13. กฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและด าเนินการด้านความ ปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการ ตกแต่งท่สีูงและท่ลีาดชันจากวัสดุกระเดน ็ ตกหล่นและพังทลายและจากการตกลงไปใน ภาชนะเก็บหรือรับรองวัสดุ พ.ศ. 2564 ท างานที่สูง หมายความว่า การท างานในพื ้นที่ปฏิบัติงานที่สูงจากพื ้นดินหรือจากพื ้นอาคารตั ้งแต่ 2 เมตรขึ ้นไปซึ่งลูกจ้างจะพลัดตกลงมาได้ 1. จัดให้มีข้อบังคับและขั ้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยในที่สูงที่ลาดชัน ที่อาจมีการกระเด็นตกหล่น หรือพังทลายของวัสดุสิ่งของและ ที่อาจท าให้ลูกจ้างพัดตกลงไปในภาชนะเก็บของรองรับวัสดุรวมทั ้งต้องอบรม หรือชี ้แจงให้ลูกจ้างทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงานและเก็บส าเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้พนักงานตรวจสอบความ ปลอดภัยตรวจสอบได้ 2. จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานเหมาะสมกับการท างานและลักษณะของ อันตรายที่อาจเกิดขึ ้นได้ตลอดเวลาที่ลูกจ้างท างานและจัดให้มีการตรวจสอบสภาพก่อนการใช้งานทุกครั ้งและต้อง มีส าเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้พนักงานตรวจสอบความปลอดภัยตรวจสอบได้ 3. ราวกั ้นหรือรั ้วกั ้นตกต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตรแต่ไม่ถึง1. 10 เซนติเมตรโดยกรณีที่ใช้แผนทึบแทน ราวกั ้นหรือรั ้วกั ้นตกแผงทึบต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร 4. นายจ้างต้องไม่ให้ลูกจ้างท างานในที่สูงนอกอาคารหรือพื ้นที่เปิ ดโลกในขณะที่มีพายุลมแรงฝนตกหรือฟ้ าคะนอง การป้องกันอันตรายจากการตกจากท่สีูงและท่ลีาดชัน 1. การท างานในที่สูงนายจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้านหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมกับสภาพของการท างานในที่สูง 2. การท างานในที่สูงตั ้งแต่ 4 เมตรขึ ้นไปนายจ้างต้องจัดท าราวกั ้นหรือรั ้วกั ้นตกตาข่ายนิรภัยหรืออุปกรณ์ป้ องกันอื่น ที่เหมาะสมกับสภาพของการท างานทั ้งนี ้ต้องจัดให้มีการใช้เข็มขัดนิรภัยหรือเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตตลอดการ ท างาน 3. กรณีที่มีโป่ งหรือช่องเปิ ดต่างๆซึ่งอาจท าให้ลูกจ้างพัดตกลงไปได้ต้องจัดท าฝาปิ ดที่แข็งแรงราวกั ้นรั ้วกั ้นตกหรือแผง ทึบพร้อมทั ้งติดป้ ายเตือนอันตรายให้ชัดเจน 4. นายจ้างต้องไม่ให้ลูกจ้างท างานในที่สูงนอกอาคารหรือพื ้นที่เปิ ดโลกในขณะที่มีพายุลมแรงฝนตกหรือฟ้ าคะนอง 51
การป้ องกันอันตรายจากวัสดุกระเด็นตกหล่นและพังทลาย 1. การล าเลียงวัสดุสิ่งของบนที่สูงต้องจัดให้มีรางปล่องเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมในการล าเลียง 2. ก าหนดเขตอันตรายในบริเวณพื ้นที่ที่อาจมีการกระเด็นตกหล่นหรือพังทลายของวัสดุสิ่งของและติดป้ ายเตือน อันตรายดังกล่าวพร้อมทั ้งจัดให้มีมาตรการควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัย 3. กรณีที่มีวัสดุสิ่งของอยู่บนที่สูงที่อาจกระเด็นตกหล่นหรือพังทลายลงมาได้ให้นายจ้างด าเนินการดังนี ้ O จัดท าขอบกั ้นของปกหรือมาตรการป้ องกันที่เหมาะสม O จัด ให้มีมาตรการควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ลูกจ้างตลอดระยะเวลาการท างาน O จัดเรียงวัสดุสิ่งของให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยท าผนังกั้นในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายวัสดุสิ่งของให้จัด มีมาตรการป้ องกันอันตรายจากการตกหล่นหรือพังทลายของวัสดุสิ่งของที่จะท าการเคลื่อนย้ายนั้นด้วย 4. กรณีที่มีการท างานในท่อช่องท้องบ่อที่อาจเกิดการพังทลายได้ให้จัดท าผนังกั ้นคล ้ายันที่สามารถป้ องกัน อันตรายได้ การป้ องกันอันตรายอันตรายจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ 1. นายจ้างต้องจัดให้มีสิ่งปิ ดกั ้นจัดท าราวกั ้นหรือรั ้วกั ้นตกที่มั่นคงแข็งแรงล้อมรอบภาชนะนั ้น หากไม่อาจ ด าเนินการได้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายชั่วชีวิตตลอดระยะเวลาการ ท างาน 2. กรณีภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุที่มีความสูงตั ้งแต่ 4 เมตรขึ ้นไปนายจ้างต้องจัดให้มีสิ่งปิ ดกั ้นจัดท าราวกั ้นหรือรั ้ว กั ้นปกที่มั่นคงแข็งแรงเหมาะสมกับสภาพของการท างานและต้องให้ลูกจ้างสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือ สายช่วยชีวิตตลอดระยะเวลาการท างานด้วย 52 13. กฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและด าเนินการด้านความ ปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการ ตกแต่งท่สีูงและท่ลีาดชันจากวัสดุกระเดน ็ ตกหล่นและพังทลายและจากการตกลงไปใน ภาชนะเก็บหรือรับรองวัสดุ พ.ศ. 2564
