The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pitchamon17012550, 2022-12-15 04:57:58

มหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก

pdf_20221214_214858_0000

มหาชาติหรือ
มหาเวสสันดรชาดก

สมาชิกในกลุ่ม
นายชัยวัฒน์ รอดเพ็ชร (๕)

นายพีรวัส อิ่มสิน (๘)
นางสาวผกามาส แสงมณี (๒๑)
นางสาวปัณณพร ไพรเถื่อน (๒๗)
นางสาวปิยะนาถ ทองหล่อ (๒๘)
นางสาวพิชชามณธุ์ บ่วงนาค (๒๙)
นางสาววริศรา จันทร์มั่นคง (๓๐)
นางสาวสโรชา ปานมณี (๓๒)

มัธยมศึกษาปีที่ ๔ / ๑๐

ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา
ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒

เสนอ

คุณครูสุชาติ พิบูลย์วรศักดิ์


คำนำ

หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๓๑๑๐๒
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ศึกษามหาชาติ เรื่อง
มหาเวสสันดรชาดก โดยผ่านการสรุปเนื้อหาจากเว็บไซต์และหนังสือเรียน ซึ่ง
เป็นชาดกเรื่องหนึ่งในทศชาติชาดก ที่กล่าวถึงทศชาติชาดก พระชาติสุดท้าย
ของพระโพธิสัตว์ ในการบำเพ็ญ ทานบารมี

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อ่าน
หากมีข้อเสนอหรือผิดพลาดประการใดทางผู้จัดทำขอน้อมรับและขออภัยมา
ณ ที่นี้

คณะผู้จัดทำ


สารบัญ ก

คำนำ
ประวัติผู้เเต่ง ๒
ที่มาของเรื่อง ๓
ลักษณะคำประพันธ์ ๓
จุดมุ่งหมายในการเเต่ง ๔
กัณฑ์ที่ ๑ ๕
กัณฑ์ที่ ๒ ๖
กัณฑ์ที่ ๓ ๗
กัณฑ์ที่ ๔ ๘
กัณฑ์ที่ ๕
กัณฑ์ที่ ๖ ๙
กัณฑ์ที่ ๗ ๑๐
กัณฑ์ที่ ๘ ๑๑
กัณฑ์ที่ ๙ ๑๒
กัณฑ์ที่ ๑๐ ๑๓


สารบัญ ๑๔
๑๕
กัณฑ์ที่ ๑๑ ๑๖
กัณฑ์ที่ ๑๒ ๑๗ - ๑๙
กัณฑ์ที่ ๑๓ ๒๐
วิจารณ์ตัวละคร ๒๑
ฝนโบกขรพรรษ ๒๒
ทศชาติ
ข้อคิดที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน


ผู้เเต่ง

๑. เจ้าพระยาพระคลัง(หน) ๒. สำนักวัดสังข์จาย

พระราชนิพนธ์ ในมหาเวสสันดร นิพนธ์ในมหาเวสสันดร

ชาดก ๒ กัณฑ์ คือ มัทรี กุมาร ชาดก ๑ กัณฑ์ คือ ชูชก

๓. สำนักวัดถนน ๔. พระเทพโมลี ( กลั่น )

นิพนธ์ในมหาเวสสันดร นิพนธ์ในมหาเวสสันดรชาดก ๑
ชาดก ๑ กัณฑ์ คือ ทานกัณฑ์ กัณฑ์ คือ มหาพน

๕. พระบาทสมเด็จพระจอมเก้าเจ้า ๖. กรมสมเด็จพระปรมานุชิต ๑
อยู่หัวฯ ชิโนรส

พระราชนิพนธ์ในมหาเวสสันดร พระราชนิพนธ์ ในมหาเวสสันดร
ชาดก ๓ กัณฑ์ คือ วนปเวสนื จุลพน ชาดก ๔ กัณฑ์ คือ ทศพร หิมพานต์
สักบรรพ มหาราช นครกัณฑ์


