การชว่ ยฟื้นคืนชีพขั้นพืน้ ฐาน
พ.ต.หญิง พรพรรณ เยาวภทั รศิริ
ผ้เู รียบเรียง
คนปกติมีชีวิตอยู่ได้ด้วยระบบสาคัญ2ระบบคือ ระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต ระบบหายใจมีปอดเป็น
อวัยวะสาคัญที่จะทางานโดยหายใจเอาอากาศจากอากาศภายนอกท่ีมีออกซิเจนสูงประมาณ 21% ผ่านจมูกและ
หลอดลมเข้าไปในปอดแล้วหายใจเอาอากาศท่ีมีคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นจากในปอดผ่านหลอดลมและจมูกออกมาสู่
ภายนอก
ระบบไหลเวียนโลหิตมหี วั ใจเป็นอวัยวะสาคญั ทางานโดยหัวใจจะสบู ฉดี เลือดทีร่ ับออกซิเจนจากปอดไปเล้ียงเซลล์
ต่างๆของร่างกายเช่น สมอง ลาตัว แขนขา แล้วรับคาร์บอนไดออกไซด์ซ่ึงเป็นของเสียจากการทางานของเซลล์มาที่ปอด
เพ่อื ใหร้ ะบบหายใจนาออกนอกรา่ งกายโดยการหายใจออก
ภาวะหยุดหายใจเกิดข้ึนได้จากหลายเหตุเช่น ส่ิงแปลกปลอมอุดก้ันทางเดินหายใจ จมน้า สูดดมควันเข้าไปมาก
ได้รบั ยาเกนิ ขนาด ไฟฟา้ ดดู อยู่ในท่ีไมม่ ีอากาศหายใจ ได้รับบาดเจ็บ กล้ามเนอื้ หัวใจตายเฉียบพลนั ฟ้าผา่ เป็นต้น
ภาวะหัวใจหยุดเต้น หมายถึง ภาวะที่การไหลเวียนโลหิตหยุดการทางานลงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะแสดงอาการให้
ทราบ เช่น หมดสติ ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีอาการไอ ไม่มีชีพจร ไม่หายใจ ตามปกติภาวะหัวใจหยุดเต้นเกิดข้ึนจาก
สาเหตุหลายอย่างเช่น ภาวะกล้ามเน้ือหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรือที่เรียกกันว่า หัวใจวายหรืออาจ
เกดิ ข้ึนตามหลงั ภาวะหยุดหายใจ
คนท่ีหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นหากมีใครสักคนรีบทาการช่วยชีวิตขั้นพ้ืนฐาน (Basic Life Support)
ตามหลักการท่ีถูกต้องก็จะทาให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนท่ีปอดและมีการไหลเวียนนาออกซิเจนไปเล้ียงสมองเพียง
พอท่ีจะทาให้สมองยังทางานต่อไปได้ โดยไม่เกิดภาวะสมองตาย ก็จะทาให้มีโอกาสที่จะกลับฟื้นขึ้นมามีชีวิตปกติได้ ท้ังนี้
การช่วยฟ้ืนคืนชีพขั้นพื้นฐานนั้นจะส่งผลดี จะต้องทาภายใน 4 นาทีแรกที่หยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น ซึ่งขั้นตอนการ
ชว่ ยเหลอื ได้ถูกรวบรวมจัดเปน็ กลมุ่ และลาดบั ขนั้ ตอนการชว่ ยเหลือ เปน็ chain of survival ดงั นี้
