โรงเรยี นเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก
Pre-test
(แบบทดสอบภาคทฤษฎีหลกั สูตรพนกั งานฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ (EMT-B) )
ยศ - ชื่อ ………………..............….…..……. สกุล ……...........................……. เลขท…่ี ……….....ชุดที่ 1
บ่งการ
1. เขียน ยศ - ชื่อ - นามสกุล และเลขที่ ใหช้ ดั เจนทัง้ ในปัญหาสอบและกระดาษคาตอบ
( เลขที่เขียนชิดด้านซ้ายของชอ่ งใชเ้ ลข 3 หลัก ) ก่อนทาการสอบ
2. ระบายดนิ สอดา 2 B ให้เต็มชอ่ งวงกลม ข้อเลอื กท่ีถกู ตอ้ งทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดยี ว
3. ระบายดินสอดา 2 B ในกระดาษคาตอบ ใหเ้ ต็มช่องวงกลม ตรงชุดข้อสอบที่ 1, 2, 3 ให้ตรง
กบั ชุดข้อสอบทไ่ี ด้รบั
4. การทาเครอ่ื งหมายอนื่ นอกจากท่ีกล่าวในข้อ 2. จะไมไ่ ด้รบั การตรวจ
5. ถา้ เปลี่ยนขอ้ เลือกใหม่ ตอ้ งลบข้อเลอื กเก่าออกให้สะอาด มเิ ช่นนนั้ เครือ่ งคอมพิวเตอรจ์ ะไม่
สามารถใหค้ ะแนนในข้อนัน้ ได้
6. ทาเสร็จแลว้ เก็บปญั หาสอบและกระดาษคาตอบทงั้ หมด ใส่ในซองบรรจขุ อ้ สอบให้เรียบร้อย
แล้ววางไวบ้ นโต๊ะ กรรมการคมุ สอบจะเปน็ ผู้เก็บซองบรรจุขอ้ สอบเอง
7. ห้าม ปรากฏวา่ มีหรอื ใช้เครอ่ื งมอื ส่ือสารทกุ ชนิดในห้องสอบ
8. เวน้ การกระทาใด ๆ ท่ีสอ่ ถึงการทจุ ริต
9. จงรกั ษาเกยี รติ ศกั ดิ์ศรี และขอใหโ้ ชคดใี นการสอบ
ขอ้ สอบปรนัยทัง้ หมดมี 50 ข้อ
ข้อ 1 - 50 - แบบทดสอบภาคทฤษฎีหลักสูตรพนักงานฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ (EMT-B)
2 ชุดที่ 1
เวลาในการสอบ 80 นาที
ตรวจขอ้ สอบใหค้ รบทุกข้อกอ่ นสอบและก่อนส่งทกุ ครงั้
แบบทดสอบภาคทฤษฎีหลักสูตรพนกั งานฉุกเฉินทางการแพทย์ ระดบั พน้ื ฐาน (EMT-B)
จงเลอื กข้อทีถ่ ูกต้องทสี่ ดุ เพียงข้อเดียวโดยทาเคร่อื งหมาย x บนกระดาษคาตอบ
ข้อสอบ จานวน 50 ข้อ ใชเ้ วลา 1 ชว่ั โมง 20 นาที
1. ข้อใดคือความหมายท่ีถูกต้องท่ีสดุ ของการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ
ก. การจัดระดมทรัพยากรในพ้ืนท่ีเพ่ือการชว่ ยเหลือผู้เจบ็ ป่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชว่ั โมง
ข. การวางแผนและการใหก้ ารช่วยเหลือผูป้ ระสบเหตภุ ยั พบิ ัติ
ค. การเฝ้าระวงั ไมใ่ ห้เกิดอบุ ัติเหตุตลอด 24 ชวั่ โมง
