The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือทหารต้านโควิด-19

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือทหารต้านโควิด-19

คู่มือทหารต้านโควิด-19

Keywords: ทหาร,โควิด-19,กองทัพบก

คำนำ

คมู ือการปองกนั การระบาดโควิด-19 ในฉบบั บุคคล เปนฉบับแรกท่ีออกในป 2563 เนอื่ งจากสถานการณปจจุบัน
โควิด-19 มีการระบาดอยางรุนแรงทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยและเปนโรคที่มีอาการรุนแรงถึงแกชีวิตได สามารถ
แพรกระจายไดอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะอยางยิ่งการอยูรวมเปนหมูมาก “โดยเฉพาะนอง ๆ พลทหารซึ่งมีกำลังพลถึง
120,000 นาย ถือวาเปนกำลงั สำคัญของกองทัพบก” ผูบังคับบัญชาไดมคี วามหว งใยผูใตบงั คับบัญชา จึงไดมีคำสั่งให
ศูนยบริหารสถานการณโควิด-19 กองทัพบก จัดทำคูมือฯ เลมนี้ขึ้น เพื่อใหกำลังพลและครอบครัวในคายทหาร
ปลอดภยั จากโควดิ -19 รวมทง้ั การใชชวี ติ ตามปกติและเมอ่ื ไดรบั ภารกิจนอกคา ย

สุดทายนี้ ขอใหกำลังพลทุกนายติดตามสถานการณ ใหความรวมมือในการใหขอ มูลและปฏบิ ัติตามคำสั่งของ
กองทพั บกทไี่ ดสัง่ การไปแลว รวมท้ังปฏิบตั ิตามคูมือเลม นี้อยา งเครงครดั

บทท่ี 1 ตระหนักรู

ลักษณะเชื้อกอ โรค

เปนเชื้อไวรัส โคโรนาไวรัสเปนไวรัสชนิดอารเอ็นเอและมีเปลือกหุม มีชื่อวา ไวรัสซารโควีทู (SARS-
CoV-2) ภาษาไทยเรียกวาไวรัสระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงชนิดที่ 2 ซึ่งกอโรคในระบบทางเดินหายใจและ
ระบบทางเดินอาหาร ติดตอไดงายผานการไอ จาม เกิดละอองเสมหะ ละอองน้ำมูก น้ำลาย ตรวจพบไดทั้งในเลือด
นำ้ มูก น้ำลาย เสมหะ และสามารถตรวจเจอไดจากอุจจาระดว ย

ใครเส่ียงตอการติดโรค ?
1.ทกุ คน ทุกเพศ และทุกวยั ที่สัมผัสเชื้อแลว เกิดโรคไดทง้ั หมด เช้ือนีเ้ ปน เชอื้ อบุ ตั ิใหม ไมเคยเกดิ ข้ึนมากอน

และคนเกอื บท้ังหมดยงั ไมมภี มู ิตา นทานตอโรคน้ี วัยแรงงานจะมคี วามเสี่ยงสูงในการสัมผัสโรค ผสู งู อายุจะมคี วามเสย่ี ง
ทจ่ี ะเกิดโรคและเสียชีวิต สำหรับคนเปน เบาหวาน ความดนั หวั ใจ คนอว น และหญิงต้ังครรภ มคี วามเส่ยี งสงู เพ่มิ มาก
ขึน้

2.ผทู ใ่ี กลชิดกับผูปวยหรือดูแลผูปว ย แลวไมป อ งกนั ตวั เอง ไมรักษาความสะอาดสว นบคุ คล ผูทที่ ำงาน พัก
อาศัย เดินทางทองเทยี่ ว หรอื กลับจากพ้นื ท่ที ี่มรี ายงานการระบาดของโรคอยางตอเนอื่ งเชน ประเทศจนี เกาหลีใต
สงิ คโปร ญป่ี ุน อิตาลี รวมถงึ คนท่พี ักอาศัยรวมกันคนเหลาน้ี