ห่วงโช่ของการรอดชีวติ นอกโรงพยาบาล (Out-of-hospital chain of survival)
1. วนิ ิจฉยั ภาวะหัวใจหยดุ เตน้ ให้เร็ว และตามทมี ชว่ ยชวี ติ ใหไ้ ดใ้ นระยะเวลาทีร่ วดเร็ว
2. เริ่มทาการชว่ ยชีวติ โดยการนวดหัวใจ
3. ทาการชอ็ คไฟฟ้าตามข้อบง่ ช้ีอยา่ งรวดเร็ว
4. ทาการชว่ ยชีวติ ข้ันสูงอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
5. ใหก้ ารดแู ลรกั ษาผ้ปู ่วยหลังจากหวั ใจหยุดเต้นอย่างเหมาะสม
ข้นั ตอนการช่วยฟื้นคืนชพี ขั้นพ้ืนฐาน
ก่อนทาการประเมินและช่วยเหลือผูป้ ่วยฉุกเฉิน จะต้องประเมินความปลอดภัยของสภาพแวดลอ้ ม และสถานที่
เกดิ เหตุ ต้องปลอดภยั ทง้ั ต่อผู้ชว่ ยเหลือและผปู้ ่วยฉุกเฉิน โดยมีลาดบั และขั้นตอนการปฏิบตั ิ ดงั นี้
1. ประเมนิ ผู้ป่วยฉุกเฉนิ และเรยี กขอความช่วยเหลืออยา่ งทนั ทว่ งที
กรณีผูพ้ บเหตเุ ปน็ ประชาชนท่วั ไป เมือ่ สถานการณป์ ลอดภัยแลว้ เขา้ ทาการประเมินระดบั ความรู้สึกตัวของผู้ป่วย
(Level of consciousness)โดยการเรียกผู้ป่วยด้วยเสียงดังๆ ร่วมกับ การปลุกบริเวณไหล่ผู้ป่วย ดูว่าผู้ป่วยมีการ
ตอบสนองหรือไม่ หากพบว่าผู้ป่วยไม่มกี ารตอบสนองใดๆ ใหเ้ รมิ่ ตามทีมช่วยเหลือ และทาการช่วยชีวิตผปู้ ่วยทันที
สาหรับบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากประเมินดังกล่าวแล้ว อาจต้องพิจารณาว่าผู้ป่วยไม่หายใจ หรือหายใจ
ผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่นาน หากผู้ป่วยไม่ตอบสนองร่วมกับไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติ ให้ถือว่า
มภี าวะ cardiac arrest ให้ตามทมี ชว่ ยเหลอื พร้อมขอเคร่ืองกระตุกไฟฟา้ หัวใจอัตโนมตั ิ (AED)
2.คลาชพี จร
สาหรบั ประชาชนทั่วไป ไม่แนะนาให้ทาใหค้ ลาชพี จร กล่าวคอื เมอ่ื ประเมนิ พบวา่ ผู้ปว่ ยไม่ตอบสนอง ไม่หายใจ
หรอื หายใจเฮือกให้ทาการกดหนา้ อกทันที พร้อมตามทมี ช่วยเหลอื และให้ทาการกดหนา้ อกไปเรือ่ ยๆ จนกวา่ ทีมช่วยชวี ิต
มาถงึ และทาการดูแลต่อ
สาหรบั บุคลากรทางการแพทย์ ใหค้ ลาชีพจรทบ่ี รเิ วณลาคอ (carotid pulse) และตรวจการหายใจไปพร้อมกัน
โดยใชเ้ วลาไม่เกิน 10 วินาที หากผู้ประเมนิ ไม่มัน่ ใจวา่ ผปู้ ว่ ยมชี ีพจรหรอื ไม่ ให้ทาการกดหน้าอกในทันที
3. ทาการกดหนา้ อก
หลงั การคลาชพี จรตามข้ันตอนที่ 2 พบว่า ผปู้ ่วยไมม่ ีชีพจร ใหท้ าการกดหนา้ อกทนั ที ดังน้ี