ที่มาของเรื่อง

ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา
ในรัชกาลของพระเจ้าทรงธรรม โปรดให้แต่งเรื่องเวสสันดรชาดกเป็นคํา
ประพันธ์ สําหรับราชบัณฑิตใช้สวดในเทศกาลเข้าพรรษา ประกอบด้วย
ร่าย และกาพย์ ปะปนกันเป็นวรรณคดีเรื่องสำคัญ เรียกว่า กาพย์
มหาชาติ ซึ่งไม่ได้ใช้สําหรับการเทศน์มหาชาติอย่างในปัจจุบัน จนมาถึง
สมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ ๒
มีพระราชดำริให้แต่งเรื่องมหาชาติ สำหรับพระสงฆ์ใช้แสดงพระธรรม
เทศนาที่เรียกว่า เทศน์มหาชาติ ทรงเห็นว่า ภาพมหาชาติ แห่งใน
รัชกาลพระเจ้าทรงธรรม และบทเทศน์มหาชาติแบบร่ายยาว
จํานวนอื่น ๆ ในสมัยอยุธยา คงสูญหายหรือกระจัดกระจายไปก็โปรดฯ
ให้มีการประชุมทวี เพื่อประพันธ์ บทเทศน์มหาชาติท่านองหลวง ซึ่ง
ต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับพุทธประวัติเป็นอย่างดี


ลักษณะคำประพันธ์

ลักษณะคําประพันธ์ประเภทร่ายยาว ขึ้นต้นด้วยคําภาษา
บาลีเดิมและประพันธ์ร้ายยาวภาษาไทยขยายความ โดยในแต่
วรรคสามารถมีได้ตั้งแต่ ๕-๑๒ คำ และไม่จำกัดจำนวนวรรค ซึ่ง
วรรคสุดท้ายต้องสัมผัสคำใดก็ได้ในวรรคถัดไป ยกเว้นกรณีคำ
สุดท้ายเป็นคำสร้อย

จุดมุ่งหมายในการเเต่ง

เพื่อใช้เทศน์ให้ประชาชนฟัง มหาเวสสันดรชาดก แต่งขึ้น
เพื่อใช้เทศน์มหาชาติ เนื่องจากร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกเป็น
ชาดกเรื่องใหญ่ที่สุด เป็นชาติที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระ
เวสสันดรซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนจะประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัต-
ถะ แล้วเสด็จออกผนวชกระทั่งได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เป็นเรื่องราวในพระชาติที่เป็นพระเวสสันดรได้ทรงบำเพ็ญทศ
บารมี ครบทั้ง ๑๐ ประการ โดนเฉพาะอย่างยิ่ง ทานบารมี ซึ่ง
ทรงบริจาคบุตรทารทาน คือ บริจาคพระชาลี พระกัณหา และ
พระนางมัทรี จึงเป็นชาติที่สำคัญและยิ่งใหญ่ เรียกว่า
“มหาชาติ” หรือ “มหาเวสสันดรชาดก”


กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร

พระนางผุสดี เทพอัปสรสิ้นบุญ พระอินทร์จึงมอบพร ๑๐
ประการแก่ พระนาง คือ ขอให้ได้อยู่ในปราสาทสิริราชแห่งนครสีพี
จักษุดจนัยน์ตาเนื้อคิ้วดำสนิท มีพระนามว่า "ผุสดี" และมีโอรส
ประเสริฐเหนือกษัตริย์ทั้งหลายมีใจบุญ พระอุทรแบนราบเมื่อทรงครรภ์
มีถันงามอย่ารู้ค่าหย่อนยานและได้ปลดปล่อยนักโทษ
ข้อคิด : การทำบุญจัดให้สำเร็จสมประสงค์ต้องอธิษฐานตั้งเป้าชีวิต
ตนปรารถนาไว้จะสำเร็จดังตั้งใจ ผู้นั้นต้องมี ศีลสมบูรณ์ ทำดีรักษา
ดีเพิ่มพูนความดี จะไม่มีตกต่ำ


กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์

พระนางผุสดีได้จุติมาเกิดเป็นพระธิดาท้าว มัททราช และได้
อภิเษกสมรสกับท้าวสญชัยแห่งนครสีพี ประสูติพระโอรสนามว่า
"เวสสันดร" เมื่ออายุได้ ๑๖ ชันษา พระบิดาได้ยกราชสมบัติให้ครอบ
ครองและได้อภิเษกสมรสกับพระนางมัทรีมีพระโอรส คือ พระชาลี
พระธิดา คือ พระกัณหา ซึ่งพระเวสสันดรได้ให้ทานจํานวนมากและได้
มอบช้างปัจจัยนาคให้กับเมืองกาลิงรัฐ จึงถูกขับไล่
ข้อคิด : การทำดีมักมีอุปสรรคเพื่อนำความร่มเย็นมาสู่โลก


กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์

หลังพระเวสสันดรถูกขับไล่ออกจากนครสีพี ได้บริจาคทานครั้ง
ใหญ่ คือ สัตตสดกมหาทาน คือ ช้าง ม้า โคนม ทาสี ทาสา ขัตติย-
นารี เสื้อผ้าสุราบาน อย่างละ ๑๐๐ ชิ้น จากนั้นจึงเดินทางออกจาก
นครสีพี พร้อมพระนางมัทรีและโอรสธิดาระหว่างชายแดนนครสีพี พระ
เวสสันดรได้ให้รถม้าที่ประทับอยู่แก่พราหมณ์ที่ทูลขอ จากนั้นสี่กษัตริย์
จึงเดินเท้าไปยังเขาวงกต
ข้อคิด : เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมผังยอมเสียสละประโยชน์สุข
ส่วนตัว


กัณฑ์ที่ ๔ วนปเวสน์

เมื่อทั้งสี่กษัตริย์ได้เดินทางมาถึงนครเจตรัฐเจ้าเมืองออกมา
ต้อนรับและทูลเชิญพระเวสสันดรครองเมืองร่วมกัน แต่พระเวสสันดร
หมายมั่นในพระโพธิญาณจึงปฏิเสธ เจ้านครเจต รัฐจึงมอบหมายให้
พรานเจตบุตรอารักขา กษัตริย์ตลอดเวลา ๗ เดือนไม่ให้ผู้ใดมารบกวน
การบำเพ็ญภาวนาในอาศรมซึ่งพระวิษณุกรรมเนรมิต
ข้อคิด : การเป็นคนดี มีจิตเมตตาต่อผู้อื่นยามยากลำบากย่อมมี
ผู้ค้ำจุนช่วยเหลือ


กัณฑ์ที่ ๕ ชูชก

ชูชก พราหมณ์ผู้มีอาชีพขอทาน ได้นางอมิตดาบุตรสาวของ
เพื่อนเป็นภรรยา นางใช้ให้ชูชกไปขอสองกุมาร ชูชกเดินทางไปสืบข่าว
ในแคว้นวิราษฎร์ สามารถหลบหลีกการทําร้ายของชาวเมือง เดินทาง
ไปเขาวงกตจนพบสุนัขของพรานเจตบุตรผู้คอยเฝ้าอารักขาอยู่ปากทาง
เข้าป่าหิมะพานต์ ฝูงสุนัขไล่กัดชูชก จนชูชกหนีขึ้นไปหลบบนต้นไม้
ข้อคิด : ไม่ควรฝากของสําคัญใด ๆ ก็ตามไว้กับผู้อื่น


กัณฑ์ที่ ๖ จุลพน

พรานเจตบุตร เห็นท่าไม่ดี เกรงพราหมณ์เฒ่าจะเข้าไปรบกวน
พระเวสสันดร จึงยกหน้าไม้จะยิงชูชกให้ตาย แต่ชูชกหลอกลวงพราน
เจตบุตรให้บอกทางไปเขาวงกต ว่าตนเป็นราชทูตของพระเจ้ากรุงสญชัย
กำลังจะเข้าไปเชิญพระเวสสันดรกลับเมือง เพราะพระเจ้ากรุงสญชัย
ทรงอภัยโทษแล้ว พรานเจตบุตรหลงเชื่อ จึงบอกทางและมอบเสบียง
ทางให้อีกด้วย
ข้อคิด : ไม่ควรเชื่อคําคนง่าย ๆ หากไม่มีหลักฐานควรไตร่ตรองให้ดี
คิดก่อนทำ


กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน

เมื่อชูชกเดินทางไปถึงอาศรมของจุดฤๅษีก็ขอให้ จุตฤาษีบอกทาง
ไปเขาวงกต จุตฤๅษีไม่พอใจ แต่ชูชกหลอกล้อจนจุดฤๅษีให้ที่พักหนึ่งคืน
เลี้ยงต้อนรับและรุ่งเช้าก็บอกเส้นทางไปยังเขาวงกต
ข้อคิด : ควรเชื่อคำพูดผู้อื่นง่าย ๆ ต้องมีความฉลาดและเฉลียว

