The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

02- กฎหมายและจริยธรรมทางการแพทย์ฉุกเฉิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

02- กฎหมายและจริยธรรมทางการแพทย์ฉุกเฉิน

02- กฎหมายและจริยธรรมทางการแพทย์ฉุกเฉิน

1

กฎหมายและจรยิ ธรรมทางการแพทยฉ์ ุกเฉนิ

พ.อ.หญิง ปวรส บุตะเขยี ว
อจ.หน.รร.สร.พบ.

การปฏิบตั ิงานในระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ ผู้ปฏิบัติการตอ้ งกระทาบนพื้นฐานของความรู้ ทักษะและ
ประสบการณ์ เพื่อให้ผ้เู จบ็ ป่วยฉุกเฉินได้รบั การดแู ลรักษาอยา่ งมีคุณภาพมาตรฐาน เพ่ือช่วยชวี ิต ลดความรนุ แรง
บรรเทาความเจบ็ ปวดทรมาน ปอ้ งกนั ความพิการและชว่ ยใหก้ ลับสูส่ ภาพเดมิ ให้ไดม้ ากท่ีสดุ แต่เนือ่ งดว้ ยการ
ปฏิบตั ิหน้าที่มีความเกีย่ วข้องกับชีวิตมนุษย์ ประกอบกับปัญหาความวิตกกงั วลของผเู้ จบ็ ป่วยและญาติ จึงมีโอกาส
ทีจ่ ะเกิดความเสยี่ งหรือความผดิ พลาดในการให้การดูแลช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินได้ ดงั นั้น จึงจาเปน็ ที่พนักงาน
ฉุกเฉนิ การแพทย์ต้องมีความรู้ความเขา้ ใจ พึงปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานและขอบเขตของกฎหมายที่กาหนดอย่าง
เครง่ ครัด มีความตระหนักต่อข้อกฎหมาย ระเบยี บต่างๆ รวมถงึ จรยิ ธรรมทางการแพทยฉ์ ุกเฉิน เพ่ือให้ตนเองมี
ความปลอดภัยและสามารถปฏบิ ัติหนา้ ท่ีพนักงานฉุกเฉนิ การแพทย์ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพมากที่สุด

กฎหมายทีเ่ กยี่ วข้องกับการปฏบิ ตั ิการฉุกเฉินของพนักงานฉกุ เฉนิ การแพทย์
1. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 307
“ผู้ใดมีหนา้ ทีต่ ามกฎหมายหรอื ตามสญั ญา ต้องดูแลผู้ซ่ึงพงึ่ ตนเองมิไดเ้ พราะอายุความเจ็บป่วย กายพกิ าร

หรือจติ พิการ ทอดทง้ิ ผู้ซึ่งพ่งึ ตนเองมิได้นน้ั เสยี โดยประการท่ีนา่ จะเป็นเหตใุ ห้เกดิ อนั ตรายแกช่ วี ติ ต้องระวางโทษ
จาคุกไม่เกนิ สามปหี รือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจาทง้ั ปรับ”

2. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 303
“ ถ้าการกระทาผิดตามมาตรา306 หรือมาตรา 307 เป็นเหตุให้ผู้ถูกทอดทิ้ง ถึงแก่ความตายหรือรับ
อันตรายสาหัสผู้กระทาต้องระวางโทษดังท่ีบัญญตั ิไว้ในมาตรา 290 มาตรา 297 นัน้ ”
3. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
“ ผู้ใดเปน็ พนักงาน ปฏบิ ตั ิหรอื ละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หน่ึงผู้ใด
หรือปฏบิ ัติ หรอื ละเวน้ การปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีโดยทจุ ริต ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้ังแตห่ นึ่งปถี งึ สบิ ปหี รือปรับต้ังแต่สองพัน
บาทถงึ สองหมนื่ บาท หรอื ทัง้ จาทง้ั ปรับ”
4. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 374
“ ผู้ใดเห็นผู้อ่ืนตกอยู่ในอันตรายแห่งชีวิต ซ่ึงตนอาจช่วยได้ โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองแก่ตนเอง
หรือผอู้ ่นื แตไ่ ม่ชว่ ยตามความจาเป็น ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงพันบาท หรือทั้ง
จาทงั้ ปรับ
5.ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334
“ผู้ใดเอาทรัพย์สินของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทาความผิดฐานลัก
ทรัพยต์ อ้ งระวงั โทษจาคุกไม่เกนิ สามปี และปรับไม่เกนิ หกพนั บาท”
6.ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335
“ ผใู้ ดลกั ทรพั ย์”