1) จดั ผปู้ ว่ ยใหอ้ ยใู่ นท่านอนหงายบนพน้ื ผิวทแ่ี ขง็ ในสถานท่ปี ลอดภยั
2) ผู้ชว่ ยเหลอื คกุ เข่าอยทู่ างด้านขา้ งของผปู้ ว่ ย
3) วางส้นมือข้างหน่ึง บริเวณคร่ึงล่างของกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างหน่ึงทาบหรือประสานลงไป
แล้วออกแรงกดหน้าอก ให้แขนดึง ตรงในลักษณะต้ังฉากกับลาตัวผู้ป่วย ซ่ึงการกดหน้าอกให้มี
ประสิทธิภาพนั้น จะทาให้มีการเพ่ิมขึ้นของความดันภายในช่องทรวงอกและเพ่ิมแรงดันท่ีหัวใจโดยตรง
ส่งผลทาใหเ้ กิดการไหลเวียนโลหิตและขนส่งออกซิเจนไปยงั บรเิ วณกลา้ มเนื้อหัวใจและสมอง
การกดหนา้ อกทีม่ ีประสิทธิภาพ จะทาใหเ้ พ่ิมการไหลเวยี นโลหติ ในขณะทาการช่วยฟน้ื คืนชพี ดงั น้ี
3.1 การกดหน้าอกต้องแรงและเร็ว โดยกดหน้าอกให้ลึก 2น้ิว (5 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 2.4 น้ิว (6
เซนติเมตร) กดอย่างตอ่ เน่ืองท่ีอัตราเรว็ 100-120 ครั้ง/นาที ให้หน้าอกคืนตัว (fully chest recoil ) ปล่อยให้มีการขยาย
ของทรวงอกกลับคืนจนสุด เพื่อให้หัวใจรับเลือดสาหรับการสูบฉีดครั้งต่อไป ซ่ึงพบว่าการกดหน้าอกท่ีไม่ปล่อยให้ทรวง
อกกลับคืนจนสุด จะทาให้เกิดการเพ่ิมข้ึนของแรงดันในทรวงอก ส่งผลให้ลดปริมาณเลือดท่ีไปเล้ียงกล้ามเนื้อหัวใจ
สมองและหลอดเลอื ดสว่ นต่างๆของร่างกาย
3.2 รบกวนการกดหน้าอกให้นอ้ ยท่ีสดุ โดยสามารถหยุดการกดหน้าอกได้ไมเ่ กนิ 10 วินาที ในกรณี
ต่อไปน้ี
- การคลาชีพจร
- ชอ็ กไฟฟา้
3.3 ทาการกดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับการช่วยหายใจ 2 คร้ังในผู้ใหญ่ จนกว่าจะมีการใส่อุปกรณ์
เปิดทางเดนิ หายใจข้นั สูง เชน่ ทอ่ ช่วยหายใจ หลงั จากใส่ท่อชว่ ยหายใจเรยี บรอ้ ยแลว้ ให้เปล่ียนวิธีการช่วยหายใจ เป็นช่วย
หายใจ 1 คร้ังทุก 6 วินาที (10 คร้ัง/นาที) โดยไม่ต้องสัมพันธ์กับการกดหน้าอกควรเพ่ิมความระมัดระวังการ
รบกวนการกดหน้าอกและหลีกเลย่ี งการช่วยหายใจที่มากเกนิ ไป
กรณีมีผชู้ ่วยเหลอื 2 คน แนะนาให้มีการสลบั หนา้ ท่ีในการกดหนา้ อกทุก 2 นาที หรือหลังจากครบ 5 รอบของ
การกดหนา้ อกต่อการชว่ ยหายใจ ในอตั รา 30:2
4. เปดิ ทางเดนิ หายใจ
ทาการเปดิ ทางเดนิ หายใจ โดยวิธี Head Tilt-Chin Lift หรอื วธิ ี Jaw thrust
5. ช่วยหายใจ