๑๐


กัณฑ์ที่ ๘ กุมาร

เมื่อชูชกมาถึงอาศรมของพระเวสสันดร ได้เห็นพระนางมัทรีจึง
ยังไม่เข้าไปขอกุมารทั้งสองและในคืนนั้นพระนางมัทรีได้ฝันเหมือนเป็น
ลางบอกเหตุแห่งการพลัดพราก พระนางมัทรีจึงขอให้พระเวสสันดรทํา
นายให้ แต่พระเวสสันดรทํานายเสี่ยง เมื่อนางมัทรีเข้าป่าไปหาอาหาร
ชูชกจึงเข้าไปทูลขอสองกุมาร สองกุมารจึงพากันไปซ่อนที่สระบัว
พระเวสสันดรจึงติดตามสองกุมารและมอบให้แก่ชูชก
ข้อคิด : ควรพูดความจริง และซื่อตรงต่อผู้อื่น

๑๑


กัณฑ์ที่ ๙ มัทรี

เมื่อพระนางมัทรีกลับจากป่าหาผลไม้ ไม่เห็นพระกัณหาชาลี จึง
ทูลอ้อนวอนถามพระเวสสันดร แต่พระเวสสันดรไม่ทรงตอบ เพราะเห็น
ว่าพระนางกําลังเหนื่อยมา พอทราบว่าพระลูกรักพลัดพรากจากไป
เกรงว่าจะเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นจากความโศกเศร้า

พระนางมัทรีออกตามหากัณหาชาลีตลอดคืนยันรุ่งจนรู้สึก
เหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างที่สุดจนสลบไป พระเวสสันดรจึงยกพระเศียรนาง
ขึ้นวางบนตัก แล้วเอาน้ำรดพระอุระเมื่อพระนางฟื้นคืนมาจึงตรัสบอก
ความจริงและ ขอให้พระนางอนุโมทนาสาธุการในปุตตทานครั้งนี้ด้วย
ข้อคิด : ความรักของพ่อแม่เป็นความรักที่บริสุทธิ์เหนือเหตุผลใด

๑๒


กัณฑ์ที่ ๑๐ สักกบรรพ

กล่าวถึงท้าวสักกเทวราช คือ พระอินทร์ เกรงว่า ใครจะมาขอ
พระนางมัทรี พระเวสสันดรก็จะประทานให้อีกจึงจําแลงกายเป็น
พราหมณ์มาขอไว้ก่อนเมื่อพระเวสสันดรหลั่งน้ำให้แล้ว พราหมณ์จึงขอ
ฝากไว้ก่อนพระนางมัทรีก็อนุโมทนาจัดว่าเป็นทานบารมีอันยิ่งใหญ่ เป็น
เหตุให้เกิดปฐพีสั่นไหวไปทั่วท้าวสักกเทวราชจึงสําแดงกายให้ปรากฏและ
ให้พระเวสสันดรขอพรได้ ๘ ประการ
ข้อคิด : การทํากิจการทำกิจใด ๆ ให้สำเร็จผู้บริหารย่อมต้องมีผู้ช่วย
ที่เฉลียวฉลาด

๑๓


กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช

เมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่โคนต้นไม้
ส่วนตนปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้ เหล่าเทวดาจึงแปลงร่างลงมาปกป้อง
สองกุมาร จนเดินทางถึงกรุงสีพีเกิดนิมิตฝันตามคําทํานายยังความ
ปีติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลงหน้าลานหลวงตอนรุ่งเช้า ทอดพระเนตรเห็น
ชูชกพากุมารทั้งสองพระองค์ ทรงทราบความจริงจึงพระราชทานค่าไถ่
คืนต่อมาชูชกก็ผตักษัยด้วยเพราะเตโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจึงได้ทูลขอให้ไป
รับพระบิดาพระมารดานิวัติพระนคร ในขณะเดียวกันเจ้านครกาลิงค-
รัฐได้โปรดคืนช้างปัจจัยนาคแก่นครสีพี
ข้อคิด : คนตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับการปกป้อง
คุ้มครอง

๑๔


กัณฑ์ที่ ๑๒ ฉกษัตริย์

กล่าวถึงพระเจ้าสญชัยที่สั่งให้พระชาลีทรงช้างปัจจัยนาค
นำกองทัพมารับพระเวสสันดร เมื่อหกกษัตริย์ ได้พบกันก็บังเกิด
ความรู้สึกทั้งดีพระทัยและเศร้าโศก จากนั้นทรงกรรแสงสุด
ประมาณจนสลบไปทําให้ป่าใหญ่สนั่นครั่นครืน