2

6.1 ในเวลากลางคืน
6.2 ในที่หรอื บริเวณท่ีมีเหตุเพลงิ ไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่ หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุ
ทุกขภัยแก่รถไฟหรือยานพาหนะอ่ืนท่ีประชาชนโดยสารหรือภัยพิบัติอื่นทานองเดียวกัน หรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุ
เช่นว่านั้นหรอื อาศัยโอกาสที่ประชาชนกาลังตื่นกลัวภยนั ตรายใดๆ ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่หนึ่งปีถึงห้าปี
และปรบั ต้ังแตส่ องพันบาทถงึ หน่ึงหมืน่ บาท”
7. พระราชบัญญตั กิ ารแพทยฉ์ กุ เฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑

คาประกาศสิทธแิ ละข้อพงึ ปฏบิ ตั ขิ องผปู้ ว่ ย

คาประกาศสิทธิผปู้ ่วยฉบบั แรกของประเทศไทย ได้ประกาศใชเ้ มือ่ วนั ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2541 ซ่ึงคา

ประกาศนี้ใชเ้ ปน็ แนวทางสาหรบั ผ้ปู ระกอบวชิ าชพี ดา้ นสขุ ภาพ ทตี่ ้องตระหนักและพงึ ปฏบิ ตั ิต่อผู้ปว่ ยตาม

มาตรฐานวิชาชีพและตามกฎหมาย ปัจจบุ ันไดม้ ีการปรบั ปรงุ แกไ้ ขเป็นคาประกาศสทิ ธิและข้อพึงปฏิบตั ขิ องผู้ป่วย

โดย 6 สภาวชิ าชีพ ไดแ้ ก่ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทนั ตแพทยสภา สภาเทคนิค

การแพทยแ์ ละสภากายภาพบาบดั ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ประกาศในวนั ท่ี 12 สงิ หาคม พ.ศ. 2558

เพอื่ ให้ความสมั พนั ธ์ระหว่างผู้ประกอบวชิ าชีพดา้ นสุขภาพกับผปู้ ว่ ยต้ังอยบู่ นพื้นฐานของความเขา้ ใจอนั ดี และเปน็

ที่ไว้วางใจซึ่งกันและกนั โดยแบง่ ออกเป็น 2 สว่ น ดังนี้

1. สทิ ธผิ ปู้ ว่ ย (Patients Rights)

1.1 ผ้ปู ว่ ยทกุ คนมสี ิทธพิ น้ื ฐานท่ีจะได้รบั การรกั ษาพยาบาล และการดูแลด้านสุขภาพตามมาตรฐาน

วชิ าชีพจากผปู้ ระกอบวชิ าชีพด้านสุขภาพ โดยไมม่ ีการเลือกปฏบิ ัติ ตามทบ่ี ญั ญัตไิ วใ้ นรัฐธรรมนญู

1.2 ผปู้ ว่ ยทขี่ อรับบรกิ ารด้านสขุ ภาพ มีสทิ ธทิ ี่จะไดร้ บั ทราบข้อมูลท่เี ปน็ จริงและเพียงพอเกี่ยวกับ

การเจบ็ ปวด การตรวจ การรักษา ผลดีและผลเสยี จากการตรวจ การรักษาจากผู้ประกอบวชิ าชพี ด้านสุขภาพ

ด้วยภาษาที่ผปู้ ว่ ยสามารถเขา้ ใจได้งา่ ย เพอ่ื ให้ผปู้ ว่ ยสามารถเลือกตัดสนิ ใจ ในการยินยอมหรอื ไม่ยนิ ยอมให้