ง. การจัดรถพยาบาลฉุกเฉนิ ใหม้ ีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
2. ข้อใดเป็นการควบคุมทางการแพทย์ทเ่ี กี่ยวข้องกบั พนักงานฉุกเฉนิ ทางการแพทย์
ก. พบผ้ปู ว่ ยท่ีมีอากาหนักเกินซดี ความสามารถต้องปรกึ ษาศูนย์สงั่ การทุกครัง้
ข. สามารถใหย้ าได้โดยอยู่ภายใตก้ ารควบคุมของศนู ยร์ ับแจง้ เหตแุ ละสงั่ การ
ค. การปฏบิ ตั งิ านพนกั งานฉุกเฉนิ ทางการแพทย์จะตอ้ งอยู่ภายใต้การควบคุมกากับของศูนยร์ บั แจง้ เหตุและสง่ั การ
ง. ถกู ทุกซ้อ
3. พนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ คนใดที่มคี ุณลักษณะพน้ื ฐานท่ดี ี
ก. นายแดงขับรถพยาบาลด้วยความรวดเร็วและฝา่ ไฟแดงเพือ่ รีบนาผู้ป่วยสง่ โรพยาบาล
ข. นายเอกเกบ็ ทรัพยส์ ินมคี ่าจากที่เกิดเหตุ
ค. นายต้อมใชเ้ วลาว่างจากการปฏบิ ตั อิ ่านหนงั สอื ทบทวนความรอู้ ยเู่ สมอ
ง. นายหม่ามกั ให้ข้อมลู เก่ยี วกับผเู้ จ็บป่วยฉุกเฉิน แกผ่ ทู้ ส่ี นใจทุกเรอ่ื ง เพื่อเผยแพร่ความรู้
4. การปฏิบตั ิของพนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ต่อครอบครัวของผ้ปู ่วย ทอ่ี ยู่ระหวา่ งใหก้ ารชว่ ยฟืน้ คนื ชพี คือข้อใด
ก. ปฏิบัติตามความต้องการของญาติทุกเรื่อง
ข. ปลอบโยนและยงั ไมบ่ อกญาตวิ ่าผ้ปู ่วยเสยี ชีวิตในทันที
ค. บอกกับญาตวิ า่ นาจะเรียกหน่วยบริการการแพทยฉ์ ุกเฉินใหเ้ ร็วกว่านี้
ง. กลับออกไปจากเหตุการณ์ดงั กลา่ วทันท่เี นื่องจากผ้ปู ว่ ยเสยี ชวี ติ แล้ว
5. ขอ้ ใดถกู ต้องเก่ียวกับการใหค้ วามยินยอมในการรักษาพยาบาล
ก. ด.ญ.แดง อายุ 10 ปี มีอาการชัก มารดาเซน็ ยินยอมให้พามาโรงพยาบาล
ข. นายดาถกู รถชนมีแผลผวิ หนังถลอกเลก็ น้อยพนักงานฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ รบี พาขึ้นรถไปโรงพยาบาลทนั ที
โดยไม่บอกผูป้ ่วย
3 ชดุ ท่ี 1
ค. นายหม่านอนหมดสติหยุดหายใจแต่ไม่สามารถให้ การรักษาได้เน่ืองจากไม่มญี าติมาเซน็ ใบยนิ ยอม
ง. ด.ญ.เขียวอายุ 2 ปี มีไข้คนขา้ งบ้านโทรแจง้ 1669 และขอให้นาส่งโรงพยาบาลเพื่อรบั การรักษา
6. ขอ้ ใดเป็นการทาผิดมาตรฐานการปฏบิ ัติงานของพนักงานฉกุ เฉินทางการแพทย์
ก. พบผู้ป่วยหญงิ ทาหน้าอกปลอมมาจึงเอามานินทากนั เปน็ ท่ีสนุกสนาน
ข. ให้การปฐมพยาบาลผู้ป่วยแลว้ อาการดีขน้ึ จึงไม่นาสง่ โรงพยาบาลโดยไม่แจ้งให้ศนู ย์สั่งการทราบ
