The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 3570103040, 2022-12-28 05:15:44

หนังสือเล่มเดียวในโลก

FC9EEFCD-4C27-4703-8B07-8AE2D0B3B48A

อ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที ตอน อย่ามองข้าสั
อาจ’’หายไปในชั่วพริบตา’’
เรื่อง’’มองโรคในแง่ดี’’ ตอน โปรดฟังทางนี้

บทความT‘’เปhลีe่ยนoชื่อnแlล้yวชีbวิตoดีoขึ้นkจร
ิงหรือ’
อไ่มา่ในช่ใแจคค่ชนาไดบiู้ใnเนรื่เอสtีง้ยhมวูกeว็ิจนราwิงทีจัoตงอrนlอdย่ามองข้าสั

อาจ’’หายไปในชั่วพBริyบplตoyาr’a’ t
เรื่อง’’มองโรคในแง่ดี’’ ตอน โปรดฟังทางนี้
บทความ ‘’เปลี่ยนชื่อแล้วชีวิตดีขึ้นจริงหรือ’’
ไม่ใช่แค่ชาบู เรื่องมูก็จริงจัง
อ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที ตอน อย่ามองข้าสั
อาจ’’หายไปในชั่วพริบตา’’
เรื่อง’’มองโรคในแง่ดี’’ ตอน โปรดฟังทางนี้
บทความ ‘’เปลี่ยนชื่อแล้วชีวิตดีขึ้นจริงหรือ’
ไม่ใช่แค่ชาบู เรื่องมูก็จริงจัง
อ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที ตอน อย่ามองข้าสั
อาจ’’หายไปในชั่วพริบตา’’
เรื่อง’’มองโรคในแง่ดี’’ ตอน โปรดฟังทางนี้
บทความ ‘’เปลี่ยนชื่อแล้วชีวิตดีขึ้นจริงหรือ’
ไม่ใช่แค่ชาบู เรื่องมูก็จริงจัง
อ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที ตอน อย่ามองข้าสั

The only book

in the world

By ployrat

คำนำ

หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษา
ไทยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงจิตวิทยาที่
สอดคล้องกับเรื่องราวต่างๆและเพื่อให้ได้ศึกษาความรู้
ในส่วนของเรื่องการอ่านใจคน/การรับฟังผู้/อื่นรวมถึง
เรื่องความเชื่อในเรื่องการเปลี่ยนชื่อ

ผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่ว่าการจัดทำหนังสือ
เล่มเดียวในโลกนี้จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่
สนใจศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

พลอยรัศญ์ งามบุญฤทธิ์

สารบัญ

เรื่อง หน้า

งานเขียนที่ฉันชื่นชอบ ๑.
/ ๒-๓.
อ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที
ตอน อย่ามองข้ามสัญญาณที่อาจหายไปในชั่วพริบตา
[น.๖-๗.]

มองโรคในแง่ดี ตอนโปรดฟังทางนี้ [น.๒๗-๓๔] ๓-๔.

บทความ เปลี่ยนชื่อแล้วสชีวาิตรดีบขึ้ันญจรืงหรือ ๗-๙.
๑๐.
ผลงานของนักเรียน ๑๑-๑๓.
/
ไม่ใช่แค่ชาบู เรื่องมูเตลูก็จริงจัง

Prnr กลอน ๑๔.

อัตชีวประวัติ บงกช กรวรรณ พลอยรัศญ์ ๑๕-๑๗.

จากใจผู้เขียน ๑๘-๑๙.

ภาคผนวช ๒๐.

งาน



เขียน


ที่



ฉัน



ชื่น



ชอบ



อ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที ตอน อย่ามองข้าม

สัญญาณที่อาจ’’หายไปในชั่วพริบตา’’



บุคลิกที่บ่งบอกความคิดคน มีทั้งแบบที่แสดงให้เห็นต่อ

เนื่อง ในช่วงเวลาหนึ่ง และแบบที่หายไปในชั่วพริบตา ท่าทางที่

แสดงให้เห็นต่อเนื่องจะมองเห็นได้ง่าย แต่ท่าทางที่หายไปในชั่ว

พริบตา ถ้าไม่สังเกตให้ดี อาจมองข้ามผ่านไปได้.