ผูป้ ระกอบวชิ าชพี ด้านสุขภาพปฏบิ ตั ติ ่อตน เวน้ แตใ่ นกรณีฉุกเฉินอนั จาเปน็ เร่งด่วนและเป็นอนั ตรายต่อชีวติ

1.3 ผู้ปว่ ยทีอ่ ยู่ในภาวะฉุกเฉนิ เสี่ยงอันตรายถึงชีวติ มสี ทิ ธิทีจ่ ะไดร้ บั ความช่วยเหลอื รีบดว่ นจากผู้

ประกอบวิชาชพี ด้านสุขภาพโดยทันทตี ามความจาเปน็ แกก่ รณี โดยไม่ต้องคานงึ ว่าผูป้ ่วยจะร้องขอความช่วยเหลอื

หรือไม่

1.4 ผปู้ ว่ ยมสี ิทธิที่จะไดร้ บั ทราบชื่อ สกลุ และวิชาชีพของผู้ใหก้ ารรกั ษาพยาบาลแกต่ น

1.5 ผปู้ ว่ ยมีสทิ ธิขอความเห็นจากผู้ประกอบวชิ าชีพอน่ื ท่ีมิได้เป็นผใู้ ห้การรกั ษาพยาบาลแก่ตนและมี

สทิ ธใิ นการขอเปลยี่ นผู้ประกอบวิชาชพี ด้านสุขภาพ หรือเปล่ยี นสถานพยาบาลได้ ทั้งน้ีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ

สทิ ธิการรกั ษาของผปู้ ว่ ยทมี่ ีอยู่

1.6 ผู้ป่วยมสี ทิ ธิท่จี ะได้รับการปกปดิ ขอ้ มูลของตนเอง เวน้ แตผ่ ปู้ ่วยจะใหค้ วามยินยอม หรือเปน็

การปฏิบตั ติ ามหนา้ ทข่ี องผปู้ ระกอบวิชาชพี ดา้ นสุขภาพ เพื่อประโยชน์โดยตรงของผปู้ ่วยหรอื ตามกฎหมาย

1.7 ผปู้ ว่ ยมสี ิทธไิ ด้รับขอ้ มูลอย่างครบถว้ น ในการตดั สินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเปน็ ผ้เู ขา้ รว่ ม

หรือผู้ถกู ทดลองในการทาวิจัยของผปู้ ระกอบวิชาชพี ดา้ นสขุ ภาพ

1.8 ผปู้ ว่ ยมมี ีสิทธทิ จ่ี ะไดร้ ับทราบขอ้ มูลเก่ียวกบั การรักษาพยาบาลเฉพาะของตน ทีป่ รากฏใน

เวชระเบียนเม่ือร้องขอตามขั้นตอนของสถานพยาบาลน้นั ท้งั นขี้ ้อมลู ดังกล่าวต้องไมเ่ ป็นการละเมดิ สิทธหิ รือข้อมลู

ข่าวสารสว่ นบคุ คลของผู้อ่นื

3

1.9 บดิ ามารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ปว่ ยเด็กทอ่ี ายยุ ังไม่เกิน 18 ปีบริบรู ณ์
ผ้บู กพรอ่ งทางกายหรือจิต ซ่ึงไม่สามารถใชส้ ทิ ธิดว้ ยตนเองได้

2. ข้อพงึ ปฏิบัตขิ องผู้ป่วย (Patients Responsibilities)
2.1 สอบถามเพือ่ ทาความเข้าใจข้อมูลและความเสยี่ งที่อาจเกดิ ขึ้นก่อนลงนามให้ความยินยอมหรือไม่

ยนิ ยอมรับการตรวจวินจิ ฉัยหรอื การรักษาพยาบาล
2.2 ให้ขอ้ มูลดา้ นสุขภาพและข้อเท็จจริงตา่ ง ๆ ทางการแพทย์ทีเ่ ป็นจริง และครบถ้วนแก่ผปู้ ระกอบ

