MAC OS mac OS series How to use and history E-book computer
คำนำ รายงานเรื่อง เทคโนโลยีmacOS จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกระบวนการทางเทคโนโลยี macOS และเพื่อทำเป็นเอกสารประกอบการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์อีกด้วย และเพื่อที่จะนำความรู้เกี่ยวกับ macOSไปเผยแพร่ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งส่าเอกสารประกอบการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับ เทคโนโลยีmacOS0จะ เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการศึกษาหากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้
สารบัญ เรื่อง หน้k ระบบปฎิบัติการmac OS 4 MacOS (แมค โอเอส) คือระบบปฏิบัติการที่เป็นหัวใจสำคัญของ Mac (แมค) ทุกเครื่อง สร้างขึ้นบนพื้นฐาน 5 วิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการและแนวคิดพื้นฐาน 6 เวอร์ชั้นต่างๆของmac OS 9 ระบบ macOS vs ระบบ Windows หรือแตกต่างอย่างไร 17
ระบบปฎิบัติการmac OS ระบบปฏิบัติการ: วัตถุประสงค์และฟังก์ชั่นพื้นฐาน แนวคิดของระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการ (OS) คือชุดของโปรแกรมที่รับรองการมีปฏิสัมพันธ์ของฮาร์ดแวร์และชิ้นส่วนซอฟต์แวร์ ทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ระหว่างตัวเองและการโต้ตอบของผู้ใช้และคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการให้การดำเนินการแบบองค์รวมของส่วนประกอบทั้งหมดของคอมพิวเตอร์และยังให้ผู้ใช้ สามารถเข้าถึงความสามารถด้านฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการเป็นองค์ประกอบพื้นฐานและ จำเป็นของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์โดยที่ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ในหลักการ องค์ประกอบของระบบปฏิบัติการ โมดูลฐาน (เคอร์เนลระบบปฏิบัติการ)- จัดการการทำงานของโปรแกรมและระบบไฟล์ให้การ เข้าถึงและการแลกเปลี่ยนไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ต่อพ่วง เสื้อ.e แปลคำสั่งจากภาษาโปรแกรมเป็นภาษาของ "รหัสเครื่อง" ที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ ประมวลผลคำสั่ง- ถอดรหัสและดำเนินการคำสั่งของผู้ใช้ที่ผ่านแป้นพิมพ์เป็นหลัก เสื้อ.e แจ้งให้ผู้ใช้สำหรับคำสั่งและดำเนินการพวกเขา ผู้ใช้สามารถให้คำสั่งเพื่อดำเนินการใด ๆ กับไฟล์ (คัดลอกลบเปลี่ยนชื่อ) คำสั่งพิมพ์เอกสาร ฯลฯ ไดรเวอร์อุปกรณ์ต่อพ่วง- ซอฟต์แวร์รับประกันความสอดคล้องของอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย โปรเซสเซอร์ (อุปกรณ์ต่อพ่วงแต่ละตัวประมวลผลข้อมูลในวิธีที่ต่างกันและในจังหวะที่ต่างกัน) เสื้อ.e โปรแกรมพิเศษที่ให้การควบคุมการทำงานของอุปกรณ์และการประสานการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ อุปกรณ์อื่น ๆ อุปกรณ์ใดก็ตามมีไดรเวอร์ของตัวเอง วัตถุประสงค์ของระบบปฏิบัติการ สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและส่วนต่อประสานผู้ใช้ การดำเนินการตามคำสั่งของผู้ใช้และคำสั่งโปรแกรม จัด I / O จัดเก็บข้อมูลและ การจัดการไฟล์และข้อมูล ตามคำนิยามงานทั้งหมดที่แก้ไขโดยระบบปฏิบัติการสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม: การจัดหาผู้ใช้หรือโปรแกรมเมอร์แทนที่จะเป็นฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์จริงเครื่องเสมือนขยาย (นั่นคือไม่ได้มีอยู่ จริง) ซึ่งสะดวกกว่าในการทำงานและง่ายต่อการโปรแกรมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้คอมพิวเตอร์โดยการจัดการ ทรัพยากรอย่างมีเหตุผลตามเกณฑ์บางประการ
