The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ค่าวหงส์หิน E-Book

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Honghin Subdistrict, 2024-03-04 22:51:40

ค่าวหงส์หิน

ค่าวหงส์หิน E-Book

ส่วนเสนา อ้อนวอนน้อมหน้า ปอหิวแรงลมเติ้กค้าง ลวดปาพวกพล ตังคนและจ๊าง กลับปูอกผ้ายเมือเมือง แล้วทูลกราบต๊าว เจ้าแท่นคําเหลือง ว่าจ๋อมนางเมือง บ่รับปฺอกเต้า เก็บเอาความเดิม มาขืนตอบเข้า เป฻นกําแรงฟูุซัด ว่าเป฻นหมูหมา ไปสารพัด บ่กวรเหยียบขึ้นหอโรง เป฻นกําหย้อท้อ ว่าบ่ประสงค์ จักอยู่ในดง กับองค์ลุกเต้า เหลือที่อ้อนวอน ปออดอยากเข้า ตะวันกาเบี่ยงจ๊าย ยิ่งปลอบโลม ก็ยิ่งซ้ําฮ้าย ลวดกลับซัด ข้างหลังต๋ํา ฟูุประชด ทดแทนหนาหนํา บ่แปฺจ๋ํากํา มาจ๋าร่ําถ้อย น้ํามิ้นก็ดาย ตาลทรายก็จ้อย ลวดปากั๋นมากราบจี๊ พญาปารา ว่าเออพูกนี้ เรากับลูกเต้าจักไป ยอมผิดแล้ว ยังบ่แล้วใจ๋ กันเหลือพระทัย บ่มาเป฻นหมั้น ก็จักอุ้มเอา ใส่บนจ๊างหั้น จักเป฻นสังไปล่วงล้ํา กําเกี้ยดผู้ญิง เหมือนมีดฟันน้ํา ปรากฏหั้นทีเดียว ตั๋วผิดแล้ว ต้องลู่ดังเหนียว หื้อเกณฑ์คนเร็ว วันนี้หื้อได้ จัดกั๋นแป฻ง มะกาตางใต้ หื้อเปียงดีเรียบร้อย ปักตุงไจย กวัดไกว๋ช่อน้อย ฝังกล้วยอ้อยยังยาย ขัดราชวัตร ฝุายตางสองสาย ผ้าขาวลวาดยาย หื้อเถิงที่หั้น วิมาลา คีรีขอบขั้น หื้อรีบเร็วทันพูกนี้ ตั๊ดหน้าบ้านไผ ปกเติ๋นกล่าวจี๊ กันหวิดพูกหนี้จักทํา ใส่โทษร้าย เถิงทัณฑะกั๋ม อามาตย์รับกํา ลงจากที่เฝูา ไปป฻งอาชญา บัญชาใส่เกล้า เร่งรีบทํางาน บทนิทานก่อยวางเป฻นบั้ง ยอบยั้งอ่อนหิวลม ก่อนแหล่ :- บทที่ ๑๕ ปริปุณณา มัคกาสําเร็จ เสร็จจุหน้า รอดเติงเถิงถา รุ่งขึ้นพูกเจ้า ก็ขึ้นไหว้สา ปิ่นปารา เสนากราบเฝูา ทูลละออง ว่าตางต่องเต้า ก็เสร็จสํานวนพร้อมครบ พญาปารา องค์ผ่านพิภพ ก็บังคับหื้อเสนา หื้อจัดเตรียมพร้อม ตังสี่ภาษา จตุรงค์กา หื้อมาจุหน้า จ๊างม้า รถเกวี๋ยน ทหารแกล้วกล้า จักออกปาราเตศต๊อง ที่นั้นเสนา ก็บังคับร้อง มาพร้อมเสี้ยงโยธา กันว่าครบแล้ว ก็ขึ้นไหว้สา เจิญจ๋อมราจา กับพระองค์เจ้า ยกพยุหา เวลาย่ําเข้า สามโมงเติงบ่จ๊า พญาปารา กับองค์หน่อฟูา ก็เสด็จขึ้นกุญชร ยกพลมากนัก ออกบททะจ๋อน นอกพระนคร หยาดยายเป฻นฝูา -51-


ก๋องแขก ก๋องจุม พิพาทย์เดินหน้า ดาบทวนลาฟูอนรับ ทหารปื๋น เดินยืนเป฻นทัพ ถัดหมู่หน้าคนรํา เชลยดาบง้าว เดินตวยติดจ๋ํา ดาบฝักคํา ถัดง้าวก่อนหน้า ต่ํารวจหวาย ปันแดงทับผ้า สองมะกาตาง ย่างย้าย หอก คอ ยอง รูปข้างขวาซ้าย วงแวดเกี้ยวกุญชร พระแสงสํารับ พระหัตถาก๋อน หัว นาค งอน หกคู่เคียงเจ้า พานสุวรรณ ธูปเทียนตอกเข้า มาลัยเรืองรื่นรส วรรณะขาว บ่หื้อซ้อนซด เหลืองมุ่ยขั้นแดงดํา แต่งหื้อสมยศ เพราะท่านบุญหนํา เป฻นแม่ทรงธรรม โพธิสัตว์เจ้า เสด็จยาตตรา มะกาผ้ายเต้า ล่ําดับไปบ่ยั้ง กันไปรอดเถิง พระองค์ลงจ๊าง กับโอรสเจ้าโพธา ทําชะม้อย โศกเศร้าโศก๋า น้ําเนตรยวา จักขุยว่างเบ้า หื้อโอรสสา โพธิสัตว์เจ้า เอาขันมาลาดอกไม้ เข้าไปหา มาดาออกไท้ กระซิบสั่งหื้อขอเจิญ เจ้าเป฻นลูกแล้ว เห็นไม่เหลือเกิ๋น กันพ่อจักเจิญ ก็ผิดแบบเบ้า เป฻นสามิก๋า ปัจจาข้าเฝูา ก็จักนินทาผางร้าย กําใดดี พ่อจักฟูุต๊าย แล้วผลักลุกเข้าหานาง ส่วนพระทรงยศ ประชด ซ้อนกล๋าง ว่าขอองค์นาง อย่าถือโทษข้า เพราะได้หูเบา บ่กึ๊ดหลังหน้า ย้อนอี่ปาลาบาปร้าย ทําเป฻นก๋ล หื้อนางได้ย้าย หนีจากห้องเมืองมา บ่เข้าใจรู้ มืดเหมือนหลับต๋า เถิงแม่นายมา จิ่งรู้เปุงปูอย จักเอากําหลัง มาปั๋งร่ําถ้อย ก็ผิดเท่าดอยเท่าจ๊าง กันลูกมีบุญ พ่อแม่ได้ร้าง จักลือเล่าอ้างนินทา ไปทั่วพิภพ ปุรีรัฎฐา ขัณฑะสีมา ปัจจาไพร่ฝูา เขาจักติเตี๋ยน บ่มีต๋าหน้า สองเราราผางฮ้าย ขอกับนาง ปอปิ๊กปฺอกงว้าย เมือสู่ห้องปารา หื้อหายโศกทุกข์ ฟูมฟองน้ําต๋า ทุกเวลา พี่รนร่ําไห้ หายอดสายใจ เพราะได้ง่าวใบ้ ย้อนอี่จั๋งไรเหล่านั้น จักอยู่กิ๋นสัง ยังดงจ่องจั๊น อย่ากึ๊ดหมิ่นสั้นหันเบา หกนางพวกนั้น เอาหมิ่นขะเหมา มาแปดนงเยาว์ ได้หนีจากข้า เอาไปประหาร หื้อสมน้ําหน้า ก่อนวันวารีบไซร้ ตังหกบุตต๋า บ่ได้ยกไว้ หื้อล่วงข้ามวันคืน วิมาลารัก จั๊กทําเนียมขืน ว่าขมฝาดฮืน บ่ทรงทราบถ้อย เป฻นเถิงภูมินทร์ หูเบาใช่หน้อย ผิดรีตรอยบพิตร กําเข้าหู ใจ๋กวรร่ําปิ๊ด จิ่งจักถูกต้อง บัวราณ เต๋มคืนปูอกปิ๊ก เมืออยู่สัณฐาน บ่รู้ว่ามาร จักมาเกิดใกล้ กันมีสนม แถมองค์ใหม่ได้ กลั๋วจักบรรลัยเปื่อนยู้ ขออยู่ต๋ามกั๋ม อย่าหื้อจ๋ําจุ๊ เถิงถูกถ้านสองที -52-


