วัตถุประสงค์
•มคี วามรู้เกยี่ วกบั กฎระเบียบข้อบงั คบั ในการใช้วทิ ยุส่ือสาร
• มคี วามรู้ความสามารถในการใช้วทิ ยสุ ื่อสารเบื้องต้นได้
Radio (วทิ ยสุ ่ือสาร)
• เป็นระบบหลกั ของการส่ือสาร
• เป็นระบบท่ีประกนั วา่ ใชง้ านไดแ้ มร้ ะบบอื่นจะล่ม
• เป็นระบบสามารถติดต่อสื่อสารไดแ้ น่นอน
หากมีการเตรียมช่องสญั ญาณไวแ้ ต่แรก
• เป็นระบบที่ไม่มีความซบั ซอ้ น คา่ บารุงรักษาต่า
• ผใู้ ชไ้ ม่จาเป็นตอ้ งใชท้ กั ษะมาก แต่ตอ้ งมีการฝึกฝนก่อน
เพ่อื ป้องกนั ความผดิ พลาดในการสื่อสาร
ปัญหาและอุปสรรค
การใช้วทิ ยสุ ่ือสารในระบบ EMS
1. ขาดความเชื่อมัน่ ในตนเอง
2. จารหัสวทิ ยไุ ม่ได้
3. เรียบเรียง รหัสวทิ ยุไม่ได้
4. แปลความหมายไม่ได้
องค์ประกอบของการใช้วทิ ยุส่ือสาร
1. ข่ายวทิ ยุ
2. สถานีแม่ข่าย สื่อสาร
3. คลื่นความถี่ สื่อสาร
4. เคร่ืองวทิ ยุ ส่ือสาร
5. รหัสการพดู วทิ ยุส่ือสาร
6. การเรียก - การตอบ วทิ ยสุ ่ือสาร
ระบบวทิ ยสุ ื่อสาร แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท
• ระบบ VHF (Very high frequency) วทิ ยสุ มคั รเล่น วทิ ยรุ าชการ
มีความที่ท่ีสูงมาก 30 MHz-300 MHz
• ระบบ UHF (Ultra high frequency) วทิ ยทุ ่ีในราชการทหาร มี
ความถ่ีสูงยงิ่ 300MHz -30GHz
• ระบบ CB (Citizen Band) วทิ ยคุ วามถี่ต่าที่ประชาชนทวั่ ไป
สามารถใชไ้ ดโ้ ดยไม่ตอ้ งสอบ /คลื่นความถี่ประชาชน
CB 245 MHz/เครื่องแดง/แยก 80 ช่องหลกั
ประเภทท่ี ๑ เป็นเคร่ืองวทิ ยคุ มนาคมท่ีสามารถปรับความถ่ีไดจ้ ากหนา้ เครื่อง
รับส่ง ผทู้ ่ีสามารถใชเ้ คร่ืองประเภทน้ีจะตอ้ งเป็นผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั
กิจกรรมความมนั่ คงตามที่ระบุไวใ้ นระเบียบสานกั งาน
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม กรมไปรษณียโ์ ทรเลข
ประเภทที่ ๒ เป็นเคร่ืองวทิ ยคุ มนาคมที่ไม่สามารถปรับความถ่ีไดจ้ ากหนา้ เคร่ือง
จะตอ้ งติดต้งั ความถี่จากเคร่ืองโปรแกรมหรือจากโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ ซ่ึงหน่วยงานในสงั กดั กระทรวงสาธารณสุขไดร้ ับ
อนุญาตใหใ้ ชเ้ ครื่องวทิ ยคุ มนาคมประเภทน้ี
o ชนิดพกพาหรือชนิดมือถือ มีกาลงั ส่งออก
อากาศสูงสุด ๕ วตั ต์ สามารถติดต่อไดใ้ น
ระยะใกล้
o ชนิดติดรถยนตห์ รือชนิดเคล่ือนท่ี มีกาลงั
ส่งออกอากาศสูงสุด ๓๐ วตั ต์ สามารถติดต่อได้
ในระยะไกลเนื่องจากมีกาลงั ส่งออกอากาศสูง
o ชนิดประจาท่ี มีกาลงั ส่งออกอากาศสูงสุด ๔๕