ค. ส่งมอบทรัพย์สินของผปู้ ่วยไห้กบั ผูท้ ่ีอ้างตวั เปน็ ญาติโดยไมต่ รวจสอบความถูกต้องก่อน
ง. ถูกทุกซ้อ
7. การรกั ษาความลบั ของผ้ปู ่วยของบคุ ลากรในระบบการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ข้อใดปฏิบัตถิ กู ต้อง
ก. พนักงานฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ มอบประวตั ิการรกั ษาพยาบาลของผ้ปู ่วยให้กบั ตัวแทนประกันชีวิตโดย
ไม่สอบถามผปู้ ว่ ยกอ่ น
ข. พนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ นาเรื่องขัน้ ตอนการักษาพยาบาลผู้ป่วยท่ีทาไปแลว้ แล้วให้ตวั แทนประกันชวี ิตฟงั
ค. แพทยน์ าอาการผ้ปู ่วยทตี่ รวจพบไปเบิกความในศาลโดยผู้ป่วยไม่ทราบ
ง. พยาบาลนาช่อื ผปู้ ่วยหญิงท่ีโดนข่มขนื ไปเลา่ ใหน้ ักขา่ วฟงั
8. สิ่งทพี่ นักงานฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ ควรทาเพ่ือชว่ ยเก็บรักษาวัตถุพยานในทเ่ี กดิ เหตุคือข้อใด
ก. ไมเ่ ปลีย่ นแปลงสภาพแวดลอ้ มโดยรอบในทีเ่ กดิ เหตขุ ณะใหก้ ารช่วยเหลือ
ข. ช่วยเกบ็ ลกู กระสนุ ปนื ณ จุดเกิดเหตุ ใหเ้ จา้ หน้าที่ตารวจ
ค. ตัดเสือ้ ผู้ป่วยท่ีถกู ทาร้ายรางกายทง้ิ ในที่เกิดเหตุ
ง. รอเจา้ หนา้ ทีต่ ารวจมาถึงก่อนให้การรักษาพยาบาลผปู้ ่วยคดี
9. อวัยวะใดท่ีทาหน้าที่ในการช่วยในการไหลของอากาศเข้าสปู่ อด
ก. หวั ใจ ข. กระบงั ลม ค. ตบั ง. หลอดอาหาร
10. การประเมินสัญญาณชีพต้องประเมนิ ในเรือ่ งใด
ก. ชพี จร ข. หายใจ ค. ความดนั โลหติ ง. ถกู ทกุ ข้อ
11. การเตน้ ของ ชีพจรทผี่ ดิ ปกตมิ ีลักษณะใด
ก. ชีพจรเต้นเปน็ จังหวะสม่าเสมอ 70 คร้ัง/นาที
ข. ชีพจรเต้นชา้ ๆ ประมาณ 60 คร้ัง/นาที
ค. ชีพจรเตน้ เร็วสมา่ เสมอประมาณ 130 ครัง้ /นาที
ง. ชพี จรเตน้ เบาๆ สม่าเสมอประมาณ 82 ครงั้ /เนาที
12. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องถึงเสยี งท่ไี ดย้ นิ เม่ือวัดความดันโลหิต
ก. systolic blood pressure เป็นเสียงสุดท้ายทไ่ี ดย้ ิน
ข. systolic blood pressure เปน็ เสยี งแรกที่ได้ยนิ เม่ือวัดความดนั โลหิต
4 ชดุ ที่ 1
ค. diastolic blood pressure เปน็ เสียงแรกที่ได้ยิน เมอ่ื วดั ความดันโลหติ
ง. diastolic blood pressure เป็นเสียงทีฟ่ งั ไดไ้ มช่ ัดเจน