15.กฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและด าเนินการด้าน ความปลอดอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับนั่งร้านและค ้ายัน พ.ศ. 2564 นั่งร้าน หมายความว่า โครงสร้างชั่วคราวที่สูงจากพื ้นหรือพื ้นของอาคารหรือส่วนของสิ่งก่อสร้างส าหรับเป็ นที่รองรับ ผู้ท างานวัสดุหรือเครื่องมือและอุปกรณ์ ค ้ายัน หมายความว่า โครงชั่วคราวที่รองรับยึดโยงหรือเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างสิ่งก่อสร้างนั่งร้านแบบ หล่อคอนกรีตหรือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในระหว่างการก่อสร้างการติดตั ้งหรือการซ่อมบ ารุง 1. นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับงานนั่งร้านและค ้ายันและดูแลให้ ลูกจ้างสวมใส่ตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างท างาน 2. นายจ้างต้องจัดให้มีข้อบังคับและขั ้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยในการท างานกับนั่งร้าน หรือค ้ายัน รวมทั ้งต้องอบรมหรือชี ้แจงให้ลูกจ้างทราบก่อนปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดและต้องมีส าเนาเอกสารเพื่อให้พนักงาน ตรวจสอบได้ 4. นายจ้างต้องติดตั ้งหรือติดตั ้งป้ ายสัญลักษณ์เตือนอันตรายและเครื่องหมายป้ ายบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัย 5. ในการสร้างประกอบติดตั ้งทดสอบตรวจสอบใช้เคลื่อนย้ายหรือรื ้อถอนนั่งร้านและค ้ายันนายจ้างต้องปฏิบัติตาม รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตก าหนดไว้หากไม่มีรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน ต้องให้วิศวกรจัดท ารายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานเป็ นหนังสือและต้องมีส าเนาเอกสารเพื่อให้ พนักงานตรวจสอบได้ 6. นายจ้างต้องจัดให้มีการค านวณออกแบบและควบคุมการใช้นั่งร้านโดยวิศวกรตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ที่ก าหนด 7. นายจ้างต้องไม่ให้ลูกจ้างท างานบนนั่งร้านที่มีพื ้นลื่นช ารุดหรือมีสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและนั่งร้านที่อยู่ ภายนอกอาคารหรือส่วนอื่นที่อาจเกิดอันตรายในขณะที่มีพายุลมแรงฝนตกหรือฟ้ าคะนอง 8. นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้ องกันวัสดุร่วงหล่นส าหรับท างานบนนั่งร้านหลายชั ้นพร้อมกัน 53
หมวดที่ 3 กฎความปลอดภัยในการท างาน 54
ความปลอดภัยในการท างานตามลักษณะงาน กฎระเบียบความปลอดภัยทั่วไป 1. ผู้ปฏิบัติงานจะต้องปฏิบัติงานตามขั ้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด 2. พนักงานต้องตรวจสอบสภาพของเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานทุกครั ้งก่อนว่าอุปกรณ์อยู่ในสภาพที่ สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหากพบว่าอุปกรณ์ช ารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมใช้งานให้แจ้งหัวหน้า งานเพื่อท าการตรวจสอบ 3. ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ยังไม่ผ่านการฝึกอบรมใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์โดยเด็ดขาด 4. พนักงานจะต้องแต่งตัวด้วยชุดปฏิบัติงานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามกฎระเบียบของบริษัท 5. พนักงานจะต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้ องกันอันตรายส่วนบุคคลและปฏิบัติตามกฎข้อบังคับเกี่ยวกับหน้างานที่ปฏิบัติ 6. ขณะปฎิบัติงานหรืออยู่ในพื ้นที่การปฏิบัติงานห้ามหยอกล้อกับเพื่อนร่วมงานหรือผู้อื่น 7. เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือพบเหตุผิดปกติให้แจ้งหัวหน้างานทันที 8. ห้ามน าอุปกรณ์ดับเพลิงออกมาฉีดเล่นหรือวางสิ่งของกีดขวางอุปกรณ์ดับเพลิงโดยเด็ดขาด 9. ห้ามสูบบุหรี่หรือก่อเหตุที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟในพื ้นที่การปฏิบัติงานและพื ้นที่ภายในอาคาร 10. อย่าแตะต้องอุปกรณ์ไฟฟ้ าและสายไฟขนาดที่มือเปี ยก ความปลอดภัยในการท างานเกี่ยวกับงานส านักงาน 1. ควรให้พื ้นส านักงานมีความสะอาดอยู่เสมอ 2. ไม่วิ่งเล่นหรือหยอกล้อกันในส านักงานหรือบันไดเพราะอาจท าให้เกิดการลื่นล้มหรือสะดุดล้ม 3. อุปกรณ์ของมีคม เช่น มีด กรรไกร เข็มหมุดควรจัดเก็บให้เรียบร้อย 4. ไม่ควรจัดเก็บเอกสารบนหลังตู้มากเกินไป 5. บริเวณที่ท างานควรจัดให้มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เพียงพอ 6. ในกรณีที่มีน ้า น ้ามัน หรือสิ่งที่ผิดปกติบนพื ้นที่การปฏิบัติงานให้แจ้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาด าเนินการแก้ไข 7. ควรจัดเก็บสายไฟให้เรียบร้อยกรณีพบสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้ าช ารุดควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเข้ามา ด าเนินการแก้ไข 55
กฎความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้ า 1) อย่าเข้าใกล้หรือจับต้องอุปกรณ์ไฟฟ้ าที่มีป้ ายห้ามใช้โดยไม่จ าเป็ น 2) ผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องห้ามเข้าบริเวณติดตั ้งหม้อแปลงไฟฟ้ าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้ าแรงสูง 3) หากตัวชื ้นห้ามจับต้องอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ า 4) ห้างวางวัตถุไวไฟใกล้กับเต้ารับหรืออุปกรณ์ไฟฟ้ า 5)ต้องปิ ดสวิตช์ก่อนท าความสะอาดอุปกรณ์ไฟฟ้ าทุกครั ้ง 6) การซ่อมบ ารุงต้องท าโดยช่างไฟฟ้ าเท่านั ้น 7)การเสียบหรือถอดเต้าเสียบต้องจับที่ตัวเต้าเสียบห้ามใช้วิธีดึงหรือจับที่สายไฟ 8) ห้ามคุมหลอดไฟฟ้ าด้วยกระดาษหรือผ้าเพราะอาจท าให้เกิดอัคคีภัยได้ 9) การติดตั ้งสายไฟฟ้ าและอุปกรณ์ไฟฟ้ าต้องใช้สายและอุปกรณ์ที่เหมาะสมและติดตั ้งอย่างถูกต้อง 10) ควรระวังอย่าว่าสายไฟฟ้ าสอด ไว้ใต้พรมปูพื ้นใต้บานประตูหน้าต่างหรือขวางทางเดินเพราะเมื่อถูกเหยียบย ่า หรือกดทับนานเข้าฉนวนหุ้มสายไฟจะช ารุดฉีกขาดอันตรายย่อมเกิดขึ ้นได้ง่าย 11) อย่าให้หลอดไฟฟ้ าซึ่งมีความร้อนสูงอยู่ติดกับวัตถุซึ่งเป็ นเชื ้อเพลิงติดไฟง่ายเช่นผ้าหรือกระดาษ 12) หลอดไฟฟ้ าที่ขาดแล้วควรใส่ไว้กับกระจับตลอดเวลาจนกว่าจะเปลี่ยนหลอดใหม่เพื่อป้ องกันไม่ให้ผู้ที่ รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเผลอเอานิ ้วแหย่เข้าไปหากหลอดไฟฟ้ ากระพริบติดๆดับๆ ควรแจ้งให้มีการเปลี่ยนหรือซ่อม บ ารุง 13) เมื่อใช้โคมไฟฟ้ านอกชายคาหรือใช้งานสมบุกสมบันแม้จะเป็ นการชั่วคราวเช่น อู่ซ่อมรถ ควรเลือกใช้โคมไฟฟ้ า ที่ดีได้มาตรฐานมีตะแกรงครอบหลอดและมีสายชนิดที่มีฉนวนหุ้มหนา 14) อย่าเข้าใกล้บริเวณที่มีการใช้กระแสไฟฟ้ าแรงสูงหม้อแปลงหรืออุปกรณ์ไฟฟ้ าแรงสูงอื่นๆเพราะเมื่อเข้าใกล้ก็ อาจจะเกิดอันตรายได้โดยไม่สัมผัสหากจุดที่ปฏิบัติงานอยู่ใกล้สายไฟฟ้ าแรงสูงต้องทราบอันตรายและแนวทางป้ องกัน และอยู่ห่างในระยะที่ปลอดภัย 15) เมื่อประสบเหตุ ไฟไหม้อุปกรณ์ไฟฟ้ าหรือมีลูกจ้างถูกไฟฟ้ าช็อตให้ด าเนินการดังนี ้ ก. ปิ ดสวิตช์ไฟถ้าไม่สามารถท าได้ให้แจ้งช่างไฟฟ้ าทันที ข. กรณีกรณีไม่สามารถปิ ดสวิตช์ไฟได้ทันทีเมื่อพบ เห็นพบผู้ถูกไฟไฟฟ้ าช็อตให้พยายามช่วยเหลือผู้ประสบ อันตรายจากกระแสไฟฟ้ าโดยใช้วัตถุที่เป็ นสื่อไฟฟ้ าเช่นผ้าแห้งไม้แห้งเชือกแห้งสายยางแห้งเป็ นต้นเขี่ย สายไฟออกจากร่างผู้ประสบภัยอย่าช่วยเหลือด้วยการจับต้องตัวผู้ก าลังถูกไฟฟ้ าช็อตโดยตรงเพราะจะถูก ไฟฟ้ าช็อตได้ 56
57
กฎความปลอดภัยในการใช้ระบบดักจับฝุ่ นสารเคมีการปิ ดครอบป้ องกันเสียงความร้อน และการระบายอากาศ 1) ไม่เปิ ดประตูหรือฝาครอบสิ่งที่เป็ นอันตรายเช่นก๊าซฝุ่ นเสียงดัง และแหล่งก าเนิดความร้อน 2) ตรวจสอบรอยรั่วหรือรอยแตกของระบบซึ่งอาจเกิดอันตรายจากการรั่วและฟุ้ งกระจายหากพบว่ารั่วหรือแตก ให้แจ้งหัวหน้างานเพื่อการซ่อมแซม 3) ตรวจสอบระบบระบายอากาศเฉพาะที่ว่าสามารถใช้งานได้เป็ นปกติหรือไม่และห้ามดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต จากหัวหน้างาน 4) ห้ามกองวัสดุไว้ใกล้ปากท่ออากาศ เพราะจะท าให้ประสิทธิภาพการระบายอากาศลดลง กฎความปลอดภัยในส านักงาน 1) ท าความสะอาดพื ้นที่ท างานให้แห้งอยู่เสมอ 2) เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติรีบแจ้งให้ผู้รับผิดชอบทราบ 3) หากต้องการยกของไม่ควรยกของสูงเกินไปจนมองไม่เห็นทาง 4) สวมรองเท้าให้รัดกุมไม่คับหรือหลวมจนเกินไป 5) เครื่องใช้ไฟฟ้ าควรวางใกล้ปลั๊กไฟฟ้ าให้มากที่สุด 6) สายไฟฟ้ าสายโทรศัพท์เดินบนพื ้นต้องตัดเทปกาวให้เรียบร้อย 7) ไม่ใช้เก้าอี ้มานั่งรองยืนเพื่อหยิบหรือหรือว่าสิ่งของ 8) กรณีที่หยิบสิ่งของที่สูงสูงให้ใช้แทนหรือบันไดวางไว้มั่นคงและมีคนช่วยจับด้วย 9) บริเวณมุมอาบหรือหัวมุมต้องเดินให้มุมกว้างชิดขวามือตนเองอย่าเดินชิดหัวมุม 10) หาตู้เก็บเอกสารใส่แฟ้ มเอกสารเอกสารที่มีน ้าหนักมากควรเก็บไว้ในลิ ้นชักล่าง 11) วางหรือยึดตู้เก็บเอกสารให้มั่นคง 12) ไม่เปิ ดตู้เก็บเอกสารทีละหลายชั ้นพร้อมกันควรเปิ ดทีละชั ้นเสมอ 13)ไม่ควรวางของเกะกะทางเดิน 14) ตรวจบริเวณทางเดินให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและสะอาดอยู่เสมอ 15) ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ส านักงานให้ปลอดภัยด้วยความระมัดระวัง 16) ถอดปลั๊กไฟฟ้ าและปิ ดเครื่องใช้ไฟฟ้ าเมื่อเลิกใช้งานทุกครั ้ง 17)พนักงานต้องรู้จักวิธีการใช้ถังดับเพลิงและวิธีการอพยพหนีไฟตามแผนที่ก าหนดไว้ 58