3.ผทู ีไ่ มปองกนั ตัวเองในระหวางระบาด เชน ไมสวมหนา กากอนามยั หรอื หนากากผา เมื่อตอ งไปยังสถานท่ีท่ีมี
ผูคนหนาแนน หรือขณะเดินทาง ไมลางมือดวยสบูและน้ำสะอาด หรือลูบมือดวยเจลแอลกอฮอลที่มีความเขมขนที่
70%

4.ผไู มเวนระยะหางระหวา งบุคคลในสงั คม และหรือไมงดการพบปะ พูดคยุ รวมตัว จบั กลมุ รว มทำกิจกรรม
อยางใดอยางหน่งึ มีโอกาสติดโรคมากขึ้น มีการเดนิ ทางไปในทีช่ ุมชน เชน สนามมวย สถานบันเทงิ รานอาหาร
หางสรรพสนิ คา วัด ตลาดสด โบสถ มสั ยดิ ทำใหม โี อกาสติดมากขน้ึ

ลกั ษณะของโรคและการดำเนินโรค
การรบั เชื้อจะเขา สรู า งกายทางจมูก ปาก เยื่อบุตา ซ่ึงเขา โดยสัมผัสโดยตรง หรอื จบั ของรอบตวั เชน ลูกบิด

ประตู ราวบนั ได กำแพง เสารถไฟฟา โตะ เกาอ้ี ไมโครโฟน ตูเอทเี อ็ม โทรศัพทมือถอื ทป่ี นเปอ นกบั ตัวโรค แลว นำเขา
มาขย้ีตา ปายจมูก ทำใหเกิดโรคมากขึน้ จะแสดงอาการของโรคระหวาง 2-14 วนั ทัง้ นค้ี นสว นใหญม กั จะแสดงอาการ
ของโรคประมาณ 11 วนั ขนึ้ ไป และแสดงอาการของโรคเร็วท่สี ดุ ประมาณ 2 วนั เมอื่ รับเช้ือเขาไปแลว เชอื้ ไวรัสโคโร
นาชนิดนจี้ ะเขา สูระบบทางเดินหายใจลงสูปอด ทำใหเ ซลลเน้อื ปอดท่ีติดเช้ือเกิดการเกาะกลมุ กนั และทยอยตายลง
และแพรก ระจายไปยงั อวยั วะสำคัญไดแก สมอง ลำไส และ ไต เปนเหตใุ หเม็ดเลือดขาวถูกทำลาย สงผลใหเนอ้ื ปอด
อกั เสบอยา งรุนแรง จนไมสามารถขยายตวั ตามการหายใจเขาออกได จนเปน เหตุใหมโี อกาสเสยี ชวี ิตในท่ีสดุ

อาการและอาการแสดง
อาการของโรคน้ีคลายกับอาการแสดงของโรคไขห วัดใหญ คือ อาการหลัก ไข ไอแหง ปวดเมือ่ ยเนื้อเมื่อยตัว

ปวดศีรษะ คัดจมูก มีน้ำมกู เจ็บคอ หอบเหนื่อย แนนหนา อก ออนเพลีย คล่นื ไส อาเจยี น ทอ งเสยี ดงั นน้ั จงึ ไม
สามารถแยกโรคไดจ ากโรคไขหวัดใหญ ถา รวมกับอาการ โอกาสเส่ียงยง่ิ เปนมากขึ้น แตจะสามารถแยกไดจ ากการ
ตรวจ ซ่งึ การตรวจไดจ ากการเกบ็ จากในจมูก ชอ งหลงั จมกู และคอ ตรวจแลป็ เรียกวา พีซีอาร (PCR) จะทราบผลได
ประมาณ 1 วัน

บทที่ 2 การปองกนั ตนเอง

การปอ งกนั ตนเองเปน เกราะกำบงั สำคัญท่สี ุด ดวยการใชอ ปุ กรณป องกนั ตนเอง อุปกรณปองกันการเขา ของ