13. ยาและเวชภัณฑ์ที่พนักงานฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้ได้คอื ข้อใด
ก. Nitroglycerine ข. Glucose oral
ค. Oxygen ง. Activated charcoal
14. ข้อมูลใดเกี่ยวกับผูป้ ่วยที่ไม่ควรรายงานทางวทิ ยุสือ่ สาร
ก, เวลาทผ่ี ปู้ ว่ ยจะไปถึงโรงพยาบาล
ข. เพศและอายุของผู้ป่วย
ค. ช่อื -สกุลของผู้ปว่ ย
ง. ประวตั กิ ารใชย้ าในอดีตของผู้ปว่ ยโดยย่อ
15. พบผปู้ ว่ ยบน่ ว่าเหนื่อยตรวจสัญญาณชีพ T 37.6 c P 88 คร้งั /นาที R 28 คร้งั /นาที มีประวัติเปน็ โรคถุงลม
โป่งพองควรใหอ้ อกซิเจนอย่างไร
ก. Face Mask 8 ลติ รตอ่ นาที ข. Nasal Canula 3 ลิตรต่อนาที่
ค. Face Mask c bag 10 ลติ รตอ่ นาที ง. Nasal Canula 5 ลิตรต่อนาที
16. สาเหตุส่วนใหญ่ทที่ าให้เกิดภาวะอุดกัน้ ทางเดนิ หายใจในผปู้ ่วยทไี่ มร่ ู้สกึ ตัว
ก. อาเจยี น ข. สาลกั อาหาร
ค. ล้นิ ตก ง. การบาดเจบ็ ของทางเดินหายใจ
17. อัตราการช่วยหายใจและกดหน้าอกในการช่วยฟน้ื คืนชีพ ข้อใดถูกต้อง
ก. เป่าลมเขา้ ปาก 2 คร้งั กดหน้าอก 15 ครั้ง
ข. เป่าลมเขา้ ปาก 2 ครงั้ กดหน้าอก 30 ครัง้
ค. เป่าลมเขา้ ปาก 1 ครั้ง กดหน้าอก 15 คร้ัง
ง. เป่าลมเข้าปาก 1 คร้งั กดหนา้ อก 30 ครัง้
18. ขอ้ ใดคอื การกดหนา้ อกท่ีมีประสิทธภิ าพ สาหรบั ผู้ป่วยท่ีเปน็ ผู้ใหญ่
ก. กดหน้าอกด้วยความเรว็ อย่างนอ้ ย 100 ครงั้ นาที โดยใหห้ น้าอกลึก 2 นิ้ว และปล่อยใหม้ ีการขยาย
ของทรวงอกกลบั คนื จนสดุ
ข. กดหนา้ อกดว้ ยความเรว็ ไม่เกิน 100 ครง้ั นาที โดยให้หน้าอกลึก 2 นว้ิ และปล่อยใหม้ ีการขยาย
ของทรวงอกกลับคนื จนสดุ
ค. กดหน้าอกดว้ ยความเรว็ อย่างนอ้ ย 100 ครัง้ นาที โดยให้หนา้ อกลึก 1.5 น้ิว และปล่อยให้มกี ารขยาย
ของทรวงอกกลับคนื จนสุด
ง. กดหน้าอกด้วยความเร็วไมเ่ กนิ 100 ครัง้ นาที โดยใหห้ น้าอกลกึ 1.5 น้วิ และปล่อยให้มีการขยาย
ของทรวงอกกลับคืนจนสดุ
19. ข้อใดเป็นชั้นตอนการช่วยฟ้นื คืนชีพท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุด
5 ชดุ ท่ี 1
ก. พบผปู้ ่วยไมร่ ้สู ึกตัว ไมห่ ายใจหรือหายใจเฮอื ก นวดหวั ใจ ช็อกไฟฟ้า เรยี กขอความช่วยเหลือ ช่วยหายใจ
ข. พบผู้ป่วยไมร่ สู้ ึกตวั ไม่หายใจหรอื หายใจเฮอื ก เรยี กขอเคร่ืองชือกไฟฟ้า นวดหวั ใจ ชว่ ยหายใจ
ค. พบผปู้ ่วยไมร่ ้สู กึ ตัว ไม่หายใจหรอื หายใจเฮอื ก ประเมนิ การหายใจ เปดิ ทางเดินหายใจ เรียกขอเครอ่ื งช็อก