วิชาชีพด้านสุขภาพในกระบวนการรกั ษาพยาบาล
2.3 ใหค้ วามร่วมมือและปฏิบัติตัวตามคาแนะนาของผู้ประกอบวชิ าชีพด้านสขุ ภาพ เกีย่ วกบั การ

รกั ษาพยาบาล ในกรณีท่ีไม่สามารถปฏิบัตติ ามได้ให้แจ้งผปู้ ระกอบวิชาชพี ด้านสขุ ภาพทราบ
2.4 ใหค้ วามร่วมมอื และปฏิบัติตามระเบียบข้อบงั คับของสถานพยาบาล
2.5 ปฏบิ ตั ิต่อผูป้ ระกอบวิชาชีพ ผู้ป่วยรายอื่น รวมท้ังผูม้ าเย่ียมเยือน ดว้ ยความสุภาพใหเ้ กียรติ

และไมก่ ระทาสงิ่ รบกวนผูอ้ ่ืน
2.6 แจง้ สทิ ธกิ ารรักษาพยาบาลพร้อมหลกั ฐานที่ตนมีใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีของสถานพยาบาลท่ีเก่ยี วขอ้ งทราบ
2.7 ผู้ปว่ ยพงึ ทราบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ดังตอ่ ไปนี้
2.7.1 ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสขุ ภาพ ท่ีได้ปฏิบัติหน้าทต่ี ามมาตรฐานและจริยธรรม ย่อมได้รับ

ความคุม้ ครองตามท่ีกฎหมายกาหนดและมสี ทิ ธไิ ดร้ บั ความคมุ้ ครองจากการกลา่ วหาที่ไม่เป็นธรรม
2.7.2 การแพทยใ์ นท่ีนี้ หมายถึง การแพทย์แผนปจั จุบันซ่ึงได้รบั การพิสูจน์ทางวทิ ยาศาสตร์

โดยองค์ความรู้ในขณะนนั้ วา่ มปี ระโยชน์มากกว่าโทษสาหรบั ผู้ป่วย
2.7.3 การแพทย์ไมส่ ามารถใหก้ ารวนิ ิจฉัย ป้องกัน หรอื รักษาใหห้ ายไดท้ ุกโรคหรอื ทุกสภาวะ
2.7.4 การรกั ษาพยาบาลทุกชนดิ มีความเสีย่ งทีจ่ ะเกดิ ผลอันไม่พึงประสงคไ์ ด้ นอกจากน้ี เหตุ

สดุ วิสัยอาจเกดิ ข้ึนได้ แม้ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ดา้ นสขุ ภาพจะใช้ความระมัดระวงั อย่างเพียงพอ ตามวสิ ยั และ
พฤติการณ์ในการรกั ษาพยาบาลนัน้ ๆ แลว้

2.7.5 การตรวจเพอ่ื การคดั กรอง วินจิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรค อาจให้ผลท่ีคลาดเคลอ่ื นได้
ดว้ ยขอ้ จากัดของเทคโนโลยีท่ใี ช้ และปจั จยั แวดลอ้ มอ่ืนๆ ทไี่ มส่ ามารถควบคมุ ไดต้ ามมาตรฐานการปฏิบตั งิ าน

2.7.6 ผู้ประกอบวชิ าชพี ด้านสขุ ภาพมีสิทธใิ ช้ดุลยพนิ จิ ในการเลือกกระบวนการรกั ษาพยาบาล
ตามหลักวชิ าการทางการแพทย์ ตามความสามารถและข้อจากัด ตามภาวะวสิ ยั และพฤติการณ์ที่มอี ยู่ รวมท้ัง
การปรกึ ษาหรือส่งต่อโดยคานึงถงึ สทิ ธิประโยชนโ์ ดยรวมของผูป้ ่วย

2.7.7 เพอ่ื ประโยชน์ต่อผู้ปว่ ย ผปู้ ระกอบวชิ าชีพด้านสขุ ภาพอาจให้คาแนะนา หรอื ส่งตอ่ ผู้ปว่ ย
ให้ได้รับการรักษาตามความเหมาะสม ทัง้ นี้ ผปู้ ่วยตอ้ งไม่อยู่ในสภาวะฉุกเฉนิ อนั จาเปน็ เร่งด่วน และเป็นอันตราย
ต่อชวี ติ