เชอื้ หนา กากอนามัยมแี บบท่ีใชแ ลว ทิง้ กบั หนา กากอนามยั ท่เี ปนผา ซ่งึ ตองซกั ทำความสะอาดบอยคร้ัง และกรองโรค

ได โดยหนา กากอนามัยสวมถูกวิธี ดังนี้

วิธีการสวมหนา กากอนามัยอยางถกู ตอง
1. ทำความสะอาดมือกอนใสหนากาก
2. หนั ดานทม่ี ีสอี อกขา งนอก หนั ดา นสีขาวเขา ตัว
3. จับสายจากดานขา งแลวคลองทห่ี ลงั หู
4. กดแกนโลหะดานบนใหแนบกบั หนา
5. ดึงหนา กากดา นลางใหถงึ ใตคาง

การถอดกเ็ ชน กัน ควรถอดใหถูกตอ ง เพอื่ ปอ งกันการสมั ผสั เช้อื และทกุ ครั้งตองลา งมอื เม่ือถอด และถาเปน ไปไดควร
ตดั ท้ิงปองกันคนอื่นนำไปใชใ หม
ข้นั ตอนการถอนหนากากอนามยั อยา งถูกตอง

1. ใชน วิ้ เก่ียวสายคลอ งเพ่ือทงิ้ ลงถงั ขยะ
2. หา มสมั ผัสหนากากโดยตรง

3. หากสัมผัสหนากากที่ใชแลว ใหล างมอื ใหส ะอาด

การลางมือ ๗ ข้ันตอน ดว ยสบูและนำ้ สะอาด หรอื การลูบมอื ดวยเจลแอลกอฮอล
การปองกนั การท่ีสัมผัส จบั ส่ิงตาง ๆ คือ การลา งมือ ควรลางใหสะอาดและตองมสี บลู างมือโดยทำการลา ง 7

ขนั้ ตอน หลักงาย ๆ คือ หนา /หลัง/กลาง/ปน/โปง /ปลาย/ขอ

การใชมาตรการการเวนระยะหางทางสังคม (Social Distancing/โซ-เชียล-ดิส-แทน-ซิ่ง) เรียกงาย ๆ วาเวน
ระยะหางใหไ กลโรค ใชใ นเวลาที่ตองพบปะพดู คยุ ประชุม เดนิ ตามทองถนน หา งสรรพสินคา ตลาดสด
โดยกำหนดการจดั ระเบยี บพน้ื ท่/ี สถานท่ี กจิ กรรม ระยะหางระหวางบคุ คล และเวลาตามแนวทาง ดงั นี้

(๑) การเวน ระยะหา งระหวา งบุคคลอยูท อี่ ยางนอย ๑ - ๒ เมตร จะน่ังหรือยนื ก็เวน ระยะหา ง โดย
เวนท้ังทางดานหนา และดา นขาง

(๒) หลีกเลี่ยงการสมั ผัสทางกายภาพ เขา รวมกิจกรรมทม่ี คี นหมูมาก
(๓) หลกี เลี่ยงการเดินทางออกนอกบา น คา ย หรอื การใชร ะบบขนสง สาธารณะ
(๔) กำหนดวิธีบริหารจัดการการทำงาน เชน การจัดผลัดในการทำงาน และการเหลื่อมเวลาการ
ทำงาน

นอกจากนี้สุขอนามยั ทเ่ี ปนประจำ ตอ งกินอาหารสกุ ไมก นิ อาหารดบิ หรืออาหารตัง้ ทิง้ ไวน าน
- การทานอาหารกับคนทวั่ ไปควรตอ งมชี อนกลาง ปองกันการปนเปอ นนำ้ ลาย ไมใชช อนรวมกบั ใคร ควรเปน
ชอ นของตวั เอง
- ควรรบั ประทานอาหารที่ปรุงสกุ ใหม ไมค วรทานอาหารที่ต้ังทิง้ ไวนาน