คนที่มองคู่สนทนาตลอดเวลาจะสังเกตุบุคลิก ท่าทางชั่ว

พริบตาได้ แต่คนที่ไม่ค่อยมองคู่สนทนา มักไม่ทันเห็นท่าทาง
เหล่าน้ัน ทําให้ไม่สามารถ เข้าใจความคิดและความรู้สึกที่แท้จริง

ของอีกฝ่ายได้ นักจิตวิทยาชื่อ “ออเดรย์ เนลสัน” ได้บัญญัติไว้

เกี่ยวกับสัญญาณที่หายไปในชั่วพริบตา หรือสัญญาณเพียงเสี้ยว

วินาทีว่า “Micro Behavior”ซึ่งคนที่ได้ยินข่าวร้ายจะมี Micro

Behavior อย่างไรบ้าง? มีคําพูดว่า “ไหล่ทรุดด้วยความสิ้นหวัง”

ซึ่งเป็นพฤติกรรม นั่นคือการ“ทิ้งไหล่ให้ตก” เป็นการกระทําที่

เกิดในชั่วพริบตา “โทษที เรื่องการเลื่อนตําแหน่งของเธอคง

หมดหวังแล้วละ” เมื่อแจ้งข่าวร้ายนี้ ผู้ฟังมักทําไหล่ตกในชั่วพริบ

ตา โดยจะไม่ “ทิ้งไหล่ให้ตกอยู่อย่างนั้น ” แต่จะยืดตัวกลับมา
ยิ้มแย้มถ้าไม่สังเกตุอาจมองข้ามได้ แต่ถ้าเขาได้แสดง Micro

Behavior ด้วยการ“ทําไหล่ตก”ไปแล้ว สามารถบอกได้ว่าใจจริง

แล้วเขาผิดหวังหรือเจ็บปวดกับเรื่องนี้



อ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที ตอน อย่ามองข้าม

สัญญาณที่อาจ’’หายไปในชั่วพริบตา’’



\
คนที่รู้จักสังเกตุคนอื่นมักจะไม่มองข้าม
สิ่งสําคัญในการอ่านใจผู้อื่นไม่ได้ขึ้นอยู่ว่า เขาแสดงพฤติกรรม

นั้นนานแค่ไหน เพราะแม้เป็นการแสดงออกเพียงเสี้ยววินาที
ก็อาจบ่งบอกความคิดของผู้นั้นได้ ชัดเจน
เวลาพบปะผู้คน เราต้องคอยเอาใจใส่ความรู้สึกของอีกฝ่าย ดังนั้น


ต้อง สังเกตให้ดี
เพื่อไม่ให้พลาดสัญญาณใดๆที่เขาแสดงออกมา
อ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที ตอน อย่ามองข้ามัญญาณที่อาจ’’หาย

ไปในชั่วพริบตา’’ โดยผู้แต่ง โยชิฮิโตะ โนโต












เรื่อง มองโรคในแง่ดี

ตอน "โปรดฟังทางนี้"




สถิติโรคในรายงานที่กระทรวงสาธารณสุขเผยแพร่ออกมานั้น


โรคหัวใจติด 1 ใน 5 อันดับสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย เมื่อ

ผู้ป่วยมาตรวจด้วยอาการที่ชวนให้นึกถึงโรคหัวใจ สิ่งที่แพทย์มักจะทำ

เป็นสิ่งแรก ๆ ก็คือนั่งฟัง การฟังเป็นวิธี พื้นฐานที่สุดในการรวบรวม

ข้อมูลจากผู้ป่วยเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยโรค ในขณะที่ผู้ป่วยเล่าถึงอาการ
เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรืออาการ อื่น ๆ ที่นำเขามาโรงพยาบาล

หัวใจก็จะเล่าปัญหาของมันให้แพทย์ฟัง ผู้เชี่ยวชาญจะฟังเสียงหัวใจโดย

ใช้หูฟัง อุปกรณ์ที่เรียกว่าหูฟัง ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้หูของเราฟังต่อจากหู