เต๋มอยู่ปุาไม้ เงินคําบ่หมี เซาะเลี้ยงอินทรี ยังปออาบไส้ ชีวิตจิตใจ๋ จักหาไหนได้ ขอภูวนัยโผดไว้ กับพระบุตต๋า อยู่ยังปุาไม้ กับปูุย่าเถ้าตายาย พระองค์เติ๊กแก๊น หนีบแหน้นใจ๋หาย บ่มีสบาย พระโสตองค์เจ้า เหมือนเผาเหล็กแดง มาแตงควั่นเข้า โสตะญาณเสียบไว้ จิหื้อบุตต๋า อ้อนวอนแม่ไท้ กันบ่ได้นางเมือ ชีวิตพ่อนี้ ก็จักบ่เหลือ สันใดจักเมือ ก็สุดแต่เจ้า ส่วนโพธิสัตว์ องค์เป฻นลูกเต้า ก็ซ้ําอ้อนวอนแม่ต๊าว ว่าขอมาต๋า อย่าหื้อแตกร้าว พระพ่อเจ้าบิดา ท่านรับผิดแล้ว จุ๊ถ้อยวาจ๋า ขอแม่ขมา อย่าขืนตอบเจ้า กันแตกร้าวกั๋น ทุกข์ใจ๋ลูกเต้า อย่ากึ๊ดเบาๆ เจื้อนั้น ขอแม่ร่ําเปิง ไปหลายหลืบจั๊น เพราะกั๋มแต่งหื้อปามา หล้างได้ตอบแล้ว จ่องจั๊กมาหา อะเนกะจา ตามมาตอบข้า หื้อมันหมดกั๋ม อย่ามีหมอกฝูา ติดตวยตาต่อจั๊ก ปอขอแม่หัน แต่ข้าลูกรัก อย่าถือพ่อเจ้าบิดา วิมาลาต๊าว ได้ยินวาจ๋า แห่งกุมารา ลูกรักเปุงปูอย นางก็หันจิ๋ง บ่ขืนตอบถ้อย กึ๊ดกองดูถี่ซั้น ก็ดูสม เหมือนองค์ว่านั้น ทุกบาทข้อก๋อนกํา หันแต่ลูกรัก นั้นแควนหนาหนํา ลวดรับเอากํา กุมารตอบต้อง แม่จักรับเมือ เพราะมีห่วงข้อง กับพระองค์ทองลูกรัก ก็รับเอาขันอั้นไปเจิญจั๊ก ว่าจักปูอกเข้าเมือเมือง ส่วนพระบพิตร เจ้าแท่นคําเหลือง มีมโนเนือง ปี๋ติสว่างสู้ จื๋นบานใจ๋ ไขพระโอษฐ์อู้ ถามไปมาตอบซั้น แต่งอุบาย ฟูุไปนี้นั้น หันหน่อเจ้านางงาม บ่รู้จักซัด ก็ทรงตรัสถาม กับจอมนงราม วิมาลาเจ้า ว่านั้นเป฻นไผ สามนางหน่อเหน้า ลุกที่ใดมาเหล่านี้ วิมาลา ทูลไปกล่าวจี๊ ว่าเป฻นมิ่งแก้วซายา แห่งโอรส ราชบุตต๋า ปาเอามา เมื่อต๋ามแม่เถ้า ส่วนพระปิตต๋า แห่งสามลูกเต้า ก็เป฻นจ้าวเมืองด่านยักข์ บอกนามะก๋อน ถี่ถ้วนจี๊จั๊ก ว่าผู้นั้นเหง้าเทวี นามจื่อจั๊น แม่ดวงสะหลี มุกขะวดี เป฻นเมียมิ่งต้น จุละกันธา ผู้นั่งถัดก้น มุกขะวดีที่นั้น เป฻นเมียที่สอง แห่งเจ้าลูกจั้น ผู้นั้นอั้นจั๋นตา เป฻นเมียซ้อย ผู้นั่งถัดฝา แล้วเรียกมา นบพระบาทเจ้า ส่วนสามนาง ก็ก่อยขดเข้า นบป฻าตาบาทต๊าว พญาปารา ก็จมจื่นย้าว รับขวัญเจ้านางงาม ว่าขดมาแพ้ พ่อจักขอถาม เมื่อต๋ามตวยมา ตังสามเผ่าผู้ ฤาต่างคนมา ก่อยจ๋าบอกอู้ หื้อพ่อได้ฟังถี่ซั้น -53-


มุกขะวดี กราบองค์เจื่องจั๊น ว่าคนและห้องปารา กันเจ้าท่านยก จั๊กยนต์หงส์ผา ก๋ายผ่านมา ริมผาสาทห้อง ตั๊ดเมืองใด ก็มาตามปูอง ยกวิมานมาเจื้อนั้น ทูลแถลง หื้อทรงทราบซั้น ต๋ามแต่อั้นกํามี ส่วนพระทรงยศ ตอบถ้อยวะจี๋ ว่าพ่อยินดีอยู่กับลูกเต้า พ่อจักเอาเมือ เป฻นลูกเก๊าเหง้า เสวยปาราใหญ่ยศ กับสามิก๋า ราชะโอรส สมสู่สร้างเมืองเรา แล้วว่าดีแต๊ รุ่นงามเปุนเถา สามญิงเลา เหมือนเกิดร่วมผ้า มาต๋าเดียวกั๋น ผิวพรรณต๋าหน้า ตังกิริยาเรียบร้อย กันสุริยา บ่ายมาสักน้อย จักยกหมู่เจ้า พลไป กันเถิงบ่ายก๊อง ตูดจ๊ายแขไข พระภูวนัย ยกพลพวกเจ้า ตังวิมาลา เมียแปงเก๊าเหง้า กับสามองค์เลาลูกไปฺ ขี่กุญชร ออกจากปุาไม้ บ่ปอไกล๋ใกล้ริมเมือง ปอบดมืดกู๊ม ฝุุนกุ้มมัวเหลือง สุริยาเรือง ก๋ําลังแดดกล้า จตุรงค์พล ออกยายเป฻นฝูา เสนานําขี่ม้า พญาปารา กับองค์หน่อฟูา ทรงจ๊างหน้านําตาง วิมาลาต๊าว ทรงช้างพังกล๋าง บ่วงคําวาง พระคับคาดหมั้น มุกขะวดี ซ้ําถัดที่หั้น จุละกันธาต่อนั้น สะหลีจั๋นตา ต๋ามหลังเจื้องจั๊น ล้วนเครื่องอั้นลายทอง ผาสาทนางนั้น ก็ยกสยอง เป฻นของอินตา เนรมิตให้ เถิงจักไปไหน ต้องไปต๋ามได้ เหาะซานไปเจื้อนั้น พวกคนติ๋น หยาดยายหลืบจั๊น ก็แหงนผ่อเหง้อปายบน หัวผาสาทยก ที่เวหาหน จุ๊ คน คน ก็ยกมือไหว้ ว่าโพธิสัตว์ ใช่คนต่ําใต้ ผ่อดูเรางืดนัก เพราะบุญสมปาน พระองค์ลูกรัก จั๊กผาสาทเจ้าเทวี กึ๊ดรอดก่อนนั้น ขับแม่องค์หนี ใจข้าบ่ดี ต๋างพระพ่อเจ้า เขาลักฟูุกั๋น เดินตางต่องเต้า ว่าเพราะหูเบาบ่คิด ปโรหิต๋า โหราบัณฑิต เปื่อนว่าเจ้าต๋นบุญ หกนางเหล่านั้น กลั๋วเหลือตระกู๋ล เมื่อปายลูน ก็ต๋ายเปื่อนฆ่า พ่องว่าปอใจ๋ หากสมน้ําหน้า ข้าบ่ขุณณาต่ําก๊อย พ่องว่าดักเสีย เราเป฻นไพร่น้อย บ่กวรกล่าวอ้างความเมือง กันหลวกบ่ไจ๊ บ่ต้องต๋าเหลือง สายแดดเรือง ร้อนหัวแห่งเจ้า แบกเครื่องศัตร๋า เดินตางต่องเต้า หื้อฟายปังเจื้อนี้ เมาแต่เหง้อแหงน ต๋าหันมือจี้ ก้มลงต้าวนี้กล๋างตาง เสียเครื่องยศ ตกลงเสียงผาง ต๋ํารวจวาง เสีย สิบห้า แส้ ก็เจ็บบ่ดาย บ่มีสังแก้ เป฻นความดีใช่ร้าย เถิงตระหวัน แตร๋ลงเบี่ยงจ๊าย ก็เถิงมิ่งแก้วปารา -54-