วตั ต์ ซ่ึงมีกาลงั ส่งออกอากาศมากท่ีสุด
ชนิดของเครื่องวทิ ยคุ มนาคม
• ชนดิ ประจำท่ี กำลงั สง่ ออกอำกำศสงู สดุ 45 วตั ต์
• สำมำรถสอ่ื สำรได้ระยะไกล เน่ืองจำกควำมสงู ของเสำอำกำศ และ
กำลงั สง่ ออกอำกำศสงู
• เครื่องวิทยโุ ทรคมนำคมสำหรับสถำนีฐำน Base Station มีกำลงั
รับ - สง่ ไมเ่ กิน 45 watt
ชนิดของเครื่องวทิ ยคุ มนาคม
• ชนดิ ตดิ รถยนต์ หรือ ชนิดเคล่อื นท่ี
กำลงั สง่ ออกอำกำศสงู สดุ 30 วตั ต์
• สำมำรถตดิ ตอ่ สอ่ื สำรได้ระยะไกล
เน่ืองจำกกำลงั สง่ ออกอำกำศสงู
• เครื่องวิทยโุ ทรคมนำคมชนิดตดิ ตงั้
เคลอื่ นท่ี Mobile station มี
กำลงั รับ – สง่ ไมเ่ กิน 25 watt
สำหรับติดตงั้ ในพำหนะฉกุ เฉิน
ชนิดของเคร่ืองวทิ ยคุ มนาคม
• ชนดิ พกพำ หรือชนดิ มือถือ
กำลงั สง่ ออกอำกำศสงู สดุ 5
วตั ต์
• สำมำรถตดิ ตอ่ สอื่ สำรระยะใกล้
• Handheld portable
station
เสาอากาศ Battery
Off-On
ป่ มุ PTT
(Push to talk)
หน้าจอแสดงผล
การตรวจสอบอุปกรณ์วทิ ยคุ มนาคม
• เปิ ดเคร่ือง
• เลือกช่องความถี่ใชง้ าน
• ต้งั ค่าความไวในการรับสญั ญาณวทิ ยุ
• ต้งั ค่ากาลงั ส่งออกอากาศตามความเหมาะสม
• หากตอ้ งการติดต่อสื่อสาร ใหก้ ดคียส์ ่งเพือ่ ติดต่อสถานีต่าง ถา้ ตอ้ งการ
• ปิ ดเครื่องวทิ ยคุ มนาคม และ แหล่งจ่ายแรงดนั หากเลิกใชง้ าน
• หากเป็นวทิ ยชุ นิดประจาท่ี ใหถ้ อดสายอากาศออก กรณีเกิดฝนฟ้า
คะนอง
การต้งั ค่าต่าง เพื่อใชง้ าน
การใชเ้ พื่อเปน็ เครอ่ื งรับ การใชเ้ พอ่ื เป็นเคร่อื งสง่
• เปิ ดเคร่ืองวิทยคุ มนาคม หรือ
• เปิ ดเคร่ืองวทิ ยคุ มนาคม หรือ
Power on Power on
• เลือกช่องความถ่ีใชง้ าน หรือ
• เลือกช่องความถี่ใชง้ าน หรือ
Selecter Channal Selecter Channal
• เลือกระดบั กาลงั การส่งออก
• ต้งั ความไวในการรับ
Squelch selecter หรือ Low / Mid / Hi ตามความ
Auto Squelch เหมาะสมระยะทางที่ตอ้ งการ
ติดต่อสื่อสาร
การดูแลสายอากาศ
• ควรใช้สำยอำกำศที่เหมำะสมกบั ควำมถี่ที่ใช้ หรือใช้สำยอำกำศท่ีให้มำ
พร้อมกบั วิทยสุ อ่ื สำร
• อยำ่ จบั สำยอำกำศขณะที่กำลงั ใช้งำน เพรำะคณุ ภำพของกำรรับ-สง่
จะด้อยประสิทธิภำพ
• กำรรบกวนของคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้
บำงพืน้ ที่มีกำรรบกวน
ดงั นนั้ ถ้ำสญั ญำณไมช่ ดั
ให้เปลยี่ นสถำนที่
ข้นั ตอนการใช้งานเครื่องวทิ ยุ
ตรวจสอบรายละเอยี ดดังนี้
1. สายอากาศ
2. เชค็ แบตเตอร่ีแพคใหแ้ น่น
3. ช่องความถี่การใชง้ าน
4. ป่ ุม Vol. และ ป่ ุม Sql.