MacOS (แมค โอเอส) คือระบบปฏิบัติการที่เป็นหัวใจสำคัญของ Mac (แมค) ทุกเครื่อง สร้าง ขึ้นบนพื้นฐาน MacOS X (แมค โอเอส เท็น) คือระบบปฏิบัติการของบริษัทแอปเปิล ที่มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการ ติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ต่างๆ ซอฟแวร์ที่ติดตั้งภายในเครื่อง ตลอดจนเป็นตัวกลางในการติดต่อกับผู้ใช้ ข้อดีของการใช้ MacOS 1. เป็นระบบปิดที่มีความปลอดภัยต่อข้อมูลผู้ใช้งานที่มีความปลอดภัยสูง จำนวนไวรัส เวิร์ม มัลแวร์มีจำนวนที่ น้อย มีความสเถียรภาพในการใช้งานเพราะระบบปฏิบัติการออกแบบร่วมกันกับฮาร์ดแวร์ทำให้สามารถเข้ากัน ได้เป็นอย่างดี 2. ระบบปฏิบัติสามารถอัปเดตติดตั้งได้ฟรี ไม่มีค่าซอฟแวร์ 3. ส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานมีความเป็นมิตร ใช้งานง่าย ออกแบบ User Interface ได้อย่างมีระบบ 4. ระบบปฏิบัติการมาพร้อมกับโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของ Apple ได้อย่างง่ายดาย ข้อเสียของการใช้ MacOS 1. เนื่องจากเป็นระบบปิด ความยืดหยุ่นที่ใช้งานอาจจะไม่สะดวกเท่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows ) 2. โปรแกรมการใช้งานอาจจะน้อยกว่าฝั่งวินโดว และโปรแกรมบางตัวทำงานบน Mac ไม่ได้ 3. ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์แบรนด์อื่นไม่ได้ 4. หากต้องการใช้ MacOS เพื่อเล่นเกม อาจจะต้องพิจารณาระบบปฏิบัติการอื่น
วิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการและแนวคิดพื้นฐาน คอมพิวเตอร์ตระกูล Macintosh ของแอปเปิลนั้นมีอายุมายาวนานหลายสิบปี และถึงแม้ว่าในยุค แรก ๆ จะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่า PC ที่เป็น Windows แต่ Macintosh ก็ถือได้ว่าสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้กับวงการคอมพิวเตอร์มากพอสมควร โดยในวันนี้เราจะพาย้อนอดีตไปชมวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ Macintosh ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันกันว่ามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ซึ่งจะเน้นเฉพาะรุ่นที่เด่น ๆ เท่านั้น 1. Macintosh 128K (1984)
2. iMac Aluminium (2007) iMac ยุคใหม่ที่ใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม ดูสวยงามและทันสมัย ใช้ซีพียู Intel Core 2 Duo จีพียู ATI Radeon HD 2600 PRO หน้าจอ Widescreen มีให้เลือก 20 และ 24 นิ้ว พร้อม iLife \'08 และ OS X Tiger รวมทั้งคีย์บอร์ดและ Mighty Mouse รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น $1,199