คนเบียดยัด อวดอู้เสงจ๋า ว่าพระราจา มาเถิงมิ่งห้อง สาธุการ สมปานปูานปูอง จักปกครองไพร่ไจ๊ ตั้งโต๊ะปูจา ธูปเทียนดอกไม้ เข้าตอกไหว้บุญองค์ หล้างพ่องนั้น แป฻งประตู๋โขง หื้อเหมือนโดง อุโมงค์ต่ายห้อย ปูจาไฟ ประทีบเป฻นถ้อย พ่องต๋ามโกมลอย หยวาดยวะ ตั้งแต่ประตู๋ รอดเถิงผังก๊ะ นิเวศน์แก้ววังองค์ กันรอดแล้ว ตามดั่งประสงค์ ผาสาทโรง ที่วังคุ้มหั้น ต๋ามสมกวร จักเป฻นแก่นหมั้น แวดมนเฑียรเจื่องไท้ ส่วนวิมาลา กับตังสะใภ้ เถิงรอดห้องเวียงวัง เวติตะปัง ก่อยฟังบทหน้า ยามหน่อฟูานั่งปารา ก่อนแหล่นายเหย :- บทที่ ๑๖ กันทินาก๋อน จ๋อนขึ้นร่ามฟูา เป฻นวันหน้า รุ่งแล้วเถิงฐาน อรุณณะ โอภาสแสงฉาน ชัชวาลเวหาหาสห้อง จอมมงกุฎ ภูมินทร์โขงต้อง เสด็จมานั่งนิจ ที่ต๊องพระโรง จอมองค์บพิตร ประซุมหมู่เจ้า ก็รับสั่งร้อง พวกแสนยาก๋อน ในพระนคร หื้อมาพร้อมเฝูา แล้วเปิกษากั๋น ด้วยการแห่งเจ้า จักสมโภชองค์หน่อไท้ เอาชาเยนธอน กับตังสะใภ้ เมียมิ่งแก้วเทวี หื้อเรียกช่างไม้ ตังวฑะกี๋ ปลูกพิธี โรงสรงแห่งเจ้า หอเดื่อหอไจย หื้อเร็วรีบเข้า วางอาชญาหมวดจุ๊ ก๋ําแปงประก๋าร โหยดปังทะลุ หื้อรีบก่อเผี้ยวถางฟัน ในนอกพร้อม หื้อดีเหมือนกั๋น แก่ท้าวไผมัน หื้อปึ่งถากหญ้า หื้อปุาวร้องกั๋น ปัชชาไพร่ฝูา ทั่วปาราแค้มคัก หัวบ้านหัวเมือง เซิ่งสาพิพัก มหามิตรเสี้ยงตังปวง ดังประชามิตร ทั่วเสี้ยงในก๋วง ต๋ามกระทรวง หัวเมืองจุหน้า ขอมาในก๋าร ปาราแหล่งหล้า หื้อมีสาราแต่งไจ๊ ไปทุกหัวเมือง อย่าได้ละไว้ ต๋ามแต่ผู้จักมา ก๋ารเหล้นม่วนพร้อม มีกู้ภาษา ในการราจา ภิเษกองค์เจ้า กรมมะนา หื้อจัดเบิกเข้า เสบียงปอ จ่ายไจ๊ สะปฺะโภกา หื้อจัดเตียมไว้ เร็วรีบได้ทํางาน ตั้งแต่วันนี้ ลงมือทําก๋าร กว่าจักเสร็จงาน ก็นานบ่หน้อย หมู่เสนา ก็รับสั่งถ้อย ไปตรวจกอยจ่านจี๊ มีสุนทร ไปเมืองนั้นนี้ ต๋ามสั่งเสี้ยงบัญชา เกณฑ์ไพร่ไจ๊ ไปทุกทิศศา ในแขวงปารา กันมาพร้อมถ้วน จัดทําก๋าร บ่หื้อขาดด้วน ทุกวันคืนมาดมื้อ -55-


โภชนา ก็จับจ่ายซื้อ ตกแคว่นหื้อหางัว และแคว่นนั้น หื้อได้ละตั๋ว เป็ดไก่นอกงัว ผักปล๋าเตื่อมแถ้ง ราชก๋าร บ่รู้เหือดแห้ง จักดาเหลือแรงจ่ายไจ๊ ผ้าม่วงผ้าไหม ลูกเมียตอไว้ ปอหมองเก่าเสี้ยงกับงาน แถมครั้งนี้ หล้างว่าเสร็จก๋าร เพราะหน่อกุมาร อดสาวิ่งเต้น ใช่เหมือนบุตต๋า หกองค์หลอกเหล้น ป฻างคราวคราก่อนนั้น หมู่ต๊าวพญา ฟูุจ๋าหยอกยั้น เคียวกั๋นเหล้นทํางาน กันว่าแล้ว เสร็จสัพยังก๋าร ก็แต่งงาน โดยก๋ารละเหล้น เป฻นมหาป฻าง มัวเมาตื่นเต้น ในบริเวณข่วงคุ้ม กลางคืนกลางวัน คนมัวมืดกุ๊ม ตังแขกบ้านหัวเมือง ดูมีเดชฤทธิ์ ฤทธีปู฻นเปื๋อง เมื่อจ๋อมปิ่นเมือง โพธิสัตว์เจ้า กับพระมาดา ขึ้นเป฻นเอกเหง้า ตังสามนางนงเยาว์ลูกไปฺ เหล้นทุกภาษา บ่ได้ละไว้ ตังจี๋น แขกใต้ ไทย มอญ กุลวา ม่าน เงี้ยว กะเหรี่ยงเขาขอน ก๊อชุ่ยจอน ไหหลําต่องสู้ กล๋องแขกรําหริด มองเชิงต่องสู้ เซิ้งลาวแคนเปุานับ ยิ่งซอนัน เขิงกั๋นกั่งกั๊ด ฟูอนม่านเต้นรําทวน ละครปุาวร้อง พิพาทย์ก๋องก๋วน หลายคะบวน สะปฺะเครื่องเหล้น ไต่เจือกหนัง หาบน้ําหย่องเส้น หกคะเมนวิ่งบู๊ ลอดบ้วงหวาย เจิงเจ็ดกะทู้ ก๋ําพุ่งสู้จับเอา เจ็ดแบกเมี้ยน บ่ถูกตั๋วเขา ดาบ รา เอา ท่ารบออกเหล้น ก๋องสะบัดไจย ลูกตุ๊บไล่เต้น คะบวนเจิงต่อยุทธ จนผัดหลัง แล้วลางอาวุธ พิฆาตฆ่าฟันลอง ผะแก่ว พ้าย ถั่วเบี้ยกิ๋นของ เสียเงินทอง เนืองนันม่วนเหล้น มะหัวแดงดํา เจ้ามือแป฻งเส้น เขียนสําคัญขีดไว้ กันถูกเขาแตง ผะหัวรับไจ๊ กิ๋นที่ได้ในวง แม่กาดก๊า นักเลงคนถง หล้างพ่องมือลง จะดาเกือบเสี้ยง ออกไปซื้อกิ๋น สุราน้ําเหมี้ยง แคบหมูมันหมากแคว้ง พ่องบ่มีเงิน เดินเตียวกวะแกว๊ง แปะเชื่ออู้กิ๋นดาย ผัดหมี่เจ๊ก เซเล็กเขาขาย นั่งเรียงยาย พ่องขายเข้าต้ม ก๋วยเตี๋วยตี๋นหมู ไก่อบจี๊นส้ม ผลผาลาลูกไม้ หน้อแหน้หนัดหนูน ใส่ขัน ยองไว้ จุกม่องเกี้ยงแฟนแง ตามแต่จักซื้อ ถั่วบ้งมะแป฻ แม่กาดแล นักเลงต่องเต้า พ่องเงินบ่มี แม่กาดร้องเข้า บ่ขานกําเอาตอบต๊า หล้างพ่องอุบาย ไปยืมแม่ก๊า สี่ เป฻น ห้า คืนแตน หล้างพ่องนั้น ขอจ๋ํานําแหวน วันพูกไจ๊แตน สิบ เป฻น สิบห้า ผลัดสามวัน ลวดบ่หันหน้า ปุดสัญญาลวดลู้ หนุ่มๆ ต๋งเต๋ง นักเลงเจ้าชู้ คบเปื่อนอู้จาววัง -56-