ของหูฟังอีกทีหนึ่ง พวกเขาจะตั้งใจฟังสิ่งที่หัวใจบอกอย่างดีที่สุดเพื่อ

วินิจฉัยโรค ที่เป็นและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้นาฬิกาแห่งชีวิตเรือน

นี้ ยังคงเดินต่อไป เพราะหากนาฬิกาเรือนนี้หยุดเดินเมื่อไร เวลาในชีวิต

ของผู้ป่วย ก็หมดลงเช่นกัน ในขณะที่หัวใจพูดเสียงดังฟังชัดและตรงไป

ตรงมาเสมอถึงปัญหา ที่มันกำลังประสบอยู่ มนุษย์ ซึ่งเป็นเจ้าของหัวใจ

นั้น กลับปฏิบัติ ต่างออกไป บ่อยครั้ง เรารู้สึกทุกข์จากการกระทำของใคร

บางคนที่เรารัก แต่เราก็กลับเลือกจะเก็บมันไว้โดยไม่บอกเล่าให้เขาฟัง

แม้จะมุ่งมั่น ในการทำเช่นนั้น แต่ขณะเดียวกันเราก็ยังแอบหวังให้ใคร

คนนั้นเข้าใจ ความทุกข์ของเราบ้าง การไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกดี ๆ

ในใจออกมาก็ก่อความซ้ำได้ไม่ต่างกัน มีตัวอย่างมากมายที่คนซึ่งรักและ

ห่วงใยกันต้องมาห่างเหินกัน เพียงเพราะความรู้สึกดี ๆ ในหัวใจของฝ่าย

หนึ่งไม่สามารถเดินทาง ตลอดรอดฝั่งไปจนถึงรูหูของอีกฝ่ายหนึ่งได้ ระยะ

ทางจากหัวใจของคนหนึ่งไปสู่รูหูของใครอีกคนนั้น



เรื่อง มองโรคในแง่ดี
ตอน "โปรดฟังทางนี้"




ช่างยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย ความโกรธซุ่มอยู่


ข้างทาง รอโอกาสจะแทรกซึม ความน้อยใจรักอยู่ข้างหน้ารอจังหวะ

ผสมโรง ความกลัว ความระแวงและอคติ กระจายกำลังรอบทิศพร้อมโจมตี

ทุกเมื่อ กว่าที่ความรักความห่วงใยซึ่งตั้งต้นออกเดินทางจากหัวใจจะ

กระเสือกกระสนไปจนถึงรูหูของอีกฝ่ายได้นั้น มันก็สะบักสะบอมจน ไม่

เหลือเค้าเดิมที่เคยเป็น แทนที่จะเป็นความห่วงใย รูหูผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่จึง

ได้สัมผัสเพียง ถ้อยคำระคายหูประโยคหนึ่งเท่านั้นนี่คือสิ่งที่ผู้พูดควร

ตระหนก และผู้ฟังยิ่งต้องตระหนักการ สื่อสารเพียงเพื่อประโยชน์ในการ

สื่อ โดยไม่เคยคิดที่จะสานผลก็คือ เกิดคู่ขัดแย้งขึ้นมากมายในสังคม เรา

เคยชินกับการตัดสินผู้อื่นล่วงหน้า บางครั้งเราตัดสินเขา ก่อนที่เขาจะมี

โอกาสได้พูดเสียอีก เราสะใจที่เขาไม่มีโอกาสได้พูด แทนที่จะเสียใจที่

เราไม่มีโอกาส ได้ฟัง

/
ก่อนที่นาฬิกาแห่งความสัมพันธ์จะหยุดลง เราควรเป็นผู้

เชี่ยวชาญด้านหัวใจ เริ่มจากบอกตัวเองว่า ทุกครั้งที่ฟัง เราจะฟังเพื่อ

เข้าใจผู้อื่น การเข้าใจใครสักคนก็คือการเข้าไปในหัวใจของคนนั้น เมื่อ

อยู่ในนั้นเราจะสามารถสัมผัสความทุกข์ความสุขในใจของเขาได้ ที่สำคัญ

จากตำแหน่งนั้น เราจะสามารถมองเห็นโลกและปัญหาจากมุมของเขา ซึ่ง

นั่นมักจะเป็นมุมที่เราไม่เคยมอง การเอาใจเขามาใส่ใจเรา แท้จริงแล้วคือ

การเอาใจเราไปใส่ใจเขา ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เราสามารถ

