เค้าโครงองค์ประกอบของหลักสูตร1. ชื่อหลักสูตร “ขนมอาโป้ง” (พระจันทร์ทรงกรด)2. ความเป็นมาขนมอาโป้งมีประวัติสืบทอดมาจาก อาหารอินเดียใต้ ที่เรียกว่า \"อาปปัม\" (Āppam) ซึ่งเป็นอาหารคาว เดิมขนมชนิดนี้เป็นอาหารคาว ทำจากนมข้าวและกะทิ กินคู่กับแกงกะหรี่เป็นมื้อเช้า ต่อมาได้ แพร่หลายไปยังคาบสมุทรมลายูและปรับเปลี่ยนเมื่อชาวอินเดียอพยพมายังคาบสมุทรมลายูได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรโดยการเติมน้ำตาลลงไป ทำให้อาโป้งกลายเป็นขนมหวาน ใส่ส่วนผสมของน้ำตาล ทำให้กลายเป็นขนมหวานที่เรียกว่า \"อาปม\" (Apom) หรือ \"อาปง\" (Apong) ขนมนี้ได้เผยแพร่เข้ามายังจังหวัดภูเก็ต และพังงา ผ่าน ชาวมาเลเซียปีนัง และ ชาวจีนฮกเกี้ยน ที่เข้ามาค้าขายและอาศัยอยู่ในพื้นที่ จึงกลายเป็นขนมพื้นเมืองที่สำคัญของทั้งสองจังหวัด แม้ว่าขนมอาโป้งจะเป็นที่รู้จักในฐานะขนมพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ตและพังงา แต่ชาวไทยมุสลิมของจังหวัดระนองได้นำมาทำเป็นขนมในงานประเพณีของชาวไทยมุสลิม อำเภอสุขสำราญ ได้แก่ วันอีดอีฎิ้ลฟิตรี และอิฎี้ลอัฎฮา แต่ก็มีการพัฒนาสูตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น ปัจจุบันสามารถพบเห็นร้านที่เพิ่มรสชาติหรือไส้ต่าง ๆเอกลักษณ์ของอาโป้ง• ลักษณะ : มีหน้าตาคล้ายขนมถังแตก ม้วนเป็นแท่งกลม• รสชาติ: หวานมัน กรอบนอกนุ่มใน• วิธีทำ : ทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล ไข่แดง กะทิ และยีสต์ นำไปทอดบนกระทะหลุมเล็กๆ โดยใช้ ไฟปานกลาง• การรับประทาน : นิยมทานคู่กับชาหรือกาแฟเป็นอาหารว่าง• การประยุกต์: ผู้ที่นำสูตรขนมนี้มาในไทยได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรสชาติของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะการเพิ่มรสชาติหอมมันของกะทิลงไปในส่วนผสม เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและเป็นเอกลักษณ์3. จุดมุ่งหมาย1. เพื่อต้องการสืบสานและอนุรักษ์การทำขนมไทยให้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายมากยิ่งขึ้น2. เพื่อถ่ายทอดสูตรดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่นและสามารถอธิบายความเป็นมา องค์ประกอบและความสำคัญของขนมอาโป้ง(พระจันทร์ทรงกรด) 3. เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและผู้เรียนสามารถอธิบายความเป็นมาองค์ประกอบ และความแตกต่างระหว่างขนมอาโป้งได้4. เป้าหมาย นักศึกษา และประชาชนทั่วไป5. ระยะเวลา 7 จำนวนชั่วโมง
6.โครงสร้างหลักสูตรที่ เรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การจัดกระบวนการเรียนรู้จำนวนชั่วโมงทฤษฎี ปฏิบัติ1 ขนมอาโป้ง:พระจันทร์ทรงกรด1.เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ- ประวัติของขนมไทยที่กำลังสูญหาย- อุปกรณ์ต่างๆในการทำขนมอาโป้ง- ส่วนผสมต่างๆที่ต้องใช้และปริมาณที่ใช้ในการทำขนมอาโป้ง- สามารถบอกขั้นตอนการทำขนมอาโป้งได้2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถบอกอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนผสมของขนม และขั้นตอนการทำขนมอาโป้งได้3. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงกระบวนการในการทำขนมอาโป้งตามแบบโบราณได้4. เพื่อให้ผู้เรียน เรียนรู้การตลาดเบื้องต้นในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้1.อธิบายความเป็นมา ความสำคัญของวัฒนธรรมไทยเป็นรากเหง้าที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนอัตลักษณ์ของความเป็นไทย“ขนมพื้นบ้าน” ที่ใช้ในงานวันสำคัญๆของประเพณีท้องถิ่น2.วัสดุ อุปกรณ์ -อุปกรณ์ : เตาอั้งโล่ กระทะทรงลึก ถ่าน หม้อดิน ถาดรองเตา ผ้า ไม้จับ ฯลฯ- วัสดุของขนม : แป้งข้าวจ้าว กะทิ เกลือ น้ำตาลทรายน้ำมัน ไข่ไก่ น้ำ อื่นฯ เป็นส่วนประกอบหลักใช้สำหรับทำขนม3. ขั้นตอนการทำขนมอาโป้งโบราณขั้นตอนการทำ 3.1. เตรียมอุปกรณ์ของการทำขนมทั้งหมด1. วิทยากร บรรยายให้ ความรู้ประวัติ ความสำคัญ บทบาท และวัฒนธรรมของท้องถิ่นและประเพณีของท้องถิ่น จำนวน 1 ชั่วโมง2.วิทยากร บรรยายอธิบาย อุปกรณ์ต่างๆ และส่วนผสมต่างๆในการทำขนม พร้อมสาธิตการใช้ส่วนผสมที่ถูกต้อง และการได้มาถึงความอร่อยของขนมอาโป้งโบราณ3.วิทยากรให้ผู้เรียนฝึก ปฏิบัติจริงและประเมินผล 3 4
5. เพื่อให้ผู้เรียน สามารถคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบการตลาดในส่วนแพ็คเกจ และการจำหน่ายในรูปแบบออนไลน์ ได้ 3.2. เตรียมส่วนผสมของขนมอาโป้งผสมแป้งข้าว น้ำตาลทราย ไข่ไก่ กะทิ แบ่งเป็น 2ส่วน ส่วนหัวกะทิ และห่างกะทิ ยีสต์ เตรียมในสัดส่วนที่กำหนด 3.3. ทำแป้งขนม นำแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย ยีสต์ มาผสมให้เข้ากันในชามผสมแล้วค่อยเตรียมห่างกะทิ นวดให้เข้ากันพักไว้ 60นาที เติมหัวกะทิลงไปแล้วนวดให้เข้ากันพักไว้ 90นาทีนำมากรองด้วยการฝึกปฏิบัติ ของผู้เรียน4. วิทยากรบรรยาย ถึงการตลาดและการสร้างแบรน แพ๊คเกจที่สวยงาม การขายออนไลน์ด้วยผ้าขาวบางเพื่อให้เนื้อเนียน 3.4. นำหัวกะทิมาผสมแป้งและเกลือไว้ทำไส้ ตรงกลาง4. ขั้นตอนเตรียมเตาอั้งโล่ ไฟร้อนปานกลางเอากระทะตั้งแล้วน้ำมันพืชเช็ดกระทะให้ทั่ว เมื่อกระทะร้อนดีแล้ว นำแป้งที่เตรียมไว้มาเทลงบนกระทะให้เป็นวงกลมบางๆ และตักน้ำหัวกะทิที่เตรียมไว้ ตักลงตรงกลางขนมอาโป้งในกระทิ
และนำหม้อดินที่มีถ่านตั้งบนกระทะประมาณ 3 นาทีเปิดดูถ้าเป็นสีเหลืองทองถือว่าได้และสุกแล้ว 5. นำขนมอาโป้งออกจากเตา มาพักไว้ 3 นาที เพื่อคลายความร้อน และนำขนมออกจากกระทะ ใส่ในแพ๊คเกจที่เตรียมไว้6. อธิบายการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและประหยัดค่าใช้จ่าย 7. การสร้างอาชีพเสริมที่มีรายได้ โดยสามารถพัฒนาสูตรและบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับยุคสมัย พร้อมเรียนรู้ช่องทางการตลาดหลากหลาย ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์รวมจำนวนชั่วโมง 3 4
