ธรรมะจากพระโอษฐ.์ ........... หลักปฏบิ ตั ิตอ่ ทศิ ทั้ง ๖
บ่ายวันเสาร์หนง่ึ ท่ีผมจะตอ้ งมาทางาน แต่เป็นการทางานนอก ทอ. ในบรรยากาศใส่สทู ผูกเนคไท
ซงึ่ เปน็ งานในส่วนของการปกปอ้ งงบประมาณ ผมได้สนทนากับนายทหารทา่ นหน่งึ โดยท่านได้แนะนา
ผมถึงวิธีการปฏิบัติตนกับทิศท้ัง ๖ ซึ่งในตอนแรกผมเองไม่เข้าใจหรอกว่า ทิศทั้ง ๖ คืออะไร แต่
หลังจากเวลาการสนทนาผา่ นไปประมาณ ๑ ชัว่ โมง นายทหารท่านนั้นทาให้ผมทราบว่า ทิศท้ัง ๖ เป็น
คาสอนของพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นคาสอนท่ี ทันสมัย และปรับนามาใช้กับชีวิตประจาวันได้เป็นอย่างดี
ผมจงึ ได้ลองค้นหาเพ่ิมเติมดูจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ด้วยความท่ีต้องการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มาก
ท่สี ุด) เมื่อลองศึกษาดูแลว้ ผมจงึ ม่ันใจว่าถ้าท่านได้อ่านบทความนี้ จะทาให้ท่านได้เข้าใจถึงการปฏิบัติ
ตนกับผูท้ ี่อย่รู อบตวั เราเปน็ อยา่ งดี และคดิ ว่าอาจจะเป็นประโยชนต์ ่อทา่ นทัง้ หลายตอ่ ไปครบั
สุนทรภู่สอนให้รู้จักรักบิดามารดาและรู้จักรักตัวเองเพราะเป็นที่พ่ึง แต่สมเด็จพระสัมมา
สัมพทุ ธเจา้ ทรงสอนไว้ลึกซ้ึงย่ิงกวา่ นัน้ พระพุทธเจา้ สอนให้รักและเคารพในทิศ ๖" ซ่ึงหมายถึง บุคคล
ต่าง ๆ " ท่ีเราต้องเก่ียวข้องสัมพันธ์ทางสังคม ท่านสอนว่า ผู้ท่ีเราควรให้ความรัก ความเคารพและ
สานึกในบุญคุณน้ันเปรียบได้ดังทิศที่อยู่รอบตัว หากจะให้เรานึกถึงทิศที่อยู่รอบตัว เราคงนึกได้
เพยี ง ๔ ทิศ คอื ทิศเบ้ืองหนา้ ทศิ เบื้องหลัง ทิศเบอ้ื งซ้าย และทิศเบ้อื งขวา
แต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ลึกซึ้งกว่านั้นว่ายังมีทิศเบื้องล่างและทิศเบ้ื องบนอีก
๒ ทศิ รวมทัง้ หมดเปน็ ทิศ ๖
หลกั ปฏิบตั ติ อ่ ทิศท้ัง ๖
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ในอริยวินัย มีการนอบน้อมทิศท้ังหกอย่างไรพระเจ้าข้า ! พระองค์จงทรง
แสดงธรรมท่ีเปน็ การนอบนอ้ ม ทิศทง้ั หกในอรยิ วนิ ยั เถิด”
คหบดีบุตร ! พึงทราบว่า ทิศท้ังหกเหล่านี้ มีอยู่คือพึงทราบว่า มารดาบิดา เป็นปุรัตถิมทิศ (ทิศเบ้ือง
หน้า) พึงทราบว่าอาจารย์ เป็นทักขิณทิศ (ทิศเบ้ืองขวา), พึงทราบว่าบุตรภรรยา เป็นปัจฉิมทิศ (ทิศ
เบื้องหลัง), พงึ ทราบว่ามติ รสหาย เป็นอุตตรทศิ (ทศิ เบ้อื งซา้ ย), พงึ ทราบวา่ ทาสกรรมกร เป็น
เหฏฐมิ ทศิ (ทศิ เบื้องต่า), พึงทราบว่าสมณพราหมณ์ เปน็ อปุ ริมทิศ (ทิศเบื้องบน).