กฎความปลอดภัยในการท างานกับเสียงดัง 1) ในการนั่งท างานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ควรนั่งลึกให้เต็ม เก้าอี ้และหลังพิงกับพนักเก้าอี ้ 2) ก าหนดช่วงเวลาพักคือท างานลักษณะอย่างอื่นสลับกันการท างานหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อลดความ เมื่อยล้าของสายตาและกล้ามเนื ้อ 3) จัดพื ้นที่การท างานที่มีแสงสว่างที่เพียงพอไม่มีการสะท้อนของแสงมากเกินไป 4) ระดับของจอภาพควรปรับระดับจอภาพให้อยู่ในแนวต ่ากว่าระดับสายตาเล็กน้อยจะได้มองหน้าจอได้อย่าง สบายใจ 5) การวางข้อสอบควรวางข้อสอบให้อยู่ในระดับเดียวกับการพิมพ์ 6)การวางเท้าควรวางเท้าให้พอดีกับพื ้นราบ กฎความปลอดภัยเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 1) สวมใส่ปลั๊กลดเสียงขณะปฏิบัติงานในสถานที่ที่ก าหนด 2) ตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมเสียงและอุปกรณ์ลดเสียงเป็ นประจ าเพื่อดูแลให้ มีสมรรถณะ ในการลดเสียง อย่างสม ่าเสมอ 3) ห้ามไม่ให้ถอดถอนอุปกรณ์ควบคุมเสียงและอุปกรณ์ลดเสียงและห้ามมิให้ด าเนินการใดใดที่จะท าให้ สมรรถนะของอุปกรณ์ลดลง 4) พนักงานที่ท างานอยู่ในที่ที่มีเสียงดังดังจะต้องได้รับการตรวจสอบสมรรถภาพการได้ยินเป็ นประจ า 59
กฎความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี 1) ศึกษาเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ทุกชนิดเพื่อทราบอันตรายและวิธีการปฏิบัติเพื่อ ความปลอดภัยต่างๆ 2) ใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยตามความเหมาะสมกับงานมีการดูแลท าความสะอาดบ ารุงรักษาให้ อยู่ในสภาพดี 3) ท าความสะอาดท าความสะอาดทุกครั ้งที่มีสารเคมีรั่วไหล 4) ให้ความร่วมมือในการตรวจสุขภาพประจ าปี 5) ไม่ปฏิบัติงานตามล าพังหรือไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง 6) ไม่ใช้ปากดูด สารเคมีแทนลูกยาง 7) ไม่ทดสอบสารเคมีหรือกินสารเคมี 8) สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลทุกครั ้งที่ปฏิบัติงานกับสารเคมีเช่นถุงมือรองเท้าชุดป้ องกัน สารเคมีหน้ากากแว่นป้ องกันสารเคมี 9) เมื่อต้องการขนถ่ายสารเคมีจ านวนมากควรใช้รถเข็นในจ านวนที่ไม่มากจนเกินก าลังบรรทุก 10) หลังปฎิบัติงานต้องท าความสะอาดร่างกายตนเองและพื ้นที่ที่ปฏิบัติงานให้สะอาดทุกครั ้ง 11) จัดเก็บสารเคมีให้เข้าที่(ชั ้นจัดเก็บ) อย่างเป็ นระเบียบและเก็บในพื ้นที่หรือบริเวณให้เก็บอย่างถูกต้อง 60
แผนป้ องกันเมื่อเกิดสารเคมีรั่วไหล 61
ป้ ายสัญลักษณ์แสดงความเป็ นอันตรายของสารเคมี สัญลักษณ์แสดงอันตราย(Hazard Pictogram)ตามระบบสากล GHS องค์ประกอบของฉลากที่ส าคัญได้แก่รูปสัญลักษณ์แสดงความเป็ นอันตรายของสารเคมีซึ่งตามระบบGHSได้ ก าหนดไว้เก้ารูปดังแสดงในตารางต่อไปนี ้ 62
กฎความปลอดภัยในการทา งานบนท่สีูง 1) ผู้ปฏิบัติงานบนที่สูงต้องได้รับการอบรมถึงวิธีการท างานที่ปลอดภัยขั ้นตอนการท างานที่จะปฏิบัติและ ได้รับการฝึกปฏิบัติในการใช้อุปกรณ์ท างานบนที่สูงอย่างถูกต้อง 2) ไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีอาการมึนเมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โรคความดันโลหิตสูงโรคลมชักโรคกลัวความ สูงโรคอ้วนโรคภูมิแพ้ผู้ที่มีอาการป่ วยพักผ่อนน้อยกว่า 6ชั่วโมงต่อวันติดยาเสพติดประเภทกระตุ้นหรือ ประสาทหรือสาเหตุอื่นใดที่มีผลกับการท างานเป็ นผู้ปฏิบัติงาน 3) การใช้งานเข็มขัดนิรภัยต้องสวมใส่เข็มขัดนิรภัยครบชุดและใช้สายเดี่ยวช่วยลดแรงกระแทกต่อต่อเข้า กับจุดคล้องเกี่ยวอย่างถูกต้องไว้จับโครงสร้างที่มั่นคงตลอดเวลาตลอดเวลาที่ท างาน 4) มีนั่งร้าน/บันไดที่มีความปลอดภัยมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานในการตรวจสอบและในการเตือนภัยนั่งร้าน/ บันไดที่ช ารุดไม่อนุญาตให้ใช้ให้ติดป้ ายแขนห้ามใช้งานไว้ที่ตัวนั่งร้าน (ป้ ายสีแดง) 5) ต้องจัดให้มีจุดคล้องยึดตลอดพื ้นที่การท างานที่สูงกว่าศรีษะเพื่อลดแรงกระชากจากการตกจากที่สูง และขณะที่มีการขึ ้นลงหรือเปลี่ยนจุดของนิดตลอดเวลาที่ต้องมีการเคลื่อนที่บนที่สูงต้องมีการยึดคล้อง อย่างน้อย1เสมอโดยห้ามถูกยึดอุปกรณ์ป้ องกันการตกจากที่สูงกับสิ่งต่อไปนี ้ 1. เสาค ้ายันแนวทแยง 2. เสาค ้ายันแนวดิ่ง 3. พ่อสาธารณูปโภคเช่นลมน ้า 4. ระบบป้ องกันและระงับ อัคคีภัย 5. โครงสร้างที่ไม่แข็งแรง 6. วาล์วชนิด 7. รางไฟสายไฟตลับไฟท่อสายไฟ 63