เอาใจเราไปใส่ใจ เขาได้ เพียงแค่เรียนรู้ศิลปะง่าย ๆ ของการฟัง
มองโรคในแง่ดีตอน ‘’โปรดฟังทางนี้’’ โดยคุณากร วรวรรณธนน



มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี






มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคในแง่ดี
มองโรคในแง่ดี มองโรคใ๖นแง่ดี

D
Di
Dis
Disc
Discr
Discre
Discret
Discreti
Discretio
Discretion

*เนื้อหาต่อไปเกี่ยวกับความเชื่อ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*



บทความ
‘’เปลี่ยนชื่อแล้วชีวิตดีขึ้นจริงหรือ’’




การเปลี่ยนชื่อเป็นเสมือนหนึ่งในความเชื่อและเป็นสิ่งที่

หลายๆ คนทำกันในทุกวันนี้เมื่อยามที่รู้สึกว่าชีวิตถึง “ทางตัน” หรือ


ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง โดยความเชื่อเกี่ยวกับพลังของชื่อ

นี้ก็เข้ามามีผลให้หลายๆ คนใช้เป็นทางออกหรือสร้างความมั่นใจให้

กับตัวเอง

ส่วนหนึ่งที่คนส่วนใหญ่เปลี่ยนชื่อก็เพราะเจอเหตุการณ์

ที่ทำให้ชีวิตเหมือนถึงจุดตกต่ำขีดสุดชนิดหาทางออกให้ตัวเองแทบจะ

ไม่ได้ การเปลี่ยนชื่อเป็นหนึ่งในความเชื่อที่เข้ามาในความคิดแรกๆ
แต่สิ่งสำคัญที่มันมีผลมากแบบจับต้องได้คือการสร้างความมั่นใจและ

ความหวังในวันที่แทบจะสิ้นความหวังในทุกๆสิ่ง การเปลี่ยนชื่อเป็น

เสมือนการบำบัดทางจิตใจพอสมควร ให้รู้สึกว่านี่คือการเริ่มต้นชีวิต

ใหม่ การเริ่มสร้างอะไรใหม่ๆ โดยไม่ยึดติดกับอดีตที่ผ่านมา ซึ่งการ

สร้างทัศนคติแบบนี้จำเป็นมากกับคนที่กำลังหมดความหวังหรือรู้สึกแย่

มากๆ จนแทบจะยอมแพ้ให้กับชีวิต แน่นอนว่าเมื่อมันสร้างแรงผลัก

ให้ชีวิตแล้ว ก็จะสามารถลุกขึ้นมาจากความล้มเหลวและแก้ไขชีวิตตัว

เองได้ พลังด้าน “จิตวิทยา” ที่การเปลี่ยนชื่อสร้างให้กับผู้เปลี่ยนชื่อ

นั้นคือพลังที่สำคัญอยู่มากพอสมควร การที่เราเชื่อว่าชื่อใหม่ของเรานั้น

เสริมดวงชีวิตเรา มันทำให้เรามีทัศนคติบวกเป็นตัวตั้งต้น และจากจุด

เริ่มต้นแบบคิดบวกแล้ว การต่อยอดเลยทำให้อะไรๆ ก็ดูดี มีกำลังใจ

ไปกว่าครึ่ง โอกาสสำเร็จก็เพิ่มขึ้นตาม



บทความ
‘’เปลี่ยนชื่อแล้วชีวิตดีขึ้นจริงหรือ’’



/


แต่การเปลี่ยนชื่อจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากผู้เปลี่ยนไม่


ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเอง เพราะท้ายที่สุด ตัวเราก็เป็น