- การลางมอื ทุกคร้ังกอนและหลงั จับส่ิงของที่สัมผัสบอ ย ๆ หรือมคี นสัมผัสมาก
- ไมใชข องใชร วมกบั คนอนื่ เชน เสื้อผา ผาเชด็ ตัว ผา เชด็ หนา
- ไมเ ลนสัมผัสใบหนา ไมส มั ผัสจมกู ตา ของคนอ่ืน
- กอนเขาหองน้ำควรมกี ารลางมอื ทำความสะอาดกอนทำกิจ และเมอื่ เสรจ็ กจิ ควรทำความสะอาด ปดฝาโถ
สว มและลา งมือทกุ ครงั้ ท่ีออกจากหอ งน้ำ
- การปด การไอ จาม ท่ีถูกตอง

- ถา เผลอไปสัมผสั กับฝุน สารระเหย ทำใหระคายเคอื งจมูกและจามออกมา ควรยกแขนขึ้นใชขอศอก
หรือขอ พับปด จมูกและปากใหเรยี บรอ ย

-ในชวงทม่ี ีการระบาดของโรค ควรพักอยูกับหนวยอยูในกองรอ ย ในคา ยทหาร งดสงั สรรคและการ
ปฏสิ มั พนั ธกบั คนหมูมาก รวมถงึ งดเลน กีฬาท่เี ปนทมี และการออกกำลงั กายแบบเดย่ี วหรือกลมุ ไมควรพดู คยุ แตให
ออกกำลงั กายสมำ่ เสมอ

-หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณที่พักอาศัยในบานพักของทางราชการโดยไมจำเปน หากเดินทางออกนอกท่ี
พกั ตอ งกลบั เขา บานพักไมเกนิ เวลา ๒๑๐๐

-หามเดินทางขามเขตจงั หวดั เวน การเดินทางไปปฏบิ ตั ิหนา ท่ีราชการ การสับเปลยี่ นกำลงั ของหนวย และการลา
กิจทจี่ ำเปนเรงดว นฉุกเฉนิ ใหรายงานโดยตรงตอ ผบู งั คับบัญชาของตนเอง

-ใหรักษาวินัยในการปฏิบัติตาม รปจ. เพื่อปองกันโรคที่ ทบ. สั่งการไวแลวอยางเครงครัด เชน การรักษา
ระยะหา งระหวางกนั อยา งนอย ๒ เมตร มีอปุ กรณภ าชนะกระติกน้ำดื่มสวนตวั การกระจายท่ีน่งั แบงผลัดรับประทาน
อาหาร การออกกำลังกายกลางแจง/กลางแดด กิจกรรมใดที่ตองรวมพลเปนจำนวนมากใหพิจารณาแบงเปนผลัดเพ่อื
ลดความแออดั

-พบกำลงั พล หรอื เพื่อนทหารตองสงสัยวา เปน โควิด-19 ใหรายงานตามสายการบงั คับบัญชา

บทท่ี 3 การเตรียมตัวออกปฏบิ ัติการ

กอ นปฏิบัติภารกจิ
1 ควรประเมินภารกิจ ลักษณะงาน และพื้นที่ที่ตองไปปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพรอมอุปกรณสำหรับออก

ปฏบิ ตั ิงาน
2 เตรยี มอปุ กรณป องกันตนเองตามระดับภารกิจท่ีไดรับมอบหมาย และตรวจเช็คอุปกรณสำหรบั การใชงาน

ใหเ รียบรอ ย
3 เมือ่ มีอาการไข ไอ เจ็บคอ มนี ้ำมูก ควรรายงานผบู งั คบั บัญชา เพ่อื พจิ ารณาการงดออกปฏิบตั งิ าน
4 เตรียมแอลกอฮอลเ จลสำหรับตนเองไวเ สมอ
5 ไมใชอ ุปกรณสวนตัวรวมกบั คนอืน่ เชน หนากากอนามัย ถุงมือ เปนตน