หน้าท่ีทีพ่ ึงปฏิบตั ติ อ่ ทิศเบ้ืองหน้า
คหบดีบุตร ! ทิศเบื้องหนา้ คอื บิดามารดา อันบตุ รพงึ ปฏิบัติตอ่ โดยฐานะ ๕ ประการ ดงั น้ีวา่ :-
(๑) ทา่ นเลยี้ งเราแลว้ เราจกั เลย้ี งทา่ น
(๒) เราจักทากจิ ของทา่ น
(๓) เราจักดารงวงศ์สกลุ
(๔) เราจกั ปฏบิ ัติตนเปน็ ทายาท
(๕) เม่อื ทา่ นทากาละล่วงลับไปแล้ว เราจักกระทาทกั ษิณาอทุ ศิ ท่าน
คหบดบี ุตร ! ทศิ เบอ้ื งหนา้ คอื บิดามารดา อนั บุตรพงึ ปฏบิ ัติต่อโดยฐานะ ๕ ประการเหลา่ นีแ้ ล้ว
ย่อมอนเุ คราะห์บตุ รโดยฐานะ ๕ ประการ คอื :-
(๑) หา้ มเสียจากบาป
(๒) ให้ต้งั อยใู่ นความดี
(๓) ใหศ้ ึกษาศลิ ปะ
(๔) ให้มีคู่ครองที่สมควร
(๕) มอบมรดกให้ตามเวลา
เมอ่ื เป็นดงั นี้ ทศิ เบื้องหน้านน้ั เปน็ อนั ว่ากุลบุตรน้ันปดิ กั้นแลว้ เป็นทศิ เกษม ไมม่ ีภยั เกิดข้ึน.
ถ้าเราได้ปฏิบัติได้ดังท่ีกล่าวมาแล้วก็จะเป็นกุศลจิต ที่ดีต่อบิดามารดา ทาให้มีความเจริญรุ่งเรืองและ
ก้าวหนา้ ในชีวติ
หนา้ ที่ท่พี งึ ปฏิบตั ิตอ่ ทิศเบ้อื งขวา
คหบดบี ตุ ร ! ทศิ เบื้องขวา คอื อาจารย์ อันศษิ ยพ์ งึ ปฏิบัตติ ่อโดยฐานะ ๕ ประการ คอื :-
(๑) ดว้ ยการลกุ ขน้ึ ยนื รับ
(๒) ด้วยการเข้าไปยนื คอยรับใช้
(๓) ดว้ ยการเชือ่ ฟงั อยา่ งย่ิง
(๔) ด้วยการปรนนบิ ัติ
(๕) ดว้ ยการศึกษาศลิ ปวิทยาโดยเคารพ
คหบดีบุตร ! ทิศเบื้องขวา คือ อาจารย์ อนั ศษิ ย์ปฏบิ ัตติ ่อโดยฐานะ ๕ ประการเหล่าน้ีแล้ว
ย่อมอนุเคราะหศ์ ษิ ย์โดยฐานะ ๕ ประการ คอื :-
(๑) แนะนาดี
(๒) ให้ศึกษาดี
(๓) บอกศลิ ปวิทยาส้ินเชงิ
(๔) ทาใหเ้ ป็นที่ร้จู กั ในมิตรสหาย
(๕) ทาการคุม้ ครองใหใ้ นทศิ ทัง้ ปวง
เมือ่ เป็นดงั นี้ ทศิ เบอื้ งขวานนั้ เป็นอนั ว่ากลุ บุตรนนั้ ปดิ ก้นั แลว้ เปน็ ทิศเกษม ไม่มภี ัยเกดิ ขึน้ .