หล้างพ่องนั้น ผ่อเหล้นโขนหนัง เมื่อกลางวันยัง เถิงเดิ้กเตี่ยงข้อน อุ้มลูกจู๋งหลาน ห่อเข้ามาปูอน เมาละครม่านเงี้ยว หมากเหมี้ยงปูยา ปอบ่หนาเกี๊ยว หล้างพ่องอั้นเมาซอ เงินหวิ้นขอดไว้ เผื่อจ่างซอขอ หอมนเฑียร คุ้มวังเจื่องเจ้า ประชาชน หัวเมืองออกเข้า เหมือนแมงมายเม่ามด เจ็ดวันเจ็ดคืน กว่าจักได้รด ภิเษกเจ้าโพธัญ สนุกม่วนพร้อม แอ่วเหล้นกิ๋นสัน สาระพัน หากมีพร้อมเสี้ยง กันเถิงวันดี หมดใสปลอดเกลี้ยง จักภิเษกองค์ลูกรัก จัดแต่งตั๋ว หื้อสมพระพักตร์ มงกุฎแก้วจินดา ธํามะรงรัตน์ สอดพระหัตถา สวมชฎา ทับทรวงค่ายห้อย สะหนับเพลา ตื๋นเจิงผ้าต้อย ปักคมพลอยสว่างเม็ด จะระบาดขา ปักเหลี้ยมซ้อนเพ็ชร วิเศษเสี้ยงโสภา อินธนูชิด ติดพระอังสา บานพับจินดา ทับทิมผ่องแผ้ว ก่ําไลสวมก๋อน ล้วนที่นอนแก้ว แถวมุกดา เรียบร้อย แต่ของแพงๆ ราคาบ่น้อย นับโกฎตื้อครัวทรง ราทธะคต คาดเคียนประจ๋ง ขัดแอวองค์ กล๋มงามรูปเจ้า นุ่งยกทอง เป฻นของแขกเข้า ส่วยปาราเจื่องให้ เมืองตานี นํามาบ่ไร้ ยัลละบับ เสื้อสวมองค์ รองพระบาทต๊าว ตระหนกหางหงส์ เนื้อคําคง ช่างทองย้อมแห้ม ประดับแต่งองค์ เหมือนอินท์ลงแต้ม งามวิไลเลิศล้ํา แล้วแห่เสด็จ ไปที่รดน้ํา หอสรงเจ้าราจา กันรอดแล้ว ก็ผลัดภูษา มณีจินดา สุวรรณเครื่องหย้อง นุ่งผ้าขาว ขึ้นนั่งบนห้อง ผุดผ่องงามเลิศล้ํา บนหอพิธี วารีหล่อน้ํา พราหมณะเจ้า เตปา เอาหอยสังข์รด ยังองค์อัตต๋า ปะฐะมา หมดใสผ่องแผ้ว ถัดนั้นแถม บ่าวแก้วสาวแก้ว ขุนนางในสํานัก ต๊าวพญา เจ้านายกั่งกั๊บ หดหล่อเจ้าธารา สิบหกสิ่งพร้อม ขวดน้ําเงินตร๋า สุวรรณา หม้อคํานากแก้ว หม้อหินจินดา สมฤทธิ์ผ้ายแผ้ว ผิวดํานิลปอดเนื้อ กันเสร็จสรง น้ําหอมกู่เจื้อ หมดปอสี้ยงโพยภัย มาทรงเครื่องพร้อม แห่ขึ้นอาศัย หอเดื่อไจย สําหรับพระเจ้า ครองแผ่นดิน บ่หื้อหมองเศร้า ในร่มเงาที่นั้น เสวกสัตร์ ระบายเก้าจั้น สะอาดผ้าขาวปอน พระสังฆะ สูตรมนต์ถกถอน ถวายพระพร ทุกรูปองค์เจ้า แล้วแห่เสด็จ มายังที่เฝูา เสนามวลนั่งล้อม หัวบ้านหัวเมือง ก็มานั่งพร้อม ตังพระแม่เจ้าเทวี อามาตย์น้อม ยกต้นใบศรี เจ็ดจั๊นมี ตังยอดก๋ําเก้า -57-


ปักผักกา มาลาสอดเข้า แสงพรรณงามรื่นรส ซะบันงา จ๋ําป฻าแขกซด ซะแล่งเอื้องอูนออน สลิดมะลิ กวี่บานไก๋ษร กุหลาบออน เองจันมุ่ยส้อ แกถะหวา ราคีคําห้อ สาระภีพร่ําพร้อม ศีร์ษะสุก๋อน ตั้งยายแวดล้อม ห้าหัวถ้วนหมูมัน เอาด้ายผูกรัด แล้วเรียกทําขวัญ จอมนักธรรม์ มาดาออกเจ้า ตังพระบุตต๋า ซายาหน่อเหน้า สามนางเลาที่รัก แม่นขวัญตกไกล๋ ที่แคว่นเมืองยักข์ ผีดิบข้ามแดนเมือง หนทักขิณะ แคว่นผีต๋องเหลือง คีรีเรือง พรึกไพรปุากว้าง สามสิบสองขวัญ เจ้าอย่าได้อ้าง สอดพนมไพรแหล่งไล้ ขอเจิญมาเหน็บ ทัดยังดอกไม้ อั้นปักใส่ส้อมมวลมี กุหลาบซ้อน บานซอนจุ๋มปี๋ สารภี สลิดก้านสั้น อั้นนาฎสนม เก็บมาเผือฟั่น ปักแซมซอนรื่นรส ซะบันงา ผะก๋ากาบซด บานแบ่งสร้อยมาลัย ตังดอกเก๊ดเก๊า ซะแล่งหอมไกล๋ งามวิไล พิกุลดอกหน้อย ปักใบสี ดีงามเป฻นถ้อย นิลละบลลอย เหนือน้ํา ตังดอกต๋ายเหิน ราคีเลิศล้ํา หอมรสต้อมกล๋างคืน เข้าต้มหน่วยน้อย เข้าแคบ แต๋นจื๋น อย่าไปแอ๋วอืน กล๋างดงปุากว้าง เจิญมาเสวย รสเจยหลายถ้วน เข้าหนมลูกลานหน่วยน้อย ตังเข้าวิตู จักคูเรียบร้อย สูนใส่อ้อยตาลทราย กล้วยจั๋นตีบพร้อม มีมากเหลือหลาย ขอถวายทูลตํา องค์คําเจื่องเหง้า สามสิบสองขวัญ อย่าไปต่องเต้า ที่ปุาไม้มืดมุงเฟย โภชะนะ บ่มีเสวย เจิญมาจมเจย สถิตอยู่สร้าง ที่หอมนเฑียร ผาสาทหลังกว้าง มหาปาราเตศต๊อง ด้วยพระปิตต๋า มาดาพี่น้อง กับสามเจื่องเจ้าชายา สะปฺะโภก๊ะ ส่วยไลวัตถา อาภารณา แผ่นเนื้อเสื้อผ้า ตังรัชชะฐา ไหลมาจุหน้า สุวรรณามั่งเต๊า ส่วยรัฏฐา บ่ได้ยั้งเย้า มุกมาศแก้วจินดา ทับทิมก๊อเพชร สอดนิ้วหัตถา นิลละประภา วิทูรบ่เส้า บัวระกด ผิวพรรณยอดเต้า ปะตํารากแดงเลิศล้ํา มหาสมบัติ ไหลมาเหมือนน้ํา ปั๋ญจะห้านาตี เจิญมารับแล้ว อย่าได้ลาหนี เสด็จคีรี ไพรสนเถื่อนกว้าง ปัชชาชน ไผบ่ไฝุอ้าง ที่นั้นแม่นเมืองมาร กันจบเมี้ยนแล้ว พลละโวหาร ปัฎฐะอะวาน เรียกเจิญขวัญเจ้า แล้วหยิบด้ายขาว มาปันผูกเข้า พระหัตถ์องค์หน่อไท้ สามเทวี ที่เป฻นสะใภ้ ตังพระแม่เจ้ามาดา -78-


