บทท2่ี
แนวคดิ เกีย่ วกับเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
แนวคดิ เกยี่ วกับเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร
เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง ทกุ สิง่ ทุกอย่างทเี กี่ยวข้องกบั การผลติ การสร้าง การใชส้ งิ่ ของ
กระบวนการหรือวิธีการดาเนินงานรวมไปถงึ อปุ กรณท์ ี่ไม่มีในธรรมชาติ
กิดานันท์ มลิทอง (2548 :12) กล่าวว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เป็นส่วนผสมผสาน
ระหว่างเทคโนโลยี 2 ประเภท คือ 1) เทคโนโลยีสารสนเทศ ( (Information Technology : IT) คือ การ
ทางานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์ (Hardware)และซอฟต์แวร์(Software)ในการประมวล จัดเก็บ เขา้ ถึง ค้นคืน
นาเสนอ และเผยแพร่สารสนเทศดว้ ยอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ สาหรับคอมพิวเตอร์ทม่ี ีสมรรถนะสงู มาก สามารถ
ทางานนอกเหนือจากการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลธรรมด้านมาเป็นสื่อในการสร้างภาพ 3 มิติ การตัดต่อ
ภาพยนตร์ การผสมเสียงและเป็นตัวกลางในการนาเสนอสารสนเทศรูปลักษณ์ต่างๆ ตัวอย่างของฮาร์ดแวร์
ได้แก่ อุปกรณ์ใด ๆที่มีซิพคอมพิวเตอร์เป็นส่วนประกอบ เช่น คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายดิจิตอล โทรศัพท์
เซลลูลาร์และรวมถึงวัสดุ เช่น สมาร์ดการ์ด ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ เช่น โปรแกรมประมวลคา โปรแกรม
กราฟกิ โปรแกรมตดั ต่อภาพเคลื่อนไหว เปน็ ต้น 2) เทคโนโลยีการส่ือสาร ( Communication Technology
: CT) คือ อุปกรณ์และวิธีการในการสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อการเข้าถึง ค้นหาและรบั ส่งสารสนเทศด้วยความ
รวดเรว็ ตวั อยา่ ง เช่น โมเด็ม การส่งสญั ญาญผ่านดาวเทียม การประชมุ ทางไกล เป็นต้นเม่อื นาคา ITและCTมา
รวมกันเป็น Information and Communications Technoloty : ICT จึงหมายถึง “การใช้เทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพื่อจัดเก็บอย่างเป็นระบบ สามารถเข้าถึงและสืบค้น
นามาใช้ได้โดยสะดวกเป็นส่ือกลางนาเสนอสารสนเทศ รวมถึงการรับส่งสารสนเทศด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร
ความเร็วสูง เพื่อสง่ ผ่านสารสนเทศไดอ้ ย่างรวดเรว็ ”
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (2538: 3-7) ได้ทรงพระราชดารัสไว้ว่า
“เทคโนโลยีสารสนเทศ”หรือ Information Technology ที่มักเรียนกันว่า “ไอที” น้ัน เน้นถึงการจัดการใน
กระบวนการดาเนินงานสารสนเทศ หรือสารสนเทศในข้ันตอนต่างๆ ตงั้ แต่การเสาะแสวงหา การเคราะห์ การ
จดั เก็บ การจัดการ และการเผยแพร่ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความแมน่ ยา และความรวดเร็ว
ทนั ตอ่ การนามาใชป้ ระโยชน์
ศนู ยเ์ ทคโนโลยีอเิ ลก็ ทรอนิกส์และคอมพวิ เตอร์แห่งชาติ (2545) ได้ให้คาจัดกัดความถึงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสาร ว่า เป็นเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูลและการสื่อสาร นับต้ังแต่การสร้าง
การนามาวิเคราะห์หรือประมวลผล การรับและส่วนข้อมูล การจัดเก็บและการนาไปใช้งานใหม่ เทคโนโลยี
เหล่าน้ีมักจะหมายถึงคอมพิวเตอร์ซ่ึงประกอบด้วยส่วนฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และส่วนข้อมูล(Data)และระบบ
การสื่อสารต่าง ๆ ไมว่ ่าจะเป็นโทรศัพท์ ระบบสอื่ สารข้อมลู ดาวเทียมหรือเครื่องมอื สอื่ สารใดๆ ทั้งมีสายและไร้
สาย (Wireless)
กระทรวงศึกษาธิการ (2554:2) ได้ให้ได้ให้คาจัดกัดความถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่ือสาร (Information and Communications Technoloty : ICT)ว่าเป็นเทคโนโลยีท่ีเก่ียวกับระบบ
คอมพวิ เตอร์ ระบบซอฟตแ์ วร์ ระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบเครอื ขา่ ย ระบบโทรคมนาคม วิทยแุ ละโทรทศั น์
ครรชิต มาลัยวงศ์ (2540:77) ได้กล่าวไว้วา่ เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ
การจัดเก็บ ประมวลผล และเผยแพร่สารสนเทศ ซึ่งรวมแล้วก็คือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
ส่ือสารโทรคมนาคม หรือ Computer and Communication C&C ที่เก่ียวเนื่องเข้ามาเป็นเทคโนโลยี
สารสนเทศด้วย เชน่ เทคโนโลยไี มโครอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยกี ารพิมพ์ เทคโนโลยี
สานักงานอัตโนมัติ เทคโนโลยีการศกึ ษา
ชฏาภรณ์ สงวนแก้ว (2547:18) ได้ให้ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คือการ
ผสมผสานเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับระบบสื่อสารโทรคมนาคม ที่ครอบคลุมระบบส่ือสาร ได้แก่ วิทยุ
โทรทัศน์ โทรสาร โทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสารอื่นๆกับระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูลและบริหาร
สารสนเทศ ตลอดจนระบบเครอื ขา่ ยโทรคมนาคมจานวนมากท่ีเชอ่ื มโยงตดิ ต่อและใชร้ ว่ มกนั
ลัดดา ไกรดิ (2548, หน้า 284) ให้ความหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และ
เทคโนโลยีการสื่อสารท่ีนามาใช้ในการจัดทาระบบสารสนเทศ และสื่อสารสนเทศ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอรไ์ ด้แก่
เครื่องคอมพิวเตอร์เพ่ือการประมวลผล จัดสร้าง และแสดงผลสารสนเทศตามที่ต้องการ เทคโนโลยกี ารบันทึก
ข้อมูล เทคโนโลยี สาหรับการแสดงผลข้อมูล เทคโนโลยีสาหรับจัดเก็บข้อมูลบนสื่อ และเทคโนโลยี สาหรับ
การสือ่ สารส่งผา่ นขอ้ มูล
วิภา เจริญกัณฑารักษ์ (2549, หน้า 2-2) ให้ความหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึงการรวมกัน
ระหว่างเทคโนโลยีและสารสนเทศ ส่วนของเทคโนโลยีเป็นการ ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และ
เทคโนโลยีอ่ืนๆ เช่น เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี สื่อสารข้อมูล เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์นั้นมี
องค์ประกอบอยดู่ ้วยกัน 5 องค์ประกอบ คอื ฮารด์ แวร์ซอฟต์แวร์บคุ ลากร ขอ้ มลู และกระบวนการทางาน สว่ น
สารสนเทศซ่ึงเป็นสิ่งที่ได้มาจากการนาข้อมูลข่าวสารมาเข้าสู่ระบบการประมวลผล เพื่อ ให้ได้สารสนเทศที่ใช้
ในการปฏบิ ัติงานและติดสนิ ใจในเรื่องต่างๆ สถาปัตยกรรมของ เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ ใชง้ านในองคก์ ารนั้น
มีสิ่งท่ีผู้บริหารองค์การจะต้องคานึงถึง 2 ส่ิงท่ีสาคัญได้แก่ความต้องการของธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานของ
การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศในองค์การ มีการเนินในงานด้านการประมวลผล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ช่วยในการตัดสินใจ ดาเนนิ การ ควบคมุ ตดิ ตามผล และวิเคราะหผ์ ลงานของผู้บริหาร
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (2550,หน้า 2) ได้ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ
(Information Technology - IT) ห รื อ เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ แ ล ะ ก า ร สื่ อ ส า ร ( Information and
Communication Technologies - ICT) ก็คือเทคโนโลยีสองดด้านหลัก ๆ ที่ประกอบดดว้ ยเทคโนโลยี ระบบ
คอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ่ือสารโทรคมนาคมท่ผี นวกเข้าด้วยกัน เพ่อื ใช้ในกระบวนการ จัดหาจัดเกบ็ สร้าง
และเผยแพรสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ ไมว่าจะเป็นเสียง ภาพ ภาพเคลื่อนไหว ข้อความหรือตัวอักษร และ
ตวั เลข เพ่อื เพ่ิมประสิทธภิ าพ ความถกู ตอ้ ง ความแม่นยา และความ รวดเร็วใหท้ ันต่อการการนาไปใช้ประโยชน์
สรุปได้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศคือเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ซ่ึง มีทั้งระบบฐานข้อมูล
ระบบการประมวลผลและระบบการสอื่ สารที่ทาได้อย่างแมนยาและรวดเร็ว อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมี
องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีทางการ โทรคมนาคมทรี่ วมถงึ ระบบมีสายและระบบไร
สายในการจัดการจัดหาจัดเก็บประมวลผลเช่ือมต่อและเผยแพร่สารสนเทศ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้
เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของผู้ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ เคร่ืองจักรกลการส่ือสารข้อมูลท่ีชวยในการต่อเชื่อม
สารสนเทศ ฐานข้อมูล สรร้าง แบบจาลอง จัดหมวดหมู่ เรียงลาดับ คานวณ จัดเก็บ สืบค้น จัดทาสาเนาและ
แพรก่ ระจายหรือการ ส่ือสารข้อมลู ท่ปี ระยุกต์ใช้ตามความตอ้ งการและเกดิ คณุ ค่าตอ่ ผใู้ ช้ท้ังระบบเชอื่ มตรงและ
ระยะไกล เทคโนโลยีต่าง ๆ ซ่ึงนามาใช้สาหรับการนามาประมวลผลการเผยแพร่สารสนเทศในรูปของเสียง
ภาพ ตัวอักษร ตัวเลขและโปรแกรมสาเร็จรูปต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สื่อสาร
โทรคมนาคมหมายถึงทกุ สิง่ ทุกอย่างทเี่ ก่ียวกับการผลิต การสรร้างและการเช่ือม ต่อของระบบ เครือข่าย
ไอทีกับการพัฒนาการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อระบบการศึกษาโดยตรง เทคโนโลยี
สารสนเทศ เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร ความรอบรู้ จัดระบบ ประมวล ส่งผ่านและ
สอื่ สารด้วยความเร็วสูง และปริมาณมาก นาเสนอและแสดงผลด้วยระบบส่ือ ต่างๆ ท้งั ทางด้านข้อมูล รูปภาพ
เสียง ภาพเคล่ือนไหว และวีดีโอ อีกทั้งยังสามารถ สร้างระบบการมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ ทาให้การเรียนรู้ในยุค
ใหม่ประสบผลสาเร็จด้วยกัน หากพิจารณาการเรียนรู้ในยุคใหม่ ที่มีขุมความรู้มากมายมหาศาล การเรียนรู้ใน