ไฟฟ้า นวดหัวใจ ช่วยหายใจ
ง. พบผปู้ ่วยไมร่ ูส้ ึกตัว ไม่หายใจหรือหายใจเฮอื ก เรยี กขอเคร่ืองช็อกไฟฟา้ ชว่ ยหายใจ นวดหัวใจ
20. สถานการณ์ใดปลอดภยั สาหรับการเขา้ ไปชว่ ยเหลอื ผบู้ าดเจ็บในทีเ่ กิดเหตุ
ก. ทันทีท่เี สียงปนื ยงิ ต่อส้สู ้ินสดุ ลง
ข. หลงั จากสึนามิลกู แรกถล่มฝง่ั อนั ดามนั
ค. ขณะเกดิ เพลงิ ไหม้อาคารสูง 2 ชั้น
ง. รถยนตพ์ ุง่ ตกลงคูน้าขังทางคนขับรถกระเด็นออกมาอยบู่ นขา้ งถนน
21. การประเมินผบู้ าดเจ็บเบื้องตน้ มีความสาคัญอยา่ งไร ข. บอกแนวทางในการช่วยเหลือผู้ป่วย
ก. แสดงใหเ้ ห็นถึงความปลอดภยั ของสถานการณ์ ง. บอกพยาธสิ ภาพและความเร่งดว่ นของผูป้ ว่ ย
ค. เพอื่ ตรวจรกั ษาโรคเบอ้ื งต้น
22. การประเมนิ อยา่ งรวดเรว็ (Rapid Trauma Assessment) เปน็ การปฏบิ ัติเพื่อเหตผุ ลใด
ก. ผบู้ าดเจบ็ ทีม่ ีเลือดออกภายในเพ่ือให้การรักษา ณ ทเี่ กดิ เหตุ
ข. ต้องรีบใหก้ ารช่วยเหลอื ผู้บาดเจ็บท่มี ีการบาดเจ็บที่ศรี ษะรสู้ ึกตัวดีเพอ่ื ช่วยรกั ษา
ค. ผ้ปู ่วยท่วั ไปเพอ่ื การวนิ จิ ฉัยที่ถกู ต้อง
ง. ผบู้ าดเจ็บท่ีมีอาการรุนแรงตอ้ งรีบประเมินและนาส่งโรงพยาบาล
23. ขอ้ ใดเปน็ วัตถปุ ระสงคใ์ นการประเมนิ สภาพผู้ปว่ ย
ก. เพ่อื ประเมนิ ระดบั ความร้สู ึกตวั
ข. เพอ่ื ดูความรุนแรงของโรค
ค. เพ่ือหาสาเหตุของความเจ็บป่วย
ง. ถูกทกุ ข้อ
24. ในการตรวจและประเมนิ ผู้ป่วยซา้ ในผ้ทู ม่ี อี าการคงที่การปฏิบตั ิข้อใดไมถ่ กู ต้อง
ก. ตรวจซ้าและจดบนั ทึกทุกครง่ึ ชั่วโมง
ข. ตรวจร่างกายซา้ ในตาแหนง่ ที่ได้รบั บาดเจบ็
ค. ตรวจดตู าแหนง่ ทหี่ ้ามเลือดว่าเลือดหยดุ ไหลหรอื ยัง
ง. ประเมินอาการหลังให้ออกซิเจน
25. เมอื่ ท่านพบผู้ป่วยขณะหายใจเหน่ือยมีปีกจมกู บานควรให้การชว่ ยเหลอื อยา่ งไรเป็นอันดับแรก
ก. ตรวจร่างกาย ข. ให้ออกชิเจน
ค. ตรวจวัดสัญญาณชพี ง. ถูกทุกข้อ
6 ชดุ ที่ 1
26. การทา early defibrillation จะทาให้การชว่ ยชวี ิต สาเรจ็ ควรทาอยา่ งไร
ก. ทาภายหลงั ผู้ป่วยหัวใจหยดุ เต้นนานเกิน 10 นาที
ข. ทาทันทเี มื่อเครื่องอ่านพบ Ventricular tachycardia
ค. ทาการชอ็ คขณะทา CPR
ง. ทาการช็อค อย่างน้อย 2 ครั้งติดต่อกนั หยดุ CPR 2 นาทเี พ่อื ดูอาการ
27. เม่อื ท่านได้รบั แจ้งให้ออกไปให้การช่วยเหลือผ้ปู ่วยเจบ็ หน้าอกท่านควรทาอย่างไร