ผลกระทำจากสิ่งที่เรากระทำ การเปลี่ยนชื่อไม่ว่าจะตำราไหนๆ ก็ไม่

สามารถสร้างผลบุญได้หากตัวเราไม่ได้สร้างจากการกระทำของตัวเอง

การเปลี่ยนชื่อไม่สามารถลบล้างบาปได้หากเรายังคิดชั่วและทำไม่ดีอยู่
การเปลี่ยนชื่อ อาจจะมองได้ว่าเป็นฤกษ์ที่ดีสำหรับการเปลี่ยนแปลง

สำหรับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ มันคือหลักให้เราตั้งมั่นที่จะแก้ไขหรือ
เอาชนะสิ่งที่เคยฉุดเราไว้ในอดีต ถ้าคนที่เปลี่ยนชื่อเห็นและคิดได้

อย่างนี้แล้ว การเปลี่ยนชื่อก็ย่อมสร้างความเจริญที่ดีให้กับผู้เปลี่ยน

เป็นแน่ แต่ถ้าคิดจะเปลี่ยนชื่อแล้วเอาแต่หวังบุญบารมีจะเกิดโดยไม่

ทำอะไรแล้ว ต่อให้เปลี่ยนกี่ร้อยชื่อ ก็คงไม่ได้อะไรอยู่ดี
”เปลี่ยนชื่อแล้วชีวิตดีขึ้นจริงหรือ’’ โดย NUTTAPUTCH.COM



ผล



งาน



ของ



นักเรียน

๑๐

-ไม่ใช่แค่ชาบู เรื่องมูเตลูก็จริงจัง-

*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*
กับความเชื่อเรื่องดูดวง เป็นสิ่งที่คู่กับคนยุคใหม่มาตลอด บาง


ครั้งการดูดวงหรือการเปลี่ยนชื่อ ก็อาจทำให้สบายใจขึ้นมาบ้าง ครั้งนี้ก็เช่น

กัน การเปลี่ยนชื่อบ่อย หลายคนอาจคิดว่า เป็นการปกปิดประวัติที่ไม่ดี

แต่สำหรับเด็กผู้หญิงที่ชื่อพลอยรัศญ์ ชื่อที่สามในชีวิต แต่ดีขึ้นแบบก้าว

กระโดด ย้อนกลับไปเมื่อสามปีที่แล้วในชื่อบงกช ที่แปลว่าดอกบัวตาม

ปกติบงกชกับวันจันทร์ เป็นดวงที่สมพงษ์กัน แต่การที่บงกช จะมารวมกับ

นามสกุลงามบุญฤทธิ์ จะเป็นกาลกิณี จึงทำให้ต้องเปลี่ยนจากบงกช เป็น

กรวรรณที่แปลว่า มีผิวพรรณงดงาม โดยพราหมณ์ ยกเสาเอก แต่หลัง

จากที่ใช้ชื่อกรวรรณ ชีวิตดีขึ้นบ้างแต่เกิดอาการเครียดอย่างรุนแรง โดยที่

ไม่รู้สาเหตุ เข้าโรงพยาบาลเดือนละ2-3ครั้ง ติดต่อกันเกือบ5เดือน แต่

หลังจากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กับการมาเจอหลวงลุง สิงห์ ณ