5. กดคียพ์ ดู ส่งออกอากาศ
การพูดวทิ ยุ
1. ใหป้ ากอยหู่ ่างจากเครื่องวทิ ยสุ ื่อสาร 2-3 นิ้ว
2. ถือเครื่องในแนวต้งั กดคียก์ ่อนพดู 2-3 วินาที
3. พดู ช่วงส้นั ใหจ้ บประโยคก่อนจึงปล่อยคีย์
4. อยา่ กดคียแ์ ช่นานเกิน 30 วินาที
5. หา้ มใชค้ าซ้าซาก ฟ่ ุมเฟื อย คาหยาบ
6. หา้ มใชช้ ื่อผปู้ ่ วยออกอากาศ
หลักการใช้ (วิทยุส่ือสาร)
• ใชค้ าท่ีชดั เจน
• ใชร้ ูปแบบมาตรฐานในการส่งขอ้ ความ
• หลีกเล่ียงวลี/คาท่ีอยนู่ อก รูปแบบมาตรฐานหรือรหสั มากเกินจาเป็น
• ถา้ รายงานจานวนเลขที่มีความยาว ใหร้ ายงานชา้ และเวน้ วรรคทีละตวั
• หลีกเล่ียงคาท่ีฟังแลว้ มีเสียงคลา้ ยคลึงกนั
• หลีกเล่ียงการวินิจฉยั อาการผปู้ ่ วย ใหบ้ อกเพียงอาการแสดงเท่าน้นั
หลักปฏบิ ัตกิ ารตดิ ต่อส่ือสาร
ตอ้ งจดบนั ทึกหรือเตรียมขอ้ ความที่จะพดู ไวก้ ่อน
ขอ้ ความท่ีจะพดู ตอ้ งส้นั กะทดั รัด ชดั เจนไดใ้ จความ
ก่อนท่ีจะพดู หรือเรียกขานตอ้ งฟังก่อนวา่ ความถ่ีวา่ ง
หรือไม่
ใชน้ ามเรียกขานของตนเองท่ีไดก้ าหนดไวโ้ ดยแม่ข่าย
ตรวจสอบนามเรียกขานของผทู้ ่ีเราจะติดต่อดว้ ย
การเรียกขาน หรือตอบการเรียกขานตอ้ งปฏิบตั ิตาม
ระเบียบของการใชว้ ิทยสุ ่ือสาร
การใชเ้ คร่ืองรับ–ส่งวทิ ยคุ มนาคม
• ในการส่งขอ้ ความ หรือพดู แต่ละคร้ังอยา่ กดสวิทซ์ (PTT) ส่งนานเกินไป
(เกินกวา่ 30 วินาที)
• ในการส่งสญั ญาณ ควรกดคียป์ ระมาณ 5 วนิ าทีแลว้ จึงพดู
• ในการพดู วิทยตุ อ้ งกดคีย์ PTT
• ในการฟังตอ้ งปล่อย คีย์ PTT
• ในการใชว้ ทิ ยสุ ื่อสาร ขณะพดู ตอ้ งถือวทิ ยใุ นแนวต้งั โดยใหไ้ มคอ์ ยหู่ ่าง
จากปากประมาณ 1-2 นิ้ว
การใชเ้ คร่ืองรับ–ส่งวทิ ยคุ มนาคม
• การใชเ้ ครื่องวทิ ยคุ มนาคมชนิดมือถือไม่ควรอยใู่ ตส้ ายไฟฟ้าแรงสูง
ตน้ ไมใ้ หญ่ สะพานเหลก็ หรือสิ่งกาบงั อยา่ งอื่นที่เป็นอุปสรรคในการ
ใชค้ วามถ่ีวิทยุ
• ก่อนใชเ้ คร่ืองวทิ ยคุ มนาคมใหต้ รวจดูวา่ สายอากาศ หรือสายนา
สญั ญาณต่อเขา้ กบั ข้วั สายอากาศเรียบร้อยหรือไม่
• ขณะส่งออกอากาศไม่ควรเพม่ิ หรือลดกาลงั ส่ง (HI – LOW)
• ต้องจดบันทกึ หรือเตรียมข้อความทจ่ี ะพดู ไว้ก่อน ข้อความทพี่ ูดจะต้อง ส้ัน
กะทดั รัด ชัดเจน ได้ใจความ (ใคร ทาอะไร ทไี่ หน เมื่อไร อย่างไร)
• ก่อนทจี่ ะพูดหรือเรียกขานต้องฟังเสมอว่าความถีว่ ่างหรือไม่ ไม่ควรพดู แทรก
เพราะจะทาให้ข้อความขาดหาย หรือสับสน จากสัญญาณทบั ซ้อนกนั ได้
