริญรุ่งเรือง ส่วนอีกกระแสหน่ึงเห็นว่าเม่ือวันท่ี 24 มิถุนายน 2475
กลุ่มคณะราษฎรได้ทาการยึดอานาจรัฐประหารจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
เท่าน้ัน ซึ่งแนวคิดหลักทั้งสองกระแสดังกล่าวข้างต้นน้ัน นาไปสู่แนวคิดการกล่อมเกลาทาง
การเมืองท้ังในเชิงวชิ าการ หลักการอดุ มการณท์ างการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์
ทางการเมืองหรือแนวคิดความเช่ือของบุคคลในการต่อสู้ทางการเมืองในยุคต่อๆ มาจนถึง
ปจั จุบนั

โดยข้อถกเถียงประเด็นการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ของนักวิชาการ
ด้านประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ต่างก็มีผลการศึกษาสังเคราะห์ชุดความรู้
ความคดิ ในข้อเท็จจริงทเ่ี หมือนและแตกต่างกนั ออกไปตามกรอบแนวคดิ สมมตฐิ านความเช่ือ

91 | ปีท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2564)

วารสารวชิ าการไทยวจิ ยั และการจดั การ
Thai Research and Management Journal

มิตติ วั แปรในการศกึ ษาของนักวิชาการแต่ละบุคคล ซึ่งหากพิจารณาจากตาราหนังสือ เอกสาร
หลักฐานทางวิชาการ บทความวิชาการต่างๆ ชุดข้อมูลข้อเท็จจริงในกระแสดังกล่าวท้ังสอง
ตา่ งก็ มีความสอดคลอ้ งต้องกันอย่างสมเหตสุ มผล แต่ประเด็นจะส้ินขอ้ สงสยั หรอื ไมน่ น้ั กเ็ ป็น
สิ่งท่ีต้องแสวงหาแนวคิด ชุดข้อมูลข้อเท็จจริงในการนาเสนอทางวิชาการเพื่อถกเถียง
สังเคราะห์ หรือสร้างขอ้ สรุปเชิงวชิ าการตอ่ ไป

กระบวนการประชาธิปไตยของไทยตั้งแต่ 2475 เมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติให้อานาจ
อธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ และส่วนร่วมทางการเมือง
แล้ว ประชาชนเข้าไปมีส่วนรว่ มในลักษณะรูปแบบการมสี ว่ นร่วมตามลาดบั ขั้นตามทฤษฏีการ
มสี ่วนร่วมของเลสเตอร์ มิลแบร หรอื อัลมอลนด์และโพเวลล์ในรปู แบบการมีส่วนร่วมทางการ
เมอื งท่ีเป็นทางการ และไม่เปน็ ทางการ และวิวัฒนา พฒั นาเคลือ่ นไหวทางสงั คม สู่การเรียนรู้
ทางการเมืองภาคประชาชนตามลาดับเป็นการสู้เพื่อสังคมของการเมืองภาคพลเมือง โดย
บริบทข้อเท็จจริงทางการเมืองไทยดังกล่าวข้างต้นนั้น มีความสอดคล้องสัมพันธ์กับกระแส
แนวคิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักวิชาการตะวันตกดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกัน และ
พฤติกรรมเชิงประจักษ์ของการมีส่วนร่วมของประชาชนไทยมีความสอดคล้องต้องกันกับ
สาระสาคัญของแนวคิดทฤษฏีอย่างยิ่ง ทั้งน้ีแม้ว่าในมิติบางช่วงเวลา ความรู้สึก หรือการ
นาไปใชป้ ฏิบัตทิ างการเมอื ง หรือวัฒนธรรมทางการเมืองท่แี สดงออกจะมีความสอดคลอ้ งย้อน
แย้งระหว่างแนวคิด วิธีปฏิบัติของนักการเมือง นักวิชาการ หรือประชาชนอยู่บางหรือบาง
กระแสใหท้ ัศนะวา่ ประชาธิปไตยจอมแปลมก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้วา่ โดยภาพรวมระดับรฐั น้ัน
การตน่ื ตวั ของประชาชนในประชาธิปไตยแบบมสี ว่ นร่วมมีการพัฒนาเพ่ิมขึ้นตามอารยะนานา
ประเทศ

สรปุ

กล่าวสรุปได้ว่า กรอบแนวคิดใหม่: กับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มี
ลักษณะการปกครอง และรูปแบบของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนก่อน พ.ศ.
2475 เป็นพื้นฐานทางการปกครองหลังพ.ศ. 2475 ที่สาคัญ เน่ืองจากมีการวางรากฐานของ