กฎความปลอดภัยในการท างานกับรถโฟล์คลิฟท์ 1)ผู้ที่ได้รับการอนุญาตและอบรมอย่างถูกต้องเท่านั ้น ถึงจะสามารถเป็ นผู้ขับขี่รถยกได้ 2)ก่อนเริ่มงานต้องท าการตรวจสภาพของรถทุกครั ้ง โดยรถต้องอยู่ในสภาพที่ดี หากรถช ารุดให้ท าการซ่อมแซม 3)ตรวจสอบน ้าหนักสิ่งของที่จะยกก่อนท าการยก ไม่ยกสิ่งของที่มีน ้าหนักเกินขีดจ ากัดของรถ 4)ตั ้งระยะความกว้างของงาให้พอเหมาะ ระยะกว้างของงาอยู่ในระยะที่พอดีกับพาลเลท 5)ขณะขับรถ อย่ายื่นมือหรือเท้าออกไปเกินส่วนที่เป็ นเสารถ 6)เมื่อบรรทุกของและน ารถออกวิ่งอย่ายกงาสูง รักษาระดับงาให้สูงจากพื ้นถนนประมาณ10-15 เซนติเมตร 7)ก่อนออกรถต้องตรวจสอบ เสา งา และของที่บรรทุกให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและเส้นทางที่จะน ารถออกวิ่ง ไม่ว่า จะเป็ นด้านหน้าหรือหลังนั ้นต้องว่างไม่มีสิ่งของหรือคนกีดขวางอยู่ 8)หลีกเลี่ยงการออกหรือหยุดรถโดยเร็วหรือกระตุก โดยเฉพาะเมื่อบรรทุกของหรือเข้าวางของอย่าใช้ความเร็วสูง เมื่อจะเลี ้ยวรถ ควรลดความเร็วลวแล้วจึงเลี ้ยวรถ 9)ห้ามมีผู้อื่นโดยสารไปกับรถยกโดยเด็ดขาด 10)เมื่อบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่หรือสูง ให้ใช้วิธีการวิ่งถอยหลัง 11)เมื่อวิ่งรถเปล่า ควรลดงาลงไว้ในระดับต ่าเสมอ เพื่อป้ องกันไม่ให้งานใบเฉี่ยวหรือทิ่มแทงสิ่งของหรือตัว บุคคล 12)ไม่ควรจอดรถไว้ในพื ้นที่ลาดเอียง เพราะอาจจะไหลไปชนกับสิ่งที่อยู่ข้างเคียงได้ ไม่ควรลืมห้ามล้อ ปลดเกียร์ว่างและดับเครื่องยนต์เมื่อไม่ได้ใช้งานรถ 13) ดับเครื่องยนต์ เมื่อเติมน ้ามัน หรือตรวจสอบแบตเตอรี่ และห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด 64
กฎความปลอดภัยในการท างานกับปั้นจั่น 1)ต้องท าการตรวจปั ้นจั่นชนิดอยู่กับที่ก่อนใช้งานทุกครั ้ง 2)ตรวจเช็คน ้าหนักของวัสดุที่จะยกต้องไม่เกินพิกัดของปั ้นจั่น 3)ก่อนเปิ ดสวิตช์ใหญ่ควบคุมการท างาน ควรตรวจปุ่ มควบคุมการท างานว่าอยู่ในต าแหน่งปิ ด จากนั ้นจึงเปิ ด สวิตช์ใหญ่แล้วทดสอบระบบการท างานต่างๆเช่นการเคลื่อนที่เดินหน้า-ถอยหลัง การขึ ้น-ลง เบรก สัญญาณเสียงและแสงเป็ นต้น 4)การเริ่มยกขึ ้นครั ้งแรก ควรด าเนินการอย่างช้าๆและยกขึ ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบความสมดุล และความสามารถในการยก กรณีที่วัสดุที่ยกหนักใกล้เคียงกับพิกัดก าหนดควรทดสอบการท างานของ เบรคด้วย 5)ขณะวัสดุที่เคลื่อนย้ายลอยสูงจากพื ้น จะต้องปฎิบัติ ดังนี ้ 5.1 ไม่สัมผัสกับสิ่งกีดขวาง หรือข้ามศีรษะผู้ปฎิบัติงานอื่น 5.2 ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกาะบนสิ่งของที่ยก 5.3 กรณีที่เป็ นปั ้นจั่นชนิดอยู่กับที่ ควรมีสัญญาณเสียงและแสง 5.4หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของไว้กลางอากาศ แต่ถ้าจ าเป็ นต้องล็อคเครื่องด้วยห้ามใช้เบรค อย่างเดียว 5.5 กรณีมีลมพัดแรงมากจนวัสดุที่เคลื่อนย้ายแกว่งไปมาอย่างรุนแรงต้องรีบวางวัสดุลงทันที 5.6 เมื่อจ าเป็ นต้องวางของต ่ามากๆต้องเหลือลวดสลิงไว้มากกว่า2รอบบนดรัม 6) การปฎิบัติงานตอนกลางคืนควรมีไฟแสงสว่างให้เพียงพอทั่วบริเวณที่ปฎิบัติงานแต่ แสงไฟต้องไม่ รบกวนการปฎิบัติงานของผู้ควบคุม 65
กฎความปลอดภัยในการท างานที่มีความร้อนประกายไฟ 1) ย้ายวัสดุติดไฟที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออก ห่างจากจุดปฏิบัติงานอย่างน้อย 10 เมตรหากอยู่ใกล้วัตถุไวไฟที่ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ให้ใช้วัสดุปิ ดกั ้นซึ่งไม่ใช่วัสดุไวไฟเช่นผ้ากันไปแผ่นเหล็กหรือถาดรองลูกไฟเป็ นต้น ป้ องกันการกระเด็นของสะเก็ดหรือประกายไฟ 2) ต้องมีการกั ้นบริเวณพื ้นที่ปฏิบัติงานด้วยเชือกขาวแดงหรือกรวยจราจร 3) เตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมใช้งานในจุดปฏิบัติงาน 4) ห้ามสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน 5) ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติงานถ้าช ารุดให้ด าเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที 6) งานตัดและเชื่อมโลหะด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้ าต้องมีการต่อสายดินทุกครั ้งที่ปฏิบัติงานตัวเชื่อมตัด ช ารุดให้ด าเนินการเปลี่ยนใหม่ 7) งานตัดและเชื่อมโลหะด้วยแก๊สต้องมีตัวกันไฟย้อนกลับหากช ารุดให้ด าเนินการเปลี่ยนใหม่ห้ามซ่อมแซม 8)สายไฟต้องไม่รั่วขาดหรือช ารุดต้องมีการตรวจสอบก่อนและหลังการปฎิบัติงานหากช ารุดให้ ด าเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ 66
กฎความปลอดภัยในการท างาน ในสถานที่อับอากาศ 1) ก่อนท างานจะต้องผ่านการอบรมและชี ้แจงเรื่องการท างานในสถานที่อวกาศให้ผู้ควบคุมงานและเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยเป็ นผู้ตรวจสอบพื ้นที่หน้างานก่อนทุกครั ้ง 2) ห้ามผู้ที่มีโรคประจ าตัวเข้าปฎิบัติงานใน สถานที่อับอากาศได้แก่ 1. โรคหัวใจ 2. โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ 3. โรคอื่นซึ่งแพทย์เห็นว่าการเข้าไปในที่อับอากาศอาจเป็ นอันตราย 3) ต้องจัดพนักงานซึ่งผ่านการอบรมท าหน้าที่เป็ นผู้ช่วยเหลือจ านวนอย่างน้อยสองคนเฝ้ าดูแลบริเวณปาก ทางเข้า-ออกสถานที่อับอากาศ 4) ปิ ดอุปกรณ์ควบคุมทุกระบบตัดแยกและตรวจเช็คการปิ ดกั ้นระบบไอน ้าสารเคมีน ้าน ้าร้อนหรือสิ่งอื่นใดที่อาจท าให้ เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานไม่ให้มีการตกค้างหรือรั่วไหลเข้ามาภายในสถานที่อวกาศเพราะแขวนป้ ายและล็อก อุปกรณ์ควบคุมระบบต่างๆ 