2.7.8 การปกปิดข้อมลู ดา้ นสุขภาพและขอ้ เทจ็ จริงตา่ ง ๆ ทางการแพทย์ของผูป้ ่วยต่อผู้ประกอบ
วิชาชีพดา้ นสขุ ภาพ อาจส่งผลเสยี ตอ่ กระบวนการรักษาพยาบาล

2.7.9 หอ้ งฉกุ เฉนิ ของสถานพยาบาล ใช้สาหรบั ผู้ปว่ ยฉกุ เฉินอนั จาเป็นเร่งดว่ นและเป็นอันตราย
ต่อชวี ิต

4

จะเหน็ ไดว้ า่ ข้อพงึ ปฏบิ ัติสาหรับผ้ปู ว่ ยท้ัง 7 ข้อ ไมใ่ ช่ผปู้ ่วยทกุ รายที่จะปฏิบัติได้ เช่น การให้ข้อมูลด้าน
สุขภาพที่ครบถ้วน เพราะผู้ป่วยอาจไม่รู้ว่าข้อมูลใดที่ต้องแจ้งให้ทราบบา้ ง ดงั น้ัน พนกั งานฉุกเฉนิ การแพทย์จงึ มี
หนา้ ทสี่ อบถามให้ตรงประเด็นหรอื ต้องอธบิ ายใหเ้ ขา้ ใจถึงความจาเปน็ การใหข้ ้อมลู ทค่ี รบถ้วน เพ่ือประโยชนใ์ น
การรักษาพยาบาลสาหรบั การแจ้งสิทธใิ นการรกั ษาเช่นเดยี วกับการแสดงหลักฐาน ผปู้ ่วยอาจไมร่ ูว้ า่ ต้องนา
หลักฐานใดแสดงมาบ้าง จึงตอ้ งให้คาแนะนาแกผ่ ปู้ ว่ ยหรือผ้ใู ชบ้ รกิ าร โดยไม่ตัดสนิ วา่ ผปู้ ว่ ยต้องรู้เอง นอกจากนี้
ถึงแม้ผ้ปู ่วยไมป่ ฏบิ ตั ติ ามข้อพึงปฏิบตั ิ หากเกิดเหตไุ ม่พึงประสงค์ต่อผปู้ ่วย ก็ไมพ่ น้ ความรบั ผดิ ชอบตามกฎหมาย
ทีเ่ ก่ยี วข้อง ดังน้ัน จงึ ควรทราบหลกั กฎหมายและแนวทางการปฏบิ ัตทิ ี่เก่ยี วกับคาประกาศสิทธผิ ูป้ ่วย เพอ่ื ไมใ่ ห้
เกิดปัญหาการละเมิดสทิ ธิผ้ปู ่วยโดยไม่ต้งั ใจท่ีอาจก่อใหเ้ กิดปญั หาทางกฎหมาย

การรกั ษาความลับของผปู้ ว่ ย
ในการปฏิบัติการฉุกเฉิน ข้อมูลใดท่ีพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ได้รับมาจากผู้ป่วยถือเป็นข้อมูลที่เป็น