พระอินทร์ได้ทรงบันดาลฝนโบกขรพระประพรมทั้งหก
กษัตริย์ และเหล่าทหารของกองทัพให้หายเศร้า
ข้อคิด : การข่มใจเป็นคุณธรรมของผู้ใหญ่ที่ควรมีแม้ว่า
พระเวสสันดรจะยินดีว่า พระราชบิดามารับกลับพระนครแต่
พระองค์ก็คงจิตให้สงบได้

๑๕


กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์

กล่าวถึงพระเวสสันดรได้รับมาทูลเชิญให้ลาผนวช (สึก)
เพื่อรับราชสมบัติและให้ทำพิธีราชาภิเษกในบริเวณพระอาศรมแล้ว
จึงทรงช้างปัจจัยนาค เดินทางกลับนครสีพีบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ที่
เคยได้อาศัยร่มบารมี คุ้มครองป้องกันอันตรายภัยพิบัติต่างพากัน
เศร้าโศกเสียใจเมื่อพระเวสสันดรกลับมาครองพระนครก็มีห่าฝน-
สัตตรัตนมาศตกไปทั่วพระนคร ให้เป็นทานแก่ชนทั้งหลาย
พระเวสสันดร ครองนครสีพีจนพระชนมายุ ๑๒๐ พรรษาก็
สวรรคต ไปบังเกิดในดุสิตเทวโลก
ข้อคิด : การใช้ธรรมะในการปกครองย่อมทำให้เกิดความสงบ

๑๖


วิจารณ์ตัวละคร

พระเวสสันดร

เป็นแบบอย่างของผู้เสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อ
ประโยชน์ของส่วนรวม มุ่งบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของ

ประชาชนเป็นที่ตั้ง ยอมเสียสละความสุขส่วน
พระองค์ แม้จะทุกข์ก็ไม่หวั่น เป็นแบบอย่างของ
บุคคลผู้ไม่ยึดติดอำนาจวาสนา รู้ซึ้งถึงโลกธรรมที่
ว่า "ยามมียศ เขาก็ยก ยามต่ำตกเขาก็หยาม" หา

ได้หวั่นไหวหรือล้มเลิกบำเพ็ญบารมีไม่

พระนางมัทรี

เป็นแม่แบบของภรรยาผู้มีลักษณะ
เป็นกัลยาณมิตรของสามี สนับสนุน
เป้าหมายชีวิตอันประเสริฐที่สามีได้ตั้ง
ไว้ และยังเป็นแบบอย่างของภรรยา
ตามทัศนะของคนตะวันออก เช่น

ปฏิบัติดูแลเรื่องข้าวปลาอาหาร
เป็นต้น ทรงคุณธรรมสำคัญ คือ

"ซื่อตรง จงรัก หนักแน่น"

๑๗


วิจารณ์ตัวละคร

พระชาลี - พระนางกัณหา

เป็นแบบอย่างของลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่
เข้าใจในเจตนาแห่งการประพฤติธรรม
เพื่อประโยชน์ของคนหมู่มากของพ่อ

คือ พระเวสสันดร

ชูชก

เป็นตัวอย่างของคนที่ติดอยู่ใน
กามคุณเข้าลักษณะว่า "วัวแก่กิน
หญ้าอ่อน" ต้องตกระกำลำบากใน
ยามชรา เพราะ "รักสนุก จึงต้อง

ทุกข์ถนัด" ตำราหิโตปเทศว่า"
ความรู้เป็นพิษเพราะเหตุไม่ใช้
ปราสาทเป็นพิษเพราะคนเข็ญใจ
อาหารเป็นพิษเพราะไฟธาตุไม่ย่อย
เมียสาวเป็นพิษเพราะผัวแก่"

๑๘


วิจารณ์ตัวละคร

พระเจ้ากรุงสัญชัย-พระนางผุสดี

เป็นแบบอย่างของนักปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็น
ประมุข ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ รู้จักผ่อนผันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