หื้อมีอายุ พระชนนะษา อย่าหื้อก้าดกา ร้อยชาวขวบเข้า หื้ออยู่เสวยปูรีปราบเหง้า ต่อเต๊ารอดฑีฆา จ๋อมราจา สถิตอยู่สร้าง ผังก๊ะวิมานทอง จักไขต่ํานอง แถมบทบาทหน้า บทนี้ ก่อยวางความ ก่อนแหล่เหย :- บทที่ ๑๗ อัตถะนิก๋าย นิยายซ้ําเมี้ยน จักไขบอกเผี้ยน ที่บทสิบเจ็ด องค์หน่อฟูา ก็เสี้ยงสัพเสร็จ จักเก็บริบรอม หื้อหร้อมหมู่เจ้า ส่วนวิมาลา มาดาจอมเหง้า ก็จักเก็บเอาแม่เลี้ยง ยายกับต๋า หื้อเสี้ยงซ้ําเมี้ยน มาอยู่ห้องเวียงวัง นางจิ่งบอกต๊าว ต๋นสามีกั๋ง กับยอดบุญทัน ลูกรักแห่งเจ้า ว่ายายกับต๋า สองขาคนเถ้า ที่แม่ไปเซาเปิ่งปฺะ กึ้ดรอดบุญคุญ บ่กวรทอดละ หื้ออยู่แห่งหั้นอุยาน กึ้ดรอดความทุกข์ เกิดต้องสันต๋าล เมื่อพระภูบาล ขับเลยจากห้อง แม่บ่ได้ต๋าย ก่อยหายทุกข์ต้อง เพื่อต๋ายายเอา เลี้ยงไว้ หื้ออยู่กับเสีย ที่สวนดอกไม้ บ่หื้อโศกได้ เคิงกา ผลละไม้ อัมปารุกขา หื้อวิมาลา กับสุนัขหน้อย อย่าได้เคิงใจ๋ อย่างไรสักหน้อย ลุงก็ช่วยกอยผ่อเลี้ยง ดั่งปูากับลุง ก็สุดซ้ําเมี้ยน บ่มีลูกเต้าสักคน นางไขเล่าเก๊า ต้นรายป฻ายผล บอกตามยุบล หื้อองค์ลูกเต้า ว่าแม่คิดเถิง หาสองแก่เถ้า ใคร่หื้อมามวล สู่พร้อม นางก็ทูลถวาย กราบไหว้นบน้อม กับองค์ปิ่นเกล้าผืนทอง พญารู้แล้ว ด้วยความกึกก๋อง ก็บอกสุนทร เสนาผู้เถ้า ว่าหื้อกอยหา วันยามบ่เศร้า จักเอามาพร้อมไว้ ยายกับต๋า ที่สวนดอกไม้ นางก็ไฝุได้มามวล หื้อตําแต่งกึ้ด ยาวเรือสมหวล ที่จักเปิงกวร ริมผาสาทหนี้ เสนาบดี ก็รีบปุนปี้ เรียกวฑะกีหมู่ไม้ แป฻งหอเรือนหลวง ทับดินเลื่อนไว้ ปู฻ลาดแปูนเป฻นลาย กันเสร็จพร้อมแล้ว ก็กราบถวาย ว่าหอเรือนยาย สองขาแก่เถ้า ก็เสร็จพร้อมก๋าร แห่งข้าบาทเจ้า หมู่เสนามวล ไพร่ไจ๊ พญาปารา กับตังสะใภ้ พร้อมหน่อเหน้าเทวี วิมาลาต๊าว วาดถ้อยวะจี๋ แก่เสนาดี จัดเกียมจุหน้า -59


ธูปเทียนของหอม พานยองเสื้อผ้า จักออกปาราเขตค้าย ไปเอาต๋ายาย ขอยกพรากย้าย เมืออยู่ห้องเวียงวัง ว่าพระนางเก๊า เทวีบุญหนํา แม่พระองค์คํา ไจ๊กําไต่เต้า หื้อมาจั๊กเจิญ เอาต๋ายายเถ้า ยังสวนอุยานที่นี้ ฝุายเถ้าต๋ายาย ก็จ๋ากล่าวจี๊ กับท่านผู้เสนา ว่าสาส่วนพับ ชื่นประโมทสา ก็ไขขียา บอกเก๊าเหง๊าต้น เมื่อกั๋มเถิงตั๋ว นางเตียวหนด้น อุ้มสุนัขลายด่างพ้อย น้ําต๋าปังตก ลูบอกคาค้อย เถิงรอดหนี้กล๋างคืน สองเถ้าแก่นี้ จักเล่าจ๋าขืน ลุกต๋ามไฟฟืน เลงดูต๋าหน้า ก็สังก๋าใจ๋ ดวงทัยแห่งปูา ดูกิริยาสว่างเนื้อ บ่สมเปิงกวร จักมาอยู่เรื้อ ที่กล๋างปุาหนี้อุยาน นางก็เล่าเก๊า ต๋ามต้องทุกข์ผลาญ ว่าพระภูบาล ขับเลยจากห้อง ดั่งปูากับลุง ก็เลยอ่วงต้อง หื้อนางพักยั้งอยู่นานไป เพราะหันรูปเนื้อ รุ่นราวขาวใส ฤาเป฻นสันใด ได้ประสูติหน้า สัตตะริสาน สุนัขต่ําหล้า สมชักกาว่าไว้ ปูากับลุง ก็บ่จ่านไจ๊ เอาอยู่จิ่มใกล้แปงปัน เท่าองค์หน่อฟูา หน่อหล้าบุญหนํา อันพระองค์คํา เก็บไปอยู่ห้อง มาไขอาก๋าร ที่กล๋างแห่งห้อง อุยานลุงที่นี้ ลุงจิ่งรู้จิ๋ง บ่ได้กล่าวจี๊ ว่าเป฻นอื่นผู้คนใด บัดเดียวเดี่ยวนี้ นางบ่ตุมไหน จักเก็บเอาไป หื้ออยู่จิ่มใกล้ สาธุก๋าร ลุงก็ทุกข์ไหม้ คํานับต่อเสนา กันพระอาทิตย ย่ําขึ้นตร๋า สู่เที่ยงมา ก็ออกจากหั้น เสนาบดี ก็รีบผ้ายดั้น ออกจากอรัญที่นั้น ฝูงเด็กญิงจาย ยังยายหลืบจั๊น แหนแห่เข้ามาเวียง เมื่อจักยกย้าย เถ้าแก่จ๋ําเสียง สัตตะสําเนียง ต๋ายายสั่งถ้อย สั่งสวนอุยาน ดวงบานแบ่งสร้อย สลิดเอื้องจันมะลิ คะมอกตี๋นกว๋าง อืดครางร่ําริ จ๋ําป฻าแขกแก้วลีลา ดอกพุดดอกซ้อน ซะแล่งจุ่มป฻า อั้นยายเกยดา ใส่ขันกราบไหว้ เอื้องแสะเอื้องเงิน ต๋ายเหินคําใต้ กับก่ําปองใบสามรส จักได้เมือแฝง อยู่กันล้อมยศ กับองค์แม่เจ้าเทวี กันจ๋าสั่งแล้ว ก็ยกลาหนี ออกจากคีรี อุยานแห่งนั้น ลําดับตางไป รอดเติงเถิงจ้ํา ทวาราเวียงที่นั้น วิมาลา กับองค์เจื่องจั๊น ก็ทรงจ๊างแก้วกุญชร ตังสี่ลูกรัก ก็บททะจ๋อน ออกจากนคร มาคอยรับถ้า กันหันยายต๋า ก็เลยจับจว้า ใส่กุญชราซ้อนทับ แหนแห่เมือ ที่ริมสํานัก ก็จัดแต่งหื้อมีงาน ยิ่งซออืดจ๊อย แก่วเบี้ยติดต๋าม พ้ายผ่องตองวาง นักเลงจื่นสู้ -60-