การท่ีเราเปน็ ศิษย์ ตอ้ งรจู้ กั บญุ คณุ ของคณุ ของครอู าจารย์ในฐานะท่ีท่านเหล่านั้นได้ประสิทธ์ประสาท
วิชาความรู้ ทาให้เราได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ รอบตัว ดังนั้นการรู้จักบุญคุณของครูอาจารย์จึงป็นสิ่งท่ี
ประเสรฐิ
หน้าท่ที ่พี ึงปฏบิ ตั ติ อ่ ทิศเบ้ืองหลงั
คหบดีบตุ ร ! ทิศเบื้องหลัง คอื ภรรยา อันสามพี งึ ปฏิบัติตอ่ โดยฐานะ ๕ ประการ คือ :-
(๑) ดว้ ยการยกยอ่ ง
(๒) ดว้ ยการไม่ดูหม่นิ
(๓) ดว้ ยการไมป่ ระพฤตนิ อกใจ
(๔) ดว้ ยการมอบความเปน็ ใหญ่ในหน้าทใ่ี ห้
(๕) ด้วยการใหเ้ ครอ่ื งประดับ
คหบดีบตุ ร ! ทศิ เบ้ืองหลัง คอื ภรรยา อนั สามีปฏบิ ตั ิตอ่ โดยฐานะ ๕ ประการเหล่าน้ีแลว้
ย่อมอนุเคราะห์สามโี ดยฐานะ ๕ ประการ คือ :-
(๑) จัดแจงการงานดี
(๒) สงเคราะห์คนขา้ งเคยี งดี
(๓) ไม่ประพฤตินอกใจ
(๔) ตามรกั ษาทรพั ยท์ ่ีมีอยู่
(๕) ขยนั ขันแขง็ ในการงานทั้งปวง
เมื่อเป็นดงั นี้ ทศิ เบ้ืองหลังนั้น เปน็ อนั ว่ากุลบุตรนน้ั ปิดก้นั แลว้ เป็นทิศเกษม ไม่มีภัยเกิดขึ้น.
การปฏิบตั ิทด่ี ีต่อคู่ครองเปน็ สง่ิ ทตี่ ้องทาเป็นอย่างยิ่ง เพราะคคู่ รองที่ดีจะช่วยส่งเสรมิ ให้เกิด
ความกา้ วหน้าในหน้าทีก่ ารงาน และที่สาคัญคือต้องซอ่ื สัตย์ตอ่ กันละกัน
หน้าท่ีทพ่ี ึงปฏิบตั ติ อ่ ทิศเบ้อื งซา้ ย
คหบดีบตุ ร ! ทศิ เบ้ืองซา้ ย คือ มิตรสหาย อันกุลบุตรพึงปฏิบตั ิต่อโดยฐานะ ๕ ประการ คือ :-
(๑) ด้วยการให้ปนั
(๒) ดว้ ยการพดู จาไพเราะ
(๓) ดว้ ยการประพฤตปิ ระโยชน์
(๔) ดว้ ยการวางตนเสมอกนั
(๕) ด้วยการไม่กล่าวคาอนั เป็นเครื่องใหแ้ ตกกัน
คหบดบี ุตร ! ทิศเบือ้ งซา้ ย คอื มติ รสหาย อันกลุ บตุ รปฏิบัติต่อโดยฐานะ ๕ ประการเหล่าน้แี ลว้
ยอ่ มอนุเคราะหก์ ลุ บตุ รโดยฐานะ ๕ ประการ คอื :-
(๑) รกั ษามิตรผูป้ ระมาทแลว้
(๒) รกั ษาทรัพยข์ องมิตรผปู้ ระมาทแลว้
(๓) เป็นท่พี งึ่ แก่มติ รเมื่อมีภัย
(๔) ไม่ทอดทิง้ ในยามมอี ันตราย
(๕) นบั ถอื สมาชกิ ในวงศ์ของมิตร
เมอื่ เปน็ ดังน้ี ทศิ เบ้ืองซา้ ยน้นั เป็นอนั ว่ากุลบุตรนน้ั ปิดกนั้ แล้วเป็นทิศเกษม ไมม่ ีภยั เกดิ ขน้ึ .