ระหวา งปฏิบัตภิ ารกจิ
1 ระมดั ระวงั หลีกเลย่ี งการสัมผสั ส่งิ ของ ท่ีมจี ุดสมั ผัสรว ม หรือของสาธารณะทใ่ี ชรวมกัน
2 ลางมอื อยางถูกตองดว ยสบูและนำ้ หรือใชแอลกอฮอลเ จลทกุ ครงั้ หลงั สมั ผัสส่งิ ของผอู ่ืน หรือสมั ผัส

สง่ิ แวดลอ ม
3 เมื่อมือเปอนสง่ิ สกปรก หรอื สารคัดหลั่ง ตองลางมือดวยสบแู ละนำ้ ทุกคร้งั เทานัน้
4 สวมหนากากอนามยั ทุกครั้งระหวา งปฏิบตั งิ าน และหา มจับสวนใด ๆ ของหนากากเม่ือใสแ ลว เมอ่ื หนา กาก

อนามยั มีความชืน้ หรือสกปรก ใหทง้ิ ลงถงุ ขยะติดเชื้อทนั ที ทงั้ นี้การใชแ อลกอฮอลพ นบนหนากากอนามัยไมเ กิด
ประโยชน

5 ลา งมือทุกครงั้ เม่ือจบการปฏิบตั ิภารกิจ
6 หลกี เลี่ยงการอยใู นทแ่ี ออัด ปด ทบึ ควรอยูใ นที่มีอากาศถายเทไดดี ไมค วรเปด เคร่อื งปรับอากาศ
7 หลกี เลี่ยงการอยใู กลกบั ผูอื่นมากจนเกินไป ใหร ักษาระยะหา ง เชน การลาดตระเวนหา งกันอยางนอย 1
เมตร

หลงั ปฏิบัติภารกิจ
1 ถอดหนากากและอุปกรณปองกนั ตนเองใหถ กู วิธเี ม่ือจบภารกจิ พรอมท้งั ทำความสะอาดชดุ อปุ กรณป องกนั
2 ลางมืออยา งถูกวธิ ที กุ คร้ัง กอนและหลงั ถอดชดุ อปุ กรณแตละชน้ิ
3 เมือ่ กลบั จากปฏิบตั ิภารกจิ ใหถ อดชุดท่สี วมใส ซกั เสือ้ ผา แลว อาบน้ำ สระผมทุกคร้งั

บทที่ 5
ระเบียบปฏิบัติมาตรการปองกันโรค

1. ใหกำลังพลปฏิบัติตามมาตรการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด-19 ตามประกาศของกระทรวง
สาธารณสขุ และวินยั ทหารตานโควิด-19 อยา งเครง ครัด

2. ใหความรวมมือในการรับผิดชอบตอตนเองและสังคม โดยการอยูประจำหนวย เพื่อเปนการควบคุมและ
ปอ งกนั การแพรกระจายของเชือ้ โรค

3. สำหรับกำลังพลทหารกองประจำการและกำลังพลทุกระดับที่ไดลาพักไปแลว เมื่อกลับมาขอใหความ
รวมมือกับหนวย ในการกักกันตนเองออกจากกำลังพลสวนใหญเปนเวลา 14 วัน เพื่อเฝาสังเกตอาการหากพบอาการ
ปว ยใหสงตรวจรกั ษาทนั ที

4. หมั่นทำความสะอาดพ้นื ที่ อปุ กรณ และเครื่องใช สว นตวั และสว นรวม ที่ดว ยน้ำและสารทำความสะอาด
5. ใหก ำลงั พลออกกำลังกายกลางแจงเปนประจำสมำ่ เสมอ ไมเลนกีฬาเปน ประเภททีม เชน ฟตุ บอล ตะกรอ
เปน ตน
6. งดรวมกลุมโดยไมจำเปน หากมคี วามจำเปน ใหเ วน ระยะหา ง 2 เมตร

ยานพาหนะ
หลีกเลี่ยงการใชยานพาหนะปรับอากาศ และพยายามนั่งใหหางกัน พรอมทั้งใสหนากากอนามัย รวมถึงตองทำ