ก่อนๆ ติดต๋าม พ่องยืมพ่องกู้ จักได้ใช้แตนเดี่ยวนี้ นักเลงตังหลาย บ่ได้ลับลี้ มาพร้อมที่หั้นดางาน ฝูงแม่กาดก๊า ไล่ตวยติดถาม พ่องติดเมื่องาน สมโภชลูกเต้า หกคนเขา เมื่อฟันยักข์เถ้า ก็ได้มานานมากนัก พ่องธํามะรงค์ สองวงลู่ยัด ขันจิ่มข้ายังเรือน ว่าพลอยแก่นเพชร มณีคําเหลือง ค่าควรเมือง ขันเป฻นสิบห้า เดียวนี้บ่สม เหมือนหลานฟูุปูา เป฻นจิ๋นดาแปง แตกยับ เจ้าแหวนก็ขอ ยอมแตนสิ่งทรัพย์ วันพูกแจ้งดีงาม ขอจิ่มปูาเต๊อะ อย่าฟั่งประจ๋าน กันเสร็จเมี้ยนงาน จักแตนแม่ปูา พ่องเลยรอดตั๋ว สิบสี่สิบห้า พ่องเลยเถิดมามากนัก พ่องแปะพ่องยืม เมื่อองค์ลูกรัก กับงานแม่เถ้ามาเมือง ฝูงนักเลงเนือง วุ่นวายกั๋นเหล้น ป฻างนั้นม่วนเต๋มที จักไขวาตี แถมบทบาทหน้า บทนี้ก่อยวางกํา ก่อนแหล่นายเหย :- บทที่ ๑๘ ปะวะรา ฑีฆาบ่น้อย จักติดต่อถ้อย ที่บทสิบเจ็ด หื้อเป฻นที่แล้ว แก่องค์สมเด็จ ก็เสร็จเรื่องราว ค่าวธรรมพระเจ้า ส่วนยายกับต๋า สบายเมื่อเถ้า อยู่หอเรือนดีลาภลุก ปฺนโศกโศก๋า บ่ได้ซ้นซุก เซาะจว้ากอ้อน หัวมัน ได้ปะจวบปฺบ ชนะอาหัน จื๋นจ่าวมัน หวานคาวพร้อมเสี้ยง ฝอยทอง ทองหยิบ แคว้งดิบน้ําเหมี้ยง เป็ดไก่ยําลาบฟัก กล้วยทอด กล้วยจื๋น เต๋มภาชนัก ผัดหมี่ต้มหมูเก็ม บ่มีหว่างไว้ สองเถ้าจ๋าเสง ว่าหมู่ของเก็ม ผัดหมูจิ๊นส้ม เราบ่เกยกิ๋น ไช่เหมือนมันต้ม เมื่ออยู่ยังดงปุาไม้ ก่อยหยิบ ก่อยกิ๋น อย่าได้รีบไซร้ กลั๋วกล๋ายเกิดได้ลงตวาร บ่เหมือนลูกไม้ ผละบัวหวาน ของเก่านาน เกยกิ๋นแต่หน้อย กันสุริยา ลงกาต่ําต้อย ต๋าวันเย็นแดดพัก วิมาลา กับตังลูกรัก สามสี่ผู้ญิงจาย กันมาพร้อมพับ นั่งวงเป฻นสาย ถามแก่ต๋า ยาย อั้นเป฻นคนเถ้า ว่าของสิ่งใด กิ๋นลํากับเข้า ฝูงของคาวเก็มหมู่นี้ เถ้าต๋า ยาย ก็จ๋ากล่าวจี๊ ว่าลําอยู่เสี้ยงทุกอัน ดีเหลือเปื่อนแต๊ สังกอหวานๆ เหมือนเครือเขาคํา กิ๋นสันซอบไส้ วิมาลา ก็จ๋าบอกให้ ว่าของกิ๋นไทยแต่งไว้ ฝอยทอง ทองหยิบ นั้นและแม่ไท้ แม่จับซอบไส้ลํากา ยายเถ้าตอบรับ ว่าลําหนักหนา ผลผาลา บ่เนาเท่าได้ -61-


มันเป฻นเจื้อสาย อย่างใดใคร่ได้ มาปลูกไว้ที่ยังเรือน สามนางยว้ายแย้ม แม่เถ้าหวังเหมือน ใช่ของปลูกเรือน เหมือนถิมถั่วเต้า เปื่อนหากพระหนม แล้วด้วยเม็ดเข้า นั้นและย่าต๋ายาย ซ้ําถามถี่ซั้น แถมของตังหลาย พ่องขาว พ่องลาย เม็ดใหญ่เม็ดหน้อย สามนางงาม ก็ไขบอกปูอย พร้อมผับไคว่อันๆ ต๋ายายรู้แล้ว ยังเครื่องกิ๋นสัน ปอเจ็ดแปดวัน จิ่งจ๋ําจื่อเสี้ยง เถ้าแก่จ๋ากั๋น กึ๊ดรอดหมองเหมี้ยง อยู่สวนอุยานดอกไม้ เหมือนบ่ได้กิ๋น ได้หันได้ไว้ เหมือนของหมู่หนี้ตึงมวล ถก ถาก ลากตึ้น เอาหญ้ากลางสวน ใจ๋คร่ําครวญ เตโจธาตุไหม้ นี้ย้อนบุญกุณ ภูบาลที่ไหว้ มาโผดไว้ เมื่อแรงโรย กับโอรสฟูา เจ้ารูปเลาสวย จิ่งติดต๋ามตวย เอามาอยู่ห้อง จอมนารี บ่หื้อโศกต้อง สาธุส่วนยินดี สองเถ้าแก่นั้น บ่ได้เคิงขี สนุกยินดี อยู่ในหอห้อง ต่อเต๊ารอดฑีฆา ก่อนแหล่นายเหย :- -62-