3. iMac Retina Display (2015) iMac ที่อัปเกรดหน้าจอมาใช้แบบ Retina 5K สำหรับรุ่นจอ 27 นิ้ว และ Retina 4K สำหรับรุ่นจอ 21.5 นิ้ว ใช้ซีพียู Intel Core จีพียู AMD แรม 8GB (ใส่ได้สูงสุด 32GB) หน่วยความจำมีให้เลือกทั้งแบบฮาร์ดดิสก์และ แบบ Fusion Drive ขนาด 1TB-2TB มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 41,900 บาท
เวอร์ชั้นต่างๆของmac OS สำหรับผู้ที่อยากทราบว่าตอนนี้ macOS อยู่ในเวอร์ชันไหน และตัวไหนเป็นเวอร์ชันล่าสุดบทความนี้จะ รวบรวมเวอร์ชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเลขรุ่นรวมถึงปีเปิดตัว ให้เข้าใจได้กันง่ายๆ จะได้ไม่งงว่ารุ่นไหนเป็นรุ่นล่าสุด สำหรับผู้ใช้ที่พึ่งเริ่มใช้งาน MacOS เวอร์ชัน โค้ดเนม เปิดใช้งาน เวอร์ชัน ล่าสุด Rhapsody Dev Grail1Z4 Titan1U 31 สิงหาคม 2540 DR2 Mac OS X Server 1.0 Hera 16 มีนาคม 2542 1.2v3 Mac OS X Dev 16 มีนาคม 2542 DP4 Public Beta Kodiak 13 กันยายน 2543 Mac OS X 10.0 Cheetah 24 มีนาคม 2544 10.0.4 Mac OS X 10.1 Puma 25 กันยายน 2544 10.1.5 Mac OS X 10.2 Jaguar 24 สิงหาคม 2545 10.2.8 Mac OS X 10.3 Panther 24 มิถุนายน 2546 10.3.9 Mac OS X 10.4 Tiger 29 เมษายน 2548 10.4.11 Mac OS X 10.5 Leopard 26 ตุลาคม 2550 10.5.8 Mac OS X 10.6 Snow Leopard 28 สิงหาคม 2552 10.6.8 Mac OS X 10.7 Lion 20 กรกฎาคม 2554 10.7.5 OS X 10.8 Mountain Lion 25 กรกฎาคม 2555 10.8.5 OS X 10.9 Mavericks 22 ตุลาคม 2556 10.9.5 OS X 10.10 Yosemite 16 ตุลาคม 2557 10.10.5
OS X 10.11 El Capitan 30 กันยายน 2558 10.11.6 macOS 10.12 Sierra 20 กันยายน 2559 10.12.6 macOS 10.13 High Sierra 26 กันยายน 2560 10.13.6 macOS 10.14 Mojave 24 กันยายน 2561 10.14.6 macOS 10.15 Catalina 7 ตุลาคม 2562 10.15.7 macOS 11.0 Big Sur 13 พฤศจิกายน 2563 11.7.1 Mac OS 12.0 Monterey 25 ตุลาคม 2564 12.6.1 Mac OS 13.0 macOS Ventura 25 ตุลาคม 2565 13.0.1 แมคโอเอสเท็นรุ่นต่างๆ Mac OS X Public Beta (Kodiak) เปิดตัวต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2000 ในราคา $ 29.95 เพื่อที่จะรับฟังความเห็นจากผู้ใช้ เป็นการเปิดตัวอินเตอร์เฟซ Aqua ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก และแอปเปิ้ลได้ทำการเปลี่ยนแปลง UI หลาย อย่างจากความคิดเห็นของลูกค้าที่ตอบกลับมา Mac OS X Public Beta หมดอายุและหยุดการทำงานในฤดู ใบไม้ผลิ 2001 Mac OS X 10.0 (Cheetah) เนื้อหาหลักดูที่ : Mac OS X 10.0 วางจำหน่าย 24 มีนาคม พ.ศ. 2544 ได้รับคำชมในเรื่องความเสถียรและความสามารถ แต่มีปัญหาใน ด้านความเร็วในการทำงาน ราคาจำหน่าย 129 ดอลลาร์ Mac OS X 10.1 (Puma) เนื้อหาหลักดูที่ : แมคโอเอสเท็น พูม่า วางจำหน่าย 25 กันยายน พ.ศ. 2544 ไม่ได้วางจำหน่าย แต่แจกเป็นชุดอัพเกรดฟรีสำหรับ Cheetah เพิ่มความเร็วในการทำงาน และความสามารถอื่นๆ เช่น การเล่นดีวีดี Mac OS X 10.2 (Jaguar) เนื้อหาหลักดูที่ : Mac OS X 10.2