5) หากพื ้นที่อวกาศมีสารไวไฟอยู่ภายในต้องน าถังดับเพลิงเข้าไปด้วยทุกครั ้งและห้ามน าอุปกรณ์หรือ เครื่องมือที่มีประกายไฟรวมทั ้งติดโทรศัพท์มือถือทุกครั ้งที่เข้าไปปฏิบัติงาน 6) ห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่อับอากาศ 7) ให้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ าและอุปกรณ์ประกอบที่สามารถป้ องกันความร้อนฝุ่ นละอองการลุกไหม้และไฟฟ้ าลัดวงจร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8) การท างานภายในสถานที่อวกาศที่ต้องใช้ไฟแสงสว่างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้ าต้องตรวจสอบตรวจสอบสภาพของ สายไฟพักไปแล้วหลอดไฟส่องสว่างไม่ให้มีการขาดช ารุดหรือรั่วไหลเพื่อป้ องกันรั่วของกระแสไฟฟ้ า 9) ในระหว่างการปฏิบัติงานในที่อับอากาศจะต้องตรวจเช็คและบันทึกปริมาณออกซิเจนเป็ นระยะๆ รวมทั ้งมี การสื่อสารที่ดีระหว่างผู้ปฏิบัติงานภายในกับผู้ช่วยเหลือภายนอก 10) เมื่อปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยต้องท าการตรวจเช็คพื ้นที่และจ านวนผู้ปฏิบัติงานทุกครั ้งก่อนท าการปิ ด ทางเข้า-ออกพื ้นที่ 67
กฎความปลอดภัยในการท างานกับเครื่องจักร 1) ก่อนใช้เครื่องจักรผู้ปฏิบัติงานต้องตรวจสอบอุปกรณ์ป้ องกันอันตรายของเครื่องจักรว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้ งานหรือไม่ 2) ปฏิบัติงานตามระเบียบพิธีปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดต้องรู้ถึงขั ้นตอนการท างานของเครื่องจักรก่อนการ เดินเครื่อง 3) สวมใส่เสื ้อผ้ารัดกุมไม่สวมใส่เครื่องประดับที่มีสายระโยงระยาง 4) หากพบว่าเครื่องจักรท างานผิดปกติให้แจ้งหัวหน้างานทันทีห้ามซ่อมแซมเองเด็ดขาด 5) สวมใส่เครื่องป้ องกันและใช้เครื่องมือที่ถูกต้องและเหมาะสมกับงานที่ท าและต้องระวังในการใช้ถุงมือเพราะถุง มือบางอย่างอาจจะไม่เหมาะกับงานบางอย่าง 6) ในการตรวจสอบซ่อมแซมและท าความสะอาดเครื่องจักรนั ้นจะต้องหยุดเครื่องจักรให้เรียบร้อยและมี เครื่องหมายชี ้บ่งบอกหรือติดป้ ายแขวนว่าห้ามเดินเครื่อง 7) ห้ามถอดการ์ดออกจากเครื่องจักรโดยไม่จ าเป็ นจะถอดถอดได้ในกรณีที่มีการซ่อมแซมและเมื่อซ่อมเสร็จต้อง ต้อง ใส่การ์ดเข้าที่เดิมทุกครั ้ง 8) ให้ตรวจตราเครื่องจักรก่อนเดินเครื่องและตรวจสอบเป็ นระยะๆ และระวังอันตรายขณะตรวจตราเครื่องจักรและ ก่อนเริ่มเดินเครื่อง 9) เมื่อจะต้องท างานร่วมกันจะต้องแน่ใจว่าทุกคนเข้าใจสัญญาณเพื่อการสื่อสารต่างๆอย่างชัดเจนและถูกต้อง ตรงกัน 10) อย่าเข้าใจภายในส่วนที่เป็ นอันตรายของเครื่องจักรหรือส่วนที่ท างานเคลื่อนไหวตลอดเวลาห้ามจ าเป็ นต้อง เข้าไปในบริเวณนั ้นต้องแน่ใจว่าเครื่องจักรได้หยุดเดินเครื่องแล้ว 11) ถ้าเป็ นเครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้ าต้องต่อสายดินเสมอและตรวจสอบสายดินให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 68
กฎความปลอดภัยในการท างานกับเครื่องเจาะ 1) ดอกสว่านที่ใช้ต้องคลุมและปรับแต่งมุมอย่างถูกต้องเพราะถ้าดอกสว่านทือ ต้องใช้แรงกดมากอาจท าให้ดอก สว่านหักได้ 2) ชิ ้นงานที่จะน ามาเจาะรูควรตอกรังศูนย์ไว้ก่อนแล้วยึดแน่นกับปากกาซึ่งจะยึดแน่นอีกทีกับโต๊ะ 3) เมื่อใส่ดอกสว่านเข้ากับแกนติดดอกสว่านต้องยึดให้แน่นด้วยดอกจอกและปรับความเร็วรอบของดอกสว่านให้ เหมาะสม 4) หลีกเลี่ยงที่จะใช้มือจับชิ ้นงานหรือปากกากับชิ ้นงานขนาดเจาะชิ ้นงาน 5) การเจาะรูชิ ้นงานขนาดใหญ่ควรเจาะชิ ้นงานด้วยสวาลดอกเล็กก่อนแล้วจึงค่อยเจาะตามด้วยสวาลดอกใหญ่ ตามต้องการและไม่ควรหยุดให้ขณะที่ดอกสว่านยังค้างอยู่ในชิ ้นงาน 6) อย่าใช้มือจับดอกสว่านเพื่อให้หยุดแต่ควรปล่อยให้ดอกสว่านหยุดด้วยตัวเอง 7) การท าความสะอาดท าความสะอาดชิ ้นงานควรใช้แปรงหลีกเลี่ยงการใช้มือหรือลมเป่ า 69
กฎความปลอดภัยในการท างานกับเครื่องกลึง 1) สวมหน้ากากการสะเก็ดหรือแว่นตานิรภัยทุกครั ้ง 2) การถอดและการใส่หัวจับชิ ้นงานเช็คของเครื่อง กลึงต้องกระท าด้วยความระมัดระวังเพราะหัวจับมีน ้าหนัก มากควรใช้ไม้หรือของแข็งช่วยจะท าให้การท างานสะดวกและปลอดภัยมากขึ ้น 3) ไม่วางเครื่องมือหรือวัตถุต่างๆบนแท่นเรื่องของเครื่องกลึง 4) การยึดชิ ้นงานเข้ากับหัวจับต้องให้ชิ ้นงานอยู่กลางปากของหัวจับก่อนจึงขันรอกหัวจุกยึดชิ ้นงานจนแน่น ก่อนเริ่มเดินเครื่องตรวจดูว่าชิ ้นงานได้สูงหรือไม่และใช้มือหมุนหัวจับเพื่อตรวจสอบว่ามีการขัดตัวหรือ เปล่า 5) ห้ามทิ ้งประแจขันหัวจับค้างไว้กับหัวจับชิ ้นงานเพราะถ้าเครื่องท างานประแจจะกระเด็นออกมา ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้ 6) ห้ามเปลี่ยนเกียร์ทดสอบทดสอบความเร็วรอบและท าความสะอาดชิ ้นงานขนาดเครื่องก าลังท างาน 7) หลีกเลี่ยงการจัดชิ ้นงานวัดหรือหยุดชิ ้นงานด้วยมือขณะชิ ้นงานยังหมุน 8) ขณะปฎิบัติงานกับเครื่องกลึงหรือชิ ้นงานมีเสียงดังหรือ อาการสั่นผิดปกติต้องหยุดเครื่องทันทีแล้ว แก้ไขให้เรียบร้อยก่อนจึงจะใช้งานต่อไป 70