ที่มาของ “ค่าวซอหงส์หิน” โดยย่อ - ปี พ.ศ. 2395 พระยาโลมาวิสัย กวีในราชสํานักเจ้านครลําปาง ได้แต่ง “โคลงหงส์ผาค า” โดยใช้อักษรล้านนา และจารลงในสมุดข่อย - ปี พ.ศ. 2400 คําประพันธ์ประเภท “ค่าว” ได้รับความสนใจของชาวบ้าน พระยาโลมาวิสัย จึงได้นําเอา“โคลงหงส์ผาค า”มาแต่งเป็น “ค่าวซอหงส์ผาค า” โดยเนื้อเรื่องเหมือน“โคลงหงส์ผา คํา” - ปี พ.ศ. 2424 เจ้าสุริยะวงษ์ (คําตัน สิโรรส) ได้นําเอา “โคลงหงส์ผาค า”มาแต่งเป็น “ค่าวซอหงส์ผาค า” ขึ้นอีกฉบับหนึ่ง และได้รับความนิยมแพร่หลายเป็นอย่างมาก - ปี พ.ศ. 2460 “ค่าวซอหงส์ผาค า” ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ด้วยภาษาล้านนา และเปลี่ยนชื่อ จาก “หงศ์ผาค า”เป็น “หงส์หิน” - ปี พ.ศ. 2474 “ค่าวซอหงส์หิน” ได้รับการขัดเกลาภาษาอีกรอบ โดยเจ้าสุริยะวงษ์ แล้วนํามา พิมพ์อีกครั้ง - ปี พ.ศ. 2495 “ค่าวซอหง์หิน” ได้จัดพิมพ์เป็น อักษรไทยกลาง นี้คือจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ของ ภาษาล้านนา - ปี พ.ศ. 2511 “ค่าวซอหงส์หิน” ได้จัดพิมพ์อีกครั้ง โดยนายประเทือง เภาวัฒนาสุข -สรุปได้ว่า ตํานานเจ้าหงส์หิน สํานวนของจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดพะเยา ที่แพร่หลายเป็นที่ รู้จักแก่ชาวล้านนา ในปัจจุบันนี้ เป็นสํานวนเดียวกัน คือ สํานวนของ เจ้าสุริยะวงษ์ (คําตัน สิโรรส) เป็นผู้แต่ง เมื่อปี พ.ศ. 2460 ซึ่งได้เปลี่ยนจาก “หงส์ผาค า” เป็น “หงส์หิน” พิมพ์โดยร้านประเทืองวิทยา เป็นต้นฉบับ ใน การอ่าน และนํามาจดจําถ่ายทอดสืบกันมาปัจจุบัน ตํานานเรื่อง “เจ้าหงส์หิน” ยังคงดําเนินอยู่ในลมหายใจของผู้ เฒ่า ผู้แก่ และ พร้อมที่จะถ่ายทอดให้ลูกหลานรับรู้ เรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์นี้สืบไป โดยเฉพาะคนในตําบลหงส์หิน อําเภอจุน จังหวัดพะเยา อ้างอิงจากเอกสาร “การวิเคราะห์ตํานานเจ้าหงส์หิน : กรณีศึกษาสํานวนของจังหวัดเชียงใหม่ ลําปาง พะเยา” โดย สุทัศน์ วิชัยโย แสวง ศิลาสูงเนิน สมทรง โพธิ์ศรี ผุสดี คําผาด ณัฐมนต์ คะมรีวรรณ พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร -63-


เรื่อง “หงส์หิน” หรือบางแห่งเรียกว่า “หงส์ผาคํา” เรื่อง “หงส์หิน” หรือบางแห่งเรียกว่า “หงส์ผาคํา”เรื่องหงส์หิน เป็นเรื่องนิยมเล่ากันมาก และรู้จักกันทั่วไปในภาคเหนือ นอกจากนี้ยังมีสํานวนประพันธ์เป็นค่าวซอ และเป็นโคลงเรียกว่า “โคลงหงส์ผาคํา” มีเนื้อเรื่องย่อๆ ดังนี้ พระเจ้ากรุง พาราณสีมีอัครมเหสีชื่อนางวิมาลา และมีมเหสีรองอีก ๖ องค์ ต่อมามเหสีทั้ง ๗ ทรงพระครรภ์พร้อมกัน มเหสีรองทั้ง ๖ ประสูติพระราชโอรสมาก่อน ส่วนพระนางวิมาลายังไม่ประสูติ พระเจ้ากรุงพาราณสีจึงเรียกโหรหลวงมาทํานาย โหรหลวง ทํานายว่าพระโอรสมีบุญญาธิการมาก เป็นพระโพธิสัตว์มาเกิด พระเจ้ากรุงพาราณสีดีพระทัยมากจึงปูนบําเหน็จโหรหลวง และสั่งให้นางสนมดูแลพระนางวิมาลาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายมเหสีทั้งหกทราบเรื่องก็เสียใจที่โอรสของตนไม่มีบุญญาธิการ จึง ปรึกษากันกําจัดพระโอรสของพระนางวิมาลา ครั้นเมื่อนางวิมาลาประสูตพระโอรส มเหสีทั้งหกจึงแอบนําลูกสุนัขมาวางไว้ แทน และขโมยพระโอรสไปทิ้งจากชั้นปราสาท ส่วนพระอินทร์ทราบจากพระแท่งบัลลังก์แข็งกระด้างจึงส่องทิพยเนตร เห็นพระโพธิสัตว์ถูกรังแก จึงใช้พระวิสุกรรม (วิษณุกรรม) ให้รีบมารับพระโอรสไปเลี้ยงยังเทวโลกก่อนที่จะตกลงถึงพื้นดิน ส่วนพระมเหสีทั้งหกรีบไปกราบบังคมทูลว่าบัดนี้พระนางวิมาลาได้ประสูติพระโอรสเป็นลูกสุนัข พระเจ้ากรุงพาราณสีทรง พิโรธกล่าวหาว่าพระนางใฝ่ต่ําสมสู่กับสุนัข จึงเนรเทศพระนางวิมาลากับลูกสุนัขออกไปจากพระราชวัง พระนางก็หอบหิ้ว ลูกสุนัขโดยเข้าพระทัยว่าเป็นพระโอรสของตน พเนจรไปอาศัยตายายผัวเมียในสวนแห่งหนึ่งตายายก็รับพระนางไว้เป็น ลูกเลี้ยงเมื่อพระโอรสทั้งหกเจริญวัย พระราชาก็โปรดให้หาเด็กที่เป็นสหชาติโยธา (เด็กที่เกิดวันเดียวกัน) มาเป็นบริวาร และรับใช้พระโอรสทั้งหก แต่ก็มีพระราชโองการห้ามไปเล่นที่ประตูทิศใต้ของเมืองเพราะว่าจะมียักษ์มาจับคนไปกินเป็น หาหารทุกเจ็ดวัน ฝ่ายโอรสโอรสพระนางวิมาลาเจริญเติบโตมาบนสวรรค์พบว่าตนไม่มีแม่ก็รบเร้าทูลถามพระอินทร์ พระองค์จึงเล่าความจึงให้ฟังและบอกว่าบัดนี้พระมารดาอาศัยอยู่กับตายายในสวน พระโพธิสัตว์จึงขออนุญาตไปหาพระ มารดาวิมาลา พระอินทร์เห็นว่าเติบโตพอสมควรแล้วจึงอนุญาต และให้ของวิเศษสองอย่างคือ พระขรรค์และหงส์หิน (หงส์ซึ่งพระอินทร์เสกจากหิน เมื่อพระโพธิสัตว์จะเดินทางจะกลายร่างเป็นหงส์ทอง) เพื่อใช้เป็นพาหนะไปเมืองพาราณสี ครั้นพระโอรสไปถึงสวนตายายแล้วจึงเล่าเรื่องให้พระมารดาฟัง พระมารดาวิมาลาไม่เชื่อ พระโพธิสัตว์จึงอธิษฐานว่าถ้า เป็นพระมารดาจริงๆก็ขอให้น้ํานมไหลออกจากพระถัน ปรากฏว่าน้ํานมได้ไหลพุ่งเข้าสู่พระโอษฐ์พระโพธิสัตว์ พอเห็น ประจักษ์ทั้งพระมารดาและพระโอรสต่างก็ดีพระทัย และอาศัยอยู่กับตายายต่อไปอย่างมีความสุขอยู่มาวันหนึ่งพระโอรส ได้ไปเล่นกับพระกุมารทั้งหก เห็นพระกุมารทั้งหกมีลูกสะบ้าทองพระโอรสจึงกลับมาอ้อนให้พระมารดาหาสะบ้าทองให้ แต่พระมารดาจนใจจึงหาลูกหมากนิมแดงให้ พระโพธิสัตว์จึงเอาหาลูกหมากนิ่มแดงไปเล่นพนันกับสะบ้าทองของกุมารทั้ง หกเมื่อได้ลูกสะบ้าทองก็นํากลับมาให้ตายายนําไปขาย เพื่อนําเงินมาจับจ่ายของจําเป็น วันหนึ่งหลังจากเล่นได้ลูกสะบ้า ทองแล้วจะกลับบ้าน พระกุมารทั้งหกได้บอกว่าทางที่จะกลับไปนั้นจะมียักษ์มาคอยจับคนกินเป็นอาหาร พระโพธิสัตว์ บอกว่าไม่กลัว วันรุ่งขึ้นพระกุมารทั้งหกยังเห็นพระโพธิสัตว์มาเล่นลูกสะบ้าอีก จึงถามถึงยักษ์ พระโพธิสัตว์บอกว่าได้ฆ่า ยักษ์ตายแล้ว พระกุมารทั้งหกจึงให้ทองทั้งหมดแก่พระโพธิสัตว์ แล้วขอร้องว่าอย่าบอกใครเป็นผู้ฆ่ายักษ์ กุมารทั้งหกจึง กลับไปเข้าเฝ้าพระราชบิดาและอ้างว่าพวกตนเป็นผู้ฆ่ายักษ์ได้ พระราชบิดาทรงปราบปรื้มพระทัยมากที่เห็นว่าพระราช กุมารทั้งหกมีอิทธิฤทธิ์ จึงจัดงานรับขวัญโอรสทั้งหกพระเจ้ากรุงพาราณสีทรงเข้าพระทัยว่ากุมารทั้งหกมีเดชานุภาพจริงๆ จึงตรัสสั่งให้พระกุมารทั้งหกออกติดตามพระเจ้าย่าซึ่งถูกยักษ์ลักพาไปนานแล้ว พระกุมารทั้งหกมีความกลัวอยู่มาก ใน ที่สุดพระกุมารทั้งหกจึงแอบไปขอความช่วยเหลือจากพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์จึงทูลลาพระมารดาไป พระมารดา คัดค้านแต่ตายายได้ตรวจดูโชคชะตาราสีของพระโพธิสัตว์แล้วเห็นว่าถ้าเดินทางครั้งนี้จะได้รับโชค ในที่สุดพระนางจึง ยินยอม พระโพธิสัตว์จึงเสด็จไปตามพระเจ้าย่าพร้อมกับกองโยธาของกุมารทั้งหก ครั้นกองโยธาเดินทางมาถึงแม่น้ํากว้าง ใหญ่ พระโพธิสัตว์จึงให้กุมารทั้งหกและโยธาพักคอยอยู่ที่ริมท่าน้ํา ส่วนพระองค์จะอาสาติดตามพระเจ้าย่าเพียงพระองค์ เดียว พระโพธิสัตว์จึงเสด็จขึ้นขี่หงส์หิน หงส์ก็ได้กลายร่างเป็นหงส์ทองเดินทางกลางอากาศ ผ่านเมืองยักษ์และได้แวะไต่ ถามหาเสด็จย่าเมืองละวันสองวันแต่ละเมืองพระโพธิสัตว์ได้พระราชธิดาเจ้าเมืองยักษ์เหล่านั้นเป็นพระมเหสีทุกเมืองชื่อว่า นางมุกขะวดี นางจุละกันธา และนางสะหรีจันตา แล้วก็ล่ําลา -64-