วัดสามบัณฑิต หลวงลุงไม่ใช่หมอดูแต่เป็นพระที่ช่วยเหลือบุคลที่เจ็บป่วย

หรือมีเรื่องทุกข์ร้อนในใจ หลวงลุงบอกว่าชื่อกรวรรณเป็นชื่อที่ดี แต่พอมา

รวมกับนามสกุลตามเลขโหราศาสตร์จะเป็นผู้ที่เจ็บป่วยบ่อยแบบไม่ทราบ

สาเหตุ ทางที่ดีควรเปลี่ยนชื่อเป็นพลอยรัศญ์ ซึ่งแปลว่าผู้ที่มีโชคในเรื่อง

ความรัก หลวงลุงเช็คชื่อรวมกับนามสกุลแล้วเป็นสิ่งที่ดี จึงแนะนำให้

เปลี่ยนชื่อจากกรวรรณเป็นพลอยรัศญ์ โดยหลังจากนั้น ชีวิตได้ดีขึ้นมาก

แบบก้าวกระโดด อาการป่วยเริ่มลดลงจนหายสนิทเรื่องเรียน เรื่อง

ทัศนคติ และเรื่องต่างๆ ดีขึ้นมากๆแบบก้าวกระโดด ใน3ชื่อ ถูกเปลี่ยน

ภายใน3ปี และคาดว่าในอนาคตจะใช้ชื่อพลอยรัศญ์ ต่อไปเรื่อยๆ

/
การเปลี่ยนชื่ออาจไม่ใช่เพราะการปกปิดบางอย่าง แต่สำหรับ

บางคนการเปลี่ยนชื่ออาจทำให้สบายใจและได้ผลตอบรับที่ดี แต่โดยรวม

การเปลี่ยนชื่อจะสัมฤทธิ์ผลจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆด้วย

๑๑

Ployrat Korawan Bongkot

๑๒

PP
LL
OO
YY
RR
AA
TT




๑๓

PRNR กลอน

พลอยรัศญ์ชื่อที่สามในปีนี้ ถ้าดีงี้ใช้ชื่อนี้ตั้งแต่ต้น

ใช้ชื่อนี้มีแต่ความสุขล้น อยู่ที่คนแล้วแต่คิดการเปลี่ยนชื่อ

บอกงมงายคล้ายชีวิตติดการมู ดูแล้วรู้แยกแยะไม่ได้ซื่อ

ถ้าเปลี่ยนแล้วคนไม่เปลี่ยนก็ไม่คือ ทางที่ดือต้องเปลี่ยนพฤติกรรม

บางคนเปลี่ยนไม่ดีขึ้นเลยด้วย จนต้องช่วยทุกอย่างพึ่งทางธรรม

หลวงลุงบอกหลายอย่างอยู่ที่กรรม มาหาธรรมจะลองช่วยตั้งให้ดู




หลวงลุง สิงห์ สามบัณฑิต ณ วัดสามบัณฑิต จังหวัดอยุธยา

๑๔

อัตชีวประวัติ : บงกช กรวรรณ พลอยรัศญ์

ย้อนกลับไป๒๓ ปีก่อนที่ด.ญ.พลอยรัศญ์ จะเกิด ในปีพ.ศ.๒๕๒๘

คุณพ่อและคุณแม่ เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยหนึ่ง หลังจากนั้นทั้งคู่จึงได้เริ่มคบหา

ดูใจกัน แต่ต้องเจออุปสรรคมากมาย ทั้งดีและไม่ดี แต่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือคุณ

ลุง บุคลที่เปรียบเสมือนคุณพ่ออีกคนของคุณแม่ กีดกันไม่ให้ทั้งคู่คบกันเพราะคุณ

พ่อเป็นเพลย์บอยคุณลุงจึงไม่ชอบคุณพ่อ แต่คุณพ่อสามารถทำให้คุณลุงเห็นว่าคุณ
พ่อรักแม่จริงๆคุณพ่อสม่ำเสมอซื่อตรงและสามารถพิสูจน์ให้คุณลุงเห็นว่าสามารถ

ดูแลคุณแม่ได้ จนกระทั่งพ.ศ.๒๕๔๗ ทั้งคู่ได้แต่งงานกันหลังจากนั้น ใน

ปีพ.ศ.๒๕๕๑ ได้กำเนิด ด.ญ.บงกช งามบุญฤทธิ์ ในวันที่๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑

เวลา ๑๔:๓๐ ณ โรงพยาบาลเซ็นทรัลเนเยนเนรัล ในชื่อ ด.ญ.บงกช งามบุญฤทธิ์

เป็นลูกคนเดียวและเป็นน้องเล็กสุดในตระกูล ขณะนั้นทุกคนต่างดีใจและตื่นเต้น

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าในช่วงที่ฉันยังเป็นเด็กฉันรับประทานอาหารได้ช้ามากคุณแม่