ยุคใหม่ ขมุ ความรูท้ ่ีเรียกว่า world knowledge แหล่งความรู้ใหม่จานวนมากเกิดขึ้นตลอดเวลา และกระจาย
อยู่ท่ัวโลก การเรียนรู้ในยุคใหม่ต้องเรียนรู้ได้มากและรวดเร็ว อีกท้ังต้อง สามารถแยกแยะ ค้นหา ข่าวสาร
ตลอดจนการแสวงหาสิง่ ท่ตี ้องการได้ตรงตามความ ตอ้ งการ
สรุปได้วา่ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Information and Communications
Technology : ICT) คือเทคโนโลยีเพ่ือการจัดการเก่ียวกับสารสนเทศและการสื่อสารในกระบวนการจัดหา
จัดเก็บ การสร้าง ประมวลผล รับ-ส่งข้อมูล เผยแพร่สารสนเทศในรูปแบบส่ือต่างๆ เช่น ส่ือผสม หรือเสียง
ภาพ ภาพเคล่ือนไหว ข้อความหรือตัวอักษรและตัวเลข เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการเข้าถึงสารสนเทศ ความ
ถกู ต้อง แม่นยา และรวดเร็ว ตามาความต้องการได้ทันต่อการนาไปใช้ประโยชน์ เทคโนโลยีเหล่านี้จะหมายถึง
คอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วยฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟแวร์ (Software)และส่วนข้อมูล (Data) และ
เทคโนโลยีเพื่อใช้สาหรับติดต่อแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร โดยใช้ระบบการส่ือสารโทรคมนาคม ระบบส่ือสาร
ข้อมูลดาวเทียมหรือเครื่องมือสือ่ สารทัง้ มีสายและไร้สาย
การประยุกต์เทคโนโลยสี ารสนเทศใน จดั การเรียนการสอนและการเรยี นรู้
ความหมายและความสาคญั ในการนา ICT มาใช้ในการเรยี นรู้
โดยความเป็นจรงิ แลว้ ครูเราใช้ ICT จัดการเรยี นการสอนมานานแลว้ เพยี งแตย่ ังใช้รูปแบบเดมิ ซึง่
หากมีการพฒั นาโดยใช้เทคโนโลยที เี่ กี่ยวขอ้ งต้ังแตก่ ารรวบรวมการจดั เก็บขอ้ มลู การประมวลผล การพิมพ์
การสร้างงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ ซง่ึ รวมไปถึงการใหบ้ ริการ การใช้ และการดแู ลข้อมูล จะทาให้การจัดการ
เรยี นการสอนมปี ระสิทธิภาพมากขึน้ นักเรียนสามารถคน้ ควา้ หาความรจู้ ากแหล่งความรู้ท่หี ลากหลายมาก
ย่ิงข้นึ
ICT หมายถึง การนาเทคโนโลยีดิจติ อล เครื่องมือสื่อสาร หรือเครือคา่ ยคอมพวิ เตอร์ มาใชใ้ นการ
เขา้ ถงึ จดั การ บูรณาการ ประเมนิ ผล และสร้างข้อมลู
เปา้ หมายของการใช้ ICT เพอ่ื การเรียนรู้
– เป็นเคร่ืองมือชว่ ยเพ่ิมผลงาน และการตดิ ต่อส่อื สาร
– ความรว่ มมอื ของนักเรียน โดยการวเิ คราะห์ข้อมลู ร่วมกัน
– บริหารจดั การข้อมูล โดยการค้นควา้ ข้อมลู
– ความรว่ มมอื ของครู โดยครูทางานร่วมกนั เอง ทางานรว่ มกบั นักเรียน และเพื่อนภายนอกโรงเรียน
– ความร่วมมือระหว่างโรงเรยี น โดยนักเรียนทางานรว่ มกับผ้อู ่นื ทอี่ ย่นู อกโรงเรียน
– การสร้างงาน โดยการจดั ทาชิ้นงาน การเผยแพร่ผลงาน
– ช่วยบททวนบทเรยี น โดยซอร์ฟแวร์เสริมการเรยี น
ICT จะมคี วามสาคัญ กต็ อ่ เม่ือ
– ถกู ใช้เปน็ เคร่ืองมือแกป้ ัญหา และพัฒนาความคดิ วเิ คราะห์
– ใช้ในการสร้างกลยุทธ์ เพือ่ ไขปัญหาท่ีซับซ้อน และพฒั นาความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง สาหรับเรอ่ื งที่
สนใจ
ประโยชน์จากการนาระบบ ICT มาประยุกต์ใช้ พอสรปุ ได้ดังนี้
1. ความสะดวกรวดเรว็ ในระหว่างการดาเนินงาน
2. ลดปรมิ าณผู้ดาเนนิ งานและประหยดั พลังงานเชื้อเพลงิ ไดอ้ กี ทางหน่งึ
3. ระบบการปฏบิ ตั งิ านเปน็ ไปอยา่ งมรี ะเบยี บมากขึน้ กว่าเดมิ
4. ลดขอ้ ผดิ พลาดของเอกสารในระหว่างการดาเนินการได้
5. สร้างความโปรง่ ใสใหก้ ับหน่วยงานหรอื องคก์ รได้
6. ลดปรมิ าณเอกสารในระหว่างการดาเนินงานไดม้ าก (กระดาษ)
7. ลดขน้ั ตอนในระหว่างการดาเนินการได้มาก
8. ประหยดั เน้ือท่ีจัดเกบ็ เอกสาร (กระดาษ)
เทคโนโลยีสารสนเทศไดเ้ ขา้ มามีบทบาทต่อการศึกษาอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้าน
คอมพิวเตอร์และการส่อื สารโทรคมนาคมมบี ทบาททส่ี าคัญต่อการพฒั นาการศกึ ษาดงั นี้
1. เทคโนโลยสี ารสนเทศเข้ามามสี ว่ นชว่ ยเร่ืองการเรยี นรู้ ปจั จุบนั มเี คร่อื งมอื ท่ีช่วยสนบั สนนุ การ
เรยี นรู้หลายดา้ นมีระบบคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน (CAI) ระบบสนับสนนุ การรับรู้ข่าวสาร เช่น การคน้ หาข้อมูล
ขา่ วสารเพอื่ การเรยี นรู้ใน World Wide Web
2. เทคโนโลยสี ารสนเทศเข้ามาสนบั สนุนการจัดการศึกษาโดยเฉพาะการจัดการศกึ ษาสมัยใหม่
จาเป็นตอ้ งอาศัยขอ้ มูลขา่ วสารเพื่อการวางแผน การดาเนนิ การ การติดตามและประเมินผลซงึ่ อาศยั
คอมพวิ เตอร์และระบบส่อื สารโทรคมนาคมเข้ามามบี ทบาทที่สาคญั
3. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการส่อื สารระหว่างบุคคล ในเกือบทกุ วงการทั้งทางดา้ นการศึกษา
จาเป็นต้องอาศยั สื่อสัมพนั ธร์ ะหว่างตวั บุคคล เช่น การส่ือสารระหว่างผสู้ อนกบั ผู้เรยี น โดยใช้องค์ประกอบท่ี
สาคญั ชว่ ยสนบั สนนุ ใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพในการดาเนินงาน เชน่ การใชโ้ ทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์
อิเลก็ ทรอนิกส์ เทเลคอมเฟอเรนซ์ เป็นต้น
4. พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา โดยเกิดการศึกษาในรูปแบบใหม่ กระตุ้นความสนใจแก่ผ้เู รยี น โดยใช้
คอมพวิ เตอร์เป็นส่ือในการสอน (Computer-Assisted Instruction : CAI) และการเรียนรโู้ ดยใชค้ อมพวิ เตอร์
(Computer-Assisted Learning : CAL) ทาใหผ้ เู้ รยี นมีความรคู้ วามเข้าใจในบทเรยี นมากยิง่ ขน้ึ ไม่ซา้ ซาก
จาเจผเู้ รยี นสามารถเรียนรู้สิง่ ตา่ งๆ ไดด้ ้วยระบบทเ่ี ป็นมัลติมีเดีย นอกจากนั้นยังมบี ทบาทตอ่ การนามาใชใ้ น
การสอนทางไกล (Distance Learning) เพื่อผดู้ ้อยโอกาสทางการศึกษาในชนบทที่ห่างไกล
เทคโนโลยีกับการเรยี นการสอน
เทคโนโลยจี ะเก่ยี วขอ้ งกบั การเรียนการสอน 3 ลกั ษณะ คือ
1. การเรยี นรูเ้ กีย่ วกับเทคโนโลยี (Learning about Technology) ไดแ้ กเ่ รยี นรรู้ ะบบการทางาน
ของคอมพิวเตอร์ เรยี นรู้จนสามารถใชร้ ะบบคอมพวิ เตอร์ได้ ทาระบบข้อมูลสารสนเทศเป็น ส่อื สารข้อมูล
ทางไกลผ่าน Email และ Internet ได้ เป็นต้น
2. การเรยี นรโู้ ดยใชเ้ ทคโนโลยี (Learning by Technology) ไดแ้ กก่ ารเรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ และฝกึ
ความสามารถ ทักษะ บางประการโดยใช้สอ่ื เทคโนโลยี เช่น ใชค้ อมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน (CAI) เรยี นรทู้ กั ษะใหม่ ๆ
ทางโทรทัศน์ท่สี ่งผ่านดาวเทียม การค้นควา้ เรื่องที่สนใจผ่าน Internet เป็นต้น
3. การเรียนรกู้ ับเทคโนโลยี (Learning with Technology) ได้แกก่ ารเรยี นรู้ด้วยระบบการส่ือสาร 2
ทาง กับเทคโนโลยี เช่น การฝกึ ทกั ษะภาษากบั โปรแกรมที่ใหข้ ้อมลู ย้อนกลับถึงความถกู ต้อง (Feedback) การ
ฝึกการแก้ปัญหากบั สถานการณจ์ าลอง เปน็ ต้น
แนวคิดในการเพมิ่ คณุ คา่ ของเทคโนโลยีชว่ ยการเรยี นรู้
1. การใช้เทคโนโลยพี ฒั นากระบวนการทางปญั ญา ระบบคอมพิวเตอร์ท่จี ะชว่ ยพฒั นาผเู้ รยี นให้
มคี วามฉลาดในกระบวนการทางปัญญา โดยครูอาจจดั ข้อมูลในเร่อื งต่าง ๆ ในวิชาที่สอน ใหผ้ เู้ รียนฝึกรับรู้
แสวงหาข้อมลู นามาวเิ คราะหก์ าหนดเป็นความคดิ รวบยอดและใช้คอมพวิ เตอร์ชว่ ยแสดงแผนผงั ความคดิ รวบ
ยอด (Concept Map) โยงเป็นกฎเกณฑ์ หลักการ ซ่ึงผูส้ อนสามารถจดั สถานการณใ์ หผ้ ู้เรยี นฝกึ การนา
กฎเกณฑ์ หลกั การไปประยุกต์ จนสรุปเปน็ องค์ความรอู้ ยา่ งมเี หตุผล บนั ทึกสะสมไว้เปน็ คลังความรูข้ องผเู้ รียน
ตอ่ ไป
2. การใชเ้ ทคโนโลยีพฒั นาความสามารถในการแก้ปญั หา การเรยี นรู้ทีเ่ น้นผูเ้ รียนเป็นศนู ย์กลาง
สามารถออกแบบแผนการเรยี นการสอนให้ผเู้ รยี นมโี อกาสทาโครงงานแสวงหาความร้ตู ามหลักสูตรเพือ่
แก้ปญั หาการเรียนรูล้ ักษณะน้ีจะเรมิ่ ต้นดว้ ยการกาหนดประเดน็ เรอื่ ง ตามมาด้วยการวางแผนกาหนดข้อมลู
หรือสาระทีต่ ้องการ ผสู้ อนอาจจัดบัญชีแสดงแหลง่ ข้อมลู ทั้งจากเอกสารสิ่งพิมพ์และจาก Electronic
Sources เช่น ชื่อของ Web ต่าง ๆ ให้ผู้เรียนแสวงหาข้อมูล วิเคราะห์ สงั เคราะห์ เปน็ คาตอบ สร้างเป็นองค์
ความรูต้ ่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยเี ป็นเครอื่ งมือช่วย และครูช่วยกากบั ผลการเรียนรู้ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐาน
คณุ ภาพท่ีตอ้ งการ
การจัดปจั จัยสนบั สนนุ การใชเ้ ทคโนโลยีชว่ ยการเรียนรู้
ปัจจัยพ้ืนฐานคือการสร้างความพร้อมของเคร่ืองมืออุปกรณ์ตา่ ง ๆ ให้มีสมรรถนะและจานวนเพยี งต่อ
การใชง้ านของผเู้ รยี น รวมถึงการอานวยความสะดวกให้ผู้เรยี นสามารถใชเ้ ทคโนโลยีไดต้ ลอดเวลาจะเปน็ ปัจจัย
เบื้องตน้ ของการสง่ เสริมการใชเ้ ทคโนโลยเี พื่อการเรียนรู้ ส่ิงทคี่ วรเปน็ ปจั จยั เพิม่ เตมิ คือ
1. ครูสรา้ งโอกาสในการใชเ้ ทคโนโลยเี พื่อการเรียนรู้ การท่คี รูออกแบบกระบวนการเรยี นรู้ใหเ้ อ้ือต่อ
การทากิจกรรมประกอบการเรียนรู้ เปน็ กิจกรรมท่ีต้องใช้กระบวนการแสวงหาความรู้จากแหลง่ ข้อมูลต่าง ๆ
ทงั้ จากการสังเกตในสถานการณ์จรงิ การทดลอง การคน้ คว้าจากส่อื สิง่ พมิ พ์และจากส่อื Electronic
2. ครูและผเู้ รยี นจดั ทาระบบแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรยี นรู้ ปจั จยั ด้านแหลง่ ขอ้ มลู
สารสนเทศ (Information Sources) เปน็ ตวั เสริมทส่ี าคญั ท่ีช่วยเพ่มิ คุณคา่ ของระบบเทคโนโลยีเพ่ือการเรยี น
การสอน ครแู ละผูเ้ รยี นควรชว่ ยกันแสวงหาแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศทม่ี ีเน้ือหาสาระตรงกับหลักสูตรหรือสนอง
ความสนใจของผเู้ รยี น
3. สถานศึกษาจัดศูนย์ข้อมลู สารสนเทศเพือ่ การเรียนรู้ ศูนยข์ ้อมลู สารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
สง่ เสริมการใชเ้ ทคโนโลยเี พ่ือการเรยี นรขู้ องครูและผูเ้ รียน เรียกว่าหอ้ งสมุดเสมือน (Virtual Library) หรอื E –
Library จะมีคุณประโยชน์ในการมีแหล่งข้อมลู สารสนเทศเพอื่ การศึกษาค้นควา้ ในวทิ ยาการสาขาตา่ ง ๆ
4. การบริการของกรมหรอื หนว่ ยงานกลางทางเทคโนโลยีเพอ่ื การเรียนรู้ กรมตน้ สังกดั หรือ
หนว่ ยงานกลางดา้ นเทคโนโลยคี วรส่งเสรมิ การใชเ้ ทคโนโลยขี องสถานศึกษาดว้ ยการบริการดา้ นข้อมลู
สารสนเทศ
รปู แบบการใช้ ICT เพ่ือพัฒนาการเรยี นรู้
ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยคี อมพิวเตอร์ และการแข่งขันการพฒั นาทางด้านซอฟต์แวร์ ในปจั จบุ นั
ส่งผลใหป้ ระเทศต่าง ๆ นาคอมพิวเตอร์มาใชใ้ นดา้ นการศึกษากนั มาก การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
(Computer Assisted Instruction) มบี ทบาทและมีประสทิ ธิภาพยิ่งขึ้น โดยมรี ปู แบบการใช้ ICT ดังนี้
1. จัดการเรยี นรู้ “ตลอดเวลา” (Anytime) เวลาใดก็สามารถเรียนรู้ได้ ระยะแรกเรมิ่ ใหน้ ักเรยี น
สามารถใช้ Computer สบื คน้ หาความรจู้ ากห้องสมุด ซงึ่ มีเครอื่ งคอมพิวเตอร์ใหบ้ รกิ ารระบบ Internet
2. เรยี นรู้จากแหล่งเรยี นรู้ “ทุกหนแหง่ ” (Anywhere) นกั เรียนสามารถเรยี นรู้ร่วมกนั จากส่ือต่างๆ
เช่น คอมพิวเตอร์ วีดิทัศน์ โทรทศั น์ CAI และอืน่ ๆ
3. การให้ทุกคน (Anyone) ได้เรียนรู้พฒั นาตนเองอย่างเต็มศักยภาพของตน ตง้ั แต่ระดบั อนบุ าล
เป็นตน้ ไป
การใช้ ICT เพอื่ การเรยี นรู้
การเรยี นรู้ในปัจจุบนั แตกตา่ งจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ซ่งึ หมายความว่า ผู้เรียนมโี อกาส มีอิสระใน
การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง สรา้ งองค์ความรู้ สรา้ งทักษะดว้ ยตนเอง ครูเปลยี่ นบทบาทจากผู้สอนมาเปน็ ผใู้ ห้
คาแนะนา นอกจากนี้ทั้งครูและศษิ ย์สามารถเรียนรไู้ ปพร้อมกันได้ การจดั การเรียนท่โี รงเรยี นดาเนินการได้ใน
ขณะนี้
1. การสอนโดยใช้สือ่ CAI ช่วยสอนให้เกดิ การเรียนรู้ตามความสนใจ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิชา
ภาษาไทย วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม หรอื สปช. วิชาภาษาองั กฤษ
2. ส่งเสริมใหผ้ ้เู รยี นรู้จักสืบค้นวทิ ยาการใหม่ ๆ จากอินเทอร์เนต็ จาก E-book จาก E-Library
3. ส่งเสริมการเรยี นรแู้ ละสร้างเจตคติทดี่ ีในการเรียนและการค้นควา้ หาความรู้ โดยกาหนดให้
ผ้เู รียนไดเ้ ล่นเกมการศึกษา (Education Games ) ที่ผ่านการวเิ คราะห์ของครผู ้รู ับผดิ ชอบวา่ ไม่เปน็ พิษภัยต่อผู้
เล่น และเป็นการสร้างเสรมิ ความคิดสร้างสรรคท์ ่ีดีให้กบั เด็ก
4. ใช้แผนการสอนแบบ ICT บรู ณาการเรียนรู้ในสาระวชิ าต่างๆ เชน่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
ภาษาอังกฤษ และ คอมพวิ เตอร์
5. จดั ระบบขอ้ มลู สารสนเทศเพื่อการบรหิ ารจัดการเรยี นรู้
6. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดระบบและเผยแพรค่ วามรู้
7. จัดระบบขอ้ มูลสารสนเทศแหลง่ เรยี นรู้ภายในโรงเรยี น และภูมปิ ัญญาชุมชนท้องถน่ิ
8. พฒั นาเครอื ขา่ ยการเรียนรูใ้ นการจดั การเรียนรขู้ องผสู้ อน
หลกั การ แนวปฏบิ ัตใิ นการจัดการเรียนการสอนดว้ ย ICT และโปรแกรมปฏิบตั กิ ารคอมพิวเตอร์
หลักการสอนดว้ ย ICT และโปรแกรมปฏบิ ัติการคอมพิวเตอร์
เลอื กใช้โปรแกรม (Soft ware) ที่เหมาะสมกบั วิชา
ออกแบบการสอน (Instructional Design) โดยใชโ้ ปรแกรมท้งั หมด หรือบางส่วน เพ่ือมงุ่ สูผ่ ลการ
เรียนรทู้ คี่ าดหวงั หรอื วตั ถุประสงคต์ ามแผนการสอนผสมผสานโปรแกรมกับหลักการ แนวคดิ ทฤษฏีการสอน
โดยทั่วไปท่ีจะช่วยใหก้ ารเรยี นการสอนมีชีวติ ชีวา (Active Learning) ท้ังในและนอกห้องเรียน ก่อให้เกิดการ
เรยี นรู้เรว็ รจู้ ริง รแู้ จ้ง เชอ่ื มโยงกบั ความรูเ้ ดิม และนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่
การใช้ ICT และโปรแกรมปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ในกลมุ่ สาระสาระคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
ภาษาองั กฤษ มีโปรแกรมที่ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน(โรงเรียนในฝัน) ดังนี้ Sketchpad Graphic
Calculator Visuallab ProDesktop PhotoShop Namo Dreamweaver
Swish GSP Crocodile Java Applete Flash Tell Me More
การอา่ นและการเขยี น Weblog
บล็อก (อังกฤษ: blog) เป็นคารวมมาจากคาว่า เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์
ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลาดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซ่ึงจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด
บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซ่ึงบางคร้ังจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลาย
รูปแบบได้ จุดท่ีแตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดง
ความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขยี น ซึ่งทาให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คา
ว่า "บล็อก" ยังใช้เป็นคากริยาได้ซ่ึงหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูก
เรียกว่า "บลอ็ กเกอร์"
บล็อกเป็นเว็บไซต์ท่ีมีเนื้อหาหลากหลายข้ึนอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือส่ือสาร การ
ประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี
หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากน้ีบล็อกท่ีถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารี
ออนไลนน์ ีเ่ องเปน็ จุดเริม่ ต้นของการใช้บล็อกในปัจจบุ ัน
ตวั อยา่ ง
OK Nation Blog http://www.oknation.net/blog/start_blog.php
GotoKnow https://www.gotoknow.org/home
Blognone https://www.blognone.com
เสริ ช์ เอน็ จน้ิ (search engine) หรอื โปรแกรมค้นหา
คอื โปรแกรมที่ชว่ ยในการสบื ค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะข้อมลู บนอนิ เทอร์เนต็ โดยครอบคลุมทั้งข้อความ
รปู ภาพ ภาพเคล่ือนไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนท่ี ขอ้ มูลบุคคล กลมุ่ ข่าว และอ่ืน ๆ ซง่ึ แตกตา่ งกนั ไปแลว้ แต่
โปรแกรมหรือผู้ใหบ้ ริการแต่ละราย. เสริ ช์ เอน็ จน้ิ สว่ นใหญ่จะคน้ หาข้อมูลจากคาสาคญั (คียเ์ วิร์ด) ทผ่ี ้ใู ช้
ป้อนเขา้ ไป จากน้ันก็จะแสดงรายการผลลพั ธท์ ี่มันคิดว่าผใู้ ช้นา่ จะตอ้ งการข้ึนมา
ตวั อย่าง
Google https://www.google.co.th
Bing http://www.bing.com
Yahoo https://www.yahoo.com
Ask http://www.ask.com
ห้องเรยี นออนไลน์
Quipper School https://school.quipper.com/th/index.html
ควิปเปอร์สคลู คือ ฟรี -แพลตฟอรม์ ออนไลน์ สาหรบั คุณครแู ละ นักเรยี น ควิปเปอร์สคูลประกอบดว้ ย
สองส่วนด้วยกนั คือ สาหรบั ครผู ู้สอน และสาหรับนกั เรยี น เป็นที่ท่ีครจู ัดการหอ้ งเรียนออนไลน์ และยังสามารถ
ติดตาม ตรวจสอบผลการเรียนของนักเรียนได้ สามารถเลือกจากบทเรียนและแบบฝึกหัดหลายพันหัวข้อ
ครอบคลุมหลักสูตรหลัก เพื่อส่งเป็นการบ้านให้นักเรียนท้ังช้ันหรือกลุ่มย่อยในชั้นเรียนได้ ครูสามารถสามารถ
แก้ไขจากบทเรียนที่มีอยู่หรือสร้างเนื้อหาและแบบทดสอบข้นึ มาใหม่ทั้งหมดดว้ ยตัวเองได้ สามารถดูและดาวน์
โหลดผลวเิ คราะหค์ ะแนนของนักเรียน อตั ราการส่งการบา้ น การบา้ นท่ีทาเสร็จไปแลว้ จดุ แข็งและจดุ ออ่ นของ
นักเรียน ครูทางานกับชั้นเรียนของเขาหรือสามารถทางานร่วมกันระหว่างครู(สองคนหรือมากกว่าน้ัน)ในชั้น
เรียน หรอื โรงเรยี นเดยี วกนั ได้
Google Classroom https://classroom.google.com/
Classroom เปิดใหบ้ ริการสาหรับทุกคนท่ีใช้ Google Apps for Education ซึ่งเปน็ ชุดเคร่ืองมือเพิ่ม
ประสิทธิภาพการทางานท่ีให้บริการฟรี ประกอบด้วย Gmail, เอกสาร และไดรฟ์ Classroom ได้รับการ
ออกแบบมาเพ่ือช่วยให้ครูสามารถสร้างและเก็บงานได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองกระดาษ มีคุณลักษณะที่ช่วย
ประหยัดเวลา เช่น สามารถทาสาเนาของ Google เอกสารสาหรับนักเรยี นแต่ละคนได้โดยอตั โนมตั ิ โดยระบบ
จะสร้างโฟลเดอร์ของไดรฟ์สาหรับแต่ละงานและนักเรียนแต่ละคนเพื่อช่วยจัดระเบียบให้ทุกคน นักเรียน
สามารถตดิ ตามว่ามีอะไรครบกาหนดบ้างในหน้างาน และเริ่มทางานไดด้ ้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว ครูสามารถ
ดไู ด้อย่างรวดเรว็ ว่าใครทางานเสรจ็ หรอื ไมเ่ สร็จบา้ ง ตลอดจนสามารถแสดงความคิดเหน็ และให้คะแนนโดยตรง
ได้แบบเรยี ลไทมใ์ น Classroom
แหลง่ การเรยี นรสู้ าหรับครู
โทรทศั น์ครู http://www.thaiteachers.tv
โครงการโทรทัศน์ครู โดยสานักงานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา
TEACHERS as LEARNERS http://www.teachersaslearners.com
โครงการการพัฒนาชุมชนครูผ้เู รียนรู้ บนฐานนวัตกรรมสร้างสรรค์ทางการศึกษา นวตั กรรมสรา้ งสรรค์
ทางการศกึ ษาในรปู ของสื่อดิจิตอล (Digital Media) เพื่อส่งเสริมให้เกิดชุมชนครูผู้เรยี นรู้ และการพฒั นา
การศกึ ษาไทย ประกอบด้วยรายการสากล พร้อมคาอธิบายในการประยุกต์ และรายการไทย ซึ่งทกุ รายการมี
องค์ความรูท้ างการศึกษาและการปฏิบตั กิ ารสอนที่ดี
คลงั สมองของครไู ทย http://www.thinkttt.com
โครงการยกระดบั บคุ ลากรครูและนักเรยี นด้านการนาเทคโนโลยสี ารสนเทศส่กู ารปฏริ ูปกระบวนการ
เรยี นการสอน โดยสานกั เทคโนโลยีเพอ่ื การเรียนการสอน สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
DLIT http://www.dlit.ac.th/index.php
โครงการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยสานกั งานคณะกรรมการการศึกษา
ขัน้ พืน้ ฐาน ประกอบด้วย
1) DLIT Classroom ห้องเรยี น DLIT การถา่ ยทอดการจัดการเรยี นรหู้ ัวขอ้ เร่อื งทีย่ าก จากครตู น้ แบบ
ของโรงเรียนชั้นนาไปยังหอ้ งเรียนปลายทาง
2) DLIT Resources คลังสือ่ ประกอบการจดั การเรียนการสอนท่ีตรงกับหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน
3) DLIT Digital Library ห้องสมดุ ดิจิทลั
4) DLIT PLC (Professional Learning Community) เคร่ืองมือในการสรา้ งและพัฒนาชุมชนแห่ง
การเรยี นรู้ทางวชิ าชพี ครู พรอ้ มพืน้ ท่ีแห่งการแบง่ ปนั และเรียนรู้หรอื Share and Learn
5) DLIT Assessment คลงั ข้อสอบ
ศนู ย์กลางความรแู้ ห่งชาติ TKC http://www.tkc.go.th
ของกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร เปน็ บริการเว็บทา่ ท่ีรวบรวม ขอ้ มลู ข่าวสาร
ความรู้ต่าง ๆ เพ่อื ใหบ้ ริการแก่ประชาชนทว่ั ไปทสี่ นใจคน้ คว้าหาความรเู้ พิม่ เตมิ บนระบบอนิ เทอรเ์ นต็
สานกั งานราชบณั ฑติ ยสภา www.royin.go.th มีบรกิ ารออนไลน์ ไดแ้ ก่ พจนานุกรม, ศพั ทบ์ ัญญตั ิ
วชิ าการ, อักขรานกุ รมภูมศิ าสตร์ไทย, คลังความรู้, สื่อสิง่ พิมพ์, E-Book, กระดานสนทนา ฯลฯ
Education World http://www.educationworld.com/
เวบ็ ไซต์ใหค้ วามรู้ขา่ วสารวงการศกึ ษา
วชิ าการดอทคอม http://www.vcharkarn.com
เปน็ เว็บไซต์ทมี่ จี ุดมุ่งหมายสง่ เสริมความรู้ และกระตุ้นความสนใจ โดยเปน็ สอื่ กลางความรู้ทนี่ ่าสนใจ
และเป็นส่ือกลางในการกระจายความรู้ ผา่ นไปยงั ภูมภิ าคต่างๆ ทวั่ ประเทศอย่างทั่วถึง หวงั กระต้นุ ในนักเรยี น
นกั ศึกษา อาจารยและผู้ทีส่ นใจ เกดิ การเรยี นรู้ด้วยตนเอง ประกอบด้วย บทความ, ขา่ ว, ทุนการศึกษา,
โครงงาน, มมุ ครู, ขอ้ สอบ, บทเรยี นออนไลน์, นวนยิ าย, BLOG สมาชิก, Webboard, ค่าย, ประชาสมั พันธ์
สหวชิ าดอทคอม http://www.sahavicha.com
เปน็ แหล่งรวมเนอ้ื หาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณเ์ ก่ียวกับเนอื้ หา และการจดั กิจกรรมการเรยี นการ
สอนจากครูทว่ั ประเทศ
ทรปู ลูกปัญญา http://www.trueplookpanya.com
เป็นเว็บไซต์คลังความรู้คู่คุณธรรมท่ีประกอบด้วยสาระความรู้ ทุกวิชาทุกระดับช้ัน นาเสนออย่าง
สร้างสรรค์ในรูปแบบมัลติมีเดีย สนุกกับการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ท้ังยังเปิดโอกาสให้ทุกคนสร้างคอนเทนต์
แลกเปล่ียนความรู้ แบ่งปัน ประสบการณร์ ่วมกัน ประกอบด้วย คลงั ความรู้, คลงั ขอ้ สอบ, มุมคุณครู (ได้แก่ ครู
ต้นแบบ, ข่าวแวดวงคุณครู, บทความทางวิชาการ/มาตรฐานการศึกษา, เทคนิคการสอน, แผนการสอน,
ผลงานทางวิชาการและงานวิจัย, กฎหมายครู, เว็บบอร์ดมุมคุณครู), ความรู้คู่คุณธรรม (รวบรวมแหล่งความรู้
ทางพุทธศาสนา ประกอบด้วยส่อื ธรรมะทั้งที่เป็นวีดีโอคลิป, บทความธรรมะ, เสยี งธรรมเทศนา, นิทานธรรมะ
และการปลกู ฝังคุณธรรมความดีแกเ่ ยาวชนบคุ คลทวั่ ไป), แนะแนว (ขอ้ มลู ด้านการศึกษาต่อ), You Tube แปล
ไทย ฯลฯ
ถามครู http://taamkru.com
เปน็ ส่อื กลางในการให้ความรู้ ข่าวสาร ข้อมูลอนั เป็นประโยชนแ์ ก่พ่อแมผ่ ปู้ กครอง ตลอดจน
ผเู้ ก่ยี วข้องในการพัฒนาเด็ก มผี ู้เขยี นบทความซึ่งเปน็ ครู อาจารยจ์ ากมหาวทิ ยาลัยซ่งึ มีความเชี่ยวชาญดา้ น
การศกึ ษาและการพัฒนาเด็กท่ใี ห้ข้อมูลซง่ึ อา้ งองิ ได้ และเป็นกลาง มีเวบ็ บอร์ดพรอ้ มที่จะตอบคาถามหรือข้อ
สงสยั ท่ีเกีย่ วข้องกับการเรยี นการสอนในโรงเรยี น ทัง้ ระดับเดก็ เลก็ อนุบาล และประถมต้น ตลอด ๒๔ ชวั่ โมง
มแี บบฝกึ หดั และการทดสอบออนไลน์ เพื่อวดั ความพร้อมของเด็กในแตล่ ะด้าน โดยเก็บผลคะแนนของเด็กจาก
การทาแบบฝึกหดั ดังกลา่ วไว้เป็นสถติ ิเฉพาะของเด็กแต่ละคน และยังสามารถค้นหาโรงเรียนท่ตี ัง้ อยู่ใกล้บ้าน
หรือใกลท้ ่ีทางานได้
TK park www.tkpark.or.th
สานักงานอุทยานการเรยี นรู้ หรือ Thailand Knowledge Park (TK park) เป็นหนว่ ยงานหน่ึงที่
ก่อตงั้ ขึ้นภายใตก้ ารกากับดแู ลของ "สานกั งานบรหิ ารและพฒั นาองค์ความรู้" (องค์การมหาชน) ในสงั กดั สานกั
นายกรัฐมนตรี โดยมภี ารกิจหลักดา้ นการรณรงค์สง่ เสริมให้เยาวชน และประชาชนมีอปุ นิสัยรกั การอ่าน และ
การเรียนรู้ เพ่ือสรา้ งสรรค์สังคมไทยใหเ้ ป็นสงั คมแห่งการเรียนร้ใู นที่สุด ประกอบด้วย นานาสาระ, กิจกรรม,
ห้องสมดุ , สอ่ื วดี ิทัศน์, เอกสารวชิ าการ, E-book Audio book และ Application
เดก็ ดีดอทคอม www.dek-d.com
เวบ็ สาหรับวัยรุน่ โดยเฉพาะ ติดอันดบั ๑ เว็บไทยยอดนิยมสาหรับวัยรนุ่ และมขี นาดใหญเ่ ป็นอันดบั ๔ ในกลุม่
เว็บไทยที่รวมทุกกลมุ่ เป้าหมาย
UTQ http://www.utqplus.com
โครงการยกระดับคุณภาพครูท้ังระบบ ด้วยระบบ e-Training (การอบรมออนไลน์) โดยคณะครุ
ศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย
แหล่งเรียนร้ทู างด้านสอื่ และนวัตกรรม
NECTEC http://www.nectec.or.th
ศนู ย์เทคโนโลยีอเิ ล็กทรอนิกส์และคอมพวิ เตอรแ์ หง่ ชาติ (National Electronics and Computer
Technology Center : NECTEC หรอื เนคเทค) ตัวอย่าง ซอฟต์แวรส์ ังเคราะหเ์ สยี งพดู ภาษาไทยวาจา
(VAJA), LEXiTRON พจนานุกรมสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ไทย, PARTY: พาที ระบบรู้จาเสยี งพูดภาษาไทย
แหลง่ ให้บรกิ ารเผยแพรค่ ลิปวดี ิทศั น์
Youtube https://www.youtube.com
TED-Ed http://ed.ted.com
Krutube http://krutube.thinkttt.com/index.php
ทวิก (Twig) https://www.twig-aksorn.com
เว็บไซตใ์ ห้บริการสร้างส่ือการศกึ ษา
Prezi https://prezi.com สรา้ ง presentation
Barry Fun English http://www.barryfunenglish.com สร้างใบกจิ กรรม
Twinkl http://www.twinkl.co.uk สร้างใบกิจกรรม
Have Fun Teaching http://www.havefunteaching.com สรา้ งใบกิจกรรม
Puzzle Maker http://www.discoveryeducation.com/free-puzzlemaker
Popplet http://popplet.com สรา้ ง mind map
Spider scribe http://www.spiderscribe.net สร้าง mind map
Time Toast http://www.timetoast.com สร้าง timeline
Timeline http://www.readwritethink.org/files/resources/interactives/timeline_2
Rubistar http://rubistar.4teachers.org สร้างตาราง Rubrics
Face your manga http://www.faceyourmanga.com สรา้ งตัวการต์ ูน
เว็บไซต์ใหบ้ ริการการจดั การเรียนการสอน
Stormboard https://stormboard.com ประชุมออนไลน์
kahoot https://kahoot.it ถามตอบออนไลน์
Ping Pong http://gogopp.com โปรแกรมถามตอบ
โปรแกรมประยกุ ต์
ราชบณั ฑติ ยฯ โมไบล์ : แอปพลเิ คชันพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
ราชบณั ฑิตยฯ โมไบล์ : แอปพลเิ คชันอ่านอย่างไรและเขยี นอย่างไร ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน
Kint studio : สุภาษิต, คาไวพจน์, คาคมขงเบง้ , คาทับศัพท์, สานวนไทย, อักษรย่อ ฯลฯ
อ่นื ๆ : Undecided, สแกนเนิร์ด, DoctorMe, EmojiNation, 4 Pics 1 word, ปรศิ นาฟ้าแลบ,
iKnowledge, รู้รอบตอบได้, ELN, นทิ านอีสป, แชรค์ าคม, , ทายคาไทย, ใบค้ า, Kinraidee, Foursquare,
Localscope, TrueBook, Taamkru, AIS U Academy, Video dl pro, Line Tools, Thai Pray
การเตรยี มห้องเรยี น อปุ กรณก์ ารสอน ดังน้ี
ห้อง Lab มีผู้รับผิดชอบอานวยความสะดวกให้กับครูผู้สอนดูแลอุปกรณ์การสอนให้อยู่ในสภาพท่ี
พร้อมใช้ได้ตลอดเวลาก่อนทาการสอน ครูผู้สอนเตรียมเนื้อหา และเตรียมนาเสนอร่วมกับครูผู้รับผิดชอบห้อง
Labทดลองใช้ดูว่าอุปกรณ์ต่างๆ ใช้การได้หรือไม่ เพ่ือป้องกันไม่ให้เกิดการเสียเวลาในการสอน
หลังการสอน เก็บเน้ือหาสาระท่ีสอนไว้ในคอมพิวเตอร์และเก็บไว้กับตัวครูผู้สอน ในกรณีมีผลงานนักเรียน
เกิดข้ึน ให้บรรจุลงในโฟลเดอร์ของรายบุคคล และกลุ่มทจี่ ัดเตรียมไว้ท้ังนี้เพื่อไวใ้ ช้ในครั้งต่อไป หรือใช้เพื่อการ
อนื่ ไดส้ ะดวก
การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
Ø ให้ดูซีดี
Ø ให้สืบคน้ ขอ้ มลู จาก internet ที่โรงเรียนช่วงพักกลางวนั หรือ ท่บี า้ น (สาหรบั นักเรยี นทมี่ ีความ
พรอ้ ม) สาหรับนกั เรยี นท่ีมีคอมพวิ เตอร์ทบ่ี ้าน มอบโปรแกรมให้ไปทาท่บี ้าน และนาผลงานมาเสนอ มอบ
ชิน้ งาน /โครงงานให้ทา แลว้ ให้นาเสนอโดย Sketchpad ให้ฝึกทกั ษะจาก online Soft ware เชน่ GPS,
Google Earth และ Soft ware ในคอมพวิ เตอร์
Ø จดั กิจกรรมพส่ี อนน้อง เพื่อนสอนเพือ่ น เกยี่ วกับโปรแกรม
Ø จัดชุมนมุ เช่น ชุมนมุ GPS4.06
Ø ครูนาเสนอส่ือ ICT เพื่อสร้างความเข้าใจในเน้ือหา
Ø ให้นกั เรียนนาเสนอดว้ ย Power Point
Ø ทาการบ้านในเวป็ ไซต์
Ø สง่ งานทางผา่ น e – mail
Ø ส่งงานลงใน โฟลเดอรเ์ ฉพาะบุคคล ลงในคอมพิวเตอร์ของครู
การตรวจงานนกั เรียน
Ø ตรวจในเคร่ืองคอมพวิ เตอรข์ องครทู กี่ าหนดใหน้ ักเรียนส่ง
Ø ตรวจจากเคร่อื งคอมพิวเตอร์ทน่ี กั เรยี นใชง้ าน
Ø ตรวจจากชิ้นงานที่ พมิ พส์ ่งครู
การทดสอบนักเรยี น
Ø ทดสอบ online
Ø ทดสอบโดยโปรแกรมทใ่ี ช้
ความสาเรจ็ ในการใช้ ICT ในการเรียนรู้
1. ผเู้ รียน : จะตอ้ งมีทกั ษะพ้ืนฐานในการใช้ ICT เพอ่ื การเรยี นรู้
2. หลักสตู ร : จะต้องมีการสอดแทรก ICT เขา้ ในกิจกรรมการเรียนการสอนและส่งเสริมใหเ้ กิดการคดิ
วิเคราะห์ และการสรา้ งองคค์ วามรู้
3. ผ้สู อน/ผบู้ รหิ าร : จะตอ้ งมที ักษะพน้ื ฐาน และสามารถนา ICT ไปประยุกต์ใชใ้ นกิจกรรมการเรยี น
การ สอน
4. เทคโนโลยี : เลือกใช้เทคโนโลยไี ดส้ อดคล้อง และเหมาะสมกับผเู้ รยี นดังนั้น การจะพัฒนาประเทศให้
เป็นสงั คมแห่งการเรยี นรู้ ตลอดจนการเพิ่มขดี ความสามารถในการแข่งขนั จาเปน็ ท่จี ะต้องมกี ารส่งเสรมิ พัฒนา
โครงสรา้ ง ICT ให้ครอบคลุมท่วั ทกุ ภาค ทัง้ เขตเมือง และชนบท รวมท้ังการส่งเสริมการใช้ ICT ของประชากร
ทง้ั ในการดารงชวี ิต และในการทางาน ซ่งึ จาเป็นทหี่ นว่ ยงานทเี่ กย่ี วข้องจะต้องศึกษา และหาวธิ ีการท่ีจะกระต้นุ
เพื่อให้ประชาชนไดเ้ ห็นถงึ ความสาคญั และประโยชนข์ องการใช้ ICT