พระชายาเหล่านั้นเพื่อติดตามเสด็จย่าในที่สุดก็พบพระเจ้าย่าและบอกว่าตนจะพาพระเจ้าย่ากลับเมืองพาราณสี พระเจ้า ย่าก็ขี่หงส์หินมาพร้อมกับพระโพธิสัตว์ ฝ่ายยักษ์ทราบว่าพระเจ้าย่าหนีไปก็ออกติดตาม และมาพบพระโพธิสัตว์ก็เกิดสู้รบ กัน พระโพธิสัตว์ฆ่ายักษ์ตายหมดทั้งกองทัพ พาพระเจ้าย่าผ่านเมืองที่พระโพธิสัตว์ได้ชายาและเชิญชวนพระชายาทั้งสาม องค์ติดตามมาด้วย ด้วยอนุภาพของพระโพธิสัตว์ปราสาทของพระชายาก็ลอยตามหงส์หินมาถึงริมฝั่งน้ําที่กุมารทั้งหกคอย อยู่ พระโพธิสัตว์ปราสาทลอยลงพื้นคอยพระองค์ ส่วนพระองค์ก็พาพระเจ้าย่าไปหาพระกุมารทั้งหกทั้งหกกุมารเห็นว่าได้ ตัวพระเจ้าย่าตามประสงค์แล้ว ก็คิดจะกําจัดพระโพธิสัตว์จึงช่วยกันรุมทําร้ายพระโพธิสัตว์จนถึงแก่ชีวิต แล้วนําตัวพระ เจ้าย่าเสด็จบนหลังช้างกลับสู่เมือง พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงดีพระทัยที่ได้พระมารดากลับคืนมา ทรงชมเชยว่าพระกุมาร ทั้งหกเป็นผู้ที่มีอิทธิฤทธิ์ และบุญญาบารมีสามารฆ่ายักษ์ได้สําเร็จและทรงให้จัดงานฉลองเป็นการใหญ่เพื่อรับขวัญพระเจ้า ย่าฝ่ายพระชายาทั้งสามคอยพระโพธิสัตว์เป็นเวลานานไม่เห็นกลับมา จึงพากันออกติดตามค้นหาจนพบศพ ทั้งสามนาง ต่างก็คร่ําครวญด้วยความอาลัย จุดธูปเทียนบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร้อนถึงพระอินทร์จะต้องมาช่วย จึงแปลงกายเป็น มาณพหนุ่มน้อยเข้ามาเกี้ยวนางทั้งสาม และอาสาจะเลี้ยงดูให้เป็นภรรยา นางทั้งสามก็ไม่ยินดี ยังมั่นคงต่อพระโพธิสัตว์ เช่นเดิมครั้นพระอินทร์แปลงกายเป็นยักษ์ชราขอซากศพไปกิน นางก็ไม่ยอม กลับยินดีให้ชีวิตของตนทั้งสามแทนศพสาม ขอให้ยักษ์กินตัวพวกนางแทน ยักษ์จําแลงเห็นว่านางทั้งสามมั่นคงต่อสามีมาก จึงร่ายเวทมนตร์ชุบชีวิตสามีคืนให้นาง จากนั้นพระอินทร์ก็ลาพระโพธิสัตว์และนางทั้งสามกลับไป พระโพธิสัตว์จึงพาชายาทั้งสามเดินทางกลับเมืองพาราณสีพระ เจ้าย่าอยู่ในเมืองพาราณสี ด้วยความอาลัยหลานที่ได้ช่วยชีวิตนางมาจากยักษ์พระเจ้าย่าจึงเล่าเรื่องให้พระเจ้ากรุงพาราณ สีตามความจริงทั้งหมด เมื่อทรงทราบดังนั้นพระเจ้ากรุงพาราณสี จึงทรงประกาศจะฉลองพระนครเป็นการใหญ่ ให้ ประชาชนทุกทิศมาร่วมสมโภชพระนครด้วย ฝ่ายพระเจ้าย่าก็พยายามสอดส่องดูผู้คนที่มาเที่ยวชมงาน ในที่สุดก็พบพระ โพธิสัตว์จึงให้เสนาไปเรียกตัวมาเข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เล่าเรื่องของตนแต่หนหลังมาโดยตลอด พระเจ้า กรุงพาราณสีจึงทรงไต่สวนคดีความโอรสทั้งหกและพระมเหสีทั้งหก เมื่อทรงประจักษ์ความจริงจึงจึงสั่งประหารทั้งสิบสอง องค์ ครั้นเพชฌฆาตประหาร ศีรษะตกถึงพื้นแผ่นดินก็แยกรับร่างของบุคคลทั้งสิบสองคนลงสู่นรกทันทีหลังจากนั้น พระ เจ้ากรุงพาราณสีจึงให้คนไปทูลเชิญนางวิมาลาอยู่หลายครั้งหลายคราแต่ไม่สําเร็จ จนกระทั่งพระเจ้ากรุงพาราณสีต้อง เสด็จไปขอโทษนางด้วยพระองค์เอง และให้จัดขบวนแห่พระนางเข้าเมืองอย่างสมพระเกียรติ และอภิเษกพระโพธิสัตว์ ครองเมืองแทนสืบต่อไป -65-


Click to View FlipBook Version