• การใช้ภาษา ต้องเป็ นศัพท์ประมวล ว. หรือ ภาษาสุภาพ ทสี่ ้ัน ได้ใจความ
-ไมใ่ ช้ถ้อยคำท่ีไมส่ ภุ ำพหรือหยำบคำย
-ห้ำมกำรรับสง่ ขำ่ วสำรอนั มเี นือ้ หำละเมิดตอ่ กฎหมำยบ้ำนเมือง
-ไมส่ งเสยี งดนรี รำยกำรบนั เทิง และกำรโฆษณำ ทกุ ประเท
-ห้ำมตดิ ตอ่ ส่ือสำร ในขณะที่มนเมำสรุ ำ หรือควบคมุ สตไิ ม่ได้
-ควรบนั ทกึ หรือเตรียมข้อมลู ท่ีจะพดุ เพ่อื ควำมรวดเร็ว
-ข้อควำมท่ีพดุ ต้องสนั้ ชดั เจน ได้ใจควำม
ศูนย์กู้ชีพ จุดเกดิ เหตุ
ให้การช่วยเหลือ
•เป็นศูนยก์ ลางการสื่อสาร
•เป็นช่องทางการรับแจง้ เหตุ
•ทาหนา้ ท่ีเกบ็ และรวบรวมขอ้ มูล
•บนั ทึกขอ้ มูลการออกปฏิบตั ิการและลงบนั ทึกเวลา
ข้อมูลการออกปฎบิ ตั ิ
• ช่องทางรับแจง้ เหตุหรือการขอรับความช่วยเหลือ
• ผบู้ าดเจบ็ /ผปู้ ่ วย เพศ อายุ อาการ โรคประจาตวั ระดบั ความรู้สึกตวั สญั ญาณชีพ
• สถานท่ีเกิดเหตุ เสน้ ทางที่ใชป้ ฏิบตั ิการ
• เจา้ หนา้ ท่ีท่ีออกปฏิบตั ิการ แพทย์ พยาบาล เจา้ หนา้ ที่กชู้ ีพ เจา้ หนา้ ที่พลขบั
• หมายเลขไมล/์ เวลา เม่ือออกจากฐาน เมื่อถึงที่หมาย เม่ือออกจากที่เกิดเหตุ เม่ือถ
รพ.ที่นาส่ง เม่ือถึงฐาน
• การรักษาที่ทีมกชู้ ีพไดใ้ หแ้ ละสถานที่นาส่ง (ตามสิทธ์ิ ประวตั ิเดิม ตามความ
ประสงค)์
หลกั สาคญั ในการรายงานสถานะและผปู้ ่ วยเจบ็
• ระบเุ ลขที่ออกปฏบิ ตั ิกำรณ์และระดบั ของผ้ปู ฏบิ ตั ิ
• ประมำณเวลำท่ีเดนิ ทำงมำถงึ (Estimate Time of Arrival)
• อำยแุ ละเพศของผ้ปู ่วยเจ็บ
• อำกำรนำ
• ประวตั ิย่อๆ : ประวตั เิ จ็บป่วยท่ีสำคญั ท่ีอำจทำให้ผ้ปู ่ วยมีอำกำรในครัง้ นี ้
ประวตั ิเจ็บป่วยในอดีต
หลกั สาคญั ในการรายงานสถานะและผปู้ ่ วยเจบ็
• สภำพจิตใจของผ้ปู ่วยเจบ็
• สญั ญำณชีพเบอื ้ งต้น
• สง่ิ สำคญั ที่ตรวจพบ
• กำรรักษำแบบฉกุ เฉินที่ผ้ปู ่วยได้รับ
• รำยงำนควำมคืบหน้ำ(ถ้ำม)ี
Model Verbal Report
• Patient’s name
• Complaint(s)
• Mechanism of injury/nature of illness
• Pertinent medical history
• Medications
• Allergies Events leading the injury/illness
• Treatment given by EMS
• Results of treatments
ข้อมูลการออกปฏบิ ัตกิ าร
ใช้หลกั M I S T
M = Mechanism of Injury กลไกลการบาดเจบ็ สาเหตกุ ารบาดเจบ็
I = Injury การบาดเจบ็ การเจบ็ ป่ วย
S = Sign/Vital sign/Neuro Sign อาการและอาการแสดง สัญญาณชพี
ระดบั ความรู้สึกตวั
T = Treatment การให้การดแู ลรักษาเบือ้ งต้น
ประมวล สัญญาณ ว.