ความสะอาดยานพาหนะอยา งตอ เนื่อง

บทท่ี 6
อปุ กรณป องกนั รา งกายสวนบคุ คลและสถานที่

หลักการใชอุปกรณปอ งกนั รางกายสว นบคุ คล
1. อปุ กรณป อ งกันรา งกายเปนสิ่งทจี่ ำเปน ใชต ามระดับภารกจิ และเม่ือจบภารกิจน้นั ใหถอดออกทันที
2. เลือกใชขนาดที่พอดี ตองใชอุปกรณปองกันรางกายที่มีขนาดเหมาะสม เพื่อใหไดผลดีในดานการปองกัน

และสะดวกตอการปฏิบัติงาน
3. อปุ กรณท ่ีใชแลวทง้ิ ไมควรนำกลับมาใชใ หม
4. อุปกรณที่สามารถใชซ ้ำได ตอ งทำความสะอาดกอนและหลังการใชงานทุกครั้ง

อุปกรณอน่ื ๆ : เทปกาว กรรไกร ถุงขยะ

การเลอื กใชอ ปุ กรณป อ งกันรางกายตามระดับภารกจิ แบง เปน 3 ระดับดังนี้
ระดับ 1 ใสหนากากอนามัย สำหรับภารกิจทั่วไปที่ไมตองสัมผัสผูคนมาก เชน การเขาเวรยาม การเดินตรวจตรา ลาด
ตะเวน
ระดบั 2 ใสห นากากอนามยั ถุงมอื ยาง และกระบงั หนา สำหรบั ภารกิจท่ีตองสัมผัสผูคนจำนวนมาก เชน การตัง้ ดา น
สกดั การพบปะชวยเหลือประชาชน กิจกรรมชวยเหลอื สังคมตาง ๆ
ระดบั 3 ใสหนากากอนามยั ถุงมอื ยาง กระบงั หนา ชุดกนั ฝน และรองเทา ยาง สำหรับภารกจิ การทำความสะอาด การ
ทำความสะอาดในสถานที่ทัว่ ไป หรอื ทำความสะอาดเพ่ือฆาเชอื้ ในสถานท่ีสงสยั การระบาดเบอ้ื งตน
หมายเหตุ สามารถยืดหยุนปรับใชอุปกรณเพิ่มไดตามภารกิจเฉพาะ ตามที่ผูบังคับบัญชาเห็นสมควรหรือตาม
คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย

อุปกรณ์ป้องกนั สว่ นบุคคล ภารกจิ ทวั่ ไป ภารกจิ ตงั้ ด่าน ภารกจิ ทาํ ความสะอาด
ระดบั 1 ระดบั 2 ระดบั 3

หน้ากากอนามยั

ถุงมอื ยางใชแ้ ลว้ ทง้ิ เตรยี มไป ใชเ้ ม่อื ตอ้ ง
สมั ผสั สงิ่ ปนเป้ือน

ถุงมอื ยางแบบหนา

กระบงั หน้า(Face Shield/เฟซชลิ ด)์
ผา้ กนั ฝนใส
รองเทา้ ยาง

สารทำความสะอาดและนำ้ ยาฆาเช้ือ
1.น้ำยาฟอกขาวสามารถใชสำหรบั ทำความสะอาดพ้นื ผิวได โดยผสมในอตั ราสวนดังน้ี
• พื้นผวิ ทว่ั ไป ใชน ำ้ ยาฟอกขาวเจือจาง 1 สว นในนำ้ 99 สวน (ความเขมขน 0.05% หรือเทากบั 500 ppm)
• พื้นผวิ ทม่ี ีนำ้ มูก นำ้ ลาย เสมหะ สารคัดหล่งั ของผปู วย เชน หอ งสุขา โถสวม ใชน้ำยาฟอกขาวเจือจาง 1 สว น
ในนำ้ 9 สว น (ความเขมขน 0.5% ) ราดทง้ิ ไวอยางนอ ย 15 นาที
2.สำหรบั พื้นผวิ ทีเ่ ปน โลหะ สามารถใช 70% แอลกอฮอลทำความสะอาดได
3.สิ่งแวดลอ มที่เปนวสั ดผุ า ท่ีอาจปนเปอ นดว ยเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 เชน เส้อื ผา ผามาน ผา ปทู นี่ อน ควรทำความ
สะอาดกอ นนำกลบั มาใชใ หม โดยใชน ำ้ ทีอ่ ณุ หภมู ิ 70 องศาเซลเซียสและผงซักฟอกในครัวเรอื นได