วางจำหน่าย 23 สิงหาคม พ.ศ. 2545 เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน หน้าตาแบบใหม่ และ ความสามารถ เช่น • สนับสนุนเครือข่ายที่เป็นไมโครซอฟท์วินโดวส์ • iChat - อินสแตนท์ เมสเซจจิง • Apple Rendezvous - การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบอัตโนมัติ • CUPS (The Common Unix Printing System) - ระบบการพิมพ์'กลาง'ของระบบยูนิกซ์ Mac OS X 10.3 (Panther) วางจำหน่าย 24 ตุลาคม พ.ศ. 2546 พัฒนาความสามารถด้านอื่นเพิ่มขึ้น แต่หยุดสนับสนุน สถาปัตยกรรมแบบ G3 แล้ว ความสามารถเด่นมีดังนี้ • Exposé - การแสดงหน้าต่างทำงานทั้งหมดในหน้าจอเดียว ทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนหน้าต่างทำงานได้ อย่างรวดเร็ว • Fast User Switching • FileVault • เพิ่มการสนับสนุนสถาปัตยกรรม G5 Mac OS X 10.4 (Tiger) กำหนดวางจำหน่าย 29 เมษายน พ.ศ. 2548 ความสามารถเด่นมีดังนี้ • Spotlight • Dashboard • QuickTime 7 • Automator • Front row Mac OS X 10.5 (Leopard) เนื้อหาหลักดูที่ : แมคโอเอสเท็น ลีโอพาร์ด แมคโอเอสเทน เลเพิร์ด (มักเรียกผิดเป็น ลีโอพาร์ด) วางจำหน่ายในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2550 มี ความสามารถเด่นที่ประกาศแล้วดังนี้ • Time Machine • Spaces
• Core Animation • Quicklook • Stack • Finder ใหม่ที่รวม Cover Flow view เข้าไป Mac OS X 10.6 (Snow Leopard) แมคโอเอส สโนว์ เลเพิร์ด ได้วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552 โดยหยุดการสนับสนุน สถาปัตยกรรม PowerPC และมีความสามารถพิเศษเพิ่มเติมดังนี้ • Dock Exposé • QuickTime X • Grand Central Dispatch • Safari 4 • เขียนภาษาจีนโดยใช้ Trackpad ได้ • ติดตั้งเร็วขึ้น 45% • ใช้พื้นที่น้อยลง 6GB • ปรับปรุงโค้ดกว่า 90% • เปลี่ยนเป็นระบบปฏิบัติการ 64 บิต อย่างสมบูรณ์ • โปรแกรมทั้งหมดเปลี่ยนเป็น 64 บิต Mac OS X 10.7 (Lion) แมคโอเอส เท็น ไลออน ราคาจำหน่าย 29.99 ดอลลาร์สหรัฐ และแจกจ่ายไม่คิดเงินสำหรับผู้ซื้อรุ่น 10.6 ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2554 หรือหลังจากนั้น ซึ่งไม่ได้รับ แมคโอเอส เท็น รุ่น 10.7[12] • Safari 5 • Facetime • iLife' 11 • Launchpad • Mission Control • Mac App Store • Full-screen apps • Multi-Touch Gestures • Auto save
• Apps resume when launched • Autohiding Scrollbars • รองรับ Multi-Touch Gestures เพิ่มมากขึ้น (สำหรับ Apple MagicMouse และ Apple MagicTrackpad) • รองรับการ Preview ในรูปแบบเต็มหน้าจอ • รองรับ iCloud (รุ่น 10.7.2) • รองรับ Back To My Mac (รุ่น 10.7.2) • รองรับ Find My Mac (รุ่น 10.7.2)[13] OS X 10.8 (Mountain Lion) โอเอสเท็น เมาท์เท่น ไลอออน ราคาจำหน่าย 19.99 ดอลลาร์สหรัฐ และแจกจ่ายให้ผู้ซื้อแมคตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2555 หรือหลังจากนั้นที่ไม่ได้รับแมคโอเอสเท็น 10.8[14] • Game Center • แอพ Messages ใหม่ รองรับ iMessage • iCal เปลี่ยนเชื่อเป็น Calendar • แยกรายการที่ต้องทำออกมาจาก iCal เป็นแอพใหม่ชื่อ Reminders • รองรับ Documents in the Cloud ของ iWork • เพิ่มระบบ Notification Center แจ้งเตือนและสถานที่รวมการแจ้งเตือนทั้งหมด • รองรับบริการของประเทศจีน เช่น เพิ่ม Baidu ในเซิร์ชเอนจินของซาฟารี • เพิ่ม QQ, 163.com เข้าไปในระบบ Mail, Contacts และ Calendar • เพิ่ม Youku, Tudou, Sina Weibo เข้าไปใน share sheet OS X 10.9 (Mavericks) โอเอสเท็น 10.9 มาเวอริก แจกฟรีสำหรับผู้ใช้แมคที่ใช้ Mac OS X 10.6 Snow Leopard ขึ้นไป • แยกระบบหนังสือออกมาจาก iTunes เป็นแอพ iBooks และให้เปิดอ่านหนังสือจาก iBooks Store บน Mac ได้ • เพิ่มแอพ Maps ระบบแผนที่ของแอปเปิล • iCloud Keychain ระบบเก็บรหัสผ่านของเว็บต่างๆ, บัตรเครดิต, รหัส Wi-Fi และส่งไปถึง อุปกรณ์ที่คุณใช้ทุกเครื่อง • ปรับปรุงระบบทำงานหลายหน้าจอ