ความลับ ไม่ควรเปิดเผยตอ่ ผูอ้ ืน่ หากไม่ไดร้ บั อนญุ าตจากผู้ปว่ ยกอ่ น
1. ขอ้ มลู ท่ีเป็นความลบั ไดแ้ ก่ ประวัติของผ้ปู ว่ ยที่ไดจ้ ากการสัมภาษณ์ อาการและสง่ิ ตรวจพบจากการ
ประเมนิ ผ้ปู ่วย การรกั ษาพยาบาลฉกุ เฉนิ ทใี่ ห้
2. การเปดิ เผยข้อมูลท่เี ป็นความลับ ต้องได้รับอนุญาตจากผ้ปู ว่ ยเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษรเท่านั้นและการ
เปดิ เผยขอ้ มูลของผปู้ ่วยกับผู้ให้บรกิ ารทางการแพทย์อ่นื ๆ ต้องเปน็ การใหข้ ้อมลู เฉพาะท่ีจาเป็นต้อง
ทราบเทา่ นัน้
3. สามารถเปดิ เผยข้อมูลไดใ้ นกรณดี งั ต่อไปนี้ เช่นเมอื่ โรงพยาบาลท่ีดูแลผปู้ ว่ ยขอมาเพื่อให้การรักษา
ทเ่ี หมาะสมตอ่ ไปเป็นคดีความคาส่งั ศาลในกรณีศาลสัง่ ใหบ้ ุคลากรสขุ ภาพไปให้การในศาลในฐานะ
พยานหรือศาลสงั่ ใหเ้ ปิดเผยความลับการรายงานโรคติดต่อทอ่ี นั ตรายตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ใน
การควบคมุ โรคผปู้ ่วยยนิ ยอมให้เปิดเผยข้อมูลสุขภาพของตนเองแกบ่ ริษัทประกันภยั เป็นต้น

การให้ความยนิ ยอมและปฏเิ สธในการรักษา

1. ผู้ป่วยมีสทิ ธทิ ี่จะปฏเิ สธการรักษาได้

2. ผปู้ ว่ ยในภาวะฉุกเฉินจาเปน็ ต้องยอมรบั การบรกิ ารรักษาพยาบาลฉกุ เฉิน เช่น กรณีตอ้ งช่วยชีวติ หรอื

ผปู้ ่วยที่ไม่รสู้ ึกตวั และจาเป็นต้องไดร้ บั การรักษาพยาบาลฉกุ เฉนิ เพื่อชว่ ยชวี ติ ถอื วา่ ยนิ ยอมให้รักษา

3. เดก็ และคนปัญญาออ่ น

3.1 ต้องไดร้ บั การยนิ ยอมตอ้ งไดร้ บั จากบิดามารดาหรือผู้ที่มีอานาจดูแลตามกฎหมาย

3.2 เม่อื มกี ารคุกคามชีวิตและไมม่ บี ดิ ามารดาหรอื ผมู้ ีอานาจดูแลอยู่ณทน่ี ัน้ ทจ่ี ะยนิ ยอมให้ถือว่า

การรักษาด้านฉกุ เฉนิ มกี ารยินยอมโดยนยั

4. การปฏิเสธการรักษาพยาบาล

4.1 ผปู้ ่วยท่ีบรรลุนติ ภิ าวะและมสี ติสมั ปชัญญะ มสี ทิ ธทิ จ่ี ะปฏิเสธการรกั ษา

4.2 ผู้ป่วยมีสิทธิที่ยกเลิกการรักษาเม่ือใดก็ได้ เช่น ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว เม่ือรู้สึกตัวแล้ว มีสิทธิ

ปฏเิ สธการนาส่งต่อไปยังโรงพยาบาลได้

4.3 การปฏิเสธการรกั ษาต้องกระทาโดยผปู้ ว่ ยทมี่ ีสตสิ ัมปชญั ญะและสภาพจิตปกติ โดยต้อง

แสดงออกอยา่ งชดั เจนวา่ ไม่ยินยอมรับการรกั ษา

5

4.4 ผู้ป่วยต้องได้รับการบอกกล่าวและเข้าใจถึงความเส่ียงตลอดจนผลที่ตามมาภายหลังจากการ
ปฏเิ สธการรักษาหรือการนาส่งโรงพยาบาล และผูป้ ่วยต้องลงลายมือช่ือเป็นลายลักษณ์อักษรใน
ใบแสดงความไมย่ ินยอมรับการรกั ษา

4.5 ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยปฏิเสธหรือยินยอมให้รักษา ให้รักษาไปก่อนจะช่วยป้องกันการเกิด
ปัญหาตามข้อกฎหมายได้