ก. ซกั ประวตั ิ ข. ตรวจสญั ญาณชีพ ค. ให้ออกซิเจน ง. ถกู ทกุ ขอ้
28. ขอ้ ใดเปน็ อาการและการแสดงของผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดแตกในสมอง
ก. ปวดศีรษะรนุ แรงและอาจมแี ขน ขา ออ่ นแรง
ข. ซกั หมดสติ
ค. ระดบั ความร้สู ึกตวั เปล่ยี นแปลงรวดเร็ว
ง. ถกู หมดทุกข้อ
29. การดแู ลผ้ปู ่วยโรคลมชกั ขอ้ ใดถูกต้อง
ก. ในระหวา่ งซักให้ยึดตรึงผปู้ ่วย เพอื่ ป้องกนั อนั ตราย
ข ขณะซักใหใ้ สซ่ ้อนในชอ่ งปาก เพ่ือปอ้ งกันผปู้ ่วยกดั ลิ้น
ค. หลงั ซกั ดูแลทางเดินหายใจโล่ง จดั ทา่ นอนตะแคงกง่ึ ควา่
ง. หลังซักปลุกใหต้ นื่ จดั ให้นอนหงายราบ
30. ภาวะใดไมเ่ ปน็ สาเหตทุ ่ีทาให้ระดบั ความรู้สึกตัวเปล่ยี นแปลง
ก. อบุ ตั ิเหตทุ ่ีศีรษะ ข. นา้ ตาลในเลือดตา่
ค. ปวดศีรษะไมเกรน ง. ได้รบั สารพิษ/สารเสพติด
31. ผปู้ ว่ ยเบาหวานรายใดทพ่ี นักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ ต้องปรึกษาแพทย์ทันที
ก. มีแผลติดเช้อื ท่ีเท้า ข. มีไข้บ่อยๆ
ค. มกี ารเปล่ียนแปลงระดับความรสู้ ึกตัว ง. มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า
32. ผูป้ ่วยทม่ี ีอาการชกั หากไม่ได้รับการรกั ษาอย่างทันทว่ งที อาจเกดิ ภาวะใด
ก. ทางเดินหายใจอุดก้นั ข. สมองขาดเลือดไปเลย้ี ง
ค. อาจเกิดอบุ ตั เิ หตซุ ้าซอ้ น ง. ถูกทกุ ขอ้
33. ขั้นตอนการดแู ลผู้ป่วยที่มปี ฏิกริ ยิ าแพ้คือข้อใด
ก. ซกั ประวตั ิช้นั ตนั ตรวจวดั สัญญาณชพี ให้ออกชิเจน แจง้ ศนู ย์ส่งั การ ใหย้ าแกแ้ พ้
ช. ปรึกษาแพทย์ ตรวจวัดสญั ญาณชพี ซกั ประวัติชัน้ ตัน แจ้งศูนย์สั่งการ ให้ยาแกแ้ พ้
ค. ตรวจวัดสญั ญาณชพี ซกั ประวตั ิข้นั ต้น ใหอ้ อกซเิ จน แจ้งศนู ย์สั่งการ ให้ยาแก้แพ้
ง. ตรวจวดั สญั ญาณชีพ ซกั ประวัติขัน้ ตนั แจ้งศนู ย์สงั่ การ ให้ออกซิเจน ให้ยาแก้แพ้
7 ชดุ ที่ 1
34. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วิธีการดแู ลผู้ป่วยท่ีกนิ ยาฆา่ แมลง ข. วดั สญั ญาณชพี
ก. ทาใหผ้ ปู้ ่วยอาเจียน ง. ใหผ้ ปู้ ่วยรับประทานยาแก้แพ้ทันที
ค. ถอดเสือ้ ผ้าทส่ี มั ผัสสารพิษออก
35. ข้อใดไม่ใช่เป็นอาการและอาการแสดงของผู้ป่วยทไ่ี ดร้ ับความร้อนเกนิ
ก. อ่อนเพลียและเหนื่อยมาก ข. ผวิ หนังเย็นชืน้
ค. ชีพจรเต้นเรว็ ง. กล้ามเนือ้ เกร็งเปน็ ตะคริว