ไม่เว้นแก่พวกพ้อง แม้จะเป็นพระโอรสก็ตาม

๑๙


ฝนโบกขรพรรษ

ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพระประยูรญาติ เมื่อพระองค์
เสด็จถึงพระนครกบิลพัสดุ์แล้ว ฝ่ายพระประยูรญาติมีพระเจ้า-
สุทโธทนะเป็นประธานเสด็จมาต้อนรับ ต่างก็ยังมีทิฐิมานะแรง
กล้าไม่ยอมนอบน้อมนมัสการพระบรมศาสดา ด้วยเห็นว่า
พระพุทธองค์มีวัยอ่อนกว่าตนพระพุทธองค์ได้ทอดพระเนตรเห็น
เหตุดังนั้น จึงทรงแสดงปาฏิหาริย์เสด็จลอยขึ้นไปจงกรมอยู่บน
อากาศ ให้ธุลีละอองพระบาทหล่นลงมาบนพระเศียรเหล่า
พระประยูรญาติลำดับนั้นหมู่พระประยูรญาติต่างพากันคลาย
ทิฐิมานะประคองอัญชลีนมัสการชื่นชมโสมนัสด้วยบุญญาภินิหาร
ของพระพุทธองค์ ขณะนั้น “ฝนโบกขรพรรษ” ก็ตกลงมาเป็นที่
น่าอัศจรรย์

ลักษณะของฝนโบกขรพรรษ

๑. น้ำฝนมีสีแดงดังเท้านกพิราบ เสียงสนั่นลั่นออกไปดังสายฝน
ธรรมดา

๒. ผู้ใดปรารถนาจะให้เปียกกายจึงจะเปียก หากมิได้ปรารถนาแม้แต่
เม็ดหนึ่งก็มิได้เปียก

๓. เมื่อถูกกายแล้วจะหล่นสู่พื้นดินเสมือนหยาดน้ำที่ตกลงสู่ใบบัวแล้ว
กลิ้งตกลงไปฉะนั้น

๔. ไม่เจิ่งนองพื้นดิน เมื่อตกลงแล้วก็ซึมหายไปในแผ่นดินทันที

๒๐


ทศชาติ

๑. เตมียชาดก ทรงบำเพ็ญ เนกขัมมบารมี
๒. มหาชนกราชชาดก ทรงบำเพ็ญ วิริยะบารมี
๓. สุวรรณสามชาดก ทรงบำเพ็ญ เมตตาบารมี
๔. เนมิราชชาดก ทรงบำเพ็ญ อธิษฐานบารมี
๕. มโหสถชาดก ทรงบำเพ็ญ ปัญญาบารมี
๖. ภูริทัตชาดก ทรงบำเพ็ญ ศีลบารมี
๗. จันทกุมารชาดก ทรงบำเพ็ญ ขันติบารมี
๘. พระนารถชาดก ทรงบำเพ็ญ อุเบกขาบารมี
๙. วิฑูรชาดก ทรงบำเพ็ญ สัจบารมี
๑๐. เวสสันดรชาดก ทรงบำเพ็ญ ทานบารมี

๒๑


ข้อคิดที่สามารถนำไป
ใช้ในชีวิตประจำวัน

๑. ต้องทำความดี
๒. รู้จักการเสียสละ
๓. ส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว
๔. เลือกคบเพื่อนที่ดี
๕. รู้จักคิดให้รอบคอบ
๖. เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่

๒๒


บรรณานุกรม

มหาเวสสันดรชาดก. (๒๕๖๐). สืบค้นเมื่อ ๙ ธันวาคม
๒๕๖๕, จาก http://fatinwang.blogspot.
com/2017/11blog-post_96.html?m=1.

อารมณ์ มงคลลักษณ์. (๒๕๔๕). ทศชาติ. สืบค้นเมื่อ

๙ ธันวาคม ๒๕๖๕, จากhttp
s://www.nectec.

or.th/schoolnet/library/create-web/10000
/religion/10000-6053.html.

จิรวรรณ อนุชาติ และคณะ. (๒๕๕๔). มหาเวสสันดรชาดก
กัณฑ์มัทรี. สืบค้นเมื่อ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๕, จาก
https://sites.google.com/site/kanipa031/neux-
reuxng-yx.

ทศชาติชาดกและพุทธประวัติ. (๒๕๕๙). สืบค้นเมื่อ ๑๐ ธันวาคม
๒๕๖๕, จาก https://kalyanamitra.org/th/article
_detail.php?i=12959.


Click to View FlipBook Version