การมเี พอ่ื นท่ดี ี และการเปน็ เพ่ือนทดี่ ขี องผู้อ่ืน จะทาให้ชวี ิตอยู่ดมี คี วามสขุ ไม่ตอ้ งกลวั ว่าเพอ่ื นจะทา
รา้ ย หรือหักหลังเรา
หน้าท่ที ีพ่ งึ ปฏบิ ตั ิต่อทศิ เบอ้ื งต่า
คหบดีบุตร ! ทศิ เบอ้ื งต่า คอื ทาสกรรมกร อนั นายพึงปฏิบตั ติ อ่ โดยฐานะ ๕ ประการ คือ :-
(๑) ดว้ ยใหท้ าการงานตามกาลัง
(๒) ด้วยการให้อาหารและรางวลั
(๓) ดว้ ยการรักษาพยาบาลยามเจ็บไข้
(๔) ดว้ ยการแบง่ ของมรี สประหลาดให้
(๕) ดว้ ยการปล่อยให้อสิ ระตามสมัย
คหบดีบุตร ! ทศิ เบ้ืองตา่ คอื ทาสกรรมกร อนั นายปฏบิ ัติตอ่ โดยฐานะ ๕ ประการเหลา่ น้ีแล้ว
ยอ่ มอนเุ คราะหน์ ายโดยฐานะ ๕ ประการ คือ :-
(๑) เปน็ ผูล้ กุ ขึ้นทางานก่อนนาย
(๒) เลิกงานทหี ลังนาย
(๓) ถอื เอาแตข่ องทีน่ ายให้
(๔) กระทาการงานใหด้ ีท่สี ดุ
(๕) นาเกยี รตคิ ณุ ของนายไปร่าลือ
เมอ่ื เปน็ ดังน้ี ทศิ เบื้องตา่ นัน้ เปน็ อันว่ากุลบตุ รนั้นปดิ กน้ั แลว้ เปน็ ทศิ เกษม ไมม่ ภี ัยเกิดข้นึ .
การมีลกู นอ้ งท่ีดีจะทาให้การทางานของเราดีข้นึ และผทู้ วี่ างแผนการบรหิ ารลกู นอ้ ง ให้สามารถทางาน
แทนเราไดเ้ ป็นอย่างดี ถือว่ามีลาภอันประเสรฐิ
หน้าท่ีที่พงึ ปฏบิ ตั ติ อ่ ทศิ เบอ้ื งบน
คหบดีบุตร ! ทิศเบ้ืองบน คอื สมณพราหมณ์ อนั กุลบุตรพึงปฏิบัติต่อโดยฐานะ ๕ ประการ คือ :-
(๑) ดว้ ยเมตตากายกรรม
(๒) ดว้ ยเมตตาวจีกรรม
(๓) ด้วยเมตตามโนกรรม
(๔) ด้วยการไมป่ ิดประตู (คอื ยนิ ดตี อ้ นรับ)
(๕) ดว้ ยการคอยถวายอามิสทาน
คหบดบี ุตร ! ทศิ เบือ้ งบน คอื สมณพราหมณ์ อันกลุ บุตรปฏิบัตติ อ่ โดยฐานะ ๕ ประการเหล่าน้แี ลว้
ย่อมอนุเคราะหก์ ุลบุตรโดยฐานะ ๖ ประการ คือ :-
(๑) ห้ามเสียจากบาป
(๒) ให้ตั้งอยู่ในความดี
(๓) อนเุ คราะห์ด้วยใจอันงดงาม
(๔) ให้ฟังในสิ่งทไี่ มเ่ คยฟงั
(๕) ทาสิ่งทไ่ี ดฟ้ งั แล้วให้แจม่ แจ้งถึงท่สี ุด
(๖) บอกทางสวรรคใ์ ห้
เมอ่ื เป็นดังน้ี ทิศเบ้ืองบนนั้น เปน็ อันว่ากุลบตุ รนั้นปิดกัน้ แลว้ เปน็ ทศิ เกษม ไม่มภี ัยเกดิ ขน้ึ .
การปฎบิ ัติตนให้อยใู่ นศีลธรรมทีด่ อี ยา่ งสม่าเสมอ ทั้ง กาย วาจา ใจ จะทาใหม้ ีความสขุ และมจี ิตใจทด่ี ี
งาม เป็นผู้ทร่ี จู้ กั ทีจ่ ะฟังแลว้ นาไปคิด ก่อนทจ่ี ะพดู เสมอ
อย่างไรกด็ ี เพราะชีวิตคนเราเกดิ มาล้วนต้องประสบพบเจอกบั บุคคลทง้ั ๖ ทศิ น้ีอยูแ่ ลว้ จึง
ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งที่ท่แี ปลกประหลาดแตอ่ ยา่ งไร ซ้ายงั เปน็ เร่อื งทีจ่ าเปน็ อย่างมากเพ่อื ให้สามารถดารงใชช้ วี ิต
และประพฤตปิ ฏิบัติตัวตามหน้าท่ตี อ่ ทศิ ทั้ง ๖ ได้อยา่ งไมข่ าดตกบกพร่องนน่ั เอง
ปล.ขอขอบคณุ นายทหารทา่ นนน้ั ที่ได้แนะนาในสิ่งทด่ี ๆี ครบั By แก้ว