36. คนท่มี แี นวโนม้ จะฆา่ ตวั ตายจะมลี กั ษณะใด ข. เคยพูดถึงวธิ ีการฆา่ ตัวตาย
ก. ซมึ เศร้า ง. ถกู ทุกขอ้
ค. เคยทารา้ ยตวั เองมาก่อน
37. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การดูแลผู้ปว่ ยตกเลือดจากการแท้ง ข. ใหผ้ ูป้ ่วยงดนา้ และอาหาร
ก. ใหอ้ อกซิเจน ง. ใหใ้ ชผ้ า้ อดุ ช่องคลอดห้ามเลือด
ค. ดแู ลทางเดินหายใจให้โล่ง
38. โรคเอดส์ มีการตดิ ต่อทางใดบ้าง ข. สมั ผัสทางเลือด
ก. สารคัดหลั่งทกุ ชนิด ง. ถูกทุกขอ้
ค. ทางเพศสัมพนั ธ์
39. หากท่านพบคนตกนา้ ทา่ นจะช่วยเหลอื อย่างไร
ก. กระโดดลงไปในน้า แล้วว่ายเขา้ ไปช่วยเหลอื คนตกน้า
ข. โยนอปุ กรณท์ ล่ี อยนา้ ได้ เช่น ถงั แกลลอนเปล่าปดิ ฝา ขวดนา้ พลาสตกิ เปล่าปิดฝาใหค้ นตกน้าจบั
เพ่ือลอยตวั
ค. ยืน่ อุปกรณ์ให้คนตกนา้ จบั แล้วลากคนตกนา้ เข้าฝง่ั
ง. ถกู ท้ังข้อ ข และ ค
40. ข้อใดควรปฏิบตั ิเป็นอนั ดับแรกในการดแู ลผู้ป่วยทีม่ ี External bleeding
ก. การหา้ มเลอื ด ข เฝ้าระวังการช็อค
ค. Universal Precaution ง. เปดิ ทางเดินหายใจโตยใช้ jaw thrust
41. ข้อใด ไม่ใช่ อาหารและอาการแสดงของภาวะช็อค ข. ซีด ตัวเย็น, Capillary refill นานกวา่ 2 วนิ าที
ก. กระสับกระสา่ ย ชพี จร เบาเรว็ ม่านตาขยาย ง. ชพี จรเบาเรว็ หายใจเร็ว ความดันโลหิตสูง
ค. ม่านตาขยาย กระหายน้า คลนื่ ไส้-อาเจยี น
42. การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยบาตเจบ็ มแี ผลทะลุทรวงอก กรณีไฟมีการบาดเจ็บท่ีกระดูกสันหลงั ข้อใดถูกต้อง
ก จัดผ้ปู ่วยใหอ้ ยู่ในทา่ ศีรษะสูง ข. ให้ออกซเิ จน
ค. ปิดแผลสามทาง ง. ถกู ทุกขอ้
8 ชดุ ที่ 1
43. ขอ้ ใดเปน็ การดูแลบาดแผลท่ีถูกต้อง
ก. นายสิงหา ถกู มดี ฟันบริเวณคอ มเี ลือดออกมาก ปิดแผลแล้วใช้ผ้ายืดพนั รอบแผลให้แน่น
ข. น.ส. กันยา ถูกมีดตัดบริเวณนิว้ ชีข้ าด เกบ็ อวัยวะที่ขาดแช่ในน้าแข็งแห้ง และห้ามเลือด
ค. นายตุลา ข่รี ถจักรยานยนต์ล้ม ถกู เหล็กเสยี บขา ใหร้ ีบดงึ เหลก็ ออก และห้ามเลอื ดทันที
ง. นายธนั วาถกู นา้ รอ้ นลวกท่ีขา ใช้นา้ สะอาดล้างแผล ใชผ้ ้าชุบน้าปดิ บาดแผล ใช้ผ้าแห้งปดิ ทับ
44. ขอ้ ใดไม่ใช่หลกั ของการดาม (Splinting)
ก. ดามให้ครอบคลมุ ส่วนข้อต่อเหนอื และใต้กระดูกทีห่ กั