4.6 ห้ามพนักงานฉุกเฉนิ การแพทยต์ ัดสนิ ใจเองเก่ียวกับการปฏเิ สธการรักษาพยาบาล

การเกบ็ รักษาพยานหลักฐานหรอื ร่องรอยในคดีอาชญากรรม
เมื่อมีสถานการณ์ผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยอุบัติเหตุ การบาดเจ็บหรือบาดแผลที่เกิดจากการกระทาผิดอาญา

การตายที่เคลือบแคลงหรืออื่นๆ พยานหลักฐานต่างๆ ต้องเก็บอย่างถูกต้อง มีมาตรฐานและมีกระบวนการ
คมุ้ ครองหลกั ฐานไมใ่ ห้เสอื่ มสภาพ ถูกทาลายหรือสับเปลี่ยน สาหรับการเก็บวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุถือเป็น
หนึ่งในกระบวนการสอบสวน เป็นหน้าท่ีโดยตรงของพนักงานสอบสวน แต่ถ้าผู้ปฏิบัติการไม่มีความรู้พ้ืนฐาน
ทางด้านนิติเวช อาจทาให้พยานหลักฐานปนเปื้อนหรือถูกทาลาย ไม่สามารถนาไปใช้อ้างอิงในกระบวนการ
ยุติธรรมได้ ดังน้ันจึงควรระมัดระวังในการเข้าถึงสถานที่เกิดเหตุ เพราะอาจจะเป็นผู้สร้างหรือท้ิงวัตถุพยานใหม่
ของตนเองลงไปในสถานทีเ่ กดิ เหตุ หรอื ทาลายวตั ถพุ ยานเดมิ ทม่ี ีอยู่ อนั อาจทาให้กระบวนการสอบสวนเสียหายได้

สง่ิ ทพ่ี นักงานฉุกเฉนิ การแพทยค์ วรปฏบิ ตั ิ คือ
1. ควรแจง้ เจา้ หนา้ ทต่ี ารวจ
2. ให้การดูแลรักษาผูเ้ จ็บป่วยฉุกเฉินเป็นหน้าทท่ี ีส่ าคญั ทส่ี ุด
3. หา้ มยุ่งเกีย่ วกบั ส่งิ ของตา่ ง ๆ ทอ่ี ย่ใู นเหตุการณ์ หากไมเ่ กยี่ วขอ้ งกับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน
4. สังเกตและจดบันทกึ ส่งิ ทผี่ ดิ สงั เกตในสถานท่เี กิดเหตุ
5. เส้อื ผา้ ตอ้ งตัดตามตะเข็บ หลกี เลีย่ งตาแหนง่ ที่เป็นตาหนิ เช่น รู รอยแทง รอยขาดจากการตดั /

การกรีด รอยกระรงุ่ กระริง่ หากเปียกชื้นต้องผึง่ ให้แห้ง หา้ มใส่ถงุ พลาสติกหรือถุงท่ีถา่ ยเทอากาศ
ไมไ่ ด้ เพราะจะทาใหก้ ารตรวจ DNA มีความคลาดเคลื่อน เนือ่ งจากมคี วามชื้น เกดิ เชือ้ รา แบคทีเรีย
6. ระวังการทาลายหลักฐานโดยไมไ่ ด้ต้ังใจ เชน่ การทาความสะอาดแผลก่อนเก็บหลกั ฐาน การใชม้ ือ
เปล่าจบั วัตถุพยาน เช่น มดี หากผปู้ ฏิบัติการฉุกเฉนิ จับด้ามมีดกจ็ ะมลี ายนิว้ มอปรากฎที่ด้ามมดี
ดว้ ย จึงต้องสวมถุงมือทุกครง้ั
หลักจรยิ ธรรมของผปู้ ฏบิ ตั ิการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
หลักจรยิ ธรรมทีพ่ งึ ปฏิบัติต่อผู้เจบ็ ปว่ ยฉุกเฉิน ได้แก่
1. ให้ผู้เจบ็ ป่วยฉุกเฉินมอี สิ ระในการตดั สนิ ใจด้วยตนเอง โดยปราศจากการบงั คบั หรือแทรกแซง
2. ปฏิบัติต่อหน้าท่ีด้วยความเมตตา กรุณา โอบอ้อมอารี สุภาพ มุ่งมั่นให้บังเกิดผลดีที่สุดต่อผู้
เจบ็ ป่วยฉุกเฉินและญาติ
3. ปฏิบัติหน้าท่ีโดยตระหนักถึงมาตรการในการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการกระทาท่ีอาจก่อให้เกิดความ
เสยี หายหรอื อันตรายตอ่ ผเู้ จ็บป่วยหรอื ประชาชนที่มามุงดเู หตุการณ์
4. ปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ด้วยความซ่อื สตั ยส์ จุ ริตและต่อพันธะหนา้ ทที่ ่มี ี ไมเ่ รียกรอ้ งสินจา้ งรางวัล
5. ปฏิบัติต่อผู้เจบ็ ป่วยฉกุ เฉนิ ทกุ คนอย่างยุตธิ รรม อย่างเสมอภาค โดยไม่คานงึ ถึงความแตกตา่ งระหวา่ ง
เช้อื ชาติ ศาสนาฐานะทางสังคมหรอื อุดมการณ์ทางการเมือง