• การแจ้งเตือนแบบใหม่ สามารถจัดการงานต่างๆ ผ่านการแจ้งเตือนได้เลย เช่น ตอบข้อความ, รับสาย FaceTime, ลบอีเมล • เพิ่มระบบแท็บและแท็กให้Finder ทำให้จัดการไฟล์ต่างๆ ได้สะดวกกว่าเดิม OS X 10.10 (Yosemite) โอเอสเท็น 10.10 โยซิมิตี้ แจกฟรีสำหรับผู้ใช้แมคที่ใช้ Mac OS X 10.6 Snow Leopard ขึ้นไป • เปลี่ยนหน้าตาใหม่เหมือน iOS 7 ที่มีหน้าตาสวย ทันสมัย • เพิ่ม Today ใน Notification Center และสามารถใส่ widget เพิ่มได้ โดยสามารถดาวน์ โหลด widget เพิ่มได้ที่ Mac App Store • Spotlight คลิกแล้วจะมาอยู่ตรงกลางหน้า desktop พร้อมค้นหาได้หลายที่ เช่น Wikipedia, App Store, iTunes Store, iBooks Store, เว็บไซต์ดังๆ, เวลาแสดงหนัง • iCloud Drive ทำให้เข้าถึงไฟล์บน iCloud ได้จากทุกที่ ทั้ง Mac, iPhone, iPad และ Windows • Safari ใช้ระบบเข้าเว็บแบบส่วนตัวเป็นรายหน้าต่างได้แล้ว, เพิ่มระบบค้นหา DuckDuckGo ที่ จะไม่เก็บประวัติการค้นหาของผู้ใช้ • Mail เพิ่มระบบ Markup ที่ไว้เซ็นหรือเขียนข้อความบนรูปภาพหรือไฟล์ PDF ได้จากในแอพ Mail, Mail Drop ระบบที่มีไว้เพื่อส่งไฟล์ที่ใหญ่แต่ต้องไม่เกิน 5GB • ระบบ Continuity ทำให้การทำงานระหว่าง iOS และ OS X ราบรื่น ซึ่งจะทำงานได้บน iOS 8 และ/หรือ OS X Yosemite ขึ้นไปเท่านั้น OS X 10.11 (El Capitan) โดยเน้นปรับปรุงตรงที่ประสบการณ์การใช้งาน (Experience) และ ประสิทธิภาพ (Proformance) • เคอเซอร์จะใหญ่ขึ้น หากขยับเมาส์ไปเร็วๆ • Mail เพิ่ม gesture ปัดซ้าย-ขวาที่รายการอีเมล , เพิ่มเขียนเมลหลายแท็บ • Safari สามารถสั่ง pin site ได้ โดยการลากแท็บเข้ามาชิดขอบซ้ายมือ , เพื่มการควบคุมแท็บ ที่เปิดเสียงอยู่ ในขณะเล่นผ่านเสียง • Spotlight เพิ่มข้อมูลหลายอย่าง เช่น ผลกีฬา สภาพอากาศ • เพิ่มการจัดการหน้าต่าง , เพิ่มสามารถทำ split view (2 หน้าต่างพร้อมกัน) ได้บน Full Window • ปรับปรุงประสิทธิภาพ ดังนี้ o โหลดแอปพลิเคชัน เร็วขึ้น 1.4 เท่า
o สลับแอปพลิเคชัน เร็วขึ้น 2 เท่า o โหลดเขียนอีเมลครั้งแรก เร็วขึ้น 2 เท่า o เปิดไฟล์เอกสาร (PDF) บนพรีวิว เร็วขึ้น 4 เท่า • เพิ่ม Metal API มาใช้แทนที่ OpenCL และ OpenGL โดยจะเพิ่ม o ประมวลผลภาพบนซีพียูเร็วขึ้น 50% o ประมวลผลภาพบนซีพียูประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 40% o เรนเดอร์ภาพบนจีพียูเร็วกว่า 10 เท่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้กราฟิค macOS Sierra (10.12)เปลี่ยนซื่อจาก OS X เป็น macOS เพื่อให้มีการจัดระเบียบซื่อ ตาม iOS , watchOS และ tvOS • เพิ่มความสามารถบนระบบ Continuity o ความสามารถปลดล็อกอัตโนมัติ (Auto Unlock) o ความสามารถคัดลอกแบบข้ามอุปกรณ์ (Universal Clipboard) • iCloud Drive สามารถซิงค์เดสก์ท็อปได้ ไฟล์ต่างๆได้ • ปรับปรุงการจัดการพื้นที่โดย o ย้ายไฟล์เก่าๆ ขึ้น iCloud