ใช้เวลาในการป้อนอาหารไม่ต่ำกว่า ๒ ชั่วโมง ทานอาหารมื้อเช้าก็ทานเสร็จมื้อเย็น

พอดี ในช่วงกลางวันไม่ว่าญาติหรือเพื่อนสนิทคุณแม่มาเยี่ยมก็จะหลับสนิทถึงแม้มี

อะไรมาล่อก็จะไม่ตื่นแต่ในเวลากลางคืนจะตื่นตลอดเวลาไม่เคยหลับจนญาติต้องมา

เยี่ยมในตอนกลางคืนแทน ในช่วงสองขวบ สิ่งที่ทุกคนยังจำได้ดีคือ “ฉันตกรถ”

เป็นช่วงเพิ่งหัดเดินในขณะนั้นคุณอาพาไปนั่งรถเล่นฉันนั่งริมประตูมากในขณะที่

คุณอาเปิดให้ลงผลปรากฎว่าฉันกลิ้งลงไปนอนอยู่กับพื้นถนน ในช่วง๓ขวบครึ่ง

ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าเรียนอนุบาลคุณแม่บอก ฉันไม่เคยร้องไห้หรือจะตามคุณแม่

กลับบ้านแต่หลังจากนั้นไม่นาน ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพซึ่งทำให้ฉันไป
ไหนไม่ได้เลยต้องขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้าบ้านกับคุณพ่อ หลังจบอนุบาลสามได้เข้ามา

เรียนในประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่โรงเรียนสาธิตพหุภาษาเป็นการเดินทางที่ไกลมาก

ของฉัน ต้องนั่งรถโรงเรียนไปกลับชลบุรี-กรุงเทพในทุกวัน ช่วงสองวันแรกคุณ

พ่อและคุณแม่ขับรถตามรถโรงเรียนทุกวันดูว่าฉันเป็นอย่างไรบ้างในช่วงชั้น

ประถมศึกษาปีที่๔ได้ถูกสุนัขแม่ลูกอ่อนไล่กัด เพียงเพราะในตอนนั้นฉันใส่ชุด

ไทยในงานบวชเพียงคนเดียวเดินเฉี่ยวสุนัขจึงตกใจและวิ่งไล่กัดฉันวิ่งหนีเกือบ

300 เมตรแต่รอดมาได้โดยไม่มีรอยกัดแม้แต่อย่างใดคงเป็นเพราะชุดไทย หลัง

จากนั้นชีวิตของฉันก็ผ่านมาแบบราบเรียบไม่ได้ผ่านอุปสรรคสักเท่าไหร่แต่ช่วง

ปลายชั้นประถมศึกษาปีที่๖ ได้มีโรคระบาด โควิด-๑๙ เข้ามาระบาดในช่วง

ประเทศไทยจึงทำให้ต้องปรับแผนการใช้ชีวิตและการเรียนใหม่

๑๕

อัตชีวประวัติ : บงกช กรวรรณ พลอยรัศญ์

ในช่วง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่๑ ได้เรียนแบบออนไลน์

สลับกับการไปเรียนที่โรงเรียนและในช่วงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่๒ ได้เรียน

ออนไลน์แบบ ๑๐๐% แต่ฉันก็สามารถผ่านมาได้โดยยังไม่เคยติดโรคระบาดนี้

จนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นเกิดจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตหลังจากที่ผ่านชีวิต