จดุ ประสงค์หลกั ในการชว่ ยหายใจคอื เพื่อรกั ษาระดับออกซเิ จนให้เพยี งพอและขับกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ออก
ในผู้ปว่ ยท่ีมีภาวะหัวใจหยุดเต้น มวี ธิ ีในการชว่ ยหายใจ ดงั น้ี
5.1. การช่วยหายใจด้วยวธิ ี Mouth to Mask
การชว่ ยหายใจแบบ Mouth to Mask
วิธปี ฏบิ ัติในการชว่ ยหายใจแบบ Mouth to Mask โดยการใช้ Pocket mask
1) ครอบหนา้ กาก (Mask) ลงบนปากและจมกู โดยใหส้ นั จมูกเปน็ guide เลอื กขนาดให้พอเหมาะ เพือ่ ป้องกันลม
รว่ั ขณะเป่าชว่ ยหายใจ
2) ปอ้ งกันลมรว่ั ออกโดยใช้โคนนิ้วหัวแมม่ อื ประกบ 2 ดา้ น แลว้ กดลงไปท่ีขอบของ Maskให้แนน่
3) ใช้นิ้วช้วี างบนขอบของ Mask ทีค่ รอบอยู่บนคาง สว่ นนวิ้ อื่นๆ เกีย่ วกระดูกขากรรไกรทงั้ 2 ขา้ ง ยกขากรรไกร
ล่างข้นึ แลว้ จดั ให้ศรี ษะแหงนไปด้านหลัง
4) ชว่ ยหายใจโดยการเป่าลมผ่านทางหนา้ กาก จนหนา้ อกผู้ป่วยยกขึ้น ใช้เวลาประมาณ 1 วินาที รอจนหน้าอก
ยบุ ลงและเปา่ ปากอีก 1 ครงั้ หากมกี ารอดุ ตันทางเดินหายใจ จะไมส่ ามารถเปา่ ลมเข้าไปได้ ตอ้ งทาทางเดนิ หายใจใหโ้ ลง่ กอ่ น
วิธีตรวจสอบว่าลมที่เป่าเพียงพอหรือไม่ โดยให้สังเกตการขยับขึ้นลงของทรวงอก ขณะทาการเป่าหากมีการ
ขยับขึ้นลงของทรวงอกแสดงว่า ปริมาตรอากาศท่ีเข้าไปเพียงพอ ซ่ึงการช่วยหายใจที่มากเกินไป อาจทาให้เกิดผลเสียได้
กล่าวคือ ทาให้กระเพาะอาหารมีการโป่งพองมากขึ้นจากอากาศท่ีช่วยหายใจเข้าไป และอาจเกิดอาการสูดสาลักเศษ
อาหารเข้าสู่ปอดได้ และท่ีสาคัญคือทาให้ความดันในช่องอกเพิ่มขึ้น ปริมาณเลือดท่ีจะไหลกลับเข้ามายังหัวใจลดลง
สง่ ผลให้เลอื ดทจี่ ะถูกบีบออกจากหัวใจไปยังอวัยวะต่างๆ ลดลงตามไปด้วย
5.2. การชว่ ยหายใจด้วย Self Inflating Bag
เป็นวิธีการช่วยหายใจทีบ่ ุคลากรทางการแพทย์หรือเจา้ หน้าทีก่ ูช้ พี ใชช้ ว่ ยหายใจบอ่ ย
แสดงส่วนประกอบตา่ งของ Self Inflating Bag
การใช้ Self Inflating Bag
กรณีผชู้ ่วยเหลอื คนเดียว
1) ผ้ทู าการชว่ ยหายใจอยู่เหนือศีรษะผูป้ ่วย
2) เปดิ ทางเดินหายใจดว้ ยวธิ ี jaw thrust กรณผี ปู้ ว่ ยมีอาการบาดเจบ็ บรเิ วณกระดกู ต้นคอ หรอื head
tilt – chin lift กรณไี ม่มีการบาดเจ็บท่ีกระดกู ตน้ คอ
3) ครอบ Mask บนปากและจมกู ผปู้ ว่ ยโดยใหส้ ว่ นแหลมอยู่ดา้ นจมกู