โดยอัตโนมัติ o ลบไฟล์ที่ไม่ใช้งานโดยอัตโนมัติ เช่น แคช , ไฟล์อยู่ในถังขยะนานเกิน 60 วัน • เพิ่ม Apple Pay ให้ใช้จ่ายบนในเว็บได้ • เพิ่มแท็บ เพื่อจัดการหน้าต่างของแอพต่างๆ • เพิ่ม Picture in Picture แสดงวิดีโอจากเว็บเป็นกรอบขนาดเล็ก เล่นอยู่ที่มุมจอ สามารถ เคลื่อนย้ายตำแหน่งได้ง่าย • เพิ่ม Siri macOS High Sierra (10.13) โดยเน้นปรับปรุงในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยปรับปรุงแอพบน Safari , Mail Photos และ อื่น ๆ พร้อมทั้งนี้ ยังใช้ฟอร์แมทฮาร์ดดิสก์ Apple File System (APFS) เป็นค่าเริ่มต้น , รองรับวิดีโอ ที่ เข้ารหัสแบบ HEVC (H.265) , Metal API เป็นเวอร์ชัน 2 ซึ่งได้เปิดตัวมาในงาน WWDC 2017 ในวันที่ 6 มิถุนายน 2560 macOS Mojave (10.14) macOS Mojave ได้เปิดตัวในงาน WWDC 2018 ในวันที่ 4 มิถุนายน 2561 โดยมีการเพิ่ม Dark Mode , แอปที่มีใน iOS สามารถใช้กับ macOS ได้ (เบื้องต้นมี 4 แอปพลิเคชันคือ News, Stock, Voice
Memo และ Home) , รองรับ Group FaceTime , ปรับปรุงหน้าจอ Mac App Store ใหม่ , ปรับปรุงการ บันทึกหน้าจอ และสามารถบันทึกหน้าจอเป็นวีดีโอได้ ในเวอร์ชันนี้จะเป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่รองรับแอพแบบ 32 บิต macOS Catalina (10.15) macOS Catalina ได้เปิดตัวในงาน WWDC 2019 ในวันที่ 3 มิถุนายน 2562 โดยได้เพิ่มฟิวเจอร์ ดังต่อไปนี้ • ได้ทำการแยก iTunes แตกออกเป็น 3 แอพ (โดยมีApple Music , Podscast และ Apple TV ส่วนตัวจัดการ iPhone ไปอยู่ในที่ Finder) • รองรับ SideCar (คือการนำเอา iPad มาเป็นหน้าจอที่สองของ macOS) • เพิ่มฟีเจอร์สำหรับคนพิการ • เพิ่มแอพ Find My โดยสามารถค้นหาเครื่องแมคได้ แม้ว่าเครื่องแมคนั้นปิดอยู่ หรือเครื่องจะ ออฟไลน์อยู่ก็ตาม พร้อมเพิ่มความสามารถ Acitivation Lock • เพิ่ม Screen Time เพื่อช่วยจัดการใช้งานในเวลาหน้าจอ • มาพร้อม API ใหม่ ที่สามารถนำแอพจาก iPad มาทำเป็น macOS ได้ง่ายขึ้น ในที่มี ชื่อว่า Project CatalystmacOS Big Sur (11.0) ในงาน WWDC 2020 ในวันที่ 23 มิถุนายน 2563 ได้มีการเปิดตัว macOS Big Sur ซึ่งเป็นรุ่น แรกได้ใช้เป็นเวอร์ชัน 11 โดยได้ทำการเปลี่ยนการออกแบบการเชื่อมต่อผู้ใช้ครั้งใหญ่ เพิ่ม ความปลอดภัยจากการเข้าใช้งานจากเบราว์เซอร์ Safari และปรับปรุงแอปพลิเคชันในแมคโอ เอส นอกจากนั้น ยังเป็นรุ่นแรก ที่รองรับซีพียูบนสถาปัตยกรรม ARM จากแอปเปิล ซิลิคอน อย่างเป็นทางการ
ระบบ macOS vs ระบบ Windows หรือแตกต่างอย่างไร อุปกรณ์ไอทีทุกชิ้น ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งควรเลือกใช้ให้เหมาะกับรูปแบบของการทำงาน ด้วย เพื่อให้การใช้งานนั้นคุ้มค่า และสร้างผลลัพธ์ที่ดี และเหมาะสมที่สุด ซึ่งระบบภายในของอุปกรณ์ไอที อย่าง PC หรือ MAC คือระบบปฏิบัติการ โดยมีหลักๆ 2 ระบบ นั่นก็ คือ ระบบ macOS และ ระบบ Window ซึ่งแบ่งแยกรูปแบบของคอมพิวเตอร์อย่างชัดเจน หากระบบภายในดี จะส่งผลให้อุปกรณ์นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วเคยสงสัยไหมคะ ว่าจริงๆแล้ว ระบบปฏิบัติการทั้ง 2 นี้ มี ความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วอะไรที่ดี และคุ้มค่ากว่ากันแน่ ?