7. สื่อการเรียนรู้- เอกสารประกอบการเรียนรู้หรือจัดทำเป็นหลักสูตรประกอบการเรียนรู้ ขนมอาโป้ง (พระจันทร์ทรงกลด)- แผ่นพับ / ใบความรู้ - ใบกิจกรรม / ใบงาน - คลิปการทำขนมอาโป้ง (พระจันทร์ทรงกลด) - วิทยากร/ภูมิปัญญาท้องถิ่น- แหล่งเรียนรู้ อินเทอร์เน็ต8. การวัดและประเมินผล1. ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระภาคทฤษฎีระหว่างเรียน2. ทักษะการฝึกปฏิบัติจริง3. การประเมินผลสำเร็จของชิ้นงาน4. แบบประเมินความพึงพอใจ9. เกณฑ์การจบหลักสูตร1. มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 802. มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 603. มีผลงานและชิ้นงานที่มีคุณภาพ
การเก็บข้อมูลภูมิปัญญา/วิทยากรขนมไทยโบราณพื้นถิ่นที่เสี่ยงจะสูญหาย1. รูปภาพ ขนมอาโป้ง (พระจันทร์ทรงกรด)2. ชื่อ – สกุล นางสาวรอซีด้า สุสวัสดิ์3. ที่อยู่ 4/5 หมูที่3 ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง 85120 4. หมายเลขโทรศัพท์ 063-82401195. องค์ความรู้/ประสบกาณ์(เคยเป็นวิทยากรในการทำขนมไทยโบราณอะไรบ้างหรือผู้ประกอบการเกี่ยวกับขนมไทยโบราณ)เป็นวัฒนธรรมที่ทำในวันสำคัญ ประเพณีท้องถิ่น และเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ประจำตำบลกำพวนอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง เป็นบุคคลในชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่เกิดจากประสบการณ์จริง และสืบทอดต่อกันมาผ่านวิถีชีวิต ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ แต่มีความเข้าใจลึกซึ้งในศาสตร์ที่ตนถนัด เช่น การทำอาหารพื้นบ้าน ทำขนม
ส่วนผสมและวิธีการทำแบบดั้งเดิม- แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย- น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ- หัวกะทิ 1 ถ้วย- ห่างกะทิ ½ ถ้วย- ไข่ไก่(ไข่แดง) 1 ฟอง- ยีสต์ (ช่วยให้แป้งขึ้นฟู) ¼ ช้อนชาวิธีการทำ1. ตวงแป้ง น้ำตาล และยีสต์ ใส่ชามผสมคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เทหางกะทิลงไป ¼ ถ้วยตวงก่อน ใช้มือนวดส่วนผสมให้เหนียวแล้วก็ค่อยๆเติมหางกะทิลงไปเรื่อย ๆ จนหมดคนให้ส่วนผสมละลายดีแป้งไม่จับเป็นก้อนใช้ได้2. ตอกไข่ แยกไข่แดง ไข่ขาว เราจะใช้แต่ไข่แดงทำตีไข่ให้แตกดี แล้วเทใส่ชามแป้งที่ทำไว้คนให้เข้ากันดี แล้วหาของปิด พักไว้ที่อุ่นประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้ยีสต์ทำงาน แป้งจะฟูขึ้นพักไว้จนแป้งฟูแล้วใช้ได้ ภาพล่างซ้ายนี้แป้งฟู หนืดแล้ว3. หลังจากพักแป้งไว้จนได้ที่แล้ว ก็ใส่หัวกะทิลงไปคนให้เข้ากันดีใช้ได้ เอากระทะก้นลึก ไปคนให้เข้ากันดีใช้ได้ เอากระทะก้นลึก วางบนเตา ใช้ไฟอ่อนๆ พอกระทะร้อนแล้ว เช็ดกระทะด้วยน้ำมันพืชให้ทั่ว ๆ ไม่ต้องใช้น้ำมันมากเพราะจำทำให้ผิวขนมไม่สวย แล้วตักแป้งไม่ต้องมากนัก ใส่ลงไป แล้วกรอกแป้งให้เป็นวงกลมศูนย์กลางประมาณ 5-6 นิ้ว ขอบแป้งจะบาง ส่วนตรงกลางให้ใส่หัวกะทิที่เตรียมไว้ หาฝาปิดกระทะไว้4. คอยเปิดดูเป็นระยะก็ได้ พอเห็นว่าขอบแป้งเริ่มเกรียมกรอบ ตรงกลางสุกดี ถือว่าใช้ได้ ใช้ตะหลิวแซะขอบด้านหนึ่งออกแล้วใช้มือหยิบลอกขึ้นมาจากระทะ วางในจานหรือภาชนะที่เตรียมไว้ หรือจะทานเลยก็ได้