แนวทางการทำความสะอาดสำหรบั พนื้ ทสี่ ัมผสั เช้ือ COVID-19 ในสถานท่ี
1. ควรปดกั้นบริเวณพน้ื ที่หรือพืน้ ผิว ที่ปนเปอนเชอื้ กอนดำเนินการทำความสะอาดและฆา เชอื้ เพื่อปองกนั ไมใหบ ุคคล
ที่ไมเ กย่ี วขอ งสัมผัสกบั เช้ือ
2. ควรสวมใสอปุ กรณปองกนั รางกายทใ่ี ชท ำความสะอาด (ระดับ 3) ขณะทำความสะอาดพื้นที่หรือพนื้ ผวิ ทป่ี นเปอน
เชือ้ ระหวางทำความสะอาด หากถุงมือชำรดุ เสยี หายมีรอยรวั่ ใหถ อดถงุ มือออก และสวมถุงมือคูใหมทันที ควรกำจัด
และท้งิ อปุ กรณแ บบใชแลวทง้ิ หลังจากทำความสะอาดเสรจ็ ส้นิ และควรลางมอื ดว ยสบูและนำ้ ทันทหี ลงั จากถอด
อุปกรณปอ งกนั รางกาย
3. เลอื กใชอุปกรณท ำความสะอาดท่มี ีดา มจับ เพ่ือสัมผัสโดยตรงกับพื้นผวิ ใหนอยทีส่ ดุ
4. เปดประตู หนา ตา ง เพื่อการระบายอากาศ เม่อื ใชนำ้ ยาฆาเชื้อหรือนำ้ ยาฟอกขาว (เชน ไฮเตอร คลอร็อกซ)
5. ทำความสะอาดพืน้ ดวยน้ำยาฆา เช้ือหรือน้ำยาฟอกขาวท่ีเตรียมไว
6. เชด็ ทำความสะอาด บรเิ วณทมี่ ีการสมั ผสั บอ ยๆ (เชน ปุมกด, ราวจบั , ลกู บดิ ประต,ู ทว่ี างแขน, พนกั พิงทีน่ ั่ง, โตะ ,
รีโมท, คยี บอรด, สวติ ชไฟ, ฯลฯ ) เปด ประตหู นาตา งใหอ ากาศถายเท
7. ทำความสะอาดหองนำ้ รวมถึงสขุ ภณั ฑ และพน้ื ผิวในหอ งนำ้ โดยการราดน้ำยาฟอกขาวทิ้งไวอ ยา งนอย 15 นาที
แลวลางทำความสะอาดพื้นอีกคร้งั ดว ยผงซกั ฟอกหรือน้ำยาลางหองนำ้ ตามปกติ
8. เช็ดพน้ื ผิวทั้งหมดที่อาจปนเปอ นดว ยน้ำยาฟอกขาว หรือ 70% แอลกอฮอล ตามความเหมาะสมของวัสดุ
9. ซกั ทำความสะอาด ผา มา น / ผา หม กรณีทีซ่ กั ดว ยนำ้ รอน ใชผ งซักฟอกในน้ำท่อี ุณหภมู ิ 70 องศาเซลเซียส เปน
เวลาอยางนอย 25 นาที