กฎความปลอดภัยในการท างานกับเครื่องเจียระไน 1) หินเจียระไนมือต้องตรวจสอบสายไฟไม่ให้แตกหรือรั่วทุกครั ้งก่อนใช้งาน 2) ตรวจเช็ค น็อตล็อค ใบเจียระไนให้แน่นทุกครั ้ง 3) ตรวจสอบรอยแตกร้าวของหินเจียระไนทุกครั ้งก่อนการปฎิบัติหากพบรอยร้าวห้ามใช้ 4) ตรวจเช็คการ์ดป้ องกันการกระเด็นของเศษโลหะให้แน่นและพร้อมใช้งาน 5) จับหรือยึดชิ ้นงานให้แน่นเพื่อป้ องกันการหลุดหรือกระเด็น 6) ในขณะใช้เครื่องเจียระไนควรดูทิศทางของสะเก็ดไฟที่กระเด็นออกไปถ้าจะก่อให้เกิดความเสียหายกับสิ่ง ของอื่นๆควรหาวัสดุที่ติดไฟมากัน 7) กรณีที่เปลี่ยนหินเจียระไนใหม่ควรทดสอบด้วยวิธีการเคาะโดยใช้ก้านพลาสติกของไขควงหรือใช้ไม้เคาะเบา เบาที่ต าแหน่ง 45องศาเส้นผ่าศูนย์กลางแนวดิงจุดที่เคาะควรห่างจากขอบ 1 นิ ้วนิ ้วถ้าไม่มีการร้าวเสียงจะ ดังปิ๊ งๆ 8) ขณะเปลี่ยนหินเจียระไนควรถอดปลั๊กไฟออกและเมื่อเริ่มเปิ ดเครื่องเจียระไนครั ้งแรกควรยืนด้านข้าง โดยเฉพาะการเปิ ดเครื่องหลังจากพึ่งเปลี่ยนหินเจียระไนใหม่ 9) ที่พักชิ ้นงานควรอยู่ห่างจากหินเจียระไนประมาณ1/8 นิ ้วขณะใช้งานห้ามปรับพักชิ ้นงานเด็ดขาด 10) การป้ องกันชิ ้นงานเข้าเครื่องเจียระไนชิ ้นงานควรอยู่บนที่พักชิ ้นงานไม่ควรป้ อนชิ ้นงานเข้าด้านข้างของ หินเจียระไนเพราะจะท าให้หินเจียระไนแตกได้ง่าย 11) ขณะใช้งานถ้ามีเสียงผิดปกติหรือหินเจียระไนสันมากควรหยุดเครื่องทันทีเพราะมันเป็ นสัญญาณอันตราย ว่าหิน เจียระไน ไม่สมดุล 71
กฎความปลอดภัยในการท างานกับเครื่องไส 1)ส่วนที่เคลื่อนไหวไปมาของเครื่องไส ควรมีราวกั ้นก าหนดระยะปลอดภัยไว้ให้ชัดเจน 2)ขณะท าเครื่องไส่ท างานห้ามมือและนิ ้วอยู่ในแนวการเคลื่อนที่ และไม่ควรท าการวัดชิ ้นงาน 3)กรณีที่ใช้แท่นจับชิ ้นงานแบบแม่เหล็กไฟฟ้ า ควรตรวจสอบว่าปล่อยกระแสไฟฟ้ าเพื่อให้เกิดอ านาจ แม่เหล็กก่อนเดินเครื่อง 4)ขณะเดินเครื่องไสมาท างานระมัดระวังการกระเด็นของเศษโลหะ การป้ อนมีดไสให้กินเนื ้อโลหะที่ละมากๆ อาจท าให้ชิ ้นงานกระเด็นหลุดจากแท่นจับได้ 5)การท าความสะอาดชิ ้นงานควรใช้แปรง หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือลมเป่ า 6)การเคลื่อนย้ายใบมีดไสที่มีขนาดใหญ่ ต้องระมัดระวัง เพราะอาจตกหรือบาดตนเองหรือคนอื่น 72
กฎความปลอดภัยในการท างานกับเลื่อยวงเดือน 1)เลื่อยวงเดือนต้องมีที่ครอบป้ องกันใบเลื่อยและป้ องกันไม้ตีกลับและเครื่องดูดฝุ่ น 2)เลื่อยวงเดือนแบบโต๊ะ ควรมีที่หยุดฉุกเฉิน ซึ่งผู้ปฎิบัติงานสามารถใช้ได้สะดวกและรวดเร็วด้วยการเตะโดย ติดตั ้งใว้ด้านโต๊ะของโต๊ะเลื่อย 3)ไม่ควรใช้งานเกินก าลังของเครื่องจักร 4)ก่อนเดินเครื่องแต่ละวันควรตรวจการยึดแน่นของใบเลื่อย การร้าวของใบเลื่อยความคมหรือช ารุดของฟัน เลื่อยและการสมดุล 5)การป้ อนชิ ้นงานเข้าหาใบเลื่อย แนวการเคลื่อนที่ของมือไม่ควรตรงแนวของใบเลื่อย 6)ถ้าชิ ้นงานขนาดเล็กไม่ควรใช้มือส่งไม้เข้าเลื่อย แต่ให้ใช้ไม้ขนาดเล็กช่วยส่งแทน 7)ความเร็วในการป้ อนชิ ้นงานเข้าเลื่อยไม่ควรมากเกินไป เพราะจะท าให้ใบเลื่อยร้อนเกิดการขยายตัว 8)ใบเลื่อยควรโผล่เหนือชิ ้นงานประมาณ1/4 นิ ้วเพื่อจะได้มีแรงกดชิ ้นงานให้แนบกับโต๊ะและเป็ นการช่วยลด การดีดตัวกลับของชิ ้นงานขณะเลื่อยด้วย 9)ขี ้เลื่อยที่ติดตามฟันของใบเลื่อยควรใช้แปรงท าความสะอาดห้ามใช้มือเด็ดขาด 73
กฎความปลอดภัยในการท างานกับงานเชื่อมไฟฟ้ า 1)ก่อนที่จะท าการเชื่อมตัดด้วยไฟฟ้ าหรือแก๊สทุกครั ้งผู้ปฎิบัติงานต้องท าการตรวจสอบบริเวณโดยรอบจะต้องไม่มี วัสดุติดไฟได้อยู่ในรัศมีที่สะเก็ดไฟจากการปฎิบัติงานกระเด็นไปถึงทั ้งนี ้ให้รวมถึงการเชื่อมในที่สูงที่สะเก็ดไฟลงไป ได้ดังกล่าวออกไปหรือจัดหาวัสดุที่ไม่ติดไฟ(Fire Proof Blanket) ปิ ดกั ้น 2)การเชื่อมหรือตัดภาชนะบรรจุสารไวไฟหรือแก๊สทุกครั ้ง ต้องถ่ายและล้างท าความสะอาดสารไวไฟหรือแก็สที่ ตกค้างอยู่ในภาชนะแล้วท าการระบายอากาศภายในภาชนะจนแน่ใจว่าไม่มีสารไวไฟหรือแก๊สตกค้างหรือต้องเป็ น 0%ของขีดจ ากัดล่างของช่วงการติดไฟแล้วเท่านั ้นจึงท าการเชื่อมได้ 3)จัดหาสถานที่วางตู้เชื่อมให้เหมาะโดยห่างจากน ้า ทางเดิน 4)ในบริเวณที่มีการเชื่อมตัดจะต้องจัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิงติดตั ้งใว้ใกล้บริเวณพื ้นที่ท างานให้เพียงพอและสามารถ หยิบใช้งานได้อย่างสะดวกในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน 5)อุปกรณ์การเชื่อมตัดด้วยไฟฟ้ าจะต้องอยู่ในสภาพที่ไม่ช ารุด ฉีกขาด เสียหายตรวจเช็คจุดต่อของสายไฟสายเชื่อม สายดินให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อการใช้ 6)การถอดธูปเชื่อมออกเพื่อหยุดพักชั่วคราวหรือเลิกใช้งาน จะต้องปิ ดสวิตช์ไฟฟ้ าทุกครั ้ง 7)ฟิ วส์ของเครื่องเชื่อมไฟฟ้ าจะต้องมีขนาดเหมาะสมและใส่ฟิ วส์ให้เข้าที่ 8)หลังจากปฎิบัติงานแล้วเสร็จให้มีการตรวจสอบบริเวณพื ้นที่ท างานเชื่อมตัดและจุดที่สะเก็ดไฟตกเพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีการลุกติดไฟ 74