ราบเรียบและมีอุปสรรคในต้นปีพ.ศ. ๒๕๖๔ ในงานถอนศาลพระภูมิในบ้านของ

คุณลุง เป็นหนึ่งสาเหตุที่เปลี่ยนชีวิตของฉันเพราะฉันได้ถูกพราหมณ์ที่มาถอนศาล

พระภูมิซักประวัติและเอ่ยบอกกับฉันว่า ในชื่อบงกชเป็นชื่อที่มีตัวอักษรเป็น

กาลกิณีเมื่อนำมารวมกับนามสกุลเหตุนี้จึงทำให้ฉันเปลี่ยนชื่อจาก บงกช งามบุญ

ฤทธิ์ เป็น กรวรรณ งามบุญฤทธิ์ หลังจากที่เปลี่ยนชื่อมีอุปสรรคหลายอย่างเข้ามา

แต่ก็มีหลายอุปสรรคที่ฉันสามารถผ่านมันไปได้แต่ในอุปสรรคที่ไม่สามารถไปได้

คือ ปัญหาเรื่องของสุขภาพหลังจากที่ เปลี่ยนชื่อมาคุณแม่สังเกตุเห็นว่าฉันเข้าโรง

พยาบาลตลอดติดกันในหลายอาทิตย์ในหลายเดือน คุณแม่จึงคิดว่าน่าจะมีวิธีแก้

เพราะทุกครั้งที่ฉันเข้าโรงพยาบาลฉันจะเป็นโรคเครียดโดยไม่ทราบสาเหตุจึงได้

พาไปหาหลวงลุงพระอาจารย์ที่ทางบ้านเคารพนับถือ ซึ่งคิดว่าถ้าพาฉันไปน่าจะ

ทำให้ฉันมีที่พึ่งทางใจและสบายใจได้บ้างหลังจากที่ได้พบหลวงลุง ท่านบอกชื่อกร

วรรณเป็นชื่อที่ทำให้ฉันป่วยง่าย และถ้ายังใช้ชื่อนี้อีกไม่นานฉันจะเข้าไอซียูท่าน

จึงแนะนำให้ฉันเปลี่ยนจาก กรวรรณ เป็น พลอยรัศญ์หลังจากที่กลับจากหลวงลุง

ในวันต่อมาฉันก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนทันทีและหลังจากที่ใช้ชื่อพลอยบุญฤทธิ์ชีวิต

ของฉันก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด แทบจะไม่ติดขัดและแทบไม่ได้เข้าโรงพยาบาลเลย

ฉันรู้สึกดีที่ได้ใช้ชื่อนี้แล้วจะใช้ชื่อนี้ไปตลอด

อัตชีวประวัติพลอยรัศญ์ งามบุญฤทธิ์.

๑๖

Ongkot Ngamboonrith

Orawan Ngamboonrith
loyrat Ngamboonrith

๑๗

/


จาก


ใจ


ผู้เขียน

๑๘

จากใจผู้เขียน

หนังสือเล่มเดียวในโลกนี้ใช้เวลาในการทำถึงหนึ่งสัปดาห์ เริ่ม

จากการเตรียมข้อมูล ขึ้นรูปแบบ แก้ไขในหลายรอบ แต่ยังรู้สึกสนุกและชอบใน

การทำหนังสือเล่มนี้ เพราะเหมือนกับเราได้โชว์ศักยภาพในการทำงานด้านต่างๆ

ลงในหนังสือเล่มนี้ ตั้งแต่การหาข้อมูล วิเคราะห์ จนถึงการตกแต่งข้อมูล ได้เลือก

หนังสือในแนวที่สนใจจริงๆ ได้จัดทำในรูปแบบที่ชอบ ได้วิเคราะห์และได้นั่งอ่าน

หนังสืออย่างจริงจัง ได้ใช้เวลาว่างที่ไม่ได้ทำอะไร มานั่งอ่านหนังสือเพื่อให้ได้ข้อมูล

ในการทำงาน รู้สึกว่าได้รู้สึกสงบมากขึ้น ได้แก้ไขไสลด์ที่ตนเองทำและยังไม่รู้สึกที่

ชอบในหลายครั้ง แต่ก็รู้สึกำด้ทำอะไรที่เป็นตัวเองมากขึ้น ได้ประสพปัญหาหลาย

อย่างคือเรื่องของอินเตอร์เน็ตในคอนโด แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ และคิดว่า

หนังสือเล่มนี้อาจเป็นต้นแบบเพื่อต่อยอดหรือเป็นแนวทางที่ดีในการทำงาน
ประเภทอื่นๆได้

จากใจผู้เขียน
พลอยรัศญ์ งามบุญฤทธิ์

๑๙

อย่าหมาอยงไข้ปามใสนัณชั่วญพารณิบทตี่อาาจ
โปรดฟังทางนี้ ชเีวปิตลีด่ยีขึน้นชืจ่อริแงหล้วรือ
ภาคผนวก
๑๙
๒๐



T
H
E
E
N
D


Click to View FlipBook Version