10. ทง้ิ อปุ กรณท ำความสะอาดทที่ ำจากผา และวัสดดุ ดู ซับ เชน ผาถพู ้นื ผาเช็ด หลังจากทำความสะอาดและฆา เชื้อใน
แตละพนื้ ที่ โดยสวมถงุ มือ และนำอปุ กรณท้งิ ใสถ งุ ขยะตดิ เช้อื รัดปากถุงใหม ิดชดิ
11. ทำการฆาเชือ้ อุปกรณทำความสะอาดท่ตี องนำกลับมาใชใ หม โดยการแชในนำ้ ยาฟอกขาว
12. ทำความสะอาดถงั ถูพืน้ โดยแชในน้ำยาฟอกขาวหรือลางในน้ำรอ น
13. การทำความสะอาดพ้ืนผิว ใหใชผ า ชุบนำ้ หมาด ๆ ไมควรพนดว ยสเปรยเ นอ่ื งจากจะเปนการสรางละอองทำให
เสมหะ นำ้ มกู น้ำลายท่ีตกอยูบนพนื้ ผวิ ฟงุ กระจายขนึ้ มาได ควรหลีกเลีย่ งการสรา งละอองในระหวา งการทำความ
สะอาด ควรใชว ธิ กี ารเชด็ อยางตอ เน่ืองเม่ือทำความสะอาดพนื้ หรือพ้นื ผวิ ในแนวนอนแทน
14. เมอ่ื ทำความสะอาดเรียบรอยแลว หลกี เลย่ี งการใชพ้ืนทีใ่ นวนั ถดั ไปเปน เวลา 1 วัน
15. ทำการกำจดั ขยะติดเช้ืออยา งถูกตองและเหมาะสม

คำถามการประเมนิ ความเสี่ยง สำหรบั เจา หนาทีท่ หารทอี่ อกปฏบิ ตั ิหนาท่ใี นการคัดกรองภายในหนว ย หรือสถานที่

ที่ไดร ับมอบหมาย ใช ไมใช
คำถาม

1.ทานมีอาการตอไปนี้หรือไม ?
มีไข ไอ เจบ็ คอ
น้ำมูกไหล
เหนื่อยหอบเม่ือยเนื้อเมื่อยตัว

2.ทา นมีประวัตเิ ดนิ ทางมาจากประเทศจนี , ญป่ี ุน , สิงคโปร, เกาหลใี ต,
ฮองกง, ไตห วนั , มาเกา, อิตาลี, อิหรา น, ฝรงั่ เศส ,เยอรมนั หรือใน
พน้ื ทท่ี ่ีมกี ารระบาดของโรคไวรสั โคโรนา สายพันธุใ หม 2019 ในชวง
เวลา 14 วัน กอ นเรมิ่ ปว ย ใชหรอื ไม ?

3.ภายใน 1 เดอื นที่ผานมา มีคนใกลช ดิ หรอื คนในครอบครัวท่รี ว ม
อาศัยอยกู บั ทาน เดนิ ทางไปประเทศท่ีมีการระบาด (ประเทศจนี ,
ญปี่ ุน , สงิ คโปร, เกาหลใี ต, ฮอ งกง, ไตหวัน, มาเกา, อิตาลี, อิหราน,
ฝรง่ั เศส, เยอรมนั ) อยางตอเนื่องหรือไม?

4.คนใกลช ิดหรือคนในครอบครวั รว มอาศยั อยูกับทาน มีประวัติไข
รวมกบั อาการระบบทางเดินหายใจ เชน ไอ นำ้ มูก เจบ็ คอ หายใจเร็ว
หรอื หายใจเหนื่อย หรือ หายใจลำบาก หรือไม

5.ไปแหลง ท่มี ีการประกาศวา เปนพื้นทเี่ สยี่ ง เชน สนามมวย วัด มสั ยดิ
โบสถคริสต สถานบันเทิง สถานทแ่ี ออดั /ปด ฯลฯ

6.มีประวตั โิ ดนกกั กนั โรค

หากมีตอบวา ใช ตงั้ แต 1 ขอ ขน้ึ ไป ใหต ดิ ตอเจา หนาทีส่ าธารณสุขจงั หวัด/หนวยงาควบคุมโรคจงั หวัด ท่เี กี่ยวขอ ง
เพ่อื ดำเนนิ การสอบสวนโรคตอไป


Click to View FlipBook Version