4) วางหัวแม่มือและนว้ิ ชรี้ อบ mask ด้านบน นิ้วท่ีเหลือยกขากรรไกรลา่ งขนึ้ เป็นรูปตวั EC clamp
technique
5) มือข้างท่เี หลอื บีบ Self Inflating Bag ชา้ ๆ ครัง้ ละ 1 วนิ าที ควรสงั เกตการเคลื่อนไหวของทรวงอก
(chest rise) ขณะชว่ ยหายใจ
กรณีผ้ชู ่วยเหลอื 2 คน
1) ผชู้ ่วยเหลอื คนที่ 1 ใช้ มือทง้ั สองข้าง จบั mask โดยใช้หวั วางหวั แม่มือและนิว้ ชี้รอบ mask ด้านบน
นว้ิ ทเ่ี หลอื ยกขากรรไกรลา่ งขึ้น เป็นรปู ตวั EC clamp technique
2) ผู้ชว่ ยเหลือคนที่ 2 บีบ Self Inflating Bag โดยใชม้ ือทั้งสองขา้ งบบี bag ชา้ ๆ ครั้งละ 1 วินาที ควร
สังเกตการเคลอื่ นไหวของทรวงอก (chest rise) ขณะช่วยหายใจ
ข้อควรระวงั กรณีบีบ Self Inflating Bag แลว้ หนา้ อกไม่ขยับขน้ึ ลงตามจงั หวะการบีบ Self Inflating Bag
- ถ้าสังเกตเหน็ หน้าท้องขยบั ขนึ้ ลง โดยทที่ รวงอกไมข่ ยับ ให้ตรวจสอบการเปดิ ทางเดนิ
หายใจหรอื การยกขากรรไกรล่าง
- ตรวจสอบการอุดก้ันทางเดนิ หายใจ
- กรณที ี่มลี มรัว่ ออกขา้ ง Mask ขณะบีบ Self Inflating Bag ให้ตรวจสอบการจบั Mask
ใหม่วา่ แนบสนทิ กบั หนา้ ผ้ปู ่วยหรอื ยัง
- อาจใช้ Oropharyngeal airway ร่วมดว้ ย
- อาจเปล่ยี นมาใช้ Pocket mask
กรณสี งสยั วา่ มีอาการบาดเจบ็ ท่กี ระดูกคอ เชน่ การตกจากทสี่ ูงหรืออุบัติเหตุจราจร ผูช้ ่วยเหลือต้องตรงึ ศรี ษะผูป้ ว่ ยให้
อยู่กบั ท่ี(immobilization) หรือใส่ Cervical Hard collarและเปดิ ทางเดนิ หายใจแบบ jaw thrust
แสดง เทคนคิ การจบั Self Inflating Bag
6. ทาการชอ็ กไฟฟา้ ด้วยเคร่ืองช็อคไฟฟา้ หวั ใจแบบอัตโนมตั ิ (Automated External Defibrillation :AED)
ชนดิ ของ Automated External Defibrillation
1.1 Fully autometed เป็นเครือ่ ง Defibrillator ท่ที างานโดยไมต่ อ้ งควบคมุ โดยผใู้ ช้เพยี งแตเ่ ปิดสวิทซ์
เท่าน้ัน ก็สามารถใชง้ านไดท้ นั ที
1.2 Semi-automated เป็นเครอื่ ง defibrillator ที่ใชเ้ สียงสงั เคราะห์จากคอมพวิ เตอร์ในการแนะนา ตามท่ีได้
วเิ คราะห์จังหวะการเตน้ ของหัวใจผู้ป่วย
ขน้ั ตอนการใช้เคร่ืองช็อกไฟฟ้าหัวใจแบบอัตโนมตั ิ (Automated External Defibrillator: AED)
ขนั้ ตอนการใชเ้ ครื่องชอ็ กไฟฟ้าหวั ใจแบบอตั โนมัติ ซ่งึ เป็นที่ยอมรับกันเป็นสากล (universal steps ) ให้ปฏบิ ตั ิ
ตาม 4 ขั้นตอน ดังต่อไปน้ี