ระบบปฏิบัติการ macOS ระบบ macOS คือ ระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Apple สำหรับใช้งานบนคอมพิวเตอร์ ตระกูล MAC เช่น iMac, MacBook ระบบปฏิบัติการนี้ มีพื้นฐานมาจากระบบ UNIX จึงได้รับความน่าเชื่อถือ ในเรื่องของความเสถียรและความมั่นคงปลอดภัย ระบบปฏิบัติการ Windows ระบบ Windows คือ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ที่สร้างขึ้นโดยบริษัทไมโครซอฟต์ ที่มีลักษณะเป็น GUI (Graphic-User Interface) ที่นำรูปแบบของสัญลักษณ์ภาพกราฟิกเข้ามาแทนการป้อนคำสั่งทีละบรรทัด ใช้หลักการแบ่งงานเป็นส่วน เรียกว่า หน้าต่างงาน (windows) ความเหมือน และแตกต่าง ระหว่าง ระบบ macOS และ ระบบ Windows 1. ประสิทธิภาพในการใช้งาน ระบบ macOS: จะมีความเสถียรในเรื่องคุณภาพการทำงานที่ดี ภาพคมชัด เสียงสมจริง ระบบ Windows: โดดเด่นเรื่องการใช้งานง่าย โปรแกรมสนับสนุนเยอะกว่า 2. การใช้งานของโปรแกรม ระบบ macOS: หากเป็นโปรแกรมพิมพ์งานเอกสาร ระบบ macOS จะใช้โปรแกรม iWork ที่จะมีทั้ง Page ใช้ พิมพ์เอกสาร, Number สำหรับใส่แผนภูมิและตาราง หรือ Keynote เป็นโปรแกรมนำเสนอผลงาน ระบบ Windows: หากเป็นโปรแกรมพิมพ์งานเอกสาร จะใช้โปรแกรม Microsoft Word, นำเสนองานโดย Microsoft Powerpoint และนำข้อมูลใส่ตารางโดย Microsoft Excel *ซึ่งทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการ จะมีโปรแกรมที่ใช้งานได้เหมือนกัน แต่วิธีการและชื่อโปรแกรมจะแตกต่างกัน 3. ความปลอดภัย ระบบ macOS: มีความปลอดภัยสูง ด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ล้ำสมัยอยู่เสมอ จึงทำให้ความเสี่ยงที่จะโดนไวรัสนั้นมีน้อยกว่า Windows ระบบ Windows: มีระบบความปลอดภัย ที่ทั้งนี้จะน้อยกว่าระบบ macOS
แล้วควรเลือกใช้ระบบ macOS หรือ ระบบ Windows ดีนะ ? จริงๆแล้วคำว่า ‘คุ้มค่า’ นั้น ไม่ได้ตัดสินเพียงแค่ราคาเท่านั้น ควรมองถึงความเหมาะสมกับรูปแบบงาน เช่น หากการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเรา ไม่ได้เน้นภาพสวย เสียงชัด และการเรนเดอร์งานที่หนัก การใช้ PC ในระบบปฏิบัติการ Windows ถือเป็นการใช้งานที่ตอบโจทย์ และคุ้มค่าที่สุด เพราะถือว่าเราได้ใช้ฟังก์ชัน ในเครื่องอย่างครบครันนั่นเอง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกอุปกรณ์ในระบบ macOS หรือระบบ Windows สิ่งสำคัญควรพิจารณาถึงหลากหลาย ปัจจัยรวมกัน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ที่ได้มาพร้อมงานที่มีคุณภาพ
คณะผู้จัดทำ 1. นาย ญาณาธิป สุพรรณ 2. นาย ณชพล ข่ายแก้ว 3. นาย ตัชกร สิริรชารัช