ข. แผลเปดิ มกี ระดูกโผลต่ อ้ งดันกระดูกกลับเข้าทีแ่ ละปิดแผลหา้ มเลอื ดให้แนน่
ค. ทาแผลกอ่ นดามทุกครัง้ เพ่ือลดการเสียเลอื ด
ง. ปอ้ งกนั การเคลือ่ นไหวของอวัยวะท่หี ัก
45. ก่อนและหลงั การดามกระดูกผู้บาดเจ็บทุกครัง้ ควรปฏบิ ตั ิอยา่ งไร
ก. วัดความดันโลหิต
ข. ตรวจระดบั ความรสู้ กึ ตัว
ค. ประเมนิ ชพี จร กาลงั กล้ามเน้ือ และความรสู้ กึ เจ็บปวด
ง. ซักประวัตโิ รคประจาตวั และการแพ้ยา
46. ผปู้ ่วยรายใดมอี าการและอาการแสดงของการบาดเจบ็ ท่ศี รี ษะ
ก. นายปฐพี มีอาการซักเกร็ง หมดสติ หลงั จากถูกตีทศ่ี ีรษะ 2 วัน
ข. นายอคั คีมีอาการเหง่ือออกตวั เยน็ แน่นหน้าอก หลงั จากขับรถปิคอพั ชนตนั ไม้
ค. นายวายภุ คั มีเลอื ดออกหูหลงั จากปั่นหู
ง. น.ส.มนตรา เกรง็ มอื จีบ หลงั จากนงั่ โดยสารรถสามล้อชนเสาไฟฟ้า
47. ข้อหา้ มในการยกและเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่วย
ก. เคล่อื นย้ายออกจากที่เกดิ เหตใุ ห้เร็วที่สดุ
ข. ระวังให้หลงั ตรงเสมอทยี่ กอยู่ใกล้ตัวท่ีสุด
ค. ทาด้วยความละมนุ ละม่อมไม่ให้เกิดอนั ตรายเพิ่มข้ึน
ง. ประมาณกาลังท่จี ะยกผู้ป่วยถา้ ไม่แนใ่ จหา้ มลองยก
48. ข้อใดเป็นวิธกี ารดแู ลเด็กหลังชักทถ่ี กู ตอ้ ง
ก. ดแู ลเร่ืองทางเดนิ หายใจ ใหอ้ อกซิเจน เชด็ ตวั ถ้ามีไข้ นาส่งโรงพยาบาลทุกราย
ข. ดูแลเรอ่ื งทางเดินหายใจ ใหอ้ อกชเิ จน เช็ดตัวถ้ามีไข้ ไม่จาเป็นตอ้ งนาส่งโรงพยาบาลทกุ ราย
ค. ดูแลเร่ืองทางเดินหายใจ ดูดเสมหะ ให้ยากันชัก นาส่งโรงพยาบาล
ง. ดแู ลเรือ่ งทางเดินหายใจ ดูดเสมหะ ใหย้ ากนั ชัก รับประทานยาเดมิ
9 ชดุ ที่ 1
49. สภาวะใดอาจทาใหเ้ สย่ี งต่อการเกดิ อนั ตรายในการขับรถพยาบาลฉุกเฉนิ
ก. ฝ่าสัญญาณไฟจราจรโดยเฉพาะไฟแดง
ข. รถพยาบาลฉุกเฉินหลายคันว่ิงตามกันมาในระยะกระชน้ั ชิด
ค. รถจกั รยานยนตอ์ ยู่หนา้ รถพยาบาลฉกุ เฉนิ
ง. ถกู ทุกขอ้
50. เมอ่ื ท่านไดร้ บั แจ้งใหอ้ อกปฏิบัตกิ ารเหตกุ ารณอ์ บุ ัตเิ หตุรถทวั ร์พลกิ คร่า มีผ้บู าดเจ็บจานวนมากกวา่ 10 ราย
ถา้ ทา่ นเปน็ ชดุ ปฏิบตั กิ ารชุดแรกที่ไปถงึ จุดเกดิ เหตุ ท่านจะปฏิบัตอิ ยา่ งไร
ก. รบี เขา้ ไปช่วยเหลอื ผูบ้ าดเจ็บทันที
ข. ทาการคดั แยกผู้บาดเจ็บขั้นตนั ทันที
ค. ประเมินสถานการณแ์ ละแจ้งศนู ยร์ บั แจ้งเหตุทนั ที
ง. ก้ันเขตพน้ื ท่เี พื่อให้เกิดความปลอดภยั ในการปฏิบตั งิ าน