1. เปดิ สวทิ ซ์เครอ่ื ง AED (Power on the AED) ซึ่งอาจเป็นการเปิดฝาเคร่ืองหรือกดปุ่มเปิดสวิทซ์ onแล้วแต่
รุ่นของเครื่อง AED หลังจากน้ันจะมีคาสั่งใช้เครื่องในขั้นตอนต่อๆไป ซึ่งสามารถทาตามคาสั่งท่ีได้มีการตั้ง
โปรแกรมไวใ้ นเครอื่ งได้
2. ติดแผ่นช็อกไฟฟา้ (Attach AED pads) บนผนงั ทรวงอกผ้ปู ว่ ย ขณะท่เี พื่อนในทมี ทาการ CPR ผูป้ ว่ ย
อยา่ งตอ่ เน่ือง
แผน่ ชอ็ กจะมสี ติ๊กเกอร์ติดอยู่ ให้ลอกสติก๊ เกอร์ออกแลว้ ตดิ แผ่นบนผวิ ทรวงอกผ้ปู ่วย
ตาแหนง่ ในการติดแผน่ แผน่ แรกติดบนหน้าอกด้านขวาบน แผน่ ทสี่ อง ติดบริเวณด้านขา้ งซา้ ยใต้ราวนม
ตอ่ สายแผ่นช็อกไฟฟ้าเขา้ กับเครือ่ ง AED
3. รอให้เคร่ืองทาการวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจ (“clear” and analyze the rhythm) หาก
จาเป็นตอ้ งทาการช็อกไฟฟ้า เครอ่ื งจะสั่งให้ทกุ คนถอย ออกห่างจากผูป้ ่วย และเตรียมทาการช็อก เครื่องจะ
ทาการประจุไฟฟ้าเองโดยอตั โนมตั ิ
ทาการกดช็อค (shock) เมอื่ เครื่องมือวิเคราะห์
และแนะนาให้ทาการช็อค (แสดงว่าเปน็
shockable rhythm)
4. จะมสี ญั ญาณไฟกระพริบตรงปุ่ม “shock” ซึ่งจะแสดงถงึ พร้อมสาหรบั การชอ็ ค ใหผ้ ู้ทาการช่วยเหลอื กดปุ่ม
“Shock”เพอื่ ปล่อยพลังงานสูผ่ ูป้ ว่ ย หลงั การกดช็อคไฟฟ้า ให้กลบั มาทาการกดหน้าอกต่อทันที
- กรณที ่ีเครื่องวิเคราะห์ว่าไม่ตอ้ งชอ็ กไฟฟ้า ให้เรม่ิ ทาการกดหนา้ อกต่อทันที (แสดงว่าเป็น non
shockable rhythm)
- หลงั ทา CPR ครบ 5 รอบ หรือประมาณ 2 นาที ในช่วงเวลาท่กี ลับมาประเมนิ ผปู้ ่วย เคร่อื งจะทาการ
วเิ คราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจซา้ โดยอตั โนมัติ หากเครื่องใหช้ อ็ กไฟฟา้ ก็ให้กลบั มาทาตามขั้นตอนที่ 3
และ 4 หากไม่ต้องช็อคไฟฟา้ ให้เริ่มทา CPR ทนั ที
ข้อควรระวงั ในการใช้ pads
1. กรณีผปู้ ่วยมขี นหน้าอกหนา ให้ลองแปะแผน่ ชอ็ กไฟฟ้าแล้วกดใหแ้ น่นทส่ี ุด แต่หากเครื่องเตือนวา่ “shock
pads” หรอื “shock electrodes” ให้รบี ดงึ แผ่นออกแลว้ โกนขนหน้าอกบางส่วนแล้วแปะแผน่ ใหม่ใหแ้ นบผิวหนังผปู้ ่วย
แตถ่ ้าเครื่องยังเตอื นอยู่ อาจต้องโกนขนหนา้ อกเพิ่มและพจิ ารณาเปลีย่ นแผ่นชอ็ กไฟฟา้ อันใหม่ ถา้ บนแผ่นมีขนผู้ปว่ ยตดิ
อยู่
2. กรณีผู้ป่วยอยใู่ นนา้ ให้นาผู้ป่วยข้ึนจากนา้ เช็ดตัวผปู้ ่วยใหแ้ ห้งโดยเฉพาะบรเิ วณหนา้ อก ก่อนทาการแปะแผน่