กฎความปลอดภัยในการท างานกับงานเชื่อมแก๊ส 1)ก่อนที่จะท าการเชื่อมตัดด้วยแก๊สทุกครั ้ง ผู้ปฎิบัติงานต้องท าการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ จะต้องไม่มีวัสดุที่ติดไฟ ได้อยู่ในรัศมีที่สะเก็ดไฟจากการปฎิบัติงานจะกระเด็นไปถึงทั ้งนี ้ให้รวมถึงการเชื่อมในที่สูงที่สะเก็ดไฟจะตกลงไปได้ โดยท าการเคลื่อนย้ายวัสดุที่ติดไฟดังกล่าวออกไปหรือจัดหาวัสดุที่ไม่ติดปิ ดกั ้น 2)การเชื่อมหรือตัดภาชนะบรรจุสารไวไฟหรือแก๊สทุกครั ้ง ต้องถ่ายและล้างท าความสะอาดสารไวไฟหรือแก๊สที่ ตกค้างอยู่ภายในภาชนะ แล้วท าการระบายอากาศภายในภาชนะจนแน่ใจว่าไม่มีสารไวไฟหรือแก๊สตกค้า หรือต้องเป็ น0% ของขีดจ ากัดล่างของช่วงการติดไฟแล้วเท่านั ้นจึงท าการเชื่อมได้ 3)ในบริเวณที่มีการเชื่อมตัดจะต้องจัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิงติดตั ้งใว้ใกล้บริเวณพื ้นที่ท างานให้เพียงพอและสามารถ หยิบใช้ได้โดยสะดวกในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน 4) ควรวางถังแก๊สในแนวตั ้งให้ห่างจากบริเวณเชื่อมตัดเพื่อป้ องกันสะเก็ดไฟ จากการเชื่อมกระเด็นไปถูก และยึดถังให้ มั่นคงป้ องกันการล้ม และควรตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชนิดเพื่อป้ องกันการรั่วให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานก่อนเริ่มงาน 5)ห้ามสลับสายลมกับสายแก๊สอย่างเด็ดขาด เพราะอาจท าให้เกิดการระเบิดได้ 6) ควรตรวจสอบสายลมสายแก๊ส รวมทั ้งอุปกรณ์ป้ องกันไฟย้อนกลับให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 7)ห้ามซ่อมวาล์ว หรืออุปกรณ์ปรับความดันให้เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ช ารุดทันที 8)ระวังอย่าให้สายแก๊สพันเป็ นปมหรือเกลียว 9) ห้ามใช้ถังแก๊สหรือถังออกซิเจนเป็ นฐานในการปี นขึ ้นสู่ที่สูงโดยเด็ดขาด 75
หมวดที่4 อื่นๆ 76
1.เครื่องหมายห้าม 77
เครื่องหมายห้าม 78
เครื่องหมายห้าม 79
2.เครื่องหมายเตือน 80
เครื่องหมายเตือน 81
เครื่องหมายเตือน 82
เครื่องหมายเตือน 83
เครื่องหมายบังคับ 84
เครื่องหมายบังคับ 85
เครื่องหมายบังคับ 86
เครื่องหมายสารนิเทศเกี่ยวกับสภาวะปลอดภัย 87
เครื่องหมายสารนิเทศเกี่ยวกับสภาวะปลอดภัย 88
เครื่องหมายอุปกรณ์เกี่ยวกับอัคคีภัย 89
90
ประเภทอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล(Personal Protectuve Equipment) 1)อุปกรณ์ป้ องกันศีรษะ(Head Protection มีหน้าที่ลดแรงกระแทกจากวัสดุที่ตกลงมาใส่ศีรษะได้แก่ หมวกนิรภัย ส าหรับพนักงานที่มีความเสี่ยงต่อวัสดุที่ อาจหล่นใส่ศีรษะ เช่น พนักงานฝ่ ายซ่อมบ ารุง พนักงานขับรถโฟล์คลิฟท์ และพนักงานที่ปฏิบัติงานบนที่สูง เป็ น ต้น 2)อุปกรณ์ป้ องกันเสียงดัง (Ear Protection) มีหน้าที่ลดเสียงดังได้แก่ ที่อุดหู(Ear Plug )และที่ครอบหู (Ear Muff)ได้แก่ พนักงานที่ปฎิบัติงานในพื ้นที่ ที่ได้รับเสียงดังเกินมาตรฐาน(อ้างอิง ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องมาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการท างานในแต่ละวัน 3)อุปกรณ์ป้ องกันใบหน้าและดวงตา (Eye Protection) มีหน้าที่ในการป้ องกันวัตถุต่างๆกระเด็นเข้ามาท าอันตรายต่อใบหน้าและดวงตาอุปกรณ์เหล่านี ้ ได้แก่ กระบังหน้า แว่นตาชนิดต่างๆ ซึ่งพนักงานจ าเป็ นต้องใช้ได้แก่ พนักงานซ่อมบ ารุง พนักงานที่ปฎิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมี และ พนักงานฝ่ ายผลิต 91
4) อุปกรณ์ป้ องกันระบบทางเดินหายใจ(Respirator Protection) มีหน้าที่ในการกรองสารพิษ สารเคมีอันตรายต่อร่างกายต่อร่างกาย ซึ่งพนักงานที่ต้องท างานในบริเวณที่มีสารเคมี ในบรรยากาศจะต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าว 5)อุปกรณ์ป้ องกันมือ(Hand Protection) มีหน้าที่ในการป้ องกันการบาด การขีดข่วน การทิ่มแทงจากวัตถุที่มีความแหลมคม และท าหน้าที่ในการป้ องกันการ สัมผัสกับสารเคมีโดยตรง นอกจากนี ้ยังท าหน้าที่ป้ องกันความร้อน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือผ้า ถุงมือป้ องกันสารเคมี เป็ นต้น มีหน้าที่ในการป้ องกันสารเคมีกระเด็น หรือหกใส่เท้าและหรือลดแรงกระแทกของวัตถุที่หล่นใส่เท่ เหมาะส าหรับ พนักงานซ่อมบ ารุง พนักงานที่ต้องยกของหนักรวมไปถึงพนักงานในสายการผลิต 92
93
มาตรฐานสีท่อในโรงงานอุตสาหกรรม 94
4. วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ 95
แผนผังการปฏิบัติการระงับอัคคีภัยขั้นต้น 96
วิธีการใช้งานถังดับเพลิง 97
98
99
100