ว.00 วอ-ศูนย-์ ศูนย์ คอย รอกอ่ น
ว.0นาม วอ-ศูนย-์ นาม ขอทราบช่อื
ว.0 วอ-ศนู ย์ ขอรับคาสง่ั
ว.1 วอ-หน่งึ ขอทราบตาแหนง่ ท่อี ยู่
ว.2 วอ-สอง ตอบ ได้ยินแล้ว
ได้ยนิ หรอื ไมต่ อบด้วย
ว.3 วอ-สาม ทบทวนขอ้ ความอกี คร้ัง
ว.4 วอ-ส่ี ปฏบิ ตั หิ น้าที่
ว.6 วอ-หก ขออนุญาตติดตอ่
ว.7 วอ-เจ็ด ขอความช่วยเหลอื
ว.8 วอ-แปด ข้อความข่าวสาร
ว.2 ว.8 วอ-สอง-วอ-แปด รบั ทราบ ข้อความ
ว.10 วอ-สิบ อยู่ประจาที่
ว.13 วอ-สิบ-สามตดิ ต่อทางโทรศพั ท์
ว.14 วอ-สิบ-สี่ เลกิ ปฏบิ ตั ิหน้าท่ี
ว.15 วอ-สิบ-หา้ ให้มาพบ/นัดหมาย
ว.16 วอ-สบิ -หก ทดสอบความชดั เจนของ
สัญญาณวทิ ยุ
มี 5 ระดบั คะแนน
5 = ชดั เจนดมี าก 4 = ชัดเจนดี
3 = พอชดั เจน 2 = ไมช่ ดั เจน
1 = รับฟังไม่ได้
ว.18 วอ-สบิ -แปด รถเสยี
ว.21 วอ-ย-ี่ สบิ -หน่ึง (ออกจาก..สถานที่)
ว.22 วอ-ย-่ี สบิ -สอง (ถงึ ..สถานท่ี)
ว.23 วอ-ย-่ี สบิ -สาม (ผา่ น.. สถานท่ี)
ว.24 วอ-ย-่ี สบิ -ส่ี (ขอทราบเวลา)
ว.25 วอ-ย-ี่ สบิ -ห้า (ไปทจ่ี ดุ หมาย)
ว.28 วอ-ยี่-สบิ -แปด (ประชุมปรึกษา)
ว.29 วอ-ย่ี-สิบ-เก้า (มีราชการใด)
ว.30 วอ-สาม-ศูนย์ (ทราบจานวน)
ว.35 วอ-สาม-ห้า (เตรยี มพรอ้ ม)
ว.36 วอ-สาม-หก (เตรียมพรอ้ มเต็มกาลงั )
ว.39 วอ-สาม-สบิ -เก้า (จราจรคบั คั่ง)
ว.40 วอ-ส่ี-สิบ (อุบัตเิ หตทุ างจราจร)
ว.41 วอ-สี่-สบิ -หนงึ่ (สญั ญาณไฟจราจรเสยี )
ว.42 วอ-ส่ี-สบิ -สอง (ขบวนรถ)
ว.43 วอ-ส่ี-สบิ -สาม (จดุ สกัด,ด่านตรวจ)
ว.50 วอ-หา้ -ศนู ย์ (รับประทานอาหาร)
ว.60 วอ-หก-ศูนย์ (เพอ่ื น , ญาต)ิ
ว.61 วอ-หก-หน่งึ (ขอบพระคณุ )
ว.70 วอ-เจด็ -ศูนย์ (บา้ น)
ว.80 วอ-แปด-ศนู ย์ (รายงานตัว)
ว.01 วอ-ศนู ย-์ หนง่ึ (ทท่ี างาน)
ว.02 วอ-ศนู ย-์ สอง (ท่บี ้าน)
ว.03 วอ-ศูนย์-สาม (ที่รถ)
เหตุการณ์ต่างๆ