6

6. การบอกความจรงิ หรือให้ข้อมูลอ่นื ๆ ทเ่ี ป็นจริง
7. ต้องรักษามาตรฐานการปฏบิ ัตงิ านตามขอบเขตท่ีกฎหมายกาหนด

บทสรปุ

พนกั งานฉกุ เฉินการแพทย์ถอื เปน็ ด่านหน้าในการดูแลชว่ ยเหลอื ผู้เจบ็ ป่วยฉกุ เฉนิ จึงจาเป็นต้องยึดหลัก
จรยิ ธรรมในการปฏิบัติงานและรักษามาตรฐานการปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินให้มคี ุณภาพ เพ่ือให้บังเกดิ ผลดที ีส่ ุดต่อผู้
เจ็บปว่ ยและครอบครัว ดงั นั้นผ้ปู ฏบิ ตั ิการต้องทราบถึงหลักกฎหมายและแนวทางการปฏิบตั ทิ ี่เกี่ยวกับคาประกาศ
สิทธิผูป้ ่วย เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กิดปัญหาการละเมิดสทิ ธิผูป้ ว่ ยโดยไม่ตั้งใจทีอ่ าจก่อให้เกิดปญั หาทางกฎหมาย นอกจากนี้ ใน
การปฏิบัติงานอาจพบผเู้ จ็บป่วยคดีที่ต้องเกบ็ พยานหลกั ฐานตา่ ง ๆ ถา้ ไม่มคี วามรู้พนื้ ฐานทางด้านนติ เิ วช อาจทา
ให้พยานหลกั ฐานปนเปื้อนหรือถูกทาลาย ไมส่ ามารถนาไปใชอ้ า้ งอิงในกระบวนการยตุ ิธรรมได้ จงึ จาเปน็ ต้อง
ปฏิบัติงานดว้ ยความระมัดระวงั มีความละเอยี ดรอบครอบ เพื่อใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสดุ กบั ผู้ปว่ ยและเปน็ การ
ยกระดับสูม่ าตรฐานวชิ าชีพมากขน้ึ

***********************************

เอกสารอ้างอิง

เพญ็ รุ่ง บญุ รกั ษ์, สนุ สิ า สุวรรณรักษ์. ตาราประกอบการอบรมหลกั สตู รพนกั งานฉุกเฉนิ การแพทย.์
พมิ พค์ รงั้ ที่ 2. สมทุ รสาคร : บอรน์ ทู บี พับลชิ ชิ่ง ; 2555.

แสงทอง ธรี ะทองคา และคณะ. กฎหมายสาหรบั พยาบาล (ฉบบั เรยี บเรยี งครงั้ ที่ 2). พิมพค์ รง้ั ท่ี 2 .
นนทบรุ ี : บยี อนด์ เอ็นเทอรไ์ พรซ์ ; 2561.


Click to View FlipBook Version