AED เนอ่ื งจากนา้ เป็นตัวนาไฟฟ้าทด่ี ี จงึ ห้ามใช้ AED ในน้า แต่ถา้ ผูป้ ่วยนอนอยู่บนหมิ ะ บนทราย หรือโคลนที่ชน้ื แฉะหรือ
บรเิ วณท่ีมีน้าขังเลก็ น้อย อาจใช้ AEDหลังจากเช็ดหนา้ อกใหแ้ หง้ อยา่ งรวดเรว็
3. กรณที ผ่ี ปู้ ว่ ยมีการฝังเคร่ืองชอ็ กไฟฟ้าหัวใจ (ICD) หรือ เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) ควรหลีกเลย่ี งการ
ตดิ pads ลงบนตาแหน่งของเครื่องที่ฝัง
4.กรณผี ปู้ ว่ ยมีแผ่น transdermal medication patch เชน่ nitroglycerin patch อยูก่ ่อนใหด้ ึง patch ออกใช้
ผ้าเช็ดทาความสะอาด และแปะแผ่นช็อก AED อย่างรวดเรว็
การจัดทา่ พักฟื้น (Recovery Position)
ภายหลงั ทาการช่วยฟืน้ คืนชีพแลว้ หากประเมนิ พบวา่ ผู้ปว่ ยกลบั มามชี ีพจร และหายใจเองได้ ในผปู้ ว่ ยฉกุ เฉินท่ี
ไม่ได้มีสาเหตุจากอบุ ัตเิ หตุ ใหจ้ ดั ทา่ ท่าพักฟื้น โดยมีขน้ั ตอนการปฏิบัตดิ ังนี้
ขน้ั ตอนปฏิบัติในการจัดท่าพักฟนื้
(1) ยกแขนผปู้ ว่ ยด้านใกลต้ ัวผู้ช่วยเหลอื ข้ึนวางเหนือศรี ษะผูป้ ่วย ใหง้ อแขนอยู่ในลักษณะตง้ั ฉาก
(2) ผู้ช่วยเหลือใชม้ อื ขา้ งทอ่ี ย่ดู า้ นศีรษะผูป้ ่วย จบั บริเวณไหลผ่ ู้ป่วยด้านไกลตวั มืออกี ข้างจบั บริเวณเข่าของ
ผ้ปู ่วยแล้วไขวข้ าขา้ งใกล้ตัว
(3) ออกแรงดงึ ผปู้ ่วยเข้าหาตวั ผู้ชว่ ยเหลอื โดยใหศ้ ีรษะ ลาตัว และไหลข่ องผปู้ ่วยจะต้องเคล่ือนไปพร้อม
กันโดยไม่บิดหรือเอีย้ วตวั
(4) เมือ่ พลิกตวั ผู้ปว่ ยแล้ว ขาด้านล่างของผปู้ ่วยอย่ใู นลักษณะเหยียดตรง ขาด้านบนอยใู่ นลกั ษณะงอเข่า
และใหจ้ ดั ศรี ษะให้อยตู่ รงกลางมากทสี่ ดุ
(5) จัดวางมอื ผ้ปู ่วยขา้ งท่อี ยูด่ ้านบนไวข้ ้างๆใบหนา้ ให้ฝ่ามืออยบู่ รเิ วณปากและแก้มของผปู้ ่วย
แสดง การจัดท่าพักฟืน้
บทสรุปขององคป์ ระกอบของการนวดหัวใจผายปอดกู้ชพี ที่มคี ณุ ภาพสงู สาหรบั ผ้ใู ห้การชว่ ยชวี ติ ข้นั พื้นฐาน
ขนั้ ตอนวิธีการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานสาหรับภาวะหัวใจหยุดทางานในผใู้ หญ่
ตรวจสอบความปลอดภยั ของสถานท่ี
เกิดเหตุ
ผ้ปู ่ วยไม่ตอบสนองตะโกนเพ่ือขอความช่วยเหลอื ท่ีอย่บู ริเวณใกล้เคยี งแจ้งระบบ ให้ทาการผายปอด : ผายปอด 1 ครัง้ ทกุ 5-6