–เหตุ 200 แปลว่า เหตุประทษุ ร้ายตอ่ รา่ งกาย
–เหตุ 241 แปลวา่ เหตุฆา่ คนตาย
–เหตุ 602 แปลว่า อาคารถล่ม
–เหตุ 603 แปลว่า มวี ตั ถุระเบิด
การเรยี ก – การตอบ
วทิ ยุส่อื สาร
การเรียก
ตรวจสอบวา่ มใี ครใชค้ วามถหี่ รอื ไม่
กดปมุ่ ( PTT ) คา้ งไวป้ ระมาณ 2-3วินาที พดู ไมเ่ กิน 30
วนิ าที
การพดู “ขออนุญาต ว.6” แลว้ ตามดว้ ย “นามเรียกขาน
ของผ้ทู ่ีต้องการตดิ ต่อ” พร้อมคาว่า “จาก” ตามด้วย
“นามเรียกขานของตนเอง”พร้อมคาวา่ “ว. 2 เปล่ยี น”
หลกั การและวธิ ีการติดต่อ
ตอ้ งการติดต่อส่ือสารเรื่อง อะไร หมายถึง เรื่องที่ตอ้ งการติดต่อ
อะไร ว 6 หมายถึง ขอติดต่อสื่อสาร
ว 8 หมายถึง การส่งข่าว หรือ อ่ืนๆ
ตอ้ งการติดต่อส่ือสารกบั ใคร หมายถึง นามเรียกขานของเขา
ใคร หมายถึง นามเรียกขาน หรือ ช่ือของผทู้ ่ีตอ้ งการติดต่อ
ตอ้ งการติดต่อส่ือสารกบั ท่ีไหน หมายถึง ช่องความถ่ีท่ีเขาอยู่ หรือ
สถานที่ที่เขาอยู่
ไหน หมายถึง ช่องความถ่ี ที่ใชใ้ นการติดต่อ
ตวั อยา่ ง การเรียก
ศนู ยส์ ่อื สารสั่งการ ( ศนู ย.์ ...)
เรียกหน่วยปฏบิ ัติการ อบต.....
พดู วา่
ขออนญุ าต ว.6 อบต......จากศนู ย.์ ... ว. 2 เปลยี่ น
หมายความวา่
“ศูนย์....เรียก อบต.....”
การตอบ
ฟงั กอ่ น ประมาณ 2 ครง้ั
กดปมุ่ (PTT) ค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที
แลว้ ตอบ
การตอบ พดู วา่ “ว. 2” ตามด้วยคาว่า
“เปล่ยี น” เปน็ “ว. 2 เปลยี่ น”
ไมต่ อ้ งมีคาว่า ค่ะ, ครับ
ถา้ บอกตวั เลขจานวนมาก เชน่ เลขไมล์ ให้ขานตาม
ตัวเลข ไม่ต้องบอกหลักเลข เช่น เลขไมล์ 123450 ให้
บอกว่า…..เลขไมล์ หนึง่ -สอง-สาม-ส-ี่ ห้า-ศูนย์ เปลย่ี น
ตวั อยา่ งที่ 1
ศนู ย์ฯ เรียก
เขตปอ้ มปรำบ 401 จำก อบุ ตั ภิ ยั เปล่ยี น
ลกู ขำ่ ยตอบ
เขตปอ้ มปรำบ 401 ว.2 เปลี่ยน
(ตอบอยำ่ งยอ่ )