92 | ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2564)

วารสารวิชาการไทยวจิ ัยและการจัดการ
Thai Research and Management Journal

ระบบสาธารณูปโภคพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบราชการ สร้างเสริมการปกครอง
ทอ้ งที่ ส่งเสริมการศึกษาวิทยาการความรตู้ ะวนั ตกอันนาไปสู่นักปัญญาชนสมยั ใหม่ทศี่ ึกษาใน
ยุโรป ร่วมกลุ่มในชื่อคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ทาให้สยามมี
รฐั ธรรมนญู และพระมหากษตั รยิ ์อยู่ภายใต้รฐั ธรรมนูญ อานาจอธปิ ไตยเป็นของประชาชนชาว
ไทย มรี ัฐสภาฝ่ายนิติบัญญัติ ฝา่ ยบริหารท่ีมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามหลักแนวคิด
สัญญาประชาคมเปน็ กลไกในการปกครองประเทศและระดับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จึง
กลา่ วได้ว่า ลกั ษณะการพัฒนาประชาธิปไตยไทย รูปแบบของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในระบอบประชาธิปไตยมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปตามลาดับ ไม่ได้เป็นการพัฒนา
เปล่ียนแปลงการปกครองแบบชิงสุกก่อนห่าม หรือบริบทสังคม ประชาชนยังไม่พร้อมในการ
เป็นเจ้าของอานาจอธิปไตย เน่ืองจากก่อนพ.ศ. 2475 สยามมีการวางรากฐานสาคัญ และมี
การพัฒนาความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ ปฏิรูปการบริหารราชการ ด้าน
การศกึ ษา และเม่ือพิจารณาจากฐานแนวคดิ ทฤษฏีการมสี ่วนรว่ มทางการเมอื งของประชาชน
ของนักวิชาการตะวันตกท่ีเกิดข้ึน และเน้ือหาสาระสาคัญของแนวคดิ ทฤษฏีมีความสอดคลอ้ ง
ทั้งในช่วงเวลาท่ีตรงกันของทฤษฏีท่ีคิดข้ึนและเหตุการณ์ที่ตรงกับสยาม การมีส่วนร่วมของ
ประชาชนหลังได้รับอานาจอธิปไตยในการปกครองตนเองในระดับชาติและท้องถิ่นก็
สอดคล้องเหมาะสมกบั แนวคดิ ทฤษฏขี องการมสี ่วนรว่ มทางการเมอื ง

ขอ้ เสนอแนะเชิงวชิ าการ
การศึกษาครั้งนี้ทาการวิจัยเชิงเอกสารเป็นสาคัญสังเคราะห์ตีความผ่านข้อมูล

ประวัติศาสตร์ทางการเมือง สาระสาคัญของรัฐธรรมนูญ และอธิบายตามกรอบแนวคิด ท่ีมา
ของทฤษฏีรัฐศาสตร์และการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยการศึกษวิจัยทาการจาแนกข้อมูล
สงั เคราะห์ ตีความข้อมูล ผู้ศึกษาไม่ได้สังเคราะห์ข้อมูลผา่ นตัวแปร กรอบแนวคิดในการวิจัย
ในมิติวัฒนธรรมทางการเมือง พฤติกรรมทางการเมืองของบุคคล กลุ่มผลประโยชน์อานาจ
ทางการเมืองของบุคคล คณะบุคคล หากผู้วิจัยคร้ังต่อไปสามารถนาตัวแปรอน่ื ร่วมการศึกษา
วิจยั เพอ่ื ให้ไดท้ ราบรายละเอยี ดขอ้ การวจิ ยั เพม่ิ เติมมากขึ้น

93 | ปที ่ี 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม – เมษายน 2564)

วารสารวชิ าการไทยวจิ ยั และการจัดการ
Thai Research and Management Journal

รายการอ้างอิง

Gabriel, Almond., Verba, Sidney. (1976). The Civic Culture; political attitudes and
democracy in five nations. Boston and Toronto: Little Brown and Company.

Deth, Jan. Van, W. (2001). Studying Political Participation: Towards a Theory of Everything?.
European Consortium For Political Research. In workshop “Electronic Democracy
: Mobilization , Organization and Participation visa new ICTs” Grenoble.

Milbrath, L. W. (1965). Political Participation: How and Why Do People Get Involved in
politics? .Chicago: Rand McNally College Publishing Company.

94 | ปที ่ี 2 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2564)


Click to View FlipBook Version