ตอบรับฉกุ เฉนิ ผ่านทางโทรศพั ท์มอื ถือ (ถ้าเหมาะสม) จดั หาเคร่ืองกระต้นุ หัวใจ วนิ าที หรือ ผายปอดประมาณ 10-12 ครัง้ ต่อนาที
ด้วยไฟฟ้ าจากภายนอกร่างกายแบบอตั โนมตั ิและอปุ กรณ์ฉกุ เฉิน ( หรือสง่ คนอ่ืน
- แจ้งระบบตอบรับฉกุ เฉิน (ถ้ายงั
ไปกระทาแทน ) ไมไ่ ด้กระทา) หลงั จาก 2 นาที
มีการหายใจปกติ ไม่มีการหายใจตามปกติ - ทาให้การผายปิดต่อไป; ตรวจสอบ
มีชีพจร มีชีพจร การเต้นของชีพจรทกุ 2 นาที ถ้าไม่
พบชีพจรทกุ 2 นาที ถ้าไมพ่ บชพี จร
เฝ้ าระวงั จนกระทง่ั มองหาการไมห่ ายใจ หรือมเี พยี งการหายใจเฮือก และ ให้เร่ิมทาการนวดหวั ใจผายปอดกู้
หนว่ ยก้ภู ยั ฉกุ เฉินมาถงึ ตรวจชีพจร ( ทาไปพร้อมๆกนั ) พบชีพจร อยา่ งแน่นอน ชพี (ไปยงั กรอบ “การนวดหวั ใจ
ผายปอดก้ชู พี ”)
รู้สกึ ได้ ภายใน 10 วินาทีหรือไม่
- ถ้าเป็นไปได้วา่ อาจเกดิ จากสารสกดั
ไม่หายใจ หรือ มีเพียงการหายใจเฮือก จากฝิ่น ให้ยานาโลโซนถ้ามพี ร้อม
ไม่มีชีพจร ใช้งานตามข้อกาหนด
การนวดหัวใจผายปอดกู้ชีพ โดยขณะนีใ้ นทกุ สถานการณ์ ระบบตอบรบั
ฉกุ เฉินหรือระบบสารองจะได้รับแจ้งเหตแุ ล้ว
เร่ิมต้นรอบของกด 30 ครัง้ และผายปอด 2 ครัง้ ใช้เคร่ืองกระต้นุ หวั ใจ และได้รับเครื่องกระต้นุ หวั ใจด้วยไฟฟ้ าจาก
ด้วยไฟฟ้ าจากภายนอกร่างกายแบบอตั โนมตั ทิ นั ทีเม่ือได้รับมา ภายนอกร่างกายแบบอตั โนมตั แิ ละอปุ กรณ์
ฉกุ เฉินแล้ว หรือคนอื่นกาลงั นาอปุ กรณ์
เหลา่ นนั้ มา
เคร่ืองกระต้นุ หวั ใจด้วยไฟฟ้ าจากภายนอกร่างกายแบบ
อตั โนมตั มิ าถึง
ตรวจจงั หวะชีพจร จงั หวะชพี จรที่สามารถ
กระต้นุ ด้วยไฟฟ้ าหรือไม่
ได้ ไม่ได้
สามารถกระต้นุ ด้วยไฟฟ้ าได้ ไม่สามารถกระต้นุ ด้วยไฟฟ้ าได้
ชอ็ ค 1 ครัง้ ทาการนวดหวั ใจผายปอดก้ชู พี ตอ่ ทนั ที เป็นเวลาประมาณ 2 นาที ทาการนวดหวั ใจผายปอดก้ชู ีพตอ่ ทนั ทีเป็นเวลาประมาณ 2 นาที
(จนกระทงั่ เคร่ืองกระต้นุ หวั ใจด้วยไฟฟ้ าจากภายนอกร่างกายแบบอตั โนมตั ิ (จนกระทง่ั เคร่ืองกระต้นุ หวั ใจด้วยไฟฟ้ าอตั โนมตั ิ แจ้งวา่ พร้อมทจ่ี ะให้
แจ้งวา่ พร้อมทจ่ี ะตรวจสอบจงั หวะชพี จร ) ทาตอ่ ไปจนกว่าผ้ใู ห้การช่วยชีวิต ตรวจสอบจงั หวะชีพจร )ทาตอ่ ไปจนกวา่ ผ้ใู ห้การชว่ ยชีวติ ขนั้ สงู มาดแู ล
ขนั้ สงู มาดแู ลตอ่ หรือผ้ปู ่ วยเร่ิมเคลอ่ื นไหว ตอ่ หรือผ้ปู ่ วยเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว