The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อธิบายนโยบายการคลังในระบบเศรษฐกิจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 37780, 2022-09-20 10:31:33

นโยบายการคลังในระบบเศรษฐกิจ

อธิบายนโยบายการคลังในระบบเศรษฐกิจ

นโยบายการคลังใน
ระบบเศรษฐกิจ

คำนำ

E-bookนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ต้องการแสวงหาความรู้ให้
เพื่อนๆและครูอาจารย์ ได้นำไปใช้ประโยชน์ในหัวข้อ
เรื่อง นโยบายการคลังในระบบเศรษฐกิจ

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ

เรื่อง หน้า

คำนำ ก
สารบัญ ข
ความหมายนโยบายการคลัง
ประเภทของนโยบายการคลัง

-นโยบายการคลังแบบขยายตัว
-นโยบายการคลังแบบหดตัว

นโยบายการคลัง (Fiscal Policy)
หมายถึง เครื่องมือหรือวิธีการที่รัฐบาลใช้ในการบริหาร
ประเทศเพื่อให้เกิดรายได้เพียงพอกับการใช้จ่ายอย่างเหมาะ
สม มีประสิทธิภาพ ทำให้เศรษฐกิจมั่นคง รายได้ประชาชาติ
สูงขึ้นและประชาชนมีมาตรฐานการครองชีพที่ดี
นโยบายการคลังใช้เครื่องมือ 3 ชนิด
1. นโยบายภาษีอากร (Tax Policy)
2. นโยบายงบประมาณ (Budget Policy)
3.นโยบายบริหารหนี้สาธารณะ(PublicDebt
Management Policy)

ประเภทของนโยบายการคลัง แบ่งออกเป็น
2 รูปแบบได้แก่
1. นโยบายการคลังแบบขยายตัว
2. นโยบายการคลังแบบหดตัว

1)นโยบายการคลังแบบขยายตัว
(Expansionary fiscal policy) คือ การที่
รัฐบาลใช้จ่ายมากกว่ารายได้ภาษีที่จัดเก็บ
ได้ หรือที่เรียกว่า “งบประมาณขาดดุล”
(deficit budget) กรณีนี้จะใช้เมื่อเศรษฐกิจ
ถดถอย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เปรียบ
เสมือนการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ
เศรษฐกิจ

2)นโยบายการคลังแบบหดตัว (contractionary fiscal
policy) คือ การที่รัฐบาลจ่ายน้อยกว่ารายได้ภาษีที่จัด
เก็บได้ หรือการเพิ่มภาษีเพื่อดูดเงินออกจากระบบ
เศรษฐกิจ อาจจะเรียกว่า งบประมาณเกินดุล (surplus-
budget) จะใช้ก็ต่อเมื่อยามที่เกิดปัญหาเงินเฟ้อในระบบ
เศรษฐกิจ

ดังนั้น นโยบายการเงินการคลังที่ตัดสินใจโดยธนาคาร
แห่งประเทศไทยนั้นสำคัญอย่างยิ่ง กระทบต่อค่าครอง
ชีพ เสถียรภาพของเศรษฐกิจ คุณภาพความเป็นอยู่
ของประชากรในประเทศ เราในฐานะพลเมืองที่ได้รับ
ผลกระทบจากนโยบายเหล่านี้ไม่ว่าจะในเชิงบวกหรือ
ลบ จำเป็นต้องคอยติดตามการตัดสินใจและดำเนิน
นโยบายเพื่อปรับตัวเข้ากับความเป็นไปได้ที่กำลังจะ
เกิดขึ้น หลังนโยบายนั้นถูกบังคับใช้

นโยบายการคลังนั้นหลักๆแล้วจะเกี่ยวข้องกับการใช้
จ่ายและการจัดเก็บภาษีของรัฐบาล โดยประเด็นใน
อดีตจะให้ความสำคัญกับขนาดของรัฐบาลเป็นหลัก
เนื่องจากในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์นั้น การทำหน้าที่
ของรัฐบาลมักก่อให้เกิดความบิดเบือนซึ่งส่งผลให้เกิด
ความสูญเสียในแง่ของประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ดัง
นั้นรัฐบาลควรจำกัดบทบาทตนเองให้ทำหน้าที่เท่าที่
จำเป็นเพียงเท่านั้น นั่นคือรัฐบาลควรมีขนาดที่จำกัด
เมื่อเทียบกับระดับ GDP ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นในระยะหลังได้ปรับเปลี่ยนไป
โดยมีคำกล่าวว่าขนาดของรัฐบาลอาจมีความสำคัญน้อย
กว่าพฤติกรรมการดำเนินนโยบายของรัฐบาลเอง นั่นคือ
รัฐบาลขนาดใหญ่ในบางประเทศกลับสามารถสร้างการ
เติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ โดยรัฐบาลดัง
กล่าวมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างศักยภาพระยะยาวให้กับ
ประเทศและมีการดำเนินนโยบายอย่างมีวินัย

แนวคิดของงานศึกษาในกลุ่มนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเติบโต
ทางเศรษฐกิจศักยภาพ (potential growth) ของประเทศ
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านอุปทานมากกว่าด้านอุปสงค์
นั่นคือ ประเทศจะมีการพัฒนาทางศักยภาพถ้าหากภาค
การผลิตในประเทศเก่งขึ้น มีความสามารถในการผลิตมาก
ขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการจะทำให้ภาคการผลิตเก่งขึ้นได้จำเป็น
จะต้องทำให้ปัจจัยการผลิตรูปแบบต่างๆ อาทิ ทุนทาง
กายภาพ แรงงาน และเทคโนโลยีในการผลิต พัฒนาขึ้นทั้ง
ในแง่ปริมาณและคุณภาพ

รายจ่ายของรัฐบาลถูกจัดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ รายจ่ายที่
ไม่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับภาคการผลิตในประเทศ ซึ่งจะเกี่ยว
โยงกับรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการบริโภคของผู้คน ซึ่งจะหมดไป
ในแต่ละปีและไม่มีผลประโยชน์หลงเหลืออยู่ในระยะยาว และ
รายจ่ายที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับภาคการผลิตของประเทศ ซึ่ง
จะเกี่ยวโยงกับรายจ่ายเพื่อการพัฒนาปัจจัยการผลิตต่างๆ โดย
เฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรมนุษย์และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
ของประเทศ

ในกรณีที่ประเทศต่างๆอยู่ในสภาวะปกติ
เป็นเวลายาวนาน ประเทศจะมีอัตราการ
เติบโตตามศักยภาพ ซึ่งถ้าหากรัฐบาลของ
ประเทศหนึ่งใช้จ่ายกับรายจ่ายที่ไม่ส่งเสริม
ประสิทธิภาพของภาคการผลิตในสัดส่วนที่
สูงอย่างต่อเนื่องยาวนาน ก็จะส่งผลให้
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

อยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่นๆได้

จัดทำโดย ภูสีดิน เลขที่17

นายนเรศักดิ์

นางสาวปฐมาภรณ์ ทองคง เลขที่22

ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่5/7




ครูที่ปรึกษา

ครูณัฐชา ปั้นลายนาค


Click to View FlipBook Version